The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้าวเม็ดนุ่มอวบสวย กุ้งแม่น้ำขนาดเบิ้ม ผลไม้รสอร่อยสดจากต้น ล้วนเป็นผลผลิตจากความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี มากไปกว่านั้นปราจีนฯ ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ

หากย้อนไปถึงวิชาภูมิศาสตร์จะสังเกตว่าพื้นที่ของเมืองปราจีนฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ลุ่มและมีต้นไม้เยอะ ทำให้มีสมุนไพรและผลผลิตจากป่าเยอะตามไปด้วย

จากเมืองสมุนไพร ก่อเกิด ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เพื่อบอกเล่าและขานไขภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับสมุนไพรไทยผ่านบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าปราจีนฯ คล้ายจะเป็น Public Space สำหรับเด็กนักเรียน คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศที่แวะพักปราจีนฯ ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสมุนไพรไทยเป็นหัวใจหลักในการยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

เล่าเรื่องบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เดิมที ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เป็นบ้านของครอบครัวเปี่ยมสมบูรณ์ ตระกูลขุนนางและพ่อค้าเก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในตลาดปราจีนฯ และเป็นบ้านที่ทันสมัยมากใน พ.ศ. 2493 ก่อน ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ น้องคนสุดท้องของตระกูลจะมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ดำเนินสาธารณะประโยชน์จวบจนปัจจุบัน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมืองปราจีนฯ ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บ้านของเราเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองปราจีนฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ และบ้านเล่าเรื่องยังเป็นร้านอาหารด้วยนะ”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมรา อคมานนท์ ผู้จัดการบ้านเล่าเรื่องฯ อธิบายขณะชวนเราเดินทัวร์ทั่วบ้าน เริ่มตั้งแต่เราก้าวเท้าลงจากรถ จะเจอกับกองทัพสมุนไพรชูกิ่งก้านใบต้อนรับอยู่หน้าบ้าน พญายอ พลูคาว สันพร้าหอม หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น แวะชมและทดลองดมสมุนไพรจนหนำใจแล้ว ออกกำลังขาเดินเข้าบ้านมองเห็นกำแพงสีเหลืองสดใสสะดุดตา พร้อมภาพวาดพิกัดร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในปราจีนฯ โดยนักวาดการ์ตูนนามปากกา ชัย ราชวัตร เจ้าของลายเส้น ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ก่อนเข้าตัวบ้านก็แวะดื่มเวลคัมดริงก์สมุนไพรเป็นน้ำฝางสีแดงสดดับกระหาย คนทั่วไปอาจคุ้นชินกับฝางในสถานะสีย้อมผ้าจากธรรมชาติ แท้จริงแล้วฝางยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และแก้อาการหัวใจขาดเลือดด้วย

ดับกระหายคลายร้อนด้วยสมุนไพรแล้ว เข้าไปดูในตัวบ้านดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องมีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องเครื่องปั้นดินเผา อยู่บริเวณชานบ้าน จัดแสดงหม้อดินเผาโบราณที่ค้นพบในแม่น้ำปราจีนบุรี และมีภาพวาดสมุนไพรจากภูเขาและป่าไม้

ถัดจากชานบ้านเข้าไปด้านในจะเป็นห้องรับแขก พร้อมมุมสวยติดหน้าต่างมองเห็นสวนด้านนอก ภายในห้องเล่าความเป็นมาของบ้านเล่าเรื่อง พร้อมจัดแสดงวัตถุล้ำค่าโบราณหาชมยากจากคนใจดีที่มอบให้กับบ้านเล่าเรื่อง อย่างเหรียญและธนบัตรโบราณ โถสังคโลกสมัยสุโขทัย จานเชิงและกาน้ำชา

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากสำรวจวัตถุล้ำค่าหาชมยากจนครบทุกชิ้น เราก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็เจอกับห้องนิทรรศการซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนบอกเล่าเรื่องราวของเมืองปราจีนฯ ในหลากหลายมุมมอง

ตอนนี้ในห้องยังคงจัดแสดงนิทรรศการบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าด้วยกษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เสด็จฯ เยือนจังหวัดปราจีนบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘บ้านนี้ผู้หญิงเก่ง’ เล่าเรื่องราวความฉลาด ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ และจิตใจสาธารณะ ของ คุณโปรยทิพย์ เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ตัวจริงเสียงจริง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมราเล่าประวัติศาสตร์สนุกพลางพาเราเดินทะลุไปยังห้องสมุด มีหนังสือหลากหลายแบบและมีเรื่องราวของคนปราจีนฯ แอบซ่อนอยู่ในนั้นด้วย แถมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จากโรงเรียนใกล้เคียงมักจะมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจิบน้ำสมุนไพรระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่รับกลับบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ห้องสุดท้ายเรารอคอย นอกจากจะเป็นห้องนิทรรศการผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นห้องอาหารของบ้านเล่าเรื่องอีกด้วย บรรยากาศด้านหลังบ้านห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและติดกับแม่น้ำปราจีนบุรีพอดิบพอดี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เมนูอาหารและเครื่องดื่มของครัวบ้านเล่าเรื่องล้วนมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม เช่น เล็บครุฑเทมปุระ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานเล่นก็เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ ถัดมาเป็นต้มจืดหูเสือบะช่อตำลึง ถ้วยนี้ขอบอกเลยว่าใครมาต้องสั่ง! ซดน้ำแกงจนหยดสุดท้ายแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงหมูบะช่อผสมใบหูเสือหั่นฝอย สรรพคุณของหูเสือช่วยขับเสมหะ แก้อาการไอ ถ้าลองขยี้ใบหูเสือด้วยมือจะส่งกลิ่นหอมคล้ายออริกาโน่ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ด้วย ส่วนจานสุดท้ายเสิร์ฟสารอาหารครบ 5 หมู่กับเมนูข้าวอบธัญพืชทานคู่กับน้ำพริกอ่อง ไข่ต้มและสารพัดผัก

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“สมุนไพรเราปลูกเองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วนผักเราสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ปลูกผักอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้จะส่งผักให้บ้านเล่าเรื่องสัปดาห์ละ 2 วัน แม้แต่ไข่ไก่ก็เป็นไข่ไก่อารมณ์ดี โดยกลุ่มเกษตรกรเขาสร้างเป็นสหกรณ์เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากส่งให้เราเขาก็ส่งให้โรงพยาบาลด้วย”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เพลินกับ 3 เมนูเด็ดแล้วจะขาดเครื่องดื่มรสซาบซ่าได้อย่างไร แก้วแรกมีชื่อว่า ‘สามเกลอ’ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของพุทราจีน กระเจี๊ยบ และใบเตย เคี่ยวรวมกันจนข้น วิธีดื่มง่ายมากเพียงเติมน้ำโซดาเพิ่มความสดชื่น ต่อด้วยสามเกลอ ถ้าใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมได้ไม่ว่ากัน อ้อ! พุทราจีนมีสรรพคุณช่วยลดความดันและไขมันในเส้นเลือดด้วยนะ แก้วถัดมาเป็น มะนาวอัญชัน คู่หูที่เจอกันเมื่อไหร่ก็เข้ากันสุดๆ

นอกจากเมนูสามเกลอและมะนาวอัญชัน ยังมีเครื่องดื่มชื่อสนุกและสรรพคุณเป็นเลิศ เช่น สามดอกไม้ มะลิ เก๊กฮวย ดาวเรือง และสามทหารเสือ ใบหูเสือ กำลังเสือโคร่ง (แก่นไม้) และไทเกอร์เฮิร์บ (ใบบัวบก) เห็นแค่ชื่อแต่ละเมนูเราก็ลืมไปเลยว่ากำลังดื่มน้ำสมุนไพรเพิ่มกำลังวังชาอยู่

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยมะม่วงแช่อิ่มฝีมือป้าเที่ยง มะม่วง 1,000 ไห เป็นเรื่องเล่าของคนปราจีนฯ ที่รู้กันดีว่าป้าเที่ยงทำธุรกิจมะม่วงดองมากว่า 1,000 ไห จนปัจจุบันอายุ 84 ปี อยู่ๆ ก็เกิดอยากเลิกกิจการ แต่ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการทำมะม่วงดองในอนาคต เลยแนะให้ป้าเที่ยงอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ ส่วนบ้านเล่าเรื่องต่อยอดมะม่วงป้าเที่ยงโดยการทำเป็นมะม่วงแช่อิ่มจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะมากสำหรับเป็นของฝาก

เป็นมากกว่าบ้าน…ที่เล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารสมุนไพรอร่อย หรือพื้นที่สาธารณะแสนรื่นรมย์ของขาประจำและขาจร ยังเป็นค่ายสมุนไพรขนาดย่อมแบบไปเช้า-เย็นกลับสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 11 ขวบ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยตั้งแต่พื้นฐาน รสชาติของสมุนไพรเป็นอย่างไร มีสรรพคุณช่วยบรรอาการอะไรบ้าง ตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างง่าย เช่น ทำน้ำสมุนไพรดื่มเองในครอบครัว ทำยาหม่อง ยาดม

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องอยากให้คนได้รู้จักสมุนไพรไทยและเอาไปใช้ได้อย่างหลากหลาย เราพยายามทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสมุนไพรเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารหรือยารักษาโรค

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเห็นสมุนไพรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้ามีการใช้สมุนไพรเป็นยา แน่นอนว่าการเจ็บป่วยน้อยลง และอัตราในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็ย่อมลดลงด้วย” อดีตพยาบาลเล่าด้วยตาเป็นประกาย

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากบ้านเล่าเรื่องฯ จบ เราหยิบเอาเรื่องเล่าบางส่วนมาเล่าเป็นเรื่องให้นักอ่านเห็นถึงความตั้งใจอันดี (มาก) ของคนตัวเล็กในบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าเมืองปราจีนฯ ที่หมายมั่นและผลักดันสมุนไพรไทยให้คนไทยกันเองรู้จักผ่านการมองเห็นด้วยตา ชิมรสด้วยปาก และลงมือทำด้วยสองมือ

เอาล่ะ เราว่าถึงเวลาของนักอ่านจากทั่วทุกสารทิศ ล็อกประตูบ้านให้สนิทแล้วออกไปผจญภัยในเมืองสมุนไพรไทยแห่งภาคตะวันออกด้วยกัน!

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

ที่อยู่ 51 ถนนหน้าเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25000

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.30 น. (ครัวปิดเวลา 19.00 น.)

Facebook : บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

Neilson Hays Library คือห้องสมุดที่มีความพิเศษหลายประการ

ที่นี่เปิดทำการมาแล้วเกือบร้อยปี หนังสือภาษาอังกฤษจำนวนมากมายที่จัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในห้องสมุดแห่งนี้ มีอายุหลายเดือนไปจนถึงหลายสิบปี แถมบางเล่มมีอายุเฉียดร้อยปีเสียด้วยซ้ำ

ความพิเศษประการสำคัญคือ สถาปนิกผู้ออกแบบห้องสมุดแห่งนี้เป็นผู้ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคมและอาคารแบบฝรั่งอีกหลายแห่งในกรุงเทพฯ

เมื่อแรกสร้าง สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างประณีตหลังนี้คงโดดเด่นเตะตาน่าดู เพราะถนนสุรวงศ์เมื่อร้อยปีก่อนนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยรถรา ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนที่พากันเดินขวักไขว่อย่างรีบร้อนจนลืมสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวเช่นทุกวันนี้

แม้พื้นที่รอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส ถูกเก็บรักษาและได้รับการดูแลอย่างดีเสมอมา จนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ห้องสมุดแห่งนี้ตัดสินใจปิดปรับปรุงอาคารและพื้นที่รอบรั้วทั้งหมด ถือเป็นการบูรณะใหญ่ครั้งแรกนับจากการบูรณะครั้งล่าสุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หนังสือทุกเล่มต้องถูกขนย้ายออก เพื่อให้ขั้นตอนการบูรณะ ตั้งแต่ฐานรากไปจนถึงฝ้าหลังคาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ตอนนี้ห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส โฉมใหม่หลังการปรับปรุง กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

เราจึงอยากชวนคุณมานั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ก้าวต่อไป และแผนในการปรับตัวของห้องสมุดแห่งนี้ในวันที่คนไม่นิยมอ่านหนังสือกันอีกต่อไป ภายใต้ความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ในรั้วที่เป็นเสมือนโอเอซิสผืนน้อยของย่านสีลม-สุรวงศ์ด้วยกัน

1

แรกรัก

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2412 สมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพฯ (The Bangkok Ladies’ Library Association) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยสุภาพสตรีชาวอังกฤษและอเมริกันจำนวน 13 คน เพื่อให้บริการหนังสือและเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเรื่องราวต่างๆ ในสังคมของเหล่าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

ในช่วงแรกเริ่ม สมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพฯ ไม่มีสถานที่ตั้งแน่นอน หนังสือคอลเลกชันแรกๆ จึงถูกเก็บหมุนเวียนไปตามบ้านคน ใครอยากมาอ่านหรือหยิบยืมหนังสือ ก็ต้องมาที่บ้านหลังนั้นๆ โดยเปิดให้บริการเพียง 1 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น

จากสมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพฯ เปลี่ยนชื่อมาเป็นสมาคมห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส ได้อย่างไร สุภาพสตรีที่กำลังจะกล่าวถึงคือที่มาของชื่อดังกล่าว

เจนนี่ เนลสัน (Jennie Neilson) เป็นชาวเดนมาร์ก ครอบครัวของเธออพยพไปอยู่อเมริกา และต่อมาได้เดินทางเข้ามาเป็นมิชชันนารีในประเทศไทยใน พ.ศ. 2427 เธอพบรักและแต่งงานกับนายแพทย์โทมัส เฮย์วอร์ด เฮย์ส (Thomas Heyward Hays) ใน พ.ศ. 2430

คนกรุงเทพฯ เรียกสามีของเธอว่า ‘หมอเฮย์’ เขาเดินทางมาเข้ารับราชการและได้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นอาจารย์สอนวิชาแพทย์คนแรกของโรงพยาบาลศิริราช

เจนนี่เข้ามาทำงานให้กับสมาคมห้องสมุดตั้งแต่ พ.ศ. 2438 เธออุทิศตัวและเวลาอย่างแข็งขันในการทำกิจกรรมมากมายเพื่อให้ห้องสมุดสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เธอทำงานให้กับห้องสมุดเป็นเวลาถึง 25 ปี ก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรคในเดือนเมษายน พ.ศ. 2463

หมอเฮย์เห็นถึงความรักที่ภรรยาผู้จากไปมีต่องานห้องสมุดและหนังสือที่เธออุทิศตัวมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี และมีความประสงค์ที่จะสานต่อเจตนารมย์ของภรรยา เขาจึงตัดสินใจซื้อที่ดินริมถนนสุรวงศ์เพื่อยกให้เป็นสมบัติของห้องสมุด จากนั้นจึงว่าจ้าง มารีโอ ตามัญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกคนสำคัญของกรุงเทพฯ ในยุคนั้น มาออกแบบอาคารถาวรสำหรับใช้เก็บรักษาหนังสือและเป็นที่ทำการห้องสมุด

อาคารหลังใหม่เอี่ยมเลขที่ 193-195 ถนนสุรวงศ์ สร้างเสร็จและเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2465 มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของเจนนี่ เนลสัน ผู้ล่วงลับและ เฮย์วอร์ด เฮย์ส ว่า Neilson Heys

เมื่อหมอเฮย์สิ้นชีวิต เขาทำพินัยกรรมส่งมอบสิทธิ์ในคอลเลกชันหนังสืออ่านเล่นส่วนตัวทั้งหมดให้กับห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส และบริจาคตำราการแพทย์ให้ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2

แรกสร้าง

ห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนมารีโอ ตามัญโญ

มารีโอเกิดที่ตูริน ประเทศอิตาลี ภายหลังจบการศึกษาทางสถาปัตยกรรมจากสถาบันประณีตศิลป์อัลแบร์ติน่าแห่งตูริน เขามีโอกาสเดินทางเข้ามารับราชการกับกระทรวงโยธาธิการของสยามที่กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2443 และทำสัญญาระยะเวลา 25 ปีกับรัฐบาลไทย

เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชนิยมในศิลปะอิตาเลียน ผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานของมารีโอในกระทรวงโยธาธิการจึงเป็นชาวอิตาเลียนเกือบทั้งหมด

ในการรับราชการในราชสำนักสยาม ฝีมือและผลงานของเขาเป็นที่ยกย่อง ผลงานการออกแบบของเขามีมากมาย เช่น สะพานมัฆวานรังสรรค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งอภิเษกดุสิตในพระราชวังดุสิต วังบางขุนพรหม ตำหนักปารุสกวัน ตำหนักจิตรลดา สะพานผ่านฟ้าลีลาศ พระที่นั่งราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ พระที่นั่งอนันตสมาคม และพระราชวังพญาไท

รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส เป็นอาคารชั้นเดียวแบบนีโอคลาสสิก ผังอาคารสมมาตรความยาว ความกว้าง เท่ากันทุกด้าน

ทางเข้าเป็นโถงรูปกลมหลังคาโดมสไตล์อิตาเลียนแสนสวย ห้องอ่านหนังสือวางผังเป็นรูปตัว H โดดเด่นที่หลังคาปั้นหยามุงกระเบื้องว่าว และความวิจิตรของหัวเสาที่สลักลวยลายทุกต้น ผนังโดยรอบเป็นหน้าต่างบานเกล็ดในซุ้มโค้งคั่นด้วยเสาอิง  

เนื่องจากเป็นห้องสมุด มารีโอจึงออกแบบฐานรากโดยใช้ระบบคอนกรีตประเภทแผ่ฐานรับน้ำหนัก เพื่อการระบายลมและป้องกันความชื้น ห้องอ่านหนังสือสร้างด้วยระบบผนัง 2 ชั้น เพราะบรรจุหนังสือจำนวนนับพันเล่นเอาไว้ จึงต้องมั่นใจว่าภายในห้องแห้ง ระบายความชื้นได้ดี อากาศถ่ายเท เพื่อป้องกันแมลงเข้ามากัดกินหนังสือ และเพื่อป้องกันการเกิดสนิมในภายหลัง มารีโอเลือกใช้ตะปูทองเหลืองสำหรับยึดชั้นหนังสือ 

อาคารนี้มีสัดส่วนที่ลงตัว สง่างาม ด้วยทักษะฝีมือช่างระดับเดียวกับที่ใช้ในการก่อสร้างวัง ตำหนัก และสถานที่สำคัญของประเทศ และมีสภาพสมบูรณ์จนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

มารีโอเคยกล่าวไว้ว่า ห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส เป็นผลงานการออกแบบที่เขารักที่สุด

3

แรกพบ

เรานัดพบกับ นลิน วนาสิน ประธานคณะกรรมการบริหารห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส และ ประพันธ์ นภาวงศ์ดี ภูมิสถาปนิกจากบริษัท Shma ผู้ดูแลการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านนอกอาคารห้องสมุด เพื่อพูดคุยถึงขั้นตอนยุ่งยากมากมายในการบูรณะอาคารโบราณสถานหลังนี้

นลินเล่าว่า ที่ผ่านมามีการซ่อมแซมและปรับปรุงส่วนต่างๆ ของอาคารอยู่ตลอด เนื่องจากอาคารมีอายุเกือบร้อยปี ทำให้หลายองค์ประกอบผุพังและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังไม่เคยบูรณะครั้งใหญ่ เน้นซ่อมจุกๆ จิกๆ แค่ตามความจำเป็นมากกว่า

การบูรณะใหญ่ครั้งแรกและครั้งเดียวของห้องสมุดแห่งนี้คือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2488

จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พื้นไม้สักของห้องสมุดเกิดทรุดยวบลงไป นลินปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลป์และสถาปนิกหลายคนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาต้นตอของปัญหาที่แท้จริงไม่ได้ จนได้พบกับ วทัญญู เทพหัตถี สถาปนิกผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการบูรณะตึกเก่า และ ดร.ยุวรัตน์ เหมะศิลปิน สถาปนิกอนุรักษ์สถาปัตยกรรม สองผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองเปิดพื้นเพื่อดูโครงสร้างข้างใต้ดู

ที่ต้องเปิดพื้นเพราะผังต่างๆ ของห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ไม่มีข้อมูลว่าโครงสร้างของอาคารหลังนี้ประกอบไปด้วยองค์ประกอบอะไรบ้าง

เมื่อลองเปิดพื้นดูก็พบว่าใต้พื้นด้านล่างมีถังเก็บน้ำล้อมรอบตัวอาคาร ซึ่งปรากฏว่าระดับน้ำนั้นสูงเกิดกว่าที่ควรจะเป็นไปมาก เกิดน้ำสะสมในดินเป็นพื้นที่น้ำขังและเกิดความชื้นปริมาณมหาศาลที่ไม่มีทางไปไหนต่อ จึงระเหยขึ้นด้านบนมาแตะกับตัวโครงสร้างพื้น ทำให้โครงสร้างอาคารมีความชื้นสะสมตั้งแต่ที่พื้นลามไปจนถึงผนัง

เมื่อรู้ต้นตอของปัญหา นลินจึงไม่แปลกใจว่าทำไมผนังและพื้นของห้องสมุดจึงผุพังตลอดเวลา

การซ่อมครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านๆ ที่ซ่อมแค่ตามอาการ ผุก็ฉาบ พังก็ก่อ ใช้ปูนยุคปัจจุบันแทนการใช้ปูนขาวโบราณ โปะเข้าไปที่ผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เก็บอัดความชื้นชั้นแล้วชั้นเล่าไว้ตลอดหลายสิบปี การซ่อมครั้งนี้จึงถือเป็นการบูรณะครั้งใหญ่ เพราะต้องลงไปแก้ไขตั้งแต่ที่รากของปัญหา

ขั้นตอนแรกกินระยะเวลา 6 เดือน ในการสำรวจเพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดและเขียนแบบ จากนั้นจึงเข้าสู่การบูรณะอาคารอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งใช้เวลาถึง 18 เดือน โดยมี วทัญญู เทพหัตถี และ ดร.ยุวรัต์ เหมะศิลปิน เป็นผู้ควบคุมดูแลอย่างละเอียด ช่วง 6 เดือนสุดท้าย ประพันธ์จึงเข้ามารับไม้ผลัดสุดท้ายในการดูแลปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอกที่จะช่วยส่งเสริมให้โบราณสถานแห่งนี้ทรงคุณค่าและงดงามยิ่งขึ้น

4

แรกบูรณะ

นลินเล่าว่า งบประมาณการบูรณะอยู่ที่ 12 ล้านบาท มาจากการระดมทุนจากองค์กร หน่วยงาน บริษัทเอกชน และบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการทำ Crowd Funding ทางเว็บไซต์ Asiola เพราะนลินอยากให้คนทั่วไป คนตัวเล็กที่ปรารถนาดี ที่ไม่ต้องมีเงินเป็นแสนเป็นล้าน สามารถมีส่วนร่วมกับการซ่อมแซมใหญ่ของห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส ครั้งนี้ได้ด้วย ซึ่งก็สามารถระดมได้ถึง 8 แสนบาท มีคนบริจาคตั้งแต่หลักร้อยบาทจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว

เมื่อเริ่มงานบูรณะ มีสิ่งต่างๆ มากมายที่ค้นพบหน้างาน ทั้งปัญหาและข้อมูลน่าสนใจของอาคารเก่างามหลังนี้ที่ไม่เคยได้รับการบันทึกมาก่อน

อย่างสีผนังดั้งเดิมที่เพิ่งมาค้นพบเมื่อมีการลอกสีผนังออกมาเป็นชั้นๆ ว่าเป็นสีชมพูและฟ้า ตอนนี้บริเวณด้านหลังสุดของห้องสมุดจึงถูกทาด้วยสีดั้งเดิม เพื่อส่งต่อชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์นี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ภายในห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส เคยมีซุ้มประตูชัยที่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเพิ่งค้นเมื่อศึกษาจากภาพถ่ายเก่า การบูรณะครั้งนี้จึงมีการนำประตูชัยตามรูปแบบเดิมกลับมาไว้ในห้องสมุดด้วย

ประพันธ์อธิบายว่า ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ แนวคิดแรกสุดคือ ทำอย่างไรให้อาคารแสนสวยหลังนี้โดดเด่นขึ้น แต่ก่อน เวลาเข้ามาที่เนียลสัน เฮย์ส ต้นไม้และรูปแบบการใช้งานบริเวณลานด้านหน้า บดบังความสง่างามและการเข้าถึงตัวอาคาร สิ่งที่ต้องทำคือปรับแต่งให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางและ Functional มากขึ้น

บริเวณทางเข้าอาคาร จากลานด้านหน้า แต่ก่อนเข้าถึงลำบากอาคารลำบาก ทีมภูมิสถาปนิกจึงออกแบบ Deck ไม้เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งสองส่วนเสียเลย ส่วนพื้นด้านนอกทั้งหมดก็ปรับระดับเสียใหม่ เพราะพื้นเดิมไม่เรียบเสมอกัน เนื่องจากทรุดโทรมไปตามสภาพและอายุการใช้งาน ตอนนี้ทุกพื้นที่ของห้องสมุดเชื่อมต่อถึงกัน และเป็น Handicap Accessibility หรือพื้นที่ๆ ได้รับการออกแบบให้ผู้พิการหรือผู้ใช้รถเข็นสามารถเข้าถึงได้ด้วย

หากเทียบกับถนนด้านนอกจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าระดับถนนสูงกว่าระดับอาคารไปแล้ว เพราะถนนถูกถมให้สูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่อาคารตั้งอยู่ตรงนี้มาเกือบร้อยปีแล้ว เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับอาคารได้ ดังนั้น การป้องกันน้ำท่วมขังจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า Deck ไม้และระดับพื้นที่ทำใหม่นั้นสูงกว่าระดับพื้นดินเดิมอยู่ราว 30 ซม. เพื่อเป็นทางระบายน้ำ เพราะอาคารเก่าส่วนใหญ่จะมีตัวระบายน้ำอยู่โดยรอบอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงไปสู่ถังเก็บน้ำใต้พื้นอาคาร และทำให้พื้นที่รอบอาคารแห้งอยู่ตลอดเวลา

ต้นกระทิง สารภีทะเล หางนกยูงฝรั่ง คือต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาห้องสมุดแห่งนี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี แทบจะต้องแหงนหน้าจนสุดจึงจะสามารถมองเห็นเรือนยอดของต้นไม้เก่าแก่เหล่านี้ได้ ไม้ประดับที่ใช้ให้อารมณ์เขตร้อนแบบ Tropical ซึ่งเข้ากับรูปแบบอาคารเป็นอย่างดี

ความน่าสนใจในการจัดการสเปซด้านนอก คือการทำให้ความเขียวชอุ่ม และความเป็นโอเอซิสที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้กลางย่านสีลมของเนียลสัน เฮย์ส ยังคงอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่พอสำหรับจัดอีเวนต์ต่างๆ ที่ปกติห้องสมุดรับจัดเพื่อหาเงินเข้ามาจุนเจือทางสมาคม

5

แรกเริ่ม (ใหม่)

สมาคมห้องสมุดเนียลสัน เฮย์ส เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในการหาทุนเพื่อนำมาใช้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ ของห้องสมุด จึงมาจากการรับสมัครสมาชิก การระดมทุน การรับบริจาค และการจัดกิจกรรมต่างๆ

นลินอธิบายว่า นอกจากให้เช่าพื้นที่จัดอีเวนต์แล้ว สมัยก่อนที่นี่เปิดให้เช่าเป็นพื้นที่ถ่ายละครและภาพยนตร์ แต่ตอนนี้จำเป็นต้องยกเลิกไป เนื่องจากอุปกรณ์ในกองถ่ายละครมีน้ำหนักมาก ทำให้พื้นไม้ได้รับความเสียหาย แต่ถ้าเป็นการถ่ายทำภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวขนาดเล็ก ก็ยังคงเปิดให้เช่าพื้นที่อยู่

ความท้าทายในอนาคตของเนียลสัน เฮย์ส อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันแวดวงคนรักการอ่านหนังสือนั้นย่อเล็กลงอย่างรวดเร็ว ห้องสมุดจึงไม่สามารถจะดำรงความเป็นห้องสมุดเพียงอย่างเดียวได้

ต้องเป็นมากกว่าห้องสมุด… 

เนียลสัน เฮย์ส วางหมุดหมายไว้ว่า อยากเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนย่านบางรัก และเป็นพื้นที่ให้คนไทยได้เข้ามาเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้นผ่านคลังหนังสือภาษาอังกฤษนับหมื่นเล่มและกิจกรรมมากมายที่จะจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี  

ปัญหาที่นลินตระหนักคือ สมัยก่อนกิจกรรมแทบทุกอย่างของเนียลสัน เฮย์ส เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นพื้นที่ของกลุ่มชาวต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ เลยอาจทำให้คนไทยที่ภาษาอังกฤษไม่คล่องแคล่วนักกริ่งเกรงที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับทางห้องสมุด

แผนในอนาคตของเนียลสัน เฮย์ส คือ การปรับกิจกรรมและการสื่อสารเป็นระบบ 2 ภาษา คืออังกฤษและไทย เพื่อเปิดกว้างให้คนไทยกล้าเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วยกันมากขึ้น และถือเป็นการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

‘การอ่าน การเขียน การเรียนภาษาอังกฤษ’ คือแกนหลักที่จะถูกแตกออกไปเป็นกิจกรรมต่างๆ ของเนียลสัน เฮย์ส  เช่น กิจกรรมบรรยายประวัติศาสตร์ที่เน้นแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น กิจกรรมอ่านนิทานภาษาอังกฤษให้เด็กเล็กที่ห้องสมุดทำติดต่อกันมานานแล้ว

ในปีนี้จะมีกิจกรรมใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีก เช่น เวิร์กช็อปสอนทักษะการเขียนบทความภาษาอังกฤษ รวมถึงสนับสนุนและเปิดพื้นที่ให้อย่างเต็มที่สำหรับผู้ที่อยากโชว์ผลงานด้านศิลปะทุกแขนง เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน และเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมสำหรับชุมชน

…ให้ห้องสมุดไม่เป็นเพียงแค่ห้องสมุดอีกต่อไป

Neilson Hays Library

ที่อยู่ : 195 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิดทำการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 09.30 – 17.00 น ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

รายละเอียดการเข้าใช้ : สามารถเข้าชมบริเวณโดยรอบห้องสมุดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการเข้าชมภายในห้องสมุด จะมีค่าบำรุงห้องสมุด 100 บาทต่อท่านในกรณีที่ไม่ใช่สมาชิก หรือจะเข้าไปนั่งคาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟและขนมอร่อยๆ จาก British Club ด้วยก็ได้

Website : neilsonhayslibrary.org

Facebook : Neilson Hays Library

 

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load