The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้าวเม็ดนุ่มอวบสวย กุ้งแม่น้ำขนาดเบิ้ม ผลไม้รสอร่อยสดจากต้น ล้วนเป็นผลผลิตจากความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี มากไปกว่านั้นปราจีนฯ ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ

หากย้อนไปถึงวิชาภูมิศาสตร์จะสังเกตว่าพื้นที่ของเมืองปราจีนฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ลุ่มและมีต้นไม้เยอะ ทำให้มีสมุนไพรและผลผลิตจากป่าเยอะตามไปด้วย

จากเมืองสมุนไพร ก่อเกิด ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เพื่อบอกเล่าและขานไขภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับสมุนไพรไทยผ่านบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าปราจีนฯ คล้ายจะเป็น Public Space สำหรับเด็กนักเรียน คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศที่แวะพักปราจีนฯ ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสมุนไพรไทยเป็นหัวใจหลักในการยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

เล่าเรื่องบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เดิมที ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เป็นบ้านของครอบครัวเปี่ยมสมบูรณ์ ตระกูลขุนนางและพ่อค้าเก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในตลาดปราจีนฯ และเป็นบ้านที่ทันสมัยมากใน พ.ศ. 2493 ก่อน ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ น้องคนสุดท้องของตระกูลจะมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ดำเนินสาธารณะประโยชน์จวบจนปัจจุบัน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมืองปราจีนฯ ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บ้านของเราเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองปราจีนฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ และบ้านเล่าเรื่องยังเป็นร้านอาหารด้วยนะ”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมรา อคมานนท์ ผู้จัดการบ้านเล่าเรื่องฯ อธิบายขณะชวนเราเดินทัวร์ทั่วบ้าน เริ่มตั้งแต่เราก้าวเท้าลงจากรถ จะเจอกับกองทัพสมุนไพรชูกิ่งก้านใบต้อนรับอยู่หน้าบ้าน พญายอ พลูคาว สันพร้าหอม หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น แวะชมและทดลองดมสมุนไพรจนหนำใจแล้ว ออกกำลังขาเดินเข้าบ้านมองเห็นกำแพงสีเหลืองสดใสสะดุดตา พร้อมภาพวาดพิกัดร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในปราจีนฯ โดยนักวาดการ์ตูนนามปากกา ชัย ราชวัตร เจ้าของลายเส้น ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ก่อนเข้าตัวบ้านก็แวะดื่มเวลคัมดริงก์สมุนไพรเป็นน้ำฝางสีแดงสดดับกระหาย คนทั่วไปอาจคุ้นชินกับฝางในสถานะสีย้อมผ้าจากธรรมชาติ แท้จริงแล้วฝางยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และแก้อาการหัวใจขาดเลือดด้วย

ดับกระหายคลายร้อนด้วยสมุนไพรแล้ว เข้าไปดูในตัวบ้านดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องมีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องเครื่องปั้นดินเผา อยู่บริเวณชานบ้าน จัดแสดงหม้อดินเผาโบราณที่ค้นพบในแม่น้ำปราจีนบุรี และมีภาพวาดสมุนไพรจากภูเขาและป่าไม้

ถัดจากชานบ้านเข้าไปด้านในจะเป็นห้องรับแขก พร้อมมุมสวยติดหน้าต่างมองเห็นสวนด้านนอก ภายในห้องเล่าความเป็นมาของบ้านเล่าเรื่อง พร้อมจัดแสดงวัตถุล้ำค่าโบราณหาชมยากจากคนใจดีที่มอบให้กับบ้านเล่าเรื่อง อย่างเหรียญและธนบัตรโบราณ โถสังคโลกสมัยสุโขทัย จานเชิงและกาน้ำชา

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากสำรวจวัตถุล้ำค่าหาชมยากจนครบทุกชิ้น เราก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็เจอกับห้องนิทรรศการซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนบอกเล่าเรื่องราวของเมืองปราจีนฯ ในหลากหลายมุมมอง

ตอนนี้ในห้องยังคงจัดแสดงนิทรรศการบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าด้วยกษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เสด็จฯ เยือนจังหวัดปราจีนบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘บ้านนี้ผู้หญิงเก่ง’ เล่าเรื่องราวความฉลาด ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ และจิตใจสาธารณะ ของ คุณโปรยทิพย์ เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ตัวจริงเสียงจริง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมราเล่าประวัติศาสตร์สนุกพลางพาเราเดินทะลุไปยังห้องสมุด มีหนังสือหลากหลายแบบและมีเรื่องราวของคนปราจีนฯ แอบซ่อนอยู่ในนั้นด้วย แถมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จากโรงเรียนใกล้เคียงมักจะมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจิบน้ำสมุนไพรระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่รับกลับบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ห้องสุดท้ายเรารอคอย นอกจากจะเป็นห้องนิทรรศการผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นห้องอาหารของบ้านเล่าเรื่องอีกด้วย บรรยากาศด้านหลังบ้านห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและติดกับแม่น้ำปราจีนบุรีพอดิบพอดี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เมนูอาหารและเครื่องดื่มของครัวบ้านเล่าเรื่องล้วนมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม เช่น เล็บครุฑเทมปุระ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานเล่นก็เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ ถัดมาเป็นต้มจืดหูเสือบะช่อตำลึง ถ้วยนี้ขอบอกเลยว่าใครมาต้องสั่ง! ซดน้ำแกงจนหยดสุดท้ายแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงหมูบะช่อผสมใบหูเสือหั่นฝอย สรรพคุณของหูเสือช่วยขับเสมหะ แก้อาการไอ ถ้าลองขยี้ใบหูเสือด้วยมือจะส่งกลิ่นหอมคล้ายออริกาโน่ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ด้วย ส่วนจานสุดท้ายเสิร์ฟสารอาหารครบ 5 หมู่กับเมนูข้าวอบธัญพืชทานคู่กับน้ำพริกอ่อง ไข่ต้มและสารพัดผัก

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“สมุนไพรเราปลูกเองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วนผักเราสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ปลูกผักอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้จะส่งผักให้บ้านเล่าเรื่องสัปดาห์ละ 2 วัน แม้แต่ไข่ไก่ก็เป็นไข่ไก่อารมณ์ดี โดยกลุ่มเกษตรกรเขาสร้างเป็นสหกรณ์เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากส่งให้เราเขาก็ส่งให้โรงพยาบาลด้วย”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เพลินกับ 3 เมนูเด็ดแล้วจะขาดเครื่องดื่มรสซาบซ่าได้อย่างไร แก้วแรกมีชื่อว่า ‘สามเกลอ’ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของพุทราจีน กระเจี๊ยบ และใบเตย เคี่ยวรวมกันจนข้น วิธีดื่มง่ายมากเพียงเติมน้ำโซดาเพิ่มความสดชื่น ต่อด้วยสามเกลอ ถ้าใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมได้ไม่ว่ากัน อ้อ! พุทราจีนมีสรรพคุณช่วยลดความดันและไขมันในเส้นเลือดด้วยนะ แก้วถัดมาเป็น มะนาวอัญชัน คู่หูที่เจอกันเมื่อไหร่ก็เข้ากันสุดๆ

นอกจากเมนูสามเกลอและมะนาวอัญชัน ยังมีเครื่องดื่มชื่อสนุกและสรรพคุณเป็นเลิศ เช่น สามดอกไม้ มะลิ เก๊กฮวย ดาวเรือง และสามทหารเสือ ใบหูเสือ กำลังเสือโคร่ง (แก่นไม้) และไทเกอร์เฮิร์บ (ใบบัวบก) เห็นแค่ชื่อแต่ละเมนูเราก็ลืมไปเลยว่ากำลังดื่มน้ำสมุนไพรเพิ่มกำลังวังชาอยู่

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยมะม่วงแช่อิ่มฝีมือป้าเที่ยง มะม่วง 1,000 ไห เป็นเรื่องเล่าของคนปราจีนฯ ที่รู้กันดีว่าป้าเที่ยงทำธุรกิจมะม่วงดองมากว่า 1,000 ไห จนปัจจุบันอายุ 84 ปี อยู่ๆ ก็เกิดอยากเลิกกิจการ แต่ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการทำมะม่วงดองในอนาคต เลยแนะให้ป้าเที่ยงอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ ส่วนบ้านเล่าเรื่องต่อยอดมะม่วงป้าเที่ยงโดยการทำเป็นมะม่วงแช่อิ่มจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะมากสำหรับเป็นของฝาก

เป็นมากกว่าบ้าน…ที่เล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารสมุนไพรอร่อย หรือพื้นที่สาธารณะแสนรื่นรมย์ของขาประจำและขาจร ยังเป็นค่ายสมุนไพรขนาดย่อมแบบไปเช้า-เย็นกลับสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 11 ขวบ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยตั้งแต่พื้นฐาน รสชาติของสมุนไพรเป็นอย่างไร มีสรรพคุณช่วยบรรอาการอะไรบ้าง ตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างง่าย เช่น ทำน้ำสมุนไพรดื่มเองในครอบครัว ทำยาหม่อง ยาดม

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องอยากให้คนได้รู้จักสมุนไพรไทยและเอาไปใช้ได้อย่างหลากหลาย เราพยายามทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสมุนไพรเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารหรือยารักษาโรค

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเห็นสมุนไพรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้ามีการใช้สมุนไพรเป็นยา แน่นอนว่าการเจ็บป่วยน้อยลง และอัตราในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็ย่อมลดลงด้วย” อดีตพยาบาลเล่าด้วยตาเป็นประกาย

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากบ้านเล่าเรื่องฯ จบ เราหยิบเอาเรื่องเล่าบางส่วนมาเล่าเป็นเรื่องให้นักอ่านเห็นถึงความตั้งใจอันดี (มาก) ของคนตัวเล็กในบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าเมืองปราจีนฯ ที่หมายมั่นและผลักดันสมุนไพรไทยให้คนไทยกันเองรู้จักผ่านการมองเห็นด้วยตา ชิมรสด้วยปาก และลงมือทำด้วยสองมือ

เอาล่ะ เราว่าถึงเวลาของนักอ่านจากทั่วทุกสารทิศ ล็อกประตูบ้านให้สนิทแล้วออกไปผจญภัยในเมืองสมุนไพรไทยแห่งภาคตะวันออกด้วยกัน!

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

ที่อยู่ 51 ถนนหน้าเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25000

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.30 น. (ครัวปิดเวลา 19.00 น.)

Facebook : บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อบอุ่นและคับคั่งเหมือนเดิม ยังอยู่ในย่านอารีย์เหมือนเคย เพิ่มเติมคือ ‘Lilou & Laliart’ โยกย้ายมาตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10

หลังจากหลายปีก่อน เราเคยสัมภาษณ์ ต้น-เอกกมล ธีปฏิกานนท์ และ ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ ที่ร้านละเลียดสมัยยังพ่วงอยู่กับ FabCafe Bangkok ในพหลโยธิน ซอย 5 ในขวบปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านทั้งสองเติบโตขึ้น ร้านแห่งนี้ก็ขยับขยายกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟและขนม เราเลยเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงการเดินทางก่อร่างเป็นร้านอิสระในบ้านเก่าแห่งนี้

แนวคิดการทำร้านยังเหมือนเดิมไหม – เราถาม พร้อมชวนต้นและปุ๋มนั่งลงคุย ก่อนลูกค้าระลอกใหม่จะทยอยมา

กาแฟของละเลียด

ขอทวนความจำกันสักนิดเผื่อใครที่เพิ่งมาเป็นแฟนของร้าน Laliart Coffee ก่อนหน้านี้ต้นทำร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่กับร้านจักรยาน Tokyobike ช็อปแรกในไทยได้อยู่ 2 ปีแล้วโยกย้าย จากนั้นก็โดดมาทำร้านที่ 2 อยู่กับ FabCafe Bangkok ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เริ่มทำเบเกอรี่ขายกับกาแฟจริงจัง ก่อนจะหมดสัญญาในอีก 2 ปีถัดมา นำมาสู่ร้านที่ 3 ที่เรามาเยือนกันในครั้งนี้

“พอหมดสัญญาเราก็ยังอยากทำต่อ แล้วเจอบ้านนี้พอดี การเดินทางครั้งที่สามนี้เราไม่ได้อยู่กับใครแล้ว เราจึงออกแบบพื้นที่และรีโนเวตอย่างที่ชอบและอยากได้” ต้นบอกว่าที่นี่เป็นออฟฟิศเก่ามาก่อน และมี 2 ข้อที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลงหลักปักร้านที่นี่คือ หนึ่ง สเปซสวย และสอง มีที่จอดรถแม้จะอยู่ในซอยก็ตาม

เขาเล่าติดตลกว่าในฐานะอดีต Art Director นิตยสารเก่า เขาก็เขียน AI (Adobe Illustator) กรอบประตูหน้าต่างที่บาร์กาแฟด้านล่างอย่างที่อยากได้ แล้วส่งให้ช่างเนรมิตรออกมาให้

ต้นเล่าต่อว่าพอมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเอง ก็ตั้งใจจะ Roast กาแฟอย่างลงลึกและเข้มข้น ซึ่งแพสชันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ลาออกจากงานพร้อม ๆ กับปุ๋ม แล้วเดินทางไปเป็นอาสาสมัครทำงานในคาเฟ่ในโครงการ WWOOF ที่ญี่ปุ่น ก่อนกลับมาเดินทางไป Sip กาแฟที่แม่ฮ่องสอน ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนศึกษาการคั่วและการเลือกกาแฟแบบสเปเชียลตี้มากขึ้น

“เมล็ดกาแฟที่เราใช้เป็นหลักที่นี่ คือเมล็ดกาแฟไทยจากสวนคำปัน ปลูกในพื้นที่บ้านห้วยห้า (โกลฮาคี) ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของเมล็ดกาแฟคัดสรรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเราเห็นความตั้งใจของเขา กาแฟที่ทำสะอาดและซับซ้อนขึ้นทุกปี มีหลายโปรเซสมากเพื่อให้รสชาติกาแฟดีขึ้น เราก็อยากสนับสนุนให้คนทำกาแฟดีให้อยู่ได้” นอกจากต้นจะคั่วสเกลเล็กที่นี่เพื่อใช้ภายในร้านแล้ว เขายังรับคั่วส่งสเกลใหญ่ในโรงคั่วของครอบครัวสำหรับร้านอื่น ๆ ที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Recommended Menu

at Lilou & Laliart

เมนูซิกเนเจอร์และขายดี

ชูก้าเรย์ กาแฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเขย่ากาแฟกับน้ำตาลอ้อยเพื่อให้เกิดฟอง ผสมกับน้ำส้มเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น ใช้เมล็ด Light Roast จากบ้านห้วยห้า เมล็ดโทนผลไม้โทนเปรี้ยวแต่ไม่จัด ทำให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่ใช่สายกาแฟ ลองสั่งสตรอว์เบอร์รีช็อกโกแลตดู ก็อร่อยชื่นใจไม่แพ้กัน

เมนูกินเพลิน

อเมริกาโน่ แม้เป็นเมนูเบสิกแต่มีหลายเมล็ด หลากคาแรกเตอร์ให้เลือก ทั้งเมล็ดไทยและนอกอีกประมาณ 10 กว่าตัว (เดือนไหนมีเมล็ดอะไรบ้าง ลองแวะถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ได้)

เมนูคู่กับนม

ใครชอบทานกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร ซึ่งใช้เมล็ดไทย Medium Roast ผสมกับเมล็ดฉานจากเมียนมา กลายเป็นกาแฟเบสช็อกโกแลต ถั่วนิด ๆ ไม่เปรี้ยว ทานกับนมอร่อย

นมของลิลู

ชิมกาแฟกันไปแล้ว จะลืมขนมได้อย่างไร ใครมาที่นี่เป็นต้องติดใจขนมของ Lilou Cafe เสียทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันบนไทม์ไลน์ของปุ๋ม 

หลังจากต้นกำลังทำร้านกาแฟที่แรกที่โตเกียวไบค์ ช่วง 1-2 ปีหลังจากนั้น ปุ๋มก็ไปเปิดร้าน Lilou (อ่านว่า ลิลู ชื่อร้านที่มาจากชื่อเล่นของปุ๋ม) ขายอาหารมังสวิรัติที่ The Yard Bangkok เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ต้นย้ายร้านไปเปิดที่สอง จากนั้นปุ๋มก็ปิดร้าน แล้วโอนย้ายการทำขนมไปไว้ที่ร้านของต้น

ปุ๋มเล่าย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเธอเดินทางด้านจิตวิญญาณและกินมังสวิรัติมาตั้งแต่เด็ก 

“ปกติเราชอบไล่ตามความฝัน ตั้งแต่เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ นักเขียน ครูสอนโยคะ ตอนนั้นฝันว่าอยากเปิดร้านมังสวิรัติ พอเปิดได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าทำตามความฝันเสร็จแล้ว เลยปิดแล้วไปอยู่อินเดีย เอาทุกอย่างไปฝากไว้ที่ต้น” ปุ๋มพูดพลางหัวเราะ 

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

ร้านละเลียดเลยเริ่มมีแครอทเค้ก บราวนี่ และเลม่อนเค้กสูตรฮิตตั้งแต่นั้น ขนมโฮมเมดที่ปุ๋มคิดสูตรล้วนเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดเนื้อสัตว์ เน้นรสชาติจากวัตถุดิบ ไม่ปรุงรสให้จัดเกินไปจนลูกค้าติดพัน พอมาตั้งร้านของพวกเขาเองแล้ว จึงรวมสองร้านเข้าด้วยกันซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าปีที่สอง โดยมีครัวขนมทำเองอยู่ด้านหลังร้าน

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

(กระซิบว่านอกจากมาสั่งขนมทานที่ร้าน ใครอยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็ยินดีเปิดครัวรับทำให้เช่นกัน เพียงสั่งกันล่วงหน้า)

ชั้นสองของบ้านเก่า

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

หลายคนที่มาคาเฟ่อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสองของที่นี่ยังเปิดเป็นสตูดิโอ Lilou Heart Space ด้วย ซึ่งเป็นชีวิตพาร์ตจิตวิญญาณที่ปุ๋มเดินตามมาตลอด

หลังจากหายจากการทำร้าน เธอก็ออกเดินทาง ค้นพบโยคะ สอนอยู่ไม่นานปุ๋มก็รู้ว่าความเข้าใจของเธอลึกลงไปมากกว่าการทำท่าเพื่อออกกำลัง แต่เป็นเรื่องการใช้ร่างกายอันส่งผลต่อ Emotional Body เธอเลยเริ่มทำรีทรีตที่เกาะพะงัน สอนทำ Water Therapy หรือวารีบำบัด ซึ่งเธอเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์อโศก

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
ภาพ : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

พอย้ายมาที่นี่ต้นก็ทำห้องด้านบนนี้ไว้ให้เธอเปิดสอน รวมทั้งให้คนที่ทำเรื่อง Energy Work เหมือนกันมาเช่า เพื่อทำสารพัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Soundbath, อ่านไพ่ทาโรต์ หรือคลาสที่ปุ๋มชวนเราเข้าร่วมด้วยคือเวิร์กชอป Healing the self sabotaging patterns & connecting to self worth กับคุณ Shubho Dutta ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนเมืองที่มีความเครียดสูงจากการทำงาน หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังกำลังทำร้ายเราอยู่ เป็นเหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ นั่งพูดคุยและชวนสำรวจจิตใจของตัวเอง ทันทีที่ออกจากห้องเรียน เราก็ได้ค้นจิตใจเบื้องลึกของตัวเอง สนุก และโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกัน รอติดตามได้เลย

อาคาร Lilabo ในสวนด้านหลัง

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

ถ้าเดินสำรวจพื้นที่ด้านล่างต่ออีกสักนิด จะเห็นว่าด้านนอกของร้านมีอาคารชื่อน่ารักอย่าง Lilabo ซ่อนอยู่ ต้นไขข้อข้องใจให้เราว่าอาคารนี้มีไว้ใช้ทำอะไร

“ช่วงแรกเราเอาไว้เพาะต้นไม้ขาย มีทั้งกระถาง อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุปลูก พอช่วงหลังก็ปรับเป็นห้องเวิร์กชอปให้คนมาเช่าใช้ได้ ไม่ว่าจะมาจัดกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะ เทสกลิ่น หรืออะไรก็ได้” หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามผ่านทางเพจได้เลย

ร้านของชำออร์แกนิก

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

นอกจากคาเฟ่และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของแขกขาจรและประจำ พื้นที่ด้านหน้าร้านยังอุทิศให้กับบรรดาของออร์แกนิกและรักษ์โลกน่ารักทั้งหลาย 

“เราอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาวางขาย แต่บางอย่างคนที่นี่เห็นแล้วก็อยากมาอยู่ด้วยกัน อย่าง Normal Refill กับสมุดแบรนด์ A pieces of paper ก็รู้จักกัน หรืออย่างน้องดีน ศิลปินที่วาดภาพตกแต่งร้าน บ้านเขาก็อยู่อีกสองซอยนี่เอง วันที่เราเปิดร้านเขาก็มาเปิดตัวด้วย เหมือนเป็นการซัพพอร์ตชาวอารีย์ ที่เราทำก็เพราะว่าเรามีเพื่อนบ้าน” ต้นตอบทั้งหมดนี้อย่างจริงจังและจริงใจ แทนความตั้งใจของพวกเขาที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้จริง ๆ

การเดินทางของ Lilou & Laliart

แม้ปุ๋มและต้นจะเดินมาคนละสาย สนใจกันคนละแบบ แต่ทั้งคู่ก็เลือกเปิดบ้านหลังนี้ให้คนเข้ามาเยือนด้วยความรักที่มีเหมือนกัน เพราะอยากให้ที่นี่เป็นเสมือนโอเอซิสของคนกรุงที่มุ่งหน้าหนีความตึงเครียดมาพักผ่อนและมองหาที่พอดีกับใจ

“เราเลือกอยู่อารีย์ตั้งแต่ทำร้านแรกจนถึงร้านที่สาม เพราะย่านนี้อยู่แล้วพอดีกับเรา นอกจากการทำงานที่เป็นเชิงธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ที่นี่มีอะไรให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของกิน ธรรมชาติ การเดินทาง หรือว่าสวน” ต้นตอบในมุมของเขา 

ส่วนปุ๋มเองชอบความเงียบสงบแต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่นี่ “ย่านนี้มีคอมมูนิตี้ที่ไม่เหมือนย่านอื่น ทุกคนรู้จักกันหมด เราไม่ได้อยู่อย่างสันโดษ แต่ก็ไม่วุ่นวายเกินไปนัก”

ในอนาคตอีกสัก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า พวกเขาตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากขยายร้านให้กว้างขวางมากขึ้น กาแฟก็จะถูกโปรเซสอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาจจะมีร้านอาหารถ้าพร้อมตั้งรับ และอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ Healing กับความตั้งใจที่อยากผสานสองสิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง

นอกจากแวะมาเติมท้อง เติมกำลังกาย และเติมพลังใจแล้ว ใครแวะมาที่นี่แล้วบังเอิญเจอเจ้าของอีกหนึ่งแมวอย่างน้องโอบกอด ก็ทักทายได้เช่นกัน 

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ
Lilou & Laliart
  • 18 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • 09 4691 2666
  • Laliart coffee

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

Avatar

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load