ขบวนอาหารจานเดียวที่มีความสมประกอบ ถ้าขาดอะไรไปจะไม่สมดุล ผมว่าข้าวมันไก่ตอนนี่แหละตัวจริง ถ้าจะเปรียบก็เหมือนไก่ตอนเป็นแม่ทัพ ข้าวมันเป็นเสนาธิการ น้ำจิ้มเป็นขุนศึก น้ำซุปเป็นกองหนุน ยิ่งข้าวมันไก่ตอนเป็นกองทัพของไหหลำแล้ว ใครก็คงจะเอาชนะได้ยาก

ชาวไหหลำมาจากเกาะไหหลำเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่ามีของกินติดตัวมาด้วย ข้าวมันไก่ตอนอันดับหนึ่ง ตามด้วยขนมจีนไหหลำ ผัดไหหลำ แพะตุ๋น เนื้ออบไหหลำ แล้วยังมีพวกขนมอีก เช่น โบ๊กเกี้ย เลี่ยงฮุ้น ขนมบั๋ว

สำหรับข้าวมันไก่ตอนนั้น เมื่อจะกินทั้งทีก็ต้องเป็นฝีมือชาวไหหลำ ซึ่งถูกใจถูกปากคนไทยมานาน หลายคนยกให้ข้าวมันไก่ตอนเป็นอาหารสุดโปรด ได้ยินว่าที่ไหนอร่อยก็ต้องบากบั่นไปกิน

จนข้าวมันไก่ตอนกลายเป็นสัญลักษณ์ครับ และไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้น ใครที่ไปเที่ยวเกาะไหหลำ ไม่ว่าเป็นชนชาติไหนก็ตาม เมื่อถามหาอาหารประจำชาติพันธุ์ที่นั่นก็ต้องเจอข้าวมันไก่ เหมือนถ้าใครมาเมืองไทยก็ต้องเจอผัดไทยอย่างนั้นแหละ 

แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงข้าวมันไก่ ถ้าเป็นที่ไหหลำจะเรียกว่าข้าวมันไก่เฉยๆ แต่ถ้าในเมืองไทย ผมจะเรียกว่าข้าวมันไก่ตอน ส่วนจะตอนไก่ทำไม ตอนอย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ ค่อยว่าทีหลังครับ

เอาที่เกาะไหหลำก่อนครับ ที่นั่นจะเลี้ยงกันที่อำเภอเหวินชาง ก็เลยเรียกว่าไก่เหวินชาง เป็นพันธุ์พื้นเมือง ตัวไม่ใหญ่โตอะไร เขาเลี้ยงปล่อยให้คุ้ยเขี่ยหาอาหารกินไปตามเรื่อง ปกติก็เป็นไก่พันธุ์เนื้อดีอยู่แล้ว แล้วเผอิญแถบเหวินชางนั้นมีต้นไทรเยอะ ไก่ไปกินลูกไทรที่หล่นเรี่ยราดกลายเป็นอาหารเสริม ทำให้คุณภาพเนื้อ หนัง สุดแจ่มยิ่งขึ้น 

ข้าวมันไก่ไหหลำ ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน

อำเภอเหวินชางนี้อยู่ทางเหนือของเกาะ ใกล้เมืองไหโข่วที่เป็นเมืองหลวง ยังมีเมืองสำคัญอีกแห่งอยู่ทางใต้สุดชื่อซานย่า ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศของประเทศจีน เหมือนปาล์มบีช ฟลอริด้า ของอเมริกา ทุกฤดู ทุกวันหยุด คนจีนจากแผ่นดินใหญ่จะหลั่งไหลไปที่นั่น 

โดยปกติชาวเกาะไหหลำเองก็กินไก่กันทุกวันอยู่แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจีนอีก เมื่อไปแล้วต้องกินไก่เหวินชางแน่ๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น ทั้งอำเภอเหวินชางต้องมีไก่จำนวนมหาศาล แถมเลี้ยงปล่อยเพ่นพ่านไปทั่ว ผมคิดแผลงๆ ว่าเวลาไก่ขันกระต๊ากพร้อมๆ กันคงระงมเอาเรื่อง แล้วอีกอย่างตอนจับไก่ที่เลี้ยงปล่อยก็ไม่ใช่ง่ายๆ จีนจับไก่ ไก่แตกกระเจิง คงสนุกพิลึก

ผมกินไก่เหวินชางซึ่งตัวไม่ใหญ่นัก ที่จริงอยากจะเรียกว่าไก่จานมากกว่า คือทั้งตัวจะวางพอดีจาน หนังไก่สีเหลืองหนานิ่ม เนื้อก็นุ่ม กินราบรื่น ไม่สะดุ้งสะเทือนเหงือก อร่อยสุดประมาณ แต่ข้าวมันนั้นเฉยๆ ยิ่งน้ำจิ้ม ถึงจะมีกระเทียม ขิง ผักชี มีความเปรี้ยว แต่ไม่ถึงใจ โดยรวมกินไก่เหวินชางดีครับ แต่ที่ไม่ชอบคือการกินไก่ที่ถูกสับมาทั้งกระดูกด้วยตะเกียบ เหมือนกินแฮมเบอร์เกอร์ด้วยช้อนส้อมนั่นแหละ

ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน

ไก่เหวินชางของเกาะไหหลำนี่ ชาวไหหลำจากเมืองไทยที่ไปเยี่ยมญาติจะซื้อไก่เหวินชางต้มแล้วห่อมัดอย่างดี เอาขึ้นเครื่องบินกลับมาเป็นของฝากให้ญาติพี่น้องในเมืองไทย กินไก่เหวินชางแล้วชื่นใจกันทั้งตระกูล

ผมแถมเรื่องเกาะไหหลำอีกหน่อย ด้วยความที่อากาศร้อนเหงื่อไหลไคลย้อยเหมือนเมืองไทย มะพร้าว มังคุด กล้วย อ้อย มะม่วง ปลูกเต็มพรึ่บ นี่เขากำลังเร่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมและทุเรียน อีกไม่นานชาวจีนคงไม่กินของเมืองไทยแล้ว ที่เด็ดยอดเยี่ยมอีกอย่างเป็นพริกไทย ไม่หนีพริกไทยจันทบุรีหรือพริกไทยเมืองกำปอต กัมพูชา

พริกไทย

มาถึงเรื่องไก่ตอนในเมืองไทย ชาวไหหลำอาจจะไม่ค่อยถูกใจไอ้โต้งของไทยเท่าไหร่นัก ก็หาวิธีให้ไอ้โต้งเนื้อนุ่มดั่งใจ มาถึงเรื่องการตอน ตอนทำไม ตอนอย่างไร ตอนเมื่อไหร่ ตอนแถวไหน

ตีนไก่

ต้องเอาแถวไหนก่อน ชาวไหหลำในกรุงเทพฯ นั้นจะอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ตั้งแต่แถบบางโพเรื่อยลงมาถึงสามเสน จะอยู่ใกล้แม่น้ำหน่อย กลุ่มที่อยู่แถบบางโพจะถนัดเรื่องไม้สัก มีโรงเลื่อย โรงต่อเรือเอี้ยมจุ๊นหรือเรือบรรทุกข้าวสาร และทำเครื่องใช้ด้วยไม้สัก เช่น ตู้ โต๊ะ เตียง

ทางสามเสนนั้นถือว่าเป็นชุมชนสำคัญของชาวไหหลำ มีอาชีพคละๆ กัน มีศาลเจ้าแม่ทับทิมของชาวไหหลำอยู่ตรงเชิงสะพานซังฮี้ ศาลเจ้านี้มีมาก่อนที่จะมีสะพานด้วยซ้ำไป เรื่อยมาตรงชุมชนหลังวัดประสาทบุญญาวาสริมแม่น้ำนั้น ชาวไหหลำอยู่กันหนาแน่นครับ เป็นห้องแถวไม้ปลูกเรียงรายริมซอยทั่วทั้งชุมชน

เป็นเรื่องปกติในตอนตรุษจีนที่ต้องไหว้หมู ปลา ไก่ ทุกอย่างต้องเป็นของดี ไก่ต้องใหญ่ อ้วน นิ่ม ขืนไหว้ด้วยไอ้โต้งแห้งๆ ก็ไม่ไหว คนไหหลำคิดค้นวิธีตอนไก่ ซึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น เอาเป็นว่าคนอายุ 60 กว่าเมื่อพอจำความได้ก็เห็นการตอนไก่แล้ว

ข้าวมันไก่ไหหลำ ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน

วิธีการตอนไก่นั้น บ้านที่เลี้ยงไก่จะไปซื้อไก่ตัวผู้รุ่นกระทงประมาณเดือนกว่าๆ แล้วเรียกช่างตอนไก่มา ช่างคนนี้เป็นมืออาชีพตระเวนไปทั่ว พกเครื่องมือเล็กๆ มีมีด คีมถ่าง และตะขอดึงอัณฑะไก่ วิธีจับไก่ไม่ให้ดิ้น ผ่า คีบ ตัดอัณฑะเสร็จสรรพใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที แล้วปิดปากแผลด้วยขนอ่อนๆ ของไก่นั่นเอง 

อย่างที่ผมบอกว่าชุมชนหลังวัดประสาทฯ นั้นแน่นหนา แต่ละบ้านที่เลี้ยงไก่จะมีพื้นที่หลังบ้านนิดเดียว แต่เลี้ยงไก่ได้เป็นร้อยตัว เขาทำกรงไม้แคบๆ พอให้ไก่ยืนเท่านั้น วางเรียงเป็นตับ แล้ววางซ้อนๆ กันหลายๆ ชั้น แต่ละชั้นมีแผ่นสังกะสีรองขี้ไก่ ผมว่านั่นเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกๆ ของเมืองไทย คอนโดฯ ที่ให้คนอยู่นั้นมาทีหลังหลายสิบปี

ไก่ขันทีจะกินรำกับข้าวเปลือกเท่านั้น แถมยืนกินอย่างเดียว ขยับตัวไปมาไม่ได้ นับเวลายืนกินได้ 4 เดือนก็ถึงตรุษจีนพอดี

คืนก่อนวันจ่ายจะเป็นคืนเลือดนองแผ่นดิน เชือดกันตรงหน้าบ้าน ตั้งเตา ลวกน้ำ ถอนขนไก่ หลังจากนั้นก็ต้มไก่ ฝีมือจะอยู่ตรงนี้ ไก่ที่ต้มเสร็จแล้วจะแขวนบนราว หนังไก่มันเยิ้มแวววาว ไก่ที่ต้มแล้วเป็นร้อยตัวนั้นขายหมดตั้งแต่เช้าวันจ่าย ซึ่งจะมีขาประจำมาสั่งไก่ตั้งแต่ยังไม่ตอนเลย สั่งบ้านนั้น 2 ตัว บ้านนี้ 3 ตัว  

นั่นเพราะรู้จำนวนที่แน่นอนก่อนแล้ว เผื่อเหลือเผื่อขาดไม่เกิน 10 ตัว แต่ก็มีบางบ้านมาเอาไก่เป็นๆ ไปจัดการเชือด ต้ม ทำข้าวมัน เป็นสูตรของบ้านเขา ยุคการเลี้ยงการตอนด้วยการผ่าดึงอัณฑะไก่ แล้วให้ไก่อยู่คอนโดฯ นั้นหมดไปนานแล้ว

การตอนไก่ยุคต่อมาใช้วิธีเจาะเข็มตรงต้นคอไก่เพื่อฝังเม็ดยาฮอร์โมนอย่างหนึ่ง ไก่สมัยนั้นเลี้ยงจำนวนมากในเล้ากว้างๆ แหล่งเลี้ยงกระจายไปทั่ว ไม่ใช่แค่หลังวัดประสาทฯ อีกแล้ว ร้านขายข้าวมันไก่ตอนก็กว้างขวางโด่งดัง ตอนนี้มีไก่ตอนให้ขายตลอดทั้งปี ใครอยากไก่ตอนก็ไปที่ซอยมังกร เยาวราช สมัยก่อนมีโรงหนังคาเธ่ย์ จึงมักเรียกชื่อว่าซอยคาเธ่ย์  

ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน
ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน

แต่ไก่ตอนแบบฝังฮอร์โมนนั้นมีปัญหาครับ เพราะมีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อคนกิน ตามหลักการเมื่อฝังแล้วต้องเลี้ยงไก่ให้เกินเดือนครึ่งจึงจะขายได้ แต่คนเลี้ยงนั้นรีบตอน รีบขาย แถมฝัง 2 เม็ดอีกต่างหาก อันตรายมาก กรมปศุสัตว์สั่งห้ามเด็ดขาด ผิดกฎหมาย มีคนบอกว่าผู้ชายที่ชอบกินข้าวมันไก่ตอนสมัยนั้นนมจะใหญ่อึ๋มขึ้น ผมสงสัยว่าใครที่ชอบกินข้าวมันไก่ตอนนั้นจะรู้ตัวหรือเปล่าไม่รู้ว่านมใหญ่ไฉไลขึ้นเพราะอะไร 

มาสมัยนี้ผู้เลี้ยงไก่ก็หาวิธีทำให้ไก่อ้วนพีเหมือนไก่ตอน โดยเฉพาะฟาร์มใหญ่ๆ ใช้อาหารผสมที่คิดขึ้นโดยเฉพาะ เลี้ยงเยอะ ขนาดใหญ่ไล่เลี่ย อ้วนพีเท่าๆ กัน และยังเรียกว่าไก่ตอนเหมือนเดิม 

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของไก่ตอนยุคต้น ไก่ตอนยุคกลาง มาถึงไก่ตอนปัจจุบัน เข้าเรื่องกินข้าวมันไก่ตอนบ้าง ผมชอบกินข้าวมันไก่ตอนไหหลำ เพราะตอนนั้นก็มีแต่คนไหหลำทำขาย ยังไม่มีข้าวมันไก่บางกอกเลี่ยน หรือข้าวมันไก่ร้อยเอ็ด หรือข้าวมันไก่ขอนแก่น

การกินข้าวมันไก่ตอนไหหลำสมัยก่อนนั้นจะกินตอนเช้า ไม่กินเวลาอื่นๆ ไม่มีข้าวมันไก่สตรีทฟู้ด ไม่มีมิดไนท์ไก่ตอน นั่นก็เพราะชาวไหหลำจะทำรอบเดียวไม่ทำรอบอื่น จะตื่นมาต้มไก่ ทำข้าวมัน ตั้งแต่ตี 3 พอเช้ามืดไก่ตอนก็แขวนเต็มตู้แล้ว ข้าวมันก็ยังร้อนๆ กินตอนเช้านี่มันได้อรรถรสจริงๆ 

แล้วอีกอย่าง สมัยก่อนร้านข้าวมันไก่ตอนมักมีเนื้ออบไหหลำด้วย ที่จริงไม่ได้อบอะไร เป็นการเคี่ยวเนื้อกับเครื่องเทศหลายอย่าง เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย แห้งสนิท กินกับข้าวมันก็เข้ากันดีเหมือนกัน

ฝีมือคนไหหลำในการต้มไก่ตอนกับทำข้าวมันนั้นใกล้เคียงกัน ส่วนน้ำจิ้มที่มีเต้าเจี้ยว ขิง กระเทียม พริกขี้หนู ก็เหมือนกัน เรื่องน้ำจิ้มนี่ชาวเกาะไหหลำที่มาเยี่ยมญาติในเมืองไทย กินไก่ในเมืองไทยจะเฉยๆ แต่น้ำจิ้มนั้นเขาจะยกหัวแม่มือ 2 ข้างว่าสุดยอด

สำหรับน้ำจิ้มบางร้านนั้น ถึงจะมีน้ำจิ้มมาให้เบ็ดเสร็จแล้ว ยังมีโถกระเทียม ขิง พริก ต่างหาก ใครชอบรสไหนก็จัดการเอาตามชอบ 

ข้าวมันไก่ไหหลำ ข้าวมันไก่ตอน อาหารประจำชาติพันธุ์ชาวเกาะไหหลำ ของติดตัวครั้งอพยพที่ถูกใจคนไทยมานาน

  ผมเคยกินอยู่หลายร้าน บางร้านจะยังอยู่หรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้ไปสำรวจ เดี๋ยวนี้ไปไหนลำบาก ที่ยังอยากกินอยู่ก็มีที่ไท้เฮง ซอยวัดกันมาตุยาราม เยาวราช นั่นไปมาลำบากหน่อย เลยห่างเหินไป 

ร้านที่ไปง่าย มีที่จอดรถหน้าร้าน มีทางลาดเข้าร้าน ก็ที่ร้านศิรินทร์ เยื้องตึกไทยในศูนย์การค้าคลองเตย นึกอยากกินข้าวมันไก่ทีไรก็ไปที่นั่น

เหตุผลอีกอย่างที่ชอบกินแต่ร้านเดิมๆ เพราะไว้ใจ ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ก็เคยเหมือนกันที่มองหน้าตาร้านว่าเข้าท่าดี มีไก่ตอนแขวนในตู้เต็มราว ก้าวเข้าไปเลย พอกินจริงๆ กลับไม่ได้เรื่อง ขาออกจากร้านเห็นไก่แห้งๆ บนเขียงอยู่ครึ่งซีก ไก่ที่แขวนในตู้นั้นดันทะลึ่งเป็นไก่ตอนปลอมด้วยเรซิ่นทั้งหมด     

มาถึงเรื่องสุดท้าย ผมว่าทำกินเองเถอะครับ วันเสาร์-อาทิตย์ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีเวลาก็ทำข้าวมันไก่ตอน ไก่ตอนลวกถอนขนเรียบร้อยที่ตลาดคลองเตยมีเยอะแยะ การทำก็ไม่ยาก อากู๋บอกละเอียด ขาดแค่ออกจากคอมพิวเตอร์มาลงมือทำเท่านั้น ทำครั้งแรกไม่อร่อยถูกใจ ทำอีกเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ดีเอง เหมือนกับคนไม่เคยเขียนรูป จับพู่กันละเลงสีบนผ้าใบครั้งแรกแล้วลงตัว เอาไปแขวนในแกลเลอรี่ได้นั้น ไม่มีในโลกครับ

ทำข้าวมันไก่ตอนกินเองทั้งครอบครัว ช่วยกัน กินพร้อมกัน คุยกันไป เสร็จแล้วช่วยกันล้างเก็บ ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วครับ

Writer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

ยุคไหนๆ จะกินอะไรต้องไปที่ไชน่าทาวน์ ​ถ้าบอกว่าไชน่าทาวน์ ก็เป็นอันที่รู้กันว่าเป็นแถบเจริญกรุง เยาวราช ราชวงศ์ ย่านที่อยู่ของคนจีนมาตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์โน่นเลย แล้วระบุชัดๆ ได้เลยว่าเป็นชุมชนที่หนาแน่นแรกๆ ของกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ ส่วนคนไทยพื้นเมืองนั้นอยู่กระจัดกระจาย นับหัวได้ เป็นชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา สุขุมวิทยังเป็นทุ่งนาที่เรียกว่าทุ่งบางกะปิ หัวลำโพงยังเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว ควาย

ไชน่าทาวน์นั้นถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกด้วย มีท่าเรือ โกดังข้าว โกดังแป้งสารพัด หอม กระเทียม ถั่ว งา ใบยาสูบ ร้านขายทอง เครื่องดนตรีจีน ตะเกียงน้ำมัน ตะเกียงเจ้าพายุ เครื่องถ้วย จานชามจีน ทุกอย่างอยู่ที่นี่ทั้งนั้น ใครๆ อยากได้อะไรก็ต้องเดินทางมาที่นี่

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

แต่ที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใดเป็นของกินครับ เป็นเมืองของกินตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่ยุคสมัยการกิน วิธีกิน ก็ไม่เหมือนกันเท่านั้น สำหรับเรื่องกินนั้นคงมีคนเขียน คนเล่า มาเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้ผมจะเอาเรื่องที่เกี่ยวพันกับตัวเองมาเล่า

เอาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด โดยอ้างอิงจากหนังสือ เรื่อง 80 ปีของข้าพเจ้า ของ ขุนวิจิตรมาตรา หรือ สง่า กาญจนาคพันธุ์ (ซึ่งถ้านับอายุท่านมาถึงตอนนี้ก็ 110 กว่าปีแล้ว) ท่านขุนเล่าว่า ของกินในกรุงเทพฯ ที่ถูกๆ อยู่ริมถนนนั้นเป็นพวกเครื่องในวัวต้ม เครื่องในหมูต้ม กินกับข้าว แล้วก็มีข้าวเฉโปที่เป็นเครื่องในเป็ด เครื่องในหมูต้มพะโล้ ไก่ต้ม สับๆ ปนมา มีน้ำพะโล้เขละๆ ราดข้าว ทั้งหมดจะขายอยู่หน้าโรงยาฝิ่น ลูกค้าคือพวกกุลีแบกหาม เจ๊กลากรถ และเจ๊กรับจ้างหาบน้ำส่งตามบ้าน คนกลุ่มนี้ยากจนสุดแสนเข็ญ ไม่มีบ้านเรือนอาศัย อาศัยหลับนอนในโรงยาฝิ่น ส่วนจะกินก่อนสูบฝิ่น หรือสูบฝิ่นแล้วถึงกิน อันนี้ไม่รู้ นั่นเป็นการเปิดฉากของการกิน การอยู่ ของไชน่าทาวน์

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

ท่านขุนยังเล่าอีกว่า พวกเถ้าแก่กงสี เจ้าสัว ข้าราชการ เสนาบดีไฮโซ จะกินที่ภัตตาคารจีนหรูๆ ซึ่งมีอยู่แถวถนนราชวงศ์หลายร้าน จะมีดนตรี Big band บรรเลง มีเวทีเต้นรำ ทำนองเต้นไปกินไป ที่ดังที่สุดชื่อ ‘ภัตตาคารบันไดทอง’ ท่านขุนไม่ได้บอกว่าทำไมถึงชื่อนี้ ซึ่งผมเดาเอาเองว่า ตรงบันไดคงมีราวบันไดทองเหลืองขัดเงาถึงมีชื่อว่า ภัตตาคารบันไดทอง

ทีนี้มาถึงยุคผมเกิดแล้วบ้าง บ้านผมอยู่หน้าวังสระปทุมหรือสยามสแควร์ทุกวันนี้ ผมคงต้องบอกถึงวิถีสังคมในสมัยก่อน เกือบทั้งหมดไม่กินข้าวนอกบ้าน ทำกินเองทั้งนั้น แม่ ย่า ยาย อยู่กับบ้าน มีเวลาให้ทำกินเหลือเฟือ สิ่งสำคัญคือ เป็นยุคประหยัดหรือต้องขี้เหนียวกันสุดฤทธิ์สุดเดช ขนาดกากหมูที่นำมาเจียวเอาน้ำมันหมูก็ไม่ทิ้ง ยังเอากากหมูโรยบนข้าว เหยาะน้ำปลา แต่เห็นอย่างนั้น ถ้ากากหมูร้อนๆ ข้าวร้อนๆ น้ำปลาดี ก็อร่อยเปี่ยมโภชนาหารเลยล่ะ หรือจะหรูหราขึ้นหน่อยก็เอากากหมูมาผัดเครื่องแกงใส่ถั่วฝักยาวเป็นผัดพริกขิงที่ไม่มีขิง

เด็กๆ ไปโรงเรียนก็เอาข้าวกับไข่ต้มบ้าง ไข่ดาวบ้าง ใส่ปิ่นโตหรือกล่องข้าวอะลูมิเนียมไปกิน เรียกว่ากินข้าวจากบ้านอย่างเดียว จะได้เงินไปบ้างก็สำหรับซื้อขนมกินเท่านั้น

สมัยเด็กๆ นั้นมีความใฝ่ฝันอยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็นที่สุดครับ ก๋วยเตี๋ยวสมัยก่อนหาบขายทั้งนั้น ไม่มีหรอกเรื่องตั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้น ถ้าใครบอกว่าตั้งร้านก๋วยเตี๋ยวตรงนั้นตรงนี้ขายมา 80 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นเตี่ย รุ่นก๋ง โม้ปั้นตัวเลขทั้งนั้น ผมเคยหงุดหงิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวปลาทันสมัยโอ่โถงที่สามย่านร้านหนึ่ง ซึ่งบอกว่าขายมา 80 ปีตั้งแต่รุ่นก๋ง เขาคงเอาอายุก๋งเป็นตัวตั้ง ก๋งอายุ 1 ขวบก็ขายก๋วยเตี๋ยวปลาแล้ว แล้วอีกอย่างก๋วยเตี๋ยวปลานี่มาทีหลัง ตามหลังสุดกู่ของก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวหมู บะหมี่หมูแดง ก๋วยเตี๋ยวแคะ เป็นไหนๆ

ย้อนกลับมาที่ก๋วยเตี๋ยวที่หาบขาย มีบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงซึ่งสุดยอด ก๋วยเตี๋ยวแคะก็แสนวิเศษ หาบก๋วยเตี๋ยวจะออกมาขายตอนเย็นๆ ค่ำๆ เตี่ยหาบ อาตี๋ลูกชายเป็นผู้ช่วย อาตี๋จะเดินล่วงหน้า เอาก้านไม้ไผ่ตีเคาะกับท่อนไม้ไผ่ดังป๊อกๆ เป็นสัญญานว่าก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว เสียงเคาะไม้ไผ่นี่เร้าใจ ยั่วน้ำลาย และเป็นเสียงที่เขย่าเงินในกระเป๋าพ่อ มีปิ่นโตหรือหม้ออวยก็เอาไปใส่มากิน นั่นเป็นของกินตอนเย็นๆ

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

ยังมีที่ขายตอนกลางวันบ้าง เป็นพวกเต้าส่วนราดกะทิ ข้าวเหนียวแดงต้มน้ำตาลราดน้ำกะทิ ถั่วแดงต้มน้ำตาล ลูกเดือยต้มน้ำตาล ตังเมหลอด ที่คนจีนหาบขาย คนไทยก็กระเดียดกระจาดขายก็มี พวกข้าวต้มมัด ขนมตาล ขนมกล้วย ร้องขายเสียงเจื้อยแจ้ว คนไทยยังหาบขนมปลากริมไข่เต่า จะขายในหม้อดินเผา ห่อหม้อกันกระแทกด้วยใบตองแห้งหลายชั้น เวลากินต้องมีถั่วทองคั่วโรย อร่อยจริง นั่นเป็นของกินที่มาถึงบ้าน มาถึงปาก โดยไม่ต้องหากิน

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

เมื่อผมโตขึ้นมาหน่อยพ่อจะพานั่งรถรางบ้าง รถเมล์ขาวบ้าง ไปกินข้าวแกงกะหรี่แบบจีนที่มีทั้งแกงกะหรี่เอ็นเนื้อ แกงกะหรี่หมู แกงปลาช่อนกับฟักที่เป็นแกงแบบเดียวกันกับสมัยนี้ ที่ร้านเจ๊กปุ้ยซอยมังกร เจริญกรุง โดยต้องนั่งกินริมกำแพง ซึ่งร้านนี้ดังระเบิดในทุกวันนี้

แต่ที่พ่อผมพาไปกินนั้นอยู่ที่ห้องแถวไม้ชั้นเดียวริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้สะพานหัวลำโพง ที่เดี๋ยวนี้เป็นบริษัทขายรถยุโรปยี่ห้อหนึ่ง คนขายเป็นอาแปะแก่มาก นุ่งกางเกงปั่งลิ้มผ้าแพรสีดำ ใส่เสื้อกุยเฮงขาว เคี้ยวหมากปากแดงแจ๊ด พูดจ๊ะจ๋าภาษาไทยชัดเป๊ะ นั่นเป็นแกงไทยสัญชาติจีนที่ผมว่าเป็นร้านแรกในเมืองไทย ใครอย่าเถียงนะ ผมแช่ง

พ่อผมยังพาไปกินข้าวหมูแดงอร่อยอีก ชื่อร้านนายฮุย ขายอยู่ข้างโรงหนังนครสนุก ถนนเจริญกรุง ผมว่านี่เป็นพงศาวดารฉบับข้าวหมูแดงเลย มีหมูกรอบ หมูแดง กุนเชียง และตับต้มหั่นด้วย สำหรับน้ำราดข้าวหมูแดงนั้นจะใส่ในขวดเหล้า Hennessy แล้วใช้เทราดบนข้าว ขวดน้ำข้าวหมูแดงนั้นวางเรียงเป็นตับ ผมยังไม่เข้าใจมาจนทุกวันนี้ว่า ทำไมต้องเอาน้ำราดข้าวหมูแดงจากหม้ออวยกรอกใส่ขวด ทำไมไม่ตักจากหม้ออวยราดบนข้าวเสียเลยก็สิ้นเรื่อง

พวงเครื่องปรุงข้าวหมูแดงนั้นต้องมีต้นหอมปักอยู่ในถ้วยพริกน้ำส้มด้วย เดี๋ยวนี้หาร้านที่ทำอย่างนี้ไม่มีแล้ว พอโรงหนังนครสนุกเลิกกิจการ ข้าวหมูแดงก็แตกทัพออกไปเปิดใหม่อยู่ที่ตรงวังบูรพา ยังใช้ชื่อร้านนายฮุยจนทุกวันนี้ เป็นสายตรงที่สืบเชื้อสายนายฮุย แต่มีอีกร้านที่ไปเปิดตรงใกล้สี่แยกวรจักร นั่นเคยเป็นลูกจ้างร้านนายฮุย
ยังมีอีกที่พ่อผมพาไปกิน เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อตลาดปีระกา เวิ้งนาครเกษม นี่ผมว่าเป็นบรรพบุรุษของก๋วยเตี๋ยวเนื้อ พ่อบอกว่า มาจากหาบเครื่องในวัวต้มหน้าโรงยาฝิ่น พอใส่เส้นก็เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ พวกเนื้อเปื่อย เอ็นเนื้อ ตับ ปอด ม้าม ผ้าขี้ริ้ว ขอบกระด้ง จะเคี่ยวจนเปื่อยแล้วเอามาวางไว้ ใครชอบอะไรบ้างจะสับๆ ใส่ชาม ใส่น้ำซุป ใครไปก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ไม่หลงครับ เดินตามกลิ่นที่ล่องลอยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอ และสมัยนี้จะหาร้านแบบนี้ยากแล้ว

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

เมื่อไม่นานมานี่เพื่อนผมชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อแบบเดียวกันนี้ที่ถนนแปลงนาม เหมือนกันเป๊ะ แต่เดี๋ยวนี้ตรงนั้นเป็นสถานีรถไฟใต้ดิน เลยไม่รู้ว่ายังอยู่หรือย้ายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ยังมีอีกที่ จะกินบะหมี่ต้องไปที่ถนนราชวงศ์ คนกินมีอยู่ 2 พวก คนจนกินในร้าน คนรวยกินนอกร้าน วิธีกินของคนรวยคือ นั่งรถเก๋งไป สมัยก่อนมียี่ห้อ Austin กับ Morris ของอังกฤษเท่านั้น Toyota Nissan ยังไม่เกิด รถจอดหน้าร้านแล้วจะมีลูกจ้างของร้านเอาถาดอะลูมิเนียมมีขาเกี่ยวเข้ากับขอบหน้าต่างรถ มีเสาค้ำกับตัวถังรถเรียบร้อย เป็นการกินที่ไม่ได้สะดวกสบายอะไร ก็นั่งตะแคงกินจะไปได้เรื่องได้อย่างไร ทำดัดจริตไปอย่างนั้นเอง แค่แสดงว่ารวยเท่านั้นเอง

ร้านนี้ต้องกินบะหมี่ มีทั้งน้ำกับแห้ง แต่อย่างแห้งอร่อยที่สุด ใส่ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เกี๊ยวปลา ใส่ตั้งฉ่าย กระเทียมเจียว นอกจากบะหมี่แล้วยังมีหอยทอด ที่ตั้งเตาทอดอีกด้านของร้าน เตาทอดนี่เทคนิคล้ำเหลือ ก่อเตาเป็นปูนซีเมนต์รูปร่างเหมือนโอ่ง กระทะพอดีกับปากโอ่ง วิธีเร่งไฟหรือหรี่ไฟคือใช้ก้อนอิฐหนุนขอบกระทะให้อากาศเข้า หอยทอดนั้นใช้คำว่าอร่อยยังน้อยไป และกินเสร็จต้องตบท้ายด้วยไอศครีมทุเรียน    

ที่เล่ามานี้เป็นสมัยที่พ่อพาไปกิน ยังมีของกินอีกอย่างเป็นสมัยผมโตเป็นหนุ่มแล้ว เป็นบะหมี่ทอดกรอบราดหน้าหน่อไม้ หรือที่เรียกว่า ‘โกยซีหมี่’ ต้องร้านเซ่งกี่ ถนนเยาวราช ใกล้สี่แยกเฉลิมบุรี ที่เดี๋ยวนี้เป็นร้านขายหูฉลาม ผมรู้จักร้านนี้เพราะหลานของ ขุนนนทภาษี พาไปกิน ท่านขุนมีบ้านอยู่ที่สะพานเหลือง ทุกกลางวันต้องนั่งรถรางไปกินที่ร้านนี้ และมักจะพาหลานๆ ไปกินด้วย แล้วหลานนั่นเองก็มาพาผมไปกิน อร่อยจริงๆ ครับ

สำหรับโกยซีหมี่นั้น สมัยก่อนใส่หน่อไม้แล้วต้องใส่กุ้ยช่ายขาวด้วย และร้านนี้ยังมีข้าวเหนียวหน้าหมูแดง หมูกรอบ ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เห็นว่าคนจีนกินข้าวเหนียวด้วย

ต่อมาเป็นยุคที่ผมเริ่มทำงานแล้ว เริ่มโบยบินหาของกินเอง มีโอกาสต้องกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อน้ำใส ต้องที่ร้านในซอยอิสรานุภาพ เยาวราช สมัยก่อนเรียกว่า ‘ซอยตลาดเก่า’ พวกอาเฮีย เจ๊ อาเจ็ก อากู๋ อาเตี๋ย ไปนั่งกินกัน น้ำใสๆ นั้นเลิศมาก ที่เด็ดขาดคือพริกน้ำส้ม เขาจะไม่ใส่ขวดวางให้ตักเอง แต่จะให้มาในถ้วยเล็กๆ คนกินส่วนใหญ่เทพรวดใส่ชามหมดถ้วย พริกน้ำส้มนี่อร่อยเหลือเชื่อจริงๆ

ตอนหลังร้านที่ว่านี้เปลี่ยนเป็นร้านขายของเล่น พวกตี๋ๆ หนุ่มกระทงลูกจ้างของร้านแตกกระเจิงไปตั้งแผงลอยของตัวเอง ก็ตรงใกล้ๆ ร้านเดิมนั่นเอง มีตั้ง 3 ร้าน ฝีมือพิมพ์เดียวกันหมด ใครรู้จักคุ้นเคยกับอาตี๋คนไหนก็ไปกินร้านนั้น

ผมชอบอยู่ร้านหนึ่งที่กินประจำ กินตั้งแต่คนขายเป็นหนุ่มน้อย จนเป็นอาแปะ เมื่อก่อนผมยังเดินคล่องแคล่ว มีโอกาสเมื่อไหร่ก็ไปกิน ความที่อาแปะยึดมั่นในอุดมการณ์ รูปแบบของก๋วยเตี๋ยวคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลง ถือว่าซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ผมจึงตั้งให้อาแปะเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาลูกชิ้นเนื้อน้ำใส เดี๋ยวนี้อาแปะไปสวรรค์แล้ว ปล่อยให้อาม้ากับลูกจ้างมาขายแทน ลูกชิ้นก็เปลี่ยนเป็นหมู เพราะคนส่วนใหญ่ไม่กินเนื้อ นี่ก็ไม่รู้ว่ายังอยู่อีกหรือไม่ เพราะอาม้าเองก็แก่มากแล้ว

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

ตอนทำงานนั้นผมรู้จักคุ้นเคยกับช่างภาพมืออาชีพคนหนึ่ง ผมเรียกเเกว่า ‘น้า’ น้าชอบพาผมไปกินที่ต่างๆ มีร้านข้าวต้มใหญ่ๆ โล่งๆ แบบข้าวต้มโต้รุ่งอยู่ที่ถนนเสือป่า น้าบอกว่า ที่นี่เหมือนเป็นสโมสรของนักหนังสือพิมพ์รุ่นเดอะ ที่ชอบมากินข้าว กินเหล้า ประจำ พอเมาได้ที่ก็ร้องเพลง นกน้อยในไร่ส้ม ประสานเสียง เอาตะเกียบเคาะจานชามเป็นจังหวะ เพลงนี้เป็นเพลงสัญลักษณ์ของนักหนังสือพิมพ์ในสมัยก่อนครับ ซึ่งร้านนี้หายสาบสูญไปนานแล้ว
อีกที่หนึ่ง สัก 2 ทุ่มที่เพิ่งเลิกงาน น้าก็พาไปกินข้าวแกงไทยสัญชาติจีนที่มีแกงกะหรี่เอ็นเนื้อ แกงกะหรี่หมู แกงเขียวหวานหมู แกงปลาช่อนกับฟัก อย่างเดียวกับที่พ่อผมพาไปกินที่หัวลำโพงนั่นแหละ แต่ร้านนี้อยู่หน้าโรงงิ้วเก่า ผมไม่แน่ใจว่าชื่อโรงงิ้วเทียนกัวเทียนหรือไม่ ร้านนี้ตั้งเป็นหาบเตี้ยๆ คนกินนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ หน้าหาบ ชื่อร้านนายยาว เพราะตัวคนขายสูงมาก กินแกงแบบนี้ต้องใส่กุนเชียงด้วย จะเอาแบบหั่นมาให้หรือจะเอาทั้งดุ้นก็ได้ กุนเชียงเขาต้องทอดจนดำปี๋ ก็อร่อยตรงนี้แหละ

พอตี 1 ร้านนี้เลิกก็มีอีกร้านหนึ่งมาขายแทน แต่ตั้งอีกมุมหนึ่งของหน้าโรงงิ้ว เป็นกวยจั๊บน้ำใสที่น้ำซุปเผ็ดพริกไทยแบบเดียวกับที่เดี๋ยวนี้ใครๆ ชอบไปกินที่ร้านนายอ้วน เยาวราช ตรงหน้าโรงหนังเก่านั่นแหละ ร้านที่ผมกินก็เป็นหาบเตี้ยๆ เหมือนกัน อร่อยมาก แต่ต้องลุ้นไม่ให้ขี้บุหรี่อยู่ในชาม เพราะคนขายนั้นจะคาบบุหรี่ตลอดเวลา ขี้เถ้าของก้นบุหรี่ยาวเฟื้อยก็ไม่เขี่ยทิ้ง คาบไว้อย่างนั้น ก็ตอนเขาสับหมูกรอบ หั่นกระเพาะหมู ตับหมู หมูต้ม ก็กลัวขี้เถ้าบุหรี่จะหล่นมาในชาม อร่อยมากครับ ขายถึงตี 5 คนที่มากินก่อนตี 5 นั้นส่วนใหญเป็นพวกทำงานเช้ามืด กินเสร็จก็ไปทำงาน

ที่เล่ามานี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกเยอะครับ เช่น ร้านข้าวต้มกุ๊ยหรือข้าวต้มพุ้ย ร้านเครื่องในวัวต้มหน้าตลาด ตือฮวนหรือเครื่องในหมูต้มกินกับผักกาดดอง ทั้งหมดนั้นก็มีในไชน่าทาวน์ ดินแดนแห่งของกินทั้งนั้นครับ

ไชน่าทาวน์, เยาวราช, street food, เยาวราช ของกิน

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load