วันนี้เขามาเอาลูกๆ ของกุนดาไป

นางเดินงุ่นง่าน ร้องเรียก รอฟัง

แต่เสียงกรีดร้องของลูกๆ มีแต่จะดังห่าง จางหาย

นางเดินเข้ามาส่งสายตาวิงวอน

ได้โปรด… ใครก็ได้ช่วยที

พวกเขาจะเอาลูกๆ ฉันไปฆ่า

“ข้าวผัดใส่อะไร” เธอถาม

“ผัก” เขาตอบ “ผมไม่กินเนื้อสัตว์”

เธอนิ่ง ด้วยไม่เคยนั่งลงกินข้าวกับผู้ชายคนไหนที่ไม่กินเนื้อ

“เหมือนกัน” เธอมองหน้าเขา คิดในใจว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันคงดี

ตี 4 ครึ่ง

วิกเตอร์กับพรรคพวกของเขามานั่งเฝ้ากุนดาตื่น

2 เดือนเต็ม

คนว่าเขาบ้า

แต่วิกเตอร์รอมา 20 ปี

สุดท้ายเขากำลังทำสิ่งที่เคยได้แต่ฝัน

“เธอกำลังพูดกับเรา” เขาบอก

3 ขวบ

ตอนนั้นใบไม้อายุ 3 ขวบ ส่วนพี่ชายของเขา… แม่น้ำ… อายุ 7 ขวบ

ครอบครัวบ๊อทท่อมประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก 4 กำลังหนีจากลัทธิประหลาดในเวเนซูเอลา

พวกเขาอยู่บนเรือขนส่งสินค้า

ชาวประมงบนเรือลากอวนขึ้นมา แล้วจับปลาเขวี้ยงเข้ากับผนัง

แรงกระแทกและตะปูแหลมที่ตอกไว้บนแผ่นไม้ ทิ่มแทงปลิดชีวิตปลาจนตายไปทีละตัว

พวกเขาตะลึงกับภาพตรงหน้า

และสาบานว่าจะไม่คร่าชีวิตอื่นมาเป็นอาหาร

ตลอดชั่วชีวิตของตน

ตี 4 ครึ่ง

เธอสะดุ้งตื่น

รอบตัวมืดมิด เธอนึกขึ้นได้ว่านอนอยู่ในมุ้งข้างคันนา

ผนังดินและหลังคาจากคุ้มกันเธอจากเม็ดฝน

แต่ไม่ใช่เสียง

มันดังมาจากอีกที่หนึ่ง ห่างไปราวสี่ห้าหลังคาเรือน

เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

กรีดร้องระงม ฟังไม่เป็นภาษา

ดังประสานกันอยู่อย่างนั้นจนฟ้าสาง

นึกแล้วมือเธอยังเย็นไม่หาย

แม้จะผ่านมาแล้วเป็นสิบปี

วิกเตอร์จำได้

เขา ในวัย 4 ขวบ อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ไม่ไกลจากกรุงมอสโก

รัสเซียในฤดูหนาวช่างเยียบเย็นเข้ากระดูก

มันหนาวเสียจนพวกเขาต้องเอาลูกหมูอายุเดือนกว่าเข้ามาเลี้ยงในบ้าน

วิกเตอร์กับลูกหมูตัวนั้นกลายเป็นเพื่อนรักกัน

จนกระทั่งคริสต์มาส

วิกเตอร์นั่งมองญาติโยมของเขา

กัดกินเพื่อนตัวน้อยที่บัดนี้กลับกลายมาอยู่บนโต๊ะอาหาร

หัวใจของเขาสลาย

เขาไม่เคยปล่อยให้เนื้อหนังของสัตว์ตัวไหน

ผ่านเข้าไปในปากตัวเองอีกเลย

ครอบครัวบ๊อทท่อมเปลี่ยนนามสกุลเป็นฟีนิกซ์

แม่น้ำตายจากการเสพยาเกินขนาดตอนอายุ 23 

ใบไม้กลับมาใช้ชื่อจริงของตัวเอง… ฮวาคีน

จากดาราเด็ก เขาเติบโตกลายเป็นดารารุ่นใหญ่ฝีมือฉกาจ

สุดท้ายเขาก็ได้รางวัลออสการ์

มือถือตุ๊กตาสีทองตัวนั้น

เขาบอกว่าขึ้นมายืนบนเวทีได้ด้วยความรัก

รักในภาพยนตร์ และรักชีวิตอื่น

แทนที่จะขอบคุณแบบดาดๆ แทบไม่ต้องคาดเดา

เขาใช้เสียงที่มีคนฟัง

พูดแทนสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้

ได้โปรด… อย่าคิดว่ามนุษย์คือศูนย์กลางของจักรวาล

ผสมเทียมวัว พรากแม่ลูก แล้วขโมยนมนั้นมาใส่ในกาแฟ

หรือใช้ความรักความเมตตา สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อเพื่อนร่วมโลกและสิ่งแวดล้อม

ทีมงานของวิกเตอร์ได้ยินสุนทรพจน์นั้น

พวกเขาเอาหนังของวิกเตอร์ให้ฮวาคีนดู

หนังขาวดำ ไม่มีบทพูด ไม่มีเสียงดนตรี

มีเพียงหมู วัว ไก่ และสายตาบอกเล่า

ฮวาคีนตกลงเป็นผู้อำนวยการสร้างอย่างไม่ลังเล

…ในที่สุดก็มีคนทำหนังเรื่องนี้… เขาบอก

ในวันที่มีสัตว์ถูกฆ่าปีละหลายพันล้านตัว

ในวันที่คนกินเอามือปิดตา บอกว่ามือนั้นไม่ได้ลงมือสังหาร

ไม่ผิดบาป ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร

เรามีพ่อแม่ เรารักพ่อแม่

เรามีลูก เรารักลูก

เรามีชีวิต เรารักชีวิต

ถ้า ณ วินาทีนี้

มีคนเดินเข้ามา

เอามีดปาดคอพ่อแม่คุณ จับหัวลูกคุณฟาดกับผนัง สับคอคุณให้ขาด

แล้วเอาไปให้คนอื่นกินเป็นอาหาร

คุณจะมองหน้าคนที่กำลังอ้าปากฉีกทึ้งเนื้อหนังคุณด้วยความเอร็ดอร่อยได้อยู่ไหม

เพราะปากเดียวกันนั้นจะบอกคุณว่า เขาไม่ได้ฆ่าคุณ เขาแค่กิน เขาผิดตรงไหน

เขาไม่ได้บอกให้คนทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ได้บอกให้ทำปศุสัตว์อย่างไร้จริยธรรม

เขาแค่แย่งกันไปตักเนื้อให้พูนจานเอามาปิ้งย่างบนกระทะ

อา… แค่นึกยังน้ำลายไหล

ก่อนเดินจากไป

กุนดาจ้องตาเราอย่างหมดหวัง

พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันอยู่

กุนดาไม่ได้พูด เสียงนั้นดังขึ้นในหัวเราเอง

ดังจนเราอยากเขียนเรื่องรักเรื่องนี้

ภาพยนตร์เรื่อง Gunda โดยผู้กำกับชาวรัสเซีย วิกเตอร์ คอซซาคอฟสกี (Victor Kossakovsky) ดูได้ทาง neonrated.com/films/gunda (11.99 เหรียญ)

Gunda Official Trailer

สัมภาษณ์วิกเตอร์ คอซซาคอฟสกี

Joaquin’s Oscar speech

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

มีเบเกอรี่แห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางป่า ของกินในร้านมีทั้งเค้ก คุกกี้ และขนมปังนานาชนิด พนักงานของร้านแห่งนี้ช่างยิ้มแย้ม ขยันขันแข็ง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หรืออันที่จริงต้องเรียกว่า คนละอุ้งเท้า มากกว่า

ก็นี่มันร้านของหมา หมี แมว และคุณกระต่ายยังไงล่ะ!

อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย
อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย

ถึงแม้คุณจะไปเยี่ยมไม่ได้ แต่ร้านนี้ติดตามคุณไปได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะในรูปแบบงานพิมพ์สำหรับใส่กรอบเอาไปแขวนผนัง หรือสติกเกอร์ติดคอมพิวเตอร์ติดขวดน้ำ ไหนจะพวงกุญแจ หรือแม้แต่กระดาษโน้ตช่วยจำก็มีนะเอ้า

อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

นี่คือผลงานน่ารัก ๆ ของนักวาดภาพประกอบชาวญี่ปุ่นชื่อ โทโมโกะ อัลฟอนโซ (Tomoko Alfonso) ที่อุ้มไปเจอเข้าในร้านขนมปัง (จริงๆ ) แถว ๆ พอร์ตแลนด์ค่ะ ตอนเห็นนี่ถึงกับร้อง อ๊าาาาา ออกมา เพราะว่ามันน่ารักไปหมด ยิ่งพอได้รู้ว่าเป็นคนแถวนี้นี่เอง ยิ่งทำให้อยากรู้จักคนวาดเข้าไปใหญ่ ก็มันน่ารักออกอย่างนี้ อะ ให้ดูอีก ก่อนจะไปทำความรู้จักโทโมโกะกัน

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

โทโมโกะเป็นเด็กชานเมืองโตเกียว โตขึ้นมาท่ามกลางต้นไม้และป่าเขา สัตว์ป่าใหญ่น้อยยังมีให้เห็นจนชินตา โทโมโกะบอกว่านั่นอาจเป็นเหตุผลให้เธอจินตนาการถึงเหล่าสรรพสัตว์อบขนม และมีชีวิตน่ารัก ๆ ในดงป่าได้ง่ายกว่าวาดรูปคน

โทโมโกะเป็นเด็กชอบวาดรูป แม่บอกว่าเห็นกระดาษไม่ได้ โทโมโกะต้องหยิบมาวาดอะไร ๆ ใส่ลงไปอยู่เสมอ ไม่แปลกที่พอถึง ม.ปลาย โทโมโกะจะเลือกเรียนสายศิลปะ เธอเรียนการใช้สีทุกประเภท แต่ไม่ได้ถนัดอะไรเป็นพิเศษ เพื่อน ๆ ร่วมชั้นก็คงรู้สึกคล้าย ๆ กัน เรียนจบออกมา ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ คงจะเอาดีทางนี้ไม่ได้ ต้องไปหาอะไรอย่างอื่นทำ

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

โทโมโกะไปช่วยพ่อที่ร้านอาหาร ระหว่างนั้นก็เรียนภาษาอังกฤษเองจากตำรา จนรู้สึกว่าชอบจังเลยภาษาอังกฤษเนี่ย ไปแคนาดาดีกว่า ไปเรียนภาษา จนกระทั่งได้ประกาศนียบัตรสำหรับสอน พอดีว่าพี่ชายมีโรงเรียนกวดวิชา เธอเลยกลับมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนของพี่อยู่ตั้ง 10 ปี

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

ระหว่างที่เป็นครู เวลาตรวจการบ้านเด็ก แทนที่จะให้ดาวเหมือนครูทั่วไป โทโมโกะจะวาดตัวการ์ตูนใส่ลงไปแทน ทั้งเด็กและผู้ปกครองชอบการ์ตูนพวกนี้มาก เพื่อนของโทโมโกะที่เป็นนักวาดภาพประกอบเลยบอกว่า เธอน่าจะเอารูปไปลงบล็อกให้คนเห็นนะ (สมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย)

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

โทโมโกะก็คิดว่าเข้าที เลยอัปรูปไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเว็บไซต์มังงะติดต่อมา ขอให้โทโมโกะไปเป็นหนึ่งในนักวาดการ์ตูนของเขา โทโมโกะวาด ๆๆ จนกระทั่งเว็บไซต์ปิดไป และตัวเธอเองแต่งงาน

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

โทโมโกะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน กลายเป็นแม่ของลูกสาวตัวน้อยและไม่ได้วาดรูปอยู่หลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มมีเวลา และพบว่าปากกา Copic ที่นักวาดการ์ตูนชอบใช้กันมันสะดวกดีแฮะ แรก ๆ อาจจะยังไม่เชี่ยวชาญเท่าไหร่ แต่พอใช้ ๆ ไป ผสมสีและควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น เลยกลายมาเป็นอุปกรณ์เดียวที่เธอใช้ในตอนนี้

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

โทโมโกะมีไอเดียตลอดเวลา บางทีนอน ๆ อยู่ต้องลุกขึ้นมาวาดรูปกลางดึกก็เคยมาแล้ว ทีแรกเธอไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นธุรกิจ แต่เพื่อนอีกนั่นแหละ ที่บอกว่าให้ลองโพสต์ในอินสตาแกรม แรก ๆ โทโมโกะก็โพสต์นู่นโพสต์นี่สะเปะสะปะ แต่หลัง ๆ พองานเริ่มขายได้ สไตล์ของเธอก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

ตอนนี้งานของโทโมโกะมีขายที่ร้านกาแฟและเบเกอรี่ญี่ปุ่น 2 – 3 เจ้า กับที่ร้าน Crafty Wonderland ซึ่งรวมผลงานของเมกเกอร์ทั่วพอร์ตแลนด์ และถือว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ แต่กว่าจะได้เข้าไปขาย เธอต้องเสนออยู่หลายรอบ เพราะงานพิมพ์มีคนทำกันมหาศาล เสนอเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน จนโทโมโกะต้องลงทุนซื้อเครื่อง Cricut มาหัดทำสติกเกอร์เองนั่นละ เขาถึงรับไปขาย แล้วก็กลายมาเป็นไอเท็มขายเร็วขายดีของโทโมโกะมาแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

ทุกวันนี้โทโมโกะยังวาดรูปตลอดเวลา เธอบอกว่าต้องขยับมือถึงจะคิดอะไรออก บางวันอยู่ ๆ สินค้าใหม่อย่างพวงกุญแจหรือกระดาษโน้ตของโทโมโกะก็จะเด้งขึ้นมาในไอจี เธอบอกว่าเป็นศิลปินเดี๋ยวนี้ทำของจากคาแรกเตอร์ของตัวเองไม่ยากเลย ผลิตภัณฑ์ของเธอก็สั่งจากเว็บไซต์ให้ไปผลิตที่เมืองจีน ยอดขั้นต่ำแค่ 10 – 20 ชิ้นเขาก็ทำให้แล้ว (น่าสนเนอะ)

อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์
อุ้ม สิริยากร อวดลายเส้นการ์ตูนสัตว์โลกตะมุตะมิ ณ ร้านเบเกอรี่กลางป่า จากพอร์ตแลนด์

คำแนะนำประโยคเดียวของโทโมโกะ สำหรับคนที่อยากวาดรูปแล้วทำของขายให้ได้ดีเหมือนเธอ ‘Draw a lot! A lot lot lot!’ วาดเยอะ ๆ เยอะ ๆๆๆๆ ถ้าคิดว่ายังไม่เก่ง ก็ให้วาดจนเก่ง วาดจนเจอสไตล์ของตัวเอง แล้ววันหนึ่ง สไตล์นี้อาจจะเปลี่ยนอีกก็ได้

อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย

แล้วก็ไม่จำเป็นด้วยว่าทุกคนต้องวาดอะไรลุ่มลึก มีความหมายให้ได้คิดกันหมด ศิลปะมีหน้าที่หลายแบบ บ้างยกระดับจิตใจ บ้างสร้างการถกเถียง คิดวิเคราะห์

งานของโทโมโกะคือศิลปะที่สร้างรอยยิ้ม ทำให้ใจเบา ทำให้เราได้หลีกหนีจากความจริงที่หนักหนาของโลก

ใครบ้างไม่อยากไปนั่งดื่มกาแฟกับหมาแมวน้อยพวกนี้ล่ะเนอะ

อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย
อวดการ์ตูนร้านเบเกอรี่กลางป่าของ Tomoko Alfonso ในพอร์ตแลนด์ ที่ อุ้ม สิริยากร เห็นแล้วถึงกับร้องว่า น่ารักเกินปุยมุ้ย

 ภาพ : www.instagram.com/ai_koyori

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load