15 กรกฎาคม 2560
3 K

โดยอาชีพแล้ว หมู-อัญชลี ศรีไพศาล เป็นที่ปรึกษาให้กับไลฟ์สไตล์แบรนด์ เป็นอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์แฟชั่น เป็น Lifestyle Designer เป็นนักเขียนอิสระ

เธอเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องที่อยากรู้

เพื่อความสนิทสนมเราขอเรียกเธอว่าครูพี่หมู

ก่อนจะไปฟังเรื่องงานอดิเรกแสนรักของเธอ เราอยากแนะนำเธอให้คุณรู้จักมากกว่านี้ และระหว่างนี้คุณจะอ่านไปด้วย เลือกกระดาษและสีริบบิ้นไปพร้อมกันด้วยก็ได้

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

หลังจากเรียนจบด้านแฟชั่นสไตลิสต์จาก Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น ครูพี่หมูทำงานในบริษัทค้าปลีกของญี่ปุ่นประจำประเทศไทยอยู่ถึง 13 ปี ก่อนทำงานกับโรงงานทอผ้า เขียนหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นมุมมองใหม่ๆ ในสมัยที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังไม่คุ้นเคยกับญี่ปุ่นมากนัก และทำอื่นๆ อีกมากมายตามที่เธอสนใจ

“ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่ข้อมูลเนื้อหาเยอะ เวลาเขามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ เขาจะไม่บอกแค่ข้อมูลนี้คืออะไร แต่จะบอกที่มาที่ไปเรื่องราวต่างๆ ตรงกับความสนใจที่คนชอบ ยิ่งเพิ่มนิสัยที่ว่าอยากรู้อะไรเราต้องรู้ให้จริง รู้ให้ลึก เราสนุกกับการทำข้อมูลมากๆ” และความชอบหาชอบค้นข้อมูล ครูพี่หมูทำงานเยอะจนออฟฟิศซินโดรมเรียกหา เริ่มจากปวดเมื่อย นานวันเข้าก็ส่งสัญญาณเป็นอาการเกร็งและเริ่มๆ ปวดหัว

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครูพี่หมูเริ่มพบว่าตัวเองเป็นออฟฟิศซินโดรม โดยสาเหตุมาจากปัจจัยการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดรวมๆ กันที่เอื้อให้โรคออฟฟิศซินโดรมเข้ามาทักทาย หลังจากรับการกายภาพชุดใหญ่ไฟกะพริบจากหมอ เธอตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตทั้งหมด หากิจกรรมอื่นๆ ดึงความสนใจจากหน้าจอบ้าง

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

และเมื่อกลับสังเกตตัวเอง เธอพบว่าเธอเป็นคนชอบแพ็กเกจจิ้งมาตั้งแต่เด็ก ชอบให้ของขวัญโดยไม่เน้นมูลค่าของขวัญแต่แสดงความระลึกนึกถึงกันในโอกาสต่างๆ ชอบและสนุกกับการห่อของขวัญ จึงตัดสินใจเริ่มห่อของขวัญอย่างจริงจัง จริงจังขนาดที่ว่าหาข้อมูลคลาสเรียนห่อของขวัญที่ญี่ปุ่น จึงติดต่อขอเรียนหลักสูตรเร่งรัดเช้าจรดเย็นใน 1 สัปดาห์

“ที่ผ่านมาเราห่อแบบครูพักลักจำ ดูจากหนังสือ แต่เราอยากรู้พื้นฐานจริงๆ และเทคนิคของการห่อของขวัญ แล้วที่ญี่ปุ่นจริงจังกันมากนะ เขามีเป็นสมาคมเลย คนที่สอนตามสตูดิโอต่างๆ ต้องได้รับใบรับรองจากสมาคม” ครูพี่หมูเล่าให้ฟังถึงความตั้งใจก่อนเดินทางไปเรียนในช่วงปลายปี 2014

บทเรียนแรกสุดจากหลักสูตรห่อของขวัญแบบเร่งรัดนี้คือ วิธีการกรีดกระดาษ และบทเรียนพื้นฐานของการห่อของขวัญอื่นๆ ตั้งแต่การห่อแบบคาราเมล หรือการห่อกล่องของขวัญทั่วๆ ไป การห่อแบบเฉลียง หรือการห่อแบบห้างฯ ญี่ปุ่น แล้วยังมีการห่อที่ดัดแปลงจากพื้นฐานทั่วไปอีกมากมาย วิธีการวางของขวัญกับกระดาษ เทคนิคการจับกระดาษ ก่อนจะพับ จะกรีด หรือจับกลีบ หรือบางเรื่องเรารู้มาแล้วเพียงแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป เรียนรู้วัฒนธรรมการ ‘ไฮ่’ ในโอกาสต่างๆ โดยจะเห็นจากหีบห่อกับทุกสิ่งของญี่ปุ่น นอกจากวันเกิดวันปีใหม่แบบทั่วไปแล้ว ยังมีวันครึ่งปี

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

“ความหมายที่ซ่อนในรายละเอียด โบที่ผูกซองเงินงานมงคลกับงานไม่มงคลก็ต่างกัน โบสำหรับงานศพจะเป็นเงื่อนตายหมายถึงไม่อยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก หรือสิ่งไหนที่อยากให้เกิดหลายๆ ครั้งอย่างงานมงคลก็จะใช้วิธีการผูกที่ทำให้แกะริ้บบิ้นง่ายและผูกซ้ำได้อีก” ครูพี่หมูเล่าตัวอย่างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญในวัฒนธรรมการให้ของญี่ปุ่น ว่าที่แม่บ้านญี่ปุ่นในฝันอย่างเราก็ได้แต่ตั้งใจฟังและจดแบบละเอียดยิบ

“หลังจากเรียนจบหลักสูตรพื้นฐานการห่อของขวัญกลับมา เราก็คิดว่าทำยังไงให้การห่อของขวัญของเราต่อเนื่อง จึงมาลงเอยด้วยการใช้ Instagram (@curiouspig) เป็นที่ส่งการบ้านของตัวเอง บังคับให้ตัวเองห่อของ ท้าทายตัวเองด้วยโจทย์ใหม่ๆ หาวิธีการใหม่แบบใหม่ๆ จากพื้นฐานที่เรียนมา

“ถ้าดูในสมุดส่งการบ้านของเราจะเห็นว่ามันไม่มีแต่สี่เหลี่ยมธรรมดาอย่างเดียวแต่ผสมกับทักษะพื้นฐานและสิ่งรอบตัว หรือวัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่จำกัดเฉพาะกระดาษ มีผ้าชนิดต่างๆ หรือหากเป็นกระดาษก็ไม่จำเป็นว่าต้องติดกาวอาจจะเจาะรูร้อยด้ายเหมือนการเย็บ หรือการใช้คอนเซปต์เพิ่มความสนุกกับตัวเอง”

เอกลักษณ์ของการห่อของขวัญของครูพี่หมูคือ การใส่ตัวตนลงไปในงาน การไม่จำกัดตัวเองทั้งวัสดุและความคิด บางชิ้นงานใช้วิธีการผูกมัดกลัดติดอย่างขนมไทยและแทนที่จะใช้กระดาษสีเขียวแบบใบตอง เธอเลือกใช้กระดาษขาวดำวาดรูปใบไม้

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

สิ่งที่ครูพี่หมูให้ความสำคัญเสมอคือเน้นการห่อที่แกะง่าย เช่นเดียวกับของขวัญที่เธอส่งมอบให้เราในตอนที่พูดคุยเรื่องนี้ ปมเชือกอย่างง่ายผูกคล้องเกี่ยวกันไว้สวยงามซึ่งหากมองเผินๆ จะดูคล้ายกับการผูกรัดเงื่อนตาย รวมไปถึงวิธีการพับกลัดกระดาษแทนการใช้กาวหรือเทปใส นอกจากนี้ งานของครูพี่หมูยังมีอารมณ์ขันซ่อนอยู่ในงานเสมอ

“การห่อแต่ละครั้ง หากเราคิดวางลำดับขั้นก่อนหลังไว้ล่วงหน้า พอห่อจริงมักไม่เป็นอย่างที่คิดนะ แต่พอด้นสดบางทีระหว่างนั้นเราจะพบวิธีใหม่ เป็นความรู้สึกที่สนุกมาก ลับคมความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา แอบคิดไว้เหมือนกันอยากให้สิ่งนี้เป็นงานอดิเรกของเราไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะอายุมากขึ้น”

สำหรับครูพี่หมู นอกจากการห่อของขวัญจะช่วยพาเธอออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว การห่อของขวัญให้อะไรกับครูพี่หมูบ้าง เราถาม

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

“ความสนุกกับการคิดใช้วัสดุอะไร วิธีการแบบไหน ให้ความสดชื่น เปิดมุมมอง ไม่จำกัดอยู่กับกรอบและรูปแบบเดิมๆ ได้คิดและต่อยอดอยู่ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่วัสดุใช้จะเป็นของรอบตัวหรือเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ดัดแปลงได้ เช่น ที่เปิดกระป๋องน้ำอัดลมมาทำเป็นหัวเข็มขัดผูกกับริบบิ้นใช้ห่อของขวัญ คู่มือการต่อโต๊ะที่มากับกล่อง IKEA ใช้เป็นกระดาษห่อของขวัญ”

ไม่แปลกที่ส่วนมากคนจะเน้นมูลค่าของที่อยู่ด้านในกล่องของขวัญ เพราะสังคมอุดมความดีงามนี้ใครๆ ก็ยกย่องคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน ทั้งที่เราก็รู้กันดีว่าเราต่างพึงใจจะเลือกหยิบบางสิ่งด้วยสิ่งห่อหุ้มภายนอก

แต่ก็ใช่ว่าความสนใจสิ่งห่อหุ้มจะเป็นเรื่องแค่เปลือกหรือผิวเสมอไป ลองมองให้ดี เหล่านี้แสดงให้เห็นคุณค่าต่อจิตใจที่เริ่มตั้งแต่ภายนอก หีบห่อที่สะท้อนความใส่ใจ หีบห่อที่สะท้อนความระลึกถึง

“แล้วของแบบไหนควรค่าแก่การหีบห่อ” เราถามเธอเป็นคำถามสุดท้าย แม้เดิมทีตั้งใจจะถามคำถามนี้เป็นคำถามแรก ครูพี่หมูยิ้มก่อนจะใช้เวลาคิดสักครู่

“ของทุกอย่าง อะไรก็ได้ ของที่พึงใจผู้รับ”

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

 ขอขอบคุณ : อัญชลี ศรีไพศาล

HOW TO: ออกแบบการห่อของขวัญ เพื่อแอบบอกความห่วงใย (จริงๆ นะ)

ของขวัญไม่ได้จำเป็นต้องราคาแพง และโอกาสของการให้ของก็ไม่จำเป็นต้องรอวันเกิด ปีใหม่ หรือครบรอบวันพิเศษ บางทีคิดถึงกันก็มองของให้กันก็ได้ หรือให้กำลังใจกันและกัน ครูพี่หมูมีตัวอย่างการห่อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เช่น ห่อช็อกโกแลตรสอร่อยแล้วแอบวางไว้บนโต๊ะหรือลิ้นชักเพื่อนที่ทำงานเพื่อให้กำลังใจ ไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษใด แค่มีกระดาษขนาด A4 อาจใช้กระดาษหน้านิตยสารที่ชอบ ที่เจาะกระดาษ เชือกหรือริบบิ้น และกิ๊บดำติดผม

1. เริ่มจากพับกระดาษครึ่งเป็นสี่ส่วนให้พอมีรอย จากนั้นกางออกแล้วพับเป็นสามเหลี่ยมเพื่อทำรอย ก่อนที่จะพับรอยสามเหลี่ยมนั้นกลัดเข้าช่องใดช่องหนึ่งเพื่อล็อกให้กระดาษอยู่ทรงเป็นซองใส่ของ เหมือนกระเป๋าใส่เหรียญสตางค์

2. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะรูรอบส่วนที่ยังไม่ติดกัน เดินเส้นเป็นรูปตัว L แล้วร้อยเชือกเข้ากับกิ๊บดำใช้แทนเข็มและด้ายเพื่อเย็บห่อซองของขวัญ ก่อนจะเว้นที่เพื่อใส่ช็อกโกแลตหรือของขวัญอื่นๆ ลงไปในซอง จากนั้นเย็บปิดปากซอง ผูกปมไว้อย่างหลวม เป็นอันเรียบร้อย

3. สามารถปรับขนาดกระดาษ เลือกระยะห่างระหว่างรูร้อยเชือกหรือวัสดุที่ใช้ตามสะดวก และหากใครอยากสนุกขึ้น ลองหาที่กลิ้งสำหรับตัดเสื้อมากลิ้งสร้างรอยปรุบริเวณริมกระดาษเพื่อให้ผู้รับพร้อมฉีกซอง เติมใจ ใส่น้ำร้อน

Blog: curiouspig.net
Instagram: @curiouspig

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ถ้าเราได้รับโจทย์จากใครสักคนให้ทำอาหารสักจาน โดยมีวัตถุดิบจากสวนและของที่มีอยู่ในบ้าน เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ที่ไม่เพียงแค่เราที่หยุดอยู่กับบ้าน ตลาด ร้านรวง ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กใหญ่ต่างพร้อมใจกันหยุด คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องท้าทายไหม

การเริ่มต้นจากสิ่งที่มีในสวนเป็นโจทย์ที่สนุก เพราะเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งที่มีและลดทอนสิ่งที่ต้องซื้อ

ขนมหลายชนิดของฉันก็ได้แรงบันดาลใจจากสวน เมื่อถึงฤดูกาลที่ส้มจี๊ดออกผลจนกิ่งย้อยลงดิน เมื่อสับปะรดหลายสิบต้นในสวนพร้อมใจกันออกลูกในเวลาเดียวกัน เมื่อลูกหม่อนลูกเล็กลูกน้อยเต็มต้นค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีดำ นั่นแสดงให้เห็นว่ามันมากมายจนนกกินไม่ทันแล้ว การใช้ทรัพยากรในสวนให้คุ้มค่าจึงเป็นเรื่องที่เราพยายามทำให้เป็นไปได้ เรื่องสนุกและท้าทายที่สุดหลังจากเราได้วัตถุดิบจากสวนมาแล้ว คือการลองผิดลองถูกแบบไม่สนตำรา เพื่อให้ได้เมนูขนมอร่อยๆ ขึ้นมา

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ทุกปิดเทอมสวนของเราจะกลายเป็นห้องเรียนของเด็กน้อย มีผนังห้องเป็นต้นไม้ มีเพดานเป็นท้องฟ้า ห้องเรียนเรามีของกินเต็มห้อง ใครจะกินอะไรในห้องครูไม่ว่า ห้องเรียนเราปลูกดอกไม้ไว้ทั่วห้อง สีของผนังและเพดานก็เปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน 

ในค่ายฤดูร้อนของเรา ฉันมักชวนเด็กๆ เล่นบทบาท ‘ตามหาอาหารจากสวน’ อยู่เสมอ เล่นชวนกันทำแกง (ไม่) เผ็ดเป็นอาหารกลางวัน แกงคั่วใส่ฟักเขียวและใบพริกเป็นเมนูประจำค่าย เพราะเรามักมีฟักเขียวลูกยักษ์และต้นพริกมากมายในสวน เด็กๆ ต้องตามหาเครื่องแกง ขุดข่า ขุดตะไคร้ หาใบมะกรูดมาตำน้ำพริก เตรียมขูดมะพร้าวกันเอง เรามักเรียกแกงฟักเขียวของเราว่า ‘แกงร่วมแรงร่วมใจ’ เพราะเด็กๆ ทุกคนได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน แกงหม้อนั้นจึงเป็นแกงอร่อยของเด็กๆ และเป็นความภูมิใจของพวกเขาที่กินแกงรสเผ็ดนิดๆ ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต

ถึงตรงนี้ ฉันขอเล่าเรื่องสวนของฉันสักนิดพอให้ทุกคนได้นึกภาพตามได้ เวลาที่ฉันพาเดินข้ามท้องร่องเข้าไปเก็บดอกไม้ในสวน ที่นี่มีชื่อว่า Whispering Land ฉันมักต้องตอบคำถามใครต่อใครเสมอว่าใครกระซิบ กระซิบว่าอะไร คงต้องย้อนความไปสักนิดก่อนจะตอบคำถามเรื่องชื่อ

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ 'สลัดดอกไม้'

แต่เดิมสวนนี้เป็นร่องสวนฝรั่ง เรามาปรับเป็นร่องปลูกดอกไม้ ปลูกผัก และสารพัดต้นไม้ที่ใครอยากปลูกอะไรก็เลือกปลูก แม้เราจะอยู่บ้านเดียวกัน แต่รสนิยมเรื่องต้นไม้ก็แตกต่างกันไปตามรสนิยมการใช้ชีวิต พอถึงหน้าน้ำราวๆ เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ร่องสวนเราก็มักจะมีน้ำล้นเอ่อ บางร่องก็มีน้ำท่วมขัง น้องชายนักจัดสวนของฉันตัดสินใจปรับแลนด์สเคปของที่นี่ใหม่ ให้มีพื้นที่สำหรับปลูกไม้ยืนต้นที่ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องน้ำขังในช่วงเดือนดังกล่าว และเขาก็ตัดสินใจขุดบ่อ

กลางพื้นที่ 9 ไร่เพื่อกักน้ำไว้ใช้ดูแลต้นไม้ แบ่งพื้นที่สวนเป็นส่วนที่ปลูกไม้สะสม เช่น แคคตัสและไม้สะสมอื่นๆ อีกทั้งปลูกไม้กินได้ไว้แทบทุกมุมของสวน มีพื้นที่ที่ปลูกส้มจี๊ดเป็นแนวยาว สลับไปกับดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดาวกระจาย กะเพรา และสมุนไพรอื่นๆ เช่น ทารากอน มินต์ โรสแมรี่ ไทม์ เรายังเก็บร่องสวนไว้จำนวนหนึ่งเพื่อปลูกผัก ปลูกดอกไม้ที่เป็นไม้ล้มลุก และอะไรที่ขึ้นเอง เช่น ต้นธูป ต้นโสน ต้นอ้อ หรือหญ้าบางชนิด น้องชายของฉันก็เลือกที่จะเก็บไว้ 

สวนของเราจึงเป็นที่อยู่ที่กินของนกหลายชนิด ทั้งนกกวัก นกกระยาง นกกระแตแต้แว้ด และอีกมากมาย ล่าสุดที่เป็นเรื่องตื่นเต้นของทุกคน คือมีนกกระจาบทองมาสร้างรังอยู่หลายรังบนต้นริมบ่อน้ำกลางสวน มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกบอกฉันว่า หากพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สร้างรังค่อยๆ ถูกทำลายไป คาดว่านกชนิดนี้จะสูญพันธ์ุไปภายใน 10 ปี

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้
ภาพ : สันติพงษ์ จูเจริญ

กลับมาที่คำถามเรื่องชื่อ ด้วยความตั้งใจดูแลผืนดินนี้ให้เป็นผืนดินทองที่มีต้นไม้นานาชนิด มีสรรพสัตว์อาศัยอยู่ในสวนอย่างเกื้อกูลกัน ฉันจึงจินตนาการว่าถ้าผืนดินสื่อสารกับเราได้ คงส่งเสียงกระซิบผ่านดอกไม้ทุกดอก ใบไม้ทุกใบของที่นี่ และอาจกระซิบบอกพวกเราผ่านนก ผึ้ง แมลงตัวจิ๋ว และสรรพสัตว์ในสวนด้วย

กลับมาที่โจทย์วันนี้ ‘สลัดดอกไม้กินได้’ หลังบทสนทนาทางโทรศัพท์จบลงและรู้ว่าวันรุ่งขึ้นฉันต้องทำอะไร ฉันรีบคว้าหมวกสานใบใหญ่ พร้อมหยิบตะกร้าคล้องแขนออกไปตามหาดอกไม้กินได้ในสวน โดยไม่ยี่หร่ะกับอากาศในช่วงบ่ายกลางฤดูร้อนเช่นนี้ (แต่ถ้าเลือกได้ฉันจะออกไปตอนเช้า) ฉันเดินเราะไปตามร่องสวน เด็ดดอกนั้นดอกนี้ใส่ตะกร้า เดินข้ามจากท้องร่องนี้ไปท้องร่องโน้น ไม่นานก็ได้ของฝากจากฤดูร้อนมาเต็มตะกร้า ฉันแวะเก็บลูกหม่อนและตะขบที่สุกงอมด้วยแดดอุ่นของฤดูกาลมาด้วย

ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก แม่เป็นคนพาฉันเข้าสู่วงการดอกไม้กินได้ และพาฉันทำขนมทำกับข้าวจากดอกไม้ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกแค ดอกแคจิ้มน้ำพริก ดอกข้าวสารต้มกะทิ ดอกชมพู่มะเหมี่ยวแม่ก็เคยเอามาต้มน้ำให้กิน ดอกไม้บางอย่างที่แม่ชอบใช้ก็ไม่ใช่ดอกไม้กินอร่อย แต่เป็นดอกไม้ให้กลิ่นหอม อย่างเช่นดอกมะลิที่แม่ชอบเอามาลอยในกะทิหรือในน้ำเพื่อให้ขนมหอมอร่อยขึ้น

นอกจากแม่ที่พาให้ฉันหลงใหลชีวิตแบบนี้ ก็ยังมีคุณย่าที่สนุกกับการออกตามหาอาหารทั้งในและรอบๆ สวน พวกเราพี่น้องได้เรียนรู้มากมายเรื่องของกินได้ที่เก็บจากสวนบ้าง จากป่าข้างทางบ้าง ด้วยการวิ่งต้อยๆ ตามคุณย่าไปทุกที่ ฉันเคยเห็นคุณย่าปีนเก็บลูกหัวลิงบนต้นลำพู เก็บใบหูปลาช่อนที่ดูเหมือนวัชพืชในสวนมาทำกับข้าว คุณย่าไม่ได้เก็บอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า คุณย่ารู้จักมันดีว่าส่วนไหนกินได้กินไม่ได้ คุณย่าย้ำกับเราเสมอหัวลิงต้องเผาไฟเอาเมล็ดออกก่อน เห็ดชนิดนั้นกินได้ชนิดนี้กินไม่ได้ ฉันได้เรียนรู้ว่ารอบกายของฉันล้วนแล้วแต่เป็นอาหาร แค่เพียงรู้จักมันให้ดี

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้
ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ฉันไม่แน่ใจว่าสวนใครมีดอกไม้กินได้อะไรบ้าง แต่นี่คือดอกไม้ที่ Whispering Land ในช่วงฤดูร้อนนี้มีดอกอัญชัน ดาวเรือง ดอกผักกาด ดอกอ่อมแซบ ดอกตะขบฝรั่ง และของแถมจากการออกตามหาดอกไม้ในบ่ายวันนี้ คือลูกตะขบกับลูกหม่อน

ดอกไม้ในตะกร้าจากในสวน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

‘อ่อมแซบ’ หรือเบญจรงค์ 5 สี มีสีดอกที่หลากหลาย สีขาวนวล สีม่วง เหลืองอ่อน ชมพู ม่วงปนขาว บางคนก็เรียกผักนี้ว่าบุษบาริมทาง คงเป็นเพราะเป็นพืชที่ขึ้นง่ายพบเห็นทั่วไปตามริมทาง อ่อมแซบมีฤทธิ์เย็น ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย เรานำใบ ยอดอ่อน และดอกของอ่อมแซ่บมาปรุงอาหารอร่อยได้ เมนูโปรดของบ้านเราที่มีผักชนิดนี้เป็นส่วนผสมคือแกงเลียง เพราะรสหวานจากยอดอ่อมแซบทำให้เราไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลในหม้อแกงเลย ถ้าใครอยากมีต้นอ่อมแซบไว้ดูแล ทำได้ 2 วิธี คือนำกิ่งมาปักชำ กับเพาะเมล็ด

วันนี้เราได้ดอกอ่อมแซบสีม่วงรสชาติจืดๆ มาเป็นนางเอกในจานสลัด

‘ดอกอัญชัน’ ดอกไม้ที่ใครๆ ก็รู้จัก นำมาทำเครื่องดื่มสีสวยก็ได้ มาทำสีขนมในเมนูต่างๆ ก็ดี อัญชันเป็นดอกไม้สีสวยที่มีแอนโทไซยานินสูง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต จึงมีผู้นิยมทานกันมาก แต่กระนั้นเราก็ควรทานแต่พอดี เพราะอะไรที่มากไปก็จะเกินสมดุลและเป็นโทษได้เช่นกัน

  วันนี้เรามีดอกอัญชันสีน้ำเงิน สีม่วง และสีขาว

‘ดอกดาวเรือง’ หรือดอกคำปู้จู้ที่เป็นชื่อเรียกทางภาคเหนือ เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกจากประเทศเม็กซิโก แต่พบเห็นทั่วไปในประเทศเรา มีกลิ่นฉุน มีรสเผ็ดเล็กน้อย นิยมมาตากแห้งทำชาหรือนำกลีบดอกสีสวยสวยมาโรยในสลัด ใส่ขนมปัง ใส่ซุป ทอดไข่ บางคนเรียกดาวเรืองว่า Poor Man’s Saffron

‘ดอกผักกาดกวางตุ้ง’ ในสวนเราจะปลูกผักกาดไว้เป็นประจำ กินไม่ทันก็จะมีดอกเหลืองๆ ของผักกาดบานเต็มสวน เอาไว้ปักแจกันบนโต๊ะอาหารบ้าง ตกแต่งจานบ้าง วันนี้เราขอดอกผักกาดสีเหลืองสวยมาตกแต่งสลัดกัน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

‘ตะขบฝรั่ง’ ตะขบฝรั่งขึ้นอยู่ทุกภาคของประเทศ ทั้งในป่า ตามบ้านเรือน บนคันนา ตะขบมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มากมาย เป็นอาหารอร่อยของนกหลายชนิด ผลสดทานอร่อย มีรสชาติหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตะขบออกลูกดก สมัยที่ไม่มีร้านสะดวกซื้อแบบทุกหัวมุมถนนเช่นนี้ ตะขบเป็นอาหารว่างของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ตะขบมักเป็นต้นไม้โปรดอีกต้นของเด็กๆ ที่มารวมกลุ่มกันปีนเล่น เป็นสังคมน้อยๆ ของเด็กๆ ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน วันนี้เราได้ทั้งผลตะขบหอมๆ และดอกตะขบสีขาวน่ารักรสชาติขมนิดๆ มาไว้ในจานสลัด

‘มัลเบอร์รี่’หรือลูกหม่อน ปลูกกันแพร่หลายในบริเวณที่มีการทอผ้าเลี้ยงไหม ด้วยสรรพคุณที่มากมายของหม่อนปัจจุบันจึงมีคนนิยมปลูกไว้รับประทานใบ โดยการนำใบมาตากแห้งเป็นชา นำผลสุกมาทานสด มาทำขนม มาทำแยม ทำไวน์ หม่อนปลูกง่าย ขยายพันธ์ุด้วยการปักชำ เลือกกิ่งที่มีอายุ 6 เดือนถึง 1ปีมาปักชำในกระถาง ไม่นานเราก็จะเห็นใบอ่อนเริ่มแตกออกมา ผลมัลเบอร์รี่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

จัดจานสลัดด้วยดอกไม้และผลไม้จากสวนและผักจากครัว

ในครัววันนี้มีผักสลัดอย่างผักคอสรสชาติหวานกรอบ และร็อกเก็ตซึ่งมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดซ่า มีมะเขือเทศราชินีลูกจิ๋วจากสวนของเพื่อนๆ เราจะเอามาประกอบจานสลัดพร้อมกับดอกไม้กินได้จากสวน

วันนี้เราโชคดีที่มีเทมเป้ที่เราถนอมไว้ในตู้เย็นมาเป็นส่วนประกอบในจานสลัดด้วย

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

คำจำกัดความของคำว่าอร่อยของอาหารไม่ได้อยู่ที่รสชาติที่กลมกล่อมเพียงอย่างเดียว กลิ่นก็มีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิในขนมซ่าหริ่ม กลิ่นหอมเย็นๆ ของดอกชมนาดในน้ำข้าวแช่ กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาในขนมฝรั่งทั้งหลาย หรือแม้แต่กลิ่นฉุนของกระเทียมเวลาผัดน้ำมันในกับข้าวแทบทุกชนิด กลิ่นอาหาร กลิ่นขนมช่วยเรียกน้ำย่อยเราตั้งแต่อาหารยังอยู่บนเตา นอกจากนี้สีสัน หน้าตาของอาหาร รวมทั้งจานชามที่เลือกใช้ให้เข้ากับอาหารจานนั้นๆ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันคือศิลปะบนจานอาหารที่เพิ่มความอร่อยให้ตั้งแต่แรกเห็น

ช่วงเวลาที่เราได้หยุดยาวแบบไม่มีกำหนดเช่นนี้ เราอาจได้เรียนรู้และได้ปรับมุมมองใหม่ใหม่ในชีวิตจากการทำอาหาร เหมือนที่สมัยคุณย่าคุณยายเราได้เรียนรู้ชีวิตจากการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องมีใครมานั่งสอนหรือเปิดตำราบอก พวกเขากินดอกแคแก้ไข้หัวลมตอนเปลี่ยนฤดู กินผลไม้พืชผักตามฤดูกาล พวกเขาใช้ชีวิตสอดคล้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ธรรมชาติพยายามสื่อสารและส่งมอบมาให้ แค่ไม่ฝืน ไม่ดันทุรัง หรือแทรกแซง

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

ส่วนผสม Dressing

  • ตะไคร้ซอย 4 ต้น
  • ใบเตยซอย 6ใบ
  • ขิงสับ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำส้มจี๊ดหรือน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • บรั่นดี 2 ช้อนโต๊ะ
  • Cider Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลช่อดอกมะพร้าวหรือน้ำผึ้ง 4 ช้อนชา
  • ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1ช้อนชา
  • เกลือหิมาลัย นิดหน่อย
  • สมุนไพรในสวน เช่น ไทม์

 วิธีทำ

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

1. นำส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นน้ำส้มจี๊ดและใบไทม์) ใส่หม้อ

2. ตั้งไฟให้เดือด 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

3. เคี่ยวต่อประมาณ 3 – 5 นาทีจนน้ำเริ่มงวดขึ้นหรือได้กลิ่นใบเตยและตะไคร้ชัดขึ้น 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

4. ยกขึ้นจากเตา แล้วใส่น้ำส้มจี๊ด 

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

5. นำมากรอง รอให้คลายความร้อน

ชวนหยิบตะกร้าคล้องแขนข้ามท้องร่อง ไปเด็ดดอกไม้ในสวนมาเข้าครัวทำ สลัดดอกไม้

6. นำใส่ขวดแช่ตู้เย็น 

7. ก่อนนำมาทานให้บี้ใบไทม์ใส่ลงไปน้ำสลัดเล็กน้อย

*หมายเหตุ 

ส่วนผสมของน้ำสลัดทั้งหมดมาจากสิ่งที่หาได้ในครัว ซึ่งครัวของแต่ละบ้านก็ต่างกัน ลองปรับสูตรให้เหมาะสมกับบ้านเรา โดยยึดหลักให้น้ำสลัดเรามีรสชาติเปรี้ยว หวาน ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยการตัดเกลือนิดๆ ให้มีส่วนผสมของน้ำมันที่ชอบสัก 1 ชนิด มีกลิ่นหอมของสมุนไพรในสวนสักหน่อย

เคล็ดลับสำคัญข้อหนึ่งของจานสลัดคือ น้ำสลัดที่ทำได้ง่ายๆ จากสิ่งที่มีในครัว บางทีอาจจะแค่ใช้น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำผลไม้ Citrus อะไรสักอย่างใส่น้ำผึ้งลงไป และเหยาะเกลือหิมาลัยลงไปนิดหน่อย แค่นี้ก็พร้อมจะเป็น Dressing สำหรับสลัดจานอร่อยของเราแล้ว


Tips การเก็บดอกไม้

  1. ควรออกไปเก็บดอกไม้ตอนเช้า เพราะเราและดอกไม้จะได้ไม่เหี่ยวเฉาไปก่อนเก็บเสร็จ
  2. เก็บมาเท่าที่ใช้จะได้ไม่เหลือเหี่ยวเป็นขยะที่ต้องหาวิธีทิ้ง ที่สำคัญ อย่าลืมเก็บไว้ให้ผึ้งและผีเสื้อในสวนด้วย
  3. ถ้าเป็นดอกไม้ข้างทาง ต้องมั่นใจว่าไม่มีการใช้ยาฆ่าหญ้าหรือยาฆ่าแมลงในบริเวณนั้น
  4. เก็บชนิดของดอกไม้ที่แน่ใจว่าเรารู้จักและกินได้จริง ถ้าสงสัยอย่าเพิ่งเก็บ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือถามผู้รู้ก่อน
  5. ศึกษาและจดจำชื่อและหน้าตาของดอกไม้ที่มีพิษไว้บ้างเพื่อเป็นข้อมูล เวลาพบเจอดอกเหล่านั้นที่ไหน จะได้ไม่พลาดนำมาทำอาหาร
  6. ดอกไม้และพืชผักบางชนิดทานดิบไม่ได้ แต่พอนำมาปรุงสุกก็กลับให้ประโยชน์มากมาย
  7. หลังจากได้ดอกไม้มาแล้ว ให้นำมาล้างน้ำอย่างเบามือ เพราะดอกไม้กลีบบอบบางช้ำง่าย ก่อนนำแยกประเภทใส่กล่องปิดฝาเก็บไว้ในตู้เย็น
  8. เก็บดอกไม้ด้วยความเคารพ และขอบคุณธรรมชาติที่ได้มอบสาร

Writer

Avatar

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load