เมื่อมาถึงสิ้นปีเช่นนี้ จะมีหัวข้ออะไรดีไปกว่าการพูดถึงเทศกาลปลายปีสักเล็กน้อย

บางท่านอาจไม่ทราบว่า สถิติต้นคริสต์มาสที่สูงที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ อยู่ที่อิตาลีนี่เอง กินเนสบุ๊กบันทึกไว้เมื่อ ค.ศ. 1991 ถึงวันนี้ก็ยังไม่คิดว่ามีใครโค่นแชมป์ได้

แล้วอยู่ที่เมืองไหนล่ะ

คำตอบคืออยู่ที่เมืองกุบบิโย (Gubbio) ไม่ไกลจากเปรูจา (Perugia) อันเป็นเมืองเอกของแคว้นอุมเบรีย (Umbria) อีกที

ขอแวบออกนอกเรื่องหน่อย คุณเคยรำคาญไหม เวลาที่ในบทอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทความวิชาการ ชอบใส่ชื่อแล้วใส่วงเล็บตลอด ถ้ารำคาญ จะบอกว่าตอนเด็ก ๆ ก็เป็นเหมือนกัน ตอนหลังถึงได้เข้าใจว่า บางทีชื่อที่คุณคิดว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน กลับเป็นชื่อที่คุณอาจจะเคยรู้จักหรือผ่านหูผ่านตามาก่อน แต่เป็นอีกชื่อหนึ่ง เช่น Perugia ที่ว่านี่ ถ้าเปิดแผนที่กูเกิลที่เป็นภาษาไทย จะขึ้นชื่อว่า เปรูเกีย เป็นอาทิ หรือคุณอาจจะนึกคึก เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ในเน็ต หรืออาจจะไปคุยกับเพื่อนต่างชาติ ฯลฯ ล้วนมีเหตุผลให้คนเขียนติ่งชื่อดั้งเดิมในภาษานั้น ๆ เอาไว้ทั้งสิ้น

กลับมาต้นคริสต์มาสกันอีกครั้ง ต้นคริสต์มาสนี้จริง ๆ แล้วเป็นการประดับไฟบนภูเขาอินจีโน (Ingino) ตั้งแต่ตีนเขาไปจนถึงยอดเขาบริเวณที่ตั้งโบสถ์ซันต’อูบัลโด (Basilica di Sant’Ubaldo) อันเป็นโบสถ์ของนักบุญประจำเมือง รวมความสูงของต้นคริสต์มาสนี้ถึง 750 เมตร กินเนื้อที่ 130,000 ตารางเมตร (มีผู้หวังดีเคยเปรียบไว้ว่า ประมาณสนามฟุตบอล 30 สนาม) ประกอบด้วยไฟ 700 ดวง ใช้สายไฟรวมแล้วยาว 7½ กิโลเมตร และใช้เวลาในการทำถึง 1,300 ชั่วโมงทีเดียว นี่ยังไม่รวมตอนเก็บอีกนั้น นั่นอีก 900 ชั่วโมง บวกเข้าไป

Gubbio เมืองอิตาลีที่มีต้นคริสต์มาสสูงสุดในโลก งานวิ่งเทียน และน้ำพุคนเพี้ยน
ภาพ : www.zingarate.com

งานใหญ่ราวกับมหากฐินเช่นนี้ ย่อมใช้ทรัพย์ใช้สินจำนวนไม่น้อย อันก็ได้มาจากคนทั่วไปนั่นเอง มิได้มีมัคนายกนั่งเต็นท์ประกาศที่มักจะเริ่มด้วย “อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่” แล้วหยุดกึกไปเพราะต้องประกาศเรียกพ่อหนุ่มเสื้อเขียวที่มากะแฟนน่ะ บริจาคหน่อยน่า พร้อมร่ายกลอนต่อไปอีกว่า “ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน เด็ดดอกไม้ร่วมต้น สร้างกุศลร่วมกัน” แล้วประกาศชื่อ (ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง) ออกไมค์เสียงดังกังวานไปทั่ววัด

งานนี้ มีเว็บไซต์ของงาน ประกาศเชิญชวนท่านจับจองแสงไฟนั้นด้วยมูลค่าดวงละ 10 ยูโร เพียงแต่ไม่ได้มีการเอาสวรรค์มาฉกนรกมาขู่อะไรทั้งสิ้น เขาบอกเพียงแต่ว่า เงินส่วนหนึ่งที่ได้จะนำไปจ่ายค่าไฟ (ซึ่งใช้พลังงานแบบรักษ์โลก) และค่าใช้จ่ายอะไรต่ออะไรในการทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ ซึ่งเมื่อท่านบริจาคแล้วก็จะปรากฏชื่อของท่าน หรือชื่อของผู้อุทิศดวงไฟให้อยู่บนผังวางไฟบนต้นคริสต์มาสใหญ่นั้น ในเว็บนะ ใครเข้ามาคลิกก็จะเจอชื่อท่าน

การเปิดไฟจะเปิดตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ในช่วงหัวค่ำไปจนถึงกลางดึก และจะทำเช่นนี้ทุกคนไปจนถึงวันที่ 13 มกราคมปีหน้า จากนั้นก็จะล้มกระดานรายชื่อทั้งหมดไป ปีหน้าฟ้าใหม่ค่อยว่ากันอีกที

ท่านที่ต้องการจะมีแสงประดับภูเขาในงานนี้ ขอแสดงความเสียใจด้วย เนื่องจากมีผู้จองจนเต็มหมดแล้ว หากสนใจ สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ www.adottaunaluce.it แต่หากอยากจะดูภาพพิธีเปิดงาน ขอเชิญได้ที่นี่ ยังทัน 

แต่กุบบิโยก็ไม่ได้มีแค่เท่านี้ จะว่าไปแล้วการประดับไฟคริสต์มาสเพิ่งมาเริ่มใน ค.ศ. 1981 นี้เอง แต่ประเพณีนี้สิ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว บ้างก็ว่าในศตวรรษที่ 12 บ้างก็ว่าอาจจะมีที่มาตั้งแต่ก่อนศาสนาคริสต์อีก

มันคือการวิ่งเทียนหรือ Corsa dei Ceri เป็นงานประจำปี เป็นงานที่เก่าแก่ที่สุด และสำคัญที่สุดสำหรับชาวกุบบิโยก็ว่าได้ และเป็นประเพณีท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งประเทศ 

การวิ่งเทียนนี้มีขึ้นในวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมทุกปี เพราะเป็นวันฉลองนักบุญอูบัลโด (Sant’Ubaldo) ซึ่งเป็นนักบุญประจำเมือง

งานดังกล่าวคือการวิ่งแห่เทียนใหญ่ 3 เล่มจากเมืองด้านล่าง ไปยังโบสถ์ของนักบุญอูบัลโดที่อยู่บนเขา ใกล้ดาวดวงใหญ่ของต้นคริสต์มาสไง 

เทียนที่ว่านั้นก็มิใช่เทียนจริงหรอก หากแต่เป็นไม้ที่ประกอบสร้างขึ้นคล้ายเทียนพิธีต้นใหญ่นั่นเอง 

Gubbio เมืองอิตาลีที่มีต้นคริสต์มาสสูงสุดในโลก งานวิ่งเทียน และน้ำพุคนเพี้ยน
ภาพ : www.vivogubbio.com

พิธีแบบเต็มรูปแบบเริ่มตั้งแต่หกโมงเช้า มาวิ่งกันจริง ๆ เอาเกือบ 6 โมงเย็น และประมาณการวิ่งจากด้านล่างไปถึงด้านบนราว 2 ชั่วโมง

ด้านบนของเทียนไม้นี้ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญ 3 ท่าน คือ นักบุญอูบัลโด นักบุญโจร์โจ และนักบุญอันโตนิโย

คนแห่เป็นชาย ถ่ายทอดกันรุ่นต่อรุ่น และมีหลายผลัด เพราะเส้นทางกว่า 2 กิโลเมตรนั้นเป็นทางขึ้นเขากว่าค่อน ใช้ชุดเดียวคงมีการกลิ้งลงเขาอย่างไม่เป็นพิธีแน่นอน

คนแห่เทียนแต่ละต้นแต่งกายไม่เหมือนกัน และการแบ่งว่าใครแห่ต้นไหนนั้น มิได้แบ่งตามถิ่นที่อยู่ แต่ตามประเพณีดั้งเดิมนั้น แบ่งตามอาชีพ ช่างก่อสร้างและช่างสกัดหินจะแห่ต้นเทียนของนักบุญอูบัลโด พ่อค้าและช่างฝีมือแห่ของนักบุญโจร์โจ ในขณะที่ชาวนา เจ้าของที่ดิน และนักเรียนนักศึกษาแห่ของนักบุญอันโตนิโย

เมื่อแห่ไปถึงด้านบนแล้ว เทียนทั้งสามจะประดิษฐานอยู่ที่นั่นระยะหนึ่ง ในขณะที่รูปปั้นของนักบุญทั้งสามจะอัญเชิญลงมา พร้อมกับขบวนคบไฟและการร้องเพลงบูชา 

ว่ากันว่า หากผู้ใดได้ร่วมงานวิ่งเทียนนี้ครบ 3 ครั้ง จะได้ใบประกาศนียบัตรพลเมืองกิตติมศักดิ์ของกุบบิโยกลับไป

แต่ท้ายที่สุดแล้ว จองไฟคริสต์มาสก็ไม่ทัน วิ่งเทียนก็ไม่ได้ กุบบิโยยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมให้ทำ แถมยังได้ใบประกาศนียบัตรโดยไม่ต้องมาร่วมงานถึง 3 ปี สนใจไหมล่ะ

ที่กุบบิโยมีน้ำพุอยู่แห่งหนึ่ง เรียกโดยชื่อว่า น้ำพุบาร์แจลโล (Fontana del Bargello) สำหรับเราอาจจะดูน่ารักดี แต่ก็ดูไม่ต่างจากน้ำพุแห่งอื่นในอิตาลีเท่าใดนัก

เรื่องของเรื่องคือ หากใครวิ่งรอบน้ำพุแห่งนี้ 3 รอบโดยมีชาวกุบบิโยยืนเป็นประจักษ์พยานและประพรมน้ำจากบ่อด้วย ก็จะได้ใบประกาศนียบัตร ‘คนเพี้ยน’ ไป บ้างก็ว่าต้องตะโกนสามครั้งว่า ‘ฉันมันเพี้ยน’ ด้วย บ้างก็ไม่ประพรมล่ะ กวักน้ำในน้ำพุสาดกันเลย

Gubbio เมืองอิตาลีที่มีต้นคริสต์มาสสูงสุดในโลก งานวิ่งเทียน และน้ำพุคนเพี้ยน
Gubbio เมืองอิตาลีที่มีต้นคริสต์มาสสูงสุดในโลก งานวิ่งเทียน และน้ำพุคนเพี้ยน
ภาพ : www.travelstales.it

ว่ากันว่า ต้นกำเนิดของใบประกาศฯ นี้ เป็นการล้อเลียนพลเมืองกิตติมศักดิ์ที่ได้จากการวิ่งเทียนนั่นเอง ส่วนใบประกาศฯ นั้น ตอนแรกก็ต้องได้จากสมาคมชาวกุบบิโย แต่ปัจจุบันนี้ท่านจะหาเอาจากร้านขายของที่ระลึกก็ได้ แหม ของคนเพี้ยนจะจริงจังอะไร อ้อ น้ำพุนั่นคนก็เลยพลอยเรียกว่า ‘น้ำพุคนเพี้ยน’ (Fontana dei Matti) ไปด้วยแล้วนะ

ไงล่ะ อยากไปกุบบิโยกันหรือยัง ☺

ข้อมูลอ้างอิง 

www.adottaunaluce.it 

www.facebook.com/events/552196062522962/?ref=newsfeed

www.alberodigubbio.com/ 

www.ceri.it/

corrieredellumbria.corr.it/news/gubbio/180134/Ceri–programma-e-percorso-.

htmlinitalia.virgilio.it/gubbio-chiamata-citta-dei-matti-35316

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

อิตาเลียนเป็นชาติที่รักสัตว์ หากคุณไปอิตาลี ภาพที่คุณจะได้เห็นจนชินตาคือ ผู้คนเดินจูงหมาไปที่ต่าง ๆ แมวอยู่ตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์ อย่างเช่น โคลอสเซียม และถึงกับมีปฏิทินแมวตามมุมต่าง ๆ ของโบราณสถานออกมาขายทุกปีอีกด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.gruppolozzi.it

หากนั่นยังยืนยันความรักสัตว์ของคนอิตาเลียนได้ไม่ดีพอ มาดูความรักจากทางภาครัฐกันบ้าง ในปี 2016 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งกรุงโรม เรียกร้องให้ทางจ่ายค่าแรงในช่วง 2 วันที่เธอลาไปดูแลน้องหมา โดยอ้างเอากฎหมายข้อที่ว่า คนที่ละทิ้งสัตว์ให้ทรมานร้ายแรง จะโดนจำคุก 1 ปี และโดนปรับราว 4 แสนบาท ผลคือ เธอชนะคดีฉลุย

เดินไปตามซอกเล็กซอยน้อยในอิตาลี คุณอาจจะได้ยินเสียงซิญญอราส่งเสียงร้อง “มิ…….โช….” ด้วยเสียงสูงแหลมโหยหวน ปล่อยให้หางเสียงจางหายไปอย่างมีชั้นเชิง แล้วน้องแมวที่หลบอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ก็จะออกมารับของสังเวยจากทาสผู้ซื่อสัตย์ของเธอ

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

จำนวนแมวในอิตาลีนั้นมีมากกว่าจำนวนหมา แต่ถ้าดูตามสถิติการเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน จะพบว่า มีจำนวนหมามากกว่าแมว จำนวนแมวที่อยู่นอกสำมะโนประชากรนั้น ก็อยู่ตามโบราณสถานอย่างที่เล่าไป เหมือนลิงที่พระปรางค์สามยอด เพียงแต่เป็นเวอร์ชันที่ไม่ขโมยของและเข้าทึ้งหัวเราเท่านั้นเอง 

แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เมื่อมีแมวจรจัด พระเจ้าก็ต้องสร้างให้มีหญิงให้อาหารแมวมาด้วย ที่โคลอสเซียมนี้ถึงกับมีสมาคมผู้ดูแลแมว อันมีสมาชิกอยู่ราว 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง แต่ก็มีที่เป็นชายด้วยเช่นกัน และพบว่าแมวที่ยั้วเยี้ยอยู่ตามโคลอสเซียมนี้มีชื่อด้วยนะ เนื่องจากมีผู้เจอหญิงให้อาหารแมวคนหนึ่ง เรียกชื่อแมวแต่ละตัวไม่ซ้ำกันเลย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

การที่คนให้อาหารแมวเป็นหญิงเสียส่วนใหญ่นั้น ก็พ้องกันกับข้อมูลเชิงสถิติจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่บอกว่า เด็กหญิงมักชอบแมว เด็กชายมักชอบหมา อันที่จริง ผลวิจัยดังกล่าวยังบอกอีกว่า รองจากหมาแมว เด็กอิตาเลียนชอบม้า เสือ นก สิงโต และโลมา

เด็กส่วนใหญ่ (81.7 เปอร์เซ็นต์) มีหรือเคยมีสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมากับแมวนั่นล่ะ แต่ก็พบว่ามีสัตว์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น เต่า (14.5 เปอร์เซ็นต์) แฮมสเตอร์ (10.6 เปอร์เซ็นต์) กระต่าย (4.8 เปอร์เซ็นต์) มีแค่ 1 ใน 5 คนเท่านั้นที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

การสำรวจไม่ได้ถามแค่ ‘มี’ แต่ถามว่า อยาก ‘เป็น’ อะไรด้วย ผลออกมาว่า 1 ใน 5 อยากเป็นนก 1 ใน 10 อยากเป็นหมา ตามมาด้วยสิงโต แมว โลมา เสือชีตาห์ ม้า

เด็กผู้ชายมักจะอยากเป็นสัตว์ที่โชว์ความแข็งแรงหรือวิ่งเร็ว เช่น สิงโตหรือเสือชีตาห์ เด็กผู้หญิงมักอยากเป็นสัตว์สวย ๆ งาม ๆ อย่างผีเสื้อ

และสัตว์ที่เด็กเกลียดกลัวที่สุดก็คือ งู

แต่สัตว์ก็มีมากมายหลายประเภท และความรู้สึกของคนอิตาเลียนก็มิได้มีแค่ความ ‘รัก’ อย่างเดียวเท่านั้น เราเข้าใจว่าคนอิตาเลียนคิดอย่างไรต่อสัตว์ได้หลายวิธี

ทำแบบเด็กอักษรฯ วิธีหนึ่งคงไม่พ้นการศึกษาผ่านสำนวนในภาษา การอุปมาอุปไมย เริ่มจากที่คล้ายของไทยก่อน ข้อมูลที่ได้ต่อจากนี้รวบรวมมาจากพจนานุกรมที่บ้าน

หมาจิ้งจอก เปรียบกับความเจ้าเล่ห์ แต่เรื่องนี้ แมว ก็เข้ารอบด้วย

เต่า เปรียบกับความเชื่องช้า หอยทาก ก็เช่นกัน

งู เปรียบกับคนที่ร้ายกาจ มีพิษสง คดในข้องอในกระดูก

เสือ เปรียบกับความดุ

เพราะฉะนั้น ในแง่นี้จึงอาจกล่าวได้ว่า คนอิตาเลียนกับคนไทยมีทัศนคติต่อสัตว์เหล่านี้คล้าย ๆ กัน

แต่ก็มีบางสำนวนที่คนไทยเปรียบกับอย่างอื่น หรือไม่ก็ไม่คิดจะเปรียบเลย แต่คนอิตาเลียนเปรียบคุณลักษณะต่าง ๆ กับสัตว์เหล่านี้

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.europlan.it

เงียบเป็น ปลา

แดงเป็น กุ้ง

โง่เหมือน ห่าน

ตาบอดเหมือน ตัวตุ่น

หยิ่งยะโสเหมือน นกยูง

ขี้กลัวเหมือน กระต่าย อันนี้น่าจะมาจากนิทานอีสปเรื่อง กระต่ายตื่นตูม

อ่อนติ๋มหงิมเป็น แกะ

ดื้อเป็น ลา

เก็บเนื้อเก็บตัวเหมือน หมี

น่าเกลียดเหมือน ลิง/คางคก

กล้าหาญเหมือน สิงโต

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : pixels.com/profiles/shawn-obrien

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

บางสำนวนก็ฟังแปลกหู เพราะคนไทยเราจะไม่มีวันเปรียบ เปรียบทำไม เช่น

ล่อนจ้อนเป็น หนอน (อ้อ อันนี้คนไทยโบราณจะเปรียบเป็นเปรต)

สุขภาพแข็งแรงดีเหมือน ปลา อันนี้คืออะไร ที่อิตาลีปลาไม่ป่วยเหรอ

น่าเบื่อเหมือน เห็บหมัด ยุง ตัวต่อ 2 อันแรกเข้าใจได้ว่าน่ารำคาญ แต่ตัวต่อนี่ออกไปทางน่ากลัวนะ

ร้องเพลงเพี้ยนเหมือน กบ

ตัวพองเป็น กบ เขาไม่ได้หมายถึงอ้วน แต่หมายถึงจองหองพองขน ลำพองตนจนตัวป่องเป็นอึ่งอ่าง อะไรทำนองนั้น

มาถึงคำถามคาใจใครบางคน แล้วตอนด่ากันล่ะ บ้านเรามองสัตว์บางประเภทว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาด่าให้คนฟังรู้สึกเจ็บ ๆ แสบ ๆ แล้วอิตาเลียนล่ะ เขาเอาสารพัดสัตว์บกมาด่ากันแบบเราไหม

เริ่มจาก ไอ้ สัตว์ เขาไม่ด่ากันพร่ำเพรื่อ แต่จะหมายถึง ความป่าเถื่อน รุนแรง ไร้การศึกษา

ไอ้ เหี้ย ด่าไปอิตาเลียนหลายคนคงยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ มิพักพูดถึงว่า มันมีคุณสมบัติอันใดหรือที่เราจะต้องมารู้สึกเจ็บแค้นเคืองโกรธกับการได้รับการอวยยศเช่นนี้

ไอ้หน้าหมา ไม่ว่าจะไอ้หน้าหมา หรืออีหน้าอวัยวะอื่น ก็ไม่มีใครด่าทั้งสิ้น ถ้าด่าไป อิตาเลียนอาจยืนปรบมือให้แก่ความคิดสร้างสรรค์ของเราก็เป็นได้

งั้นด่าว่าหมาก็ไม่หยาบคายอย่างนั้นสิ

จริงอยู่ หมา มักเปรียบกับความซื่อสัตย์ ความโดดเดี่ยว แต่ก็ยังเปรียบกับความไม่ได้เรื่องด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.dailypaws.com

เพราะฉะนั้น ถ้าบอกเพื่อนว่า เธอเหมือนหมาเลย ด้วยหวังใจว่าเขาจะเข้าใจว่าเราชมว่าเขาซื่อสัตย์ อาจจะเป็นการหวังสูงไปนิด ยังไงเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะ

แล้ว หมู ในตำนานล่ะ มีคนบอกว่า หมู หยาบมากกกกกก ฟังไม่ได้ (เอามือปิดหูดิ้นเร่า ๆ )

หมูถูกเปรียบกับความสกปรก อันรวมไปถึงความสกปรกในจิตใจด้วย มันจึงไปในทางความหื่น ลามก

แต่ก็ถ้ามีคนบอกว่า แหม เธอนี่เหมือน กระต่าย เลยนะ ก็อย่าได้คิดว่าเขาชมว่าเราปราดเปรียวแสนซน เพราะสำหรับคนอิตาเลียนแล้ว นอกจากเขาจะมองกระต่ายว่า ‘ขี้กลัว’ แล้ว เขาอาจจะหมายถึงว่าเราเซ็กส์จัด เพราะกระต่ายได้ชื่อว่ามีลูกเร็วมาก เหมือนวัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากประกอบกิจกรรมอันสุนทรี

ควาย ล่ะ เปรียบเทียบกันไหม

มีเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่า โง่ เขามักเปรียบกับการกินแบบไม่บันยะบันยังมากกว่า ตรงข้ามกับการกินน้อย เขาจะเทียบกับ นก บางทีก็เป็น นกคีรีบูน ด้วยนะ

คราวนี้มาดูสุภาษิต คำพังเพย บ้าง ว่าเขาเอาสัตว์มาสั่งมาสอนอะไรลูกหลานเขาบ้าง

Can che abbaia non morde.

หมาเห่ามักไม่กัด อันนี้เหมือนของไทย แต่อย่าไปจริงจังมากนะ มันเป็นความเปรียบ หมาเห่าอุ่นเครื่องก่อนกัดก็มีถม อันที่จริงมันมีนัยยะหมายรวมไปถึงว่า คนที่ร้าย ๆ กับเราเนี่ย มักจะไม่พูดพล่ามหรอก

Meglio un giorno da leone che cento da pecora.

อยู่อย่างสิงโตวันเดียว ดีกว่าอยู่อย่างแกะ 100 วัน

หลายคนอาจจะคิดแบบไทย ๆ ว่า เปรียบการอยู่อย่างมีเกียรติกับอยู่อย่างกระจอก แต่ถ้าไปดูคุณลักษณะของสัตว์ทั้งสองที่อิตาเลียนมักใช้เปรียบดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่าเกียรติที่ว่า (ถ้าจะเปรียบ) ไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ แต่คือความกล้าหาญ และกระจอกนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่เงินทองหรือสถานภาพทางสังคม แต่คือความขี้ขลาด ไม่สู้เพื่อความถูกต้องมากกว่า

ภาพ : www.thelocal.it

Il lupo perde il pelo, ma non il vizio.

หมาป่าผลัดขน แต่ไม่ผลัดสันดาน

อันนี้เป็นสุภาษิตที่ไม่ให้โอกาสคนเลย มันมีความหมายว่า คนชั่ว ต่อให้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไร เขาว่ากันว่านะ สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานน่ะสิ (เดินกอดอก ก้าวออกมา 2 ก้าว ยิ้มเยาะมุมปาก แค่นหัวเราะเบา ๆ มองกล้อง ตาวาวโรจน์) ขุดไม่ได้!

Chi pecora si fa, il lupo se lo mangia.

“อ่อนแอก็แพ้ไป” เวอร์ชันอิตาเลียน แปลตรงตัวว่า ใครทำตัวเป็นแกะ หมาป่าก็จะกิน อันนี้น่าจะเป็นอันเดียวที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ทำไมอิตาเลียนเวลามีปัญหาจึงต้องเล่นใหญ่ เพราะถ้าหงอก็จะถูกข่มทันที

ภาพ : www.telegraph.co.uk

จะเห็นว่าสัตว์ที่เป็นตัวโกง ตัวร้าย สำหรับคนอิตาเลียนคือ หมาป่า ถ้าให้คาดเดา ก็คงจะเป็นเพราะว่ามันเป็นอุปสรรคหลักของปศุสัตว์ อันเป็นอาชีพหลักของสังคมเกษตรกรรมในอิตาลีสมัยก่อน หมาป่ากับแกะถูกนำมาเปรียบของผู้ล่าอันชั่วร้ายกับเหยื่ออันน่าสงสารอยู่ตลอดเวลา

แต่ในขณะที่หมาป่าดูเป็นตัวโกง แต่ก็หมาป่าอีกเช่นกันที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรม เพราะในตำนาน นางเป็นผู้ให้นมโรมูลุสกับเรมุส ผู้ให้กำเนิดกรุงโรม ผิดตรงที่หมาป่าตัวนี้เป็นนางหมาป่า

ภาพ : commons.wikimedia.org

แล้วนักภาษาศาสตร์เชิงประวัติก็เสนอความเห็นแบบไม่อิงตำนานว่า ผู้ให้นมแต่เด็กทั้งสองเนี่ย อาจจะไม่ใช่หมาป่าหรอก แต่เป็นคนนี่ละ

เพราะคำว่า นางหมาป่า ในภาษาอิตาเลียนโบราณ เป็นสแลงหมายถึง หญิงโสเภณี

ข้อมูลอ้างอิง

– Il Ragazzini 2021, Zanichelli

– Maria Balì, Giovanna Rizzo, Nuovo Espresso 2, Alma Edizioni

 – www.bbc.com/thai/international-41599355

agricommerciogardencenter.edagricole.it

www.the-colosseum.net/ita/around/gatti_it.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load