เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

บางคนเข้าใจว่าเป็นคาเฟ่ บ้างก็ว่าเป็นร้านอาหาร หาก น้ำตาล-ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านบอกว่า จริง ๆ เธอตั้งใจทำ ‘The Goodcery’ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต หรือชัดเจนกว่านั้น คือร้านขายของชำ 

“ชื่อร้านเรามาจาก Grocery ที่แปลว่าร้านขายของชำ หรือที่เราคุ้นเคยจากภาษาจีนว่า ‘โชห่วย’ เราอยากเล่นกับความเข้าใจของคนไทยกับคำพ้องเสียงว่า ‘ห่วย’ จึงใช้คำที่มีความหมายตรงข้ามว่า ‘ดี’ หรือ Good และพ้องกับ Goods ที่แปลว่าสินค้า มาใส่ในชื่อ เป็น The Goodcery” น้ำตาลกล่าว

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน
The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

แต่นั่นล่ะ จะมองว่าเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็ไม่ผิด เพราะร้านของน้ำตาลกับเพื่อนก็มีทั้งสองสิ่งที่ว่า แถมยังมีไวน์ลิสต์เจ๋ง ๆ เสิร์ฟอีกด้วย (ในอีกบทบาทหนึ่ง น้ำตาลคือหนึ่งในผู้บริหาร Wine Citizen Chiang Mai ตัวแทนจำหน่ายไวน์ชั้นเลิศจากต่างประเทศในภาคเหนือให้คอไวน์ได้ดื่มด่ำมาหลายปี) และแน่นอน นอกจากไวน์ ขนมปัง ครัวซองต์ แซนด์วิช กาแฟ และเมนูอาหารพร้อมเสิร์ฟ The Goodcery ก็มี พริกดอง ไส้กรอก กะปิ น้ำปลา ซีอิ๊ว เครื่องแกง เส้นก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ขายด้วย… ก็ร้านขายของชำนี่

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

The Goodcery ตั้งอยู่ในอาคาร 4 คูหาที่ใหญ่ราวกับโกดังริมถนนราชวงศ์ เชียงใหม่ ด้านหน้ากรุกระจกใสมองเห็นทะลุเข้าไปภายใน พื้นที่ภายนอกหน้าร้านมีโต๊ะให้นั่งจิบกาแฟริมถนนประหนึ่งคาเฟ่ในปารีส ส่วนภายในร้านตบแต่งอย่างไม่แฟนซี หากนำเสนอพื้นผิวของวัสดุที่ประกอบขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมอันกลมกล่อม – ผนังปูนไม่ฉาบผิว ไม้ เหล็ก คานเปลือยที่ไร้ฝ้าเพดาน และแสงธรรมชาติที่มาจากกระจกใสหน้าร้าน รวมถึงคอร์ทกลางแจ้งหลังร้านที่เป็นสวนหินแบบญี่ปุ่น ร้านโปร่งโล่งและเรียบเท่เสียจนจินตนาการไม่ออกว่าที่นี่เคยเป็นร้านขายวิทยุ

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน
The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

ใช่ครับ จากปากคำเจ้าของใหม่ อาคารตรงนี้เคยเป็นร้าน ‘เอ็จวิทยุ’ ที่จำหน่ายวิทยุและชุดเครื่องเสียง คนเชียงใหม่ที่อยู่มานานหน่อยจะคุ้นเคยดีว่า ย่านราชวงศ์เป็นย่านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอะไหล่ต่าง ๆ เอ็จวิทยุเป็นอีกร้านที่อยู่คู่ย่านมาหลายสิบปี จนร้านปิดกิจการเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ตึกก็ถูกปล่อยร้างมากว่า 5 ปี ราวกับรอให้น้ำตาลและเพื่อนมาค้นพบ

“ตึกนี้เป็นของน้า พอพ่อรู้ว่าเรากำลังหาที่ทำร้านก็เลยลองมาดู และพบว่ามันใหญ่มาก ใหญ่จนรู้สึกท้อ แต่พี่เต้ หุ้นส่วนเราบอกว่า นี่แหละเหมาะ มันตอบโจทย์การใช้งานได้หลายอย่างด้วย ทำเลย” น้ำตาลเล่า – “ทำก็ทำ”

พี่เต้ที่น้ำตาลอ้างถึงคือ เต้-ปรีติ สุวรพงษ์ เจ้าของ Taste Café หนึ่งในแบรนด์กาแฟที่กำลังมาแรงที่สุดของเชียงใหม่ เช่นนั้นแล้ว กาแฟที่ The Goodcery เสิร์ฟ ก็เป็นกาแฟชั้นดีมาตรฐานแบบเทสต์ ๆ ซึ่งนอกจากพี่เต้ หุ้นส่วนของที่นี่ยังมี เน-ธัญวดี ธัญวรธรรม, กิ๊ก-วรธรรม ธงนำทรัพย์ และ ตอย-ชลทิศ เขื่อนแก้ว ทั้งหมดเป็นเพื่อนฝูงต่างวัยที่ดึงดูดกันได้ด้วยความรักในการกินดื่ม และความใฝ่รู้ในวัฒนธรรมอาหารเหมือน ๆ กัน

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ยังมี เชฟแนน-ลีลวัฒน์ มั่นคงติพันธ์ แห่ง Cuisine de Garden ที่แม้ไม่ได้เป็นหุ้นโดยตรง แต่ก็มาช่วยน้ำตาลดูเรื่องเมนูอาหาร รวมถึง พี่เยา-เยาวดี ชูคง จาก Slow Food Chiang Mai และ Maadae Slow Fish ที่รับบทเป็นที่ปรึกษาด้านการคัดสรรวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายที่ร้าน – ไลน์อัปร้ายกาจใช่ย่อย

แต่ถึงไลน์อัปของอาหารและเครื่องดื่มจะไม่ธรรมดา เราก็ยังคาใจในความตั้งใจจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของที่นี่อยู่ดี เพราะถ้ามองในภาพรวม เชียงใหม่มีธุรกิจแบบเดียวกันนี้จากแบรนด์ใหญ่และแบรนด์ท้องถิ่นแข่งขันกันอย่างหนักหน่วง ไหนจะร้านสะดวกซื้อเจ้าตลาดอีกเพียบ หรือถ้ามองในเชิงพื้นที่ ร้านแห่งนี้ก็อยู่ใกล้กับตลาดสดใหญ่ของเมืองอย่างกาดหลวงและกาดเมืองใหม่ เราจึงสนใจในช่องว่างทางการตลาดที่น้ำตาลเพ่งมอง

“ข้อแรกเลยคือเราไม่ขายสินค้าแบบเดียวกับที่ห้างค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่มี บางส่วนอาจมีซ้ำกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่มี เพราะเราอยากเป็นตัวเลือกที่แตกต่าง อีกทางหนึ่งเราค่อนข้างต่อต้านการค้าขายแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก แบบที่กลุ่มทุนใหญ่ทำอยู่ ขณะเดียวกัน พอเราแน่ใจแล้วว่าจะมาเปิดร้านตรงนี้ เราจึงไปร้านเกษมสโตร์เป็นอันดับแรกเลย เพราะเกษมสโตร์เป็นร้านขายของชำที่เก่าแก่คู่เมืองและอยู่ใกล้กับเรามาก ๆ เราไปดูว่าเขาขายอะไร เพื่อจะไม่นำสินค้าที่เหมือนกับเขามาขาย แม้ว่ากลุ่มลูกค้าอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เราต้องซื่อสัตย์กับผู้มาก่อน เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของย่าน ของชุมชนนี้ จึงไม่คิดจะขายของแข่งกับเขา รวมถึงร้านค้าอื่น ๆ ในย่านด้วย” น้ำตาลกล่าว

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

ไม่ขายของเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป และไม่เหมือนร้านเพื่อนบ้าน แล้วขายอะไร?

ไล่เรียงสายตาไปบนชั้นวางสินค้าทางซ้ายมือของร้าน The Goodcery น่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าเดียวที่จัดเรียงสินค้าตามภูมิภาคที่สินค้าเหล่านั้นผลิต หาใช่จัดเรียงตามประเภทการใช้งานอย่างที่คุ้นเคย และเกือบทั้งหมดเป็นสินค้าที่กินได้ และใช่ ถ้าไม่นับรวมสินค้าจากคนเชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เราก็หาพบไม่ได้จากร้านไหนในเชียงใหม่เหมือนกัน 

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

ชั้นที่วางสินค้าของภาคเหนืออยู่ซ้ายมือสุด – เต้าหู้ไทใหญ่ หนังปอง พริกลาบจากแพร่ น้ำพริกข้าวซอย น้ำพริกน้ำเงี้ยวเชียงราย น้ำจิ้มลูกชิ้นทองสุข ฯลฯ 

เชลฟ์ถัดมาอิมพอร์ตจากอีสาน – ต้มจั๊บสำเร็จรูปและหมูยอดาวทองจากอุบลฯ แจ่วบอง ปลาร้า ข้าวหอมมะลิดำหนองคาย ข้าวทับทิมชุมแพ ฯลฯ 

ส่วนเชลฟ์ภาคกลาง – เส้นบะหมี่ชากังราวจากกำแพงเพชร ซอสพริกศรีราชา น้ำตาลดอกมะพร้าวแม่สำราญจากสมุทรสาคร น้ำตาลโตนดเพชรบุรี หลากเครื่องปรุงและอาหารแปรรูปจากเยาวราช ฯลฯ 

และเชลฟ์ภาคใต้ – เกลือหวานปัตตานี อาหารทะเลแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย น้ำตาลผลตาลโตนดดาวรายจากสงขลา ฯลฯ

The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน
The Goodcery โชห่วยคนรุ่นใหม่ ไม่ขายของซ้ำห้างใหญ่ และไม่แข่งกับร้านเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ในตู้แช่แข็งยังมีผลิตภัณฑ์เกษตร เนื้อสัตว์ และเครื่องดื่ม (ตั้งแต่ลูกชิ้นเนื้อจากร้านช้างม่อยกาแฟ ร้านดังของเชียงใหม่ ไปจนถึงเนื้อทาจิมะวากิวจากวิสาหกิจบุรีรัมย์ เครื่องดื่มรสหวานจากเมล็ดข้าวพันธุ์ไทย YoRice Amazake ไปจนถึงน้ำตาลสดพร้อมดื่มจากเพชรบุรี เป็นต้น) เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนจากจำนวนสินค้ากว่า 300 ชนิดจากทั่วประเทศที่วางจำหน่ายที่นี่ โดยทั้งหมดมีจุดร่วมเดียวกัน คือเป็นผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรหรือผู้ประกอบการท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องออร์แกนิก แต่ต้องเป็นของผู้ผลิตท้องถิ่น

“ลูกค้ามักคิดว่าเราทำร้านอย่างนี้ ต้องขายสินค้าออร์แกนิกแน่ ๆ แต่ไม่ใช่เลยค่ะ” น้ำตาลเล่าพร้อมรอยยิ้ม

“เราไม่มีข้อกังขากับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเลย แต่หัวใจของร้าน คือต้องการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านในประเทศไทย เราจึงไม่เน้นว่าของที่วางขายจะออร์แกนิกหรือไม่ ขอเพียงมีคุณภาพและมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย เราพยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ ซึ่งจริงอยู่ เรายังคงเป็นคนกลาง แต่ก็เชื่อว่าเราสามารถทำธุรกิจที่เป็นธรรมกับผู้ผลิต เป็นช่องทางขายสินค้าให้พวกเขาโดยหักส่วนแบ่งอย่างแฟร์ ๆ”

นอกจากนี้ น้ำตาลยังเล่าเสริม การเลือกขายสินค้าที่ร้านอื่น ๆ ไม่มี หาใช่แค่ช่องทางการตลาด เธอเชื่อว่ายังมีสินค้าของชาวบ้านอีกมากมายที่ต่างไปจากที่กลุ่มทุนใหญ่พยายามขายให้เราผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ หรือพยายามผูกขาดให้เราเชื่อว่าสินค้าที่พวกเขาขายคือคุณภาพและความอร่อยเพียงฝ่ายเดียว

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ร้านจำหน่ายให้เลือกซื้อกลับบ้าน ยังเป็นวัตถุดิบที่นำมาเสิร์ฟในเมนูด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้ชิมก่อนเลือกซื้อไป และพร้อม ๆ กับบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของผู้คนในพื้นที่หนึ่ง ๆ เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อย ‘เต้าหู้สามถิ่นทอดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไทใหญ่’ ซึ่งมีทั้งเต้าหู้ดอย เต้าหูไทใหญ่ และเต้าหู้ยูนนานจากผู้ผลิตในเชียงใหม่ ‘บาเยีย’ อาหารทานเล่นที่ทำจากถั่วเหลืองทอดกับแกงโรตี จากชุมชนมุสลิมช้างคลาน  ทานคู่กับอาจาดพิเศษ ที่ใช้น้ำส้มโหนดจากสทิงพระ และน้ำตาลมะพร้าวจากสมุทรสาครเพียวสองชนิดเท่านั้น รวมไปถึง ‘ไส้อั่วเนื้อ’ ที่ผ่านกรรมวิถีการทอดแทนการย่างแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย

Goodcery.th โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้
Goodcery.th โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้

ส่วนอาหารจานหลัก ก็เช่น ‘ปาปาแซน้ำเงี้ยวเชียงราย’ หรือขนมจีนน้ำเงี้ยวที่เส้นขนมจีนถูกแทนที่มาด้วยเส้นปาปาแซ เป็นเส้นจากแป้งสดคล้ายอุด้ง ตำรับของชาวจีนมุสลิมจากยูนนาน เคล้ากับแกงน้ำเงี้ยวสูตรแม่มณีจากเชียงราย ‘คั่วจิ๊นส้มพริกลาบกำแพงเพชร’ เมนูผสมผสานระหว่างจิ๊นส้มหรือแหนมของคนเหนือกับพริกลาบจากกำแพงเพชร ‘แกงคั่วไก่’ และ ‘สามชั้นผัดกะปิเกาะลิบง’ สองเมนูอาหารใต้ที่ใช้เครื่องเทศจากไร่ และกะปิจากผู้ผลิตและวิสาหกิจชุมชนทางภาคใต้เท่านั้น

Goodcery.th โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้

“เราพยายามผสมผสานวัตถุดิบที่มี เพื่อทำให้เห็นถึงมิติอันหลากหลายของอาหารในแต่ละภูมิภาค ซึ่งมารวมอยู่ด้วยกันได้อย่างสนุก หรือถ้าเป็นอาหารเหนือ เราก็จะย้ำให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใส่มาในขันโตกก็ได้นะ สตรีทฟู้ดภาคเหนือกินง่ายและถูกปากมีเยอะแยะไป” น้ำตาลเล่า

เมนูที่กล่าวมาทั้งหมดเสิร์ฟเป็นมื้อกลางวัน มื้อเย็นเป็นอาหารตะวันตก ขณะที่ขนมปัง กาแฟ และไวน์มีเสิร์ฟตั้งแต่เช้า จะเลือกนั่งในห้องแอร์ในร้าน หน้าร้านด้านนอก หรือเทอร์เรซด้านหลังริมสวนหิน ก็ชิลล์ไปอีกแบบ โดยน้ำตาลมีแผนจะขยายพื้นที่ขายของชำเพิ่มเติมบริเวณชั้น 2 ส่วนสวนหินด้านหลัง ยังใช้สำหรับจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารการกิน ศาสตร์เกี่ยวกับวัตถุดิบ และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อื่น ๆ ในบางวาระอีกด้วย

Goodcery.th โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้
Goodcery.th โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้

“จริงอยู่ ตอนนี้เราเพิ่งเริ่มต้นและอยู่ระหว่างคัดสรรผลิตภัณฑ์จากที่ต่าง ๆ มาขายเพิ่มให้มากกว่านี้ แต่เรามีภาพฝันไกลไปถึงการเปิดสาขาเลยนะ เพราะถ้าจะสนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่น ก็ต้องหาช่องทางขายให้พวกเขาได้มาก ๆ ใช่ไหม การที่ร้านมีสาขาเพิ่มขึ้นจึงตอบโจทย์ ขณะเดียวกันเราก็อยากเปลี่ยนวิธีคิดของระบบแบบสาขาด้วย จากที่มันรองรับการผลิตและการบริโภคเชิงอุตสาหกรรมในปริมาณมาก ๆ อย่างเดียว ป้อนสินค้าให้ทันความต้องการ ให้กลายมาเป็นการขายที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอตัว ปรับตัว รู้จักตนเอง รู้จักเลือกกินของตามฤดูกาลของวัตถุดิบนั้น ๆ เข้าใจการกินวัฒนธรรมอื่น รู้จักข้อจำกัด หรือตามความสามารถของชุมชนผู้ผลิต 

“แน่นอน ถ้ามองถึงการขายแฟรนไชส์ เราเชื่อว่าไม่มีนักลงทุนไหนอยากมาซื้อแบรนด์ขายของช้า ๆ แบบนี้หรอก (ยิ้ม) ก็เลยคิดว่าเราไม่เน้นการให้นักลงทุนมาฝืนใจ เราจะค่อย ๆ ทำไปด้วยทีมของเราให้แน่นก่อน การเปิดสาขาต่อยอดออกไป อาจจะเป็นเรื่องของการเป็นเจ้าของร่วมของเราและชุมชน เราใช้ความถนัดของเราในการทำธุรกิจ และชุมชนใช้ความหวังของท้องถิ่นผนวกเข้าด้วยกัน ผลกำไรที่ได้ คือสำหรับผู้ลงมือทำด้วยกันทั้งกระบวนการ ทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้บริโภค ไม่ได้เข้าใครคนไหนที่นอนรอกินกำไรฟรี ๆ 

“แล้วเราก็เชื่อว่า กลไกเศรษฐกิจและเศษฐศาสตร์มหภาคและจุลภาคแบบนี้ ก็สมดุลตามกันไป คุณภาพชีวิต สวัสดิการก็จะดีขึ้นตามมา อาจจะแตะไปจนถึงภาพแบบชาวนาในญี่ปุ่นหรือเกษตรกรในยุโรป ที่มีเงินและมีชีวิตที่ดีได้ไม่ต่างกับอาชีพอื่น ๆ ส่วนผู้คนที่อยู่ใน Supply Chain ก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียม”

The Goodcery โชห่วยเชียงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแฟร์เทรด และร้านอาหารที่แม้จะไม่ออร์แกนิก ก็ช่วยโลกได้

The Goodcery 

ที่ตั้ง : 71 ถนนราชวงศ์ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.00 – 21.00 น. 

Facebook : The goodcery.th

Writer

Avatar

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

ประกอบอาชีพรับจ้างทำหนังสือ แปลหนังสือ และผลิตสื่อ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีงานอดิเรกคือเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load