15 กรกฎาคม 2560
3 K

โดยอาชีพแล้ว หมู-อัญชลี ศรีไพศาล เป็นที่ปรึกษาให้กับไลฟ์สไตล์แบรนด์ เป็นอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์แฟชั่น เป็น Lifestyle Designer เป็นนักเขียนอิสระ

เธอเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องที่อยากรู้

เพื่อความสนิทสนมเราขอเรียกเธอว่าครูพี่หมู

ก่อนจะไปฟังเรื่องงานอดิเรกแสนรักของเธอ เราอยากแนะนำเธอให้คุณรู้จักมากกว่านี้ และระหว่างนี้คุณจะอ่านไปด้วย เลือกกระดาษและสีริบบิ้นไปพร้อมกันด้วยก็ได้

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

หลังจากเรียนจบด้านแฟชั่นสไตลิสต์จาก Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น ครูพี่หมูทำงานในบริษัทค้าปลีกของญี่ปุ่นประจำประเทศไทยอยู่ถึง 13 ปี ก่อนทำงานกับโรงงานทอผ้า เขียนหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นมุมมองใหม่ๆ ในสมัยที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังไม่คุ้นเคยกับญี่ปุ่นมากนัก และทำอื่นๆ อีกมากมายตามที่เธอสนใจ

“ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่ข้อมูลเนื้อหาเยอะ เวลาเขามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ เขาจะไม่บอกแค่ข้อมูลนี้คืออะไร แต่จะบอกที่มาที่ไปเรื่องราวต่างๆ ตรงกับความสนใจที่คนชอบ ยิ่งเพิ่มนิสัยที่ว่าอยากรู้อะไรเราต้องรู้ให้จริง รู้ให้ลึก เราสนุกกับการทำข้อมูลมากๆ” และความชอบหาชอบค้นข้อมูล ครูพี่หมูทำงานเยอะจนออฟฟิศซินโดรมเรียกหา เริ่มจากปวดเมื่อย นานวันเข้าก็ส่งสัญญาณเป็นอาการเกร็งและเริ่มๆ ปวดหัว

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครูพี่หมูเริ่มพบว่าตัวเองเป็นออฟฟิศซินโดรม โดยสาเหตุมาจากปัจจัยการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดรวมๆ กันที่เอื้อให้โรคออฟฟิศซินโดรมเข้ามาทักทาย หลังจากรับการกายภาพชุดใหญ่ไฟกะพริบจากหมอ เธอตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตทั้งหมด หากิจกรรมอื่นๆ ดึงความสนใจจากหน้าจอบ้าง

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

และเมื่อกลับสังเกตตัวเอง เธอพบว่าเธอเป็นคนชอบแพ็กเกจจิ้งมาตั้งแต่เด็ก ชอบให้ของขวัญโดยไม่เน้นมูลค่าของขวัญแต่แสดงความระลึกนึกถึงกันในโอกาสต่างๆ ชอบและสนุกกับการห่อของขวัญ จึงตัดสินใจเริ่มห่อของขวัญอย่างจริงจัง จริงจังขนาดที่ว่าหาข้อมูลคลาสเรียนห่อของขวัญที่ญี่ปุ่น จึงติดต่อขอเรียนหลักสูตรเร่งรัดเช้าจรดเย็นใน 1 สัปดาห์

“ที่ผ่านมาเราห่อแบบครูพักลักจำ ดูจากหนังสือ แต่เราอยากรู้พื้นฐานจริงๆ และเทคนิคของการห่อของขวัญ แล้วที่ญี่ปุ่นจริงจังกันมากนะ เขามีเป็นสมาคมเลย คนที่สอนตามสตูดิโอต่างๆ ต้องได้รับใบรับรองจากสมาคม” ครูพี่หมูเล่าให้ฟังถึงความตั้งใจก่อนเดินทางไปเรียนในช่วงปลายปี 2014

บทเรียนแรกสุดจากหลักสูตรห่อของขวัญแบบเร่งรัดนี้คือ วิธีการกรีดกระดาษ และบทเรียนพื้นฐานของการห่อของขวัญอื่นๆ ตั้งแต่การห่อแบบคาราเมล หรือการห่อกล่องของขวัญทั่วๆ ไป การห่อแบบเฉลียง หรือการห่อแบบห้างฯ ญี่ปุ่น แล้วยังมีการห่อที่ดัดแปลงจากพื้นฐานทั่วไปอีกมากมาย วิธีการวางของขวัญกับกระดาษ เทคนิคการจับกระดาษ ก่อนจะพับ จะกรีด หรือจับกลีบ หรือบางเรื่องเรารู้มาแล้วเพียงแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป เรียนรู้วัฒนธรรมการ ‘ไฮ่’ ในโอกาสต่างๆ โดยจะเห็นจากหีบห่อกับทุกสิ่งของญี่ปุ่น นอกจากวันเกิดวันปีใหม่แบบทั่วไปแล้ว ยังมีวันครึ่งปี

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

“ความหมายที่ซ่อนในรายละเอียด โบที่ผูกซองเงินงานมงคลกับงานไม่มงคลก็ต่างกัน โบสำหรับงานศพจะเป็นเงื่อนตายหมายถึงไม่อยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก หรือสิ่งไหนที่อยากให้เกิดหลายๆ ครั้งอย่างงานมงคลก็จะใช้วิธีการผูกที่ทำให้แกะริ้บบิ้นง่ายและผูกซ้ำได้อีก” ครูพี่หมูเล่าตัวอย่างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญในวัฒนธรรมการให้ของญี่ปุ่น ว่าที่แม่บ้านญี่ปุ่นในฝันอย่างเราก็ได้แต่ตั้งใจฟังและจดแบบละเอียดยิบ

“หลังจากเรียนจบหลักสูตรพื้นฐานการห่อของขวัญกลับมา เราก็คิดว่าทำยังไงให้การห่อของขวัญของเราต่อเนื่อง จึงมาลงเอยด้วยการใช้ Instagram (@curiouspig) เป็นที่ส่งการบ้านของตัวเอง บังคับให้ตัวเองห่อของ ท้าทายตัวเองด้วยโจทย์ใหม่ๆ หาวิธีการใหม่แบบใหม่ๆ จากพื้นฐานที่เรียนมา

“ถ้าดูในสมุดส่งการบ้านของเราจะเห็นว่ามันไม่มีแต่สี่เหลี่ยมธรรมดาอย่างเดียวแต่ผสมกับทักษะพื้นฐานและสิ่งรอบตัว หรือวัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่จำกัดเฉพาะกระดาษ มีผ้าชนิดต่างๆ หรือหากเป็นกระดาษก็ไม่จำเป็นว่าต้องติดกาวอาจจะเจาะรูร้อยด้ายเหมือนการเย็บ หรือการใช้คอนเซปต์เพิ่มความสนุกกับตัวเอง”

เอกลักษณ์ของการห่อของขวัญของครูพี่หมูคือ การใส่ตัวตนลงไปในงาน การไม่จำกัดตัวเองทั้งวัสดุและความคิด บางชิ้นงานใช้วิธีการผูกมัดกลัดติดอย่างขนมไทยและแทนที่จะใช้กระดาษสีเขียวแบบใบตอง เธอเลือกใช้กระดาษขาวดำวาดรูปใบไม้

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

สิ่งที่ครูพี่หมูให้ความสำคัญเสมอคือเน้นการห่อที่แกะง่าย เช่นเดียวกับของขวัญที่เธอส่งมอบให้เราในตอนที่พูดคุยเรื่องนี้ ปมเชือกอย่างง่ายผูกคล้องเกี่ยวกันไว้สวยงามซึ่งหากมองเผินๆ จะดูคล้ายกับการผูกรัดเงื่อนตาย รวมไปถึงวิธีการพับกลัดกระดาษแทนการใช้กาวหรือเทปใส นอกจากนี้ งานของครูพี่หมูยังมีอารมณ์ขันซ่อนอยู่ในงานเสมอ

“การห่อแต่ละครั้ง หากเราคิดวางลำดับขั้นก่อนหลังไว้ล่วงหน้า พอห่อจริงมักไม่เป็นอย่างที่คิดนะ แต่พอด้นสดบางทีระหว่างนั้นเราจะพบวิธีใหม่ เป็นความรู้สึกที่สนุกมาก ลับคมความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา แอบคิดไว้เหมือนกันอยากให้สิ่งนี้เป็นงานอดิเรกของเราไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะอายุมากขึ้น”

สำหรับครูพี่หมู นอกจากการห่อของขวัญจะช่วยพาเธอออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว การห่อของขวัญให้อะไรกับครูพี่หมูบ้าง เราถาม

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

“ความสนุกกับการคิดใช้วัสดุอะไร วิธีการแบบไหน ให้ความสดชื่น เปิดมุมมอง ไม่จำกัดอยู่กับกรอบและรูปแบบเดิมๆ ได้คิดและต่อยอดอยู่ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่วัสดุใช้จะเป็นของรอบตัวหรือเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ดัดแปลงได้ เช่น ที่เปิดกระป๋องน้ำอัดลมมาทำเป็นหัวเข็มขัดผูกกับริบบิ้นใช้ห่อของขวัญ คู่มือการต่อโต๊ะที่มากับกล่อง IKEA ใช้เป็นกระดาษห่อของขวัญ”

ไม่แปลกที่ส่วนมากคนจะเน้นมูลค่าของที่อยู่ด้านในกล่องของขวัญ เพราะสังคมอุดมความดีงามนี้ใครๆ ก็ยกย่องคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน ทั้งที่เราก็รู้กันดีว่าเราต่างพึงใจจะเลือกหยิบบางสิ่งด้วยสิ่งห่อหุ้มภายนอก

แต่ก็ใช่ว่าความสนใจสิ่งห่อหุ้มจะเป็นเรื่องแค่เปลือกหรือผิวเสมอไป ลองมองให้ดี เหล่านี้แสดงให้เห็นคุณค่าต่อจิตใจที่เริ่มตั้งแต่ภายนอก หีบห่อที่สะท้อนความใส่ใจ หีบห่อที่สะท้อนความระลึกถึง

“แล้วของแบบไหนควรค่าแก่การหีบห่อ” เราถามเธอเป็นคำถามสุดท้าย แม้เดิมทีตั้งใจจะถามคำถามนี้เป็นคำถามแรก ครูพี่หมูยิ้มก่อนจะใช้เวลาคิดสักครู่

“ของทุกอย่าง อะไรก็ได้ ของที่พึงใจผู้รับ”

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

 ขอขอบคุณ : อัญชลี ศรีไพศาล

HOW TO: ออกแบบการห่อของขวัญ เพื่อแอบบอกความห่วงใย (จริงๆ นะ)

ของขวัญไม่ได้จำเป็นต้องราคาแพง และโอกาสของการให้ของก็ไม่จำเป็นต้องรอวันเกิด ปีใหม่ หรือครบรอบวันพิเศษ บางทีคิดถึงกันก็มองของให้กันก็ได้ หรือให้กำลังใจกันและกัน ครูพี่หมูมีตัวอย่างการห่อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เช่น ห่อช็อกโกแลตรสอร่อยแล้วแอบวางไว้บนโต๊ะหรือลิ้นชักเพื่อนที่ทำงานเพื่อให้กำลังใจ ไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษใด แค่มีกระดาษขนาด A4 อาจใช้กระดาษหน้านิตยสารที่ชอบ ที่เจาะกระดาษ เชือกหรือริบบิ้น และกิ๊บดำติดผม

1. เริ่มจากพับกระดาษครึ่งเป็นสี่ส่วนให้พอมีรอย จากนั้นกางออกแล้วพับเป็นสามเหลี่ยมเพื่อทำรอย ก่อนที่จะพับรอยสามเหลี่ยมนั้นกลัดเข้าช่องใดช่องหนึ่งเพื่อล็อกให้กระดาษอยู่ทรงเป็นซองใส่ของ เหมือนกระเป๋าใส่เหรียญสตางค์

2. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะรูรอบส่วนที่ยังไม่ติดกัน เดินเส้นเป็นรูปตัว L แล้วร้อยเชือกเข้ากับกิ๊บดำใช้แทนเข็มและด้ายเพื่อเย็บห่อซองของขวัญ ก่อนจะเว้นที่เพื่อใส่ช็อกโกแลตหรือของขวัญอื่นๆ ลงไปในซอง จากนั้นเย็บปิดปากซอง ผูกปมไว้อย่างหลวม เป็นอันเรียบร้อย

3. สามารถปรับขนาดกระดาษ เลือกระยะห่างระหว่างรูร้อยเชือกหรือวัสดุที่ใช้ตามสะดวก และหากใครอยากสนุกขึ้น ลองหาที่กลิ้งสำหรับตัดเสื้อมากลิ้งสร้างรอยปรุบริเวณริมกระดาษเพื่อให้ผู้รับพร้อมฉีกซอง เติมใจ ใส่น้ำร้อน

Blog: curiouspig.net
Instagram: @curiouspig

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ฉันหวงแหนวันหยุด รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่า แต่หลายครั้งฉันกลับตัดวันหยุดชิ้นใหญ่มอบให้การทำอาหารกินเอง ซื้อกินง่ายกว่า-ไม่ใช่ใครที่ไหนพูด ฉันนี่แหละยืนยัน แต่เหตุผลที่ฉันยังคงอยู่บ้านเข้าครัว เพราะการทำอาหารกินเองไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยให้เรียนรู้หลายอย่างและแสนจะดีต่อจิตใจ   

นั่นคือเหตุผลที่วันหยุดนี้ ฉันอยากชวนคุณลองเข้าครัว (จะครัวที่บ้านหรือที่คอนโดก็ไม่เกี่ยง) ไม่ต้องห่วงว่าจะพาไปทำเมนูซับซ้อนกินเวลาค่อนวัน วันนี้เราจะอยู่บ้าน ค่อยๆ หัดทำขนมที่ง่าย ดีต่อสุขภาพ และอร่อย

เมนูที่ฉันคัดสรรมาให้คุณคือ Seasonal Granola Tart ซึ่ง ยู-นภสร สุจิตธรรมวงศ์ เจ้าของร้าน Baker gonna Bake เป็นผู้ช่วยคิดค้นสูตร ยูบอกว่า นอกจากทำง่ายชนิดมือใหม่อยู่คอนโดก็หัดทำได้ กราโนลายังเป็นขนมสุขภาพที่กินได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับคนเมืองที่เร่งรีบแต่ยังอยากสุขภาพดี จะกินคู่กับผลไม้สดและโยเกิร์ตตั้งแต่มื้อเช้าก็อยู่ท้อง กราโนลายังเป็นขนมคุณภาพที่กินในปาร์ตี้เล็กๆ ในบ้านกับครอบครัว และใครคุมน้ำหนักรับรองว่าไม่อ้วน เพราะวัตถุดิบอุดมโปรตีนและดีต่อสุขภาพ

สูตรกราโนลาของยูยังมีความพิเศษคือการใช้ผลไม้ตามฤดูกาล ยูเลือกใช้ ‘เซียนท้อ’ หรือ ‘ม่อนไข่’ ผลไม้ตามฤดูกาลเมืองเหนือซึ่งมีความหลากหลายสูง ตั้งแต่ผิวสัมผัสคล้ายอะโวคาโด แต่มีเส้นใยและสีคล้ายฟักทอง จนถึงกลิ่นคล้ายละมุด

ยูเริ่มทำกราโนล่า แล้วระหว่างรอส่วนผสมสุก เธอก็เล่าว่า ตัวเองไม่ได้ทำขนมเก่งมาแต่แรก หากเริ่มฝึกทำเองเพราะอยากให้ลูกชายติดอาหารรสมือแม่ และหลงรักการเข้าครัวที่ได้ทำเองทุกขั้นตอน

“ทุกอย่างในชีวิตเราทุกวันนี้สำเร็จรูปมากเกินไป ทำให้เราลืมรากเหง้าที่มีเสน่ห์ นั่นคือการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อย่างเครื่องตีแป้งเมื่อก่อนเราทำกินเองก็ไม่ใช้ เพราะไม่ค่อยชอบอะไรสำเร็จรูป” ยูบอก

ฉันฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย นอกจากได้ฝึกฝนทักษะที่คนเมืองยุคนี้ไม่ค่อยมี การลงมือทำยังช่วยให้เราเห็นกระบวนการของอาหารตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เราเข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้น และอาจฟังดูแปลก แต่ฉันมองว่าการทำอาหารช่วยให้สงบใจ ยิ่งต้องรักษาเวลายิ่งทำให้มีสมาธิ ซึ่งเราในโลก multitasking ไม่ค่อยมี

และแน่นอน การเข้าครัวอบขนมยังหมายถึงเรากำหนดส่วนผสมและคัดสรร รู้ที่มาวัตถุดิบได้ เช่น ยูเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ปลอดสารพิษแทนน้ำตาล เพราะได้ความหวานปริมาณที่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มกลิ่นหอมในเนื้อธัญพืช สาเหตุหลักของความดีต่อสุขภาพในอาหารทำเองก็มาจากตรงนี้แหละ

“เราเชื่อว่า ถ้าวัตถุดิบคุณภาพดีเอามาทำขนมอะไรก็อร่อย เรารู้ว่ากินออร์แกนิกไม่ได้ 100% หรอก แต่การรู้ที่มาที่ไปของวัตถุดิบมันดีกว่า บางอย่างเราไปเอาเองจากบนดอยก็เชื่อถือคุณภาพได้ แต่ถ้าไม่ได้ไปเอาเอง กว่าวัตถุดิบเหล่านี้จะเข้ามาถึงในเมืองก็อาจจะมีการใส่สารเคมีมาแล้วเพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้ ผู้บริโภคจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง” ยูอธิบาย

ถาดกราโนลาถูกยกออกมาให้คลายร้อนนอกเตา เมื่อใส่เซียนท้อลงไปก็กลายเป็นกราโนลา ทาร์ตที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ นับเป็นการลงมือทำบางอย่างด้วยตัวเองที่ไม่ยากแถมยังอัดแน่นด้วยประโยชน์

ไม่เชื่อลองหาวันหยุดอยู่บ้านทำดูสิ

How to Make Seasonal Granola Tart

อุปกรณ์

  1. ถาด
  2. กระดาษไข
  3. ชามสำหรับผสม
  4. ช้อน
  5. พายยาง

ส่วนผสม

  1. น้ำ 90 กรัม
  2. น้ำมันมะกอก (Extra Virgin) 40 กรัม
  3. น้ำผึ้ง 94 กรัม
  4. ผงซินนามอน 3 กรัม
  5. ข้าวโอ๊ต 200 กรัม
  6. เกล็ดมะพร้าวอบ 79 กรัม
  7. เมล็ดฟักทอง 32 กรัม
  8. อัลมอนด์ 63 กรัม
  9. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 63 กรัม
  10. เซียนท้อ (หรือผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น) 350 กรัม

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด

2. ใส่น้ำผึ้งและซินนามอนลงในน้ำเดือดแล้วตามด้วยธัญพืช

3. นำออกมาใส่ถาดเข้าเอาเข้าเตาอบที่ความร้อนอุณหภูมิ 120 องศา ใช้เวลา 40 นาที

4. นำเซียนท้อไปต้มสุก และบดให้ละเอียด

5. นำกราโนลาออกจากเตามาตากแห้งค่อยนำมาบด ใส่เนยนิดหน่อย เมื่อแห้งและกรอบแล้วนำไปกินกับโยเกิร์ตหรือผลไม้สดตามฤดูกาลได้เลย

6. ถ้าต้องการทำเป็นทาร์ตให้นำกราโนลามากรุลงพิมพ์และแช่เย็นประมาณ 15 นาที

7. ปาดเนื้อเซียนท้อต้มสุกที่บดละเอียดแล้วลงไปบนแผ่นกราโนลาทาร์ตและตกแต่งหน้าให้สวยงาม

เวลานึกถึงการทำกิจกรรมกับคนใกล้ชิด คนเมืองมักนึกถึงกิจกรรมนอกบ้านอย่างการกินข้าวในร้าน แต่ที่จริงการเข้าครัวทำอาหารหรืออบขนมกับคนใกล้ชิดก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แถมยังได้ทั้งคุณค่าทางอาหารและจิตใจ การเข้าครัวจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำให้คุณและคนใกล้ชิดทำร่วมกันที่บ้าน โดยสำหรับชาวคอนโด ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co – Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ)  โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย เช่น พื้นที่ส่วนกลางพิเศษสำหรับกิจกรรมการเข้าครัวร่วมกัน ซึ่งทำให้การทำขนมหรืออาหารในคอนโดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

นายแบบ :  ปัญ – ภาม เจนพานิชการ

กร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เซียนท้อประยุกต์ใช้ผลไม้อื่นตามฤดูกาลแทนได้ และถ้าชอบกินกราโนลากับผลไม้สด แนะนำให้จับคู่ผลไม้รสต่างกัน เช่น กล้วยกับสตรอว์เบอร์รี่ ความหอมและหวานจากกล้วยเมื่อรวมกับรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่จะทำให้รสชาติของผลไม้ทั้งสองอย่างโดดเด่น (ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งคู่รสเปรี้ยวจะนำโด่งจนกลบรสกราโนลา)
  2. วัตถุดิบหาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่แนะนำให้เลือกธัญพืชที่ปรุงแต่งน้อยเพื่อลดโซเดียมและดีต่อสุขภาพ
  3. กราโนลาทาร์ตสูตรนี้ไม่ใส่สารกันเสียจึงเก็บกราโนลาไว้ได้แค่ 7 วันเท่านั้น ถ้าไม่อยากให้ความกรอบของกลาโนลาหายต้องใส่ซองกันชื้นด้วย

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load