16 กุมภาพันธ์ 2562
46 K

แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่แพร่ก็ขึ้นชื่อลือชาเรื่องอาคารโบราณมากมายในย่านเมืองเก่า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพสวยน่ามอง เพราะเจ้าของยังอาศัยอยู่และดูแลอย่างดี

บ้านไม้สวยหลังหนึ่งในย่านนี้ปันพื้นที่ข้างบ้านมาสร้างอาคาร 2 ชั้นเล็กๆ เป็นโรงแรมขนาด 4 ห้องชื่อ Homelynestphrae ซึ่งเป็นธุรกิจในครัวเรือนอย่างแท้จริง

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

พื้นที่โรงแรมเคยเป็นโกดังผ้าบาติกและเฟอร์นิเจอร์ โดยคุณยายวัย 91 ยกพื้นที่ข้างบ้านไม้ของตัวเองให้ลูกหลานสร้างที่พักต้อนรับแขก

คุณพ่อ เกรียงไกร พิทยะปรีชากุล เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน รับหน้าที่ดีไซน์ตึกสไตล์ลอฟต์นี้ทั้งหมด โดยสร้างอาคารจากไม้สักเก่า และนำเฟอร์นิเจอร์เก่าที่สะสมไว้มาตกแต่งอย่างลงตัว ตั้งแต่ล็อบบี้สไตล์วินเทจ ประตูหน้าต่างที่ไม่ซ้ำกันสักบาน ไปจนถึงการแต่งห้องแสนสบายน่านอน แบ่งเป็นห้องพักใหญ่ 2 ห้อง และห้องพักเล็ก 2 ห้อง

คุณแม่ ศศิธร ไชอุปถัมภ์ เป็นเจ้าของแบรนด์ผ้าบาติก Thaitor ที่เคยเปิดร้านที่สวนจตุจักร รับผิดชอบผ้าม่าน เครื่องนอน และของตกแต่งประเภทผ้าลายเก๋ที่ทำเองแบบไม่ซ้ำใคร

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

ลูกสาว กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล สไตลิสต์และแฟชั่นดีไซเนอร์ที่รับหน้าที่ดูแลโรงแรมนี้ รวมถึงคาเฟ่และร้านเสื้อผ้าบาติกลายกราฟิกเท่ๆ Kanz by Thaitor ของเธอที่อยู่ในรั้วเดียวกัน แขกของครอบครัวดีไซเนอร์นี้สามารถนั่งจิบกาแฟและซื้อเสื้อผ้าแฮนด์เมดได้ตลอด หรือจะแวะมาชิมและช้อปโดยไม่ค้างคืนก็ได้

Homelynestphrae

Homelynestphrae

สุดท้ายคือน้องๆ ของกิ๊กที่ร่วมประชุมออกแบบบ้าน ให้ได้ผลลัพธ์ที่สมาชิกทุกคนพอใจมากที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับมาช่วยดูแลในอนาคต

จากโกดังเก่าไม่ได้ใช้งาน กลายร่างมาเป็นเรือนรังที่อบอุ่นเหมือนบ้านได้อย่างไร กิ๊กยื่นแก้วชา Signature ที่เบลนด์มาสำหรับที่พักโดยเฉพาะให้เราดื่มก่อนตอบคำถามนี้

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าเราจะทำโรงแรมค่ะ บ้านเดิมกิ๊กอยู่ที่นี่ แต่เราย้ายออกไปอยู่ตึก พอคุณยายอายุมากแล้ว กิ๊กเลยย้ายกลับมาเพราะว่าเราจะได้ดูแลใกล้ชิดกับคุณยาย กลับมารีโนเวตบ้านเดิมแล้ว เลยสร้างบ้านอีกหลังให้เพื่อนมาอยู่ เพราะเพื่อนที่กรุงเทพฯ ชอบมาหา มาเที่ยวแพร่ตลอด รู้สึกว่าอยากต้อนรับคนที่มาเที่ยวบ้านเรา ให้เขามีที่นอน”

ครอบครัวของกิ๊กตัดสินใจเปิดตึกใหม่เป็นโรงแรมอย่างเป็นทางการได้ราวปีครึ่ง โดยตั้งชื่อที่นี่ว่า Homelynestphrae มาจากตอนขึ้นเสาเอกอาคารแล้วมีนกมาทำรัง ตามความเชื่อของคนเก่าคนแก่เชื่อว่าถ้านกมาอยู่แล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข

Homelynestphrae

“คอนเซปต์บ้านหลังนี้คืออยากให้ทุกคนมาแล้วอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเพื่อน เราดูแลแขกเหมือนเพื่อนที่มาค้าง และทุกคนเป็นเพื่อนใหม่กัน คนที่มาพักบ้านเรามีหลากหลายมาก เป็นสถาปนิกบ้าง เป็นศิลปินบ้าง เป็นนักบัญชีบ้าง บางทีมาแล้วจะเจอคุณแม่และได้คุยกันยาวๆ คุณแม่เป็นไอคอนที่ทุกคนถามหาตลอดเวลา เพราะคุณแม่ชอบแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ฟัง”

ดีไซเนอร์สาวเล่าว่า ที่พักของเธอรับสมาชิกได้เต็มที่เพียง 18 คนเท่านั้น เพราะทั้งครอบครัวดูแลแขกกันเอง คุณแม่และเธอทำอาหารเช้าแบบจัดเต็มให้ทุกวัน ทั้งอาหารเหนือแบบปิ่นโต มีน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ผักนึ่ง ขนมหวาน และผลไม้ตามฤดูกาล ไปจนถึงอาหารฝรั่งตามสากลนิยมให้เลือกสรร โดยค่าอาหารเช้ารวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว ตื่นเช้ามาก็เดินไปนั่งกินมื้อแรกของวันในห้องอาหารใต้ถุนบ้านคุณยายได้เลย

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae Homelynestphrae

นอกจากโรงแรม สิ่งที่เด่นมากของบ้านนี้คือการสนับสนุนงานศิลปะและงานดีไซน์ โดยเฉพาะผ้าบาติกซึ่งคุณแม่และกิ๊กตั้งใจกันรีแบรนด์ขึ้นใหม่ สังเกตได้จากเครื่องนอนลายเก๋ในห้องนอน กิ๊กเล่าว่า สมัยก่อนแบรนด์ผ้าบาติกที่แพร่มีหลายเจ้า แต่ปัจจุบันลดลงไปมากตามตลาดที่เปลี่ยนไป ผ้าของเธอจึงปรับลวดลายกราฟิกให้สนุกร่วมสมัย ต่างจากลายดอกไม้ กล้วยไม้ ปลา ปะการัง ตามขนบเดิมๆ

นอกจากเลือกซื้อเสื้อผ้าได้ที่นี่แล้ว ต่อไป Homelynestphrae จะเปิดเวิร์กช็อปผ้าบาติก ให้แขกได้ลองสร้างลวดลายบนผ้าด้วยตนเอง และได้ผลงานชิ้นเล็กๆ กลับบ้าน เช่น ผ้าโพกผม ผ้าพันคอ

Homelynestphrae

ส่วนกิจกรรมหลักที่บ้านนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปลายปี โดยจัดมา 2 ครั้งแล้ว คือตลาดเนิบเนิบ (Nerb Nerb Market) ที่ชวนเพื่อนศิลปินทั้งชาวแพร่และชาวจังหวัดอื่นๆ มาขายของคราฟต์ งานศิลปะ และจัดเวิร์กช็อปเล็กๆ กันในสวนหลังบ้าน Homelynestphrae

“ตลาดแพร่ที่คนมากันคือกาดกองเก่าซึ่งมีทุกวันเสาร์ ทุกสัปดาห์แรกของเดือนจะมีถนนคนเดิน และตอนนี้ก็มีเทศกาลแพร่คราฟต์ที่จัดทุกปี ส่วนเราอยากจัด Art Market เพราะเราเรียนศิลปะมาและมีเพื่อนที่ทำงานศิลปะเยอะ เลยอยากชวนมาเล่นสนุกกัน เราอยากให้เห็นว่าแพร่ไม่ได้มีแต่ผ้ามัดย้อมนะ มีงานเซรามิก งานไม้ มีอาหารเหนือสูตรเด็ดของบ้านที่เอามาแบ่งปันกัน

เราจัดแล้วรู้สึกดีมากๆ ไม่ได้คิดถึงกำไรเลย ถ้าคนมาเที่ยวบ้านเรา โรงแรมละแวกนี้ก็ได้รายได้มากขึ้นด้วย เพราะที่พักเรามีน้อย ถ้าคนอื่นมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดตลาดของเราก็ดี” กิ๊กตบท้ายด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล

ไม่ว่าจะได้ไปเยือนตลาดเนิบเนิบหรือไม่ ก็ไปพักผ่อนหย่อนกายในรัง Homelynestphrae ได้เสมอ ความอบอุ่นของครอบครัว งานศิลปะ และวิถีเนิบช้าของชาวแป้พร้อมรอต้อนรับแขกตลอดทั้งปี

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Facebook : Homelynestphrae

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

Welcome to OB OON Boutique Hotel

เมื่อมองโรงแรมอบอุ่นจากภายนอก ที่นี่น่าจะเป็นคาเฟ่ชิคย่านสุขุมวิทที่เดินเข้าไปแล้วมีคนสั่งเครื่องดื่มร้อนสีดำแน่ๆ แต่อาคารพาณิชย์ใจกลางสุขุมวิท 49 นี้เป็นออฟฟิศของ Terra Architects และบริษัทสถาปนิกแสนเก๋นี้เพิ่งปรับโฉมทั้งตึกให้กลายเป็นโรงแรมที่ผสมผสานความวินเทจกับบรรยากาศร่วมสมัย ตัวอาคารทาสีเขียวมะกอกโดดเด่น สะกดสายตาด้วยป้ายชื่อ ‘อบอุ่น’ สีทองที่ออกแบบจากลายมือของคุณอุ่นเรือน ชื่อคุณยายคนสำคัญที่เกือบจะได้ใช้เป็นชื่อโรงแรมในคราแรก

ฉันตัดสินใจเปิดประตูกระจกบานใหญ่เข้าไป มันเหมือนฉากในหนังสักเรื่อง ส่วนต้อนรับเบื้องหน้าทาสีขาวตัดกับกระเบื้องแวววับสีเขียว ทั้งล็อบบี้เต็มไปด้วยสารพัดขวดยาฝรั่งของคุณยายที่เคยเป็นเภสัชกรมาก่อน และดอกไม้ใบไม้เสริมความสดชื่น มีโต๊ะพร้อมกระดานหมากรุกสำหรับนั่งเล่น โต๊ะตัวยาวกลางห้องสำหรับทานอาหาร ที่แปลกตาและน่าประทับใจคือมุมห้องที่กั้นฉากเป็นมุมเอกเขนก เพียงขึ้นบันไดขนาดย่อมก็เข้าไปนอนพิงหมอนสามเหลี่ยมบนชานไม้เล็กๆ ได้เหมือนพักผ่อนในเรือนไทย

บาร์ยาวข้างชานมีขวดน้ำส้มคั้น น้ำยาอาทิตย์อุทัยสีชมพูเย็นชื่นใจ และขนมไทยสีเหลืองสดหลากชนิดในถ้วยลายครามพร้อมให้แขกลองชิม การต้อนรับอ่อนหวานทั้งหมดนี้เป็นผลงานของ ปลาหวาน-ศิรสา มังคละพฤกษ์ มัณฑนากรสาวผู้โหยหาความทรงจำในวัยเด็กที่บ้านของคุณยาย เธอจึงรวบรวมมวลความอบอุ่นที่เคยได้รับมาไว้ที่ OB OON Boutique Hotel

“เราออกแบบที่พักให้คนมามาก ก็เลยอยากทำที่พักตามใจตัวเองบ้าง คิดแล้วความอบอุ่นแบบบ้านคุณยายก็มาก่อนเลย มันต้องโทนสีแบบนี้ เขียวๆ หน่อย เพราะบ้านคุณยายใช้ม่านเขียวทั้งบ้าน ใช้สีไม้แบบนี้ หน้าต่างมีขุ่นกับใส มีทั้งความทึบและโปร่ง ออกทึมๆ หม่นๆ แต่รู้สึกว่าน่าอยู่ เราเลยไปยกเฟอร์นิเจอร์เก่ามาใช้ โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ บางส่วนก็มาจากห้องเก็บของของคุณยาย”

เจ้าบ้านสาวเล่าแนวคิดของที่พักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บรรยากาศบ้านคุณยายที่เธอยกมาไว้นี่เองที่ทำให้ความสุขแผ่ซ่านจนฉันสัมผัสได้ตั้งแต่หน้าประตู

What kind of room do you want, sir?

“จากพื้นที่ที่เรามี เราแบ่งห้องเป็น 8 ห้อง คอนเซปต์แต่ละห้องก็คือเตียงต้องใหญ่ก่อน มีทั้งห้องที่เป็นเตียงเดี่ยว เตียงแยก และเตียงสองชั้น”

ปลาหวานเล่าการจัดสรรอาคาร 4 ชั้นขนาดเล็ก แต่ละห้องตกแต่งแตกต่างกัน แต่ยังคงถ่ายทอดคอนเซปต์อุ่นๆ ผ่านงานศิลปะในกรอบเหลี่ยม ปาล์มซานาดูใบเขียวในขวดแก้ว และสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ชอบมาก คือหมายเลขห้องที่ใช้ศิลปะแบบคอลลาจ ผสานระหว่างกระดาษ แผ่นกระจกใสและตัวเลขไม้สีทอง เพื่อบอกเรื่องราวความทรงจำเก่าๆ อย่างลงตัว ความน่ารักนี้เป็นฝีมือของ พิม จงเจริญ และทีม Teaspoon Studio ที่มอบให้ อบอุ่น บูทีค โฮเทล

ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่ล็อบบี้และห้องพักหมายเลข 1 ที่มีเตียงสองชั้น เพดานสูงโปร่ง ซึ่งเป็นห้องที่ถูกที่สุด แขกชอบที่สุด แล้วก็มียอดจองเต็มที่สุด ด้วยราคาน่ารักและข้อดีที่ไม่ต้องขึ้นบันได

ส่วนชั้นสองจะมีออฟฟิศของเทอร์ร่า อาร์คิเทคส์ แฝงตัวอยู่ข้างๆ ห้องพักหมายเลข 2 หากสังเกตดีๆ จะเจอสติกเกอร์ใจความน่ารักน่าอมยิ้มติดอยู่ที่ประตูว่า ‘Please knock if the Architects are making too much noise’ ภายในห้องพักหมายเลข 2 มาพร้อมเตียงใหญ่และห้องน้ำส่วนตัว มีไม้ตีฝุ่น อุปกรณ์หวายแบบโบราณที่ห่างหายจากบ้านสมัยนี้แขวนไว้ พร้อมให้ใช้บริการ

ชั้นสามและชั้นสี่จะมีห้องชั้นละ 3 ห้อง แต่ละห้องต่างดีงามจนเลือกไม่ถูกว่าจะรักห้องไหนมากเป็นพิเศษ ห้องหมายเลข 4 บริเวณระเบียงจะมีต้นปีบที่แตกกิ่งก้านยื่นเข้ามาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้า ห้องพักหมายเลข 7 มีคานปูนเปลือยเก่าที่ยื่นเข้ามาในห้อง แปลก แต่ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันดีกับระเบียงด้านนอก แถมยังมีโต๊ะไม้สำหรับทำแหวนของปลาหวานที่เข้ามุมได้อย่างพอดีจนน่าประหลาดใจ

Would you like a room with a bath or a shower?

ด้วยพื้นที่จำกัด เธอพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้หลายห้องด้วยห้องน้ำแบบไร้ประตู เพื่อให้ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้อง และเป็นเทคนิคที่ทำให้ห้องกว้างขึ้นอีกด้วย

“เราอยากให้ทุกห้องมีห้องน้ำ ไม่อยากให้เป็นแบบแบ็กแพ็กเกอร์ที่ใช้ห้องน้ำรวม ทุกคนจะได้สบายในพื้นที่ของตัวเอง”

ความตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดของเธอส่งผลให้การออกแบบน่ารักตามไปด้วย ห้องน้ำแต่ละห้องมีสไตล์ไม่ซ้ำกัน ทั้งห้องน้ำลายหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ห้องน้ำปูกระเบื้องสีเขียวมะกอก และห้องน้ำที่ฉันชอบที่สุดในห้องพักหมายเลข 5 ซึ่งปูกระเบื้องโมเสสขาวเล็กๆ มีอ่างอาบน้ำ และล้อมด้วยกระจกใส เจ้าบ้านแนะนำพร้อมเสียงหัวเราะว่า

“ต้องมากับคนที่สนิทจริงๆ หรือแฟนกันนะ”

นี่แหละประสบการณ์แปลกใหม่ที่ฉันคิดว่าช่างเหมาะกับคู่รักสายโรแมนติกเหลือเกิน

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ฉันคิดว่าปลาหวานเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือเครื่องทำน้ำอุ่นภายในห้องน้ำทุกห้อง หากมองเผินๆ เราจะไม่รู้เลยว่ามีมันอยู่ในนั้นด้วย เพราะเธอหลบมันไว้ในตู้ไม้คล้ายตู้ยา กลมกลืนไปกับการตกแต่งภายในห้องอย่างแยบยล

Your room number is 8

ห้องสุดท้ายที่ฉันขอเทใจให้คือห้องพักใต้หลังคาหมายเลข 8

ภายในห้องตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ของคุณยาย หมุดที่ยึดหนังให้ติดกับเก้าอี้บางตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เห็นแล้วก็ร้องอุทานในใจว่า นี่แหละ! เสน่ห์ของแอนทีกที่ของใหม่ก็เลียนแบบไม่ได้

แต่ความพิเศษไม่ได้มีแค่นั้น สาเหตุที่ฉันเลือกห้องนี้เพราะว่าเป็นห้องเดียวในโรงแรมที่มีดาดฟ้าส่วนตัว hidden place เล็กๆ ที่มองเห็นตึกสูงและบ้านน้อยใหญ่ใจกลางเมืองนี้เพิ่งมีคนมาจองจะเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แถมบนดาดฟ้าไม่มีไฟฟ้าแต่จะมีตะเกียงให้แทน แค่จินตนาการบรรยากาศหวานแหววก็รู้สึกอบอุ่นแทนทั้งคู่แล้ว

จบการทัวร์โรงแรมสีเขียวเล็กๆ แสนน่ารัก ฉันเดินกลับออกมาด้วยความอบอุ่นเต็มหัวใจ ทุกรายละเอียดในที่พักดูราวกับจะบอกทุกคนที่มาเยือนว่า

“Thank you very much and have a nice stay.”

OB OON Boutique Hotel
ที่อยู่ 
: 12/13 ซอยสุขุมวิท 49/6 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร 10110
ราคา : 800 – 2,000 บาท
Facebook OB OON Boutique Hotel
เบอร์ติดต่อ : 087-929 -9469

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load