25 มิถุนายน 2564
1 K

ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ‘โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น’ มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสไปสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนของที่นี่สักที จนกระทั่งมีโอกาสชวนเพื่อนสุดซี้ไปพักผ่อนที่นี่กัน โดยเราเริ่มหาข้อมูลของโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่นอย่างจริงจัง ตั้งแต่เริ่มจองบ้านพัก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องจองบ้านพักผ่านเพจ โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย เป็นเพจที่ดูแลโฮมสเตย์ทุกหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ 

หลังจากแจ้งวันที่เข้าพักและโอนค่ามัดจำเรียบร้อยแล้ว ทางแอดมินจะให้เบอร์โทรศัพท์เจ้าของบ้านที่เราจะเข้าพัก เพื่อนัดให้เขามารับที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน 

เป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี เพราะเราไม่รู้ว่าบ้านพักหน้าตาเป็นยังไง ไปลุ้นเอาข้างหน้าค่ะ 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

และแล้ววันเดินทางไปบ้านนาต้นจั่นก็มาถึง เรานั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ-ศรีสัชนาลัย เพื่อไปลงที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จากนั้นเหมารถสามล้อให้มาส่งที่ปากทางเข้าหมู่บ้านนาต้นจั่น มีเจ้าของบ้าน ‘สองพี่น้อง’ มารอรับ

โปรแกรมวันนี้ คือการไปชมทุ่งนาเขียวขจี ซึ่งเป็นไฮไลต์ของบ้านนาต้นจั่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่มาเยือนบ้านนาต้นจั่น ย่อมอยากจะมาเดินทอดน่องบนสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวสุดสายตา ขนาบข้างด้วยทุ่งนาสีเขียวกว้างไกล วันที่เราไป ดอกไม้ดอกหญ้าแถวนั้นกำลังแข่งกันออกดอกบานสะพรั่ง สีสันสวยงามเลยทีเดียวเชียว

จากนั้น เราไปเรียนรู้การทอผ้าของชาวสุโขทัย และชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์โหน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของ คุณตาวงษ์ เสาปั้น ผู้คิดค้นและประดิษฐ์ตุ๊กตาจากไม้ ใช้เล่นเพื่อบริหารมือ เล่นได้ทุกเพศทุกวัย โดยมีวิธีการเล่นคือ บีบปลายด้านล่างของไม้ ตุ๊กตาจะโหนแกว่งราวกับคนกำลังโหนบาร์ในท่าทางต่างๆ ซึ่งเป็นของฝาก ของที่ระลึกที่ได้รับความนิยม ใครสนใจก็สั่งซื้อ แล้วทางร้านจะจัดส่งไปให้ที่บ้าน เนื่องจากมียอดจองเข้ามาเรื่อยๆ จึงต้องอดใจรอกันสักนิด

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

สนุกสนานกันพอแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าบ้านพักสองพี่น้องกันซะที บ้านสองพี่น้องที่เราได้พักครั้งนี้เป็นบ้านไม้ ภายในบริเวณบ้านประกอบด้วยบ้านหลายหลัง บ้านที่เราพักอยู่ด้านหลัง ใกล้กับห้องครัวของเจ้าของบ้าน ภายในห้องพักมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม และเดินออกมานิดเดียวก็จะเจอห้องน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณนอกบ้าน 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย
ภาพ : www.facebook.com/HomeStayBannaTonChan/

หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็น อาหารของที่นี่จะนำวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาประกอบอาหารให้นักท่องเที่ยวกิน เช่น ผักสดๆ จิ้มกับน้ำพริก ไข่ต้ม รวมถึงอาหารพื้นบ้านก็มีให้เราลิ้มลอง อย่าง ‘น้ำพริกซอกไข่’ มีส่วนผสมของพริกแห้ง กระเทียม ตำให้ละเอียดแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว จากนั้นใส่ไข่ต้มที่ฝานผ่าซีกลงไป แล้วตำเบาๆ หรือคนให้เข้ากัน ก็ได้น้ำพริกซอกไข่ รสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด กินกับข้าวสวยร้อนๆ ผักต้มหรือผักสดๆ ก็เริ่ดค่า

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

นอกจากอาหารที่ยกขบวนกันมาแบบจัดหนัก จัดเต็มแล้ว ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลเสิร์ฟให้กินกันแบบไม่อั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ลองกอง สับปะรด ทุเรียน ฯลฯ ช่วงที่เราไปได้กินเงาะกับลองกอง พออิ่มท้องแล้วก็ได้เวลานอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปดูทะเลหมอกที่ ‘จุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮ’ ซึ่งโปรแกรมนี้ไม่ได้รวมในราคา 600 บาทนะคะ 

ใครที่สนใจ จะต้องแจ้งกับเจ้าของบ้าน เพื่อจัดเตรียมรถและจ่ายค่ารถเพิ่มเติมเองค่ะ 

นอนบ้านทุ่ง กินอาหารบ้านๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย

จุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮ ตั้งอยู่บนเขานารายณ์ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามในช่วงเช้า และชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น สำหรับทริปนี้เราเลือกไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยต้องเดินฝ่าความมืดขึ้นไปตามแนวเขาระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ฟังดูเหมือนใกล้เนอะ แต่เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา ระยะทางที่ฟังดูใกล้ แต่เวลาเดินจริงๆ ทำไมมันไกลซะเหลือเกิน ก็ไม่รู้สินะ แต่ด้วยใจเราที่มุ่งมั่น อยากจะขึ้นไปให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นให้ได้ มันก็ทำให้มีแรงฮึด 

จนในที่สุด เราก็มาถึงจุดชมวิวบ้านห้วยต้นไฮก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นได้จริงๆ 

เนื่องจากเมื่อคืนนี้ฝนตก เช้านี้จึงทำให้เราเห็นทะเลหมอกเยอะเลย เราสูดหายใจ เอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด แล้วก็นั่งเฝ้ารอจนพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นผ่านเมฆหมอก ให้เราได้สัมผัสแสงแรกของวันที่นี่ 

จากนั้นเราลงจากเขาไปกินอาหารเช้าเมนูง่ายๆ จากเจ้าของบ้านที่บ้านสองพี่น้องกันต่อ 

เห็นหน้าตาธรรมด๊าธรรมดา แต่รสชาตินั้นไม่ธรรมดาเลยขอบอก

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยมื้อกลางวันด้วยการกิน ‘ข้าวเปิ๊บ’ อาหารพื้นบ้านของที่นี่ ลักษณะแป้งพับเป็นห่อสี่เหลี่ยม ทำจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวผสมกันตามสูตร ข้างในสอดไส้ผักต่างๆ เช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก โปะหน้าด้วยไข่นึ่ง หน้าตาคล้ายไข่ดาว ร่วมด้วยเครื่องอื่นๆ อาทิ หมูสับ เลือดหมู กระเทียมเจียว โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี 

ข้าวเปิ๊บเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปต้มกระดูกหมูรสกลมกล่อม จะกินแบบรสออริจินอลหรือจะเติมเครื่องปรุงต่างๆ ก็สัมผัสถึงความอร่อยของข้าวเปิ๊บบ้านนาต้นจั่นได้เช่นกัน และใกล้ร้านข้าวเปิ๊บล้มยักษ์ยังมีร้านขายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองขึ้นชื่ออย่างผ้าทอสุโขทัย รอให้คุณมาจับจองไปฝากใครต่อใคร หรือจะฝากตัวเองก็ได้นะ ไม่ว่ากัน 

ทั้งหมดนี้ คือความสุขและความสนุกที่ได้ซึมซับจากชาวบ้านนาต้นจั่นโฮมสเตย์ ชุมชนเข้มแข็งที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตของชุมชนเรียบง่ายและมีเสน่ห์ รอให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส แล้วคุณจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชมภูนุช ฉัตรนภารัตน์

นักเขียนตัวเล็กๆ ที่ยังคงชอบเดินทางและหลงใหลในการถ่ายภาพ แม้ว่าปัจจุบันผันตัวไปเขียนบทความด้านสุขภาพแล้ว แต่ยังรักการเขียนแนวท่องเที่ยวไม่เปลี่ยนแปลง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 กันยายน 2564
1 K

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load