9 เมษายน 2564
12.45 K

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน น้ำอัดลมโดยเฉพาะโคล่าคงเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มช่วยดับกระหาย นอกจากยี่ห้อดังไม่กี่ยี่ห้อแล้ว เทรนด์ของการทำ ‘คราฟต์โคล่า’ หรือโคล่าที่ทำขึ้นเองจากวัตถุดิบธรรมชาติก็กำลังเป็นที่นิยมกันในหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น 

และน่าดีใจที่บ้านเราก็เริ่มสนใจกันมากขึ้นเหมือนกัน เท่าที่เห็นก็เริ่มมีร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ หลายร้านที่เริ่มทำคราฟต์โคล่าขึ้นเองแล้ว

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

ข้อดีข้อแรกที่มีคนผลิตคราฟต์โคล่ามากขึ้น คือเพิ่มทางเลือกรสชาติเครื่องดื่มน้ำดำชนิดนี้ เราอาจชิมแล้วพอแยกออกว่าโคล่าที่มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อรสชาติต่างกัน แต่คราฟต์โคล่าสร้างรสชาติแตกต่างอีกเยอะมาก จากส่วนผสมที่นักทำโคล่าแต่ละคนจินตนาการและผสมเข้าไป 

เพราะการทำคราฟต์โคล่าต้องใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติจริงๆ เป็นส่วนผสม และส่วนใหญ่ไม่ผสมสารสังเคราะห์ แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียเรื่องราคาที่อาจจะสูงกว่าหลายเท่า แต่เราก็สามารถทำโคล่าดื่มด้วยตัวเองได้ จากของที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรืออาจจะง่ายกว่านั้นถ้ามีวัตถุดิบอยู่แล้วในครัว

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

หนึ่งในนักปรุงคราฟต์โคล่าคือ กอล์ฟ-กิติบดี ช่อทับทิม Co-founder และบาร์เทนเดอร์ของ Wasteland ค็อกเทลบาร์ที่มีแนวคิดการใช้วัตถุดิบที่ต้องทิ้งจากครัวของร้านอาหารมาทำเป็นเครื่องดื่ม 

กอล์ฟใช้ก้านพริก ก้านสมุนไพร ที่ไม่ได้ใช้ในการปรุงอาหารของร้าน Bo.Lan มาทำเป็นส่วนผสมของ Cacao Cola โคล่าจากเปลือกโกโก้ที่มีรสเป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร

เราให้กอล์ฟสอนการทำคราฟท์โคล่า โดยโจทย์คือต้องใช้ของที่หาได้ในครัว

กอล์ฟเล่าว่าวิธีทำโคล่ามีอยู่หลายวิธี แบบหนึ่งคือการหมัก เพื่อให้เกิดความซ่าโดยธรรมชาติ ซึ่งวิธีที่นิยมกันมากและง่ายคือการต้มไซรัปโคล่า ต้มเครื่องเทศรวมกันในหม้อเดียวกันเลย หรือต้มส่วนผสมแต่ละชนิดแยกกัน แล้วนำน้ำที่ได้มาผสมกันตามสัดส่วนทีหลังก็ได้ จะอัดแก๊สเข้าไปในขวด หรือจะมาเติมโซดาก่อนดื่มก็แล้วแต่ใครสะดวกแบบไหน 

เวลาดื่ม สิ่งที่เรารับรู้ว่าคือโคล่า มีโครงสร้าง 5 อย่างประกอบกัน 

1. น้ำโคล่า

ส่วนประกอบหลักของไซรัปโคล่า โดยปกติใช้สารสกัดได้จากถั่วโคล่า (Kola Nut) เป็นที่มาของคำเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ โคล่ามีคาเฟอีนอยู่ด้วย เดิมสารสกัดจากถั่วโคล่ามีรสขม เลยต้องผสมกับความหวานจากน้ำตาลเคี่ยวหรือกากน้ำตาล (Molasses) สีน้ำตาลของเครื่องดื่มโคลามีที่มาจากสีน้ำตาลไหม้นี่เอง ดังนั้น น้ำโคล่าจึงทดแทนด้วยวัตถุดิบที่มีลักษณะคล้ายกันได้ตามจินตนาการ นักทำโคล่าบางคนเลือกใช้กาแฟ ชา น้ำที่สกัดจากผลโกโก้มาทดแทนถั่วโคล่า มาผสมกับน้ำตาลเคี่ยว 

จากโจทย์ที่ใช้ของในครัว กอล์ฟเลือกใช้ซีอิ๊วดำหวานเป็นหนึ่งในส่วนผสม เพราะซีอิ๊วดำหวานมีองค์ประกอบเป็นกากน้ำตาลเคี่ยว ผสมกับกาแฟดำ

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

2. กลิ่นเครื่องเทศ

เครื่องเทศ 3 ชนิดที่เมื่อรวมกันแล้วเราจะคิดถึงโคล่าขึ้นมาได้ทันที คือ อบเชย ลูกจันทน์ และลูกผักชี เครื่องเทศที่เกือบครบเครื่องพะโล้ให้กลิ่นหลักของโคล่าได้แล้ว แต่ถ้าในครัวของใครมีก้านพริก ก้านตะไคร้ หรือก้านโหระพา เหลือ ก็นำมาเพิ่มกลิ่นให้กลายเป็นโคล่าแบบของเราเองได้เช่นกัน 

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

3. กลิ่นซิตรัส

กลิ่นของผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว เป็นกลิ่นสำคัญของโคล่า เราจะใช้กลิ่นน้ำมันที่สกัดได้จากผิวมาใช้ ผลไม้ตระกูลซิตรัสให้กลิ่นมากกว่าเลมอนหรือมะนาว ใช้มะปี๊ด ส้มจี๊ด ทดแทนการใช้เลมอนทำโคล่าก็ได้ แต่ควรเป็นกลิ่นโทนเปรี้ยวแหลม หากใครกล้าใช้น้ำมันมะกรูดก็ได้ ไม่ผิดเลย 

4. กลิ่นหอมหวาน

ส่วนนี้เป็นส่วนเสริมให้โคล่ามีมิติขึ้น นี่คือคำตอบว่าทำไมกลิ่นวานิลลาหรือเชอร์รี่ถึงเป็นกลิ่นเย้ายวน ซึ่งทำให้โคล่ายี่ห้อดังใช้เป็นกลิ่นพิเศษ 

5. กรดคาร์บอนิก​ 

กรดคาร์บอนิกเกิดจาก​คาร์บอนไดออกไซด์​ทำปฏิกิริยากับน้ำ​ เป็นส่​วนประกอบเพื่อให้เกิดฟองและความซ่า​สดชื่น ระบบอุตสาหกรรม​ใช้วิธีอัดแก๊สให้ละลายไปในของเหลว​ แต่ถ้าทำที่บ้าน ใช้โซดาแทนก็ได้

วิธีง่ายและสะดวกที่สุดที่กอล์ฟเลือกใช้ตามโจทย์ ว่าต้องทำเองได้จากของในครัวที่บ้าน คือการต้มส่วนผสมรวมกันในหม้อเดียว เพื่อให้ได้ไซรัปโคล่ามาชงกับโซดา  

อุปกรณ์ 

  1. เปลือกมะนาว​คั้น 150 กรัม (ประมาณ8 – 10ลูก)
  2. อบเชยแท่ง​ 20 กรัม
  3. ลูกจันทน์ (หรือรกจันทน์) 10 กรัม
  4. ลูกผักชี​ 10 กรัม
  5. ก้านตะไคร้​ 5 กรัม
  6. ก้านโหระพา​ 5 กรัม
  7. วานิลลา (ถ้ามี) 1 ฝัก
  8. กาแฟ​ 50 มิลลิลิตร
  9. ซีอิ๊วดำหวาน​ 50 มิลลิลิตร
  10. น้ำตาล​ 200 กรัม
  11. ถุงกรองชา
  12. หม้อแบบมีฝาปิด

วิธีทำ 

ทำน้ำกลิ่นน้ำมันมะนาว

1. คั้นน้ำมะนาว เก็บน้ำไว้ก่อน เอาแต่เปลือกที่คั้นน้ำหมดแล้วใส่หม้อ

2. เทน้ำเดือดลงในหม้อเปลือกมะนาว 

3. ปิดฝาทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อเก็บกลิ่นเอาไว้ให้มากที่สุด

4. กรองเอาเฉพาะน้ำแช่เปลือกมะนาว 

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

ทำไซรัปโคล่า

1. คั่วก้านตะไคร้กับก้านโหระพาด้วยหม้ออบความร้อน หรือคั่วในกระทะให้ร้อน ระวังอย่าให้ไหม้

3. ใส่ก้านโหระพาและตะไคร้ในถุงกรองชา เพราะต้องแยกออกจากหม้อระหว่างการต้ม

4. ใส่ถุงเครื่องเทศ รวมกับลูกผักชี อบเชย ลูกจันน์ ลงไปในหม้อ (ใส่วานิลลาต้มรวมไปได้ แต่ต้องกรีดฝักก่อน)

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

5. เติมน้ำ 500 มิลลิลิตร

6. ใส่ซีอิ๊วหวาน 50 มิลลิลิตร

7. ใส่กาแฟ 50 มิลลิลิตร

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

8. ต้มด้วยไฟอ่อนแบบปิดฝาหม้อ ใช้เวลาต้ม 15 นาที เมื่อครบ 5 นาทีแรก ตักถุงก้านตะไคร้และก้านโหระพาออก ส่วนอบเชยให้นำออกเมื่อถึงนาทีที่ 10  

9. ปิดไฟ ใส่น้ำตาล 200 กรัม คนจนละลาย

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

10. ใส่น้ำกลิ่นน้ำมันผิวมะนาวที่ต้มไว้​ในตอนแรก 200 มิลลิลิตร และเพิ่มน้ำมะนาว​ประมาณ​ 10 มิลลิลิตร

11. กรองส่วนที่เหลือด้วยผ้าขาวบาง เก็บใส่ขวดแก้วปิดฝาสนิทใส่ตู้เย็นไว้ 

วิธีชง 

ชงไซรัปโคล่า 1 ส่วน ต่อโซดา 3 ส่วน หากต้องการลดกลิ่นและความหวานของไซรัปลง ให้เติมน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไปประมาณครึ่งช้อนชา

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

30 เมษายน 2565
1.81 K

หลายครั้งที่เลือกเมนูอาหารไม่ถูก ไส้กรอกก็มักปรากฏตัวเป็นช้อยส์ใกล้ตัวอยู่บ่อย ๆ ของใครหลายคน อาหารทานง่ายแค่เข้าไมโครเวฟ จวบจนครีเอตได้หลากหลายเมนู น่าจะเป็นของติดครัวหลายบ้าน เราหาซื้อไส้กรอกได้ง่าย ๆ แค่เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เลือกหยิบใส่ตะกร้าได้เลย ไม่ว่าจะไส้กรอกเวียนนา ไส้กรอกเยอรมัน แฟรงก์เฟิร์ต ไส้กรอกหมู และอีกสารพัดไส้ แต่คงมีไม่กี่เอะใจที่คิดว่า มื้อนี้ล่ะ ฉันจะทำไส้กรอกกินเอง!

‘เพราะทำไส้กรอกเองไม่ใช่เรื่องง่าย งั้นซื้อกินดีกว่า’

หากใครกำลังคิดแบบนี้ ลองสไลด์ปลายนิ้วเลื่อนอ่าน Staycation ด้านล่างนี้ก่อน แล้วความคิดคุณอาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง
How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

เมื่อก้าวเข้าบ้านปูนสีขาวนวล รายล้อมด้วยต้นไม้ใบเขียว เจ้าบ้านเดินมาต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม เชื้อเชิญให้พบกับความสนุกที่รออยู่กับการทำไส้กรอกโฮมเมด ผักสดที่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของวันนี้เป็นผักสวนครัวจากสวนหน้าบ้านของ เพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ อดีตเชฟผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานับ 10 ปี จบสายตรงจาก Institute of Culinary Education NYC ปัจจุบันเป็นเจ้าของ Sundayisgood สถานที่ที่เธอเชื่อว่าการได้ทำอาหาร อบขนมปัง อยู่กับต้นไม้ในวันอาทิตย์ เป็นสิ่งที่ฟีลกู๊ดสำหรับวันพักผ่อนสบาย ๆ จึงเปิดให้คนที่สนใจสิ่งเดียวกัน มาสนุกและผ่อนคลายไปด้วยกันกับคลาสเรียนไส้กรอก 4,200 บาท/1 วัน ใครที่สนใจ เชิญกดติดตามเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Sundayisgood ไว้เตรียมลงคอร์สได้ตลอดทุกเดือน

คลาสเรียนไส้กรอกนี้เริ่มมาจากคลาสสอนทำ Sourdough ทุก ๆ ครั้งเมื่อจบขั้นตอนอบขนมปัง เชฟเพลงจะทำอาหารให้นักเรียนด้วยความตั้งใจ อยากให้นักเรียนมาแล้วได้กินของอร่อยจริง ๆ ได้กินของดีจริง ๆ ซึ่งไส้กรอกเป็นหนึ่งองค์ประกอบของจานเหล่านั้น หลายคนชอบและเรียกร้องให้เปิดสอน คลาสทำไส้กรอกโฮมเมดจึงเกิดขึ้น

สะอาด ถูกปาก ปลอดภัยจากวัตถุกันเสีย คือข้อดีที่หาได้ยากจากไส้กรอกตามท้องตลาด ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจากสารไนเตรต (โซเดียมไนไตรท์ – NaNO2 คือเจ้าสารยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นเหตุให้อาหารเสีย) เมื่อบริโภคเข้าไปมาก ๆ จะสะสมจนส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ฉะนั้นถ้าเราทำเอง ก็เลือกวัตถุดิบได้เอง รู้ที่มาที่ไป คัดเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุดมาปรุง อร่อยได้ไปพร้อมกับความสบายใจ

สารพัดเมนูไส้กรอก ปรุงแต่งขึ้นตามความต้องการของคนกิน บ้างนิยมทานคู่กับไข่ดาวแบบฉบับบอเมริกันเบรกฟาสต์ บ้างนำไปทำพาสต้าจานโปรด หรือบางคนกินกับข้าวสวยร้อน ๆ แต่ละสูตรจึงแตกต่าง ไม่มีสูตรตายตัว ไม่มีผิดไม่มีถูก ขอแค่ใจกล้าและรักความสนุก ไม่ยึดติดกับรูปโฉมเดิม ๆ ของไส้กรอก ก็ผูกผ้ากันเปื้อน หยิบเขียง เตรียมหั่นหมู และลงมือปรุงตามจริตของแต่ละคนได้เลย

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

วัตุดิบ

  1. ผักและสมุนไพร
  2. เครื่องปรุงรส
  3. เนื้อหมูบดหรือเนื้อหมูชิ้นนำมาหั่นเอง 1 กิโลกรัม (ขั้นตอนการทำเนื้อทั้งสองชนิดเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือรสสัมผัส)
  4. มันหมูแช่แข็ง
  5. ไส้หมู (แนะนำไส้หมูสำเร็จรูปแช่แข็ง ง่ายต่อการทำความสะอาด แค่ฉีกซอง ล้างน้ำ และแช่น้ำพักไว้)

วิธีทำไส้กรอก

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

1. หั่นมันหมูแช่แข็งและเนื้อหมูส่วนหัวไหล่หรือสะโพก ในอัตราส่วน 1 : 4 (ควรใช้เนื้อหมูส่วนหัวไหล่หรือสะโพก เพราะมีมันแทรกอยู่ เพิ่มความนุ่ม-ความนัวให้ไส้กรอก)  

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง
How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

2. หั่นสมุนไพรสำหรับหมักหมู เช่น กระเทียม หัวหอม ผักชี พาร์สลีย์ โรสแมรี่ และเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงรส เช่น พริกไทย ผงปาปริก้า เกลือ โดยใส่เกลือ 10 กรัม ต่อหมู 1 กิโลกรัม จะได้ความเค็มระดับพอดี ส่วนวัตถุดิบอื่นปรับส่วนได้ตามความต้องการ

3. ทั้งหมดนี้สามารถเลือกได้ตามใจชอบ ไม่มีผิด ไม่มีถูก เชฟเพลงกระซิบว่าขั้นตอนที่สนุกที่สุดอยู่ตรงนี้ เหมือนเรากำลังริเริ่มสูตรอะไรสักอย่างในแบบฉบับของตัวเอง 

นักเรียนบางคนใส่ซอสโคชูจัง บางคนใส่เครื่องแกง บางคนใส่เครื่องลาบ ไส้กรอกชิ้นนี้จึงเป็นมากกว่าอาหาร เพราะเป็นสิ่งที่โชว์ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนได้

แต่หากใครยังไม่มั่นใจว่าจะปรุงอะไรดี เรามีสูตรเบสิกมาฝาก ก็คือใส่ผักชี กระเทียม เกลือ พริกไทย ตามตำรับตำราเครื่องปรุงฉบับไทย หรือเพิ่มรสชาติขึ้นมาอีกนิดด้วยพาร์สลีย์ โรสแมรี่ ผงปาปริก้า และไวน์แดง (สูตรนี้เป็นสูตรที่เราได้ชิม บอกเลยว่าอร่อยจนติดใจ พร้อมตั้งเตาทำพาสต้าเพิ่มเลย)

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

4. หนึ่งมือจับกะละมัง อีกข้างสวมถุงมือ ขยำคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน 

5. เมื่อทุกอย่างเข้าเนื้อ ลองปั้นก้อนเล็ก ๆ สำหรับหนึ่งคำ นำไปปรุงสุก จะทอด ย่าง อบ ก็ตามสะดวก เพื่อชิมว่าได้รสตามที่ต้องการหรือไม่ ถ้าน้อยไปก็ปรุงเพิ่มได้เลย

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

6. มาถึงขั้นตอนที่โหดและอาศัยความประณีตขั้นสุด นั่นคือการยัดไส้ หาปลายไส้หมูที่แช่น้ำเตรียมไว้ให้เจอ แล้วแหวกปลายออกเพื่อใส่น้ำลงไปในไส้ จะช่วยให้ง่ายขึ้นตอนนำไส้ไปใส่หลอดยัด

How To ทำไส้กรอก ครีเอตสูตรไส้ได้ตามใจ เป็นได้ตั้งแต่รสลาบ รสพริกแกง ไส้กรอกโคชูจัง

7. เมื่อใส่ไส้ไปในหลอดยัดเสร็จแล้วให้มัดปมตรงปลาย แล้วจิ้มด้วยไม่จิ้มฟันให้ทะลุก่อนเริ่มดันเนื้อหมูที่อยู่ในเครื่องออกมา

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย
วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

8. มือข้างซ้ายประคองไส้กรอกไว้ มือข้างขวากำหนดขนาดของไส้กรอก โดยการบีบคลาย จัดทรงให้ความแน่นของไส้อยู่ในระดับพอดี ๆ ไม่แน่นไปเพราะจะทำให้ปริ และไม่หลวมไปเพราะจะเหี่ยว ใส่ให้แน่นพอดีจนถึงปลายไส้ เว้นไว้สำหรับผูกปลายประมาณ 2 นิ้ว

ถ้าบ้านไหนไม่มีเครื่องทำไส้กรอกแบบนี้ ก็หาซื้อเครื่องเล็กในแอปฯ ช้อปปิ้งได้เลย รูปร่างคล้ายกระบอกสูบลมจักรยาน นำมายัดไส้ให้อร่อยได้ไม่ต่างกัน

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

9. หลังจากได้ไส้กรอกเส้นยาวมาแล้ว ให้เตรียมไม้จิ้มฟันจิ๋ว จิ้มลงไปตรงจุดขาว ๆ ที่เป็นฟองอากาศ เชฟเพลงย้ำว่าถ้าเราไม่เอาอากาศออก จะทำให้ไส้กรอกปริตอนบิดหรือทอดได้

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

10. เมื่อเอาอากาศออกเรียบร้อย ก็เข้าสู่อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ นั่นคือ การบิด ขนาดขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน อยากได้เส้นยาวแบบไส้อั่ว ไซส์กลางแบบไส้กรอกเยอรมัน ไปจนถึงลูกจิ๋วแบบไส้กรอกอีสาน ก็เลือกและกะความยาวได้เลย สิ่งเดียวที่ต้องทำเหมือนกันไม่ว่าจะเลือกไซส์ไหน คือต้องบิดเข้า-บิดออก สลับกันไปเรื่อย ๆ จนหมด

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

11. นำไส้กรอกที่บิดแล้วเรียงใส่ถาดแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาทิ้งไว้ 1 คืน ค่อยนำมาตัดฉับเป็นชิ้น ๆ

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

12. เพียงเท่านี้ ก็ได้ไส้กรอกโฮมเมดพร้อมรับประทานแล้ว สามารถแช่ช่องฟรีซเพื่อยืดอายุไส้กรอก เก็บไว้ทานได้ 1 เดือนเต็ม

ไส้กรอกเปล่า ๆ ว่าอร่อยแล้ว แต่เชฟเพลงมีแถมอีกหนึ่งสิ่งที่กินคู่กับไส้กรอกอย่างลงตัวมาฝาก นั่นก็คือ ผักดอง ทำง่ายแต่อร่อยไม่เบา แค่นำผักอะไรก็ได้ที่ชอบมาดองหวาน กินเป็นเครื่องเคียง ตัดเลี่ยน เสริมรสได้ดี

วัตถุดิบ

  1. ผักที่จะดอง เช่น หัวไช้เท้า แตงกวา เห็ด แครอท พริกหวาน มะเขือเทศ
  2. น้ำเปล่า 400 กรัม
  3. น้ำส้มสายชู 250 กรัม
  4. น้ำตาล 150 กรัม
  5. เกลือ 5 กรัม
  6. ขวดโหลสำหรับใส่ผักดอง

วิธีทำผักดอง

1. หั่นผักที่เราต้องการใส่ขวดโหล

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย
วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

2. ต้มน้ำ พร้อมเคี่ยวน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ รอจนเดือด แล้วเทราดผักที่หั่นเตรียมไว้

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

3. ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ 1 คืน เพียงเท่านี้ก็มีผักดองหวานกรอบพร้อมทานในวัดถัดไป และเก็บใส่ขวดโหลไว้กินได้อีกเป็นเดือน

ถ้าอยากค้นหาไส้กรอกตามสูตรของตัวเองแล้ว ก็เตรียมวัตถุดิบทุกอย่างให้พร้อม ลงมือทำวันนี้ ได้กินพรุ่งนี้เลย แล้วจะรู้ว่า ‘ทำไส้กรอกกินเอง ง่ายกว่าที่คิด’

วิธีทำไส้กรอกโฮมเมด ในแบบของ Sundayisgood ทุกสูตรครีเอตได้ตามใจชอบ มั่นใจได้ว่าอร่อยถูกปาก สะอาด ปลอดภัย

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load