16 กรกฎาคม 2562
13 K

ไม่ไกลจาก BTS แบริ่ง มีโครงการดาดฟ้า ลาซาล พื้นที่สาธารณะที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและตลาดรวมของคุณภาพให้คนทุกระดับมีสุขภาพที่ดี ภายในอาคารโครงเหล็ก 2 ชั้นสลับต้นไม้น้อยใหญ่แห่งนี้ ประกอบด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส ที่เจ้าของคัดสรรมาแล้วว่าดี หนึ่งในนั้นคือ ‘happening library’ ร้านกาแฟที่พกแนวคิด Content Cafe ที่ไม่เพียงเสิร์ฟกาแฟ แต่เสิร์ฟเรื่องราวที่ดีสู่ชุมชน นี่คือการรวมตัวระหว่าง happening shop ของ วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการนิตยสาร happening และ พลวิทย์ เภตรา เจ้าของร้านกาแฟไล-บรา-รี่ 

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

“คาเฟ่เปิดเยอะมาก เราไม่อยากเปิดเป็นร้านกาแฟอีก 1 ร้านขึ้นมาเฉยๆ แต่อยากสร้างอะไรให้สังคมด้วย เราทั้งคู่ชอบศิลปะ เราเลยคิดว่าอยากให้คนเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้น” 

ด้วยความตั้งใจเสิร์ฟพื้นที่ศิลปะสู่ชุมชนของทั้งคู่ ที่นี่จึงกลายเป็นที่มาของแนวความคิด Content Cafe คาเฟ่ที่มีธีมประจำเดือนคล้ายนิตยสาร หยิบเนื้อหาด้านศิลปะที่น่าสนใจมาเสนอผ่านอีเวนต์เล็กๆ ชวนศิลปินมาพูดคุย และจัดตลาดตามธีมทั้งภายในร้านและลานว่างด้านนอก มีสินค้าที่ทีมงาน happening คัดสรรมาแล้ว และเมนูที่ครีเอตขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษจากไล-บรา-รี่ ซึ่งจะเปลี่ยนต้อนรับธีมนั้นๆ ด้วย

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

01

happening

happening เป็นสื่อที่พูดเรื่องศิลปะและบันเทิง อยู่ทั้งบนเว็บไซต์ หน้าแมกกาซีน พ็อกเก็ตบุ๊ก งานคราฟต์ แผ่นเสียง ดนตรี ฯลฯ นี่คือสิ่งที่ happening ถนัด

ส่วน happening shop เป็น Selected Shop ที่คัดสารพัดของกระจุกกระจิกจากดีไซเนอร์และแบรนด์เล็กๆ มานำเสนอความเป็น happening ให้ลูกค้าเสพ และเป็นอีกช่องทางในการสนับสนุนศิลปะของเขา

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร
Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

โครงการดาดฟ้า ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีคนหลากหลายแบบ ต่างจากหอศิลป์ที่ผู้แวะเวียนมาชมร้านเป็นวัยรุ่นและขาจรที่มาเดินแกลเลอรี่ สินค้าที่ทีม happening คัดสรรมาเสนอชุมชนจึงมีความอบอุ่นสไตล์ครอบครัวมากกว่า เช่น กรอบรูป หนังสือเด็ก เสื้อผ้าเด็ก จานชาม และเครื่องเขียน ไม่เพียงเท่านั้น วิภว์และทีมตั้งใจหมุนเวียนสินค้าเพื่อให้ลูกค้าประจำของ happening library ได้เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ 

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

“เราไม่รู้ว่าแบรนด์ของแต่ละคนจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่เราชอบที่เขาทำ เรามีความสุขที่ได้เห็นคนทำงานศิลปะ อาจไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่มาก เป็นแค่โปสการ์ดเล็กๆ แต่มันตอบโจทย์ เราเชื่อว่าศิลปะอยู่ใกล้ตัวจริงๆ” เจ้าของรอยยิ้มตาหยีดูเป็นมิตรเล่า 

เสน่ห์ของบรรยากาศใน happening shop ที่หอศิลปกรุงเทพฯ ยังมีอยู่ใน happening library เช่นเดียวกับโคมไฟดวงสีเหลืองทรงกลมที่ห้อยเรียงรายเป็นจุด หลายจุด ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของ happening ไปแล้ว

02

ไล-บรา-รี่

ไล-บรา-รี่ คือร้านกาแฟมาดเข้มแต่อบอุ่นที่มักเปิดร่วมกับพื้นที่สาธารณะ ทั้งพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลป์อย่าง Warehouse 30, The Jam Factory หรือพื้นที่สีเขียวอย่าง Naiipa Art Complex แม้แต่สาขาล่าสุดเขาก็ยังคงเลือกพื้นที่ที่เป็น Public Space อย่างในย่านลาซาล 

“เราชอบพื้นที่แบบนี้ เลยคิดว่าไม่ได้อยากเปิดเป็นร้านกาแฟอย่างเดียว เราอยากทำให้เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ มีงานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์” เจ้าของร้านกาแฟที่คมเข้มไม่ต่างจากบรรยากาศร้านของเขาพูดขึ้นมา

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

ความธรรมดาแต่พิเศษของไล-บรา-รี่ คือสิ่งที่เป็มคำนึงถึงเหมือนกาแฟของเขา เขาต้องการนำเสนอความพิเศษของกาแฟไทยในความธรรมดาที่อยากให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายๆ เป็มใช้เมล็ดกาแฟจากบ้านแม่จันใต้ของไทยมาคั่วในหลากหลายระดับให้ทุกคนชิม ใช้ได้ตั้งแต่ระดับกาแฟเย็นหวานมันแบบไทย ไปจนถึงการดื่มด่ำในรสชาติของกาแฟ 

03

happening library

เมื่อร้านเริ่มลงตัว Content Cafe ที่ทั้งสองตั้งใจจะเริ่มเสิร์ฟเนื้อหาสู่ชุมชน บริเวณลานว่างเล็กๆ หน้าร้านมี Art Market ตลาดงานศิลปะจากเหล่าดีไซเนอร์หน้าเก่าและใหม่มาร่วมขายของตามธีม สารพัดงานศิลปะน่ารักในร้านส่วนหนึ่งก็จะหมุนเวียนไปตามธีมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน บางเดือนอาจมีดนตรีสดและฉายหนังริมสระเพิ่มสุนทรีย์ให้คนที่มาเดิน ด้านไล-บรา-รี่ เป็มเสริมว่าจะมีเมนูซิกเนเจอร์ตามธีมนั้น เป็นลิมิเต็ดเอดิชันที่ผ่านแล้วผ่านเลย อย่าแอบเสียใจที่ไม่ได้ลองชิม

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

บางครั้งวิภว์อาจชวนเจ้าของแบรนด์ทั้งแบรนด์ที่มีและไม่มีขายในร้านมานั่งล้อมวงคุยกับทีมงานและลูกค้าของร้าน แลกเปลี่ยนทัศนคติ แนวคิด เกี่ยวกับศิลปะ ชีวิต และธุรกิจเล็กๆ มีโปสการ์ดและตรายางลายพิเศษให้ลูกค้าแสตมป์ หากช่วงไหนเป็นธีมที่เกี่ยวกับหนังสือ ทางไล-บรา-รี่ก็จะคิดเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนั้นขึ้นภายหลังที่อ่านจบ

สำหรับเรา happening library เป็นนิตยสารในรูปแบบคาเฟ่ วิภว์ใช้สายตาของบรรณาธิการนิตยสารหยิบจับเนื้อหาด้านศิลปะที่น่าสนใจ ส่วนเป็มใช้ความคิดสร้างสรรค์รังสรรค์เมนูใหม่ๆ และเสนอพื้นที่ระหว่าง 2 ร้าน happening library จึงเป็นพื้นที่ที่ให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้น เหมือนนำเนื้อหาใน happening มากางบนโต๊ะให้คนมีส่วนร่วม

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

happening library

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 21.00 น. 

สถานที่ : โครงการดาดฟ้าลาซาล ลาซาล 33 กรุงเทพมหานคร 10260

Facebook : happening shop ไล-บรา-รี่

หากใครเริ่มทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะตุ้มหู นาฬิกา โปสการ์ด กระเป๋า หรือซีดี ฯลฯ แล้วต้องการพื้นที่นำเสนอและขายงาน สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน happening and friends ได้ที่นี่

Writer

Avatar

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

14 ธันวาคม 2560
72 K

ผมเดินเข้ามาในย่านเมืองเก่า เดินผ่านร้านค้า บาร์ต่างๆ ในซอยนานา ย่านเยาวราช เดินลัดเลาะเข้าไปในซอยย่อยเพื่อที่จะพบกับร้าน Oneday Wallflowers ร้านดอกไม้ที่ดูมีทั้งความสวยงามและความลึกลับ เมื่อเปิดผ่านประตูเลื่อนเหล็กเข้าไปจะเจอกับร้านดอกไม้ แต่เราจะเห็นประตูไม้ที่เปิดไว้พอให้เห็นเหมือนเป็นสวนหลังบ้านเปิดเอาไว้อยู่ ผมถามถึงร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ พนักงานร้านดอกไม้ชี้มือไปทางประตูบานนั้นแล้วบอกให้ผมเดินขึ้นไปด้านบน เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเจอกับโครงสร้างบันไดที่ดูสลับซับซ้อนเดินวนหลายทบเพื่อให้ขึ้นไปชั้นบนของอาคารเก่าที่ทำโถงจนสูง เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนผมถึงได้พบกับบาร์กาแฟที่ตามหาอยู่

Nana Coffee Roaster คือบาร์กาแฟเปิดใหม่ในย่านเมืองเก่า เกิดจากการที่ พี่ลักษณ์-ณัฐพัชร สุริยะกำพล สไตลิสต์และเจ้าของร้าน Oneday Wallflowers ได้ชักชวน พี่กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ ร้าน Nana Coffee Roasters โรงคั่วกาแฟและร้านกาแฟที่อยู่ระดับแนวหน้าของวงการกาแฟไทยมาร่วมทำคาเฟ่บนชั้นสองของอาคารนี้

ความดีงามของคาเฟ่นี้อยู่ที่ไม่บ่อยนักที่เราจะเจอร้านกาแฟที่มีกาแฟดีๆ ในร้านที่สวยขนาดนี้ แถมทั้งคนทำกาแฟและคนตกแต่งร้านก็เป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างลึกซึ้งทั้งคู่

บาร์มินิมอลสีทองแดงมันวับ ตัดกับแผ่นไม้เผาไฟที่มีรูปแผนที่โลกด้านหลัง เกิดจากการคุยกันตั้งแต่เริ่มออกแบบร้าน พี่กุ้งต้องการจะให้บาร์มีความเรียบง่าย เพื่อให้เกิดการสนทนากันระหว่างบาริสต้าและคนกิน

Modbar เป็นบาร์ชงกาแฟสไตล์มินิมอลลิสม์ที่กำลังเริ่มใช้กันในบ้านเรา และผมเองคิดว่าต่อไปเทรนด์ของบาร์กาแฟน่าจะไปในทิศทางนี้ แต่การเลือกใช้ Modbar ไม่ใช่แค่ความสวยงามอย่างเดียวนะครับ พี่กุ้งเล่าว่าเมื่อลองเปรียบเทียบการชงกาแฟดูแล้ว Modbar มีคุณสมบัติในการดึงกลิ่น Floral ของกาแฟออกมาได้มากอย่างสังเกตได้ เมื่อเทียบกับเครื่องชงหลักที่ใช้ในสาขาอื่นๆ ชงเมล็ดเดียวกัน พอดีกับเมล็ดเบลนด์ของร้านที่เน้นกลิ่นดอกไม้อยู่ด้วยแล้ว เลยทำให้ Modbar ดึงคุณสมบัติที่ต้องการจะให้คนดื่มได้รับชัดเจนยิ่งขึ้นอีก

การออกแบบโครงสร้างบาร์และตัวร้านก็คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าสไตลิสต์มืออาชีพอย่างพี่ลักษณ์อีกแล้ว หลายคนคงรู้จัก Casa Lapin สาขาสุขุมวิท 49 หรือสุขุมวิท 26 นั่นเป็นฝีมือการออกแบบและตกแต่งโดยพี่ลักษณ์ทั้งนั้นครับ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสไตล์ที่หลายต่อหลายคาเฟ่นำไปใช้ตกแต่งร้านตัวเองอยู่พักใหญ่ พี่ลักษณ์เล่าว่าการตกแต่งร้านนี้จะมีความต่างจากงานอื่นๆ พอสมควร การใช้เทคนิคที่อยากทำแต่ยังไม่เคยมีโอกาสทำ ก็เอามาใช้ตอนทำร้านนี้ อย่างการเผาไม้ ที่เอาไปใช้เป็นผนังและประกอบอยู่กับเคาน์เตอร์บาร์ชงกาแฟ ก็เป็นสิ่งที่อยากทำมานาน วัสดุอย่างทองแดงก็เป็นสิ่งที่ตัวเองชอบ มันดูบอบบาง แต่มีเสน่ห์ของตัวมันอยู่ ส่วนตัวพื้นที่ส่วนอื่นๆ ก็ตกแต่งได้อย่างอิสระจนกลายเป็นตัวเองโดยสมบูรณ์แบบ

พี่กุ้งไว้ใจในความละเอียดอ่อนของพี่ลักษณ์ในการออกแบบร้าน เช่นเดียวกับที่พี่ลักษณ์เองก็ไว้ใจในส่วนของกาแฟกับพี่กุ้งเช่นกันครับ คนที่ได้รับประโยชน์จากความเก่งกาจของทั้งคู่ก็คือลูกค้าอย่างผมนี่ล่ะ

เครื่องดื่มของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟพิเศษที่พี่กุ้งคัดมาแล้วครับ มีเมล็ดของกาแฟให้เลือกแตกต่างกันตั้งแต่กาแฟ House Blend ของร้านไปจนถึงกาแฟประกวดที่ราคาค่อนข้างสูงแต่สมราคากับความพิเศษนั้นนะครับ ทุกเมล็ดที่เลือกสามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบคลาสสิกเอสเปรสโซ่และฟิลเตอร์

ส่วนเมนู signature เมนูเดียวของร้านนั้นคือ Le Boisson De Kanda เป็นกาแฟที่ชงพิเศษเพราะกาแฟที่ใช้จะให้คาแรกเตอร์ของพีช ส้ม เอิร์ลเกรย์ และเลมอน อยู่แล้ว เลยตั้งใจใช้วัตถุดิบสี่อย่างนี้มาผสมเพื่อชูคาแรกเตอร์ขึ้น โดยที่ไม่ทำลายความเป็นกาแฟ เพิ่มเทกซ์เจอร์ของน้ำด้วยสปาร์กลิงวอเตอร์ แก้วนี้ชนะรางวัล Signature Drink Award ในการแข่งขันของประเทศมาแล้วด้วยนะครับ

ผมนั่งดื่มกาแฟอยู่ในโซนด้านหลัง เป็นเหมือนเรือนกระจกที่มีแสงแดดส่องลงมาเยอะมาก มีช่อดอกไม้แห้งทั้งเล็กใหญ่ รวมถึงของสะสมแนววินเทจแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วร้าน ตอนแรกผมคิดว่าตรงส่วนนี้เป็นที่นั่งเป็น open air ด้านนอกของอาคาร ไม่ทันสังเกตว่าส่วนนี้ที่จริงคือพื้นที่ในร่มทั้งหมด ทำให้เห็นการใช้พื้นที่ได้อย่างสนุก สร้างจินตนาการให้เหมือนกำลังนั่งอยู่ในสวนหลังบ้านได้ขึ้นมาจริงๆ การเปิดรับแสงลงมามากๆ บวกกับการเล่นระดับชั้นของโครงสร้างบันได ทำให้เกิดมิติกับทั้งร้านได้อย่างมีเสน่ห์และดูลึกลับ ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าหลังร้านดอกไม้เล็กๆจะมีอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่ได้

วันที่ผมไปเป็นวันแรกที่ร้านเริ่ม Soft Opening เลยมีความพิเศษมากกว่าทุกครั้ง เมื่อมีแขกรับเชิญพิเศษคือ Stefanos แชมป์ World Brewer Cup ปี 2014 มาร่วมชงกาแฟให้ในบาร์ด้วย การได้ชิมกาแฟระดับแชมป์โลกเลยยิ่งเพิ่มความพิเศษของร้านในวันนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า

Nana Coffee Roasters

ชั้น 2 ของร้าน Oneday Wallflowers

ซอยนานา เยาวราช

เปิดทุกวัน 11.00 – 19.00 น.

FB | NANA Coffee Roaster

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load