The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้าวเม็ดนุ่มอวบสวย กุ้งแม่น้ำขนาดเบิ้ม ผลไม้รสอร่อยสดจากต้น ล้วนเป็นผลผลิตจากความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี มากไปกว่านั้นปราจีนฯ ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ

หากย้อนไปถึงวิชาภูมิศาสตร์จะสังเกตว่าพื้นที่ของเมืองปราจีนฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ลุ่มและมีต้นไม้เยอะ ทำให้มีสมุนไพรและผลผลิตจากป่าเยอะตามไปด้วย

จากเมืองสมุนไพร ก่อเกิด ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เพื่อบอกเล่าและขานไขภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับสมุนไพรไทยผ่านบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าปราจีนฯ คล้ายจะเป็น Public Space สำหรับเด็กนักเรียน คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศที่แวะพักปราจีนฯ ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสมุนไพรไทยเป็นหัวใจหลักในการยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

เล่าเรื่องบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เดิมที ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เป็นบ้านของครอบครัวเปี่ยมสมบูรณ์ ตระกูลขุนนางและพ่อค้าเก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในตลาดปราจีนฯ และเป็นบ้านที่ทันสมัยมากใน พ.ศ. 2493 ก่อน ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ น้องคนสุดท้องของตระกูลจะมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ดำเนินสาธารณะประโยชน์จวบจนปัจจุบัน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมืองปราจีนฯ ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บ้านของเราเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองปราจีนฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ และบ้านเล่าเรื่องยังเป็นร้านอาหารด้วยนะ”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมรา อคมานนท์ ผู้จัดการบ้านเล่าเรื่องฯ อธิบายขณะชวนเราเดินทัวร์ทั่วบ้าน เริ่มตั้งแต่เราก้าวเท้าลงจากรถ จะเจอกับกองทัพสมุนไพรชูกิ่งก้านใบต้อนรับอยู่หน้าบ้าน พญายอ พลูคาว สันพร้าหอม หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น แวะชมและทดลองดมสมุนไพรจนหนำใจแล้ว ออกกำลังขาเดินเข้าบ้านมองเห็นกำแพงสีเหลืองสดใสสะดุดตา พร้อมภาพวาดพิกัดร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในปราจีนฯ โดยนักวาดการ์ตูนนามปากกา ชัย ราชวัตร เจ้าของลายเส้น ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ก่อนเข้าตัวบ้านก็แวะดื่มเวลคัมดริงก์สมุนไพรเป็นน้ำฝางสีแดงสดดับกระหาย คนทั่วไปอาจคุ้นชินกับฝางในสถานะสีย้อมผ้าจากธรรมชาติ แท้จริงแล้วฝางยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และแก้อาการหัวใจขาดเลือดด้วย

ดับกระหายคลายร้อนด้วยสมุนไพรแล้ว เข้าไปดูในตัวบ้านดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องมีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องเครื่องปั้นดินเผา อยู่บริเวณชานบ้าน จัดแสดงหม้อดินเผาโบราณที่ค้นพบในแม่น้ำปราจีนบุรี และมีภาพวาดสมุนไพรจากภูเขาและป่าไม้

ถัดจากชานบ้านเข้าไปด้านในจะเป็นห้องรับแขก พร้อมมุมสวยติดหน้าต่างมองเห็นสวนด้านนอก ภายในห้องเล่าความเป็นมาของบ้านเล่าเรื่อง พร้อมจัดแสดงวัตถุล้ำค่าโบราณหาชมยากจากคนใจดีที่มอบให้กับบ้านเล่าเรื่อง อย่างเหรียญและธนบัตรโบราณ โถสังคโลกสมัยสุโขทัย จานเชิงและกาน้ำชา

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากสำรวจวัตถุล้ำค่าหาชมยากจนครบทุกชิ้น เราก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็เจอกับห้องนิทรรศการซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนบอกเล่าเรื่องราวของเมืองปราจีนฯ ในหลากหลายมุมมอง

ตอนนี้ในห้องยังคงจัดแสดงนิทรรศการบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าด้วยกษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เสด็จฯ เยือนจังหวัดปราจีนบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘บ้านนี้ผู้หญิงเก่ง’ เล่าเรื่องราวความฉลาด ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ และจิตใจสาธารณะ ของ คุณโปรยทิพย์ เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ตัวจริงเสียงจริง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมราเล่าประวัติศาสตร์สนุกพลางพาเราเดินทะลุไปยังห้องสมุด มีหนังสือหลากหลายแบบและมีเรื่องราวของคนปราจีนฯ แอบซ่อนอยู่ในนั้นด้วย แถมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จากโรงเรียนใกล้เคียงมักจะมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจิบน้ำสมุนไพรระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่รับกลับบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ห้องสุดท้ายเรารอคอย นอกจากจะเป็นห้องนิทรรศการผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นห้องอาหารของบ้านเล่าเรื่องอีกด้วย บรรยากาศด้านหลังบ้านห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและติดกับแม่น้ำปราจีนบุรีพอดิบพอดี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เมนูอาหารและเครื่องดื่มของครัวบ้านเล่าเรื่องล้วนมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม เช่น เล็บครุฑเทมปุระ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานเล่นก็เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ ถัดมาเป็นต้มจืดหูเสือบะช่อตำลึง ถ้วยนี้ขอบอกเลยว่าใครมาต้องสั่ง! ซดน้ำแกงจนหยดสุดท้ายแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงหมูบะช่อผสมใบหูเสือหั่นฝอย สรรพคุณของหูเสือช่วยขับเสมหะ แก้อาการไอ ถ้าลองขยี้ใบหูเสือด้วยมือจะส่งกลิ่นหอมคล้ายออริกาโน่ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ด้วย ส่วนจานสุดท้ายเสิร์ฟสารอาหารครบ 5 หมู่กับเมนูข้าวอบธัญพืชทานคู่กับน้ำพริกอ่อง ไข่ต้มและสารพัดผัก

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“สมุนไพรเราปลูกเองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วนผักเราสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ปลูกผักอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้จะส่งผักให้บ้านเล่าเรื่องสัปดาห์ละ 2 วัน แม้แต่ไข่ไก่ก็เป็นไข่ไก่อารมณ์ดี โดยกลุ่มเกษตรกรเขาสร้างเป็นสหกรณ์เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากส่งให้เราเขาก็ส่งให้โรงพยาบาลด้วย”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เพลินกับ 3 เมนูเด็ดแล้วจะขาดเครื่องดื่มรสซาบซ่าได้อย่างไร แก้วแรกมีชื่อว่า ‘สามเกลอ’ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของพุทราจีน กระเจี๊ยบ และใบเตย เคี่ยวรวมกันจนข้น วิธีดื่มง่ายมากเพียงเติมน้ำโซดาเพิ่มความสดชื่น ต่อด้วยสามเกลอ ถ้าใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมได้ไม่ว่ากัน อ้อ! พุทราจีนมีสรรพคุณช่วยลดความดันและไขมันในเส้นเลือดด้วยนะ แก้วถัดมาเป็น มะนาวอัญชัน คู่หูที่เจอกันเมื่อไหร่ก็เข้ากันสุดๆ

นอกจากเมนูสามเกลอและมะนาวอัญชัน ยังมีเครื่องดื่มชื่อสนุกและสรรพคุณเป็นเลิศ เช่น สามดอกไม้ มะลิ เก๊กฮวย ดาวเรือง และสามทหารเสือ ใบหูเสือ กำลังเสือโคร่ง (แก่นไม้) และไทเกอร์เฮิร์บ (ใบบัวบก) เห็นแค่ชื่อแต่ละเมนูเราก็ลืมไปเลยว่ากำลังดื่มน้ำสมุนไพรเพิ่มกำลังวังชาอยู่

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยมะม่วงแช่อิ่มฝีมือป้าเที่ยง มะม่วง 1,000 ไห เป็นเรื่องเล่าของคนปราจีนฯ ที่รู้กันดีว่าป้าเที่ยงทำธุรกิจมะม่วงดองมากว่า 1,000 ไห จนปัจจุบันอายุ 84 ปี อยู่ๆ ก็เกิดอยากเลิกกิจการ แต่ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการทำมะม่วงดองในอนาคต เลยแนะให้ป้าเที่ยงอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ ส่วนบ้านเล่าเรื่องต่อยอดมะม่วงป้าเที่ยงโดยการทำเป็นมะม่วงแช่อิ่มจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะมากสำหรับเป็นของฝาก

เป็นมากกว่าบ้าน…ที่เล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารสมุนไพรอร่อย หรือพื้นที่สาธารณะแสนรื่นรมย์ของขาประจำและขาจร ยังเป็นค่ายสมุนไพรขนาดย่อมแบบไปเช้า-เย็นกลับสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 11 ขวบ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยตั้งแต่พื้นฐาน รสชาติของสมุนไพรเป็นอย่างไร มีสรรพคุณช่วยบรรอาการอะไรบ้าง ตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างง่าย เช่น ทำน้ำสมุนไพรดื่มเองในครอบครัว ทำยาหม่อง ยาดม

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องอยากให้คนได้รู้จักสมุนไพรไทยและเอาไปใช้ได้อย่างหลากหลาย เราพยายามทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสมุนไพรเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารหรือยารักษาโรค

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเห็นสมุนไพรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้ามีการใช้สมุนไพรเป็นยา แน่นอนว่าการเจ็บป่วยน้อยลง และอัตราในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็ย่อมลดลงด้วย” อดีตพยาบาลเล่าด้วยตาเป็นประกาย

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากบ้านเล่าเรื่องฯ จบ เราหยิบเอาเรื่องเล่าบางส่วนมาเล่าเป็นเรื่องให้นักอ่านเห็นถึงความตั้งใจอันดี (มาก) ของคนตัวเล็กในบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าเมืองปราจีนฯ ที่หมายมั่นและผลักดันสมุนไพรไทยให้คนไทยกันเองรู้จักผ่านการมองเห็นด้วยตา ชิมรสด้วยปาก และลงมือทำด้วยสองมือ

เอาล่ะ เราว่าถึงเวลาของนักอ่านจากทั่วทุกสารทิศ ล็อกประตูบ้านให้สนิทแล้วออกไปผจญภัยในเมืองสมุนไพรไทยแห่งภาคตะวันออกด้วยกัน!

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

ที่อยู่ 51 ถนนหน้าเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25000

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.30 น. (ครัวปิดเวลา 19.00 น.)

Facebook : บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

แม้ไม่ใช่คอกาแฟ ฉันเชื่อว่าคุณน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของ ‘อาข่า อ่ามา’ แบรนด์กาแฟเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดย ‘ลี-อายุ จือปา’ หนุ่มชาวอาข่า เพื่อขายกาแฟคุณภาพระดับโลกให้ผู้บริโภค และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอาข่าผู้ผลิตในเวลาเดียวกัน

หลังถือกำเนิดและเติบโตมาหลายปี อาข่า อ่ามาได้ฤกษ์เปิด Akha Ama Living Factory บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือเป็น ‘บ้าน’ หลังแรกที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเช่าพื้นที่ใครอื่น

Akha Ama Living Factory

โรงคั่วและร้านกาแฟ-นี่คงเป็นนิยามง่ายที่สุดของสถานที่นี้

แต่หลังฟังลีและทีมสถาปนิก ‘ใจบ้านสตูดิโอ’ ผู้อยู่เบื้องหลังเล่าวิธีคิด ฉันก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่โรงคั่วหรือคาเฟ่ทั่วไป

“เราอยากมีบ้านของตัวเอง” ลีเริ่มต้นเล่าจุดกำเนิด และบอกว่าเห็นภาพบ้านหลังนี้ในฐานะพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวกาแฟเพื่อสังคมที่ชื่อ อาข่า อ่ามา ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

Akha Ama Living Factory
Akha Ama Living Factory

สิ่งที่ลีอยากเล่าคือ องค์ความรู้เรื่องกาแฟ กระบวนการทำที่บ่งบอกว่าอาข่า อ่ามา ไม่ใช่แค่กาแฟที่ซื้อมาขายไป แต่ใส่ใจทุกขั้นตอนผลิต ความเป็นท้องถิ่นซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กาแฟทุกเมล็ดเสมอมา และเรื่องของกิจการเพื่อสังคมซึ่งถือเป็นแก่นสำคัญของแบรนด์

ลึกซึ้งกว่านั้น ลีอยากให้ Akha Ama Living Factory สะท้อนความเชื่อของอาข่า อ่ามา เรื่อง `การอยู่ร่วมกัน’ ไม่ว่าจะเป็นวิถีเกษตรของชาวอาข่าที่ไม่ได้ปลูกกาแฟเพียงอย่างเดียวและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่า หรือแม้แต่วิถีชีวิตคนเมืองที่ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่เกี่ยวพันกับสิ่งอื่นรายรอบอย่างสังคมและสิ่งแวดล้อม

Akha Ama Living Factory

อย่างไรก็ตาม ลีเองก็รู้ตัวว่าเขาไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในใจเป็นรูปธรรมเองได้ เจ้าของแบรนด์กาแฟชาวอาข่าจึงเสาะหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จนพบ ‘ใจบ้านสตูดิโอ’ ที่ทำงานออกแบบและวางผังพื้นที่โดยใส่ใจแง่มุมทางสังคม วัฒนธรรม และธรรมชาติ

“ความประทับใจแรกคือ เราถามลีว่าทำไมมาซื้อที่นี่ ลีบอกว่าเพราะมีต้นฉำฉา นี่นายตัดสินใจง่ายขนาดนี้เลยเหรอ” ตี๋-ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอย้อนเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

แต่แน่นอน คำตอบนั้นสะท้อนรสนิยมที่ตรงกัน และพวกเขาก็กลายมาเป็นผู้ร่วมสร้างบ้านหลังนี้

Akha Ama Living Factory

ชาวใจบ้านบอกฉันว่า วิธีการทำงานของสตูดิโอไม่ได้เริ่มจากหาสไตล์ถูกใจ แต่เริ่มจากหาสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘ชีวิต’ ซึ่งอยู่ในพื้นที่นั้นมาก่อน ตั้งแต่ต้นไม้จนถึงสภาพแวดล้อมเดิม แล้วออกแบบอาคารและวางผังเข้าไปให้กลมกลืน

พื้นที่สร้าง Akha Ama Living Factory มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ย้อนไปในอดีต บริเวณนี้คือพื้นที่ป่าซึ่งเชื่อมต่อกับภูเขา เป็นที่ให้กำเนิดลำเหมืองหรือสายน้ำไปหล่อเลี้ยงผืนนาและชุมชนใกล้เคียง ระหว่างเตรียมออกแบบอาคาร ชาวใจบ้านจึงลงมือปลูกต้นไม้ท้องถิ่นคืนให้พื้นที่ไปล่วงหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวต้นกาแฟซึ่งเติบโตเชื่อมโยงอยู่กับผืนป่าที่มีต้นไม้นานาชนิด (ต้นไม้ที่ปลูกยังช่วยเป็นร่มเงาให้ต้นโกโก้ซึ่งลีอยากปลูกด้วย) และขุดสระน้ำใหญ่เชื่อมโยงกับลำเหมืองที่มีอยู่

Akha Ama Living Factory
Akha Ama Living Factory

ส่วนเรื่องโครงสร้างของ Akha Ama Living Factory ลีและชาวใจบ้านตั้งใจให้ใต้ร่มเงาต้นฉำฉากลายเป็นส่วนคาเฟ่ซึ่งเน้นให้คนได้ปฏิสัมพันธ์กับต้นไม้ ส่วนระเบียงรอบๆ จึงออกแบบให้คนนั่งโดยหันหน้าเข้าหาต้นไม้สูงใหญ่เก่าแก่นี้ และแทนที่จะปล่อยพื้นที่ตรงกลางเป็นหลุมปลูกไม้พุ่มเตี้ยๆ ก็เปลี่ยนเป็นนำตาข่ายมาขึงรอบๆ ให้เด็กปีนป่ายเล่น

เมื่อเดินเลยคาเฟ่แสนน่านั่งไป จะพบอาคารหลักที่ตั้งใจก่อสร้างโดยอุดหนุนวัสดุท้องถิ่น นั่นคืออิฐมอญทำมือแสนสวยที่ชาวบ้านผลิตกันยาวนานถึง 4 รุ่น เมื่อนำมาผสมกับไม้เก่าที่อบอวลด้วยร่องรอยอดีต ก็กลายเป็นการรวมตัวของสิ่งใหม่และเก่าอย่างลงตัว

Akha Ama Living Factory
Akha Ama Living Factory
Akha Ama Living Factory

ถ้าผลักประตูเข้าด้านใน จะพบพื้นที่คาเฟ่ในอาคาร ซึ่งเปรียบเหมือนห้องรับแขกซึ่งคนมานั่งจิบกาแฟได้อย่างสบายใจ และได้เรียนรู้ สัมผัสจิตวิญญานการผลิตกาแฟแบบอาข่า อ่ามาเต็มที่ เพราะมีการออกแบบให้บริเวณนี้เห็นโรงคั่วและกระบวนการผลิตกาแฟที่ด้านหลังชัดเจน

แล้วเมื่อก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง ก็จะเจอห้องทำงานของลีและพื้นที่เอนกประสงค์ สูงขึ้นไปกว่านั้นคือดาดฟ้าโปร่งโล่งที่มีต้นไม้เขียวสวย

โรงคั่วกาแฟ
โถงบ้าน

หากลองสังเกต จะพบว่า Akha Ama Living Factory เต็มไปด้วยพื้นที่ว่างมากมาย นั่นเพราะลีและชาวใจบ้านอยากให้ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เพื่อการพูดคุย และส่งต่อความรู้ผ่านกิจกรรมอย่างเวิร์กช็อปซึ่งไม่ได้จำกัดหัวข้อไว้แค่กาแฟ แต่ยังเปิดกว้างสำหรับหัวข้ออื่น เช่น การทำกิจการเพื่อสังคม

“ช่วงหลังเมื่อพวกโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทเยอะ เราไม่ค่อยมีเวิร์กช็อป มีการนัดพบที่คนมาเจอกัน คนจะคุยกันผ่านออนไลน์ แต่เมื่อการพบกันหายไป องค์ความรู้ต่างๆ ก็ไม่ได้รับการถ่ายทอด ถึงพยายามทำผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้แค่สารที่อาจจะสั้น ไม่ลึกซึ้ง และไม่ได้เกิดความสัมพันธ์ต่อกัน” ลีอธิบาย

Akha Ama Living Factory

สิ่งน่าสนใจในบ้านอาข่า อ่ามา ไม่หมดเพียงเท่านี้ ห่างออกไปจากตัวอาคารหลัก เราจะพบโรงครัวไว้ทำอาหารแบบ Slow Food เพราะลีเป็นหนึ่งในสมาชิกของชาว Slow Food Youth Network Thailand หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนเรื่องอาหารอร่อย มีคุณภาพ และยั่งยืน 

หากเดินสำรวจต่อไปยังส่วนหลังสุดของบ้านขนาด 5 ไร่ เราจะพบผืนป่าซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ เผื่อทำกิจกรรมอย่างการแคมปิ้งกลางธรรมชาติ (ชาวใจบ้านเล่าว่ามีกระต่ายป่ามาอยู่ร่วมบ้านเลยทีเดียว)

นอกจากนั้น ยังมีสิ่งดีงามที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่อง Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกคน จนถึงระบบการจัดการที่ตั้งใจรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การดักไขมัน บำบัดน้ำ และเน้นใช้แสงธรรมชาติในอาคารเพื่อประหยัดพลังงาน

Akha Ama Living Factory

ความพิเศษอีกอย่างคือ ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านหรือชาวชุมชน ตี๋บอกว่า ส่วนใหญ่แล้ว การสร้างตึกในเชียงใหม่มักเกิดขึ้นโดยคนในย่านไม่รู้มาก่อน ทำให้พวกเขาไม่มีความสุข แถมยังไม่มีการพูดคุยเกิดขึ้น ขณะที่ตอนสร้างบ้านหลังนี้ ชาวบ้านก็กังวลว่าจะเป็นการสร้างโรงงาน ทีมใจบ้านจึงเข้าไปชี้แจงในที่ประชุมหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเข้าใจรวมถึงเห็นการปลูกต้นไม้ ความสัมพันธ์ก็ราบรื่น

Akha Ama Living Factory

สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดและวิธีคิดในบ้านหลังใหม่ของอาข่า อ่ามา พื้นที่ซึ่งลีอยากให้ผู้คนได้มาศึกษา ต่อยอดความรู้ทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องแนวคิดเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม

“สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเราไม่ได้วางไว้ตอบคำถามทุกอย่าง แต่ทำให้เกิดข้อสงสัย เกิดไอเดีย มีคนรุ่นใหม่โทรมาหา เขียนมาหาผมทุกวันว่า เขาไม่รู้จะเริ่มทำฝันให้เป็นจริงได้ยังไง ผมคิดว่าน่าจะใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสื่อสาร เขามาแล้วอาจได้คำตอบกลับไปโดยที่ผมหรือทีมใจบ้านไม่ต้องพูดก็ได้” ชายหนุ่มผู้ก่อตั้งอาข่า อ่ามา ตั้งแต่อายุไม่ถึง 25 ปีบอกเล่าสิ่งที่คิด

ลี-อายุ จือปา

และขณะที่คนทั่วไปได้เรียนรู้ วิธีการสร้าง Akha Ama Living Factory ซึ่งเปิดกว้างทางความคิดและเกื้อหนุนท้องถิ่น ก็ช่วยให้คนร่วมสร้างบ้านได้เติบโตไปพร้อมกัน ตั้งแต่ชาวใจบ้านสตูดิโอ ผู้รับเหมา จนถึงช่างทำอิฐมอญ

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ Akha Ama Living Factory ก้าวไปไกลเกินคำว่าโรงคั่วหรือร้านกาแฟ

แต่บางที, ลีอาจไม่ได้สนใจคำนิยาม เขาเพียงปลูกสิ่งที่อาข่า อ่ามา และตัวเองเชื่อมั่นให้มีชีวิตขึ้นบนผืนดิน

Aka Ama Living Factory

Location: ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
Map:

More Information:  facebook l    Akha Ama coffee

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load