The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้าวเม็ดนุ่มอวบสวย กุ้งแม่น้ำขนาดเบิ้ม ผลไม้รสอร่อยสดจากต้น ล้วนเป็นผลผลิตจากความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี มากไปกว่านั้นปราจีนฯ ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ

หากย้อนไปถึงวิชาภูมิศาสตร์จะสังเกตว่าพื้นที่ของเมืองปราจีนฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ลุ่มและมีต้นไม้เยอะ ทำให้มีสมุนไพรและผลผลิตจากป่าเยอะตามไปด้วย

จากเมืองสมุนไพร ก่อเกิด ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เพื่อบอกเล่าและขานไขภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับสมุนไพรไทยผ่านบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าปราจีนฯ คล้ายจะเป็น Public Space สำหรับเด็กนักเรียน คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศที่แวะพักปราจีนฯ ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสมุนไพรไทยเป็นหัวใจหลักในการยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

เล่าเรื่องบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เดิมที ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เป็นบ้านของครอบครัวเปี่ยมสมบูรณ์ ตระกูลขุนนางและพ่อค้าเก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในตลาดปราจีนฯ และเป็นบ้านที่ทันสมัยมากใน พ.ศ. 2493 ก่อน ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ น้องคนสุดท้องของตระกูลจะมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ดำเนินสาธารณะประโยชน์จวบจนปัจจุบัน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมืองปราจีนฯ ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บ้านของเราเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองปราจีนฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ และบ้านเล่าเรื่องยังเป็นร้านอาหารด้วยนะ”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมรา อคมานนท์ ผู้จัดการบ้านเล่าเรื่องฯ อธิบายขณะชวนเราเดินทัวร์ทั่วบ้าน เริ่มตั้งแต่เราก้าวเท้าลงจากรถ จะเจอกับกองทัพสมุนไพรชูกิ่งก้านใบต้อนรับอยู่หน้าบ้าน พญายอ พลูคาว สันพร้าหอม หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น แวะชมและทดลองดมสมุนไพรจนหนำใจแล้ว ออกกำลังขาเดินเข้าบ้านมองเห็นกำแพงสีเหลืองสดใสสะดุดตา พร้อมภาพวาดพิกัดร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในปราจีนฯ โดยนักวาดการ์ตูนนามปากกา ชัย ราชวัตร เจ้าของลายเส้น ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ก่อนเข้าตัวบ้านก็แวะดื่มเวลคัมดริงก์สมุนไพรเป็นน้ำฝางสีแดงสดดับกระหาย คนทั่วไปอาจคุ้นชินกับฝางในสถานะสีย้อมผ้าจากธรรมชาติ แท้จริงแล้วฝางยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และแก้อาการหัวใจขาดเลือดด้วย

ดับกระหายคลายร้อนด้วยสมุนไพรแล้ว เข้าไปดูในตัวบ้านดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องมีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องเครื่องปั้นดินเผา อยู่บริเวณชานบ้าน จัดแสดงหม้อดินเผาโบราณที่ค้นพบในแม่น้ำปราจีนบุรี และมีภาพวาดสมุนไพรจากภูเขาและป่าไม้

ถัดจากชานบ้านเข้าไปด้านในจะเป็นห้องรับแขก พร้อมมุมสวยติดหน้าต่างมองเห็นสวนด้านนอก ภายในห้องเล่าความเป็นมาของบ้านเล่าเรื่อง พร้อมจัดแสดงวัตถุล้ำค่าโบราณหาชมยากจากคนใจดีที่มอบให้กับบ้านเล่าเรื่อง อย่างเหรียญและธนบัตรโบราณ โถสังคโลกสมัยสุโขทัย จานเชิงและกาน้ำชา

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากสำรวจวัตถุล้ำค่าหาชมยากจนครบทุกชิ้น เราก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็เจอกับห้องนิทรรศการซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนบอกเล่าเรื่องราวของเมืองปราจีนฯ ในหลากหลายมุมมอง

ตอนนี้ในห้องยังคงจัดแสดงนิทรรศการบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าด้วยกษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เสด็จฯ เยือนจังหวัดปราจีนบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘บ้านนี้ผู้หญิงเก่ง’ เล่าเรื่องราวความฉลาด ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ และจิตใจสาธารณะ ของ คุณโปรยทิพย์ เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ตัวจริงเสียงจริง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมราเล่าประวัติศาสตร์สนุกพลางพาเราเดินทะลุไปยังห้องสมุด มีหนังสือหลากหลายแบบและมีเรื่องราวของคนปราจีนฯ แอบซ่อนอยู่ในนั้นด้วย แถมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จากโรงเรียนใกล้เคียงมักจะมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจิบน้ำสมุนไพรระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่รับกลับบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ห้องสุดท้ายเรารอคอย นอกจากจะเป็นห้องนิทรรศการผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นห้องอาหารของบ้านเล่าเรื่องอีกด้วย บรรยากาศด้านหลังบ้านห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและติดกับแม่น้ำปราจีนบุรีพอดิบพอดี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เมนูอาหารและเครื่องดื่มของครัวบ้านเล่าเรื่องล้วนมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม เช่น เล็บครุฑเทมปุระ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานเล่นก็เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ ถัดมาเป็นต้มจืดหูเสือบะช่อตำลึง ถ้วยนี้ขอบอกเลยว่าใครมาต้องสั่ง! ซดน้ำแกงจนหยดสุดท้ายแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงหมูบะช่อผสมใบหูเสือหั่นฝอย สรรพคุณของหูเสือช่วยขับเสมหะ แก้อาการไอ ถ้าลองขยี้ใบหูเสือด้วยมือจะส่งกลิ่นหอมคล้ายออริกาโน่ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ด้วย ส่วนจานสุดท้ายเสิร์ฟสารอาหารครบ 5 หมู่กับเมนูข้าวอบธัญพืชทานคู่กับน้ำพริกอ่อง ไข่ต้มและสารพัดผัก

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“สมุนไพรเราปลูกเองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วนผักเราสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ปลูกผักอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้จะส่งผักให้บ้านเล่าเรื่องสัปดาห์ละ 2 วัน แม้แต่ไข่ไก่ก็เป็นไข่ไก่อารมณ์ดี โดยกลุ่มเกษตรกรเขาสร้างเป็นสหกรณ์เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากส่งให้เราเขาก็ส่งให้โรงพยาบาลด้วย”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เพลินกับ 3 เมนูเด็ดแล้วจะขาดเครื่องดื่มรสซาบซ่าได้อย่างไร แก้วแรกมีชื่อว่า ‘สามเกลอ’ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของพุทราจีน กระเจี๊ยบ และใบเตย เคี่ยวรวมกันจนข้น วิธีดื่มง่ายมากเพียงเติมน้ำโซดาเพิ่มความสดชื่น ต่อด้วยสามเกลอ ถ้าใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมได้ไม่ว่ากัน อ้อ! พุทราจีนมีสรรพคุณช่วยลดความดันและไขมันในเส้นเลือดด้วยนะ แก้วถัดมาเป็น มะนาวอัญชัน คู่หูที่เจอกันเมื่อไหร่ก็เข้ากันสุดๆ

นอกจากเมนูสามเกลอและมะนาวอัญชัน ยังมีเครื่องดื่มชื่อสนุกและสรรพคุณเป็นเลิศ เช่น สามดอกไม้ มะลิ เก๊กฮวย ดาวเรือง และสามทหารเสือ ใบหูเสือ กำลังเสือโคร่ง (แก่นไม้) และไทเกอร์เฮิร์บ (ใบบัวบก) เห็นแค่ชื่อแต่ละเมนูเราก็ลืมไปเลยว่ากำลังดื่มน้ำสมุนไพรเพิ่มกำลังวังชาอยู่

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยมะม่วงแช่อิ่มฝีมือป้าเที่ยง มะม่วง 1,000 ไห เป็นเรื่องเล่าของคนปราจีนฯ ที่รู้กันดีว่าป้าเที่ยงทำธุรกิจมะม่วงดองมากว่า 1,000 ไห จนปัจจุบันอายุ 84 ปี อยู่ๆ ก็เกิดอยากเลิกกิจการ แต่ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการทำมะม่วงดองในอนาคต เลยแนะให้ป้าเที่ยงอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ ส่วนบ้านเล่าเรื่องต่อยอดมะม่วงป้าเที่ยงโดยการทำเป็นมะม่วงแช่อิ่มจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะมากสำหรับเป็นของฝาก

เป็นมากกว่าบ้าน…ที่เล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารสมุนไพรอร่อย หรือพื้นที่สาธารณะแสนรื่นรมย์ของขาประจำและขาจร ยังเป็นค่ายสมุนไพรขนาดย่อมแบบไปเช้า-เย็นกลับสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 11 ขวบ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยตั้งแต่พื้นฐาน รสชาติของสมุนไพรเป็นอย่างไร มีสรรพคุณช่วยบรรอาการอะไรบ้าง ตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างง่าย เช่น ทำน้ำสมุนไพรดื่มเองในครอบครัว ทำยาหม่อง ยาดม

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องอยากให้คนได้รู้จักสมุนไพรไทยและเอาไปใช้ได้อย่างหลากหลาย เราพยายามทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสมุนไพรเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารหรือยารักษาโรค

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเห็นสมุนไพรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้ามีการใช้สมุนไพรเป็นยา แน่นอนว่าการเจ็บป่วยน้อยลง และอัตราในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็ย่อมลดลงด้วย” อดีตพยาบาลเล่าด้วยตาเป็นประกาย

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากบ้านเล่าเรื่องฯ จบ เราหยิบเอาเรื่องเล่าบางส่วนมาเล่าเป็นเรื่องให้นักอ่านเห็นถึงความตั้งใจอันดี (มาก) ของคนตัวเล็กในบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าเมืองปราจีนฯ ที่หมายมั่นและผลักดันสมุนไพรไทยให้คนไทยกันเองรู้จักผ่านการมองเห็นด้วยตา ชิมรสด้วยปาก และลงมือทำด้วยสองมือ

เอาล่ะ เราว่าถึงเวลาของนักอ่านจากทั่วทุกสารทิศ ล็อกประตูบ้านให้สนิทแล้วออกไปผจญภัยในเมืองสมุนไพรไทยแห่งภาคตะวันออกด้วยกัน!

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

ที่อยู่ 51 ถนนหน้าเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25000

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.30 น. (ครัวปิดเวลา 19.00 น.)

Facebook : บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”

ถ้าพูดถึงเมืองแห่งผลไม้และนักกวีชื่อดังอย่างสุนทรภู่ ก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดระยองเป็นแน่ 

ระยองเป็นเมืองแห่งเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตพื้นบ้าน และยินดีต้อนรับผู้คนต่างถิ่นอย่างเป็นมิตรอยู่เสมอ ฉันผู้มาอำเภอแกลงเป็นครั้งที่สองของชีวิตได้เดินหลงเข้าไปในย่านเก่าของเมืองแกลง ที่นั่นเป็นชุมชนที่ดูอบอุ่น เช้า ๆ จะมีคนเฒ่าคนแก่ออกมานั่งสานตะกร้าหน้าบ้าน นั่งดูผู้คนและรถที่ผ่านไปผ่านมาบนถนน 

ฉันนั่งรถต่อไปสักพัก ก็สะดุดตากับร้านหนังสือสีฟ้าน้ำทะเลสดใสร้านหนึ่ง ด้านหน้าเขียนว่า ‘ร้านสุนทรภู่’ เลยแวะสำรวจบรรยากาศด้านในอันเงียบสงบ มีเด็กชายอายุราว ๆ 7 – 8 ขวบ กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลิน ทำเอาฉันสนใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหาหนังสือมาอ่านและติดมือกลับบ้าน

แต่แล้วก็มีผู้หญิงท่าทางใจดีคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

สุนทรภู่ : ร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งแรกของแกลง ที่เป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่าน จ.ระยอง

ฐอน-รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ เจ้าของร้านหนังสือสุนทรภู่เข้ามาทักทายด้วยท่าทางเป็นมิตร พร้อมนำชาร้อนและขนมเจ้าอร่อยมาให้ชิม พี่ฐอนเป็นคนน่ารัก ใจดี แถมคุยเรื่องหนังสือสนุก เธอเล่าให้ฟังว่าสมัยเรียนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ หลายครั้งที่เข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เรื่องราว วิเคราะห์และตีความหนังสือ เธอจะตื่นเต้นและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อจะได้เล่าเรื่องของเธอกับหนังสือให้ทุกคนฟัง 

สมัยเรียนคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักแวะเวียนไปอ่านหนังสือ ‘ร้านแซงแซว’ ร้านหนังสือดอกหญ้าหน้า มช. อยู่เสมอ พี่ฐอนบอกว่าเจ้าของร้านใจดีเพราะให้เธอยืนอ่านเป็นประจำ นั่นเป็นเหตุการณ์ประทับใจและจุดประกายให้สาวเมืองแกลงคนนี้ อยากสร้างร้านหนังสือเล็ก ๆ ของตัวเองในบ้านเกิดเพื่อนักอ่านทุกคน

‘สุนทรภู่’ คือชื่อร้านที่ ปราย พันแสง และ โอ๋-ดุษฎีพันธุ์ พจี เป็นผู้ตั้งให้ เพราะเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของพระสุนทรโวหารหรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับร้านหนังสืออิสระในเมืองแกลงแห่งนี้

‘ร้านหนังสือ’ เป็นหนึ่งในความฝันของพี่ฐอน ชนวนเหตุที่ทำให้เธอกลับบ้านเกิดเริ่มต้นเมื่อสิบปีก่อน ลูกสาวกลับมาดูแลคุณแม่วัย 80 และเริ่มต้นกิจการกวดวิชาสอนเด็ก ๆ ไม่นานนักก็ได้รับคำชวนจากเพื่อนสนิทให้เปิดร้านหนังสืออิสระด้วยกัน

ช่วงนั้นโครงการร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านเกิดของ ปราย พันแสง กำลังเป็นที่นิยม ร้านสุนทรภู่ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย ยุคนั้นร้านหนังสืออิสระฮอตฮิตมาก มีทั้งร้านหนังสือเดินทาง (กรุงเทพฯ), ร้านนำพุบุ๊คสโตร์ (บุรีรัมย์) , ร้านกาลครั้งหนึ่ง (อุทัยธานี) ฯลฯ ให้นักอ่านตามรอยไปสนับสนุนถึงที่ และมีอีกหลายร้านเกิดขึ้นเพื่อให้บรรดาหนอนหนังสือรู้สึกสนุกและติดตามการก่อตัวของร้านหนังสือในพื้นที่ต่าง ๆ 

ร้านสุนทรภู่เป็นร้านหนังสืออิสระสีฟ้าน้ำทะเลสดใสอยู่ในชุมชนเก่าของอำเภอแกลง เกิดขึ้นเพื่อรักษาวัฒนธรรมการอ่าน เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าการอ่านมีส่วนช่วยเพิ่มพูนทักษะชีวิต ซึ่งร้านนี้มีสโลแกนน่ารัก ๆ ว่า ‘Be blossom Book & Tea’ ด้วยอยากให้ผู้มาเยือนรู้สึกเบิกบานกายและใจไปกับการจิบชาและอ่านหนังสือ 

“คนที่มาอาจจะรู้สึก Blossom หรือไม่ก็ได้นะ ถ้าจะต้องปาดน้ำตาแล้วไปต่อ พี่ก็ยินดีนั่งคุยด้วย”

สถานที่ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้พร้อมเป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่านทุกคน จะแวะมานั่ง มานอน หรือมากินทุเรียนก็ได้ (ขอให้บอกกันก่อน) แถมยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จุดนัดพบระหว่างนักเขียน-นักอ่าน งานเสวนาขนาดย่อม จนถึงมินิคอนเสิร์ต ซึ่งกิจกรรมทุกอย่างที่ว่ามาเกิดขึ้นมาแล้วก่อนสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ภายในร้านเต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่คัดเลือกจากความชอบของเจ้าของร้านหนังสือ เพราะข้อจำกัดของร้านหนังสืออิสระหลาย ๆ ร้านกับการเลือกหนังสือเข้ามานั้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการเลือกพอสมควร หนังสือส่วนใหญ่จึงเป็นแนวปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม และท่องเที่ยว ซึ่งพี่ฐอนสนใจอยู่แล้ว

“การอ่านหนังสือทำให้พี่รู้สึกเหมือนได้ผจญภัย ได้ออกเดินทางและเห็นโลกมากขึ้น พี่เป็นคนชอบเดินทางจากการอ่านหนังสือมาก ตอนเด็ก ๆ พี่อ่านหนังสือแทบทุกเล่มในห้องสมุดโรงเรียน อ่านแม้กระทั่งถุงกล้วยแขก พออ่านมากก็อยากจะเดินทางมาก และมันเริ่มทำให้พี่เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นจากการเดินทางด้วยนะ”

เธอจึงกลายเป็นคนชอบท่องเที่ยว การเห็นโลกทำให้เธอเกิดไอเดีย ได้ความคิดใหม่ ๆ ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเมืองและพัฒนาตัวเอง เหมือนท่านสุนทรภู่ที่ออกเดินทางไปในที่ต่าง ๆ จนเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวี

พี่ฐอนเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘Trekking กับหญิงอ้วน’ เป็นบันทึกการเดินป่าที่เนปาล เธอประทับใจมากจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือในสำนักพิมพ์ของตัวเอง (สำนักพิมพ์สุนทรภู่พับลิชชิ่ง) นอกจากนี้ยังมีหนังสืออีกเล่มหนึ่งในสำนักพิมพ์เดียวกัน ชื่อว่า ‘ปลาวาฬไม่ไปทำงาน’ เธอทำร่วมกับ เพจปลาวาฬไม่ไปทำงาน เป็นหนังสืออ่านสนุก มีเนื้อหาและข้อเขียนที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย (อาจจะโดนใจวัยทำงานเป็นพิเศษ)

นักอ่านหนังสือปรัชญามือใหม่อย่างฉันควรจะเลือกเล่มไหนดี นึกได้ดังนั้น ฉันจึงขอให้พี่ฐอนช่วยแนะนำหนังสือปรัชญาสำหรับมือใหม่ให้อ่าน เจ้าของร้านใจดีลุกออกจากเก้าอี้ไม้ สำรวจหนังสือ และหยิบมาเล่าให้ฉันฟัง

เธอบอกว่านักอ่านปรัชญามือใหม่ทุกคนควรเริ่มต้นจาก เจ้าชายน้อย เพราะเข้าถึงง่าย 

“การอ่าน เจ้าชายน้อย แต่ละครั้ง ในแต่ละช่วงอายุ จะมีปรัชญาแฝงที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต นักอ่านแต่ละคนจึงตีความออกมาไม่เหมือนกัน มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้”

เรื่องที่สอง คืนวันอันแสนงาม เป็นหนังสือจากประเทศจอร์เจีย และผู้ประพันธ์ก็เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในบ้านเขา พี่ฐอนว่าเขาเป็นคนเขียนหนังสือดี ซึ่งหนังสือเล่มนี้เล่าถึงชีวิตวัยเด็กของเขาในจอร์เจีย

เรื่องที่สาม ปลาวาฬไม่ไปทำงาน เรื่องที่สี่ โต๊ะก็คือโต๊ะ เป็นหนังสือเก่าและหนังสือปรัชญาที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ถ้าหนักขึ้นมาหน่อยพี่ฐอนก็ยกให้งานของ มุราคามิ

เจ้าของร้านคนนี้แนะนำหนังสือแต่ละเล่มด้วยความเพลิดเพลินและจริงใจ เพื่อหวังให้ฉันพบเจอหนังสือปรัชญาเล่มที่ดีที่สุดที่ฉันต้องการ ว่ากันตามตรง ฉันได้รับความคิดใหม่ ๆ จากผู้หญิงคนนี้มาก ราวกับว่าร้านสุนทรภู่กำลังเปิดโลกทัศน์ให้ฉัน

แม้จะผ่านมาเกือบสิบปีที่เธอเริ่มต้นทำร้านสุนทรภู่ แต่ความรักในการอ่านของเจ้าของร้านไม่เคยลดลงหรือหายไป เธอยังคงแบ่งปันความรู้สึกและเรื่องราวดี ๆ ให้กับนักอ่านที่แวะเวียนมาอยู่เสมอ

น่าแปลกนิดหน่อยพอรู้ว่าตั้งแต่ร้านสุนทรภู่เกิดขึ้นมา ลูกค้าประจำส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในชุมชน แต่เป็นนักอ่านต่างถิ่นที่ตั้งใจมาและต้องการหนังสือที่ทางร้านมีต่างหาก บางกลุ่มมาจากกรุงเทพฯ บางกลุ่มมาจากต่างจังหวัด 

“พี่ว่าดีนะ เพราะมันทำให้คนรู้จักเมืองแกลงขึ้นอีกเยอะเลย” เจ้าของร้านหนังสืออิสระว่าอย่างนั้น

แกลงเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งผลไม้ ทะเล แถมยังมีแหล่งล่องแพเที่ยวชมแม่น้ำประแส แต่เมื่อสิบปีที่แล้วเมืองนี้กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก ซึ่งร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวตั้งใจแวะเวียนมา 

“อย่างน้อยร้านหนังสือของพี่ก็ช่วยให้คนรู้จักชุมชน รู้จักระยองมากขึ้น จากนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาในร้าน” เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ความต้องการต่อไปของพี่ฐอน คือการสร้างนักอ่านในชุมชนของระยองให้มากขึ้น

ฉันชวนพี่ฐอนคุยต่อถึงการปรับตัวของโลกหนังสือในวันที่ยุคดิจิทัลเข้ามาเยือน และการอ่านหนังสือผ่านเว็บไซต์ออนไลน์หรือช่องทางต่าง ๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สาวเจ้าของร้านหนังสือหัวเราะพลางยอมรับว่า

“พี่หมดเงินกับนิยายออนไลน์เยอะมาก” ฉันอมยิ้มให้ ก่อนเธอจะเสริมต่อ “ตอนอ่านหนังสือเล่ม พี่รู้ว่ามันจะจบตอนไหน และจบยังไง พออ่านออนไลน์ มันเป็นการหยอดเงินเพื่ออ่านบทต่อ ๆ ไป และไม่ยอมจบง่าย ๆ 

“แต่มันดีนะคะ นักเขียนมีช่องทางและโอกาสมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนคนไหนก็สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองลงในโลกออนไลน์ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีใครสนใจเรื่องชื่อเสียงหรือหน้าตาของนักเขียนคนนั้น แต่พวกเขาสนใจและให้คุณค่ากับผลงานของนักเขียนเหล่านั้นมากกว่า” นักอ่าน (ออนไลน์) ตัวยงเสริมข้อดีของโลกหนังสือออนไลน์

พี่ฐอนเป็นหนึ่งในนักอ่านที่ปรับตัวตามเทคโนโลยี เธอสนับสนุนนักเขียนออนไลน์หลายท่านและอ่านงานหลากหลายแนว ฉันหมายความอย่างนั้นจริง ๆ เธออ่านนิยายรักวัยรุ่น นิยายวาย นิยายจีน ระหว่างที่เล่า เธอยังคงชื่นชมนักเขียนเหล่านั้นไม่ขาดปาก ทำเอาฉันประหลาดใจและประทับใจกับเจ้าของร้านหนังสืออิสระคนนี้อีกครั้ง เธอเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ถึงแม้โลกการอ่านเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอก็ยังคงรักมันไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนักเขียนจะได้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ ร้านหนังสืออิสระก็ได้รับผลพวงที่ดีตามไปด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้นักอ่านสั่งซื้อหนังสือจากที่ไหนก็ได้ ส่วนพี่ฐอนกระซิบว่า เธอยินดีให้นักอ่านมาเลือกหนังสือถึงหน้าร้าน เพราะการสัมผัสหนังสือด้วยมือตัวเองมีเสน่ห์เหลือเกิน ทั้งกลิ่นกระดาษ กลิ่นน้ำหมึก ฟิน!

และช่วงโควิด-19 ที่ทำเศรษฐกิจย่ำแย่ลงมาก นักท่องเที่ยวน้อยลง คนเดินทางน้อยลง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ร้านสุนทรภู่เคยจัดก็ต้องพับเก็บไปหลายโครงการ พี่ฐอนพูดติดตลกปนความเศร้าว่าเธอเกือบจะต้องปิดร้าน เพราะพิษเศรษฐกิจทำร้ายอย่างหนัก ลำพังการขายหนังสืออย่างเดียวอาจจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำงานอย่างอื่นเพิ่ม ด้วยความที่เธอเป็นคนชื่นชอบการดื่มชา จึงเปิดร้านชาควบคู่กับร้านหนังสือ เพื่อช่วยพยุงร้านเล็ก ๆ ให้อยู่ต่อไป

พอสถานการณ์โรคระบาดใหญ่มาเยือน แทบทุกพื้นที่ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว จังหวัดระยองก็เช่นกัน ทำให้งบประมาณการดูแลพื้นที่ในจังหวัดระยองไม่เพียงพอต่อความต้องการ พี่ฐอนจึงอาสาเขียนหนังสืออนไลน์บนเฟซบุ๊ก เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลแกลงและพื้นที่ขาดแคลนอื่น ๆ ซึ่งจากการเขียนในครั้งนั้นทำให้เธอระดมทุนไปได้กว่า 70 ล้านบาท โดยนำเงินทั้งหมดไปช่วยสร้างห้อง ICU ให้กับโรงพยาบาลแกลง และมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์

สาวระยองพูดออกมาด้วยความภูมิใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เธอทำจะสร้างแรงบันดาลให้ให้กับคนระยอง เพื่อลุกขึ้นมาช่วยกันพัฒนาชุมชน พัฒนาจังหวัดระยองไปพร้อม ๆ กับรักษาขนบธรรมเนียม ความสวยงามของวิถีชีวิตท้องถิ่น และสื่อสารสิ่งนี้ออกไป สร้างการรับรู้ให้คนต่างถิ่น

บทสนทนาสุดท้าย ฉันถามพี่ฐอนว่า – ร้านสุนทรภู่มีความหมายกับเธออย่างไร

“มันคือความรัก มันคือตัวพี่ พี่อยากให้คนที่เข้ามาร้านหนังสือแห่งนี้ เพลิดเพลินกับการอ่าน จิบชา กินขนม และพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับนักอ่านคนอื่น ๆ ซึ่งภาพนี้มันคือความฝันของพี่ วันนี้พี่ได้เห็นภาพนั้นแล้ว

“ถึงแม้ความจริงร้านหนังสืออิสระจะไม่ใช่ธุรกิจที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจ พี่ว่าคนทำร้านอิสระ เขาคงทำใจตั้งแต่เริ่มต้น คงไม่มานั่งคิดเรื่องรายได้แล้ว เขาทำเพราะเขาชอบ ถึงอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็อยู่กันแบบนี้แหละ พี่ทำเพราะความรัก” เธอยิ้มมีความสุข

“มีเหตุการณ์ที่พี่ประทับใจมาก มีเด็กคนหนึ่งมาอ่านหนังสือร้านทุกวันเลย จนวันนี้เขากลายเป็นนักเขียนและสร้างรายได้ให้กับตัวเอง พี่ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยร้านของพี่ก็มีส่วนช่วยสร้างสิ่งเล็ก ๆ ให้กับใครสักคนหนึ่งได้ พี่มีความสุขมาก และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ร้านหนังสืออิสระหายไป และไม่ให้วัฒนธรรมการอ่านหายไป” นักอ่านและเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ จบบทสนทนาอย่างเรียบง่าย

ร้านสุนทรภู่ : ความฝันของสาวระยองที่กลับบ้านเกิดมาเปิดร้านหนังสืออิสระแห่งแรกของ อ.แกลง และอยากเป็นพื้นที่เสรีให้นักอ่าน

ร้านสุนทรภู่

ที่ตั้ง : 38/1 ทางเกวียน ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5965 9265

เว็บไซต์ : www.soontornphu.com

Facebook : ร้านหนังสือสุนทรภู่ อำเภอแกลง

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load