“เจนค่ะ เจนค่ะ หนูชื่อเจน มากับนุ่น และก็มากับโบว์

นุ่นค่ะ นุ่นค่ะ หนูชื่อนุ่น มากับเจน และก็มากับโบว์

บว์ค่ะ โบว์ค่ะ หนูชื่อโบว์ มากับนุ่น และก็มากับเจน”

หลายคนคงคุ้นหูกับเพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ที่ถูกนำกลับมาเต้นคัฟเวอร์ใหม่เมื่อต้นเดือน เราว่าต้องมีบ้างที่คุณเผลอฮัม “ลัลลั้ลลา ลัลลัลลั้ลลา มาม้ามา ม้ามามาออกมาเต้น” ต่อท้าย และบางคนก็สลัดเพลงออกจากหัวไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาอัดคลิปออกลีลาแดนซ์กระจายเพื่อคัฟเวอร์คลิปคัฟเวอร์อีกที เราขอเรียกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่า ‘ปรากฏการณ์’ 

ปรากฏการณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงจิตใจให้คนทั่วประเทศในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญวิกฤต

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เราต่อสายถึง ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย เจ้าของแชนแนล Haiseoul Channel คนต้นเรื่องที่หยิบยกเพลงดังเมื่อ 6 ปีก่อน กลับมาร้อง (ลิปซิงก์) เต้น เล่นหูเล่นตา โดยบังเอิญ และไม่คิดว่าคลิปจะดังเป็นพลุแตก เป็นผลให้มีคนกดเข้าไปดูเธอแสดงความสามารถมากถึง 12 ล้านครั้ง และมียอดติดตามเพิ่มขึ้นจากทุกช่องทางรวมกันมากถึงหลักแสน!

ขอชวนคุณทำความรู้จักเธอให้มากกว่าสิ่งที่คุณเห็น น้อยคนจะรู้ว่าเธอทำแชนแนลยูทูบมาตั้งแต่อายุ 16 ตลอดระยะเวลา 9 ปีของคนเบื้องหน้าที่มอบเสียงหัวเราะ ยังมีเบื้องหลังที่ไม่ได้สวยงามมากนักที่เธอต้องเจอ และกระบวนการทำงานตั้งแต่คิดคอนเทนต์ ถ่ายทำ กล้องหนึ่ง กล้องสอง และตัดต่อ เธอทำเองคนเดียว ไม่มีฝาแฝดอย่างที่คนเข้าใจ

ฮายบอกกับเราว่า ความฝันตอนเด็กของเธอคือ ‘คุณครูสอนภาษาอังกฤษ’ เมื่อเวลาล่วงผ่านนับสิบปีความฝันเธอก็เปลี่ยนไป และยินดีที่จะไม่กลับไปสานต่ออาชีพคุณครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนที่เธอเคยคิด ฮายหาตัวเองเจอตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เป็นข้อดีให้เธอเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความตั้งใจ แม้คุณแม่จะอยากให้เธอเป็นหมอก็ตาม

ก่อนจะขึ้นบรรทัดใหม่ ขอสักหน่อยนะ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ เชิญร่วมใจสนุกกันทุกๆ คน

ตอนไหนที่คุณหาตัวเองเจอว่าอยากเป็นอะไร

ถ้าย้อนกลับไปคงเป็นอารมณ์ตุ๊ดเด็ก สมัยก่อนไม่ว่าจะทำอะไรคนก็จะถ่ายวิดีโอแล้วอัปลงยูทูบ เพราะไม่มีแพลตฟอร์มอื่น เราอยากทำบ้างเลยถ่ายคลิปเต้นกับเพื่อนลงไป พอเรียนช่วงมัธยม เริ่มรู้สึกแล้วว่าชอบการตัดต่อ ยิ่งจินตนาการว่าเราถูกยิงแล้วมีเลือดไหลออกมา (เอฟเฟกต์) มันสุดยอดมาก พอรู้ตัวเองว่าอยากทำอะไรก็หาข้อมูลเลย เรียนเองทั้งหมดจากกูเกิล มาจริงจังมากตอนช่วงมอปลาย ตอนนั้นอยากหาแนวทางให้ช่องยูทูบของตัวเองแล้ว ก็เลยเริ่มจากคัฟเวอร์เอ็มวี แล้วก็ทำคลิปที่เราเล่นเองทุกบทบาท นักร้อง แดนเซอร์ พระเอก นางเอก ตัวร้าย เล่นเองคนเดียว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนก็จะจำได้ว่า ถ้าเป็นคลิปของ Haiseoul Channel จะมีอีฮายเล่นเองทั้งหมด 

แล้วช่วงมหา’ลัยเลือกเรียนอะไร

เราจบนิเทศศาสตร์ สาขาสาขาวิทยุและโทรทัศน์ หลายคนคิดว่าเราตัดต่อเก่งเพราะเรียนด้านนี้ แต่ไม่ใช่เลย เราตัดต่อมาตั้งแต่มอต้น เรียนนิเทศฯ เราเอาทฤษฎีและการปฏิบัติบางอย่างมาใช้ในชีวิตมากกว่า เขียนบทเราก็ได้จากตรงนี้

พอเจอตัวเองเร็ว มันดียังไง

ดีหลายอย่างนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปจะขอบคุณตัวเอง ตอนนั้นชอบอะไร ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เราโชคดีที่คุณแม่สนับสนุนทุกอย่าง ความจริงการเรียนของเราดี จะเป็นหมอก็ได้ เพราะแม่อยากให้เป็น แต่เราบอกแม่ว่า ถ้าเกิดฮายเป็นหมอ ต้องปวดหัวตายแน่เลย ฮายไม่ได้อยากเรียน แม่บอกว่าอย่างนั้นก็แล้วแต่เรา พอได้มาเรียนนิเทศฯ เราได้เรียนตรงสาย เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว จบมาก็มีความสุข เราได้ความรู้จากสิ่งที่ชอบแล้วเอามันมาใช้ในงานของเราได้จริงๆ

เท่าที่ฟังต้องเป็นคนกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็ก

เป็นคนขี้อายมาก (ลากเสียง) ถ้าพูดแบบนี้คนจะไม่ค่อยเชื่อ เวลาเราถูกเรียกออกไปตอบคำถามหน้าห้อง จะเหงื่อแตก ปากแห้ง ไม่กล้าเลย แต่ถ้าต้องออกไปพรีเซนต์หน้าห้องแล้วมีเพื่อนยืนอยู่ด้วยจะไม่เป็นอะไร 

พอมาเรียนนิเทศฯ ก็จะมีพาร์ตการแสดง เราเล่นทั้งละคร หนังสั้น งานนิเทศฯ เขาก็จะเรียกใช้อีฮายตลอด มีบางครั้งที่เราจะต้องขึ้นแสดง มันก็ตื่นเต้นนะ แต่พอขึ้นเวทีปุ๊บ สิ่งที่ทำให้หายตื่นเต้นคือเสียงปรบมือ ทุกครั้งเลย

แล้วตอนนี้นิยามตัวเองว่าเป็นอะไร

เราถือว่าตัวเองเป็นคอมเมเดียนบวกกับเอนเตอร์เทนเนอร์ เพราะเราทำให้คนมีความสุข เราไม่ใช่เน็ตไอดอลนะ เน็ตไอดอลในนิยามของเราต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราไม่ได้ทำประโยชน์อะไรต่อสังคม เราแค่เป็นคนหนึ่งที่ทำคลิป ไม่ได้ให้ร้ายใคร เป็นคนสร้างความสุข ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนตัวเราคิดแบบนี้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เกือบ 10 ปีในฐานะยูทูบเบอร์ งานพัฒนาหรือเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

มันเหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ งานก่อนหน้านี้ถ้ามันดีแล้ว งานต่อไปจะต้องดีกว่า 

ก่อนเรียนนิเทศฯ ไม่รู้จักเบรกดาวน์ สตอรี่บอร์ด ถ่ายเอ็มวีเราถ่ายเป็นอาทิตย์ ไม่มีการวางแผนจะถ่ายฉากไหนก่อน ไม่มีเดย์ ไม่มีไนต์ ถ่ายเป็นละครหลังข่าวเลย ถ่ายเรื่อยๆ ไม่มีหยุดพัก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันถ่ายสลับกันได้

เคยย้อนไปดูงานเก่าของตัวเอง รู้สึกว่าทำไมตอนนั้นเราทำได้แค่นั้น แต่ตอนนั้นเราก็คิดว่าทำดีแล้วนะ ทำดีมากด้วย ส่วนตอนนี้เราคิดว่าเราทำได้ดีในจุดที่ดีที่สุดแล้ว เราคิดว่าถ้าเราทำเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง แล้วมาดูงานตัวเอง ยิ่งมันยังไม่ถึงจุดที่เราโอเคจะรู้สึกนอยด์และเฟลกับตัวเอง ฉะนั้นเวลาทำคลิปเราคิดว่าต้องให้ดีที่สุด เป็นคนไม่ทำงานลวกๆ

เราเป็นคนทำงานกับใครไม่ได้ ถ้าเกิดเราคิด แล้วให้คนอื่นช่วย จะไม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นงานคนอื่น แล้วเราไปช่วย แบบนั้นเราทำได้ เพราะเป็นคนใจร้อน ไม่ค่อยยืดหยุ่น งานจะต้องเป๊ะ เพื่อนเคยบอกว่าเราเป็น Perfectionist เรื่องงาน 

ถ้าหนึ่งถึงสิบก็ต้องหนึ่งถึงสิบ ห้ามสิบเอ็ด ห้ามเก้า ห้ามแปด บอกไว้เท่าไหนคือเท่านั้น 

มีข้อดีของการทำงานคนเดียวมั้ย

ไม่ต้องทะเลาะกับใคร (หัวเราะ) เราเป็นคนคิดงานเอง ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับงานเรา เราด่าใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เราไม่อยากให้คนไม่ชอบเราเวลาทำงาน กลัวไปวีนคนอื่นหรือทำให้คนอื่นไม่ชอบ ทำงานคนเดียวเลยสะดวกสบายกว่า

วิธีสร้างคอนเทนต์แบบ Haiseoul Channel เป็นยังไง

อยากทำก็ทำ (หัวเราะ) วันนี้อยากลิปซิงก์เพลงนี้ก็ทำเลย อยากเล่นละครเรื่องนี้ก็ทำเลย เราไม่ค่อยทำตามกระแส เพราะทำตามกระแสมีคนทำเยอะแล้ว อย่างช่วง COVID-19 คนจะทำคอนเทนต์แนวนี้เยอะ เราต้องฉีกออกไป

เหมือนตอนคัฟเวอร์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ คนนึกไม่ถึงว่าเราไปเอามาจากไหน มันเริ่มจากเราดูคลิปไปเรื่อยๆ แล้วไปเจอวงซุปเปอร์วาเลนไทน์ รู้จักอยู่แล้ว แต่ไม่เห็นมาสักพัก คนน่าจะชอบ ไม่ได้ตั้งใจถ่ายด้วยซ้ำ เจน นุ่น โบว์ เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราคิดว่าจะถ่ายดีมั้ยวะ พอมีเวลาเหลือ ก็ถ่ายสักหน่อยแล้วกัน ตอนถ่ายจริงเราเต้นเป็นนุ่นอยู่ยี่สิบสองเทค

เราถ่ายโบว์สองเทค เพราะโบว์คือตัวเราเลย เจนก็คล้ายเรา แต่นุ่นเราเต้นไม่ได้สักที ทำยังไงให้ตัวเองเต้นเบาวะ ทำยังไงให้เรียบร้อย ถ่ายตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เลยบอกตัวเองว่าถ้าเป็นนุ่นไม่ได้ก็จะเลิกถ่ายแล้ว

พอพูดแบบนั้นกับตัวเอง เห้ย เราทำได้ ก็เลยออกมาอย่างที่ทุกคนเห็น เราลองย้อนกลับไปดูคลิปยังมีหนวดอยู่เลย

ถ้ารู้ว่าคนดูเยอะขนาดนี้จะโกนหนวด จะรีบตัดชุดใหม่ แล้วแต่งหน้าให้สวย เพราะแต่งหน้าหนึ่งครั้งเราอยากถ่ายให้ได้หลายงาน เราจะวางแผนไว้เลยว่าหนึ่งวันต้องถ่ายงานอะไรบ้าง เราจะเขียนไว้นะ ถ้าไม่เขียนงานจะล่าช้า

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

การ Parody ละครของคุณก็สนุกมาก ตีบทแตกทุกเรื่อง

โอ้โห (ลากเสียง) สนุกจริง แต่ละครตอนนี้มันยังยากสำหรับเรา ถ้าเต้น ร้องลิปซิงก์ ถนัดเลย

การทำละครความยาวสองนาที เราซ้อมเป็นอาทิตย์เลยนะ พอรู้แล้วว่าจะเล่นเรื่องอะไร ก็เอาเสียงตัวละครมาแกะข้อความ ต้องเขียนนะคะเราถึงจะจำได้ เป็นคนไม่ชอบพิมพ์ จะเขียนแบ่งคำ แบ่งวรรค ถ้าบทสามบรรทัดต้องเทคเดียวผ่าน มันจะดูแบบ เออได้ว่ะ อารมณ์มันต่อเนื่องด้วย พอจดบทแล้วก็ซ้อมบทให้เข้าปาก แล้วค่อยเริ่มถ่ายจริง

ความยากคือต้องดูรูปปากตัวละคร เขาอ้าปากยังไง ปล่อยปากยังไง หายใจยังไง แล้วเราต้องจำอินเนอร์ด้วย เช่น ถึงคำนี้อีนี่ต้องโกรธแล้ว ถึงคำนี้อีนี่โกรธมาก ถึงคำนี้อีนี่โคตรโกรธ ถึงคำนี้อีนี่ไม่ไหวแล้ว ตาต้องแดง ตาต้องถลึงแล้ว มันต้องจำและจับจุดตรงนั้นให้ได้ เสียงต้องไปด้วยกันกับหน้า ถ้าเสียงโกรธแต่หน้ายังไม่โกรธ อันนี้เริ่มยากแล้ว ยิ่งต้องเล่นเป็นตัวละครผู้ชายก็จะยิ่งเกร็ง เขินตัวเองเหมือนกัน เราจะเล่นเป็นผู้ชายได้หรอวะ (หัวเราะ) 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วการลิปซิงก์คุณฝึกฝนยังไง

ลิปซิงก์เพลงง่ายมาก มันเป็นพื้นฐาน การลิปซิงก์มันอยู่ในตัวทุกคน คนเราต้องมีช่วงที่ใส่หูฟัง ใส่แอร์พอดแล้วขยับปากฮัมเพลงบ้างล่ะ ท่อนนี้มันโดนฉันขอขยับปากร้องตาม ต้องมีโมเมนต์หลับตาแล้วร้องเพลง ตอนอาบน้ำหรือตอนได้ยินเสียงข้างบ้านต้องร้องตามบ้างแหละ ฝึกไม่ยาก วันเดียวก็ทำได้แล้ว จำเนื้อเพลงกับจำลมหายใจนักร้อง จบ

ถ้าเพลงเศร้า เราก็เศร้า เพลงร่าเริง แรดหน่อย ก็แรด

หมูกระทะ, พัก (โควิด) ก่อน, ชานมไข่มุก คุณแต่งเพลงพวกนี้เองหมด

เราชอบแต่งเพลงมาก แต่ทำดนตรีไม่เป็น ดนตรีที่ใช้เป็นดนตรีที่ทุกคนโหลดไปใช้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ เวลาจะแต่งเพลง คนทั่วไปเขาแต่งเนื้อก่อน แล้วค่อยทำดนตรี แต่เรามีดนตรีก่อน แล้วทำเนื้อให้เขากัน ซิงเกิลแรก ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะ ปล่อยไปแล้วไม่ปัง (ปัง : โดดเด่น เป๊ะ) เพลงยาวมากห้านาที เลยคิดใหม่ว่าจะทำเพลงที่ลงได้ทุกแพลตฟอร์ม 

ตอนนั้นเล่นอินสตาแกรมเป็นหลัก ก็จะต้องทำเพลงความยาวหนึ่งนาทีที่ลงอินสตาแกรมได้พอดี จุดหลักคือเราต้องทำให้เนื้อเพลงมันเป็น Earworm หลอนอยู่ในหู ต้องมีท่อนซ้ำให้คนจำ 

อย่างเพลง หมูกระทะ เราอินหมูกระทะมาก หนึ่งอาทิตย์กินหมูกระทะไปแล้วห้าวัน พูดตอนนี้ก็ยังเปรี้ยวปาก สั่งมากินที่บ้านแล้วมันไม่ได้ฟีล มันต้องได้ยินเสียงคนคุยกัน ต้องมีความแย่งหมู ต้องดูว่าเขาเอาสามชั้นมาเติมหรือยัง ก็โอเคงั้นเราจะทำเพลง หมูกระทะ มันก็ได้ออกมาเป็นเพลง เพลงของเราใช้เวลาแต่งไม่ถึงชั่วโมง พอได้คำแรก มันจะโยงเชื่อมคำที่สองอัตโนมัติ มันยากเหมือนกันนะ คนจะคิดว่าเราต้องเก่งมาก พอมาถึงจุดนี้ได้ก็แอบชมตัวเองเหมือนกัน ‘บางครั้งฮายมันก็เก่งเนาะ’ 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณแม่และครอบครัวติดตามแชนแนลของคุณด้วยหรือเปล่า

เจน นุ่น โบว์ ที่ยอดคนดูสิบสองล้านวิว ก็มาจากแม่ประมาณห้าล้านวิว เราเดานะ เพราะเวลาตื่นเช้ามาก็แอบฟังเสียงโทรศัพท์ของแม่ เอาแล้ว ทำไมได้ยินเสียงเหมือน “เจนค่ะ เจนค่ะ” แม่ดันสุดฤทธิ์ คุณยายเรามีลูกเจ็ดคน ทุกคนในบ้านต้องเชียร์อีฮายอยู่แล้วแน่นอน ไม่ต้องกลัว 

ความจริงแม่เราอยากได้ลูกสาว พ่ออยากได้ลูกชาย เรามีพี่ชายแล้วหนึ่งคน พอคลอดออกมาลูกเป็นตุ๊ด แม่ย้ายเรามาอยู่กับยายเลย เดี๋ยวพ่อเตะ ยุคนั้นผู้ใหญ่เขาหัวโบราณ แม่เลยชอบมาก เวลาเราถ่ายงาน ก็จะให้แม่ตัดชุดให้ ถ้านิยามนะ แม่เราน่าจะเป็นคอสตูมหรือดีไซเนอร์เก่า เพราะว่าเป็นคนที่มีทุกชุด ถ้าเกิดไม่มีจะกิน เอาเสื้อไปขายแล้วเป็นเศรษฐีได้เลย เราเปรียบเทียบแบบนี้เลย ตอนเป็นวัยรุ่นแม่ชอบซื้อเสื้อผ้า ซื้อเก็บ เครื่องประดับก็ซื้อเก็บ ถ้าจะยืมอะไร แม่มีหมด ชุดไหนไม่มี แม่ตัดให้ แม่ไม่เคยห้ามว่าอย่าทำ เขาสนับสนุนเราทุกอย่าง

วันที่คลิปคัฟเวอร์เพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ มียอดคนดู 12 ล้าน มันกำลังบอกอะไรคุณ

บอกกับเราว่าน่าจะกลับไปถ่ายใหม่ แล้วตั้งใจกว่าตอนนั้น เพราะไม่คิดว่ามันจะดัง เราแค่อยากทำ

จากคลิปแรกของเราเมื่อเริ่มทำ เราว่าเราพัฒนามาตลอด จุดไหนไม่ดีก็ต้องปรับ เราว่าคนเราไม่มีใครดีเพอร์เฟกต์ แม้ว่าเราจะคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว คนอื่นมาดู อาจไม่ดีก็ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องปรับปรุงทันทีที่มีคนคอมเมนต์

ทุกวันนี้ยอดวิวสำคัญกับคุณมั้ย

ยอดวิวทำให้คนรู้จักเรา ให้คนรู้ว่ากระแสมันดี แต่มันไม่ได้สำคัญกับเราเชิงว่า ยอดวิวเยอะ ฉันจะต้องรวย ฉันจะต้องมีเงิน จุดประสงค์คือเราตั้งใจทำคลิปออกมาให้คนดู อยากให้เขามีความสุขกับคลิปของเรา

การอยู่มาทุกยุคของการทำคลิปออนไลน์เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมโซเชียลมั้ย

เห็นนะ เรื่องการคอมเมนต์ แต่ก่อนคนไม่มีแอคเคาต์ก็ไม่ค่อยคอมเมนต์ สมัยนี้รุนแรงมาก โดยเฉพาะแอคหลุม (แอคหลุม : แอคเคาต์ส่วนตัวที่ไม่เปิดเผยหน้าตาและชื่อจริงของผู้ใช้) เขาจะด่าอะไรเราก็ได้ จะพิมพ์อะไรก็ได้ จะทำให้คนอื่นเสียใจ จะเหยียบคนอื่นซ้ำแค่ไหนก็ได้ โชคดีมากที่เราทำยูทูบมาตั้งแต่ยุคแรก มันทำให้เราแข็งแกร่ง แต่มีบ้างที่เราไม่ไหว

ถ้าเป็นคอมเมนต์เชิงติเพื่อก่อ ได้เลย เรายินดี อันนี้มันสำคัญมากกับคนทำคลิป บางคนดังข้ามคืนก็มี บางคนทำมาเป็นสิบปีไม่ดัง เหมือนเรา คนก็เพิ่งมารู้จักตอนทำคัฟเวอร์เจน นุ่น โบว์ 

คิดว่าเป็นเพราะอะไร จังหวะหรือเวลา

เราว่าเป็นเพราะ COVID-19 คนอยู่บ้านกัน แล้วเขาไม่มีอะไรทำ ทำงานก็เครียด ดูยูทูบกันทั้งวัน เราว่ามาจากตรงนี้

ถ้าเกิดไม่มี COVID-19 เราทำเจน นุ่น โบว์ อาจจะไม่บูมก็ได้นะ อันนี้คือเรื่องจริงเลย พอคลิปนี้คนเริ่มรู้จัก เขาก็จะย้อนดูคลิปเก่าด้วย กลายเป็นว่าคลิปพวกนั้นก็มีคนดู บางคนก็เคยเห็นคลิปเรามาก่อน คนนี้หรอที่ทำ บางคนก็อ๋อ คนนี้นี่เอง 

เบื้องหน้าคุณสร้างรอยยิ้มให้กับคนอื่น โลกเบื้องหลังที่คุณเจอมันโหดร้ายมั้ย

ส่วนมากเราเจอคอมเมนต์ด้านลบ ไม่มีสาระอะไร เขามาด่าเรา ประมาณว่า สงสารแม่มึงนะที่มีลูกเป็นตุ๊ด เจอประจำ เจอทุกวัน ตอนนี้ก็ยังเจอ เวลาเลื่อนไปเห็นก็มีนอยด์นิดหนึ่งแหละ ก็เครียดบ้าง เราทำอะไรผิดขนาดนั้น เราไม่ว่าเขาหรอก เพราะคนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน เราไม่ได้เตรียมรับมืออะไร แค่ปล่อยผ่านไป ช่วงนี้ก็พยายามไม่อ่านคอมเมนต์เลยจะดีกว่า ปล่อยให้กระแสเงียบก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่าน น่าจะเป็นการเซฟตัวเราเองได้ดีที่สุด

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วคอมเมนต์ด้านบวก ช่วยเติมเต็มคุณได้มั้ย

ชอบพี่ฮายมากเลย ทำอีกนะคะ รอดูอยู่ ได้ยินบ่อยมาก พอได้ยินแล้วเหมือนเป็นแรงฮึดสู้ เราพร้อมเริ่มงานใหม่พรุ่งนี้ได้เลย แต่ยังไม่ได้คิดงานนะ แต่ฉันพร้อมเริ่มงานใหม่แล้ว อยู่ดีๆ แรงก็มา คำชมสำคัญมากเลยนะสำหรับคนที่คลิปหรือทำอะไรก็ตาม พอเราได้รับพลังบวกมา เรามีความสุขมากนะ 

ระหว่างทาง เคยมีความคิดว่าอยากเลิกทำมั้ย

ไม่เคยมีเลย (ตอบทันที) เพราะว่ายูทูบมันเป็นความสุข เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมเราเวลาเจอเรื่องเครียด บางคนอาจจะไปช้อปปิ้ง ดูหนัง แต่เวลาเราเครียดเราจะถ่ายคลิป หาเพลงลิปซิงก์ หาบทละครจำแล้วก็ถ่ายเล่น มันเป็นสิ่งเติมเต็มในช่วงที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีใคร ยิ่งเราไม่มีแฟน ก็มียูทูบนี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนกัน

มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่เหมือนความผูกพันบางอย่าง

ใช่ อยู่กันมานานแล้วอะ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว รักนางนะ รัก Haiseoul Channel

ทำไมต้องเป็น Haiseoul Channel

ช่วงหนึ่งเราอินกับวง Wonder Girls มาก อินกับ Girls Generation มาก พอจะต้องตั้งชื่อแชนแนล เอาฮายอะไรดี เกาหลีก็จะมีกรุงโซล ก็เลยกลายเป็น ‘ฮายโซล’ ดันพ้องเสียงกับไฮโซ คนที่มีฐานะร่ำรวย แต่ความตั้งใจไม่ได้อยากเป็นไฮโซ อยากเป็นฮายโซลที่อยู่เกาหลี บางช่วงเคยเปลี่ยนเป็นไฮโซลลิก้า คนไม่จำ มันยาว หรือจะเปลี่ยนเป็นฮายก้า ก็ฟังดูเหมือนยาบ้า สุดท้ายกลับมาใช้ฮายโซลเหมือนเดิม แต่เติมแชนเนลเข้าไปด้วย 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

อะไรเป็นเหตุผลให้คนเกือบ 4 แสนมาติดตามคุณ

เราคิดว่าคนติดตามเรามากขึ้น เพราะช่วงนี้ทุกคนเครียด อย่าว่าแต่ทุกคนเลย เราก็เครียด

สมมติถ้าเราเครียด เราก็อยากดูอะไรบันเทิงที่ทำให้เรามีความสุข เราก็เป็นหนึ่งคนที่สร้างความสุขมาตั้งนานแล้ว ก็เลยลองทำคลิป แล้วเหมือนเป็นคนดวงดี อยู่ดีๆ ก็มาทำเจน นุ่น โบว์ ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นภายในระยะเวลาครึ่งเดือน ถ้ารวมทุกช่องทาง เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสน เราบอกกับทุกสื่อว่า คนดูไม่ต้องรักฮายหรอก แต่อยากให้รักงานของฮายมากกว่า

จุดประสงค์ในการทำยูทูบแต่แรกเลย คือทำยังไงก็ได้ให้คนดูฉันแล้วยิ้ม ดูฉันแล้วหัวเราะ ทุกคนจะต้องไม่เครียดเวลาดูคลิปของฉัน บางคนคิดว่าทำยูทูบเพราะอยากหาเงิน อยากมีรายได้ ตรงนั้นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เล็กมาก ส่วนตัวเราก็ยังขายของอยู่ ขายของก็มีเงิน ถึงแม้จะไม่มากมาย แต่เป็นความสุขทางใจ เราขายของมานาน ตั้งแต่มอปลาย คุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง เราก็ไปเสิร์ฟ คุณแม่เปิดอู่ซ่อมรถด้วย เราก็ไปช่วย เราว่าเรามีความสุขกับการบริการ 

เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่หัวใจคือการสร้างความสุขให้คนอื่น นี่เป็นเหตุผลให้คุณทำสิ่งนี้อยู่

ใช่ฮะ บางครั้งแม่ถามว่าทำยูทูบได้เงินมั้ย เพราะเขาเห็นเราเหนื่อย ถ่ายทั้งวันทั้งคืน ตัดต่ออีก เราบอกแม่ว่าเงินมันก็ได้ แต่ว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ถึงเหนื่อย แต่มันมีความสุข เราไม่รู้จะอธิบายยังไง ยิ่งเวลาทำคลิปแล้วมีคอมเมนต์กลับมาว่า ชอบจังเลย มีความสุขจังเลย อยากให้ทำต่อไป เป็นกำลังใจให้ อยู่ดีๆ หายเหนื่อยเลยอะ น้ำตาจะไหล 

เรามีพลังขึ้นมาทันที เราไม่ได้ตอแหลนะ คนทำยูทูบ คนทำคลิป จะเข้าใจตรงนี้มาก เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการแค่คนมาดูงานแล้วเขามีความสุข ไม่ได้ต้องการให้คนรู้จักเยอะ ขอให้จำได้ว่าอีนี่ไง ที่มันเล่นหลายตัว อีนี่ไง ที่มันเต้นอะไรเยอะๆ อีนี่ไง ที่มันชอบมาลิปซิงก์เป็นตัวละคร แค่คนจำเราได้แค่นี้ก็พอแล้ว

กลัวการถูกลืมมั้ย

เราไม่อยากถูกลืม บางคนบอกว่าไม่ต้องรีบทำคลิปก็ได้ ทำไปเดี๋ยวคนก็มาดูเอง ถ้าเราหายไปนาน คนที่เขาติดตามเราจะมาถามแล้วว่า หายไปไหน กลัวคนคิดว่าอีฮายตายไปแล้วหรอวะ เราว่าคนที่ติดตามเราเขารอเราอยู่นะ

ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็ต้องให้ใจเขาด้วย อย่าทิ้งคนดู ทุกวันนี้ยังมีคนรอดูผลงานเราอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ติดตามเราเขาไปเจอเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจอะไรมาบ้าง ฉะนั้น คลิปเราบางคลิปอาจจะไป Made my day ให้วันนั้นของเขาก็ได้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณเล่าแต่ความสุขของคนอื่น แล้วความสุขของคุณคืออะไร

การตื่นมาแล้วได้ทำสิ่งที่ชอบ เจอแม่ ได้กินกับข้าวแม่ ได้พาครอบครัวไปกินข้าว ได้สร้างความสุขให้กับคนในบ้าน ทุกวันนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย ตื่นมาก็อยากให้ทุกคนยิ้ม ความสุขของคนอื่นก็คือความสุขของเรา 

แล้วความท้าทายเกือบ 10 ปีในฐานะคนสร้างสรรค์คืออะไร

การแข่งขันกับตัวเอง เราไม่เคยคิดแข่งขันกับใครเลยนะ แค่แข่งขันกับตัวเองมันก็ยากมาก ยากมาก (ย้ำ) สมมติวันนี้อยากถ่ายงาน แต่ฉันขี้เกียจ ไม่ถ่ายดีกว่า แต่ต้องพยายามฉุดตัวเองขึ้นมาให้ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้มันดีกว่าเดิม ทำยังไงก็ได้ให้คนดูเขาดูแล้วรู้ว่าเราตั้งใจทำมันจริงๆ 

คุณมีความฝันหรือเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงมั้ย

เราอยากเล่นซิตคอม ซิตคอมเป็นความฝัน ถ้ามีซิตคอมติดต่อมาสักเรื่อง จะไม่คิดเลย ค่าตัวไม่ต้องพูดถึง เอาความฝันของฉันก่อน ฉันอยากเล่น พูดกับแม่ตลอดว่าอยากเล่น เพราะอยากฝึกฝนเรื่องการทำจังหวะ ซิตคอมจะมีจังหวะ และไดนามิกบางอย่างที่มีแค่ในซิตคอมเท่านั้น ถ้าเราได้โอกาสตรงนั้นมามันก็เป็นการพัฒนาตัวเราที่ดีเลย 

ส่วนการทำยูทูบ ถ้าไม่ไหวเราคงหยุด ถ้ายังไหวก็จะผลิตงานให้คนดูแล้วมีความสุขต่อไป เราไม่คิดอะไรที่มันไกลมาก อยู่กับปัจจุบันแล้วคิดว่าวันนี้ฉันตื่นมาจะกินอะไร พรุ่งนี้อยากกินอะไร เราไม่มองอนาคตไกล เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอนไหน อาจเป็นข้อเสียของเราก็ได้ บางคนวางแผนเป้าหมายเอาไว้ แต่เป้าหมายของเรามีแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้

เราคิดว่าความคิดคนเปลี่ยนได้ทุกวัน เหมือนตอนเด็กที่อยากเป็นครู โตมาไม่อยากเป็นแล้ว วันนี้เป็นยูทูบเบอร์ อนาคตอาจจะอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ทุกคนไม่มีความแน่นอน ข้อดีคือวันนี้เราได้ทำสิ่งนั้นเต็มที่และทำให้ดีที่สุด 

พอคนเริ่มรู้จักเยอะขึ้น ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างมั้ย

ตอนนี้ชีวิตที่หายไปคือการนอนของดิฉัน (หัวเราะ) ได้นอนน้อยลงกว่าเดิมนิดหนึ่ง แล้วก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากไม่ร้องเพลงด้วยลูกเอื้อนอย่างคนรักลูกกรุง อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก็ร่ายกลอนสักบทของสุนทรภู่ โดยเราพยายามต่อกลอน เท่าที่ยังพอจำได้

ท่ามกลางความเงียบของโรงละคร 1,069 ที่นั่งในวันที่ไม่มีการแสดง อาร์มจดจ่อกับการจัดท่าทางหน้ากล้อง เช่นเดียวกับช่างภาพของเราที่วิ่งขึ้นลงระหว่างที่นั่งอย่างขะมักเขม้น

ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้ เราใช้เวลา 47 นาที เพื่อพูดคุยกับอาร์ม ชายหลายบทบาทที่เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร นักพากย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint 23 หน้ากากระฆังจาก The Mask Singer ทาสแมว พุทธมามกะ คนอกหัก คนที่ไม่เคยขอบคุณตัวเอง และคนสบาย ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องจำเขาก็ได้ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอ

เจ้าตัวบอกกับเราว่า เขาไม่เคยมีเวลาตกตะกอนชีวิตอย่างนี้มาก่อน และคำถามของเรา ทำให้เขาได้ย้อนมองตนเองอีกครั้งในวันที่เติบใหญ่ แต่ยังไม่หยุดเติบโต

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Work Work Work Work Work

ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเราจะได้คิวคุณมา หน้าตาตารางงานของคุณเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

(เปิดโทรศัพท์ให้ดูตารางงานหลากสีที่มองไม่เห็นช่องว่าง)

งานประจำผมจะลงตารางอยู่แล้ว สีน้ำเงินคืออีเวนต์ สีเขียวคืองานพิชชิง สีดำคือมีงานอื่นจนต้องลางานประจำ ส่วนสีส้มคือธุระสำหรับศาสนา

สีส้มเป็นสิ่งที่ต้องมีในตารางเสมอไหม

มี เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิต หลายคนบอกว่า เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม แต่เรามีความสุขดี ไม่มีทุกข์อะไร เพียงแต่ชีวิตควรมีอะไรที่มั่นคง บางครั้งการวิ่งไปดูแลอาจารย์ที่เราเคารพอาจทำให้เหนื่อยกาย แต่ข้างในเราอิ่ม เลยเหมือนการพักผ่อน

มีเวลานอนบ้างไหม

นอนแปลว่าอะไรหรอครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น เรื่องนอนสำคัญมาก เพียงแค่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนักหน่วง เมื่อคืนโชคดีที่ได้นอนเก็บไว้ 6 – 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเค คืนก่อนหน้านั้นนอน 5 ชั่วโมง เพราะเราต้องตื่นเช้ามาอ่านข่าวทุกวันจันทร์-ศุกร์ ไม่ว่าจะทำงานดึกยังไง 6 โมงก็ต้องตื่น แต่ไม่เบื่อนะ เป็นหน้าที่ที่เราชอบและสนุกที่จะทำ

การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยไหม

เอาจริง ๆ ตอนเรียนคณะนิเทศ จุฬาฯ วิชาที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยคือวารสารสนเทศ เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ ๆ แต่สุดท้ายเราก็มาเป็นผู้ประกาศข่าว โชคชะตาผันผวนอยู่

จากตารางงานที่แน่นหนาของคุณ มีอะไรที่จะมาแทรกงานหรือสำคัญกว่างานได้บ้าง

เวลาผมจัดลำดับชีวิต ครอบครัวมาก่อนอันดับหนึ่ง วันพักผ่อนบางทีก็พาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนอันดับสองคืองาน บางทีอันดับหนึ่งกับสองก็ไล่บี้กันบ้าง

ถามว่าเวลาไม่กลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีบ่น มีถามถึงบ้างไหม พอดีเราปูทางเข้าวงการมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษา ทำกิจกรรม เล่นละครนิเทศ เลิกดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันค้างบ้านรุ่นพี่ ครอบครัวรู้ว่าเราไม่ใช่คนเหลวไหล เวลาที่ติดงาน ไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาก็รู้ว่าทำงานจริง ๆ

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Multiple Arms

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่คุณชอบที่สุด บทบาทนั้นคืออะไร

โห! อ่านข่าว นักร้อง พิธีกร นักแสดงละครเวที ตอบยากมากเลย เพราะทุกอย่างสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ที่สำคัญคือได้เงิน แต่กระบวนการที่ชอบที่สุดขอเลือกการแสดงละครเวทีแล้วกัน

ในแง่งบ อาจต้องบอกว่าละครเวทีไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะเป็นงานที่กินคิว ต้องเสียสละคิวให้คนอื่น ต้องรักสิ่งที่ทำมากถึงอยู่กับมันได้นาน แต่มวลมันอบอุ่น ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ใช้คิวน้อยกว่า ต่างคนต่างมาเจอกันเฉพาะเวลาก็จบ แถมยังเหนื่อยกว่า เพราะโลเคชันเปลี่ยน ขณะที่การแสดงในโรงละคร เราวางแผนชีวิตได้

อีกอย่างคือมันขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งองค์กร 30 – 50 ชีวิต นักแสดง ผู้กำกับ ทีมเสียง ทีมแสง ทีมเอฟเฟกต์ ทีมเสื้อผ้า เรามีเกมบัดดี้ให้เล่น ทั้งหมดคือเรื่องของความสัมพันธ์ของคนเดิม ๆ ในที่เดิม ๆ ได้แชร์มุมมองชีวิต โดยเฉพาะละครในมหาวิทยาลัย ละครนิเทศ

ในวัย 34 คุณมองเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง

บางทีเราสังเกตว่า ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและวุ่นวายกับชีวิตเหมือนกัน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ด้วยหน้าที่การงานต้องไปเจอผู้คน เราทิ้งความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่กระทบการทำงานและจิตใจ วัยนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

นอกจากการเป็นนักแสดงละครเวที มีบทบาทไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำไหม

นั่นสิ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรบ้างนะ (ทำท่าคิด) อาจจะเป็นเบื้องหลัง กำกับ หรือโปรดิวเซอร์ คิดว่าถ้าให้ทำก็ทำได้ แต่ยังไม่ถึงเวลา อนาคตอาจจะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

น้องมาเจอตอนที่พี่ไฟแรงเรื่องการเข้าวัดพอดี พี่ก็จะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้นะ (หัวเราะ) ภาพพี่อีก 5 ปีอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว

แล้วจากที่เข้าวงการมา 13 ปี อาร์ม กรกันต์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการมองชีวิต

ก็เปลี่ยนตามสิ่งรอบตัวที่หล่อหลอมเราขึ้นมา แต่สิ่งที่ อาร์ม กรกันต์ ยังเหมือนเดิมคือความใจดี สิ่งที่เพิ่มมาตามวัยคือกิจกรรม งาน วัด เพื่อน แมว

ส่วนมุมมองชีวิต คำถามที่ว่าชีวิตคืออะไรเป็นสิ่งที่ ครูป๋อม-ไศลทิพย์ จารุภูมิ อาจารย์คณะนิเทศเคยถามผมและเพื่อนเพื่อดูว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไร 

คำตอบของผมในวันนั้นกับวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ชีวิตคือการเรียนรู้เพื่อพัฒนา แต่เพิ่มเติมคือ เราเรียนรู้เพื่อปรับตัว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก คำตอบเราธรรมดาไม่หวือหวาเลยเนอะ เราเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง เพราะอยากให้ใช้ได้จริง

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว
ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

คุณถือเป็นลูกชายคนหนึ่งของ Workpoint ออกรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่นที่ 1 ในฐานะหน้ากากระฆัง คุณคิดว่าความดังคืออะไร และคุณมองว่าตัวเองดังหรือยัง

โห! สำหรับผมความดังคือการที่เราเดินไปแล้วคนทักเราถูก ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองดังไหม โดนคัดออกตั้งแต่แรก ๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่ช่วงเป็นหน้ากากระฆังคือช่วงที่พีกมาก มีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาด เคยชิมลางตอนไปทัวร์แบบไป-กลับช่วงนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสจริง ๆ เดินไปไหนคนก็เรียก แต่พอเวลาผ่านไป คนใหม่ขึ้นมามันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเรียกว่า โลกธรรม 8 เป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเลือกได้คุณอยากให้คนจดจำ อาร์ม กรกันต์ ในมุมไหน

แต่ก่อนคิดว่าคงตอบได้ ตอนนี้ผมว่า ไม่ต้องจำอาร์มหรอก แค่เรามีไมตรีต่อกันก็พอแล้ว ถ้าคนลืมเรา แปลว่าอาจจะไม่มีงานในวงการ แต่ถ้าพูดถึงอุดมคติ วันหนึ่งที่คนไม่รู้จัก อาร์ม กรกันต์ เลยมันจะมาถึงแน่นอน เพียงแต่ช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราเลยต้องเตรียมตัว จาก Someone เป็น No one เพราะมันคืออนิจจังของทุกคนที่สักวันต้องถูกลืม

ถ้าทำใจได้ตั้งแต่วันนี้ มันก็เคลียร์เลย เพียงแต่เรายังมีบทบาทหน้าที่ต้องทำ เพราะเรามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีแมว 10 ตัวที่ค่าใช้จ่ายเยอะ มีบ้านที่ต้องผ่อน งานก็ต้องมีและต้องทำต่อไป

แต่เราไม่อยากให้คนมองเป็นสายบุญขนาดนั้นนะ เราไม่ได้ดีกว่าใคร ที่พูดไปเพราะแค่สนใจปรัชญาชีวิต เรื่องไม่ดีก็มีทำอยู่บ้าง โกหกสีขาว แกล้งแมวก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ)

แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จไหม ในด้านไหน

ง่าย ๆ เลย ขอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะเราใช้ชีวิตเกือบรายวัน หมายความว่าเตรียมตัววันนี้ เพื่อทำงานพรุ่งนี้ ประสบความสำเร็จให้ทำมาหากินพอเลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว

คุณคิดว่าความความสำเร็จเกิดจากอะไรบ้าง

คนชอบบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเก่ง แต่ผมว่าต้องเฮงด้วย เพราะคนที่ตีระนาดเก่งกว่าผมมีเยอะ นักแสดง นักร้อง ผู้ประกาศข่าวหลายคนพูดได้เก่งกว่าผม ความเฮงเลยเป็นสิ่งที่คุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อม เมื่อพร้อมและโอกาสมา จึงจะกลายเป็นความสำเร็จ แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงนะ เราก็มีวันที่ไม่พร้อม แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

แล้วอาร์มอยากเฮงหรือเก่งมากกว่ากัน

อยากเก่งเยอะกว่า เพราะถ้าเฮงอย่างเดียวแล้วไม่เก่ง ยังไงก็แป๊ก เฮงในที่นี้ก็แค่ไม่อยากโชคร้าย แต่เราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น สนับสนุนทุกอย่างที่อยากทำ โตขึ้นมาผมถึงรู้ว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือความโชคดีที่สุด

ถ้าวันนี้ต้องขอบคุณใครสักคน อาร์ม กรกันต์ อยากขอบคุณใคร

เยอะเลย พ่อแม่ที่อ้าแขนรับเราอย่างสุดหัวใจ ขอบ คุณครูเอก-จิระชัย กุลละวณิชย์ ที่สอนเรามากกว่าการสอนร้องเพลง ท่านสอนวิธีวางตัวในสังคม สอนวิธีคิด การวางแผนชีวิต ท่านแบ่งปันประสบการณ์ให้อาร์มเยอะมาก เป็นข้อคิดที่มีค่าทั้งหมด

ขอบคุณเพื่อน คนที่อยู่รอบข้าง เป็นไหล่ให้เราซบในเรื่องหนักและเรื่องเบา ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส โดยเฉพาะใน Workpoint และทุกงาน มีความสุขทุกครั้งที่เขานึกถึงเราและทุกครั้งที่ได้ทำงาน

จากที่ฟังมา คุณไม่ขอบคุณตัวเองบ้างหรอ

นั่นคงเป็นเรื่องของตัวตน อาร์มมองว่าชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป เลยขอบคุณคนอื่นมากกว่า ถ้าเรายังอยากมีลมหายใจ เรายังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

What Makes You, You?

ย้อนกลับไปวัยเด็ก ยังจำได้ไหมว่าอาชีพแรกที่คุณตอบครูว่าอยากทำคืออะไร

อยากเป็นวิศวกร แต่ไม่ได้อยากไปออกแบบหรือตรวจสอบอะไรเลย เราแค่ชอบคำนี้ เพราะเป็นคำศัพท์ภาษาไทยที่ออกเสียงแล้วดูเก่ง (หัวเราะ)

ต่อมาตอนที่อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ของผู้กำกับไฟแรง 6 คน นั่นคือเหตุผลแรกที่อยากเข้าเรียน เพราะอยากเป็นผู้กำกับ ส่วนอีกเหตุผลคือ ไปดูละครนิเทศฯ แล้วอยากยืนอยู่บนนั้นบ้าง สังเกตว่าไม่ได้คิดถึงอาชีพในอนาคตเลย

แล้วอะไรคือเหตุผลที่อาชีพผู้กำกับไม่ได้ไปต่อ

เราลองเป็นเด็กฟิล์ม เรียนสาขาวิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ตอนเรียนคิดว่ามันเหนื่อยจัง นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราทุ่มเทได้มากพอ แต่ก็เข้าภาค 2 ปีเต็ม ไม่ได้ย้ายสาย จบไปค่อยว่ากัน ก็คงจะทำงานเรื่องเพลงอยู่ดี เพราะตอนปี 3 ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ครั้งแรกคือ KPN Award Thailand Singing Contest 2009 ครั้งที่ 18 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote พอมีคนเริ่มรู้จัก ไปออกงาน มันได้เงิน เราคิดคงจะทำสิ่งนี้แหละ เลยยึดเป็นอาชีพมา

จากที่ผ่านคุณเหมือนยังไม่ได้มีความฝันที่ชัดเจน ตอนนี้มีความฝันหรือยัง

ก็เห็นเลขบ้างบางคืน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ตอนนี้ยังไม่มีเลย ฝันของผมคงเป็นการทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันไปเรื่อย ๆ เป็นการ Maintain

ส่วนการเติบโต ผมมองว่าเป็นโบนัส

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาสร้างชีวิตบ้างไหม

เราคิดว่าหลายส่วนประกอบกัน ความชอบในเรื่องนั้น ๆ โชคชะตาก็คงมี แต่ความขวนขวายเราก็มีเอง ฝึกระนาดใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คิดว่าอันนี้เป็นโชคชะตาเหมือนกัน เพราะเขาแคสต์กันมาเยอะมาก เราเป็นคนสุดท้าย เพิ่งรู้ด้วยว่าตอนนั้นถึงขั้นผู้บริหารไปทาบทามให้ พี่หนึ่ง จักรวาล ฝึกระนาดแล้ว

ที่ได้ไป เพราะไปลงเรียนการแสดงกับครูเงาะ เพื่อนเราชื่อ ครูลูกแก้ว ขับรถมาส่งที่บ้านแล้วเล่าให้ฟัง เราหูผึ่งบอกไปเลยว่า เราตีระนาดได้นะ ขอไปแคสต์ได้ไหม เพื่อนยังไม่เชื่อเลย แต่เขาก็นัดให้ ปรากฏว่าได้

เห็นไหม เรามีความพร้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เริ่มจาก ป.4 แค่เล่นได้ แต่ยังประชันไม่ได้ กลายมาเป็นโอกาสให้เรา

คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ

เหนื่อยมาก แต่เรากลัวที่จะปล่อยมันไป เพราะโอกาสไม่ได้เข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็อยากลองกระโดดเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำกับมันดูว่ารอดไหม ส่วนตอนนี้อายุ 34 แล้ว ถ้าไม่รอดก็ต้องปล่อยมันไป เก็บแรงไปทำในสิ่งที่ดีกว่า หรือเก็บแรงไปพักผ่อน

แม้กระทั่งบางคนที่ชอบบอกให้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน มันเหนื่อยนะเอาจริง รู้สึกว่าแค่ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดีก็ดีแล้ว ถ้ามีเวลามากพอค่อยติดปีกให้ตัวเองไปต่อก็ได้ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเองด้วย นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายเรื่องงาน

ตอนนี้ใครนึกถึงอาร์มก็จะมีเสียงระนาดลอยมาด้วยทั้ง ๆ ที่คุณเรียนโรงเรียนคริสต์ คุณไปเริ่มจับระนาดได้อย่างไร

มันมาจากชาติปางก่อน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ พอดีผมอยากโดดเรียนตอนประถม ก็เลยไปเข้าชมรมดนตรีไทย เราก็ยืนหนึ่งเล่นระนาดเอกประถมคนเดียวในโรงเรียน 2,000 คน ทุกคนแย่งเล่นบอล แต่ผมไม่เล่นกีฬาเลย 

เออทำไมนะ (นิ่งคิด) ถ้าไม่ถามนี่จำไม่ได้แล้วนะ เพราะเคยพลาดไปยืนตรงโกลด์ฟุตบอลขณะที่โค้ชกำลังสาธิตการยิงพอดี อัดเข้าเต็มท้อง ผมเลยเกรง ๆ ตั้งแต่นั้น

มีอะไรที่คุณคิดว่าตัวเองทำ และคนอื่นไม่ทำอีกไหม

ชอบถือหนังสือธรรมะตั้งแต่ประถม เพราะคิดว่าเท่ หนังสือท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านไม่รู้เรื่องแต่อยากอ่าน มีบางเล่มที่อ่านแล้วเข้าใจ นอกจากนี้ก็ชอบทำบุญ คิดโปรเจกต์เพื่อศาสนามาตั้งแต่เด็ก ๆ

แล้วเรื่องการร้องเพลง ก่อนประกวด KPN Award คุณไปฝึกร้องเพลงจากใคร

คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ชอบถล่มร้านอาหารและยึดไมค์ร้องเพลง (หัวเราะ) เขาก็ร้องเพลงสุนทราภรณ์กัน เราเลยเรียนร้องเพลงจากสุนทราภรณ์ เพลงแรกที่ร้องคือ พรานทะเล ฟังวนและแกะตามต้นฉบับได้

เราฝึกร้องจากเพลงลูกกรุง เพราะคิดว่าเสียงมันเนิบดี แต่หารู้ไม่ว่าการผ่อนลมเนี่ยยาก กลายเป็นฝึกของยากก่อน พอมาร้องป๊อปเลยง่าย

ยังจำละครเวทีเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นผู้กำกับได้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้นบ้าง

จำได้สิ โตขึ้นผมจะขี่รุ้ง โรงเรียนของผมไปขอลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ้าย้อนกลับไปก็คงจะบอกให้เล่นไปเถอะ เพราะเป็นเด็กมาก อยากให้เขาสนุกให้เต็มที่ แต่ถ้าเด็กคนนั้นมาแสดงตอนนี้ โรงละครพังเลยนะ ไม่มีพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น

ปัจจุบัน คุณแสดงละครเวทีไปกี่เรื่องแล้ว

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก ถือเป็นเรื่องที่ 10 ถ้านับละครที่คนดูต้องซื้อบัตรมาชม

เรยา เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องแรก แสดงคู่กับ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ส่วน โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องที่ 3 

จากเรื่องที่เคยแคสต์มา คุณเคยอกหักตกรอบบ้างไหม

เคย มีเรื่องหนึ่งไปแคสต์มา 3 เดือน ยังไม่ได้แสดงนะ ทั้งซ้อมและท่องบทพูดบางส่วนมาแล้ว เป็นเรื่องในโรงใหญ่ ผู้กำกับมาจากอังกฤษ เวลาเราทำอะไร เขาจะเป็นคนตรวจการบ้าน เพราะฉะนั้นจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อังกฤษ เรื่องนี้สร้างความหวังให้เราเยอะมาก เพราะเข้าไปแคสต์ 5 ตัวละคร คิดในใจว่าต้องได้สักตัว แต่ปรากฏว่า 3 เดือนไม่ได้เลยสักบท ก็อกหักไป แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นเรื่อง เรยาฯ พอดี

อกหักครั้งนั้นคุ้มค่าไหม

การอกหักครั้งนั้นสอนเราเยอะมาก ทั้งเรื่องการร้อง เล่น วินัย กระบวนการการทำละครในมาตรฐานสากล เป็นการอกหักที่คุ้มค่า

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ปัจจุบัน ดูคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยซื้อบัตรชมละครเวทีกันแล้ว คุณคิดอย่างไร หรือต้องเป็นละครเพลงเท่านั้นถึงจะมีคนชม

คิดว่าคนแค่ยังกลัวโควิด-19 อยู่ กับเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะบัตรดูละครเวทีราคาไม่เหมือนดูหนัง คนต้องตั้งใจออกจากบ้าน แต่มันเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูงเพื่อมอบความพึงพอใจที่ไม่เหมือนสื่ออื่น บางเรื่องมีอุดมการณ์สอดแทรก บางเรื่องเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปหาสิ่งที่ปัจจุบันคิดถึง

เมืองไทยเราอาจจะชินกับการแสดงละครเวทีที่ต้องมีการร้องเพลง แต่ของอเมริกา อังกฤษ ต่างประเทศเขามีละครพูดเยอะมาก อย่างของไทย เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา ของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็เป็นละครพูดที่เราชอบมากเหมือนกัน

ในฐานะนักแสดงละครเวทีอาชีพ คุณคิดว่าการเป็นนักแสดงที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีวินัย เสียสละคิวให้คนอื่น เพราะเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว ต้องเล่นให้ทีมแสง Blocking เล่นให้ผู้กำกับดู วินัยสำคัญมาก เพราะขับเคลื่อนทั้งองค์กร และต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามมีให้ครบ แม้บางวันจะพร่องไปบ้าง

ละครเวทีสุนทราภรณ์ ได้ Restage อีกครั้งหนึ่ง บุคคลในตำนานและเพลงที่ถูกเรียกว่า ‘เพลงเก่า’ ให้พลังกับคุณที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

เรียกว่าให้พลังซึ่งกันและกันดีกว่า นี่เป็นเรื่องแรกที่เราจับมือทีมงานทุกคนเพื่อรวมพลังก่อนแสดง แล้วเรารู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน เพราะสื่อบันเทิงของคนรุ่นพ่อแม่ที่จิ้มถึงใจเขามีน้อยมาก เพลงที่เขาฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วกลับมาฟังจนมีกำลังวังชามันแทบไม่มี 

เรามีความสุขที่ได้ออกไปแสดง เพราะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก พอจบการแสดง คนทั้งโรงละคร ผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นมา มีไม้เท้ามาเป็นขาที่สาม คนที่จับมือลูกหลานมา เขาลุกขึ้นเต้นและยิ้ม กลับไปเรารู้ว่าเขาไม่จบแน่นอน เขาจะเอาเพลงที่ฟังไปคุยกับเพื่อน เพลงนั้นของศรีสุดา เพลงนี้ร้องตอนวันลอยกระทง เธอจำเรื่องในวันนั้นได้ไหม มันคือการจุดประกายความสุขต่อ

ทุกครั้งที่จะออกไปแสดง ผู้กำกับบอกเสมอว่า ลองหาเป้าหมายดู ละครสักเรื่องอาจทำให้คนที่อยากทำร้ายตัวเองชั่งใจคิด บางคนอาจมีความกล้าในการเผชิญสิ่งที่หวาดกลัว หรือเขาอาจกล้าที่จะบอกรักใครสักคน มันมีประโยชน์แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ในตอนนี้และในอนาคต ตราบใดที่คนยังเห็นว่าเราทำอะไรสักอย่างได้ เราก็จะคว้าโอกาสต่อไปและทำให้ดีเสมอ

อ้อ! อุปสรรคเดียวคือ เวลา เพราะเรามีเวลาจำกัดและต้องนอนครับ

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ขอบคุณสถานที่

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

เว็บไซต์ : siampicganesha

Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load