9 กุมภาพันธ์ 2565
6 K

หยิบพู่กัน วางจานสี และคลี่กระดาษให้พร้อม เพราะ Staycation รอบนี้ จะชวนทุกคนมาทำสีโปสเตอร์จากธรรมชาติใช้เอง โดยใช้วัตถุดิบอุปกรณ์ที่มีทุกบ้าน พร้อมทั้งของเหลือใช้ที่ไม่อยากให้แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นขยะ

เป็นธรรมดาที่ด่านสุดท้ายของสิ่งที่ไม่ใช้แล้วหรือผลิตภัณฑ์หมดอายุ คือ ถังขยะ เพราะในเมื่อหมดวาระการใช้งานหรือกินไม่ได้ เราก็มักจะทิ้งมันไป ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ของเหล่านั้นยังมีคุณค่าอีกมากมายที่ถูกมองข้าม

หนึ่งในนั้นคือการนำมาแปรรูปเป็นสิ่งใหม่ เราอาจจะคุ้นตาถ้าหากว่าเป็นการรีไซเคิลจากขวดน้ำ หรือกล่องพัสดุต่าง ๆ แต่ถ้าพูดถึงดอกไม้และอาหารที่หมดอายุแล้ว คงจะนึกไม่ถึงว่าสิ่งของพวกนี้จะนำมาทำอะไรได้อีก ครั้งนี้เราจะมาเปลี่ยนภาพจำให้กับของที่ถึงหมดอายุบนฉลากรอวันทิ้งไป ให้กลายมาเป็นสีโปสเตอร์พร้อมผ่อนคลายในซัมเมอร์อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

สีโปสเตอร์จากธรรมชาติอาจจะต่างจากสีโปสเตอร์ที่ทุกคนรู้จักไปสักเล็กน้อย ในเรื่องของความบางเบากว่าของเฉดสี และที่สำคัญคือกระบวนการทำกว่าจะได้แต่ละสีมา ความสนุกอยู่ที่การตามหาวัสดุที่มีสีสันถูกใจ และเราจะไม่มีทางรู้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าสีที่ออกมาจะเป็นไปตามที่คิดหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ สิ่งของเหล่านั้นจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ก่อนอื่นก็ต้องพาไปทำความรู้จักกับเจ้าของไอเดียในวันนี้ก่อน ลูกยาง-วีรพล วงศ์เทวัญ คือคนที่มาเปิดโลกเราเรื่องของสีโปสเตอร์ และยังถ่ายทอดมุมมองความคิดที่น่าสนใจเช่นเดียวกับการทำสีอีกด้วย

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

รักแรกพบ

“เราชอบคาแรกเตอร์ของสีโปสเตอร์” เจ้าของบ้านเริ่มต้นเล่าที่มาของสิ่งนี้ให้เราฟังด้วยท่าทีสบาย ๆ และเป็นกันเอง แต่เต็มไปด้วยประกายความตื่นเต้นเมื่อได้พูดถึงสิ่งที่เขาสนใจ สีโปสเตอร์ก็มีมากมายทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งนั่นทำให้เราอยากรู้ต่อว่า แล้วทำไมต้องเป็นสีที่มาจากธรรมชาติจากของที่ไม่ใช้แล้ว

 “เรามองว่าการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ว่าคนอาจจะห่างเหินไป” 

ความสนใจเรื่อง Eco ของลูกยาง เริ่มต้นมาจากการเรียนจบมาทางด้าน Product Design จึงต้องรู้ที่มาที่ไปของวัสดุ ไปจนถึงกระบวนการสุดท้ายว่านำไปต่อยอดอะไรได้บ้าง ซึ่งสิ่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงทฤษฎี แต่สำหรับลูกยาง เขาปฏิบัติสิ่งนี้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญและรักมากพอ ๆ กับการออกแบบ จริงอยู่ที่สังคมปัจจุบันหันมาตระหนักและชวนกันรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่บางวิธีปฏิบัติก็ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

“เราเลือกหยิบจับอะไรที่เหมาะสมกับเรา และเราทำได้ดีกว่า บางทีถ้าให้ถือกล่องข้าวไปที่ร้านค้าให้เขาใส่มา มันทำไม่ได้ทุกวัน” นี่เองจึงเป็นที่มาว่าทำไมลูกยางถึงสนใจการทำสีจากธรรมชาติ เพราะเขามองว่าเป็นการลดขยะ และเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วในสไตล์ของเขา 

“สุดท้ายเราก็รู้ว่า Eco มันคืออะไรก็ได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” แค่เพียงได้ฟังคอนเซ็ปต์เหล่านี้ พร้อมกับสังเกตสิ่งของในบ้านที่มีทั้งปากกาจากหลอดทดลอง หรือแจกันหุ้มกระดาษจากดอกดาวเรือง เราก็รู้สึกเลยว่าบ้านหลังนี้ต้องเป็นที่ที่สนุก และเต็มไปด้วยความผูกพันของบ้านกับธรรมชาติแน่ ๆ

ลูกยางเล่าว่า ในช่วงแรกที่อยู่บ้านนาน ๆ ก็เบื่อเหมือนกัน มองไปในบ้านก็เห็นแต่ทีวีที่คุ้นตา โซฟาที่คุ้นเคย จนเมื่อเหลือบไปเจอกาแฟและผงชาเขียวที่หมดอายุ จึงเกิดไอเดียอยากนำมาแปรรูปไม่อยากทิ้งไปให้สูญเปล่า ประกอบกับความรู้ด้านการเรียนออกแบบและความชอบสีโปสเตอร์ จึงลองนำกาแฟและผงชาเขียวมาสกัดทำสีจากการดูสูตรและพลิกแพลงเอง เมื่อผลลัพธ์ออกมาดีเป็นที่น่าพอใจ จึงขยับขยายไปที่อัญชันหน้าบ้าน ชบาบ้าง ตามมาด้วยปูนแดงและขมิ้นผงที่ซ่อนตัวอยู่ในครัวมานาน 

ตกหลุมรัก ขึ้นไม่ไหว

จากการลองผิดลองถูกในครั้งแรก สู่การค้นพบความสนุกบทใหม่ของชีวิต รู้ตัวอีกทีก็มีสีหลากหลายเต็มไปหมดแต่ก็ไม่สามารถมีครบทั้งวงจรสีได้ เพราะข้อจำกัดของความเป็นวัสดุจากธรรมชาติ แต่ถึงจะมีไม่ครบ ก็เพียงพอที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกขาดอะไรไป ส่วนสีที่ได้มา เนื้อสีส่วนใหญ่จะค่อนไปทางเอิร์ธโทน พาสเทล เพราะสกัดมาจากธรรมชาติ บวกกับการผสมกาวและแป้งซึ่งเป็นสีขาว เลยทำให้สีอ่อนจางลง 

ถึงตรงนี้บางคนอาจจะมีคำถามในใจว่า แล้วถ้าเราต้องการสีที่เข้มมาก ๆ การใช้สีที่มีขายอยู่แล้วจะไม่ตอบโจทย์กว่าเหรอ ซึ่งลูกยางก็ได้ไขข้อข้องใจตรงนั้นไว้ว่า 

“สิ่งที่ได้จากการทำสีจากธรรมชาติ เราว่ามันสนุก และสีอุตสาหกรรมเลียนแบบไม่ได้” ความโปร่งแสง มิติ ความอ่อนโยน และความเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่สีอุตสาหกรรมแทนที่ไม่ได้ สีอุตสาหกรรมระบายสีไหนก็เป็นสีนั้นเลย แต่สีธรรมชาติเมื่อระบายลงไปบนกระดาษ สีก็จะแปรเปลี่ยนไปตาลกาลเวลา

เจ้าดอกไม้ตอนนี้เธอไปอยู่ไหน

ดอกไม้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในแจกันอีกต่อไป แต่กลับกลายมาเป็นสีสันตระการตาอยู่ตรงหน้า เมื่อสักครู่เจ้าของบ้านเพิ่งพาเราไปเก็บดอกอัญชันที่ปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อมาสาธิตการทำสีในวันนี้ นอกจากดอกอัญชันที่อยู่ตรงหน้าเรา ยังมีชาร์ตสีแผ่นใหญ่ ที่รวมสีทั้งหมดที่ลูกยางเคยทำทั้งจากดอกไม้และอาหาร ไม่ว่าจะเป็นดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ กระเจี๊ยบ หรือว่าใบเตย เมื่อเราเห็นเฉดสีมากมาย เลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามีดอกไม้อะไรที่นำมาทำไม่ได้บ้างหรือเปล่า

  “ที่ไม่เวิร์ก เราว่ามันไม่มี เพราะว่าสีมันแตกต่างกัน แล้วมันก็เป็นคาแรกเตอร์ของเขา” ก็จริง แต่ละดอกไม่เหมือนกันฉันใด สีที่ออกมาก็มักจะต่างกันฉันนั้น แต่ลูกยางก็แนะนำว่าก็มีบ้างบางดอกที่ไม่ค่อยออกสี อย่างเช่น ใบเตยและชงโค เคยลองทำชงโคแล้วสีจะออกตุ่น ๆ ทึบ ๆ แต่ก็แล้วแต่ความชอบของคน หรืออย่างบางกลุ่มจะเป็นดอกที่ต้มเฉย ๆ ไม่ได้ เพราะจะไม่ออกสี จึงต้องมีการบดกลีบลงไปด้วย เช่น ชบาและกุหลาบ ซึ่งพอใส่กลีบลงไปก็จะทำให้สีเข้มขึ้น และเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้เนื้อสี ทำให้การสร้างสรรค์สนุกสนานยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียของการใส่กลีบคือจะขึ้นราไว

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

การทำสีนี้ จึงเหมาะสำหรับเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง รวมทั้งกับคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เหมาะสำหรับทำร่วมกันแล้วใช้ ณ ตอนนั้นเลย แต่ถ้าหากจะทำเก็บไว้ใช้เองก็ทำได้ แต่ต้องระวังเรื่องเชื้อรา ข้อที่ต้องคำนึงอยู่เสมอเลยคือ อากาศมีผลต่อสีธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าทำเสร็จ เราขอแนะนำให้เก็บใส่ขวดโหลเล็ก ๆ หรือกระปุกที่มีฝาปิดอย่างแน่นหนา ไม่ให้อากาศเข้าไปด้านใน ซึ่งอาจจะทำให้สีเกิดเชื้อราได้

ตอนนี้ลูกยางกำลังจะจัดเวิร์กชอปสอนทำสีโปสเตอร์จากธรรมชาติเป็นครั้งแรกแบบออนไลน์ในงาน Bangkok Design Week 2022 มาในคอนเซ็ปต์ Home Economy โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการคหกรรมและการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามรายละเอียด วันและเวลา ได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก ‘Lukyang’ 

ถ้าใครสนใจเราขอแนะนำให้กดติดตามและส่องเช้าส่องเย็นที่เพจได้เลย แต่ถ้าอยากทำสีไปพลางในกลางวันว่าง ๆ ตอนนี้ ก็เตรียมหยิบวัตถุดิบอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วไปทำพร้อมกันตามวิธีทำด้านล่างนี้ได้เลย!

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

ก่อนเตรียมวัตถุดิบอุปกรณ์ทำสี เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเลือกดอกไม้และอาหารหมดอายุมาฝาก

วิธีเลือกดอกไม้ : เลือกดอกที่มีสีสันชัดเจนในตัวเอง จะเป็นดอกไม้สดหรือแห้งก็ได้หมด เพราะสีที่ออกมาจะไม่ได้ต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้ เลือกได้ตามความสะดวก และเลือกจากสิ่งที่มีใกล้ตัวได้เลย

วิธีเลือกอาหาร : ถ้าอาหารที่หมดอายุ แนะนำเป็นพวกผง ๆ ชา กาแฟ หรือผงผักก็ใช้ได้ สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือสิ่งนั้นต้องให้สีและต้องเป็นผง ข้อดีของสีจากอาหารคือสีจะไม่ค่อยจางแม้เวลาผ่านไป

วัตถุดิบ

  1. ดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้ง
  2. ผงกาแฟ (ยี่ห้อใดก็ได้ แต่ไม่แนะนำแบบ 3 in 1 เพราะนมมีผลต่ออายุการใช้งานของสี)
  3. น้ำสะอาด
  4. กาวลาเท็กซ์
  5. แป้งมันสำปะหลัง
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว

อุปกรณ์

  1. หม้อต้มน้ำหรือกาน้ำร้อน
  2. ถ้วย / ชามทนความร้อน สำหรับสกัดสีจากดอกไม้และกาแฟ
  3. ถ้วย / ชาม สำหรับคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
  4. ถ้วยตวง / ช้อนตัก 
  5. ช้อนคน / ไม้พาย
  6. พู่กัน
  7. ขวดโหล / กระปุก / ตลับ ที่มีฝาปิดแน่นหนา สำหรับใส่สีโปสเตอร์ที่ทำเสร็จแล้ว

วิธีทำสีจากดอกอัญชันสด

สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ต้มน้ำเดือดพร้อมใส่ดอกอัญชันลงไป (ถ้าไม่สะดวก ใช้กาน้ำร้อนแทนได้ตามขั้นตอนถัดไป) ปริมาณขึ้นอยู่กับความต้องการสีเข้มหรือสีอ่อน ถ้าอยากได้เข้มให้ใส่ดอกไม้หลายดอกกับน้ำนิดหน่อย แต่ถ้าอยากได้อ่อนให้ใส่ดอกไม้นิดเดียว และเติมน้ำตามต้องการ 
  2. นำดอกอัญชันสดใส่ภาชนะ แล้วรินน้ำร้อนตาม แช่ทิ้งไว้สักครู่
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ใส่กาวลาเท็กซ์ประมาณ 10 ml.
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. ใส่แป้งมันสำปะหลังประมาณ 10 กรัม
สอนทำคอลเลกชันสีโปสเตอร์ DIY จากดอกไม้หน้าบ้านและอาหารหมดอายุในครัว
  1. เทน้ำสกัดสีที่ได้การการแช่น้ำร้อนใส่ชามว่าง (ในที่นี้ประมาณ 10 ml.) ใส่แป้ง กาว และสี ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน กะเอาจากความรู้สึกได้เลย ไม่มีสูตรตายตัว แป้งทำให้สีเกิดความข้น ซึ่งแป้งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสีโปสเตอร์อยู่แล้ว ส่วนกาวทำให้สีแห้งและเกาะกระดาษ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. คนส่วนผสมทั้ง 3 อย่าง สี แป้ง กาว ให้เข้ากัน
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ลองทาลงบนกระดาษได้เลย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถ้าอยากได้เข้มขึ้นก็เติมสีเพิ่ม ถ้าอยากได้อ่อนลงก็เติมแป้งและกาวเข้าไป สามารถปรับเฉดและพลิกแพลงได้ตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เทสีที่ได้เก็บใส่ขวดแล้วปิดฝาให้สนิท

วิธีทำสีจากกาแฟ

ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ตักกาแฟใส่ถ้วย 
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. รินน้ำร้อนลงไปเหมือนเวลาชงกาแฟดื่มแต่ไม่ต้องใส่น้ำเยอะ ปริมาณขึ้นอยู่กับความต้องการสีเข้มหรือสีอ่อน ถ้าอยากได้เข้มให้ใส่กาแฟหลายช้อนกับน้ำนิดหน่อย แต่ถ้าอยากได้อ่อนให้ใส่กาแฟนิดเดียวและเติมน้ำตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ใส่แป้งมันสำปะหลังประมาณ 10 กรัม
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ใส่กาวลาเท็กซ์ตามลงไปประมาณ 10 ml. 
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เทกาแฟที่ชงแล้วใส่ถ้วยเปล่าประมาณ 10 ml. ใส่แป้ง กาว และสี ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน กะเอาจากความรู้สึกได้เลย ไม่มีสูตรตายตัว แป้งทำให้สีเกิดความข้น ซึ่งแป้งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสีโปสเตอร์อยู่แล้ว ส่วนกาวทำให้สีแห้งและเกาะกระดาษ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. คนส่วนผสมทั้ง 3 อย่าง สี แป้ง กาว ให้เข้ากัน
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ทดลองทาลงบนกระดาษได้เลย ถ้าอยากได้เข้มขึ้นก็เติมสีเพิ่ม ถ้าอยากได้อ่อนลงก็เติมแป้งและกาวเข้าไป สามารถปรับเฉดและพลิกแพลงได้ตามต้องการ
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. เมื่อได้สีที่ชอบ เทสีใส่ขวดปิดฝาให้แน่น
ตามหาของรอบบ้านมาทำเป็นสีโปสเตอร์เอาไว้ใช้เองจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน และกาแฟซองหมดอายุจากก้นครัว
  1. ทดลองกับวัตถุดิบต่าง ๆ แล้วเก็บสีโปสเตอร์ทำเองไว้เป็นคอลเลกชันสีส่วนตัวได้เลย

Writer

Avatar

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load