ราว 10 ปีก่อน ที่พักราคาย่อมเยาอย่างโฮสเทลซึ่งขายที่พักเป็นเตียง ตกแต่งสวยเก๋ตามคอนเซปต์ต่างๆ เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และมีกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย คือธุรกิจดาวรุ่งสุกสกาวในวงการท่องเที่ยวไทย ที่พักขนาดเล็กแบบนี้เกิดขึ้นมากมายทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ จนกลายเป็นรูปแบบที่พักที่คนรุ่นใหม่คุ้นชิน

ค.ศ. 2020 เศรษฐกิจทั่วโลกสาหัสจากโรคระบาด การท่องเที่ยวซบเซา โฮสเทลซึ่งเคยคึกคักก็ได้รับผลกระทบหนักหน่วง ธุรกิจเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้มีสายป่านยาวหรือเปิดมาเนิ่นนานจนมีทุนสำรองแน่นหนา โดยเฉพาะโฮสเทลในกรุงเทพฯ ที่เน้นรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก การปิดประเทศทำให้ชีพจรของที่พักเล็กๆ สะดุด จนบางที่ต้องเลิกกิจการไปโดยสิ้นเชิง

แล้วอนาคตของโฮสเทลจะไปทางไหน จะเป็นอย่างไรต่อ

เราพกคำถามนี้ไป ‘งานสาร(ะ)ทุกข์สุขดิบ Ep.3 คนทำโฮสเทล’ ซึ่ง The Yard Bangkok ที่พักน่ารักย่านอารีย์จัดขึ้น โดยชักชวนคนทำธุรกิจโฮสเทลมาทานอาหารเย็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงและกำลังใจกัน งานนี้มีชาวธุรกิจที่พักมาร่วม 10 กว่าราย แต่ละฝ่ายแบ่งปันเรื่องราวการสู้ไม่ถอยอย่างออกรสชาติ บ้างปิดโรงแรมไปทำธุรกิจอื่น บ้างเปิดบางส่วนและหาธุรกิจเสริม แต่ละที่สรรหาวิธีฝ่าฟันต่อลมหายใจไปตามกำลังและทรัพยากรของตน 

เราคัดเลือกเรื่องราวจากเจ้าของที่พัก 11 ราย มาเล่าสู่กันฟัง

นี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จในการแก้ไขปัญหากิจการ แต่เป็นการแบ่งปันแนวทางสู้วิกฤต และส่งต่อพลังงานสร้างสรรค์ให้แก่กัน 

ขอเอาใจช่วยธุรกิจทั้งหลาย ด้วยไอเดียสู้สุดใจ 11 รายการ ดังนี้ 

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล
11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล
11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

1. สร้าง DIY Restaurant ให้เช่าสวนและห้องพักเพื่อจัดกิจกรรมนานาประเภท 

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

“อยากทำร้านอาหารเลย เพราะคุยกับกลุ่มร้านอาหาร เขาขาดทุนแค่เดือนเดียว หลังจากนั้นก็ขายของได้ปกติ”

ส้ม-อติพร สังข์เจริญ ผู้ก่อตั้ง The Yard หรือบ้านญาติเปรยเมื่อเปิดงาน เธอเล่าว่าช่วงแรกแก้ปัญหาโฮสเทลด้วยการทำรถพุ่มพวง ขายวัตถุดิบเกษตรออร์แกนิกในย่านอารีย์ ช่วงแรกๆ กระแสตอบรับจากชาวอารีย์ดีมาก แต่พอคลายล็อกดาวน์เข้าสู่สถานการณ์ปกติ คนกลับออกไปใช้จ่ายตามเดิม ดังนั้นต้องหาวิธีทำธุรกิจใหม่ 

เธอยังเปิดโฮสเทลตามปกติทั้งรายวันและรายเดือน แต่มีบริการอื่นๆ เข้ามา ทั้งเปิดร้านอาหารแบบ DIY Restaurant ให้คนมาใช้พื้นที่สวนกว้างๆ ของโฮสเทลเป็นลานบาร์บีคิวหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งปาร์ตี้ แสดงดนตรี จัดเวิร์กช็อป สอนโยคะ จัดประชุม ถ่ายหนังและโฆษณา นอกจากนี้ยังปรับปรุงห้องพักแบบเตียงให้กลายเป็นห้องทำงาน Co-Working Space จะเข้ามานอนพัก กิน ดื่ม เรียน เล่น สังสรรค์ ใช้ชีวิตและพื้นที่ของโฮสเทลได้เต็มที่ตลอดเวลา

Facebook : The Yard Bangkok

2. เปิดเป็นที่พักระยะยาว และทำแซนด์วิชตามสั่งกับคาเฟ่ Slow Bar

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

Wander Wonder เป็นโฮสเทลในอาคารพาณิชย์ริมสถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข ของ มอส-ปวิตรา จันทร์สุหร่าย ซึ่งเปิดตัวใหม่เอี่ยมอย่างไปได้สวยในช่วงต้นปี แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมา สถานการณ์ COVID-19 ก็พรากลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปเกือบทั้งหมด มอสรีบปรับโฮสเทลของเธอเป็นที่พักรายเดือน รวมค่าน้ำ ค่าไฟ และ Netflix พร้อมสรรพในตัว ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในไทยช่วงแรกๆ และคนไทยที่ทำงานในเมือง ต้องการที่พักสะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้า 

จุดเด่นของที่พักใหม่เอี่ยมนี้คือเทคโนโลยี ซึ่งทำให้เธอและแขกสามารถพูดคุยและจองห้องผ่านโซเชียลมีเดียเท่านั้น มี Digital Door Lock ไม่ต้องใช้กุญแจห้อง ทำทุกอย่างเป็นดิจิทัล ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานต้อนรับประจำการ ลดทั้งเวลาและความเสี่ยงติดเชื้อจากการพบปะ นอกจากนี้เธอยังเปิดคาเฟ่ Slow Bar และรับทำแซนด์วิชแบบเดลิเวอรี่ทั้งขายปลีกและขายส่งร้านกาแฟและออฟฟิศต่างๆ ซึ่งรับทำวันต่อวันแบบพรีออเดอร์เท่านั้น ลูกค้าสามารถเลือกไส้แซนด์วิชได้ตามชอบเพราะเธอมีตัวเลือกให้หลากหลายครบถ้วน

“หลังจากเจอโควิด เราหันมาเรียน Digital Marketing จริงจัง ยิงโฆษณาทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะหาทางออกไม่ได้ เราก็ต้องมาทางนี้ ได้ลูกค้าจากการยิง Ads พอสมควร ตอนนี้พอเริ่มดีขึ้นก็มีคนถามเรื่องคาเฟ่เยอะ” เจ้าของธุรกิจหน้าใหม่แบ่งปันเรื่องราวการสู้ไม่ถอยของเธอ

Facebook : Wander Wonder 八WW

3. เปิดร้านขนมปังยีสต์ธรรมชาติ ปิดโฮสเทล และเปลี่ยนบ้านตัวเองเป็นห้องพัก

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

แน็ก-ปริวัฒน์ วิเชียรโชติ เจ้าของ If you want hostel ที่พักน่ารักขนาด 40 เตียงในสุโขทัย ซึ่งมีจุดเด่นที่การรับอาสาสมัครชาวต่างชาติมาทำงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตัดสินใจปิดธุรกิจเดิมลง และกำลังจะเปลี่ยนบ้านของตัวเองที่อยู่ห่างจากที่เดิมไป 700 เมตร ให้กลายเป็นที่พักขนาดเล็กไม่เกิน 4 เตียงแทน 

“จุดเด่นของโฮสเทลเราคือการรับอาสาสมัครมาเป็นพนักงาน แขกเดินเข้ามาเป็นลูกค้า เดินออกไปเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม และเราใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ แต่เราเป็นเพื่อนกับคนสี่สิบคนไม่ไหว ต้องจ้างพนักงานเยอะมาก วิธีปรับคือทำให้มันเล็กลง เพื่อให้คุณค่าที่เราต้องการไปถึงทุกคน”

แน็กเล่าว่าแม้ปิดธุรกิจห้องพัก แต่ Rush lush cafe (รัตน์ รัตน์ คราฟต์คาเฟ่) คาเฟ่ขนมปังยีสต์ธรรมชาติซึ่งเปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ยังคงอยู่ ก่อนหน้านี้เขาเคยรับอาสาสมัครเชฟชาวต่างชาติมากินอยู่ที่สุโขทัย มาสอนทำขนมและกาแฟจนคาเฟ่แข็งแรง คาเฟ่จึงยังอยู่ได้ด้วยองค์ความรู้ที่ได้มาจากเพื่อนๆ ส่วนเวลาที่เหลืออีก 4 วันต่อสัปดาห์ ชาวสุโขทัยรุ่นใหม่ทุ่มเวลาให้กับการทำโปรเจกต์เพื่อสังคมต่างๆ ทั้งในและนอกจังหวัดบ้านเกิด 

เป้าหมายของเขาไม่ใช่การสร้างธุรกิจที่ให้ผลกำไรสูงสุด เมื่อรูปแบบเดิมไปต่อไม่ไหว จึงปรับตัวลดต้นทุนเหลือแค่สิ่งจำเป็น พร้อมผันตัวไปทำสิ่งใหม่ๆ ที่ยังสอดคล้องกับความเชื่อและความชอบของตนเอง

Facebook : If you want hostel Sukhothai – อีฟ ยู วอนท์ โฮสเทลสุโขทัย

4. เปิดครัวให้เช่าเป็น Cloud Kitchen และเปิดเป็นที่พักพร้อมอาหารเสร็จสรรพ

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

Hom Hostel & Cloud Kitchen ธุรกิจที่พักบริเวณสุขุมวิท 3 นานาสแควร์ ของ ตูน-ภาวลิน มาสะกี มีจุดเด่นเรื่องอาหาร โมเดลธุรกิจเธอโดดเด่นมาก ตูนเล่าว่าช่วงวิกฤต COVID-19 ใหม่ๆ เธอระดมทุนบริจาคเงินทำข้าวให้คนเร่ร่อนและคนที่ลำบาก 100 วัน ประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปได้ 3 เดือน 

หลังจากนั้นเธอเปิดพื้นที่ห้องครัวให้เช่าถึง 10 ห้อง ให้ร้านอาหารมาเช่าพื้นที่ Cloud Kitchen ทำอาหารแยกกัน แขกมาที่เดียวได้กินหลายร้าน หรือถ้าสั่งอาหารส่งจากที่เดียวก็ส่งฟรีระยะ 0 – 3 กิโลเมตร เมื่อสั่งครบ 300 บาท นอกจากนี้ยังเปิดให้คนมาเช่ารายวันเพื่อทำครัว เช่น ทำ Live Cooking ถ่ายรายการ มาทดลองเมนูก่อนไปสอบเป็นเชฟ รวมถึงจัด Chef’s Table ได้อีกด้วย ที่พักก็สามารถจองเตียงเป็นที่พักสำหรับเชฟได้โดยเฉพาะ

“ธีมของเราตั้งแต่ก่อนปิดตัว คือเป็นที่อยู่ของคนชอบทำอาหาร เป็นครัวใหญ่ๆ ที่ทุกคนมาทำอาหารและกินข้าวกันได้ แล้วก็มีสวนผักใหญ่ ให้ทุกคนได้เชื่อมต่อกันผ่านอาหารอยู่แล้ว ยังมีลูกค้ากลับมาหาเราทุกปีเพราะคอนเซปต์นี้ เราชอบเรื่องอาหาร รู้สึกว่าไอ้พวกนี้ยังอยากเก็บ ยังไม่เลิก”

ตูนตั้งใจทำห้องรายเดือน ปิดโฮสเทลไปเลย และจะเปิดใหม่เมื่อนักท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศ เป็นโฮสเทลที่มีแค่ 8 เตียง แขกที่พักจะได้ Voucher ราคา 50 บาท สำหรับกินมื้อเช้าหรือมื้อเย็นฟรี เน้นอาหารเป็นหลัก ไม่เล่น Price War แข่งลดราคาห้องกับที่พักอื่นๆ เพราะตูนรู้สึกว่าสงครามนี้เธอไม่มีวันสู้ได้ จึงต้องหาทางอยู่กับสถานการณ์

“เราเชื่อว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังพักโฮสเทลใกล้รถไฟฟ้า แต่มีอายุแล้ว แต่ไม่อยากกินเหล้า ไม่ปาร์ตี้โหวกเหวก ต้องการที่ที่มีความเป็นส่วนตัว เราเลยตัดใจไม่ขาด จะปล่อยตรงนี้ก็ไม่คุ้ม เพราะสุดท้ายวันหนึ่งคนจะกลับมา ก็เลยคิดว่าทำ Cloud Kitchen ไปก่อน ซึ่งได้ผลตอบรับดี”

Facebook : Hom Hostel & Cloud Kitchen

5. เปลี่ยนโฮสเทลเป็นจุดแวะพัก อาบน้ำ ชาร์จแบต ระหว่างรอรถบัส

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel, ธุรกิจโฮสเทล

TALES Khaosan โฮสเทลของสองพี่น้อง วิวรรณ และ แวววรรณ สิริวเสรี ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากการหายตัวไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติในถนนข้าวสาร โชคดีที่เจ้าของที่ช่วยลดค่าเช่าให้ พวกเธอเปิดทั้งโฮสเทล คาเฟ่ และพื้นที่ให้เช่า ด้วยทำเลใกล้จุดขึ้นรถบัสไปเกาะสมุยและเกาะพงัน บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบไปเที่ยวดำน้ำมาผ่านหน้าที่พักพวกเธอเป็นประจำ วิวและแววจึงเปิดที่พักให้เป็นที่อำนวยความสะดวกชั่วคราว ทั้งให้อาบน้ำ ชาร์จแบตมือถือและกล้อง นอกจากนี้แขกยังจองที่พักแบบเป็นเตียงเดี่ยว หรือปิดห้องเหมาทั้งชั้นได้อีกด้วย

Facebook : TALES Khaosan

6. เปิดคลินิกเพื่อสุขภาพ ทำร้านอาหารโฮมเมด และให้คนเช่าพื้นที่เป็นส่งไปรษณีย์

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

ผึ้ง-ผานิต อร่ามกุล และ เต็ม-โชติรัตน์ อภิวัฒนาพงศ์ เจ้าของ Yim Bangkok โรงแรมหน้าตาสวยเก๋ย่านห้วยขวาง ผันตัวไปทำ Thrive Clinic คลินิกเพื่อสุขภาพอย่างเต็มตัว นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารโฮมเมดแนวครอบครัว ใช้ผักออร์แกนิก วัตถุดิบคัดสรร และไม่ใส่ผงชูรส ซึ่งกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ตัวที่พักเปิดเป็นห้องพักรายเดือนเช่นเดียวกับโรงแรมอื่นๆ พวกเขาตั้งใจเปิดพื้นที่บางส่วนให้คนเช่าสำหรับส่งไปรษณีย์ ในอนาคตครอบครัวนี้ยังตั้งใจเปิดคลินิกสาขาย่อยในตัวโรงแรม เรียกได้ว่าเน้นไปจับกลุ่มคนรักสุขภาพแบบเต็มตัว

Facebook : Yim Bangkok

7. เปิดร้านเบเกอรี่ออนไลน์ และขาย Voucher โรงแรม 

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

“คนมักคิดว่าแถวรัชดาจะมีแต่คนจีน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่พักโฮสเทลเราคือชาวยุโรปและอเมริกัน คนเอเชียไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ พวกยุโรปเขามองหาโฮสเทลเพราะถูกจริตกับเขา คนไทยก็ไม่ค่อยพักโฮสเทลมาก ยังห่วงเรื่อง Privacy เยอะ เราก็พยายามปรับมาหาลูกค้าคนไทยทั้งรายวันและรายเดือน”

บอย-ปิยะ เทพสุธา และ ปุ้ย-วิภาพร เทพสุธา เจ้าของ Siamaze Hostel ย่านรัชดาภิเษก 17 เล่าเรื่องกลุ่มลูกค้าก่อนช่วง COVID-19 เมื่อโรคระบาดเข้ามา พวกเขาหันไปทำเบเกอรี่ Black magic snacks อย่างต่อเนื่องจริงจัง ซึ่งขายได้เรื่อยๆ (เราชิมแล้ว อร่อยมาก) นอกจากนี้ยังเปิดที่พักรับกลุ่มคนไทย โดยขาย Voucher เป็นแพ็กเกจสุดคุ้มให้ได้เงินสดเข้ามาหมุนในธุรกิจก่อน ยิ่งเป็นลูกค้าเก่าก็จะยิ่งได้ราคาพิเศษเข้าไปอีก

Facebook : Siamaze Hostel Bangkok

8. เปิด Healthy Smoothie Bar และเปิดโรงแรมให้เป็นพื้นที่ขายของชุมชน

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

ณัฏ-ณัฏฐิมา วิชยภิญโญ เป็นเจ้าของโรงแรมหลายแห่ง ทั้ง The Quarter Bangkok ที่ราชเทวี The Quarter Residence ที่พญาไท ทั้งยังมี Bed&Breakfast ที่เขาหลัก พังงา เป็นโรงแรมแบบ Pay as you wish แถมโฮมสเตย์บ้านนาฮอมฮักที่น่าน 

“มีคนสอนว่าอย่าใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว นี่ก็ว่าแยกแล้วนะ (หัวเราะ) เขาหลักปิดเป็นที่แรกเพราะต่างชาติเข้ามาไม่ได้ ที่น่านเป็นที่พักแนวเพื่อสังคม ก็ปิดไปเหมือนกัน ที่กรุงเทพฯ เราไม่ได้ปิดเพราะพนักงานยังอยู่ มีสองตึกใกล้ๆ กัน ตอนแรกเราจะปิดตึกหนึ่ง โยกมาที่เดียวเพื่อให้ค่าใช้จ่ายเหลือน้อยที่สุด รีบยอมแพ้ตัดแขนตัดขาเพื่อรักษาชีวิต เราอยากคืนตึก แต่พนักงานไม่ยอม บอกว่านี่ก็บ้านเขาเหมือนกัน”

พนักงานของ The Quarter ช่วยกันหาธุรกิจเพื่อมารองรับค่าเช่าตึก เริ่มทำอาหารมาขาย รับข้าวกล่อง ขนม และของท้องถิ่นจากเพื่อนบ้านมาวางขายหน้าร้านติดถนนใหญ่ เป็นเหมือนซูเปอร์มาเก็ตชุมชนเล็กๆ ต่อมาเมื่อเมืองเริ่มกลับมาเปิด เลยปรับล็อบบี้เป็นร้านน้ำผลไม้ Juice Mood ที่ใช้ผลไม้แท้และน้ำผึ้งคุณภาพ ทั้งยังทำผลไม้แพ็กแช่แข็ง Ready to blend 11 เมนู สำหรับส่งให้ร้านอาหารและคนชอบกินน้ำปั่นซื้อกลับไปทำกินเองที่บ้าน ช่วยลดเวลาการซื้อและสต็อกกักตุนผลไม้ และลด Food Waste อย่างได้ผล 

The Quarter เป็นโฮสเทลแรกๆ ที่เปิดให้บุคลากรทางการแพทย์พักเป็นรายเดือน จึงชิงปรับตัวเป็นที่พักระยะยาวก่อนใครเพื่อน และยังหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มาต่อสู้ให้กิจการยังก้าวต่อไปได้

9. ปรับใช้โฮสเทล 3 สาขาตามลักษณะการเข้าใช้งานของลูกค้า

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

เพน-จารุภา สุนทรปกาสิต เป็นเจ้าของโฮสเทล 3 สาขาที่ถนนข้าวสารและราชเทวี เธอเปิดสาขาแรกใน ค.ศ. 2014 และขยายสาขาทุกสองปีจนถึง ค.ศ. 2018 โดยเน้นรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาตลอด เมื่อเจอวิกฤตปิดประเทศ เพนใช้วิธีแก้ไขปัญหาในแต่ละจุดต่างกันไป 

Bed Station ข้าวสาร ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจำเป็นต้องปิดตัวลงก่อนเพื่อคุมต้นทุน แต่ใช้เป็นสถานที่รับจัดอีเวนต์ Private Pool Party และขายเป็นห้องเดี่ยว ขณะที่ Bed one block ราชเทวี ใกล้รถไฟฟ้า ทั้งสะดวกสบายและสะอาด เน้นขายผู้เข้าพักชาวไทยในราคาย่อมเยา ส่วน Bed Station ราชเทวี รีโนเวตเป็นคาเฟ่ ตอบรับนักศึกษาและการทำกิจกรรมพบปะเป็นกลุ่ม ชนิดจบมีตติ้งแล้วจองห้องนอนรวมกันให้สุขอุราได้ไปเลย

Facebook : Bed Station Hostel

10. เปิดคาเฟ่ในที่พักข้างโรงพยาบาล เน้นบริการผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

สองพี่น้อง นิว-ปิติ และ นิก-ปิยะ ถาวรวงษ์ เติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจจำหน่ายเครื่องนอน ราว 4 ปีที่แล้ว ทั้งคู่ขอนำตึกบริเวณสี่แยกอรุณอัมรินทร์ ใกล้โรงพยาบาลศิริราช มาทำเป็นโฮสเทลชื่อยักษ์เฮาส์

“ตอนเริ่มเราคิดว่าถ้าทำโฮสเทลแข่งกับข้าวสาร เราสู้ Red Ocean นั้นไม่ได้แน่ๆ เลยคิดว่าต้องเปลี่ยนเป้าหมาย ข้าวสารเขาเน้น Solo Traveller เน้นคนอายุประมาณสิบแปดถึงยี่สิบห้าที่พักเป็นเตียง งั้นเรามีห้องเดี่ยว แต่แชร์ส่วนกลางและห้องน้ำรวม เพิ่มเงินนิดเดียวก็ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้น ก็ยังอยู่ใน Red Ocean เหมือนกัน แต่ทุกคนจับปลาหมึก เราขอจับกุ้งที่เป็น Group Traveller แทน” นิกเท้าความหลังของโฮสเทล ซึ่งมีจุดขายเป็นยักษ์ผู้พิทักษ์แบบไทยๆ ที่จะเสกให้ทุกคนหลับสบาย

โดยปกติยักษ์เฮาส์รับแขกที่พักระยะยาวอยู่แล้ว เนื่องจากอยู่ใกล้โรงพยาบาล นอกจากนักท่องเที่ยวที่อยากได้ที่พักใกล้เกาะรัตนโกสินทร์ ยังมีลูกค้าที่เป็นผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยจากต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้าน นักศึกษาแพทย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ธุรกิจห้องพักจึงยังพอไปได้แม้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยักษ์เฮาส์ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่สั่งเดลิเวอรี่ได้ 

“ช่วงตอนโควิดใหม่ๆ ผมเรียกพนักงานมาคุย กางตัวเลขกันว่าเรามีเท่านี้ แล้วคาดว่ารายได้คงไม่เกินเท่านี้ ซึ่งขอความร่วมมือจากทุกคน พนักงานไม่ใช้ลิฟต์ ยินดีที่จะเก็บผ้ามารีดพร้อมกันทีเดียว เขารักงานของเขา เราก็ไม่อยากทอดทิ้งเขา ซึ่งมันก็ขาดทุนในเดือนมีนา เมษา แต่ช่วงหลังๆ ก็ดีขึ้นตลอด เรื่องนี้ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเลยครับ” นิกกล่าวอย่างมีความหวัง

Facebook : Yaks House Hostel

11. สร้างแพลตฟอร์มใหม่เพื่อแก้ปัญหากิจการท้องถิ่น ทั้ง Locall และ mutual +

ปิดท้ายด้วย Once Again Hostel ที่พักสุดสร้างสรรค์ย่านป้อมมหากาฬที่ก่อตั้งโดย ศานนท์ หวังสร้างบุญ โดยสร้าง Locall แพลตฟอร์มส่งอาหารเดลิเวอรี่ช่วยร้านค้าในชุมชนและวินมอเตอร์ไซค์ท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ทางโฮสเทลเคยช่วยทำเมนูภาษาอังกฤษและโปรโมตร้านอาหารรอบๆ อยู่แล้ว ทีมงานที่สนใจช่วยเหลือเจือจุนคนท้องที่เลยปิดโรงแรมชั่วคราว และรวบรวมสรรพกำลังมาช่วยเหลือร้านค้าและวินมอเตอร์ไซค์ที่ขาดรายได้ จากย่านประตูผีก็ขยับขยายไปหลายที่จนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ดูแลครอบคลุมถึง 12 ย่านใน 5 จังหวัดประเทศไทย

ล่าสุดเขายังอยู่เบื้องหลังการผลักดันแพลตฟอร์มใหม่ mutual+ ร่วมกับสองวิศวกรหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นพื้นที่ Co-Living ที่พักแห่งอนาคต รวมโฮสเทลและโรงแรมขนาดเล็กแบบเปิดเป็น ‘บ้าน’ ที่มีกว่า 4 หมื่นเตียง เหมาะกับกลุ่ม Digital Nomad และคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน และอยากได้พื้นที่ใช้ชีวิตสร้างสรรค์ร่วมกัน มีทั้งบริการแบบขายห้องเดี่ยวและห้องรวมตามงบประมาณและจุดประสงค์ของผู้เข้าพัก

11 ไอเดียเอาตัวรอดของโฮสเทลไทย จากเจ้าของที่พัก 11 รายในกรุงเทพฯ และสุโขทัย, Hostel

“หลักๆ mutual+ เห็นว่าโฮสเทลนิยมรับคนต่างชาติ พอมีโควิดรายได้จึงแทบเป็นศูนย์ แต่เรามองว่าโฮสเทลมีสถานที่และบริการต่างๆ ที่ดีมากอยู่แล้ว น่าจะหาคนไทยมาพักได้โดยผลักดันเป็นที่พักรายเดือน โดยเราดูแลทั้งให้คำแนะนำพาร์ตเนอร์ที่พักว่าควรปรับปรุงอะไรบ้างที่จำเป็น โดยปรับให้น้อยที่สุดแต่ทำให้คนไทยรู้สึกอุ่นใจที่จะเข้าพัก มั่นใจเรื่องความปลอดภัย และเราก็พยายามสร้างตลาดใหม่โดยผลักดันให้คนไทยหันมาพักโฮสเทล ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่มากๆ แต่เราก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ และยังได้ผลแม้ในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแล้ว” 

แสตมป์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์นอนโฮสเทลเป็นรายปีตลอดชีวิตมหาวิทยาลัยขยายความไอเดีย “ที่พักรายเดือนแบบโฮสเทลยืดหยุ่นเรื่องการเข้าพัก จ่ายเงินเดือนต่อเดือน ไม่ต้องทำสัญญายาวๆ หลายเดือนหรือเป็นปีอย่างหอพัก และยังรวมค่าน้ำค่าไฟและการทำความสะอาดให้ด้วย ถึงการอยู่แบบแชร์กันจะไม่เป็นส่วนตัวเท่าห้องเดี่ยว แต่มีบริการสะดวกสบายหลายอย่างที่เพิ่มเข้ามาทดแทน ทำให้เราได้ใช้ชีวิตในทำเลดี เดินทางได้สะดวกขึ้น และค่าใช้จ่ายถูกลง ยิ่งคนที่ชอบคุยกับคนใหม่ๆ ก็ได้เข้าสังคมเจอเพื่อนใหม่ด้วย” 

ด้าน Once Again Hostel ที่เปิดมาหลายปี ศานนท์แอบบอกว่าเขาจะรีโนเวตใหม่ จากโฮสเทลขนาดเล็กให้มีลักษณะเป็นโรงแรม จับกลุ่มคนที่โตขึ้น และเพิ่มมูลค่าด้วยบริการและกิจกรรมมอบประสบการณ์ต่างๆ ที่ทางที่พักยินดีจัดสรรให้

Facebook : Locall Thailand

Facebook : mutual+

Facebook : Once Again Hostel

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

5 กรกฎาคม 2565
3.68 K

46,000 ล้านบาท

คือมูลค่ามหาศาลของ ‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ โครงการมิกซ์ยูส 23 ไร่ที่ปลูกขึ้นหัวมุมถนนสีลมตัดกับถนนพระราม 4 บริเวณโรงแรมดุสิตธานีเดิม ภายใต้แนวคิด ‘Here for Bangkok’ หนึ่งในโปรเจกต์ยักษ์ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ ในทศวรรษถัดไป 

ชื่อ ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ นั้นล้อไปกับสวนสาธารณะ Central Park ใจกลางนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ด้วยทำเลงามตรงข้ามสวนลุมพินีขนาด 360 ไร่ บ่งบอกถึงทำเลทอง CBD กลางเมืองที่ใกล้ชิดพื้นที่สีเขียวแบบสุด ๆ 

ชื่อนี้ยังสื่อถึงการร่วมมือของกลุ่มดุสิตธานี กับ กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กลายเป็น ‘วิมานสุริยา’ ผู้ดูแลโปรเจกต์ปลุกชีวิตสีลมให้มีชีวิตชีวา และสานต่อตำนานของดุสิตธานีให้เป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร

ลองสังเกตที่ดินในกรุงเทพฯ ตอนนี้ โครงการแบบมิกซ์ยูสเกิดขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มเปลี่ยนวิถีการอยู่อาศัยในบางกอกให้คล้ายหัวเมืองใหญ่ของโลก ตามจำนวนประชากรในเมืองที่มากขึ้น สวนทางกับจำนวนผืนที่ดินที่น้อยลงไปทุกวัน 

ที่นี่เป็นโครงการที่น่าจับตามอง เพราะอะไร

50 กว่าปีก่อน โรงแรมดุสิตธานีเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดบนถนนสีลม เป็นโรงแรมไทย 5 ดาวที่หรูหราที่สุดในพระนคร เมื่อครั้งกรุงเทพฯ ยังเต็มไปด้วยทุ่งนา ดุสิตธานีเติบโตกลายเป็นกลุ่มบริษัทขนาดยักษ์สัญชาติไทย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สีลมกลายเป็นถนนเศรษฐกิจ รวมถึงพิสูจน์บทบาทของบางกอกในฐานะหัวเมืองใหญ่ในอาเซียน 

เมื่อยักษ์ใหญ่ขยับตัว ทุ่มทุนมหาศาลสร้าง Dusit Central Park แทนที่โรงแรมเดิม บ่งบอกวิสัยทัศน์ว่า กรุงเทพฯ จะแปลงโฉมเปลี่ยนรูปร่างไปอีกมาก และเป็นสัญญาณให้เรามองเห็นเค้าโครงทิศทางอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยในอนาคต

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) ผู้ดูแลการออกแบบโครงการ จะพาเราไปทำความรู้จักสถาปัตยกรรมชิ้นเอกแห่งย่านสีลม

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49)

The Most Prestigious Address 

คุยกับสถาปนิก เจาะลึก Dusit Central Park โครงการระดับหมื่นล้านโฉมใหม่ของดุสิตธานี

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มีพื้นที่ก่อสร้างรวมกันมากกว่า 400,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 4 อาคารหลัก ซึ่งทุกอาคารบิดมุมให้ไม่บังกัน หันไปทางสวนลุมพินี มองเห็นวิวสวนได้เต็มตาทุกตึก 

1. โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ

อาคารสูง 39 ชั้น ซึ่งถอดแบบรายละเอียดมรดกทางศิลปะของไทยมาจากดุสิตธานีเดิม แต่ขยายขนาดให้สูงใหญ่กว่าเดิมมาก โดยเก็บรายละเอียดสะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ที่ผู้คนจดจำไว้ ตั้งแต่ยอดชฎาทอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร รวมถึงส่วนฐาน คือ ล็อบบี้ ห้องอาหาร และห้องนภาลัย บอลรูม และส่วนยอดเป็นรูฟท็อปบาร์ ดีไซน์ให้คงไว้ซึ่งคุณค่าในอดีตให้มากที่สุด โดยยอดเสาเดิมจะถูกติดตั้งไว้ภายใน แล้วนำยอดเสาใหม่ครอบลงไป

จากเดิมที่ห้องพักมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับโรงแรม 5 ดาวยุคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง ดุสิตธานีลดจำนวนห้องพักจากเดิม 510 ห้อง เหลือเพียง 259 ห้อง แต่เพิ่มขนาดห้องให้กว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง ที่สำคัญคือขยับตัวอาคารออกไปทิศทางใกล้สวนมากขึ้น เพื่อให้เลย์เอาต์ห้องพักของโรงแรมทั้งหมดมองเห็นวิวสวนลุมพินี 100 เปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดการเปิดโรงแรมคือปี 2024

2. ดุสิต เรสซิเดนเซส

อาคารสูง 69 ชั้น รวม 406 ยูนิต เป็นอาคารส่วนที่พักอาศัย ตั้งอยู่ในตำแหน่งของโรงแรมดุสิตธานีเดิม ออกแบบโดยเน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุด แบ่งส่วนพักอาศัยเป็น 2 แบรนด์ ได้แก่ ‘ดุสิต เรสซิเดนเซส’ ที่อยู่อาศัยสไตล์คลาสสิก หรูหรา มีความเป็นส่วนตัวสูง มีล็อบบี้ลิฟต์ส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุด 160 ยูนิต และ ‘ดุสิต พาร์คไซด์’ ดีไซน์ที่ร่วมสมัย ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์คนเมือง 246 ยูนิต ทุกยูนิตมองเห็นวิวสวนลุมพินีเช่นกัน อาคารนี้มีกำหนดเสร็จราวปี 2025 ระยะเวลาการเช่าที่อยู่อาศัยนี้รวม 58 ปี (ภายใต้ระยะเวลาการเช่า 2 ช่วง)

3. เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซส 

อาคารสำนักงานความสูง 40 ชั้น เป็นออฟฟิศระดับพรีเมียม ออกแบบให้เชื่อมต่อกับการเดินทางสาธารณะทั้ง BTS และ MRT ได้สะดวกสบาย

4. เซ็นทรัล พาร์ค 

อาคารรีเทลหรือศูนย์การค้า Low-rise 8 ชั้น เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของโครงการเข้าด้วยกัน มีทั้งส่วนที่เป็นศูนย์การค้าชั้นใต้ดินและบนดิน สอดรับกับเส้นทางคมนาคมหัวถนนสีลมซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ BTS และ MRT เช่นกัน

ตัวอาคารสำนักงานและศูนย์การค้ามีกำหนดการเปิดราวปี 2024 

ความงามที่ยั่งยืน

คุยกับสถาปนิก เจาะลึก Dusit Central Park โครงการระดับหมื่นล้านโฉมใหม่ของดุสิตธานี
คุยกับสถาปนิก เจาะลึก Dusit Central Park โครงการระดับหมื่นล้านโฉมใหม่ของดุสิตธานี

“ผมจำได้เลย เมื่อ 26 ปีก่อน ตอนนั้นตึกโรงแรมดุสิตธานีเริ่มเก่าแล้วนะ มีลูกค้ามาหาผม บอกว่าช่วยออกแบบตึกให้หน่อย โดยยกตัวอย่างโรงแรมดุสิตธานี เพราะมัน Iconic มาก เขาอยากได้แลนด์มาร์กแบบนี้ นี่คือตัวอย่างการออกแบบที่ Timeless เอาของไทย ๆ มาใช้ได้เก๋ เวลาผ่านไปนาน ๆ ก็ยิ่งพิสูจน์ว่าคนรักคนเสียดาย สถาปนิกเขาผสมผสานได้ดี ยุคนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต พินเทอเรสต์ ตึกก็ออกมาสวยงามตามธรรมชาติ” คุณสมเกียรติระลึกความหลัง

50 กว่าปีตั้งแต่แรกสร้าง จนถึงวันที่โรงแรมดุสิตธานีปิดตัวลง สถาปัตยกรรมนี้ยังคงขึ้นชื่อเรื่องความงามยั่งยืนเหนือกาลเวลา แล้วดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โฉมใหม่ในที่ดินเดิมจะมีความงามแบบไหน

“Timeless เป็นประเด็นที่แวดวงสถาปัตย์พูดกันเยอะมาก บางตึกยังสร้างไม่ทันเสร็จอาจจะเชยแล้ว เพราะมันตามแฟชั่นจนเกินไป ดังนั้นเราต้องคิดถึง Essence ของมันจริง ๆ และบุคลิกของโครงการมากกว่าคล้อยตามกระแสหลัก ซึ่งมันยากที่จะเจาะจงว่าความสวยแบบ Timeless คืออะไรจากวันแรกที่เริ่ม

“เรามี Design Meeting กันเป็นร้อยครั้ง หลัก ๆ คือดูแลส่วนโรงแรมและที่พักอาศัย ส่วนรีเทลก็ได้คุยกับเขาว่าตัวห้างควรจะมีความคลาสสิก ไม่ควรที่จะต้อง re-façade ทุก ๆ 7-8 ปี อย่างห้าง Peter Jones & Partners ที่ลอนดอน ซึ่งเป็นตึกแถบขาวที่สร้างหลังสงครามโลก พอรีโนเวตใหม่ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะโครงมันดีอยู่แล้ว” 

“ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้หลายอย่างมากเลย มันสร้างฟอร์มแปลกประหลาดได้เต็มไปหมด ในการออกแบบโรงแรม เราก็ช่วยกันดูทั้งคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ไม่ได้กำหนดว่าห้ามแฟชั่น แต่ตกลงกันว่าเรามองหาสิ่งที่ไม่ได้สวยปรู๊ดปร๊าด ผมว่ามันเป็นเรื่องในใจทุกคนอยู่แล้วว่ามันต้องมีความคลาสสิกอยู่

“ที่สำคัญคือเก่าแล้วต้องดูดี พูดถึงในแง่วัสดุด้วยนะ ผมว่าบางทีไม่ต้อง Shiny เนี้ยบกริบตลอดไป เหมือนรองเท้าหนัง มีรอยนิดหน่อยไม่เป็นไร กล้องถ่ายภาพที่มีริ้วรอย แปลว่าผ่านชีวิตมามาก โต๊ะไม้ที่มีร่องรอยการใช้ รอยขูด ก็มีเสน่ห์สวย” 

กว่าจะเป็นดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

กว่าโปรเจกต์ระดับหมื่นล้านจะเผยโฉม คุณสมเกียรติเล่าว่า ทีมสถาปนิกทดลองศึกษาแบบต่าง ๆ หลายลีลามาแล้วนับไม่ถ้วน ก่อนเลือกให้แต่ละอาคารแยกออกจากกัน โดยมีโจทย์หลักว่าต้องเก็บจิตวิญญาณแบบโรงแรมดุสิตธานีไว้ ตัวโรงแรมซึ่งจะเสร็จก่อนเป็นอาคารแรก จึงหน้าตาบุคลิกคล้ายกับตึกออริจินัลที่เป็นแลนด์มาร์กเดิม แต่สเกลผิดกันมาก ยอดเสาแหลมขนาดราว 11 เมตร จะถูกครอบโดยยอดเสาความสูงราว 30 – 40 เมตร

“โรงแรมเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ อย่างของเดิมห้องปกติค่อนข้างเล็ก เพดานก็เตี้ย เนื่องจากสมัยก่อนโรงแรมยังไม่แฟนซี แต่ตอนนี้ที่นี่จะเป็น Flagship ที่แข่งขันกับโรงแรม 5 – 6 ดาวอื่น ๆ ทุกอย่างใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น มีความพิเศษมากขึ้น และตรงเทียร่า ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกชั้นบนสุดของโรงแรมดุสิตธานีตั้งแต่ผมยังหนุ่ม ๆ ก็ทำฟังก์ชันใหม่ มีรูฟท็อปบาร์ตามสมัยให้คนขึ้นไปได้ ส่วนตึกอื่น ๆ ออกแบบใหม่หมด” 

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49)

ทีมงานเลือกออกแบบตัวตึกออฟฟิศหนาใหญ่ ตามโจทย์ว่าพื้นที่แต่ละชั้นต้องกว้างขวางสำหรับเป็นสำนักงานเช่าของเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซส ขณะที่ดุสิต เรสซิเดนเซส ผอมบาง 3 อาคารสูงชะลูด ยืนปักหลักหันหน้าไปคนละทาง ตามข้อกำหนดว่าทุกอาคารต้องมองเห็นสวน ไม่บังกัน

สีลมสีเขียว

เทรนด์ชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อคอนโดผุดขึ้นทุกสถานีรถไฟฟ้า การอยู่ในตึกสูงคล้าย ๆ กันหมดทำให้คนมองเห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตในพื้นที่สีเขียวมากขึ้น 

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของยุคสมัยด้วยแหละ วันก่อนในออฟฟิศก็คุยกันว่า มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะที่เราออกแบบโดยสนใจแค่รูปร่างสวยงาม แพลน ฟังก์ชัน สเปซ ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวนี้มีปัจจัยเต็มไปหมด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม จะทำอะไรก็ตาม ทุกคนต้องสนใจที่มาของวัสดุ ต้องคำนึงถึงการลด Waste และ Zero Emission มันถูกกดดันไปโดยธรรมชาติ การสร้างตึกขึ้นมาแล้วเห็นวิวสวนเฉย ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป 

“ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมติเรามีที่แปลงหนึ่ง เคยมีต้นไม้รก ๆ แล้วเราไปสร้างตึกหนึ่งขึ้นมา เมืองเสียพื้นที่ซับน้ำไปเลย เราก็ต้องหาทางทดแทน เติมสีเขียวเข้าไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางตึกในสิงคโปร์เขาโม้ด้วยซ้ำว่า ที่ดินเขาแค่ 100 แต่เขาทำพื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่ 30 ตามกฎหมาย พื้นที่สีเขียว 200 เพราะเขาทำทางตั้งด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมือง”

ด้วยข้อกำหนดเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ทำให้การเลือกใช้วัสดุหรือทางเลือกพลังงานจำต้องปล่อยมลพิษน้อยที่สุด คำนึงถึงบริบทโดยรอบมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องคิดถึงภาวะน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ภายในโครงการต้องมีวิธีจัดการระบายน้ำได้เองโดยไม่เป็นภาระด้านนอก 

คุยกับสถาปนิก เจาะลึก Dusit Central Park โครงการระดับหมื่นล้านโฉมใหม่ของดุสิตธานี

แต่ก่อนพื้นที่ในดุสิตธานีและตึกออฟฟิศข้าง ๆ ไม่ค่อยมีพื้นที่สีเขียว ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ก็เติม Roof Park สวนสาธารณะลอยฟ้าที่โอบล้อมด้วยกลุ่มอาคารสูงทั้งสามและอาคารศูนย์การค้า สวนธรรมชาติที่สร้างขึ้นนี้ มีขอบเขตพื้นที่รวม 7 ไร่ เริ่มตั้งแต่ระดับอาคารชั้น 4 ของอาคารศูนย์การค้า ไต่ระดับขึ้นไปสู่ชั้น 5 ชั้น 6 และชั้น 7 โดยดีไซน์ยังคงอัตลักษณ์และจิตวิญญาณความเป็นดุสิตธานีที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งโดดเด่นในเรื่องพรรณไม้และน้ำตก

“Roof Park ขนาด 7 ไร่นี้ เกิดจากแนวคิดที่ต้องการเชื่อมต่อมุมมองสวนลุมพินีไล่ขึ้นไปแบบขั้นบันได เมื่อมองมาจากกลุ่มอาคาร จะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนเนินเขา ขอบเขตธรรมชาติจะมองเห็นการเชื่อมต่อจาก Roof Park สู่สวนลุมพินีโดยไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา ในขณะที่หากมองจากสวนลุมพินี เราจะเห็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น เสมือนเป็นเนินเขาขนาดเล็กอยู่ท่ามกลางตึกสูงใจกลางเมือง ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เนื่องจากเราตั้งใจออกแบบพื้นที่นี้ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย วิ่ง ขี่จักรยาน หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานอดิเรก แสดงงานศิลปะ ดนตรี ฯลฯ ตรงนี้เป็นการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการเกิดรูปแบบไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมือง” คุณสมเกียรติอธิบาย

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49)

ไม่ใช่แค่ผู้พักอาศัยและแขกโรงแรม Roof Park เป็นสถานที่ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ มีทั้ง Amphitheatre พื้นที่สำหรับผู้คนได้มาพบปะ เล่นดนตรี หรือโชว์การแสดงขนาดเล็ก Jogging Track ลู่วิ่งความยาว 158 เมตร (หากรวมทั้ง Trail ยาว 753 เมตร) Urban Farm ฟาร์มปลูกผักใจกลางเมือง ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐาน Universal Design ซึ่งคำนึงถึงคนทุกวัย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา หรือผู้ใช้รถเข็น ให้ใช้งานพื้นที่ได้ตามความสะดวก

นิยามความหรูหรา

เจาะลึก Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสหัวถนนสีลม ซึ่งมาแทนที่โรงแรมดุสิตธานี กับสถาปนิก 49

Ultra Luxury และ High-end เป็นคีย์เวิร์ดที่ปรากฏบ่อยครั้งในการอธิบายที่อยู่อาศัยระดับดุสิตธานี เราจึงขอให้คุณสมเกียรติช่วยขยายความเรื่องนี้ให้ชัดแจ้ง 

“เรื่องการออกแบบที่พักอาศัยระดับบน South East Asia อยู่ในระดับโลกนะจะบอกให้ อย่างลิฟต์ส่วนตัวที่ก้าวออกมาเจอโถงบ้านตัวเองเลย ไม่ปะปนกับใคร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ทำก่อน สมัยก่อนต่อให้คุณอยู่อะพาร์ตเมนต์หรูแถวเซ็นทรัล พาร์ค นิวยอร์ก คุณก็ยังต้องเจอเพื่อนบ้านก่อนเข้ายูนิตตัวเอง Private Pool ก็เหมือนกัน การออกแบบให้ข้างห้องนั่งเล่นมีสระน้ำทุกชั้นก็มีก่อนในภูมิภาคเรา” 

แล้วในฐานะผู้นำเรื่อง Luxury ตอนนี้ความหรูหราในปัจจุบันคืออะไร

“คำที่เราใช้กันบ่อย ๆ เลยก็คือ Luxury Experience การใช้งานได้สะดวกมาก ๆ ก็เป็นความหรูหราอย่างหนึ่ง อย่าง iPhone มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรียบง่ายมาก แล้วเราก็ใช้จนลืมไปว่ามันสะดวก นี่ก็เป็นความหรูหรา ไม่ใช่แค่เป็นของมีแบรนด์ 

“เดินเข้าคอนโด มีคนเปิดประตูให้ก็หรูหรา มีคนกดลิฟต์ให้ นั่นไม่ใช่ความหรูหราเหรอ ก็ใช่ แต่ Luxury Experience คือตอนเช้าเปิดหน้าต่างนิดหนึ่งทั้ง 2 ด้านให้ลมสดชื่นโชยเข้ามาได้ ห้องน้ำมีแสงแดด แปรงฟันแล้วเห็นแสงแดดเช้า สิ่งเหล่านี้มันจะหาได้ยังไงจากหินอ่อนหรือสิ่งสวยงามในตึก มันเป็นเรื่องของประสบการณ์จริง ๆ บรรยากาศพวกนี้ Luxury ตั้งแต่ต้นจนจบ ตอบโจทย์ประสาทสัมผัสทั้งห้าตั้งแต่จอดรถ ไม่ใช่ปิดหมด มืดหมด

“เคยอ่านเจอคอมเมนต์ของอะพาร์ตเมนต์หรูในมิลาน เขาบอกว่า ฉันมีความสุขมากเลยที่เห็น 4 ฤดูในยูนิตฉันได้ด้วย ความหมายคือ เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ใบหญ้าตลอดจากห้องนั่งเล่นของเขาที่อยู่ชั้น 18 ซึ่งน่าสนใจมาก แบบนี้เป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์คนยุคนี้”

เจาะลึก Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสหัวถนนสีลม ซึ่งมาแทนที่โรงแรมดุสิตธานี กับสถาปนิก 49
เจาะลึก Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสหัวถนนสีลม ซึ่งมาแทนที่โรงแรมดุสิตธานี กับสถาปนิก 49

“หลายคนสงสัยว่าในเมื่อเราเห็นสวนลุมพินีอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมต้องสร้างสวนใหญ่ในโครงการอีก เพราะเราไม่ได้แค่นั่งมองอยู่ในห้องแอร์ คุณต้องการได้กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้หลังฝนตก สัมผัสต้นไม้ได้แบบใกล้ชิด ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป”

โครงการอาคารหรูหราในย่านใกล้เคียงมีมากมาย โดยเฉพาะย่านวิทยุ-หลังสวน ที่ใกล้สวนลุมพินีเหมือนกัน แล้วอะไรคือจุดแข็งของ ดุสิต เรสซิเดนเซส

“พื้นที่หลังสวนก็หรูหราไม่แพ้กัน ใกล้สวนเหมือนกัน ความหรูก็สูสีสู้กันได้ จุดเด่นต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของคน ถ้าชอบโครงการ Mixed-use ที่นี่ก็ตอบโจทย์ด้านความสะดวก ถ้าผมวิเคราะห์นะ จุดแข็งอันแรกที่เราแตกต่างคือ Privacy ส่วนรีเทลหรือออฟฟิศเข้าถึงง่าย แต่ส่วนที่พักต้องเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของที่พักก็พิถีพิถัน มีแสงธรรมชาติ ตัวตึกบางมากจนบางห้องได้แสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย เปิดหน้าต่างรับลมได้ หน้าต่างก็มองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่เหมือนคอนโดทั่วไปที่เป็นหน้าต่างด้านเดียว แต่นี่คือทำครัวแล้วมองออกไปข้างนอกได้ด้วย ตอนเสร็จแล้วของจริงน่าจะน่าอยู่มาก

“อันที่สองที่ผมว่าน่าสนใจคือ มันเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่ที่ดินอีกผืน บางคนอาจจะไม่สนใจก็ได้นะ แต่ว่าผมสนใจ (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่าคำว่า ดุสิตธานี กลายเป็นคำที่มีเสน่ห์ มีแรงดึงดูดด้าน Heritage เท่ดี ตอนพัฒนาโปรเจกต์เราก็พยายามทำทุกวิถีทางให้มี Element ทั้งโมเดิร์นทั้งไทยอยู่ด้วยกัน”

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49)

ฟื้นชีวิตสีลม

“ออฟฟิศที่จะขึ้นตรงหัวถนนจะมีส่วนช่วย Revival ถนนสีลมด้วย แต่ก่อนสีลมเป็นย่านธุรกิจสำคัญ เมื่อเมืองขยายไปเพลินจิต ราชประสงค์ ตึกก็ค่อย ๆ อายุมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วสีลมก็ยังมีเสน่ห์ของมัน มีทางเท้า มีร้านรวง มีวิถีชีวิตผสมผสาน” 

ตัวแทน A49 บริษัทสถาปนิกที่ดูแลการก่อสร้างตึกใหม่ ๆ มากมายในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า

“ผมคิดว่าโครงการ Mixed-use ที่ดีควรใส่ใจเรื่องย่านและถนนหนทาง ไม่ใช่ว่า โอ้โห คุณกั้นรั้วหนา ๆ เก็บต้นไม้เขียวสวยอยู่ข้างในโครงการอย่างเดียว ไม่ปฏิสัมพันธ์กับถนนหรือทางเท้าเลย มันควรจะเป็นมิตรกับย่าน แล้วการมีอยู่ของโครงการก็อาจทำให้คนในย่านได้อานิสงส์ ถนนทั้งเส้นสดชื่นขึ้น ร้านดี ๆ ร้านเก๋ ๆ อาจจะอยากมาลงเพิ่ม เพราะว่าแถวนี้มีคนตลอดเวลาทั้งวันทำงานและวันหยุด 

“ในมุม Landscape กรุงเทพฯ ผมคิดว่าโครงการใหม่ ๆ จะต้องเป็นมิตรกับคนเดินเท้าเดินถนนมากขึ้น แทนที่จะทำรั้วกั้นทึบอย่างเดียว เราทำ Landscape กั้นได้ไหม หน้าตึกไม่ใช่ว่าปิดเป็น Shop Front ทั้งหมด อาจจะมีร้านกาแฟข้างนอก มีที่นั่งบ้าง ใส่ใจพื้นที่ข้างเคียง สนใจทำให้เมืองมีชีวิตชีวาขึ้น เรื่องของ Urban Life ตรง Street Level เนี่ย ผมว่าสำคัญ” 

 รองกรรมการผู้จัดการ A49 กล่าวตบท้ายถึงภาพรวมของสีลม ย่านธุรกิจที่กำลังจะคึกคักขึ้น ขณะก้าวสู่ยุคใหม่ไปพร้อม ๆ กันการเปลี่ยนแปลงของดุสิตธานี 

เจาะลึก Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสหัวถนนสีลม ซึ่งมาแทนที่โรงแรมดุสิตธานี กับสถาปนิก 49

ภาพ : Dusit Central Park

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load