29 พฤศจิกายน 2562
31.83 K

The Cloud x Museum Siam

ลองใช้ชีวิตแบบชาวกรุงเก่าในโรงแรมทั้ง 11 แห่งที่เกิดจากการรีโนเวตอาคารเก่าในเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งบ้านไม้ ตึกเก่าที่เคยร้างจนแทบนึกภาพเดิมไม่ออก ไปจนถึงอาคารอายุมากกว่า 100 ปีที่ได้รับการชุบชีวิตขึ้นมา โดยรักษาคุณค่าประวัติศาสตร์ดั้งเดิมไว้ เฝ้ารอเหล่านักเดินทางให้มาสัมผัสร่องรอยและเรื่องราวในอดีตที่แฝงอยู่แทบทุกหัวมุมถนน

เฟื่องนคร

โรงแรมที่ดัดแปลงจากโรงเรียนประถมเก่า

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

เฟื่องนคร บัลโคนี่ เปิดมาได้ 8 ปี ถือว่าเป็นแหล่งพักพิงใจกลางพระนครที่น่าสนใจมิใช่น้อย เพราะอาคาร 4 ชั้นรูปตัวยูแห่งนี้คืออดีตโรงเรียนแสนยานุกรวิทยา ซึ่งโรงแรมยังคงโครงสร้างไว้เช่นเดิมหมด ไม่มีการแต่งเติมเสริมโครงอาคารแต่อย่างใด 

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า
หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ลานอเนกประสงค์ที่มีเสาธงชาติสำหรับเข้าแถว ปัจจุบันกลายเป็นสวนขนาดย่อมที่ให้แขกพักสูดอากาศ เข้าแถวเสร็จเดินขึ้นบันไดปูนเปลือยสีเขียวที่สีหลุดลอกไปตามกาลเวลาสู่ด้านบนของอาคารเรียนเก่า ระเบียงทางเดินมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้วางให้นั่งพัก เพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่โรงเรียนจริงๆ การตกแต่งของโรงแรมมีลวดลายภาพวาดตัดแปะแนวสมุด Scrapbook ตามกำแพง ห้องเรียนและห้องสมุดเก่าได้รับการแปลงโฉมเป็นห้องพักขนาดต่างกัน แต่ละห้องยังคงหน้าต่างบานเดิมไว้ ส่วนสนามบาสเกตบอลแปลงตัวเป็นบาร์เล็กๆ โรงแรมแห่งนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ครบครัน นับเป็นการดัดแปลงโรงเรียนเป็นที่พักที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

ที่อยู่ : 29 ซอยเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ 

ติดต่อ : 0 2622 1100

เว็บไซต์ : https://www.feungnakorn.com/

จักรพงษ์วิลล่า

โรงแรมแสนส่วนตัวในวังริมน้ำ

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ โปรดให้สร้างวังจักรพงษ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 เพื่อประทานให้เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เป็นอาคารตึกสไตล์อิตาเลียนวิลล่า สร้างโดย Edward Healey สถาปนิกชาวอังกฤษที่มีผลงานมากมายในสยาม 

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ในบริเวณวังแสนร่มรื่น มีที่พักซึ่งปลูกแยกออกมา 7 ห้องพัก ทั้งห้องพักสไตล์จีน เรือนไทย และห้องสไตล์โมร็อกโก ในสถานที่ประวัติศาสตร์เปี่ยมกลิ่นอายคลาสสิก เป็นบูติกโฮเทลรุ่นแรกๆ ในกรุงเก่า แถมยังมีจักรพงษ์ไดนิ่ง ห้องอาหารไทยตำรับชาววังหรูหรา และบริการเรือส่วนตัวสำหรับล่องแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำส่วนตัวในวังด้วย เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาวันหยุดอย่างช้าๆ สงบสุขบริเวณท่าเตียน

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ที่อยู่ : 396/1 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

ติดต่อ : 0 2222 1290

เว็บไซต์ : https://chakrabongsevillas.com

Cacha Bed Heritage Hotel

จากตึกของตระกูลเก่าแก่ สู่โรงแรมกึ่งแกลเลอรี่

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

อาคาร 4 ชั้นสไตล์วิกตอเรียนของตระกูลคัคณางค์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ราวร้อยปีที่แล้ว เป็นอาคารสูงสง่าโดดเด่น ทำเลงดงามท่ามกลางย่านวังบูรพา มีตราต้นตระกูลเหลืองอร่ามประดับไว้บนชั้น 3 โดยปัจจุบันมูลนิธิ ม.ร.ว. รสลิน คัคณางค์ เป็นผู้ดูแล

ตัวตึกเปลี่ยนสถานะจากร้านขายยาหมอเหล็งและร้านขายวิทยุธานินทร์ ที่ถูกทิ้งร้างไว้นับสิบปี ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็น คชา เบด โรงแรมสีขาวเรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีทั้งห้องส่วนตัวและห้องแบบหอพัก เหมาะสำหรับทั้งแขกที่มาเป็นกลุ่มและนักเดินทางคนเดียว

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ภายนอกและชั้นล่างของโรงแรมยังรักษาโครงสร้างและกลิ่นอายวินเทจ ล็อบบี้โรงแรมแบ่งส่วนเป็นแกลเลอรี่ที่จัดแสดงผลงานของทั้งบุคคลทั่วไปและนักศึกษา และคาเฟ่ Gallery Drip Coffee @ Wang Brew Pa สาขาแยกของแกลเลอรี่ดริปอันโด่งดังที่ BACC ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกาแฟอร่อยและบรรยากาศดีเลิศ การมานอนพักที่นี่จึงได้เสพทั้งบรรยากาศเมืองเก่า ศิลปะ และรสชาติดีครบถ้วน

ที่อยู่ : 156 ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์

ติดต่อ : 0 2221 0257

เว็บไซต์ : https://www.cachabed.com/

1905 Heritage Corner

อดีตโรงงานทำฟันปลอม กลายเป็นที่พักสไตล์โคโลเนียล

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

เดิมทีตึกนี้เป็นร้านชาจีน ต่อมากลายเป็นโรงงานทำฟันปลอม ซึ่งถูกทิ้งร้างกว่า 20 – 30 ปี จนปัจจุบันแปลงโฉมเป็นเกสต์เฮาส์บูติกเล็กๆ ที่มีห้องพักอยู่ 3 ห้อง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ สมกับเป็นสถานที่พักผ่อนในเมืองเก่า

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

อาคารสไตล์โคโลเนียลสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2448 หรือ ค.ศ. 1905 ที่กลายมาเป็นชื่อโรงแรม แม้ปลูกสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ถูกปรับแต่งไปพอสมควร เมื่อมาอยู่ในมือเจ้าของโรงแรมผู้รักตึกเก่า จึงพยายามปรับปรุงให้เหมือนยุคแรกๆ ของตึกมากที่สุดและเก็บร่องรอยเก่าแก่ไว้ ทั้งโครงสร้างเดิม พื้นไม้เก่า กำแพงฉาบปูนที่สมัยก่อนสร้างเอาไว้กันไฟ หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าว หน้าต่างไม้บานคู่ และประตูบานเฟี้ยมแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมเยียนได้สัมผัสบรรยากาศอาคารเก่า ไปพร้อมกับวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมของชาวไทยและจีนย่านนั้น

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ที่พักเล็กๆ แห่งนี้เปิดมาไม่นาน ทว่ามุ่งเน้นการดูแลและส่งต่อกลิ่นอายความโบราณผ่านบรรยากาศ การตกแต่ง รวมถึงที่ตั้งของที่พักในแหล่งชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเป็นเมืองเก่ามากที่สุด

ที่อยู่ : 68 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

ติดต่อ : 0 2041 0102

เว็บไซต์ : https://www.1905heritagecorner.com/

Canale Hostel

บ้านไม้ริมคลองบางลำพูที่สงบเรียบง่าย

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

โฮสเทลเล็กๆ ริมคลองบางลำพูเป็นสถานที่หย่อนใจแสนสงบ ซึ่งสถาปนิกสาวเจ้าของที่พักรีโนเวตจากเกสต์เฮาส์ตึกแถวอายุราว 70 ปีที่ปิดร้างมานาน เป็นห้องพักไม้ 5 ห้อง ตั้งแต่ห้องใหญ่มีเตียง 4 เสาล้อมมุ้งขาวพริ้วลม จนถึงห้องแบบหอพักราคาย่อมเยา บรรยากาศสงบเงียบล้อมด้วยชุมชนดั้งเดิม ทำให้แขกที่พักได้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนที่ทำงานค้าขายและพักอาศัยในย่านบางลำพูจริงๆ นอกเหนือจากเห็นสีสันย่านปาร์ตี้

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

แม้ห่างจากถนนข้าวสารเพียงระยะเดิน 5 นาที แต่ที่นี่ปลอดเสียงดังวุ่นวาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนนอนมองสายน้ำ เงี่ยหูฟังเสียงเรือแล่นผ่าน และใช้ชีวิตช้าๆ เหมือนอยู่บ้าน ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์วินเทจและชุมชนเก่าแก่ที่น่าหลงรัก

ที่อยู่ : 347, 349 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ

ติดต่อ : 09 3951 5441

เว็บไซต์ : https://www.canalehostel.com/

บ้านดินสอ

บ้านไม้สักทองอายุเกือบร้อยปีที่อบอุ่น

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

โรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่าอายุเกือบร้อยปีในย่านตรอกศิลป์ สันนิษฐานเวลาจากโฉนดที่ดินเลขที่ 1607 ซึ่งออกไว้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2465

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ตัวตึกสีขาวครีม หลังคาทรงปั้นหยา ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง ข้าวของเครื่องใช้เดิมยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี แม้บ้านดินสอคงลักษณะบ้านเก่า แต่มีสิ่งอำนวยสะดวกครบถ้วน พร้อมบริการแขกที่มาพักเป็นอย่างดี 

ที่อยู่ : 113 ตรอกศิลป์ ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ

ติดต่อ : 09 6565 9795

เว็บไซต์ : http://www.baandinso.com

บ้านนพวงศ์

บ้านทรงไทยฉลุลายสไตล์โคโลเนียล

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า
หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวต กลางกรุงเก่า

ห่างออกไปไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีบ้านทรงไทยสไตล์โคโลเนียลที่สร้างขึ้นในปลายรัชกาลที่ 7 เอกลักษณ์ที่โดดเด่นประจำยุคคือทั้งลายฉลุ ลายลูกฟัก ผสมความเป็นไทยจากการใช้วัสดุเป็นไม้ รวมถึงหน้าต่างบานเกล็ด ได้รับการอนุรักษ์ดูแลอย่างดี จนเหมือนได้ย้อนเวลาไปนอนพักผ่อนในยุคคุณตาคุณยาย

ที่อยู่ : 114 ซอยดำเนินกลางใต้ แขวงวัดบวรนิเวศ

ติดต่อ : 0 2224 1047

เว็บไซต์ : www.baannoppawonghotel.com

Here Bangkok Hostel

ตึกแถวเก่าที่เนรมิตเป็นที่พักใจกลางราชดำเนิน

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

โฮสเทลไม่เล็กที่อยู่ในตรอกเล็กๆ หลังนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นตึกแถวเก่าแก่ที่ถูกแปลงเป็นที่พักอาศัยของเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนพระนคร

ห้องแถว 12 ห้องต่อกันเป็นรูปตัวแอล โครงสร้างเดิมที่เสริมความแข็งแรงขึ้น โดยยังคงเก็บความเก่าแก่เอาไว้ ทั้งประตูไม้บานเฟี้ยม หน้าต่างไม้เก่าเดิม รวมถึงตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่า ทั้งเครื่องจักร และไม้เก่าที่นำมาต่อเป็นโต๊ะบ้าง เก้าอี้บ้าง รวมกันเป็นโรงแรมเก๋โมเดิร์นที่แฝงกลิ่นอายคิดถึงวันวานแบบกำลังดี

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

บริเวณพื้นที่เหลือของตัวรูปตัวแอล ถูกจัดเป็นสวนขนาดย่อมที่เปิดเป็นบาร์ให้ได้หรรษากันตั้งแต่ยามเที่ยง ให้นักท่องเที่ยวต่างที่ต่างถิ่นได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนกันในเกาะรัตนโกสินทร์แห่งนี้ 

เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากถนนข้าวสาร ที่พักนี้จึงเน้นเปิดให้นักเดินทางหลากหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีทั้งห้องส่วนตัวและห้องแบบหอพัก ด้วยลักษณะอบอุ่นเหมือนบ้านที่เปิดให้เพื่อนฝูงแวะมาเยี่ยมเยียนพักผ่อนอยู่เสมอ มั่นใจได้ว่าจะได้บรรยากาศวิถีชีวิตดั้งเดิม คละเคล้ากับความสนุกสนานกันเองของแขกนานาชาติ

ที่อยู่ : 196/38 ถนนราชดำเนิน 

ติดต่อ : 09 0987 7438

เว็บไซต์ : https://www.herehostel.com/

วิลล่ามังคลา

โรงแรมสไตล์ไทยที่ชุบชีวิตบ้านขุนนางเก่า

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า
หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

อีกหนึ่งโรงแรมจากตึกเก่าในตรอกศิลป์ อดีตบ้านขุนนางเก่าที่มีสภาพทรุดโทรมได้รับการชุบชีวิตขึ้นใหม่ ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างให้เหมาะสมกับการพักอาศัยมากขึ้น เช่น ใช้กระจกแทนผนังทึบในห้องรับรองเพื่อเพิ่มความสว่าง เอาเสื่อลำแพนมาทำฝ้า ช่วยระบายอากาศและให้อารมณ์แปลกใหม่ แต่ยังคงความรู้สึกแบบไทยไว้อย่างครบถ้วน 

ที่อยู่ : 25 ตรอกศิลป์ ถนนดินสอ แขวงวัดบวรนิเวศ

ติดต่อ : 0 2046 3517

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Villamungkala/ 

A Day in a Life Home & Gallery

บ้านเก่าอายุเกือบร้อยปี ที่ทำให้ชีวิตวันนี้มีความสุข

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนหลังนี้ตั้งอยู่ในซอยตันข้างถนนตะนาว ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศเงียบสงบและซุกซ่อนสวนเล็กๆ อันร่มรื่นไว้ด้านหลังตึก ภายในอาคารตกแต่งแบบเรียบง่าย มีการจัดแสดงแกลเลอรี่ของศิลปินที่มาพัก รวมถึงบางครั้งมีเวิร์กช็อปสอนแกะสลักและวาดภาพสีน้ำอีกด้วย ให้ความรู้สึกอบอุ่นและร่วมสมัย แม้อยู่อาศัยในบ้านที่มีอายุเกือบศตวรรษ

ที่อยู่ : 156 ถนนตะนาว แขวงวัดบวรนิเวศ

ติดต่อ : 08 3018 7326

เว็บไซต์ : www.adayinalifethailand.com

The Bhuthorn Old Town Bangkok

ร้านข้าวหมูแดงในตึกเก่าทรงยุโรป สู่ที่พักบูติกแสนเก๋

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

ย่านแพร่งภูธรยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายเมืองเก่าในสมัยรัชกาลที่ 5 จากสถาปัตยกรรมบ้านเรือน ตึกเก่าที่ยังคงรูปเดิม และมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน 

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า
หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

จากร้านขายข้าวหมูแดงในตึกแถวโบราณทรงยุโรป กลายเป็นโรงแรมสไตล์บูติกขนาด 2 คูหา นาม ‘เดอะภูธร’ ตามชื่อถนนแห่งนี้ โรงแรมยังคงโครงสร้างอาคารก่ออิฐถือปูนเดิมไว้อย่างดี พร้อมด้วยประตูไม้บานเฟี้ยม หน้าต่างไม้บานคู่พร้อมลายฉลุ หลังคาจั่วมุงกระเบื้องว่าว และกันสาดที่เชื่อมต่อห้องแถวทุกห้อง ประดับตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้เป็นสวนขนาดเล็กรอบตึก ส่วนภายในพยายามรักษาของดั้งเดิมไว้ และตกแต่งสไตล์โคโลเนียลให้เข้ากับบรรยากาศเก่าๆ ในย่านชุมชน มีทั้งสิ้น 3 ห้องพัก โดยใช้ชื่อ นารา สรรพศาสตร์ ภูธร ซึ่งเป็นชื่อย่านสามแพร่งทั้งหมด

หลงกลิ่นอายโบราณกับ 11 โรงแรมรีโนเวตกลางกรุงเก่า

บรรยากาศที่นี่เหมือนบ้านที่คอยต้อนรับและดูแลแบบญาติสนิทมิตรสหาย เต็มไปด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าแก่แห่งพระนคร เมืองเก่ากรุงเทพฯ ที่เปี่ยมชีวิตชีวา 

ที่อยู่ : 96 – 98 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

ติดต่อ : 0 2622 2270

เว็บไซต์ : http://www.thebhuthorn.com/


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load