14 สิงหาคม 2564
11 K

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้หลายคนมีเวลาอยู่ติดบ้านมากขึ้น บางคนปลูกผัก บางคนทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

พอพูดถึงเรื่องปลูกผัก ก็จะคิดถึงอันดับแรกๆ เวลาที่จะต้องทุ่มเทฟูมฟักมาดูแลผัก เรื่องต่อมาคือจะปลูกอะไรดี แล้วต้องให้รอดด้วย

กว่าจะได้กินผัก ต้องเพาะเมล็ด บำรุงปรุงดิน แถมยังต้องสู้รบแมลงที่จะรุมแย่งกินผักของเราอีก สำหรับคนเมืองมือใหม่มือร้อน คงคิดไม่ตกจนล้มเลิกความคิดไป แต่ลุงรีย์อยากแนะนำให้เลือกปลูกอะไรที่ อึด ถึก ทน ปลูกครั้งเดียวกินไปได้เรื่อยๆ เก็บไว้ใช้ได้นานๆ

เลยจะชวนปลูกต้นไม้ที่กินได้ เด็ดกินก็อร่อยดี ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างผักไชยา คะน้าต้น 

ผักไชยามาจากคาบสมุทรยูกาตัน ประเทศเม็กซิโก ทวีปอเมริกาใต้ แพร่ขยายไปประเทศกัวเตมาลา ยาวไปถึงอเมริกา 

ตอนแรกก็นึกว่าเป็นผักพื้นบ้านเราที่มาจาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

ชวนทำผงโรยข้าวรสอูมามิ จากผักไชยา คะน้าต้น ปลูกง่าย ตากยาก

แต่‘ไชยา’ น่าจะเรียกเพี้ยนมาจาก ชายา (Chaya) เป็นภาษาถิ่นเม็กซิโก ที่รากศัพท์มาจากภาษามายัน 

เกริ่นมาขนาดนี้ ท่าทางจะต้องเป็นผักที่เยียวยาความหิวของเราช่วงนี้ได้ดีแน่ๆ

ชื่อเสียงเรียงนามของไชยา คะน้าต้น Tree Spanach (Cnidoscolus chayamansa) พอเข้าประเทศไทยแล้วก็สุดแต่จะเรียกตามใจชอบ ผักไชยา ผักชายา คะน้าเม็กซิโก ผักโขมต้น มะละกอกินใบ (วงศ์ Euphorbiaceae) ส่วนใหญ่จะเรียกชื่อไปตามลักษณะเด่นที่เห็นชัด อย่างส่วนใบดูคล้ายๆ ใบมะละกอ ส่วนรสชาติก้านคล้ายๆ ต้นคะน้า

ชวนทำผงโรยข้าวรสอูมามิ จากผักไชยา คะน้าต้น ปลูกง่าย ตากยาก

ผักไชยา พุ่มสูง อายุยืน อาจมีสับสนบ้างกับใบต้นมัน ใบต้นสบู่ดำ หรือใบฝิ่นที่ใบมีหยักมีแฉกคล้ายคลึงกันไปหมด ที่โดดเด่นที่สุดของไชยาคือมีรสกลมกล่อม อูมามิ จนใครๆ ต่างเรียกว่า ‘ต้นผงชูรส’

ส่วนคุณค่าทางอาหารไม่เบาเลย อาจมากกว่าผักสีเขียวทั่วไป 2 – 3 เท่าตัวเลยทีเดียว แจกแจงออกมาเป็นผักที่มีน้ำ 85.3 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 4.2 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 5.7 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 0.4 เปอร์เซ็นต์ เส้นใยอาหาร 1.9 เปอร์เซ็นต์

ในด้านธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

แคลเซียม 421.0 มิลลิกรัม

โพแทสเซียม 217.2 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส 39.0 มิลลิกรัม

เหล็ก 11.4 มิลลิกรัม

วิตามินซี 164.7 มิลลิกรัม

วิตามินเอ 0.085 มิลลิกรัม

ส่วนด้านสรรพคุณทางยา นักวิจัยพบว่ามีส่วนช่วยในการมองเห็นได้ดีขึ้น บำรุงสายตา บำรุงสมองต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาไขข้ออักเสบ เพิ่มแคลเซียมในกระดูก รักษาอาการกระดูกพรุน มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน ปกป้องหลอดเลือดและหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบในเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยย่อยอาหาร ใช้เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ช่วยต้านพยาธิ ช่วยลดไตเสื่อม และล้างพิษตกค้างที่อยู่ในตับ 

และสรรพคุณที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้ คือป้องกันการไอจาม อาการหอบหืด และมีส่วนช่วยป้องกันการติดเชื้อ ฆ่าเชื้อในปอด

ก่อนจะกินผักไชยา มาดูการเตรียมและข้อควรระวังกันก่อน อุปสรรคอย่างแรก แม้จะเล็กน้อยแต่ต้องบอกไว้ก่อน เวลาจะเด็ดใบมากินจะเจอยางสีขาว ให้ระวัง อย่าให้สัมผัสโดยผิวหนัง หากใครที่แพ้จะมีอาการคันๆ เดี๋ยวจะหมดอารมณ์ทำอาหารไปซะก่อน

ชวนทำผงโรยข้าวรสอูมามิ จากผักไชยา คะน้าต้น ปลูกง่าย ตากยาก

ถ้าเด็ดใบแก่ใบใหญ่ทำอาหารก็พอได้ แต่นิยมเด็ดใบอ่อนจะอร่อยกว่า ส่วนที่เป็นก้านให้ตัดออก แช่น้ำล้างยาง ล้างฝุ่นให้สะอาด สะเด็ดน้ำเล็กน้อย ก่อนจะนำไปประกอบอาหาร

ชวนทำผงโรยข้าวรสอูมามิ จากผักไชยา คะน้าต้น ปลูกง่าย ตากยาก

 ถ้าจะปลูกต่อให้เหลือยอดไว้หน่อย เลือกกิ่งติดยอดยาวสัก 1 คืบ หรือ 1 ไม้บรรทัดก็ได้ทั้งนั้น ตัดเฉียง 45 องศา เพื่อง่ายกับการเอากิ่งปักดิน และจะได้ไม่หลงด้วยว่าฝั่งไหนเป็นหัวเป็นท้ายเมื่อต้องตัดหลายๆ ท่อน วางไว้ที่แสงรำไร 7 วัน รากงอกดีเมื่อไร ให้ปลูกลงดินในกระถางแล้วนำออกแดด ก็จะได้ต้นใหม่ 

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

สำหรับการปลูก ไม่ยาก ไม่ซับซ้อน ถ้ายังไม่ว่างปลูกให้แช่น้ำไว้ก่อน รอให้กิ่งแตกรากอ่อนแล้วนำลงดิน เมื่อเริ่มแข็งแรง สูงขึ้นอีกสัก 2 เท่าตัว ค่อยเริ่มเด็ดใบอ่อนไปประกอบอาหาร กินได้ต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งตัดยิ่งแตกกิ่งก้าน พอถึงหน้าฝนทีไร ต้องรีบปลูกไชยาให้ได้ จะเติบโตได้ดีมาก เป็นผักอวบน้ำ สูงได้ถึง 6 เมตรเลยทีเดียว แต่ส่วนตัวชอบย่อขนาดด้วยการปลูกในกระถางเล็ก คล้ายๆ การทำบอนไซ สวยงามด้วย ตัดกินสะดวกด้วย

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

ยอดใบผักไชยาไม่แนะนำกินสด เพราะมีคลูโดไซด์ ซึ่งจะปล่อยสารไซยาไนด์อ่อนๆ ควรทำให้สุกด้วยความร้อน ด้วยการต้มหรือลวกน้ำเดือดประมาณ 5 นาที บางคนนิยมเอาน้ำต้มผักไชยามาดื่มคล้ายๆ น้ำชา บางตำราก็มีเข้าสูตร ปั่นรวมเป็นน้ำคลอโรฟิลล์ แต่ข้อควรระวังคือ เลี่ยงการต้มในภาชนะที่เป็นอะลูมิเนียม จะทำให้น้ำต้มเป็นพิษได้ 

 อย่างไรก็ตาม เราควรกินผักให้หลากหลาย ไม่กินอะไรซ้ำๆ ติดต่อกันนาน มีประโยชน์ก็มีโทษได้เช่นเดียวกัน

พื้นฐานของใบของผักไชยามีกรดอะมิโนสูงมาก เป็นผักกินใบไม่กี่ชนิดที่มีกรดอะมิโนมากกว่าใบหม่อน เป็นที่มาของรสกลมกล่อมหรืออูมามินั่นเอง คนนิยมนำใบไชยามาเป็นส่วนประกอบในการหมักซีอิ๊ว

ไชยากินได้ตั้งแต่ใบจรดถึงก้าน ส่วนจะนำมาทำอะไรกิน ผมอยากแนะนำคร่าวๆ แบบกลั่นออกมาจากประสบการณ์ที่เคยนำมาทำอาหารกินล้วนๆ

ใบใหญ่ใบแก่ ถ้าผัดหั่นให้ชิ้นเล็กลงหน่อยจะกินง่าย ก่อนสะดุ้งด้วยไฟแรงๆ ถ้าโดนความร้อนจากการชุบแป้งแล้วทอด จะไม่เหนียวและลืมความเหม็นเขียวไปเลย

ใบเล็กลงมา ใช้แกงตามสะดวก ยอดอ่อนเล็กๆ มีความสวยงามคล้ายใบเมเปิ้ล มีความมันเป็นพิเศษ

ส่วนที่เป็นกิ่งก้านแข็งๆ เลือกกิ่งที่อ่อนหน่อยมีสีเขียว ปอกเปลือกออก ด้านในกิ่งอ่อนจะมีความฉ่ำกรุบกรอบ ซ่อนความอร่อยไว้ จะเป็นส่วนที่มีความหวานเฉพาะตัวซึ่งหลายคนมองข้ามไป หั่นแฉลบเป็นแว่น หน้าตาจะคล้ายยอดผักคะน้า ลวกน้ำร้อนเบาๆ น็อกน้ำแข็งเย็นๆ เสิร์ฟเป็นผักสดติดบ้านได้ดีเลย เอามากินเคียงกับยำสารพัดส้มตำ รสชาติชั้นหนึ่งลืมยอดคะน้า ใช้แทนแตงกวา ความหวานความกรอบมาครบ หน้าตาดีอีกด้วย

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

หากเราใช้ใบผักไชยาไม่หมดก็ไม่ต้องเสียดาย ประเดี๋ยวลุงรีย์ชวนเข้าครัว ทำผงโรยข้าวติดบ้าน จากผักไชยาไปด้วยกัน

อุปกรณ์

  1. ใบไชยา
  2. หม้ออบลมร้อน (ถ้ามี)
  3. ครกหรืออุปกรณ์บด
  4. ตะแกรง
  5. งาดำ งาขาว พริกป่น สาหร่าย มะแขว่น หรือส่วนผสมอื่นๆ ตามชอบ
  6. ขวดหรือกระปุกเล็กๆ

ขั้นตอนการทำผงโรยข้าวผักไชยา

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

1. นำใบไชยาที่ล้างน้ำสะอาดแล้วเคล้าดอกเกลือให้ทั่ว ใช้เกลือดึงน้ำออกจากใบผักไชยาให้อ่อนตัวลง ทิ้งไว้ 30 นาที

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร
สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

2. เมื่อใบไชยาอ่อนตัวลง ใช้มือขยำใบไชยาแรงๆ พร้อมฉีกใบให้เล็กลง รีดน้ำออกให้ได้มากที่สุด

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร
สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

3. คลี่ผักไชยาที่ไล่น้ำออกเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมนำไปตากแดดหรืออบในเตาอบลมร้อน ไล่ความชื้นอบจนแห้งกรอบ

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร
สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

4. นำใบไชยาที่อบแห้งแล้วมาบดให้เป็นผง ความหยาบ-ละเอียดตามใจชอบ ร่อนผ่านตะแกรง จะได้ผงโรยข้าวไชยา

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

5. หากต้องการเพิ่มรสชาติ กลิ่น และสัมผัสที่ซับซ้อนขึ้น ใส่งาดำ งาขาว พริกป่น สาหร่าย มะแขว่น ตามใจชอบ 

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

6. หาขวดเล็กๆ หรือกระปุกขนาดถนัดมือ ใส่วัสดุดูดความชื้นไว้ จะเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

ได้ผงโรยข้าวจากต้นผงชูรสหรือผักไชยาติดบ้านไว้ เพิ่มสีสัน เพิ่มสารอาหาร เพิ่มรสชาติ ให้ข้าวเปล่ากินสนุกขึ้น แถมยังใช้ปรุงอาหารได้อีกด้วย ผักไชยาปลูกก็ง่าย ทำผงโรยข้าวก็อร่อยไม่ยาก ลองทำตามกันได้เลย

สอนปลูกผักไชยา และวิธีทำผงโรยข้าวง่ายๆ ไว้เพิ่มรสอูมามิให้อาหาร

Writer & Photographer

Avatar

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

9 กุมภาพันธ์ 2566
14

ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัย ทั้งยังช่วยทะนุถนอมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้มีความนุ่มนวลและมีกลิ่นหอม

แต่หลายครั้ง กลิ่นหอมที่ว่ากลับกลายเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ บางคนอาจรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่น หรือหนักกว่านั้นอาจเกิดอาการแพ้และระคายเคืองตามผิวหนัง

ฉะนั้น การทำน้ำยาปรับผ้านุ่มใช้เองด้วยวัตถุดิบใกล้ตัวที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะนอกจากช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย

ผู้ที่มาเผยสูตรไม่ลับฉบับแม่บ้านวัยเกษียณในครั้งนี้ คือ นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ จากการแพ้กลิ่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สู่การทำน้ำยาปรับผ้านุ่มจากวัตถุดิบง่าย ๆ อย่างเปลือกส้มกับน้ำส้มสายชู

เราขอเรียกสิ่งมหัศจรรย์นี้ว่า ‘น้ำยาอเนกประสงค์’ เพราะสรรพคุณครอบคลุมทั้งเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม สเปรย์ทำความสะอาดเตาแก๊ส โต๊ะอาหาร หรือเช็ดกระจกภายในบ้านก็ได้เช่นกัน

เรื่องส้ม ๆ 

น้ำยานี้มีส่วนผสมง่าย ๆ แค่น้ำส้มสายชูกับเปลือกส้ม ที่เราใช้น้ำส้มสายชู เพราะเป็นกรดอะซิติก (Acetic Acid) กรดอินทรีย์ชนิดอ่อน ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับชื้น กำจัดกรดบนเสื้อผ้าที่มาจากเหงื่อและไขมันของร่างกาย ในขณะที่ผงซักฟอกหรือสบู่ที่ใช้ซักล้างมีความเป็นด่าง การขจัดคราบไขมันออกไปทำให้เนื้อผ้าแฟบ ขาดความฟู เลยต้องใช้น้ำส้มสายชูที่มีความเป็นกรดมาแก้ด่างอีกที เพื่อคืนความฟูนุ่มสลวยให้กับเสื้อผ้า 

ที่จริงแล้วเราจะใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักเพิ่มกลิ่นลงไปเพื่อให้เกิดความหอม หรือใช้หัวน้ำหอมผสมก็ได้ แต่อีกทางเลือกหนึ่งคือเปลือกส้มที่มีกันทุกบ้านแต่มักจะทิ้งไป

เปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหย (Estential Oil) เป็นส่วนประกอบหลายชนิด มีการศึกษาว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการบรรเทาความเครียด ปรับสมดุลผิว ที่สำคัญคือต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เพื่อไม่ให้เปลือกส้มถูกทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์ เราก็ใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติแทนน้ำหอมได้เลย

นอกจากเปลือกส้ม ยังมีเปลือกผลไม้ชนิดอื่นในตระกูลเดียวกันที่มีน้ำมันหอมระเหย เช่น ส้มโอ มะกรูด มะนาว ดังนั้น เลือกใช้แทนกันได้ตามความชอบและความสะดวก

เอาล่ะ มาเริ่มทำน้ำยาอเนกประสงค์กันเลย!

ส่วนผสมและอุปกรณ์

  1. เปลือกส้มหรือเปลือกผลไม้ตระกูลเดียวกัน แนะนำว่าควรใช้เป็นส้ม เพราะหาง่ายและราคาถูก
  2. น้ำส้มสายชูเจือจาง 5 เปอร์เซ็นต์ (ยี่ห้อไหนก็ได้ ถูกที่สุดก็ย่อมได้)
  3. ใบโรสแมรี่ (อันนี้ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  4. โหลแก้ว ขวดแก้ว และขวดสเปรย์พลาสติก
  5. มีด
  6. เครื่องคั้นน้ำส้ม
  7. อื่น ๆ ตามความต้องการ

วิธีการทำ

#01

หั่นส้มแบ่งครึ่งกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ หรือปอกเปลือกเอาเนื้อส้มเก็บไว้รับประทานก็ทำได้

#02

คั้นน้ำส้มที่หั่นครึ่งเอาไว้สำหรับเป็นเครื่องดื่ม

#03

ใช้มีดปาดเปลือกส้มเป็นชิ้น ๆ หากส้มมีเปลือกหนา แต่ถ้าเป็นส้มเปลือกบางก็ไม่จำเป็นต้องใช้มีด

#04

นำเปลือกส้มใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ คือ โหลแก้ว ขวดแก้ว หรือขวดสเปรย์

#05

เทน้ำส้มสายชูให้ท่วมเปลือกส้มที่จัดเรียงในภาชนะที่เตรียมไว้

#06

หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอม ให้นำใบโรสแมรี่ใส่ลงไป

#07

ปิดฝาและแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน

#08

เมื่อครบ 7 วัน ให้กรองเอาเปลือกส้มออก ก่อนนำน้ำที่ได้ไปใช้เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือสเปรย์ทำความสะอาด

ใช้ส้มให้มากกว่าส้ม

หากอยากได้ประโยชน์คูณสอง อาจนำเปลือกส้มที่กรองออกไปใช้ประโยชน์ต่อด้วยการหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เป็นการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณขยะในบ้านได้เยอะขึ้น

เมื่อได้น้ำยาอเนกประสงค์แล้ว ลองมาดูต่อว่าจะใช้งานอย่างไรต่อไป แต่ขอบอกก่อนว่าง่ายแสนง่าย ยิ่งกว่าปอกส้มเข้าปากเสียอีก

วิธีการใช้งาน

#01

ใช้น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยเปลือกส้มแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มได้เลย วิธีการคือ เทใส่ในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มของเครื่องซักผ้า หรือใช้ในปริมาณ 1 ถ้วยตวง (250 มิลลิลิตร) ผสมน้ำแช่เสื้อผ้าในกะละมังก็ได้

#02

ใช้สำหรับฉีดทำความสะอาดบริเวณเตาแก๊ส โต๊ะอาหาร หรือกระจกเงา เพื่อขจัดความมันและสิ่งสกปรก

#03

ใช้ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจานชาม เพื่อความสะอาดขั้นสุด

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

โตมร เช้าสาคร

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load