รถตู้เทียบจอดบริเวณทางเข้าของโรงแรม The Standard, Huahin ในวันเสาร์สัปดาห์หยุดยาว จำนวนคนรอเช็กอินในล็อบบี้จึงมีมากเป็นพิเศษ 

เรามีนัดกับ อ๋อง-วีกฤษฏิ์ และ ปุ๊ก-จงกล พลาฤทธิ์ สองผู้ก่อตั้ง NORSE Republics ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียอย่าง HAY พวกเขาพักอยู่ที่นี่ตั้งแต่หลายวันก่อน เพื่อเตรียมตัวเปิดนิทรรศการงานดีไซน์ครั้งแรกของแบรนด์ ที่มีชื่อว่า ‘HAY x The Standard, Huahin’ 

The Standard Hotels คือเครือโรงแรมสัญชาติอเมริกันที่ทำทุกอย่างสวนกับมาตรฐาน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 โดยให้ความสำคัญกับศิลปะและวัฒนธรรมผ่านการออกแบบสนุก ๆ ชนิดที่เห็นได้ตั้งแต่โลโก้กลับหัวที่โด่งดังไปทั่วโลก

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

ส่วน HAY คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เกิดขึ้นโดย Mette และ Rolf Hay ในปี 2002 3 ปีให้หลังจากที่ The Standard เปิดให้บริการโรงแรมแห่งแรก ด้วยเป้าหมายอยากสร้างเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ดี ในราคาที่ผู้คนจับต้องได้

ทั้งสองแบรนด์กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตัวเอง The Standard Hotel เปิดตัวในหลายเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะที่นิวยอร์ก ลอนดอน มัลดีฟส์ กรุงเทพฯ และหัวหิน ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และล้ำหน้าไปจากโรงแรมในระดับเดียวกัน ขณะที่ HAY เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของหลายครอบครัว เป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน และข้าวของเครื่องใช้ จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งในและนอกวงการออกแบบ

อ่านดูแล้วสองแบรนด์นี้น่าจะมาทำงานร่วมกัน…

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

01

“ประเทศแถบสแกนดิเนเวียจะมีวัฒนธรรมเรียกว่า The Great Outdoors” อ๋องเริ่มเท้าความพร้อมออกเท้าเดินเข้าไปในโรงแรม “เขาต้องออกมาทำกิจกรรมข้างนอก พบปะสังสรรค์ ซึ่งในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ผู้คนไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น”

จากล็อบบี้มาสวนเล็ก ๆ ที่ติดกันก็ได้พบกับเฟอร์นิเจอร์ HAY ชิ้นแรกในนิทรรศการนี้ ซึ่งออกแบบมาให้วางเรียงกันในรูปทรงต่าง ๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่เป็นจุดเด่นของโรงแรม

“ประเทศเขาใช้การออกแบบมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่สาธารณูปโภคอย่างถนนหนทาง มาจนถึงบริษัทเฟอร์นิเจอร์ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาคนแทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เขาเลยพัฒนาเฟอร์นิเจอร์รุ่น Palissade ที่เคยเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ทวิสต์ดีไซน์ของมันใหม่ โดยดัดโค้งให้เชื่อมต่อกันไปได้ไม่รู้จบ ปรับเปลี่ยนทรงให้เป็นแบบไหนก็ได้ เลยไม่ใช่เก้าอี้สำหรับคนเดียวหรือครอบครัวเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเก้าอี้สำหรับทุกคน”

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

คอลเลกชัน ‘Palissade Park’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรั้ว และคำว่า Palissade ก็แปลว่ารั้วในภาษาฝรั่งเศส โดยเฉพาะเวลามีแสงส่องลงมาเป็นเงาทอดยาวไปบนพื้น ถ้าไม่เห็นเก้าอี้ ใคร ๆ ก็คงคิดว่าเป็นเงารั้วแน่ ๆ 

02

ม้านั่ง Palissade ส่วนหนึ่งแสดงไว้ด้านหน้าใกล้กับล็อบบี้ จัดเรียงเป็นตัวเอสลื่นไหลให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมของโรงแรม The Standard Huahin บางส่วนอยู่ในสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ของโรงแรมที่เดินลึกเข้ามาอีก แต่ที่นี่วางเป็นวงกลมให้คนแปลกหน้ามาแบ่งปันพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนา

“พื้นที่สวนตรงนี้เขามักจัดกิจกรรมอยู่แล้ว มีเล่นดนตรี มีงานทอล์ก พอเราวางเก้าอี้ HAY ให้เป็นวงกลมแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าคนหนึ่งนั่งฝั่งนี้ แล้วมีอีกคนมานั่งอีกฝั่ง ยังไงเขาก็ต้องคุยกัน ผมว่าคนที่มาโรงแรมนี้ เขาไม่ได้อยากมาสวีทกันสองคนแน่ ๆ เขาอยากมาใช้ชีวิต มาทำกิจกรรม”

ปุ๊กเสริมว่า “งานออกแบบทำให้ผู้คนคอนเน็กกันได้นะ และจริง ๆ แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อคน ไม่ว่าจะในบ้าน โซฟานั่งดูทีวี หรือโต๊ะกินข้าวเองก็ตาม” 

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

03

‘To Connect People’ คือหัวใจหลักในการออกแบบของ HAY เช่นเดียวกับ The Standard Hotel ที่ตั้งใจเชื่อมต่อผู้คนผ่านสถาปัตยกรรม พื้นที่ และกิจกรรมในโรงแรม ทันทีที่อ๋องเห็นพรีเซนเทชันเก้าอี้รุ่นใหม่ของแบรนด์ ภาพเก้าอี้รุ่นนี้ วางอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ ก็ปรากฏขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน

และก็เป็นอย่างที่เขาคิด ทางโรมแรมตอบรับทันที

นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นการร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ สองสัญชาติ สองคาแรกเตอร์ HAY เป็นชาวสแกนดิเนเวียนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด คิดอะไรลึกซึ้ง The Standard Hotel คือคนอเมริกันที่กระตือรือร้น ชอบทำสิ่งใหม่ ๆ และให้ความสำคัญกับภาพรวม เมื่อมาเจอกันจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่แข็งแรง และที่สำคัญ ทั้งสนุกและตอบโจทย์ชีวิตหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ชักชวนให้คนออกว่าใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น

04

เราเดินผ่านโซนวิลล่าของโรมแรม เดินลึกเข้าไปทางชายหาดที่กั้นกลางด้วยสระว่ายน้ำ รายล้อมด้วยเก้าอี้ชายหาดและร่มคันใหญ่สีเหลือง สวนข้างชายหาดมีมานั่ง Palissade อีกหนึ่งชุด พร้อมโต๊ะเก้าอี้จากคอลเลกชัน ‘Balcony’ ที่ไม่เน้นเส้นสาย แต่มีจุดเด่นที่รูวงกลม 

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

“ในแง่ดีไซน์ การออกแบบของคอลเลกชันนี้จะบางเฉียบ ปกติเก้าอี้เอาต์ดอร์ถ้าบางขนาดนี้จะไม่มั่นคง ไม่แข็งแรง แต่ HAY ใช้ดีไซน์และวัสดุที่เหมาะสมเข้าช่วย มันเลยออกมาไม่แข็ง ไม่ดุดัน แต่ดูสบาย ๆ ด้วยการผสมผสานรูปทรงเรขาคณิตเข้าด้วยกัน มีสี่เหลี่ยม มีวงกลม ยิ่งพอมีแสงและเงายิ่งสวย ยิ่งสนุก”

HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

ตกเย็น พนักงานโรงแรมจะนำโคมไฟทรงเห็ดของ HAY มาตั้งบนโต๊ะเพื่อเพิ่มบรรยากาศ ความสนุกของนิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ เราเห็นกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงคุยกัน เห็นเด็กเล็กพยายามปีนขึ้นม้านั่ง เล่นกับช่องว่างของดีไซน์ เห็นคนพาน้องหมานั่งถ่ายเซลฟี่บนเก้าอี้ เห็นเพื่อนสาวสองคนผลัดถ่ายรูปให้กันและกัน เห็นคุณยายวัยเกษียณนั่งดูยูทูบพร้อมรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่

นิทรรศการนี้จึงเปิดพื้นที่ให้คนมาสร้างประสบการณ์ ในเวลาเดียวกันก็อยู่ในประสบการณ์ของคนอื่นไปด้วย

05

“เราไม่อยากเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่คนต้องซื้อเพื่อให้ได้ประสบการณ์เท่านั้น” อ๋องบอกกับเราก่อนแยกย้าย เขากำลังจะกลับกรุงเทพฯ ส่วนเรากำลังรอเช็กอินเข้าที่พัก

“เราอยากให้คนได้สัมผัสการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน เราทำธุรกิจในแบบของเรา อ๋องจบออกแบบ ปุ๊กเรียนฟิล์ม การทำธุรกิจของเราจึงไม่ได้ตามตำราทั่วไป”

ทั้งคู่รู้ดีว่าในประเทศไทย ด้วยภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าทำให้เฟอร์นิเจอร์ของ HAY ยังไม่ได้อยู่ในราคาที่คนส่วนมากจับต้องได้ตามความตั้งใจแรกของผู้ก่อตั้ง จึงหวังว่านิทรรศการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ และจะมีโอกาสไปจัดแสดงในที่สาธารณะอื่น ๆ เพื่อเข้าถึงคนมากขึ้น

ผู้ก่อตั้งทั้งสองกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว ส่วนเราใช้เวลาตลอดช่วงเช้าของอีกวันบนเก้าอี้ Palissade ในสวนใหญ่ ใต้เงาร่มไม้ที่ดูแล้วน่าจะอายุหลายสิบปี ล้อมรอบด้วยตึกฟาซาดทันสมัยโดดเด่น แบบที่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นโรงแรมไหน

ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือเล่มบางจบไปหนึ่งเล่ม นั่งคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้มีบทสนทนายาว ๆ ด้วยกันมานาน พร้อมสังเกตการณ์คนอื่น ๆ เพลิดเพลินกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ไปด้วย

HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

นิทรรศการงานดีไซน์ HAY X The Standard, Hua Hin โดย NORSE Republics จะมีขึ้นจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 และติดตามกิจกรรมต่อไปของทั้งสองแบรนด์ได้ที่ www.facebook.com/norserepublics และ www.facebook.com/thestandardhuahin

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
562

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load