วันหนึ่งฉันบอกนักเรียนโยคะของฉันว่า จะไปเกาะพะงัน 2 อาทิตย์ แล้วจะกลับมาสอนต่อ แต่ฉันอยู่ยาวปีครึ่งไปได้ยังไง ตั้งใจจะกลับก็มีเหตุให้ไม่ได้กลับ 

เกาะอยากให้ฉันอยู่ที่นี่ใช่ไหม ? 

มันมีอะไรที่เกาะนี้กันนะ ?

นี่ก็เข้าปีที่ 4 แล้ว ที่ฉันไป ๆ กลับ ๆ กรุงเทพฯ-เกาะพะงัน จนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ต้องคิดถึงสุดหัวใจทุกครั้งที่จากมา และแต่ละครั้ง แผนการที่ตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ 2 – 3 อาทิตย์ก็ยืดเยื้อยาวนานเป็นเดือน จนกระทั่งเป็นปี เกาะพะงันมีมนตราอะไรกัน จึงดึงดูดให้คนทั่วทั้งโลกได้มาสัมผัส บางคนก็อยู่ได้ยาว บางคนก็อยู่ไม่ได้ บนเกาะมันมีกี่แง่ กี่มุม กี่มิติ มีอะไรให้ค้นหาบ้างนะ 

ว่ากันว่าเกาะพะงันสร้างขึ้นจากโรสควอตซ์ บ้างก็ว่าพระศิวะสร้างเกาะแห่งนี้ขึ้นมา แต่ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ อาจจะด้วยพลังของควอตซ์ที่สะสมมวลพลังงานอันยิ่งใหญ่ไว้อย่างยาวนาน มันจึงส่งคลื่นความสั่นสะเทือน และเชื้อเชิญให้ผู้คนที่มีคลื่นความถี่เดียวกัน เดินทางมาค้นหาจิตวิญญาณอันล้ำลึก มาเรียนรู้ มาเยียวยา มาบำบัด มาหาปมในอดีต หรือจะแค่มาปาร์ตี้ก็เป็นได้ 

ตั้งแต่ยุค 80 เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าคนคลั่ง Rave Party ชื่อเสียงของมันโด่งดังจนฉันไม่เคยคิดอยากจะมา จนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพื่อนหนุ่มนักเปียโนได้ชักชวนไปงานอีเวนต์ที่ชื่อว่า True Nature Festival ที่ฝั่งตะวันออกของเกาะ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักเกาะพะงันและมิติทางด้านจิตวิญญาณ และกลุ่ม Conscious Community ของที่นี่ ซึ่งทุกคนต่างยกย่องให้เกาะพะงันเป็นคุณครูหรือห้องเรียนห้องใหญ่ ทำให้ได้เชื่อมต่อกับตัวเองผ่านเส้นทางที่ถึงแม้จะเป็นของใครของมัน แต่ก็เสมือนมีเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจและคอยสนับสนุนกันและกัน 

Spiritual Town

แน่นอนว่าฝั่งใต้ของเกาะแถวหาดริ้น เป็นที่รวมตัวของคนรัก Full Moon Party ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ฝั่งตะวันตกของเกาะ โซนศรีธนู ก็เป็นศูนย์กลางของชุมชนคนที่เคารพและสัมพันธ์กับ Full Moon เช่นกัน แต่ในมิติจิตวิญญาณ (Spirituality) ที่นี่มีกิจกรรมเวิร์กชอปและอีเวนต์มากมาย ที่เชื้อเชิญให้คนกลับเข้ามาในโลกภายในของตนเอง ให้ได้ดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ มีทั้งที่ทำงานกับนักบำบัด (Healers) ทำงานกับพืช (Plants) ไปจนถึงทำงานกับตัวเองไม่ต้องพึ่งใคร หรือสายธรรมชาติ เดินป่า น้ำตก ไปชายหาด ดำน้ำ แค่ได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติมากเท่าไร ก็เชื่อมต่อกับภายในตัวเองได้มากเท่านั้น ทุกคนก็มีแนวทางและวิธีทางของตัวเอง ที่จะค่อย ๆ เผยออกมาเองเมื่อเราใช้เวลาอยู่บนเกาะ บางคนเลือกจะอยู่คนเดียว บางคนเลือกจะไปอีเวนต์พบเจอผู้คน มันคือเสน่ห์ของที่นี่ ว่าคุณจะถูกดึงดูดไปที่ใด แค่ Going with the flow. เพราะ No plan is a best plan. ค่ะ

Retreat Center ที่นี่ก็มีไม่น้อยค่ะ มาแล้วก็เหมือนครบจบในที่เดียว

Orion Healing Center (detox & yoga) Koh Phangan

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ภาพ : Orion Healing Center (detox & yoga) Koh Phangan

ที่นี่มีทั้งโยคะ เรกิ ดีท็อกซ์โปรแกรม ซาวน่า มี Spiritual Practices มากมาย ไปจนถึงการบำบัดด้วยเสียง (Shamanic Sound Healing) แถมยังมีร้านอาหารวีแกน เสิร์ฟอาหารอร่อย ๆ ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ตัวสถานที่ตั้งอยู่ริมทะเล วิวสวย บรรยากาศดี และพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก

Website : www.orionhealing.com

โทรศัพท์ : 08 3602 9176

Namreka Sanctuary Wellness Resort

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ภาพ : Namreka Sanctuary Wellness Resort

ที่นี่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ ติดทะเลเช่นกัน บริเวณหาดโฉลกหลำ โซนนี้เงียบสงบ ธรรมชาติสวยงาม มาเดินเขาได้ ดำน้ำดูปะการังก็สวย หรือจะไปแช่น้ำตกก็สุดยอด และที่สำคัญ เวลาคิดถึงครอบครัว ที่นี่ให้ความรู้สึกว่าอยู่ประเทศไทยมาก ๆ ทั้งชุมชนคนไทย ขนมกินเล่นไทย ๆ ที่ตั้งขายอยู่ริมถนน 

Namreka เป็นเซนเตอร์ที่ค่อนข้างเอ็กซ์คลูซีฟให้บริการทรีทเมนต์แบบเป็นส่วนตัวมาก ๆ มีที่พักอยู่แค่ 6 ห้องที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีศาลาสำหรับไพรเวตโยคะ สปารูมและห้องซาวน่าที่ฉันว่าดีที่สุดบนเกาะ เพราะสะอาดมากแถมยังมีคริสตัลและหินเกลือหิมาลัยสีชมพูอยู่ภายในห้องเป็นจำนวนมาก รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ดีภายในสถานที่นี่จริง ๆ ส่วนทรีทเมนต์ของที่นี่เน้นด้านพลังงาน (Energy Work) ทั้ง Aura Cleansing, Chakras Balancing, Crystal Therapy และอื่น ๆ อีกมากมายที่อยากให้มาลอง

Facebook : Namreka Sanctuary Wellness Resort

Instagram : namrekasanctuary

โทรศัพท์ : 09 3574 2693

 Wonderland Healing Center

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ภาพ :  Wonderland Healing Center

เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่แนะนำคงไม่ได้ เพราะเป็นเซนเตอร์ขนาดใหญ่ มีห้องพักกว่า 50 ห้อง โปรแกรมการฝึกฝน ทั้งโยคะ สมาธิ ทั้งวัน ที่ถ้าเข้าพักแขกสามารถร่วมได้ทุกโปรแกรม และราคาเข้าพักก็รวมอาหารวีแกนบุฟเฟต์ที่อร่อยทั้งวัน ที่นี่มีสระว่ายน้ำ ศาลาสำหรับฝึก และซาวน่าด้วย

Website : www.wonderlandhc.com

Facebook : Wonderland Healing Center

โทรศัพท์ : 0 7737 7377

แต่ถ้ามาที่นี่แล้วไม่ได้แวะเวียนมา Retreat Center แต่อยากเข้าร่วมอีเวนต์และเวิร์กชอปต่าง ๆ ก็เข้าเพจ Koh Phangan Conscious Community หรือแค่เดินไปนั่งร้านอาหารหรือร้านกาแฟ ก็จะเห็นใบปลิวติดตรงบอร์ดประชาสัมพันธ์มากมายเต็มไปหมด หรือสุดท้ายแล้ว ถ้ามีมนุษยสัมพันธ์ดี ได้เพื่อนใหม่ ๆ ก็จะเป็นการบอกปากต่อปากว่า มีอะไร ที่ไหน เมื่อไร ก็ถือว่าสนุกไปอีกแบบ 

กิจกรรมที่นี่ถ้าโดดเด่นสุด ๆ ก็คงหนีไม่พ้นโยคะหลายรูปแบบ หลายโรงเรียน การสอนสมาธิ การฝึกหายใจ การเดินเจริญสติซึ่งต่างกับการเดินจงกรมที่อยากแนะนำให้มาลอง เหล่านี้คุณต้องใช้ตัวเอง ต้องฝึกฝน ต้องพึ่งตัวเอง หรือวัดไทยที่นี่ก็มาเข้าวิปัสสนาได้เช่นกัน มาใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หรือถ้าอยากมารับการบำบัด ไม่ว่าจะด้วยน้ำ การนวด ไพ่ คลื่นเสียง พลังงานจักรวาล อาหารสุขภาพ Movement และอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกเต็มไปหมด 

Food for Your Soul 

ด้วยความที่เกาะนี้มีคนหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่อาศัย จึงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจที่จะได้ลองอาหารหลาย ๆ ชาติ ทั้งอาหารอิตาเลียน รัสเซีย อิสราเอล เปอร์เซียน ฝรั่งเศส พม่า เนปาล และอีกมากมายรวมไปถึงอาหารใต้ของไทยสุดแซ่บ มีให้เลือกหลากหลายสำหรับทั้งคนกินเนื้อและกินพืช และที่นี่ถือเป็นสรวงสวรรค์ของคนกินพืชอย่างจริงแท้แน่นอน เพราะมีร้านอาหารวีแกนและอาหารสุขภาพละลานตา เมนูแปลกใหม่น่าลองที่มีไอเดียสร้างสรรค์ไม่ซ้ำกัน 

The Yoga House Cafe

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้

ภาพ : The Yoga House Cafe

อาหารของที่นี่เป็นแบบโฮมเมด มีทั้งวีแกนและมังสวิรัติ เจ้าของร้านเป็นชาวอิสราเอล แต่ตัวอาหารผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติ แนะนำให้สั่งอาหารแบบชุดที่มีให้เลือกหลายชุด ส่วนขนมที่นี่ก็อร่อยมาก เช่น Vegan Apple Crumble ที่ดีต่อสุขภาพ และรู้สึกถึงพลังบวกของเจ้าของและคนทำอาหาร 

บรรยากาศร้านและการตกแต่งก็อบอุ่นสบาย เป็นบ้านไม้แบบไทยที่มีชั้นสองเป็นห้องโยคะ มีคลาสสอนโยคะทุกวันจันทร์-ศุกร์ มีสระว่ายน้ำด้านนอกที่ลูกค้าทั่วไปมาใช้ได้

Facebook : The Yoga House Cafe

โทรศัพท์ : 09 5536 5002

Website : www.yogahousephangan.com

Sati pot 

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
ภาพ : Sati pot 

อาหารเปอร์เซียนแบบโฮมเมดที่เน้นเครื่องเทศสุดซับซ้อน ร้านตกแต่งได้น่ารักน่านั่ง อาหารมีทั้งเนื้อสัตว์ทั้งแกะ ไก่ ซีฟู้ด และแบบปลอดเนื้อสัตว์ เสิร์ฟมาในจานใหญ่ตกแต่งสวยงาม ถ้าใครชอบกินแกะ แนะนำให้สั่ง Lamb Nesar เนื้อแกะที่ค่อย ๆ ปรุงเสิร์ฟกับซอสส้มผสมอบเชยทานกับข้าวที่ใส่ถั่วพิสตาชิโอ หรือถ้าใครชอบกินผักต้องลอง Rainbow Dish สีสันคัลเลอร์ฟูลจากผักหลากหลายที่ปรุงรสมาอย่างซับซ้อน

ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนเย็น แนะนำให้จองมาก่อน 

Facebook : Sati pot 

โทรศัพท์ : 09 2404 4613

Barrique Italian Restaurant 

ลายแทงเกาะพะงันมุมใหม่ เชื่อมต่อธรรมชาติบนเกาะพลังพิเศษที่ไม่ได้มีแค่ฟูลมูนปาร์ตี้
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Barrique Italian Restaurant 

ร้านอาหารอิตาเลียนที่โดดเด่นด้วย Sourdough Pizza Crust มีหน้าให้เลือกมากมาย ฉันติดใจที่ครัสต์กรอบ ๆ ส่วนพาสต้าก็อร่อย และมีเมนูพิเศษในแต่ละอาทิตย์มาหลอกล่ออยู่บ่อย ๆ ส่วนเชฟผู้ทำอาหารก็ส่งตรงมาจากอิตาลี ทั้งทำอาหารและตกแต่งร้านด้วยตัวเอง ร้านนี้มีตัวเลือกให้ทั้งมังสวิรัติและวีแกน และเปิดเฉพาะตอนเย็นเช่นกัน

Facebook : Barrique

โทรศัพท์ : 06 2534 8600 , 09 9180 1462

Eat.co

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Eat.co

ร้านนี้สำหรับชาววีแกนโดยเฉพาะ มีเมนูสุดอร่อยและสร้างสรรค์ให้เลือกหลากหลายจริง ๆ ทั้งแซนด์วิช ซูเบอร์เกอร์ ไรซ์โบวล์ที่ใช้ขนุนแทนทูน่า และแครอทแทนสโมคแซลมอน เค้กและขนมหวานที่นี่น่าตื่นตาตื่นใจและรสชาติดีตามหน้าตา

WhatsApp : +66901882113

Facebook : eat.co

Instagram : eat.co_kohpangan

จุดประสงค์ในการเลือกเข้าร้านอาหารของแต่ละคนที่นี่แตกต่างกัน บางคนอยากเสพรสชาติอาหารและสัมผัสธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน บางคนเลือกอาหารสุขภาพปลอดเนื้อสัตว์เท่านั้น เพื่อเสริมพลังและให้เข้ากับวิถีที่ฝึกฝน บางคนอยากลองรสชาติใหม่ ๆ บรรยากาศที่แตกต่าง สร้างสัมพันธ์กับผู้คนและเพื่อนใหม่ที่พบเจอ สำหรับฉันแล้ว ฉันเลือกร้านที่ปรุงอาหารด้วยรักจากหัวใจ ปรุงด้วยวิถีธรรมชาติที่สุด หรือบางช่วงร่างกายไม่อยากอาหาร ต้องการแต่ผลไม้และน้ำ ที่นี่ก็มีร้านผลไม้ตามข้างทางให้เลือกเต็มไปหมด ทั้งปั่น ทั้งสกัดแยกกาก แต่สุดท้ายแล้วการทำอาหารกินเองที่บ้านคือคำตอบที่ดีที่สุด ตลาดสดที่ท้องศาลาตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ จึงเป็นแหล่งจับจ่ายของสดของคนทุกเชื้อชาตินั่นเอง

Where to Stay 

ที่พักที่นี่มีตั้งแต่โฮสเทลไปถึงโรงแรม 5 ดาวไปจนถึงบ้านเช่ารายวัน รายอาทิตย์ รายเดือน ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ในโซนของโรงแรมหรูส่วนใหญ่อยู่ที่หาดท้องนายปาน มีทั้งโรงแรมอนันตรา ปานวิมานรีสอร์ท สันทิยารีสอร์ทแอนด์สปา หาดท้องนายปาน มีทั้งหาดท้องนายปานน้อยและหาดท้องนายปานใหญ่ อาจจะอยู่ไกลจากโซนอื่น ๆ ของเกาะสักหน่อยแต่ธรรมชาติสวยงาม และคนบนเกาะว่ากันว่าทรายที่หาดท้องนายปานใหญ่นั้นละเอียดและนุ่มเท้าที่สุดบนเกาะ ฉันชอบไปที่นั่นในวันพระจันทร์เต็มดวงเพื่อไปดูพระจันทร์ขึ้นบนเขา เป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ ส่วนที่พักที่อยากแนะนำคือ 

Baan Manali resort 

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Baan Manali resort 

ถ้าใครอยากพักใกล้ท้องศาลา โซนที่ถือเป็นเหมือนศูนย์กลางความเจริญของเกาะ ที่นี่เป็นรีสอร์ตติดหาด อบอุ่นน่ารักเหมือนอยู่บ้าน บ้านแต่ละหลังมีชานระเบียงใหญ่ไว้ให้นอนกลิ้งเล่น เจ้าของน่ารักเป็นกันเอง มีสระว่ายน้ำ มีร้านอาหาร ที่หลายคนบนเกาะชอบมากินอาหารเช้ากัน 

Website : www.baan-manali.com/

โทรศัพท์ : 0 7737 7917

Facebook : Baan Manali resort

Instagram : Baan Manali 

Mångata Boutique Bungalow

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Mångata Boutique Bungalow

ตั้งอยู่บนหาดหนึ่งที่ฮิตมาก ๆ เพราะพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยตรึงตาตรึงใจ ยิ่งช่วงน้ำลง เดินลงหาดได้ในระยะไกล คือหาดหินกองที่อยู่ไม่ไกลศรีธนู เป็นบูทีกบีชบังกะโลที่ออกแบบสวยงามด้วยวัสดุธรรมชาติ ในโครงการมีวิลล่าเพียงไม่กี่หลัง ทำให้แขกรู้สึกเป็นส่วนตัว แถมยังอยู่ใกล้คาเฟ่และร้านอาหารอร่อยหลายร้านในระยะที่เดินถึงกันได้

โทรศัพท์ : 06 558 98603

Website : www.mangataphangan.com

facebook : Mangata Koh Phangan

Instagram : mangataphangan

Silan Residence

อยู่ทางเหนือของเกาะที่หาดโฉลกหลำ หลายคนชอบไปพักกันที่นี่ เพราะมีความสงบและส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าอยู่โรงแรม แต่ถือเป็นบีชวิลล่าที่ตกแต่งสวยงาม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบพร้อมในแต่ละยูนิต

โทรศัพท์ : 08 1298 9913

Website : www.silanresidence.com

Facebook : Silan Residence, Koh Phangan

ถ้าใครตั้งใจจะมาอยู่นานเกินหนึ่งเดือนขึ้นไป แนะนำว่าขับรถตระเวนหาบ้านที่ถูกใจก็สนุกดีไม่น้อย ราคาต่อเดือนก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น แล้วแต่โลเคชันและดีไซน์ของบ้าน เลือกได้ว่าอยากอยู่ในเมือง ติดทะเล ในป่าบนภูเขาก็มีให้เลือกมากกว่าที่คิด

Nature is Pure Magic

มากันที่ไฮไลต์ของเกาะ ว่ากันว่าเมื่อใดก็ตามที่เราเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ เราก็จะเชื่อมต่อกับตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น ธรรมชาติที่นี่สวยงาม และหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ธรรมชาติต่าง ๆ ในเกาะนี้มีความรู้สึก มีจิตวิญญาณที่สัมผัสได้ ฉันไม่รู้ว่าจริงไหม แต่คิดว่านี่เป็นคำตอบของการอยู่เกาะอันยืดเยื้อยาวนานของฉันกลับกรุงไม่ได้เสียที เพราะทุกวันฉันต้องไปน้ำตก ไปนั่งบนโขดหิน ลอยคอในน้ำตก เป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้จริง ๆ 

น้ำตกที่น่าไปต้องขอไล่เรียงจากที่ไปบ่อย คือน้ำตกเขาหรา น้ำตกพาราไดซ์ น้ำตกแพง น้ำตกวังไทร น้ำตกธารเสด็จ และอีกหลายน้ำตกลับที่ไม่มีชื่อเรียก ต้องเดินป่าไปเจอเท่านั้นแต่ก็สวยและเป็นส่วนตัวมาก 

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Sandesh Poin

ส่วนตอนเย็นฉันมักไปว่ายน้ำในทะเลในช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าฤดูหนาวฉันจะเปลี่ยนเป็นเดินบนชายหาดแทน หาดในดวงใจของฉันที่เหมาะกับการว่าย การเดิน ไปจนถึงบางครั้งฉันมาทำวารีบำบัดให้ลูกค้า นั่นก็คือหาดแฮปปี้ หรือที่เรียกกันว่า Happy Beach หาดกะทัดรัดที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ไม่มีประการังหรือหอยเม่นมาตำเท้าให้รำคาญใจ 

หาดนี้อยู่ตรงศูนย์กลางของศรีธนู จากหาดนี้เดินต่อไปอีกนิดจะถึง Zen Beach หาดโด่งดังซึ่งเป็นที่รวมตัวกันตอนเย็นของเหล่าผู้กล้าที่ตามหาตัวตนและจิตวิญญาณ เราจะเห็นได้ว่ามีกิจกรรมหลากหลายเกิดขึ้นที่นี่ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน ทั้ง Drum Circle, Acro Yoga, ฮูลาฮูป นั่งจิบเบียร์ หรือแค่ทอดตัวลงบนหาดทราย สายตาจับอยู่ที่สีทองของท้องฟ้า ร่ำลาดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับ 

หาดนี้ถือเป็นหาดที่ฮิตที่สุดช่วงก่อนโควิดที่คนมาทำกิจกรรม ร้องรำทำเพลง เล่นดนตรี แต่หลังจากช่วงโควิดระบาด จุดนัดพบใหม่ที่คนจาก Zen Beach ไปรวมตัวกันมากขึ้นคือ Pirate Bay ซึ่งอยู่แถวหาดเจ้าเภา ไม่ไกลจากจุดเดิมมากนัก ที่หาดนี้สามารถดำน้ำตื้นดูประการังได้ด้วย

อีกหาดที่อยากพูดถึงคือ หาดแม่หาด จุดนี้พระอาทิตย์ตกก็สวยมาก แถมเป็นทะเลแหวก ช่วงน้ำทะเลใส ๆ ว่ายน้ำดูประการังสวย ๆ ได้เพลิน ๆ ประการังสวยมาก แต่อาจไม่เหมาะสำหรับเดินบนหาดสักเท่าไหร่ เพราะพื้นทรายลาดเอียงอาจจะเดินลำบาก แต่ถ้าจะนั่งดูพระอาทิตย์ตก ขอแนะนำที่นี่เลย

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Sandesh Poin

ทุกหาดบนเกาะมีเสน่ห์ของมันแบบไม่ซ้ำใคร ถ้ามีเวลาขอให้ไปทุกหาด บางหาดเห็นพระอาทิตย์ลาลับ บางหาดเห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาทักทาย และบางหาดเห็นพระจันทร์ขึ้น เรื่องราวและความพิเศษของแต่ละที่ไม่ซ้ำกัน แต่ละวันก็ไม่เหมือนกันด้วย สิ่งที่มองเห็นด้วยตา หัวใจและประสาทสัมผัสต่าง ๆ ณ ชั่วขณะนั้น คือของจริงที่สุด

จากหาดก็มาถึงเส้นทางเดินป่า ที่พะงันมีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นแบบที่เป็นที่รู้จักแล้ว หรือบางเส้นทางก็ยังไม่เป็นที่รู้จัก ยังมีอีกมากให้ไปสำรวจ แต่ถ้าไม่ชอบเดินคนเดียวที่นี่ก็มีทั้งกลุ่มเดินป่า มอเตอร์ไซค์วิบาก ให้ได้ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เส้นทางเดินป่าที่เดินง่ายและคนเดินกันบ่อย ก็คือเส้นทางจากหาดขอมไป Bottle Beach กับเส้นทางจากหาดริ้นไปฝั่งตะวันออกของเกาะ และเส้นทางเดินสู่ยอดเขาหรา 

สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
สถานที่ฮีลใจบนเกาะพะงัน มุมใหม่ของเกาะพลังพิเศษที่คนทั่วโลกเลือกมาพักกาย พักใจ
ภาพ : Sandesh Poin

พออยู่ที่นี่นานก็จะเจอเพื่อนฝรั่งที่เป็นสายผจญภัยบ่อย จะค่อย ๆ รู้จักเส้นทางใหม่ที่เดินยากขึ้นมาหน่อย ทำให้เป็นสีสันกับชีวิตขึ้นมาได้เยอะ 

แต่สิ่งที่ฉันคิดถึงมากที่สุดก็คือถ้ำ ที่นี่ไม่มีถ้ำใหญ่ให้ได้เดินสำรวจ แต่จะมีถ้ำเล็ก ๆ คล้ายห้องที่มีคนไปอาศัยอยู่ แต่ฉันเชื่อว่าถึงไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่าไม่มี ถ้าสำรวจไปเรื่อย ๆ สักวันอาจจะเจอก็ได้ 

นี่คือเกาะพะงัน แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่ใช่ทั้งหมด วันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งเจอ Digital Nomad สองสามคนที่เดินทางไปอยู่อาศัยมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก 

พวกเขาถกกันว่า ถ้าให้เลือกแค่เพียงหนึ่งที่เพื่อจะตั้งรกรากอย่างถาวร พวกเขาจะเลือกที่ไหนดี คำตอบเหลือเพียง คอสตาริกา กับ เกาะพะงัน 

หลังจากที่พวกเขากลับไปคิดกันมาหนึ่งคืน 

สุดท้ายคำตอบคือเกาะพะงัน 

ไม่ใช่ประเทศไทย แต่พวกเขาเลือกเกาะพะงัน

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load