ไม่แน่ใจว่า เอ็กซี่ ด๊อบบี้ สิปาง หรือ ฮอลล์-วงศกร คล้ำมณี และ กวาง-ธัญวรัตน์ วงศ์อภัย เป็นเจ้าของบ้านตัวจริงกันแน่ เมื่อพบว่าผู้มาเยือนแสนซ่าทั้ง 3 เดินขึ้น-ลง และวิ่งไล่กันทั่วบ้านอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย

หากทำงานสายโปรดักชัน อาจคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งคู่ในฐานะคนเบื้องหลัง ฮอลล์เป็นนักตัดต่อที่ฝากฝีมือไว้ในงานภาพยนตร์โฆษณาแบรนด์ดังเกิน 200 ชิ้น สำหรับกวาง เธอทำสไตลิสต์ควบคู่ไปกับการเป็นผู้จัดการกองถ่าย

ส่วนเราคุ้นเคยกับเขาในฐานะรุ่นพี่ร่วมคณะ

บ้านจัดสรร 2 ชั้น บนที่ดินราว 66 ตารางวา ขนาดพอดีแก่การขยับขยายชีวิตของหนุ่มสาววัยเลข 3 ต้นๆ ให้ทำได้หลายอย่างอย่างที่ชอบ ทั้งอยู่อาศัย ทำงาน ทำขนม ปลูกผัก รวมถึงเป็นที่พบปะครอบครัว-เพื่อนฝูง บางวันยังเปลี่ยนเป็นที่แคมปิ้งสำหรับสังสรรค์และรับแขกคุยงาน ตามแต่กิจวัตรจะแจ้งเตือน

เรานัดกันบ่ายแก่ค่อนไปทางเย็น เมื่อมาถึง พวกเขาพาเดินลัดเลาะสวนด้านข้างไปยังสนามหลังบ้าน ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็นส่วนต่อเติมที่ตั้งใจให้โฮมคาเฟ่ของตัวเอง และที่น่ารัก มันยังเป็นมุมเครื่องดื่มที่ทั้งสองว่ามีไว้ต้อนรับเพื่อนโดยเฉพาะ

แวะทักทายคุณพ่อคุณแม่ผู้พา 2 เกรย์ฮาวด์มาสร้างความคึกคักซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงเดินเข้าสำรวจในบ้านอย่างรวดเร็ว 1 รอบ และกลับมานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้เพื่อนใหม่ทั้งสามทำความรู้จักกันตามประสา

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

Heartmade

เดิมทีทั้งคู่อยู่อพาร์ตเมนต์ เมื่อตัดสินใจอยากมีบ้าน ก็เริ่มต้นจากการตระเวนดูหลายๆ โครงการเพื่อเปรียบเทียบ

“ทำการบ้านทั้งหมดสิบสามโครงการ” หญิงสาวเริ่มต้นเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

“เราเป็นคนที่ไม่ชอบอย่างหนึ่งคือ การตากผ้าหน้าบ้าน มันดูไม่เรียบร้อย ไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ อยากได้หลังบ้านเยอะๆ เพราะอยากปลูกผักเองด้วย จริงๆ ไม่ได้ชอบปลูกผัก แต่รู้สึกว่าอยากลองทำดู แล้วก็ปลูกผักสวนครัวเล็กๆ ข้างหลัง ที่เรากินได้ กะเพรา ใบมะกรูด ขิง ข่า” กวางต่อบทสนทนา

หลังเลือกทำเลและพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตรวมถึงทำงานอย่างราบรื่น ขั้นตอนถัดมาคือจะทำอย่างไร ให้บ้านจัดสรรหลังนี้สวยตรงใจทุกอย่าง

ทั้งสองสะสมความชอบจากการไปเที่ยวตามโรงแรม รีสอร์ตต่างๆ เก็บเล็กผสมน้อยมาวาดฝันแบบบ้านที่พวกเขาอยากอยู่

“เอาจริงๆ เวลาไปรีสอร์ต เราก็ไม่ได้ชอบแนวเดียว รู้สึกว่าตรงนี้ของที่นี่ก็สวย ลอฟต์ของที่นี่ก็เวิร์ก รีสอร์ตหนึ่งที่ปราณบุรีแนวโมร็อกโกก็ชอบ ด้านหลังที่ต่อเติมเลยอยากให้มันเปลือยเป็นโซนเวิร์กชอปแบบดิบๆ ไม่ต้องซ่อนไฟ ส่วนข้างในเราชอบฟีลไม้ๆ ข้างบนเราชอบรีสอร์ตนิ่งๆ หน่อย ของไม่เยอะ ทุกอย่างพยายามเกาะความเป็นไม้” ชายหนุ่มว่า

“ตอนไปบ้านคนอื่นหรือไปเห็นอะไรระหว่างทาง ถ้าชอบ อยากมีบ้านแบบนี้มั่งจัง จะมานั่งหาเรฟเก็บกันไว้ว่าจุดนี้แบบนี้ไหม เธอว่าไง มันเป็นการออกแบบทั้งคู่ช่วยกัน” หญิงสาวเสริม

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

ถ้าจะให้นิยามการตกแต่งบ้านของเขา คงใกล้เคียงความเป็น Japandi ที่เจ้าบ้านแอบไปศึกษาว่าความชอบเช่นนี้เรียกสไตล์อะไร 

ความเรียบง่าย อบอุ่น คือข้อดีของบ้านที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับสแกนดิเนเวีย และยังดึงธรรมชาติเข้ามาอยู่ในบ้านผ่านสัจจะของพื้นผิว เลือกใช้สีแนวเอิร์ธโทน แต่ก็ไม่ลืมเติมสีสันผ่านเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ และเติมเส้นสายนิ่งๆ เข้าไปให้บ้านดูไม่เนี้ยบเกินไปนัก ที่สำคัญ เปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่งแบบ Open Space พร้อมรับแสงอย่างทั่วถึงจากประตูหน้าต่างบานใหญ่

“เรารู้สึกว่าบ้านมันน่าจะเล่นได้หลายอย่าง ไม่ได้ชอบความกลมกลืนไปทั้งหมด ตรงนี้เป็นเจแปนดิ ตรงนี้เป็นมิดเซ็นจูรี่ พอเดินขึ้นไปก็จะตัดอารมณ์ เหมือนเราวุ่นวายจากข้างล่าง เข้าห้องนอน ก็เป็นการผ่อนคลายสำหรับเราสองคน ชอบอะไรน้อยๆ เลยใช้สีสงบๆ อย่างดำเทา พวกเฟอร์นิเจอร์ก็ใช้แบบไม่หนัก เคลื่อนย้ายง่าย ถ้าเบื่อเราก็เปลี่ยน ยกโซฟาไปข้างบน แล้วเปลี่ยนข้างล่างเป็นอาร์มแชร์ หมุนไปเรื่อยๆ ได้” ฮอลล์อธิบาย

ภาพ : วงศกร คล้ำมณี

Homemade

หนุ่มนักตัดต่อชอบแต่งบ้าน เขาเริ่มจากเล็กๆ อย่างห้องทำงานที่บ้านพ่อแม่ ขยับมาตกแต่งครัว ก่อนย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ก็จัดนู่นขยับนี่ตามประสา

“เราไม่เคยทำบ้านนะ พอทำปุ๊บ ปัญหาแม่งเยอะฉิบหายเลย ก็แก้มาเรื่อยๆ และรู้ลำดับขั้นตอน มันปวดหัวด้วยความเป็นบ้านจัดสรรเลยมีข้อจำกัดเยอะ ถ้าเราทุบต่อเติมส่วนใดไปส่วนนั้นๆ ก็จะหมดประกัน ก็เลยคุยกับอินทีเรีย ลองหาแบบที่มันไม่ต้องทุบ ก็ทำงานง่ายขึ้น”

ด้วยความที่บ้านเป็นทางเดียว มีโถงสี่เหลี่ยมโล่งยาว หากเป็นบ้านจัดสรรทั่วไป จะแบ่งโซนรับแขกกับทานอาหารด้วยโซฟาและชุดโต๊ะกินข้าว เมื่อพวกเขาตัดสินใจแยกโซนอาหารไปไว้ข้างหลัง ความยากคือ จะออกแบบอย่างไรให้ดูมีอะไร ใช้ตรงไหนเป็นจุดเด่น 

“ไหนๆ ก็ทำให้มันเพลนไปแล้ว ก็ทำให้มันดูสไตล์หน่อย ชอบความเป็นไม้ระแนง ก็เลยเอาระแนงไม้ตีแบ่งครึ่งกับสมาร์ทบอร์ดลนไฟ ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นไม้ระแนงแบบต่อ ไม่ได้เป็นเส้นเดียวยาวๆ แบบนี้ นี่ช่างก็มาทำหน้างานเลย เอามาประกอบทีละชิ้น ข้างหลังก็ซ่อนห้องเก็บของกับห้องน้ำไว้” ฮอลล์ว่าพลางชี้ไปยังผนังระแนงไม้ จุดโดดเด่นที่สุดในห้องรับแขก

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง
บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

ข้าวของที่เห็นส่วนมากมาจากของเก่าเก็บในอพาร์ตเมนต์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ทั้งคู่เอฟมาจากร้านมือสองในอินสตาแกรม บางชิ้นก็สั่งมาจากต่างประเทศ อย่าง Togo โซฟาสีเขียวเข้มและสีเหลืองสด

“รู้หมดว่าร้านไหนจะลงของเมื่อไหร่ บางทีถึงเวลาก็รีบเปิดเข้ามารีเฟรชรอ” เขาเล่าขำๆ

“เรารู้สึกว่าถ้ามีบ้านต้องใช้ชีวิต ใช้ของทุกอย่างจริงๆ เราจะไม่มีของประเภทมีไว้ทำไรอะ ดราฟต์แรกที่อินทีเรียทำมาหรูเลย มีบาร์ด้านหลัง มีโต๊ะกินข้าว โคมไฟตรงกลาง ไม่ค่อยโฮมมี่เท่าไหร่ รู้สึกว่าอยู่จริงไม่ได้ แต่บ้านจัดสรรมันโดนกำหนดมาแล้ว เอาจริงๆ มันแต่งยากมาก เราเคยคิดกันนะว่าบ้านมือสองไหม (ฮอลล์ : กลัวของแถม (หัวเราะ)) แต่เราก็กลัวการทำใหม่ทุกอย่าง ระบบน้ำ ระบบไฟ แล้วเราจะเหนื่อยกับการทำบ้านหนักมาก ซึ่งหลังนี้เราอยู่ทุกขั้นตอนกันทั้งคู่ ตั้งแต่หาแบบเอง เข้ามาดูช่างเองทุกอย่าง” กวางเล่าต่อ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

“ใจเราอยากทำบ้านจัดสรรให้ดูเก๋ด้วยนะ เพราะมันทำยากเหมือนกัน แล้วเราก็มองภาพไม่ออก อย่างของกระจุกกระจิก เช่น โต๊ะกลางหน้าโซฟา วางยังไงก็รู้สึกไม่เข้า เราไม่รู้ว่าจะใช้ทรงไหนมั้ง กับพรม เราไม่แน่ใจว่าบ้านมันต้องมีพรมหรือเปล่า จะซื้ออยู่ละ ไปถึงจุดจ่ายตังค์แล้วก็ไม่เอาดีกว่า ตอนแรกบ้านมันโล่งกว่านี้อีก เลยลองเอา Balance Board มาวางเล่นดูเฉยๆ มองแล้วเก๋ดีว่ะ ทิ้งไว้เวลาใครอยากเล่นมาก็ได้

“พอมาถึงจุดนี้ก็โอเคนะ แต่งจากสิ่งที่มี เพราะทั้งชีวิตก็แต่งมาจากแบบนั้น รู้สึกว่าไม่เคยทำบ้านที่เริ่มจากศูนย์ ง่ายๆ คือยังไม่มีตังค์” หนุ่มเจ้าบ้านเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

นอกจากจุดโฟกัสต่างๆ ดีเทลของบ้านหลังนี้ยังอยู่ที่การจัดแสงด้วยเลนส์ของนักทำหนังโฆษณา

“การจัดไฟก็สำคัญกับมู้ดบ้าน ตอนดึกๆ เราไม่อยากให้แสงมันเยอะมาก เลยยิงขึ้นข้างบนให้แสงมันนุ่มลง เกิดลายที่ทำให้ฝ้าดูไม่เรียบ แล้วก็เลือกโคมไฟให้เหมาะ”

และหากเปิดไฟหลังไม้ระแนงก็จะเห็นเส้นแสงกระทบบนพื้นเป็นอีกกิมมิกที่บังเอิญอย่างตั้งใจ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

เมื่อขึ้นไปยังชั้น 2 ดูเหมือนว่าแนวทางการตกแต่งจะเปลี่ยนอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ภายในห้องทำงาน เลือกใช้สีเคร่งขรึมด้วยต้องใช้สมาธิและมีผลต่อการมองจอตัดต่อ ข้างๆ มีที่นั่งริมหน้าต่างสำหรับเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นสาย หรือวันไหนเหนื่อยก็ไว้งีบเอาแรง ส่วนด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บของได้อีกฟังก์ชัน

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

ถัดไปเป็นห้องนอนที่ขอให้สงบเงียบ มีของน้อยชิ้นที่สุด และเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนตู้เสื้อผ้าใช้ไม้ระแนงแทนหน้าบาน ล้อไปกับดีไซน์ข้างล่าง

“ตรงผนังที่มีสีเขียวอยู่ ตอนแรกต้องทาสีเทาเดียวกัน พอเห็นเขาทารองพื้นสีเขียว สวยดีว่ะ เลยบอกพี่เอาไว้อย่างงี้แหละ ถ้าจะทาทับก็ทาเป็นสีเขียวนี้นะ” เขาเล่าข้อดีอีกอย่างของการเข้ามาดูบ้านเองบ่อยๆ ก็จะเกิดไอเดียปรับเปลี่ยนได้ตลอด

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

Flexible Home

บ้านหลังนี้ยืดหยุ่นกับการใช้ชีวิต พอๆ กับการทำงานในสายโปรดักชันของฮอลล์และกวาง 

“พอแยกโซนรับแขกกับกินข้าวออกจากกันแล้ว เราว่ามันโอเคนะ เป็นสัดส่วน สมมติถ้าเพื่อนเรามา แล้วพ่อแม่เรายังอยู่ในบ้าน ก็แบ่งโซนกันอยู่ได้”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

“และบ้านนี้มีข้อดีตรงที่มันเหมาะกับงานแบบเรา ถ้าเราไม่อยากอยู่ในห้องทำงานอย่างเดียว ขั้นตอนการเตรียมงานที่ไม่ต้องการความจริงจังหรือความสงบ ก็แบกคอมลงมานั่งโซฟา คุยกับลูกค้า ไปนั่งข้างหลัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราไปเปิดห้องเช่าแบบวันสองวันขายงานลูกค้า พอมีโควิดเลยต้องมาขายที่บ้านบ้าง ผู้กำกับมานั่งที่บ้าน เราก็มีห้องรับรองเขา ห้องรับแขกก็เป็นโซนรับรองลูกค้าได้ 

“ส่วนด้านหลัง เราอยากมีโซนสังสรรค์ ทำเครื่องดื่มเองแทนการออกไปข้างนอก ในอนาคตก็มีแพลนทำเป็นร้านกาแฟ Backyard ให้ทำส่งในหมู่บ้านง่ายๆ เป็นรายได้เสริม” 

ฮอลล์เล่าอย่างสนุกก่อนกวางจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างว่า พื้นที่สันทนาการด้านหลังคือโซนโปรดที่สุดของเธอ และยังเต็มไปด้วยข้าวของที่บ่งบอกความเป็น ‘กวาง’ ทุกชิ้น เช่น งานหวาย ภาพวาด ผ้าปักหลากสีสันลวดลายจัดจ้าน และสวนครัว

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

“ส่วนใหญ่ใครมาก็จะชอบเข้ามาอยู่ส่วนนี้กัน เราเลยติดอยู่ข้างหลัง แล้วเราเป็นคนชอบอยู่หลังบ้าน ได้มองสวน เห็นต้นไม้ ได้ทำอะไรอยู่ตรงนั้น และมันเป็นส่วนตัวสำหรับเรา ช่วงที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกบ้านเลย ทำงานก็ทำจากที่บ้าน จากที่เราชอบดื่มกาแฟ กินชา เลยบอกตัวเองว่าหาสิ่งที่ชอบมาทำเองดีกว่า

“เราทำโรงเรือนเพาะต้นอ่อน กะไว้ปลูกผักกินจริงๆ เคยคิดว่าถ้ามีบ้านของตัวเองก็อยากมีผักสวนครัวด้วย แปลงเล็กๆ เป็นผักที่เราใช้บ่อย มะกรูด ตะไคร้ กะเพรา ทดลองปลูกผักบุ้ง ผัดสลัด พวกเรดโอ๊ค ผักกาดหอม มันทำรู้สึกว่าจริงๆ เราก็ปลูกได้ พอได้กินก็รู้สึกภูมิใจจัง เราอยากทดลองทำน้ำหมักด้วย พยายามทำตามที่เขาบอกว่าทำแบบนี้ๆ อยู่”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
ภาพ : วงศกร คล้ำมณี

Grace-filled Home 

บ้านหลังนี้พวกเขาซื้อเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ใช้เวลาต่อเติมนานกว่าที่คิดเพราะติดช่วงโควิดพอดี เลยเพิ่งเข้าอยู่จริงได้ประมาณครึ่งปี เมื่อได้ย้ายมาอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ และอาจเกินสำหรับกวาง กิจวัตรประจำวันจึงเปลี่ยนตาม

“เราว่ามันทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกว่ามีอะไรทำมากขึ้น มีเป้าหมาย เมื่อก่อนอยู่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ ตื่นมาไม่รู้จะทำอะไรก็ไถมือถือ พอได้ตื่นเช้าขึ้นก็ลงมารดน้ำต้นไม้ เมื่อก่อนเราปลูกต้นไม้ไม่เป็นเลยนะ นี่ก็รู้จักดิน เมื่อก่อนก็ทำขนมปังกันไม่เป็น” นักตัดต่อเจ้าของบ้านว่าก่อน

“ถ้าไม่ได้ไปงานกองถ่าย ส่วนใหญ่อยู่บ้านนี้จะตื่นเช้า ลงมาที่ครัว ถ้าวันไหนฮอลล์อยู่เราก็จะทำอาหารเช้าให้เขา ตื่นมาก็ทำหน้าที่แม่บ้านปกติ ซักผ้า พอมีพื้นที่ก็ได้ทำอาหาร อบขนม ดูผักนิดหน่อย ช่วยรดน้ำต้นไม้ ถ้าฮอลล์วุ่นจะไม่ลงมาจากห้องเลย อยู่บ้านจะไม่ค่อยอยู่นิ่งหาอะไรทำได้ทั้งวัน เห็นอะไรที่ไม่ค่อยเรียบร้อยไม่ได้ แอบขี้บ่นหน่อยๆ เพราะชอบความเป็นระเบียบ (หัวเราะ)” สไตลลิสต์สาวว่าบ้าง

“แต่เราชอบความเป็นระเบียบนะ เห็นอะไรรกๆ ไม่ได้ ด้วยงานด้วยแหละ มันค่อนข้างละเอียด กวางก็ควบคุมความละเอียดอีกที” เขารีบเสริมขำๆ นับเป็นความโชคดีที่มีนิสัยคล้ายกัน ณ จุดนี้

แม้จะมีความชอบกันคนละอย่าง มีโซนที่เป็นตัวตนของแต่ละคน มีสิ่งที่ฟังแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ คือการปรับจูนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างน่ารัก 

“ส่วนใหญ่ใครมาบ้านก็จะบอกว่าชอบตรงที่บ้านหลังนี้มันเห็นชัดว่าเป็นเราสองคนจริงๆ ตอนแรกคิดว่าจริงหรอ แต่พอมองไปก็จริง เพราะมันเป็นของที่เราเลือกเองแทบทุกชิ้น ที่เถียงกันก็จะมีพวกเรื่องของ เรื่องเฟอร์นิเจอร์มากกว่า ฮอลล์เขาก็จะชอบอีกแบบ เราจะชอบอีกแบบ ข้างหลังก็เป็นเรา ส่วนห้องทำงานก็ยกให้เป็นตัวเขา ขรึมๆ ต้องมีมาดนิดหนึ่ง เราก็จะให้กัน”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

บทสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะลื่นไหลไปเรื่องอื่นสักครู่ เสียงสิปางเห่าดัง เหมือนเตือนว่าถึงเวลาแยกย้ายก่อนหมดวัน 

บ้านหลังนี้พวกเขาว่ามันอาจไม่ใช่บ้านหลังสุดท้าย แต่มันเป็นบ้านหลังแรกที่ทำให้รู้สึกภูมิใจว่า “เราก็ทำได้นี่หว่า มองไปทางไหนก็เป็นสิ่งที่เราสร้าง ลงมือทำ” เป็นบ้านที่ได้เกิดการเรียนรู้ครั้งใหม่ “รู้ว่าระบบอะไรเป็นยังไง ผิดตรงไหนก็จำ ตรงไหนที่จะต้องเตรียมอะไรละเอียดกว่านี้ ก็มีอุทาหรณ์แล้ว”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ (Mary Poppins)

อูมปา ลูมปาส์ (Oompa Loompas)

The Sound of Music

อรุณธตี รอย

ชื่อด้านบนนี้ถูกพูดถึงในบทสนทนาเรื่องที่มาที่ไปของบ้านโพสิทีฟ ซึ่งเจ้าของบ้าน แอ-พนิดา พลบุตร เล่าแต่ละเรื่องด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ขณะพาชมบ้านขนาดเล็กของเธอที่โอบล้อมด้วยแปลงกุหลาบและต้นไม้นานาชนิด ซึ่งทุกอย่างเป็นดอกไม้กินได้ อย่างทาร์รากอน ชบาเมเปิ้ล อัญชัน สายน้ำผึ้ง

เมื่อเดินผ่านแปลงดอกไม้ไปอีกฝั่งหนึ่ง เห็นอาคารปูนเปลือยทรงเหลี่ยมพร้อมโต๊ะใหญ่ใต้ระแนง นั่นคือสตูดิโอศิลปะ Artanyway ของเพื่อนสนิทที่คุณแอชักชวนมาสร้างใกล้ ๆ กัน 

ส่วนอีกฟากหนึ่งของถนนเป็นบ้านพี่สาวและสวนกุหลาบขนาดไม่เล็ก รวบรวมกุหลาบหลากสายพันธุ์เพื่อพัฒนาคอมบูฉะ ผลิตภัณฑ์อันเป็นต้นทางการสร้างบ้านหลังนี้ของเธอ เดินถัดไปไม่ไกลเป็นบึงน้ำขนาด 8 ไร่ที่มีสายลมพัดระรื่น ต้นไม้ใหญ่เอนชาย และนกเป็ดน้ำริมบึง

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอตั้งใจออกแบบให้มีขนาดเล็กพอดีกับการอยู่และทำงาน เน้นพื้นที่สวนเป็นหลัก

“นี่เป็นบ้านของตัวเราโดยเฉพาะเลย เราอยากอยู่ยังไงก็ทำมันออกมา ไม่ใช่การฝันเอา แต่มาจากความประทับใจทีละเล็กทีละน้อย จากประสบการณ์ จากหนังที่เราดู เพลงที่เราฟัง หนังสือที่เราอ่าน เป็นจินตนาการตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าเราอยากให้บ้านมีอะไร

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราชอบเรือนกระจกในหนัง The Sound of Music เราก็ทำกระจกโปร่งรอบบ้านเลย เราอยากให้บ้านมีไก่บอกทิศทางลมบนหลังคาแบบ แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ เราอยากให้บ้านมีนาฬิกาคุคคูนะ เราก็หามาเติม เคาน์เตอร์ที่ทำงานต้มชา ต้มยา เราก็ให้ช่างวัดความสูงระดับที่พอดีกับเรา ไม่ใช่พอดีกับช่าง เราออกแบบให้บ้านโปร่ง มีต้นไม้ทุกมุม ทุกที่ โดยไม่ต้องยกเข้ายกออก เราเดินใส่รองเท้าไปทั่ว ๆ บ้านได้ไม่มีใครว่า พื้นบ้านเราเช็ดสะอาดได้ตลอดถึงแม้จะเดินสวมรองเท้าเข้ามา บ้านนี้คือที่ทำงานที่เราอยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ อยู่ได้นาน ๆ ด้วยความสุข และห้องนอนเล็ก ๆ เราอยากได้เตียงสี่เสาและผ้าอินเดียอย่างนี้นะ สำหรับเราแล้วผ้าอินเดียมีกลิ่นของมัน กลิ่นที่จะไม่มีวันจางหาย กลิ่นนั้นมันหอมสำหรับเรา

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ
บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราออกแบบอย่างที่ชอบ เลือกวัสดุเองทุกอย่าง สีเขียวของบ้านก็เลือกเอง เป็นคนชอบสีเขียวแบบนี้ ดูชุ่มชื่น สบายตา หรือแม้แต่สวนกุหลาบ ซุ้มกุหลาบของบ้านและอะไรก็ตามที่เก็บกินเองได้ นี่คือจินตนาการในวัยเด็กของเราที่กำลังดำเนินไป”

คุณแอบอกว่า แต่ละคนล้วนต้องการพื้นที่แห่งความสุข แต่ละคนอาจแตกต่าง บางคนอาจชอบอยู่คอนโดหรืออะไรก็ตาม สำหรับเธอแล้ว “เราชอบเดินบนพื้นดิน ชอบดอกไม้ ชอบสายลมเคลื่อนไหวที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ เพราะฉะนั้น พื้นที่แห่งความสุขของเราหน้าตาเป็นแบบนี้”

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

เพราะความช่างสังเกต ช่างสงสัย และตั้งคำถามตั้งแต่เด็ก ๆ จนเติบโต เธอจึงมักให้ความสำคัญกับรายละเอียดของชีวิต เธอบอกว่าถ้าไปเจออะไรสักอย่างที่ชอบ ก็จะคิดและมองให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนสร้างงานเหล่านั้นเขาเติบโตมาอย่างไรจึงทำได้นะ เบื้องหลังการงานเหล่านั้นมาจากไหน ระหว่างพูดคุยเธอเอ่ยชื่นชม อรุณธตี รอย (Arundhati Roy) นักเขียนหญิงชาวอินเดียผู้เขียน เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ และ กระทรวงสุขสุด ๆ

“อย่าง อรุณธตี รอย พออ่านงานเธอแล้วเราก็ อุ๊ย! เขาเกิดมายังไง ทำไมเขียนงานออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ชอบมาก อะไรอย่างนี้แหละค่ะที่พอเราเห็น เราชอบ เราก็จะคิดกับมันมาก และส่วนตัวก็ชอบฟังเพลงอินเดียและดูหนังอินเดียด้วย (หัวเราะ)” 

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

มุมบ้านของเธอจึงเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งใช้ในการทำงานและของโปรดปราน อย่างชั้นวางชาหลากหลายแหล่งที่มาที่ได้มาจากการเดินทาง หรือผนังที่ออกแบบให้เป็นชั้นวางแสดงผลงานถ้วยชาต่าง ๆ ทั้งงานปั้นมือของศิลปินเชียงใหม่และงานมือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงการส่งต่อเรื่องราวผ่านงานปั้นเหล่านั้น

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

พลังของความชอบและใส่ใจรายละเอียดเป็นที่มาของการงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา คุณแอเล่าว่าเดิมเคยทำงาน Skin Therapy แต่หยุดลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นพี่สาวชวนไปทำงานธุรกิจ ก่อนที่เธอจะหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาพูดคุยกับตัวเองอย่างจริงจังระหว่างเดินทาง (ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปราน) “ชอบเดินทางมาก บางทีเราไปได้ความรู้ ได้ไปไขปริศนาบางอย่างระหว่างทาง” 

และนั่นเป็นที่มาให้เธอเริ่มใกล้ชิดและลงลึกกับการทำ ‘คอมบูฉะ’ ผลิตภัณฑ์ชาหมักที่เธอสร้างสรรค์และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 6 – 7 ปีที่ผ่านมา

อูมปา ลูมปาส์ ฉบับโพสิทีฟ

“ได้ดูอูมปา ลูมปาส์ ใน The Chocolate Factory ไหมคะ จุลินทรีย์ในคอมบูฉะมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้าไปช่วยดูแลเรา ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นที่จะดูแลสุขภาพ เป็นกุญแจไข แกร๊ก! ทุกอย่างเปิด ร่างกายก็จะดีขึ้น แค่ท้องสบาย ทุกอย่างก็สบายหมด”

คุณแอเล่าว่าเริ่มต้นเรียนรู้แล้วมาลองทำกินเอง แจกพี่น้องเพื่อนฝูง จากทำกินเล็ก ๆ ก็ขยายจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเมื่อเริ่มทำจริงจัง เธอจึงมองว่าการทำงานให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ทำบ้านนี้เพื่อการทำงานเลยค่ะ เพราะอยากเลือกอะไรที่ดีที่สุด ที่ดินตรงนี้เป็นที่ของครอบครัว เป็นที่ที่โปร่ง อากาศดี เราก็มาสร้างบ้านเล็ก ๆ ให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาด จัดสรรห้องหมักโดยเฉพาะ และการต้มชา ต้มยา (Decoction) ก็ต้องเป็นที่ที่เหมาะสม เพราะมันใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ตรงนี้เป็นที่ที่เรามาแล้วสบาย สบายแล้วเราก็จะได้ทำงานได้ดี เดินไปตรงโน้นตรงนี้ ทุกอย่างพร้อม ไม่ติดขัดอะไรในการทำงาน ทุกอย่างโพสิทีฟไปหมด”

นอกจากนั้นเธอเล่าว่าทุกวันนี้ยังอ่านบทความอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะสมความรู้เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับผู้คนด้วยการเดินทาง สรรหาพืชพรรณมาปลูกเพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้ตัวยาสมุนไพร สะสมพันธุ์กุหลาบหอม (สุด ๆ) จากทั่วโลก แล้วทำไมต้องเน้นดอกไม้ เราถามเธอ คำตอบของเธอสะท้อนบุคลิกหญิงสาวได้ชัดเจน 

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“เราต้องการความนุ่มนวลของดอกไม้ พลังของดอกไม้ที่เรานำมาใช้ได้ เป็นการนำความอ่อนโยนเข้าไปในชีวิตผ่านชาหมัก ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ควรได้รับพลังเหล่านี้นะคะ”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Artanyway

ในพื้นที่ใกล้ ๆ บ้านเป็นอาคารปูนเปลือย Artanyway ของเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะ ต้อย-พดุงศักดิ์ คชสำโรง ซึ่งคุณแอชักชวนให้มาสร้างสตูดิโอทำงานศิลปะใกล้ ๆ กัน เธอเล่าอย่างไม่ปิดบังว่าทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะจากคนรักกลายมาเป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดูแลกันและกันด้วยความจริงใจ ช่วยเหลือและเกื้อกูลกันอย่างมิตรแท้ที่พึงมีต่อกัน

“เราหามิตรไม่ได้ง่ายนะ เราอยู่กันมา 20 ปี ถึงแม้มันจะหยุดอยู่ที่ 14 ปี พอถึงจุดหนึ่ง เราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนปุ๊บ มันโปร่ง สบาย ส่งเสริมกันและกัน มนุษย์เราอย่างน้อยต้องมีเพื่อนสนิทสักคน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แล้วพอเรามาอยู่ตรงนี้ แทบไม่ค่อยได้เจอเพื่อนคนอื่น ๆ เลย เพราะเราเป็นคนบ้างานมาก อยู่ตรงนี้เรารู้สึกว่าเรานิ่งและมีพลัง เราไม่อยากให้อย่างอื่นมารบกวน เพราะเราทำงานบำบัด ต้องมีสมาธิและมีความสุข”

คุณต้อยเล่าถึง Artanyway ว่า ตั้งใจทำเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ และในปีหน้าจะเปิดเป็น Artist Residency สำหรับศิลปินทั่วโลกที่ต้องการมาหาแรงบันดาลใจทำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชุมชมและสถานที่ทำงานศิลปะใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากนั้น พื้นที่เล็ก ๆ โปร่งสบายแห่งนี้จะเปิดเวิร์กชอปเล็ก ๆ เพื่อขยายความหมายของศิลปะให้กว้างไปกว่าการวาดรูป อาจเป็นพื้นที่สนทนาทางศิลปะ หรือเรียนรู้ตัวตนผ่านงานศิลปะ เพราะศิลปะควรเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางเสรีภาพของมนุษย์ เพื่อทำความรู้จักเข้าใจตนเองและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ คุณแอบอกว่าไม่ต้องการให้คนมองว่า “โห เราเจ๋ง แต่เราอยากให้ดูงานที่เราทำมากกว่า และบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหรอก มันต้องค่อย ๆ ทำ เราต้องตั้งจุดหมายไว้ให้มั่นคง ส่วนทางที่เราจะเดินไปถึง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขอเพียงเราอย่าได้เปลี่ยนหรือทิ้งสิ่งที่เราตั้งใจไว้ แอเองตั้งใจมานานแล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากทำยา อยากช่วยคนที่ไม่สบาย เพราะเราก็ไม่สบาย เราเป็นภูมิแพ้ เรารู้ว่ามันทุกข์ยากขนาดไหนในความไม่สบายนั้น เพราะฉะนั้น บางสิ่งบางอย่างที่เราช่วยเขาได้ เราก็ต้องทำให้เต็มที่

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แต่เต็มที่ของเรานั้น ต้องรู้ว่าเราทำแค่ไหนถึงจะเหมาะ อย่าทำมากเกินไป เพราะมันไม่มีประโยชน์

“นอนก็นอนแค่นี้ นอนที่เราชอบ ทำพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบาย ไม่ต้องใหญ่โต แต่ให้พื้นที่ของเราให้ความอิสระกับเราได้ ให้เราได้ปลดปล่อยและรับพลังงานที่ดี อยู่สบาย ๆ อากาศดี ไม่ต้องมากไป ไม่ต้องน้อยไป ให้พอดี ๆ ดีที่สุด”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load