ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มีคาเฟ่ชาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างคึกคัก แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นปีทองของวงการชา เพราะหลายสำนักคาดการณ์ว่าปี 2022 นี่แหละ จะเป็นปีที่เทรนด์ของร้านชาตะวันออกสุกงอมเต็มที่ ชากลายเป็นเครื่องดื่มที่มีคนดื่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น 

ไม่ใช่แค่ชานมไข่มุก แต่เป็นทั้งมัทฉะและชาใบที่หลายคนยังติดภาพว่ามันเป็นชาที่คนรุ่นอากงอาม่าตั้งก๊วนดื่มกัน แต่ถ้าได้ลองเห็นคนที่เดินเข้าร้านชาในวันนี้ บางคนเข้าใจถึงเรื่องกระบวนการผลิตชา และบางคนก็มีสายพันธุ์ชาที่กลายเป็นสายพันธุ์ที่ชื่นชอบส่วนตัว

แนวโน้มของร้านชาที่เปิดใหม่ ก็เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุเฉลี่ยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพลักษณ์ร้านชาที่เก่าแก่ เคร่งขรึม ถูกเปลี่ยนให้เป็นร้านชาสุดเท่ เป็นร้านที่มีรูปลักษณ์ร่วมสมัย ดูเป็นมิตรมากขึ้น แต่ถ้าดูกันในรายชื่อชาในร้าน ล้วนเป็นชาที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการชงชาแบบดั้งเดิมแทบไม่ผิดเพี้ยน 

ไม่น่าแปลกใจที่ร้านชาในยุคสมัยนี้และที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ในปีถัด ๆ ไป จะกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงชาจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นใหม่แบบไม่ขาดช่วง

‘Grow tea.studio’ ร้านน้องใหม่ล่าสุดที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการชา เปลี่ยนภาพลักษณ์ของร้านชาได้อย่างน่าสนใจ มีลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ คนที่เชี่ยวชาญเรื่องชาดีอยู่แล้ว และหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาหลงใหล ต่างแวะเวียนมาที่นี่กันมากมายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

Tea Friends

บะหมี่-นภัคธรณ์ ศรีไทรคู, ประทัด-ธนพงษ์ พิสิฐสิฬษ์ และ กิ๊ฟ-ณัฐวรา ธวบุรี เป็นผู้ก่อตั้งสตูดิโอชาเล็ก ๆ ย่านห้วยขวาง และเป็นเพื่อนที่เชื่อมโยงกันด้วยชา บะหมี่ และกิ๊ฟ เป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับชามานาน และชงชาแบบตะวันออกได้อย่างเข้าใจ ส่วนประทัดเป็นฟู้ดสไตลิสต์ที่หลงใหลจนลงลึกในมัทฉะ ทั้งสามคนมองว่าชาเป็นวัตถุดิบที่มีเสน่ห์ และเป็นสิ่งที่ดีที่อยากให้คนรู้จักมากขึ้น เลยเปิดร้านชาเล็ก ๆ เล็กในขนาดที่ว่ารองรับคนในร้านได้ทีละประมาณ 4 – 5 คนเท่านั้น แต่ก็มีคนแวะเวียนมาลองชิมชาต่อเนื่องไม่ขาดสาย

Grow tea.studio เรียกตัวเองว่าเป็น Tea Studio เพราะต้องการให้เกิดการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องชา และได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ กับชา อยากให้คนรู้จักชาที่คุณภาพดี และให้กลายเป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของคนให้ได้

Grow tea.studio สตูดิโอชงชาที่ทำให้ชาตะวันออกดั้งเดิมเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่

Friendly 

ผมนั่งอยู่ในร้านไม่ถึง 15 นาทีก็มีลูกค้าเดินเข้ามาสั่งชา สอบถามลักษณะของชาแต่ละแบบอย่างต่อเนื่อง ที่แปลกใจคือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น

ร้านหัวมุมขนาดเล็ก แต่ออกแบบให้ดูร่วมสมัยตั้งแต่ภายนอกร้าน สไตล์เป็นคาเฟ่ที่ดูเท่ ทั้งการออกแบบร้านและแบรนดิ้ง ด้วยความเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ชอบแบบไหน 

กระจกบานใหญ่ทำให้มองเห็นภายในที่เห็นกิจกรรมทุกอย่าง การพูดคุยระหว่างลูกค้ากับผู้ยืนชงในบาร์ และกรรมวิธีชงที่น่าดึงดูดความสนใจ เป็นสิ่งแรกสุดที่ทำให้คนเดินเข้ามาในร้านและอยากทำความรู้จักได้ง่าย

Grow tea.studio สตูดิโอชงชาที่ทำให้ชาตะวันออกดั้งเดิมเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่
Grow tea.studio สตูดิโอชงชาที่ทำให้ชาตะวันออกดั้งเดิมเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่

Comfortable 

ที่เราสนใจร้าน Grow tea.studio เพราะเป็นร้านชาตะวันออกที่ดึงดูดกลุ่มคนดื่มชาที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน ให้มาสนใจชาเกรดพรีเมี่ยมได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ 

รูปแบบชาที่เลือกใช้ในร้านเป็นมัทฉะคัดเกรดจากอุจิ ประเทศญี่ปุ่น และชาใบจากทางไต้หวันที่มีคาแรกเตอร์ชัด และน่าจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่มากกว่าชาจากจีน 

จากชาจำนวนมากมายและคาแรกเตอร์ของรสชาติที่มีให้เลือกจำนวนที่เยอะมาก ทีมจึงใช้เวลาคัดเลือกชากันเป็นปีก่อนที่จะเปิดร้าน และเลือกมัทฉะที่มีรสกลม เข้าใจง่าย และดื่มสบาย แต่ยังมีความซับซ้อน ลุ่มลึกในเรื่องของรสชาติของชา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีกับการดื่มมัทฉะ โดยเฉพาะคนที่เริ่มทำความรู้จักกับชา และต้องการให้ชากลายเป็นเครื่องดื่มประจำวัน ซึ่งเราคิดว่าเป็นความสำคัญที่ทำให้พวกเขามีกลุ่มลูกค้าดื่มชาที่เป็นวัยรุ่นจำนวนมากได้อย่างที่ตั้งใจ

New Traditional 

ในความสบาย เข้าใจง่าย และดูเป็นมิตร พวกเขายังคงความจริงจังเรื่องชา ชาที่ใช้จะคัดเลือกตั้งแต่ผู้ผลิตที่ทำชาได้ละเอียดอ่อน และเป็นผู้ผลิตที่ทำชาระดับพรีเมี่ยมได้ดี 

แต่การคัดเลือกชาจะคำนึงถึงราคาของชาเป็นหลัก ชาเกรดสูงสุดมีราคาสูง ถึงดีมากแต่ก็จะทำให้ราคาชาที่ต้องขายแพงตามไปด้วย ร้านเลยเลือกชาดีในระดับที่ยังมีคุณภาพจากการทำชาที่ประณีต แต่ยังชงขายในราคาไม่แพง และทำให้ลูกค้าได้ดื่มชาดีในราคาไม่สูงมาก 

ไม่ใช่แค่การตามหาชาที่ดี การดึงคาแรกเตอร์เตอร์ของชาให้ออกมาอย่างที่พวกเขาตั้งใจก็จริงจังไม่แพ้กัน 

บาร์ของที่นี่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ชงชาแบบดั้งเดิม ใช้ทั้งป้านชาดินเผาในการชงชาใบ ด้วยความเชื่อว่าจะให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่าง ซึ่งอุปกรณ์อื่น ๆ ให้ไม่ได้ 

Grow tea.studio สตูดิโอชงชาที่ทำให้ชาตะวันออกดั้งเดิมเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่

อุปกรณ์ชงมัทฉะที่ใช้ตีสดด้วยฉะเซนหรือไม้ตีชาในถ้วยดินเผาแบบดั้งเดิม หม้อต้มน้ำร้อนเหล็กแบบเดียวกับที่ใช้ในพิธีชงชาก็วางเด่นเป็นประธานของบาร์ แต่ไม่ได้ทำให้มีความรู้สึกว่าเป็นร้านที่จะต้องอยู่ในความสำรวมเหมือนในเรือนชงชา เราจะเห็นอุปกรณ์ชงอื่น ๆ ที่ใช้ช่วยสกัดชานอกเหนือจากอุปกรณ์ตามขนบธรรมเนียมชาดั้งเดิม การชั่งตวงอย่างละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสม 

ทั้งหมดนี้มีไว้เพื่อรองรับการสกัดชาแต่ละชนิดที่ต้องการวิธีการต่างกัน ทีมเชื่อว่าไม่ได้มีวิธีการเดียวที่จะชงชาตัวนั้น ๆ เลยทดลองวิธีชงทุกวิธีเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้วิธีการนั้นดึงคาแรกเตอร์ของชาออกมาให้ดีที่สุด และยังต้องอยู่ในคอนเซ็ปต์ชาที่กลมกล่อมและดื่มง่ายด้วย

การกำหนดอุณหภูมิของน้ำที่ไม่ใช่แค่น้ำเดือดกับชาใบ จะช่วยให้คาแรกเตอร์ของชาได้ผลต่างกัน การใช้เครื่องปั่นกับมัทฉะบางตัว แทนการตีด้วยมือคนที่มีความถี่จำกัด ช่วยทำให้ชาเผยคาแรกเตอร์ที่อาจจะไม่เคยได้มาก่อนหากใช้อุปกรณ์แบบดั้งเดิม เหล่านี้คือสิ่งที่ทีมมองเห็น พวกเขาเชื่อมั่นในการดึงเอาสิ่งดีที่สุดของชาออกมาด้วยวิธีที่ดีที่สุด

เบื้องหลังทีมชงชา New Traditional ที่ใช้ศาสตร์ชงชาดั้งเดิมผสานกับวิธีการใหม่ เพื่อค้นหารสใหม่ ๆ ของชา
Grow tea.studio สตูดิโอชงชาที่ทำให้ชาตะวันออกดั้งเดิมเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่

Tea 

เมนูของร้านแบ่งเป็นทั้งมัทฉะและชาใบ ใช้วิธีการชงสดแก้วต่อแก้ว ยกเว้นบางเมนูที่เลือกใช้ชาแบบ Coldbrew เป็นวิธีการสกัดให้คาแรกเตอร์ชาออกมาดีที่สุดแทน

มัทฉะจะแบ่งด้วยคาแรคเตอร์เป็นหลัก มีตั้งแต่เมนูที่เป็นชาแบบเบสิก สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักชา รสชาติกลม เพื่อให้เข้าใจความสมดุลของมัทฉะ และเป็นการเริ่มต้นที่ราคายังไม่สูงมาก 

ส่วนมัทฉะตัวอื่น ๆ แต่ละตัวจะมีคาแรกเตอร์ชัดเจนต่างกันไป บางตัวนำเสนอรสขมฝาด บางตัวนำเสนอรสอูมามิ หรือเรื่องความสดชื่นในมัทฉะ ชงเป็นชานม

นอกจากมัทฉะ ที่นี่ก็ยังมีชาใบที่มีคาแรกเตอร์น่าสนใจอย่าง Tieguanyin และ Dong Fang Mei Ren สกัดแบบ Coldbrew ชงเป็นชานมให้ได้ลองชิมด้วย

สิ่งที่น่าจะพูดได้ว่าเทรนด์ของชากำลังเบ่งบานและลงลึก น่าจะเห็นได้จากเมนูที่ถูกสั่งเริ่มเปลี่ยนจากชานมเป็นชาแบบใสมากขึ้น ทีมยืนยันว่าคนเริ่มกินชาใบชงใสทั้งร้อนและเย็นมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้คนจะนิยมกินชานม ภาพลักษณ์ของชาร้อนที่เป็นเครื่องดื่มของคนสูงวัยกำลังเปลี่ยนแปลงไป 

ชาใสแบบชงเย็นเป็นชาที่ต้องพึ่งพาแค่ตัวคาแรกเตอร์ของชาโดยตรง ไม่มีการปรุงแต่งมาก อย่างมากที่สุดก็ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบธรรมชาติเล็กน้อย ด้วยเหตุผลในการทำให้รสชาติของชาชัดขึ้น ทำให้พอเริ่มเห็นว่าผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับรสชาติจากธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

3 เมนูที่เราคิดว่าสื่อถึงความเป็น Grow tea.studio ได้ดี 

เบื้องหลังทีมชงชา New Traditional ที่ใช้ศาสตร์ชงชาดั้งเดิมผสานกับวิธีการใหม่ เพื่อค้นหารสใหม่ ๆ ของชา

เมนูแรกคือ Ruby ชาจากไต้หวันที่ทีมตามหามาใช้เป็นชาในร้าน เป็นคาแรกเตอร์ที่ต้องชงแบบใสและเย็น มีความรู้สึกฉ่ำคอ ไม่ฝาด ไม่เฝื่อน ไม่ขม และต้องมีความฟรุตตี้ สดชื่นแบบผลไม้และมีอโรม่าที่ชัด

Ruby จึงเป็นชาที่เปิดโลกรสชาติของชาของทีม Grow tea.studio โทนชาจะเป็นดอกกุหลาบแดงอบแห้ง มินต์ ใบมะกรูด และให้ความรู้สึกแบบรูทเบียร์อย่างอ่อน ๆ เมื่อชงแบบผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยจะให้รสและกลิ่นผลไม้รสฉ่ำเหมือนมะม่วง สับปะรด อาจได้รสพุทรา เป็นคาแรกเตอร์ชาที่สะดุดใจและดื่มได้สดชื่น 

เบื้องหลังทีมชงชา New Traditional ที่ใช้ศาสตร์ชงชาดั้งเดิมผสานกับวิธีการใหม่ เพื่อค้นหารสใหม่ ๆ ของชา

เมนูถัดไปอยู่ในหมวดของ Mocktail ชื่อ Yuzu Usucha เมนูนี้โชว์ให้เราเห็นความเข้าใจในชา และการทดลองที่ละเอียดของทีม Grow tea.studio เพราะมัทฉะกับความเปรี้ยวเป็นส่วนผสมที่เข้ากันได้ยากมาก ต้องการการบาลานซ์ที่ดีระหว่างชาและยุสุ 

ลึกไปกว่านั้น พวกเขาใช้มัทฉะ 2 สายพันธุ์เบลนด์กัน ต้องบาลานซ์รสชาติของชา 2 ตัวให้ออกมาดี แลใช้วิธีการชงทีละตัว เพราะมัทฉะแต่ละตัวต้องการความร้อนในการชงไม่เท่ากัน หากผสมกันแต่แรกจะให้ผลที่ออกมาไม่สมบูรณ์ ก่อนนำมาเทใส่เป็นเลเยอร์ในแก้วที่มีน้ำผึ้ง และน้ำยุสุธรรมชาติที่ตีให้กลิ่นหอมถูกกระตุ้นไว้แล้ว 

ความยากอยู่ตรงที่เมื่อได้ชาที่สมดุลแล้ว ต้องปรับความสมดุลระหว่างชากับยุสุอีกขั้น แม้เป็นเมนูที่เราอาจเห็นได้บ่อยในหลายร้าน แต่พอได้เห็นชงที่ผ่านการทดลองมาอย่างละเอียดของทีม Grow tea.studio เลยทำให้เราเข้าใจขั้นตอนของเมนูแบบนี้มากขึ้นเช่นกัน

เบื้องหลังทีมชงชา New Traditional ที่ใช้ศาสตร์ชงชาดั้งเดิมผสานกับวิธีการใหม่ เพื่อค้นหารสใหม่ ๆ ของชา

เมนูสุดท้ายคือ God Uji เมนูมัทฉะที่ใช้วิธีการสกัดแบบไม่ได้ใช้การตีชาด้วยมือคน เพื่อให้คาแรกเตอร์ชาที่ซ่อนอยู่ให้เผยตัวเองออกมา 

ชาเบลนด์ที่พรีเซนต์ความเป็นธรรมชาติของร้าน สื่อสารด้วยกลิ่นป่าสน สดชื่น รสชาติโทนผลไม้แบบเบอรี่ มีรสอูมามิและกลิ่นสโมกเบา ๆ รสธรรมชาติที่ถูกซ่อนไว้ถูกเผยออกมาด้วยการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทีม เป็นแก้วที่สื่อสารความเป็น Grow tea.studio ได้ดีมาก

Grow tea.studio

ที่ตั้ง : ซอยอุดมสุข แยก 4 สุทธิสาร (MRT สุทธิสาร ทางออก 3) (แผนที่

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. 

Instagram : www.instagram.com/Grow.teastudio

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load