01

ให้เธอหาวิธีกางปีกบินเอง : ให้เด็กได้ค้นพบแพสชัน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี 

มีหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า หากคุณทำให้เขาอยากท่องอวกาศ เขาจะหาวิธีสร้างจรวดเอง 

ไม่รู้ว่าตัวเองหลงรักการถ่ายภาพและภาพยนตร์ตั้งแต่เมื่อไหร่

จำได้ว่าตอน ป.5 ครูบอกว่าจะพาไปทัศนศึกษาครั้งแรก กลับบ้านไปก็ขอให้พ่อซื้อกล้องถ่ายรูปให้ 

พ่อบอกสั้นๆ ว่า ไม่! ในทันทีนั้นเราทรุดตัวลงกอดขาพ่อไม่ยอมปล่อย ให้พ่อลากไปทั่วบ้านเพื่อให้พ่อเห็นว่าเราอยากได้จริงๆ นะ ในที่สุดพ่อก็ยอมให้ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องแคะกระปุกเงินเก็บมาออกค่ากล้องเองครึ่งหนึ่ง และต้องเก็บภาพนั้นมาเขียนเล่าเรื่องราวให้คนที่ไม่ได้ไปด้วยฟัง

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์

คำของพ่อที่ยังจำได้ “จำไว้นะ กล้องไม่ใช่ของเล่น แต่มันจะเป็นพาหนะพาให้เราออกเดินทาง”

ตอนเด็กๆ ตอนเช้าที่บ้านเป็นร้านขายของชำ ตอนกลางวันเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ตอนค่ำเป็นสถานบันเทิง พ่อจะเปิดบ้านเป็นโรงหนัง เช่า VCD มาเปิดซีรีส์ยาวในทีวีเครื่องใหญ่ซึ่งสมัยนั้นไม่ได้มีกันทุกบ้าน ลูกๆ มีหน้าที่เก็บสตางค์คนดู แล้วก็ขายขนมน้ำหวาน กลยุทธ์การขายของของพ่อคือ พอถึงฉากสำคัญ ​พ่อจะทำเป็นเดินไปชนปลั๊กไฟ แล้วบอกว่าไฟดับ พักซื้อขนมกันก่อน จนทุกคนรู้แกว กิจการนี้รุ่งเรืองมาก ขึ้นมัธยมปีแรก เราก็เก็บเงินซื้อกล้องวิดีโอตัวแรกให้ตัวเองได้

พ่อเลี้ยงลูกแบบให้กางปีกเอง ให้ค้นพบว่าเด็กๆ ชอบอะไร แล้วเป็นลมใต้ปีกคอยส่งให้ลูกบินไปให้ไกลสุดขอบ

02

นับชั่วโมง นับวินาที 

เมื่อชีวิตพัดพาให้เราไปอเมริกาหลังจากจบปริญญาตรีสาขามนุษยศาสตร์ เรามองหาและได้ทุุนเรียนหลักสูตรครูโรงเรียนทางเลือกนานาชาติที่ โรงเรียนอัปปาทีนาส์ ซึ่งเป็นบันไดอีกขั้นที่ทำให้รู้ว่า เราดองความฝันกับความหลงใหลในการถ่ายภาพและทำภาพยนตร์ไว้ 

ที่นั่นทำให้เรารู้จักเรื่องราวของโรงเรียนภาพยนตร์ที่แคนาดา ชื่อ GIFTS (Gulf Island Films & Television School) เราจึงตัดสินใจบอกโรงเรียนครูที่อัปปาทีนาส์ว่า ขอเรียนจบภายใน 2 ปี แทนที่จะเป็น 3 ปี เพราะเราพบโรงเรียนแบบที่เราอยากจะไปเรียนมากกว่าแล้ว 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

มารู้ตัวอีกที ก็ก้าวขามาอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา แล้ว 

“จะมาทำอะไรที่แคนาดา ไปเกาะกาลิอาโน (Galiano) ด้วย เกาะนั้นอากาศดีมากๆ คุณจะตกหลุมรักทะเลที่นั่น อ้อ มาเรียนฟิล์มสคูล ถ้าได้เป็นผู้กำกับหนังดังแล้วอย่าลืมแคนาดานะ” แล้วเจ้าหน้าที่ก็ประทับตราผ่านในหนังสือเดินทางให้อย่างง่ายดาย 

จากสนามบิน เรานั่งรถบัสไปตัวเมืองแวนคูเวอร์ ต่อรถบัสไปท่าเรือเฟอร์รี่ ข้ามไปเกาะกาลิอาโน มีเสียงกัปตันเรือบอกผู้โดยสารเป็นพักๆ ให้มองไปทางด้านนั้นด้านนี้ จะเห็นนากทะเลเกยก้อนหิน กัปตันบอกว่าถ้าโชคดี นากทะเลจะร้องเพลงให้ฟังด้วย ถึงชายฝั่งก็มีรถบัสของโรงเรียนที่แสนเท่มารอรับ ในชาวคณะที่จะไปโรงเรียนนี้กันถึง 10 คน 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์
GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์

เมื่อถึงโรงเรียน จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ออกมาต้อนรับและปฐมนิเทศทันที 

เขาบอกว่า เราไม่ได้มีเวลาที่นี่มากนัก 6 วันของพวกคุณจะบินไปอย่างรวดเร็ว เวลาที่เรามีที่นี่ ให้นับกันเป็นวินาทีได้เลย เราจะเริ่มไขลานนาฬิกาของที่นี่ตั้งแต่วินาทีนี้ เขาชี้ไปที่นาฬิกาไม้ตั้งผนังเรือนใหญ่ เขาบอกว่าเราจะทั้งรักและเกลียดเสียงเดินของนาฬิกานี้ไป 6 วัน 

คอร์สแรกที่เรียนเป็นการทำหนังขั้นพื้นฐาน ระยะเวลา 6 วัน พอถึงเวลาวันที่ 6 นาฬิกาจะหยุดเดินตอนบ่าย 2 โมงเป๊ะ ไฟในโรงเรียนจะดับ และทุกคนต้องขึ้นรถบัสของโรงเรียนพร้อมกับผลงานหนังของตัวเอง ต่อไปนี้ เวลากินเวลานอนจะไม่มีความหมาย ขอให้ทุกคนใช้เวลาทุกวินาทีให้เต็มที่กับแพสชันที่พวกคุณหอบข้ามฟ้าข้ามทะเลมา 

มันช่างเป็นการปฐมนิเทศที่ลืมไม่ได้และน่ากลัวมากๆ ในทีเดียวกัน 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

ทิม พ่อครัวและพ่อบ้านของโรงเรียน ออกมาปฐมนิเทศต่อว่า ห้องอาหารจะทำอาหารเช้า กลางวัน และเย็น เวลาไหนถึงเวลาไหน ถ้าใครมากินไม่ตรงเวลาจะไม่มีการเก็บอาหารไว้ให้ ไม่มีการโอดครวญขอเพิ่ม และห้ามนำอาหารออกนอกห้องอาหาร ใครหิวนอกเวลาอาหาร จะมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง แยม และน้ำร้อน ไว้ให้บริการตัวเอง 

แล้วก็จัดแจงแบ่งห้องนอนที่ดัดแปลงมาจากตู้คอนเทนเนอร์อย่างเก๋ไก๋ ทิมแบ่งห้องไว้ให้แล้ว เราได้นอนกับ เมลานี แม่หมอโยคะ และซาร่า นักดนตรีเชลโล ที่แบกเชลโลตัวใหญ่มาจากแวนคูเวอร์ด้วย เก็บของเสร็จ รับประทานอาหารกลางวัน บ่ายเริ่มเรียนทันที 

03

รู้จักพาหนะนำทางของคุณให้ดี และรักพวกมันด้วย

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

สิ่งแรกที่เราเห็นบนโต๊ะเรียน คือ กล้องๆๆๆ ตัวละหลายแสนบาท เต็มโต๊ะไปหมด วิชาแรกคือ ทำความรู้จักอาวุธของเรา กล้อง เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ 

ครูเป็นผู้กำกับจากฝั่งแวนคูเวอร์ เขาบอกว่า อุปกรณ์พวกนี้เป็นแค่พาหนะ สมองของเราต่างหากที่เป็นพระเอก Story is King. เพราะฉะนั้น อย่าไปถือเอาอุปกรณ์เป็นสำคัญ ใช้มันเล่าเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น และรักพวกมันด้วย 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

บ่ายแก่ๆ เป็นวิชาทัศนียภาพของเสียง (Soundscape) ครูที่สอนเป็น Sound Director ของหนังฮอลลีวูด สิ่งแรกที่ครูทำ คือเปิดหนังเรื่องหนึ่งให้ดู 2 รอบ

รอบแรกเปิดตาดู แต่ปิดเสียง 

รอบสองปิดตาดู​ แต่เปิดเสียง 

อรรถรสที่ได้รับจากการดูสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร 

เราทนไม่ได้นานเลยใช่ไหม ถ้าเปิดทีวีดู หรือเข้าโรงหนัง แล้วเห็นแต่ภาพปากคนพูดแต่ไม่ได้ยินเสียง แต่เราอยู่กับเสียงได้นานกว่าแม้จะไม่มีภาพ ถ้าเสียงนั้นทำงานกับความรู้สึกของเรา 

บทเรียนนี้สอนให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกันว่า ในการทำภาพวิดีโอเคลื่อนไหว เสียงมีความสำคัญไม่เป็นรองสิ่งใดๆ เลย เพราะเสียงและดนตรีทำงานกับจังหวะหัวใจ และเข้าถึงความรู้สึกของมนุษย์ได้เร็วที่สุด 

กลางคืนคือเวลาทำแบบฝึกหัด คืนแรกโรงเรียนจัดกลุ่มให้นักเรียนที่อยู่ห้องเดียวกัน ออกไปบันทึกเสียงของเวลากลางคืนที่ป่าสนรอบๆ โรงเรียน โดยมีเครื่องบันทึกเสียงแจกให้ติดตัวไว้ตลอด 6 วัน

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

04

เรื่องไม่บันดาลใจเราไม่ต้องทำ

เช้าวันที่ 2 เรียนเขียนเรื่อง ค้นหาเนื้อหา ทำสตอรี่บอร์ด เลือกว่าจะเล่าด้วยสื่อแบบไหน แอนิเมชัน หนังสั้น ฟิล์ม 16 มิลลิเมตร แล้วก็จับกลุ่มทำงาน

เราเลือกทำแอนิเมชัน ได้อยู่กลุ่มเดียวกับผู้ชายอีก 2 คน คนหนึ่งเป็นครูสอนแอนิเมชัน อีกคนเป็นดีเจ ชายสองคนนี้หมกมุ่นกันมากที่จะเล่าเรื่องคนฆ่าตัดหัวกัน แล้วใช้ CG เทคนิคต่างๆ เราไม่สนใจเรื่องนี้ คอนเทนต์ดีๆ ในโลกนี้มีให้ทำตั้งมากมาย จะมาทำเรื่องคนไล่ฆ่าตัดหัวกันทำไม แต่เถียงสู้ผู้ชายสองไม่ได้ และดูเหมือนสองนายนี้จะสนใจแต่เรื่องเทคนิคไม่ใช่เนื้อหา 

ยอมไม่ได้นะ!!! มาไกลขนาดนี้ เราตัดสินใจเดินไปหา ผอ.จอร์จ ขอเปลี่ยนกลุ่ม ผอ. บอกว่า งั้นทำคนเดียวเลยไหม ปัญหาเดียวคือ จาก 3 เหลือ 1 จะทำงานเสร็จไหม เราตอบว่าไหวแน่นอน ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยสัมผัสเลยว่าการทำแอนิเมชันคือการขยับเป็นวินาที วาดกันเป็นวินาที มันโหดแค่ไหนใน 6 วัน แต่ระหว่างทาง เจนนี่ ครูสอนแอนิเมชัน ก็เห็นความตั้งใจ ช่วยติวพิเศษให้เราทั้งวันทั้งคืน 

เพื่อนร่วมห้องนอนทำเรื่องรูปลักษณ์กับอายุ ให้คนต่างวัยแก้ผ้าวิ่งขึ้นเนินมา ความยากคือต้องไปหานักแสดงที่ยอมเล่น เพื่อนในรุ่นเดียวกันยอม แต่คนอายุเยอะจะทำไง จอร์จบอกว่า ไปคุยกับชาวเกาะได้ เขาน่าจะยอม เพราะมีนักเรียนไปขอให้ชาวเกาะมาเล่นประกอบภาพยนตร์อยู่เป็นประจำ แล้วก็มีคนยอมจริงๆ ด้วย โรงเรียนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนรอบข้างมากๆ

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School
GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

ภาคบ่ายเรียนกำกับภาพยนตร์ โดย เจนนิเฟอร์ แอบบ็อตต์ (Jennifer Abbott) ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีรางวัล เรื่อง The Corporation เธอมีบ้านอยู่ในเกาะกาลิอาโนนี่เอง เธอสอนเรื่องความผิดพลาดในการกำกับหนังเรื่องนี้ เธอว่าเรียนจากความสำเร็จมันสำเร็จรูปเกินไป ความผิดพลาดที่ครูอาจารย์พลาดมาแล้ว อย่าได้ไปทำซ้ำ 

วันที่ 3 คือวันเริ่มถ่ายทำ ความยากไม่ใช่แค่ทำงานของตัวเองให้เสร็จ แต่เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

และต้องช่วยคนอื่น ทั้งช่วยกันจัดไฟ ทำอุปกรณ์ประกอบฉาก แสดง หรือตัดต่อ ไม่ใช่แข่งกันทำงานให้ออกมาดี แต่ต้องช่วยเหลือกันให้งานเสร็จทุกคน 

ตัวเองได้เรื่องแล้ว วาดเฟรมแล้ว เรื่องเสียงเราต้องใช้เสียงจากเครื่องอัดเสียงที่ได้รับมาตั้งแต่วันแรก และเราต้องออกแบบ Soundscape เอง เล่นใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางคนอยากได้เสียงจากวงออร์เคสตร้า ทางโรงเรียนตรวจสอบให้ว่ามีการแสดงออร์เคสตร้าที่ไหนในแวนคูเวอร์หรือเปล่า ถ้ามีก็ให้ขึ้นฝั่งไปบันทึกเสียงเลย 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

เราอยากได้แค่เสียงเชลโลของเพื่อนร่วมห้องเล่น แต่การบันทึกเสียงเชลโลที่เพื่อนเล่นเอง มาประกอบในแอนิเมชันก็ให้ความรู้สึกที่อลังการไม่น้อย เสียงคลื่น ลม ใบไม้ เสียงน้ำกระทบหิน เสียงป่าเขา ลม พวกนั้นเราบันทึกเอาไว้น่าจะเกินพอแล้ว 

เราได้นอนประมาณคืนละ 2 ชั่วโมง น้ำไม่ได้อาบหลายวันเพราะหนาวมาก และไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น 

05

พรมแดง

เช้าวันสุดท้าย แอนิเมชันเราเริ่มประกอบร่างได้แล้ว เหลือแค่ใส่ดนตรี เหมือนจะมีเวลาได้นอนแต่ก็นอนไม่หลับเพราะมีอาการตาค้าง สภาพเป็นซากศพมากๆ ไหนๆ ก็นอนไม่หลับ เลยลุกไปเดินเล่นริมทะเล โดยหยิบกล้องติดมือไปด้วย

6 วันที่ผ่านมา เราแทบไม่ได้ออกนอกเขตโรงเรียนเลย เราเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาพอดี เธอทักทายแล้วถามว่าเป็นนักเรียนจาก GIFTS ใช่ไหม ที่เธอดูออกไม่ใช่เพราะแค่ถือกล้อง แต่ด้วยสภาพหน้าตาอิดโรย อดหลับอดนอน แสดงว่าโรงเรียนนี้โหดจริง!

เธอถามว่า อยากเข้าไปดูทะเลวิวที่หลังบ้านไหม สวยมาก แล้วเธอก็กำลังจะลงเรือคายัค อยากไปพายด้วยกันไหม 

เราก็เอาสิ เธอถามว่า เคยได้ยินนากทะเลร้องเพลงหรือยัง ถ้ายังถือว่ายังมาไม่ถึงเกาะกาลิอาโน แล้วเธอก็ส่งเสียงร้องเพลงเรียกนาก ราวกับร่ายเวทมนตร์ นากทะเลฝูงใหญ่มาจริงๆ เราตื่นเต้นมากและเสียดายมากที่ไม่ได้เอากล้องลงเรือไปด้วย เสน่ห์ของเกาะนี้และผู้คนที่นี่มีมนตร์ขลังจริงๆ 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School
GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

เมื่อเดินกลับมาที่โรงเรียน ทุกคนดูเป็นซอมบี้ไม่แพ้กัน บ้างเพิ่งหลับ บ้างกำลังตื่น บ้างกำลังจะตายคาห้องตัดต่อ 

เราได้อาบน้ำจริงจังเป็นวันแรกตั้งแต่มาที่นี่ เพราะกลิ่นน่าจะไม่ไหวแล้ว ไหนจะกลิ่นทะเลที่เพิ่งไปลงพายเรือมาด้วย 

เสียงนาฬิกาเหมือนนับถอยหลังเย้ยหยันพวกเรา 5 4 3 2 1 

ไฟฟ้าตัดจริง! 

มีเสียงหวอดังให้ทุกคนรีบออกมาที่รถบัสโรงเรียนพร้อมกับทัมป์ไดร์ฟในมือ 

รถโรงเรียนพาเราไปไหนสักแห่ง แล้วก็หยุดที่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง ประตูเปิดออก นักเรียนทุกคนลงจากรถ ประตูบานใหญ่ของอาคารเปิดออก แล้ววินาทีนั้นก็มีเสียงปรบมือ คนในห้องประชุมเป็นคนในเกาะ เป็นนักแสดงในหนังของพวกเรา รวมทั้งเจสซี่ที่ชวนเราพายเรือคายัคด้วย 

มีพรมแดงปูให้พวกเราเดิน มีชุดไฟใหญ่ส่องมาที่พวกเรา จากสภาพที่คล้ายกับซากศพของพวกเรา ก็ตื่นขึ้นมาทันที หน้าตาตื่น จัดเสื้อผ้าหน้าผมเท่าที่ทำได้ เบิกตากับสิ่งที่เห็น 

ใช่แล้ว เรากำลังเข้าสู่รอบ Premiere ฉายหนังของเราบนจอใหญ่ในโรงหนังของคอมมูนิตี้ฮอลล์ จอข้างหน้าใหญ่มาก มีที่นั่งว่างแถวหน้าให้พวกเรานั่ง 

คิวหนังถูกจัดไว้ตอนไหนไม่รู้ หนังของนักเรียนจะฉายทีละเรื่อง ฉายเสร็จผู้กำกับก็ขึ้นไปพูดคุยตอบคำถามกับคนดู ครู และเพื่อนๆ

ตอนเห็นหนังแอนิเมชันความยาวนาทีครึ่งของตัวเองฉายอยู่บนจอ เราน้ำตาไหล พอเราขึ้นไปหน้าเวที จอร์จก็เริ่มเล่าเรื่องของเราว่า หญิงไทยคนนี้เอาความกล้ามาจากไหนที่ขอย้ายกลุ่ม และคิดว่าจะทำแอนิเมชันด้วยตัวคนเดียวได้ภายใน 6 วัน 

คอมเมนต์ที่ได้รับไม่ใช่เรื่องเทคนิคเลย แต่มาจากเรื่องราว ความประทับใจ และประสบการณ์ที่ได้รับ มากกว่าเทคนิคและความรู้

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นเรื่องความสัมพันธ์กับชุมชน โรงเรียนไปเชิญกลุ่มคนเหล่านี้มาตอนไหน เขาบอกว่า โรงเรียนแค่ปิดป้ายบนบอร์ดของชุมชน และคนในเกาะนี้ก็รู้ดีว่าทุกคอร์สจะได้ดูหนังนักเรียน เป็นกิจกรรมฮาเฮ สร้างความบันเทิงที่คราฟต์กันสดใหม่ทุกคอร์ส ซึ่งชุมชนนี้จะได้รับชมก่อนใคร 

เราประทับใจการช่วยเหลือกันของเพื่อนๆ และอาจารย์ เพราะมีข้อแม้ว่าทุกคนต้องมีงานเสร็จออกไปฉาย และโรงเรียนย้ำว่าทุกคนคือทุกคน จะไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานไม่เสร็จและถูกทิ้งไว้ในโรงเรียน

ทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อให้ทุกคนมีงานเสร็จออกฉายอย่างตรงเวลา เพราะเมื่อออกไปทำงานจริงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ เวลาคือสิ่งสำคัญ ถึงเวลาออกอากาศ ก็คือถึงเวลา โรงเรียนถึงตัดไฟฟ้าทิ้งเลย 

GIFTS โรงเรียนสอนทำหนังบนเกาะในแคนาดาที่สอนตั้งแต่วิธีใช้กล้องจนถึงการกำกับโดยมาสเตอร์, Gulf Island Films & Television School

06

เรียนกับตัวตนของมาสเตอร์ 

จบคอร์สเบื้องต้นไปแบบยับเยิน เราต้องรีบฟื้นคืนชีพเพื่อเรียนต่อคอร์สขั้นเข้มข้นอีก 5 สัปดาห์ สัปดาห์แรกเราได้ใช้กล้อง Super 8 ฟิล์ม ที่ต้องถ่ายเองล้างเอง มีห้องอัดขยายภาพขาวดำ เราเลือกใช้สื่อหุ่นเงาที่ต้องทำขึ้นมาใหม่ แล้วไปถ่ายแบบแสดงสดในป่า เพื่อนๆ ต้องออกมาช่วยกางจอ ชักหุ่นกัน ช่วยทำหุ่น อย่างสนุกสนาน 

นักเรียนต้องเลือกวิชาเอกในคอร์สเข้มข้นนี้ เราเลือกการกำกับภาพยนตร์​ เพราะว่าคอร์สก่อนได้เรียนกับเจนนิเฟอร์ วิธีเรียนก็น่าสนใจ เราจะได้ไปอยู่ที่บ้านเจนนิเฟอร์ 1 วันเต็มๆ เพื่อเรียนรู้จักวิธีคิด ทัศนคติของตัวผู้กำกับ และมุมมองชีวิตที่ผู้กำกับมี ไม่ใช่เรื่องเทคนิคการกำกับใดๆ เลย 

บางคนเลือกเรื่องเสียง โรงเรียนก็จะโทรหา Sound Director ตัวจริงจากแวนคูเวอร์ ให้ นักเรียนคนนั้นได้สัมผัสตัวตนและเรียนกับมาสเตอร์ตัวจริงและชีวิตจริง 

คอร์สนี้จบคลาสแบบเซอร์ไพรส์เหมือนเดิม แต่เราไม่เซอร์ไพรส์ เหมือนเป็นศิษย์เก่าไปแล้ว อิจฉาชาวเกาะกาลิอาโนนี้จัง ได้ดูหนังคราฟต์ใหม่สดของนักเรียนโรงเรียนนี้ตลอด 

08

ไปเป็นชาวเกาะกันเถอะ 

เมื่ออยู่ที่นี่ถึง 6 สัปดาห์​ ก็ได้รู้จักวิถีชีวิตผู้คนบนเกาะนี้มากขึ้น 

ครูเจนนี่ของเราเป็นนักดนตรีด้วย เล่นทั้งกลองและกีตาร์​ คืนหนึ่งเธอชวนให้ไปดูงานแสดงของเธอในผับเล็กๆ บนเกาะ 

ครูอาทีฟทำงานเป็นผู้จัดการที่สถานที่พักแคมปิ้ง ก็ชวนให้เราไปงานปาร์ตี้รอบกองไฟในที่ตั้งค่าย 

พ่อครัวทิมเป็นศิลปินภาพวาดด้วย เขาชวนเราไปงานเปิดภาพวาดของเขาที่แกลเลอรี่เล็กๆ 

เพื่อนร่วมห้องคอร์สนี้บางคนขับรถมา ก็ขับพาเราเที่ยวเกาะ ทำให้เห็นว่าเกาะนี้มีคลื่น มีเนินเขา มีที่พบปะสังสรรค์เล็กๆ แต่สุดแสนน่ารักมากมาย เพราะชาวเกาะกาลิอาโนที่อพยพเข้ามาในรอบทศวรรษนี้ส่วนใหญ่เป็นศิลปิน และคนทำงานศิลปะที่ย้ายตัวเองออกมาจากเมืองใหญ่และมาตั้งรกรากกันที่นี่ 

2 – 3 ปีก่อน เราเห็นประกาศขายโรงเรียนและที่ดินของโรงเรียนจากหน้าเพจของจอร์จ ก็รู้สึกเศร้าใจ เพราะโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนไม่เพียงพอ ตอนนี้ใครก็เรียนรู้เองได้ มีแค่มือถือก็ทำคลิปเองได้แล้ว ไม่ต้องการกล้องใหญ่ ห้องตัดต่อใหญ่ แล้วก็ยังมีมาสเตอร์คลาสสอนออนไลน์จากมืออาชีพเบอร์ใหญ่ของโลก 

แต่ก็มีบางสิ่งที่ยุคดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนแปลงทดแทนไม่ได้ สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ที่ GIFTS คือบรรยากาศ ความสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม การทำงานกับชุมชน และความรู้สึกที่ได้เดินพรมแดงไปแสดงผลงานของตัวเองให้ชุมชนได้ดู 

ชาวเกาะกาลิอาโนคงเหงาไปเลย ที่จะไม่มีหนังคราฟต์ของเด็กๆ ให้ดูอีกต่อไปแล้ว  

ติดตามเพิ่มเติมเรื่องราวของการศึกษาทางเลือกรอบโลก ในรายการบินสิ! ได้ทางทางสถานีไทยพีบีเอส กลางเดือนกรกฎาคมนี้

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

โรงเรียนทางเลือก

เรื่องราวของโรงเรียนทางเลือกเปลี่ยนโลกจากทั่วโลก

01 ความรัก ความยุติธรรม และแรงบันดาลใจในการเก็บเมล็ดพันธุ์ 

ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่เลยว่าตื่นเต้นขนาดไหน… 

วันนั้นเป็นวันที่ได้รับอีเมลจากคนต้นแบบของเราคนหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้น จองตั๋วจากอินเดียไปลงเดลี แล้วจองรถไฟจากเดลี ไปที่เมืองเดราดุน (Dehradun) ทางตอนเหนือของอินเดียในวันเดียวกัน ครั้งนั้นเป็นทริปที่ไปอินเดียครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน แม้ว่าทุกครั้งจะมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่ซ้ำกัน แต่ครั้งนี้ฉันกำลังจะได้ไปพบกับป้าคนแกร่งคนหนึ่งของอินเดียชื่อ วันทนา ศิวะ เธอตอบอีเมลด้วยตัวเอง และบอกว่ายินดีมากที่จะให้ฉันเข้าพบและสัมภาษณ์ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ ‘นวธัญญะ’ (Navdanya) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนาที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย และมาหลอมรวมเป็นแม่น้ำคงคา ได้ยินมาว่าเมืองนี้สวยมาก 

นวธัญญะ หมายถึง เมล็ดพันธุ์เก้าเมล็ด และ ของขวัญใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ผู้รักษาเมล็ดพันธุ์คือผู้ให้เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริง

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

แม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากไทยไปถึงที่นั่นรวดเดียว เพื่อพบ ป้าวันทนา ศิวะ เช้าวันนั้นเราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ถ้าใครรู้จักเธอจากภาพข่าว บทความสัมภาษณ์ หรือสารคดีต่างๆ บทสัมภาษณ์และท่าทางของเธอออกรสออกชาติดุเดือด เมื่อเธอพูดถึงปัญหาการตัดต่อ ครอบครองเมล็ดพันธุ์ของบรรษัทยักษ์ข้ามชาติและรัฐ แต่วันนั้นเธอเดินเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตาเอ็นดู 

คำถามแรกที่พุ่งไปหาเราพุ่งไปหาเธอเลยคือ “อะไรทำให้เธอมีความกล้าและอาวุธ ที่จะต่อสู้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่จ้องจะครอบครองเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้” 

เธอยิ้มอีกครั้ง แต่สายตาเธอเปลี่ยนไป ความดุดันเอาเรื่องและจริงจังส่อมาในแววตา 

คำตอบของเธอมี 3 ข้อ 

ข้อที่ 1 ‘ความรัก’ เธอบอกว่า เพราะว่าเธอเคยเป็นแม่คน และเป็นลูกสาวมาก่อน เธอทั้งรู้จักและให้และรับ ความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข เธอบอกว่าเมล็ดพันธุ์ก็มีความรักแบบนั้นให้กับผืนดิน มนุษย์ และสรรพสิ่ง เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครครอบครอง ตัดต่อ และหาผลประโยชน์ 

ข้อที่ 2 ‘ความยุติธรรม’ ถึงให้เราแสร้งปิดตา เราก็ต้องเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวนา เกษตรกรในอินเดียที่ฆ่าตัวตายปีละเป็นแสน เพราะการหลอกลวงของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ การตัดต่อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ทำให้วิถีการปลูก การกิน การขาย เป็นไปทางที่พวกเขากำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคา วิถีการปลูกที่ต้องใส่ปุ๋ย ยา และตลาดที่พวกเขาสร้างกลไกตลาดขึ้นมา ถ้ามองเห็นความยุติธรรมนี้แล้วไม่ทำอะไร จะมีไปสู่หน้ากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอยู่ทุกวันได้อย่างไร 

ข้อที่ 3 ‘แรงบันดาลใจ’ เธอได้แรงบันดาลใจจากคานธีที่ต่อสู้กับราชอาณาจักรอังกฤษ โดยใช้เมล็ดฝ้ายเล็กๆ ทำให้คนกลับมาปั่นฝ้าย ทอผ้าฝ้ายใช้เอง ไม่ใช้ผ้านำเข้าจากราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และปลุกประเทศให้ได้รับเอกราชในเวลาต่อมา 

เธอคิดว่าโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ กำลังต่อสู้เพื่อเอกราชอีกครั้งของประเทศอินเดีย ด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน 

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

02 ความฝันเปลี่ยนไป เมื่อรักษาภูเขาลูกนั้นไว้ได้ 

คำถามที่สอง 2 เราคือ “อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ ป้าวันทนา ศิวะ ทำในสิ่งที่ทำทุกวันนี้ ครอบครัว การศึกษา หรืออะไร”

เธอเล่าให้ฟังว่าเคยฝันจะเป็นนักฟิสิกส์ เรียนตรงมาทางสาขานั้น แต่ว่าเติบโตมาในครอบครัวนักกิจกรรมยุคคานธีที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช จุดเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์ของเธอเริ่มจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เธอต้องออกไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งหนึ่งหกเดือน แทนที่เธอจะได้งานวิจัยฟิสิกส์ของเธอกลับมา เธอกลับได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาภูเขาและป่าไม้ตรงนั้น ไม่ให้ถูกสัมปทานโดยบริษัทข้ามชาติ ตั้งแต่นั้นการอยู่ในห้องแล็บไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป 

เธอเริ่มการทำงานกับขบวนการภาคสังคม เพื่อต่อสู้เรียกร้องเรื่องอธิปไตยในการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่หลากหลาย เธอทำงานในท้องไร่ ท้องนา สวนของเกษตรกรเป็นเวลาหลายปี จนเห็นว่ามันจับต้องและเห็นเป็นรูปธรรมได้ยาก จึงตั้งนวธัญญะขึ้นมา

นวธัญญะเป็นทั้งโรงเรียนเรื่องเมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยเรื่องนิเวศวิทยาในการดูแลโลก ฟื้นดูดิน น้ำ และความหลากลายทางชีวภาพ ผู้สอนและผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคุณย่าคุณยายชาวนา เกษตรกรชาวบ้านกันเอง รื้อฟื้นความรู้พื้นเมืองที่อุดมไปด้วยอารยธรรมเชิงนิเวศของคนรุ่นก่อน 

นวธัญญะ มีธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองจากชุมชนทั่วอินเดียกว่า 150 แห่ง โดยการออม แบ่งปัน และเพาะพันธุ์พันธุ์พื้นเมืองจาก 22 รัฐในอินเดีย เก็บโดยการ ปลูก กิน แจกจ่าย เมล็ดพันธุ์จึงจะมีวงจรชีวิตจริง 

นวธัญญะ ทำให้อาหารไม่ใช่สินค้าที่ผลิตด้วยสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งผลักดันให้สัตว์สูญพันธุ์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพร่โรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดใหญ่ 

อาหารคือชีวิต อาหารคือสุขภาพ การปลูกอาหารในระบบนิเวศ คือการดูแลโลกและการฟื้นฟูดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อคุณเชื่อมต่อโดยตรงผ่านการรับประทานอาหารออร์แกนิก เพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาพของผู้ผลิต เกษตรกร ผู้บริโภค และโลก ไปด้วยกัน 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

03 กลับมาเรียนรู้จากคนรุ่นย่ายาย 

คำถามที่ 3 คือ “เธอเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์นี้จากไหน” 

เธอชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งแกะเมล็ดข้าวโพด เธอบอกว่าป้าคนนั้นชื่อ บิจา (Bija) เป็นคนทำงานในบ้านของเธอตั้งแต่ยังเล็ก ลำพังเธอเองโตมากับการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอก ตอนที่เธอประกาศว่าจะทำโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์ เธอก็ให้ป้าบิจาพาไปที่หมู่บ้านที่ป้าเกิด และเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่นั่น 

เธอได้เห็นพันธุ์ข้าวที่ไม่กลัวน้ำท่วม แต่จะสูงกระโดดยืดขึ้นมาในเวลาที่น้ำหลาก ได้เห็นพันธุ์มะเขือเทศหลายสิบชนิด และพืชพรรณธัญญาหารอื่นๆ ที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อนในชีวิต เธอจึงขอให้ป้าบิจามาเป็นครูคนแรกของโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ รวมทั้งเชิญคุณป้าคุณย่าคุณยายที่อยู่ในหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดียมาเป็นครู และแลกเปลี่ยนรวบรวมความรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยทุกคนนำเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองและบรรพบุรุษเก็บสะสมต่อเนื่องกันไว้มาที่นี่ด้วย การเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จากบรรพบุรุษ ได้ถูกส่งต่อไปให้กับชาวนาเกษตรกรทั่วประเทศอินเดียแล้ว 

ที่นี่ยังทำงานวิจัย มีอาสาสมัครนักฝึกงานที่มาทำฐานข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางชีวิภาพของเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอเคยเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน เธอจึงต้องการฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วย 

วันที่เราไป เรายังได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมนี ที่มาเข้าเรียนโปรแกรม Earth Democracy University พวกเขาบอกว่าคอร์สเรียนมีระยะเวลา 6 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกต้องเขียนหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเอง จากการได้ลงภาคสนามไปอยู่กับชาวนา เกษตรกร สืบค้นปัญหา ทดลองปฏิบัติ จนเข้าใจชีวิตและกลไกและหายนะของการครอบครองตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ในสังคมอินเดียก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะได้เริ่มสืบค้นหาคำตอบ และวิธีการที่จะนำเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและความหลากหลายกลับมา 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

04 การศึกษาผลิตผู้บริโภคที่เชื่อง 

คำถามสุดท้าย “การศึกษาในกระแสหลักมีส่วนทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความหลากหลายหายไปได้อย่างไร” 

เธอหัวเราะให้คำถามนี้ และมีคำตอบที่ทำให้เรายิ้มไม่ออก เธอบอกว่าการศึกษาในโรงเรียนในสถาบันทุกวันนี้ ได้แต่สอนให้เราไปเป็นลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเปลี่ยนวิถีให้เราเป็นผู้บริโภคที่เชื่อง เราคิดว่าเราเป็นผู้มีการศึกษาเลือกอยู่เลือกกินได้ แต่ที่ไหนล่ะ ในตลาดทุกวันนี้มีพืชพันธุ์ผักอยู่ไม่กี่ชนิด ล้วนเป็นพืชพันธุ์ผักที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ขนส่งและเก็บได้นาน แต่หารสชาติที่แท้จริงของพืชพันธุ์เหล่านั้นไม่ได้เลย เราจึงต้องพึ่งสารปรุงรสต่างๆ ในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย การศึกษาส่งเราไปในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และสุดท้ายเก็บเงินเพื่อรักษาตัวในบั้นปลายชีวิต 

นวธัญญะนอกจากเป็นโรงเรียนสำหรับชาวนา เกษตรกร นักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนที่มีการศึกษาแล้วรู้ตัวว่าได้เดินออกไปไกลจาก ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตที่แท้นั่นก็คือ ปัจจัย 4 อาหาร บ้าน ยา และความสุขเรียบง่ายที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ อากาศบริสุทธิ์ ผีเสื้อ ดอกไม้ มากกว่านี้ อะไรอีกที่ชีวิตเราต้องการนักหนา 

และที่นี่ทำให้คนเห็นว่า เมื่อเรามีพื้นฐานในชีวิตที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราก็จะแบ่งปันได้มากกว่า 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

05 การส่งต่อเมล็ดพันธุ์

หลังจากได้พบกับ ป้าวันทนา ศิวะ ที่นวธัญญะในทริปอินเดียครั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับอินเดียอีกเลยในอีกหลายปี 

เมล็ดพันธุ์ที่ ป้าวันทนา ศิวะ ได้มอบให้ ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์สักเมล็ดที่จับต้องได้ในวันนั้น สิ่งที่ป้าวันทนาได้ส่งต่อให้ฉัน อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอยู่ในใจของฉันมาตลอด วันหนึ่งที่ฉันได้มีโอกาสปักหลักลงดิน สร้างอาณาจักรเล็กๆ สวนศิลป์บินสิ Films Farm School ของฉันเอง ฉันก็ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ และส่งต่อของขวัญและเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งในไร่นาสวน และในใจของพวกเขา  

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load