9 กุมภาพันธ์ 2565
4.64 K

หยิบพู่กัน วางจานสี และคลี่กระดาษให้พร้อม เพราะ Staycation รอบนี้ จะชวนทุกคนมาทำสีโปสเตอร์จากธรรมชาติใช้เอง โดยใช้วัตถุดิบอุปกรณ์ที่มีทุกบ้าน พร้อมทั้งของเหลือใช้ที่ไม่อยากให้แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นขยะ

เป็นธรรมดาที่ด่านสุดท้ายของสิ่งที่ไม่ใช้แล้วหรือผลิตภัณฑ์หมดอายุ คือ ถังขยะ เพราะในเมื่อหมดวาระการใช้งานหรือกินไม่ได้ เราก็มักจะทิ้งมันไป ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ของเหล่านั้นยังมีคุณค่าอีกมากมายที่ถูกมองข้าม

หนึ่งในนั้นคือการนำมาแปรรูปเป็นสิ่งใหม่ เราอาจจะคุ้นตาถ้าหากว่าเป็นการรีไซเคิลจากขวดน้ำ หรือกล่องพัสดุต่าง ๆ แต่ถ้าพูดถึงดอกไม้และอาหารที่หมดอายุแล้ว คงจะนึกไม่ถึงว่าสิ่งของพวกนี้จะนำมาทำอะไรได้อีก ครั้งนี้เราจะมาเปลี่ยนภาพจำให้กับของที่ถึงหมดอายุบนฉลากรอวันทิ้งไป ให้กลายมาเป็นสีโปสเตอร์พร้อมผ่อนคลายในซัมเมอร์อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

สีโปสเตอร์จากธรรมชาติอาจจะต่างจากสีโปสเตอร์ที่ทุกคนรู้จักไปสักเล็กน้อย ในเรื่องของความบางเบากว่าของเฉดสี และที่สำคัญคือกระบวนการทำกว่าจะได้แต่ละสีมา ความสนุกอยู่ที่การตามหาวัสดุที่มีสีสันถูกใจ และเราจะไม่มีทางรู้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าสีที่ออกมาจะเป็นไปตามที่คิดหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ สิ่งของเหล่านั้นจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ก่อนอื่นก็ต้องพาไปทำความรู้จักกับเจ้าของไอเดียในวันนี้ก่อน ลูกยาง-วีรพล วงศ์เทวัญ คือคนที่มาเปิดโลกเราเรื่องของสีโปสเตอร์ และยังถ่ายทอดมุมมองความคิดที่น่าสนใจเช่นเดียวกับการทำสีอีกด้วย

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

รักแรกพบ

“เราชอบคาแรกเตอร์ของสีโปสเตอร์” เจ้าของบ้านเริ่มต้นเล่าที่มาของสิ่งนี้ให้เราฟังด้วยท่าทีสบาย ๆ และเป็นกันเอง แต่เต็มไปด้วยประกายความตื่นเต้นเมื่อได้พูดถึงสิ่งที่เขาสนใจ สีโปสเตอร์ก็มีมากมายทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งนั่นทำให้เราอยากรู้ต่อว่า แล้วทำไมต้องเป็นสีที่มาจากธรรมชาติจากของที่ไม่ใช้แล้ว

 “เรามองว่าการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ว่าคนอาจจะห่างเหินไป” 

ความสนใจเรื่อง Eco ของลูกยาง เริ่มต้นมาจากการเรียนจบมาทางด้าน Product Design จึงต้องรู้ที่มาที่ไปของวัสดุ ไปจนถึงกระบวนการสุดท้ายว่านำไปต่อยอดอะไรได้บ้าง ซึ่งสิ่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงทฤษฎี แต่สำหรับลูกยาง เขาปฏิบัติสิ่งนี้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญและรักมากพอ ๆ กับการออกแบบ จริงอยู่ที่สังคมปัจจุบันหันมาตระหนักและชวนกันรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่บางวิธีปฏิบัติก็ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

“เราเลือกหยิบจับอะไรที่เหมาะสมกับเรา และเราทำได้ดีกว่า บางทีถ้าให้ถือกล่องข้าวไปที่ร้านค้าให้เขาใส่มา มันทำไม่ได้ทุกวัน” นี่เองจึงเป็นที่มาว่าทำไมลูกยางถึงสนใจการทำสีจากธรรมชาติ เพราะเขามองว่าเป็นการลดขยะ และเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วในสไตล์ของเขา 

“สุดท้ายเราก็รู้ว่า Eco มันคืออะไรก็ได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” แค่เพียงได้ฟังคอนเซ็ปต์เหล่านี้ พร้อมกับสังเกตสิ่งของในบ้านที่มีทั้งปากกาจากหลอดทดลอง หรือแจกันหุ้มกระดาษจากดอกดาวเรือง เราก็รู้สึกเลยว่าบ้านหลังนี้ต้องเป็นที่ที่สนุก และเต็มไปด้วยความผูกพันของบ้านกับธรรมชาติแน่ ๆ

ลูกยางเล่าว่า ในช่วงแรกที่อยู่บ้านนาน ๆ ก็เบื่อเหมือนกัน มองไปในบ้านก็เห็นแต่ทีวีที่คุ้นตา โซฟาที่คุ้นเคย จนเมื่อเหลือบไปเจอกาแฟและผงชาเขียวที่หมดอายุ จึงเกิดไอเดียอยากนำมาแปรรูปไม่อยากทิ้งไปให้สูญเปล่า ประกอบกับความรู้ด้านการเรียนออกแบบและความชอบสีโปสเตอร์ จึงลองนำกาแฟและผงชาเขียวมาสกัดทำสีจากการดูสูตรและพลิกแพลงเอง เมื่อผลลัพธ์ออกมาดีเป็นที่น่าพอใจ จึงขยับขยายไปที่อัญชันหน้าบ้าน ชบาบ้าง ตามมาด้วยปูนแดงและขมิ้นผงที่ซ่อนตัวอยู่ในครัวมานาน 

ตกหลุมรัก ขึ้นไม่ไหว

จากการลองผิดลองถูกในครั้งแรก สู่การค้นพบความสนุกบทใหม่ของชีวิต รู้ตัวอีกทีก็มีสีหลากหลายเต็มไปหมดแต่ก็ไม่สามารถมีครบทั้งวงจรสีได้ เพราะข้อจำกัดของความเป็นวัสดุจากธรรมชาติ แต่ถึงจะมีไม่ครบ ก็เพียงพอที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกขาดอะไรไป ส่วนสีที่ได้มา เนื้อสีส่วนใหญ่จะค่อนไปทางเอิร์ธโทน พาสเทล เพราะสกัดมาจากธรรมชาติ บวกกับการผสมกาวและแป้งซึ่งเป็นสีขาว เลยทำให้สีอ่อนจางลง 

ถึงตรงนี้บางคนอาจจะมีคำถามในใจว่า แล้วถ้าเราต้องการสีที่เข้มมาก ๆ การใช้สีที่มีขายอยู่แล้วจะไม่ตอบโจทย์กว่าเหรอ ซึ่งลูกยางก็ได้ไขข้อข้องใจตรงนั้นไว้ว่า 

“สิ่งที่ได้จากการทำสีจากธรรมชาติ เราว่ามันสนุก และสีอุตสาหกรรมเลียนแบบไม่ได้” ความโปร่งแสง มิติ ความอ่อนโยน และความเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่สีอุตสาหกรรมแทนที่ไม่ได้ สีอุตสาหกรรมระบายสีไหนก็เป็นสีนั้นเลย แต่สีธรรมชาติเมื่อระบายลงไปบนกระดาษ สีก็จะแปรเปลี่ยนไปตาลกาลเวลา

เจ้าดอกไม้ตอนนี้เธอไปอยู่ไหน

ดอกไม้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในแจกันอีกต่อไป แต่กลับกลายมาเป็นสีสันตระการตาอยู่ตรงหน้า เมื่อสักครู่เจ้าของบ้านเพิ่งพาเราไปเก็บดอกอัญชันที่ปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อมาสาธิตการทำสีในวันนี้ นอกจากดอกอัญชันที่อยู่ตรงหน้าเรา ยังมีชาร์ตสีแผ่นใหญ่ ที่รวมสีทั้งหมดที่ลูกยางเคยทำทั้งจากดอกไม้และอาหาร ไม่ว่าจะเป็นดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ กระเจี๊ยบ หรือว่าใบเตย เมื่อเราเห็นเฉดสีมากมาย เลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามีดอกไม้อะไรที่นำมาทำไม่ได้บ้างหรือเปล่า

  “ที่ไม่เวิร์ก เราว่ามันไม่มี เพราะว่าสีมันแตกต่างกัน แล้วมันก็เป็นคาแรกเตอร์ของเขา” ก็จริง แต่ละดอกไม่เหมือนกันฉันใด สีที่ออกมาก็มักจะต่างกันฉันนั้น แต่ลูกยางก็แนะนำว่าก็มีบ้างบางดอกที่ไม่ค่อยออกสี อย่างเช่น ใบเตยและชงโค เคยลองทำชงโคแล้วสีจะออกตุ่น ๆ ทึบ ๆ แต่ก็แล้วแต่ความชอบของคน หรืออย่างบางกลุ่มจะเป็นดอกที่ต้มเฉย ๆ ไม่ได้ เพราะจะไม่ออกสี จึงต้องมีการบดกลีบลงไปด้วย เช่น ชบาและกุหลาบ ซึ่งพอใส่กลีบลงไปก็จะทำให้สีเข้มขึ้น และเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้เนื้อสี ทำให้การสร้างสรรค์สนุกสนานยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียของการใส่กลีบคือจะขึ้นราไว

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

การทำสีนี้ จึงเหมาะสำหรับเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง รวมทั้งกับคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เหมาะสำหรับทำร่วมกันแล้วใช้ ณ ตอนนั้นเลย แต่ถ้าหากจะทำเก็บไว้ใช้เองก็ทำได้ แต่ต้องระวังเรื่องเชื้อรา ข้อที่ต้องคำนึงอยู่เสมอเลยคือ อากาศมีผลต่อสีธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าทำเสร็จ เราขอแนะนำให้เก็บใส่ขวดโหลเล็ก ๆ หรือกระปุกที่มีฝาปิดอย่างแน่นหนา ไม่ให้อากาศเข้าไปด้านใน ซึ่งอาจจะทำให้สีเกิดเชื้อราได้

ตอนนี้ลูกยางกำลังจะจัดเวิร์กชอปสอนทำสีโปสเตอร์จากธรรมชาติเป็นครั้งแรกแบบออนไลน์ในงาน Bangkok Design Week 2022 มาในคอนเซ็ปต์ Home Economy โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการคหกรรมและการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามรายละเอียด วันและเวลา ได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก ‘Lukyang’ 

ถ้าใครสนใจเราขอแนะนำให้กดติดตามและส่องเช้าส่องเย็นที่เพจได้เลย แต่ถ้าอยากทำสีไปพลางในกลางวันว่าง ๆ ตอนนี้ ก็เตรียมหยิบวัตถุดิบอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วไปทำพร้อมกันตามวิธีทำด้านล่างนี้ได้เลย!

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

ก่อนเตรียมวัตถุดิบอุปกรณ์ทำสี เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเลือกดอกไม้และอาหารหมดอายุมาฝาก

วิธีเลือกดอกไม้ : เลือกดอกที่มีสีสันชัดเจนในตัวเอง จะเป็นดอกไม้สดหรือแห้งก็ได้หมด เพราะสีที่ออกมาจะไม่ได้ต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้ เลือกได้ตามความสะดวก และเลือกจากสิ่งที่มีใกล้ตัวได้เลย

วิธีเลือกอาหาร : ถ้าอาหารที่หมดอายุ แนะนำเป็นพวกผง ๆ ชา กาแฟ หรือผงผักก็ใช้ได้ สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือสิ่งนั้นต้องให้สีและต้องเป็นผง ข้อดีของสีจากอาหารคือสีจะไม่ค่อยจางแม้เวลาผ่านไป

วัตถุดิบ

  1. ดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้ง
  2. ผงกาแฟ (ยี่ห้อใดก็ได้ แต่ไม่แนะนำแบบ 3 in 1 เพราะนมมีผลต่ออายุการใช้งานของสี)
  3. น้ำสะอาด
  4. กาวลาเท็กซ์
  5. แป้งมันสำปะหลัง
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

อุปกรณ์

  1. หม้อต้มน้ำหรือกาน้ำร้อน
  2. ถ้วย / ชามทนความร้อน สำหรับสกัดสีจากดอกไม้และกาแฟ
  3. ถ้วย / ชาม สำหรับคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
  4. ถ้วยตวง / ช้อนตัก 
  5. ช้อนคน / ไม้พาย
  6. พู่กัน
  7. ขวดโหล / กระปุก / ตลับ ที่มีฝาปิดแน่นหนา สำหรับใส่สีโปสเตอร์ที่ทำเสร็จแล้ว

วิธีทำสีจากดอกอัญชันสด

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ต้มน้ำเดือดพร้อมใส่ดอกอัญชันลงไป (ถ้าไม่สะดวก ใช้กาน้ำร้อนแทนได้ตามขั้นตอนถัดไป) ปริมาณขึ้นอยู่กับความต้องการสีเข้มหรือสีอ่อน ถ้าอยากได้เข้มให้ใส่ดอกไม้หลายดอกกับน้ำนิดหน่อย แต่ถ้าอยากได้อ่อนให้ใส่ดอกไม้นิดเดียว และเติมน้ำตามต้องการ 
  2. นำดอกอัญชันสดใส่ภาชนะ แล้วรินน้ำร้อนตาม แช่ทิ้งไว้สักครู่
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ใส่กาวลาเท็กซ์ประมาณ 10 ml.
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ใส่แป้งมันสำปะหลังประมาณ 10 กรัม
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. เทน้ำสกัดสีที่ได้การการแช่น้ำร้อนใส่ชามว่าง (ในที่นี้ประมาณ 10 ml.) ใส่แป้ง กาว และสี ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน กะเอาจากความรู้สึกได้เลย ไม่มีสูตรตายตัว แป้งทำให้สีเกิดความข้น ซึ่งแป้งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสีโปสเตอร์อยู่แล้ว ส่วนกาวทำให้สีแห้งและเกาะกระดาษ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. คนส่วนผสมทั้ง 3 อย่าง สี แป้ง กาว ให้เข้ากัน
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ลองทาลงบนกระดาษได้เลย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถ้าอยากได้เข้มขึ้นก็เติมสีเพิ่ม ถ้าอยากได้อ่อนลงก็เติมแป้งและกาวเข้าไป สามารถปรับเฉดและพลิกแพลงได้ตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เทสีที่ได้เก็บใส่ขวดแล้วปิดฝาให้สนิท

วิธีทำสีจากกาแฟ

ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ตักกาแฟใส่ถ้วย 
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. รินน้ำร้อนลงไปเหมือนเวลาชงกาแฟดื่มแต่ไม่ต้องใส่น้ำเยอะ ปริมาณขึ้นอยู่กับความต้องการสีเข้มหรือสีอ่อน ถ้าอยากได้เข้มให้ใส่กาแฟหลายช้อนกับน้ำนิดหน่อย แต่ถ้าอยากได้อ่อนให้ใส่กาแฟนิดเดียวและเติมน้ำตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ใส่แป้งมันสำปะหลังประมาณ 10 กรัม
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ใส่กาวลาเท็กซ์ตามลงไปประมาณ 10 ml. 
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เทกาแฟที่ชงแล้วใส่ถ้วยเปล่าประมาณ 10 ml. ใส่แป้ง กาว และสี ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน กะเอาจากความรู้สึกได้เลย ไม่มีสูตรตายตัว แป้งทำให้สีเกิดความข้น ซึ่งแป้งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสีโปสเตอร์อยู่แล้ว ส่วนกาวทำให้สีแห้งและเกาะกระดาษ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. คนส่วนผสมทั้ง 3 อย่าง สี แป้ง กาว ให้เข้ากัน
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ทดลองทาลงบนกระดาษได้เลย ถ้าอยากได้เข้มขึ้นก็เติมสีเพิ่ม ถ้าอยากได้อ่อนลงก็เติมแป้งและกาวเข้าไป สามารถปรับเฉดและพลิกแพลงได้ตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เมื่อได้สีที่ชอบ เทสีใส่ขวดปิดฝาให้แน่น
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ทดลองกับวัตถุดิบต่าง ๆ แล้วเก็บสีโปสเตอร์ทำเองไว้เป็นคอลเลกชันสีส่วนตัวได้เลย

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

16 มิถุนายน 2565
1.66 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

เมื่อต้องรับหน้าที่ช่วยแม่ (บังอร ริ้วบำรุง) หรือคุณยายอรของทุกคน คิดและเขียนว่าจะชวนทำอะไรสำหรับ Staycation ในช่วงสัปดาห์ The Cloud Golden Week นี้ ฉันคิดถึงขนมหอมอร่อยของแม่หลายอย่าง คงเพราะช่วงนี้เห็นแม่ง่วนทำขนมอยู่หน้าเตาถ่านเล็ก ๆ ทั้งวัน “ทำเมี่ยงคำไหม” แม่ว่า เพราะเห็นว่าน่าจะเหมาะกับอากาศในช่วงนี้ที่มีฝนตกบ่อย พาลจะเป็นหวัดเป็นไข้กันง่าย ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำ เป็นขนมที่แม่ทำให้กินตั้งแต่เด็ก คงเป็นเพราะมีวัตถุดิบมากมายในสวน ทั้งมะพร้าวหลายสิบต้นที่อยู่ปลายสวน และต้นทองหลาง 2 ต้นใหญ่ริมคลอง เวลาแม่ทำเมี่ยงคำ แม่จะเตรียมคั่วมะพร้าวเก็บใส่กระปุกไว้จำนวนมาก เพราะใช้เวลาทำนาน บางทีเพื่อนบ้านก็มาลงแขกช่วยกันหั่นซอยมะพร้าว ช่วยกันคั่วมะพร้าว คั่วถั่ว เป็นเรื่องสนุกของเด็ก ๆ ที่ได้เจอกันในวันพิเศษที่ผู้ใหญ่ช่วยกันเตรียมเครื่องเมี่ยง

ของว่างโบราณ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำเป็นของว่างโบราณที่มีมาช้านาน ดังปรากฏในเอกสารเก่า เป็นของว่างที่มีเครื่องเครามากมาย นำมาห่อรวมกันในใบไม้ อย่างใบทองหลาง ใบชะพลู หรือใบมะยม มีน้ำเมี่ยงเพิ่มรสชาติให้เมี่ยงแต่ละคำอร่อยอย่างลงตัว เมี่ยงคำถือเป็นอาหารปรับสมดุลที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาประกอบกันเป็นเมี่ยงแต่ละคำ ต่างเป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย

เมี่ยงคำประกอบไปด้วย น้ำเมี่ยง เครื่องเมี่ยง และใบห่อเมี่ยง

น้ำเมี่ยง

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

ส่วนผสม

กะปิแท้ ประมาณ 60 กรัม

น้ำตาลมะพร้าวแท้ 500 กรัม

กุ้งแห้งตำ 30 กรัม

มะพร้าวคั่ว 30 กรัม

น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร

ข่าหั่นฝอยนำมาคั่วให้หอมแล้วนำมาตำให้ละเอียด

วิธีทำ

นำน้ำตาลมะพร้าว กะปิ และน้ำ มาละลายให้เข้ากัน จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ แล้วเคี่ยวจนน้ำเมี่ยงเริ่มใสและเหนียวน้อย ๆ (เพราะเมื่อน้ำเมี่ยงเย็นลง จะเหนียวและข้นขึ้นอีกเล็กน้อย) เมื่อยกขึ้นจากเตา ใส่มะพร้าวคั่วที่ตำละเอียดลงไป ตามด้วยกุ้งแห้งที่ตำจนเนื้อเป็นปุย และข่าคั่วตำละเอียด 

*สัดส่วนของกะปิ เลือกปรับใช้ตามความชอบ และให้ระวังว่ากะปิแต่ละเจ้ามีความเค็มไม่เท่ากัน 

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยง

ส่วนผสม

ถั่วลิสงคั่ว

กุ้งแห้งทอด

มะนาวหั่นเต๋า

ขิงหั่นเต๋า (ใช้ขิงกลางแก่กลางอ่อน ขิงอ่อนไม่มีรสชาติ ถ้าแก่เกินไปจะเป็นเสี้ยนและเผ็ดเกิน)

หอมแดงไทยหั่นเต๋า

พริกขี้นกหรือพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยงของคุณยายอรครั้งนี้มีใบผักก้านก่อง (ดาวกระจายป่า) ตะลิงปลิง และดอกอ่อมแซบสีขาวที่ปลูกไว้ในสวนมาเพิ่มคุณค่า รสชาติ และความสวยงามให้ห่อเมี่ยงคำด้วย

เรามองว่าเป็นเรื่องสนุก ถ้าหากใครจะลองเพิ่มเติมอะไรลงไปให้เป็นเมี่ยงคำสูตรของตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใส่ลงไปแล้ว เมี่ยงคำของเราต้องอร่อยขึ้นและน่าทานขึ้น

Tips 

เมี่ยงคำของเราจะอร่อยมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรส่วนผสมต่าง ๆ กะปิดี น้ำตาลดี เลือกมะนาว ขิง หอมแดง พริก และใบไม้ปลอดสาร จะทำให้เราวางใจในเมี่ยงทุกคำ

มะพร้าวคั่ว

มะพร้าวแห้งที่ปอกเปลือกนอกออกเหลือแต่กะลา นำไปตากแดดสัก 1 แดด นำมากะเทาะกะลาออกให้เหลือแต่เนื้อมะพร้าว นำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วซอยขวางเป็นเส้นเล็ก ๆ ซอยให้ชิ้นเสมอเท่ากัน เพื่อเวลาคั่วจะได้สีเหลืองเสมอและกรอบอร่อย คุณยายเลือกใช้เตาถ่านคั่วไฟกลาง ๆ จนเหลืองเข้ม แต่ไม่ให้สีแก่เกินจนไหม้ขม ไฟแรงเกินก็ไหม้เร็ว ไฟอ่อนเกินก็ทำให้มะพร้าวไม่หอมอย่างที่ต้องการ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง
ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

การคั่วถั่วใช้ไฟเหมือนคั่วมะพร้าว คั่วไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหอม โดยอย่าใช้ไฟแรง ทิ้งไว้ให้คลายความร้อนจะกรอบขึ้น บี้เปลือกถั่วออก แล้วฝัดเอาเปลือกถั่วออกให้หมด (ขั้นตอนนี้เด็ก ๆ ชอบนัก แต่ระวังจะเหลือถั่วไม่เท่าเดิม เพราะหกไปบ้าง หรืออยู่ในท้องเด็ก ๆ บ้าง)

เมื่อผึ่งมะพร้าวและถั่วให้คลายความร้อนจนเย็นสนิท ให้เก็บใส่โหลไว้ แล้วปิดฝาให้สนิท ก็จะเก็บได้นาน

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ใบห่อเมี่ยง

แม่จะใช้ใบไม้อยู่ 3 ชนิด คือ ใบทองหลาง ใบชะพลู และใบมะยม ในการห่อเมี่ยง ใบทองหลางให้รสชาติออกมัน ๆ ใบชะพลูมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนใบมะยมก็มีรสชาติดี ออกเปรี้ยว แต่น่าเสียดายที่ใบมะยมมีขนาดเล็ก ห่อเมี่ยงคำได้เพียงคำเล็ก ๆ เท่านั้น นอกเหนือจากใบไม้ 3 ชนิดนี้ บางทีก็เห็นคนใช้ใบคะน้า ใบกลีบบัวแดง มาห่อเมี่ยงเช่นกัน 

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ทานอย่างไร ทานกับใคร

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ นำเครื่องเมี่ยง ใบเมี่ยง และน้ำเมี่ยง มาจัดวางในจานให้สวยงามพร้อมทาน หยิบใบไม้มาพับเป็นกรวย แล้วใส่เครื่องเมี่ยงอย่างละนิดลงไป จากนั้นราดด้วยน้ำเมี่ยง ห่อเป็นคำ แล้วนำเข้าปากเคี้ยวไปพร้อม ๆ กัน จะได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว

เมี่ยงคำเป็นของว่างที่นิยมทานด้วยกันหลาย ๆ คน เพราะสนุกและอร่อยกว่า ถือเป็นอาหารผูกสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้านและในหมู่เพื่อนได้เป็นอย่างดี

มานั่งล้อมวงทานเมี่ยงคำกันค่ะ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

บังอร ริ้วบำรุง

คุณยายอร เติบโตและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ริมน้ำท่าจีน ชอบแต่งตัวสวย ๆ ชอบเข้าสวนไปเก็บเมล็ดพันธ์ุดอกไม้ เพาะไปเรื่อย ๆ ชอบทำขนมด้วยเตาถ่าน ตำแหน่งปัจจุบัน คนจัดดอกไม้และแม่ครัวขนมประจำร้าน Little Tree

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load