ในสถานการณ์ช่วงไวรัสระบาด ผมเลื่อนไถหน้าจอมือถือไปเห็นแคมเปญประกาศขายหน้ากากผ้า เพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับหมอและพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ชื่อว่า CO-with 19 ซึ่งมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะคิดว่ามันก็เหมือนกับการระดมทุนที่เห็นกันมากมายในตอนนี้ 

ว่ากันโดยหลักการแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกับโครงการอื่นๆ แต่ความต่างที่น่าสนใจจนต้องเอามาบอกเล่ากันต่ออยู่ตรงที่แคมเปญนี้ เป็นการหยิบจับเอาศิลปินนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น DUCTSTORE The Design Guru, TNOP DESIGN, Pomme Chan, Visionary, Lolay, Jeep Kongdechakul, Sahred Toy, Cuscus, Yune, TUNA Dunn, Kanith, Juli Baker and Summer, Lili Tae, Benzilla, Banana Blah Blah, Nakrob Moonmanas, Benxblues, Nut.Dao, KNN.5 และ Suthipa Kamyam มาสร้างสรรค์ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมากจากวงดนตรีอย่าง 25hours, Scrubb, Phum Viphurit, SLUR, Yellow fang, DCNXTR, Stoondio, Whal & Dolph, TELEx TELEXs, Solitude Is Bliss, Safeplanet, Dept, Anatomy Rabbit, H 3 F, Somkiat, Moving and Cut, Mints, Zweed n’ Roll, และ temp. จนออกมาเป็นกราฟิกบนหน้ากากผ้าหลากหลายที่มีทั้งน่ารัก สดใส สนุก ไปจนถึงจนเรียกรอยยิ้มได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยความน่าสนใจเลยคิดว่าจะขอเข้าไปซื้อเพื่อบริจาคในโครงการนี้ด้วย แต่กลายเป็นว่าหน้ากากผ้าหลายๆ ชิ้นนั้นขายหมดเกลี้ยงไปแล้วด้วยซ้ำ

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

ที่น่าสนใจกว่าลายบนหน้ากาก เห็นจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการทำแคมเปญนี้ เพราะเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งมารวมตัวกันได้ไม่กี่เดือนภายใต้ชื่อว่า GroundControl นั่นเอง ซึ่งแม้จะใหม่แต่เมื่อเห็นทีมคนทำงานแล้ว เราก็ไม่แปลกใจถึงเสียงตอบรับที่ดีมากต่อเคมเปญเล็กๆ นี้เลย เพราะทีมงานทั้งสามคนประกอบไปด้วย ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ที่หลายคนอาจจะคุ้นชินกับหน้าที่การเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์และเป็นศิลปินทำงานด้านภาพถ่าย รวมไปจนถึงการจัดการด้านงานศิลปะอีกมากมาย คริสซี่-ศิขรินทร์ ลางคุลเสน อดีตนักสื่อสารของค่ายหนังใหญ่ที่นอกจากจะสนใจในศิลปะ เธอยังเป็นคอลัมนิสต์ของคอลัมน์ What I’ve Scene ใน The Cloud อีกด้วย (ใครสนใจตามไปอ่านการท่องเที่ยวตามรอยหนังของเธอได้) และ ปอน-อังกูร ไชยปรีชาวิทย์ ผู้เคยทำงาน Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อสังคมมาแล้วหลายต่อหลายตัว 

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

แม้จะมาจากต่างแบ็กกราวด์ แต่ทั้งสามคนนั้นมีแพชชันที่สอดคล้องกัน นั่นคือ ความรักและสนใจในด้านศิลปะ และต้องการใช้บริษัทแห่งนี้เชื่อมต่อวงการสร้างสรรค์เข้ากันกับสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งตัวงานศิลปะและศิลปินอย่างยั่งยืน แม้จุดหมายที่ได้ฟังในทีแรกจะดูไกลเหมือนอยู่ห่างกันคนละดาว แต่หลังจากที่ได้นัดคุยกับทั้งสามคนผ่านวิดีโอคอล ผมก็เชื่อว่าทั้งสามคนในนามของ GroundControl น่าจะส่งสารอะไรบางอย่างที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการศิลปะหลังจากนี้ได้ไม่มากก็น้อย 

และก็ขอเชิญพบกับบทสนทนาของ GroundControl ภาคพื้นดินผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญแห่งนี้ไปพร้อมกันหลังสัญญาณนับถอยหลัง…

GroundControl to Major Tom

ผมถามทั้งสามคนถึงที่มาที่ไปของการมารวมตัวกันว่าเกิดจากอะไร ทั้งสามคนเล่าให้ฟังว่ามันเริ่มต้นมาจากการที่ผ้าป่านซึ่งเป็นคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และศิลปะ ตั้งแต่การทำงานสายภาพถ่าย เป็นผู้จัดการงานศิลปะ ภัณฑรักษ์ของแกลเลอรี่ ร่วมก่อตั้งเทศกาลงานศิลปะ ไปจนถึงเป็นกรรมการตัดสินงานประกวดหลายงาน มาถึงจุดที่มีเป้าหมายชัดเจน และพบว่ามีสิ่งที่อยากทำอยู่อีกเยอะมาก แต่ทำไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว จึงรวมทีมขึ้นมา

“ด้วยความที่เราทำงานอยู่ในแวดวงนี้มาระยะหนึ่ง เรามีโอกาสได้ไปดูงานหลายๆ ที่ ในหลากหลายตำแหน่ง ทั้งงานนิทรรศการ งานประกวดภาพถ่าย บุ๊กแฟร์ อาร์ตแฟร์ ทั้งในระดับเอเชียและในภูมิภาคยุโรป พอเราได้เห็นภาพที่กว้างขึ้นของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แบบนี้ มันทำให้เราเกิดไอเดียและโปรเจกต์ในหัวขึ้นมาเยอะมาก เพราะมองเห็นโอกาสที่จะสร้างสรรค์และเชื่อมโยงแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เราไม่ได้ทำเป็นเองทุกอย่าง ก็เลยมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะมาร่วมงานกัน 

“คนแรกที่นึกถึงเลยคือคริสซี่ เพราะว่าเราทั้งสองคนรู้จักกัน เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เดินทางด้วยกันมาหลายทริป คือป่านเชื่อว่าคนที่เดินทางด้วยกันได้จะทำงานด้วยกันได้นะ บวกกับเราทั้งสองคนก็มีทัศนคติ ความชอบ เป้าหมาย ในด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมไปถึงวิธีและการจัดการงานที่คล้ายกัน ก็เลยชวนมาร่วมงาน” ผ้าป่านเล่าถึงจุดเริ่มต้น 

และผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนหนึ่งคือปอน น้องชายแท้ๆ ของผ้าป่านนั่นเอง

“สองคนนั้นเขาอยู่ในแวดวงศิลปะกันอยู่แล้ว แต่ผมเป็นคนเดียวที่มาจากทางฝั่งธุรกิจ มีความเข้าใจในบริบทของภาคสังคมและเทคโนโลยีอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ เราเหมือนอยู่กันบนโลกคนละใบเลยนะ ผมเคยคิดถึงขั้นว่าศิลปะคือภาพวาด ภาพถ่าย แค่นั้นเลยจริงๆ ด้วยซ้ำ 

“แต่พอโตขึ้น เห็นโลกที่กว้างขึ้น ก็เลยได้ค่อยๆ เห็นว่าจริงๆ ศิลปะมันแฝงอยู่รอบตัวเรา ยิ่งพอได้ฟังไอเดียของ GroundControl ก็เลยสนใจอยากมาร่วมด้วย เพราะนอกจากจะทำให้เราเข้าใจงานภาคศิลปะเชิงสร้างสรรค์อย่างลึกซึ้งขึ้นแล้ว เราเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์นี้ได้เข้ามาเพิ่มศักยภาพ ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ให้กับโลกฝั่งธุรกิจ เทคโนโลยี รวมไปถึงภาคีภาคสังคมที่เราทำงานด้วยมาตลอดหลายปี” ปอนอธิบายต่อ

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ
Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

เป้าหมายแสนห่างไกล

ผมถามต่อว่า เป้าหมายของทั้งสามคนคืออะไร พวกเขาอธิบายว่า GroundControl เป็นกลุ่มที่นิยามตัวเองไว้ว่า เป็นบริษัทจัดการงานสร้างสรรค์ที่ดูแลทั้งงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ จนถึงงานครีเอทีฟและนวัตกรรมด้วย และยังทำเรื่องการเชื่อมต่อให้เกิดชุมชนระหว่างนักสร้างสรรค์ ลูกค้า และสังคม เพื่อให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของเหล่านักออกแบบและศิลปิน ซึ่งเมื่ออยู่กันได้อย่างยั่งยืนแล้ว ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาและยกระดับแวดวงศิลปะของไทยให้ทัดเทียมกับที่อื่นๆ ในเอเซียได้ 

“เราสนับสนุนการร่วมมือกันของคนจากหลากหลายอาชีพ ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคสังคม แล้วเข้าไปร่วมบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันภายใต้ขอบเขตของงานสร้างสรรค์ เรามองว่าในยุคปัจจุบัน มันมีทิศทางที่แต่ละอย่างจะถูกรวมองค์ความรู้กันมากขึ้น ไม่ใช่รู้ลึกรู้จริงด้านเดียว แต่ต้องรู้ให้กว้าง ข้ามสาย และถึงแม้เราจะทำไม่ได้ทุกอย่าง แต่ถ้ามองเห็นภาพรวม ก็จะมองเห็นความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น 

“เราอยากเห็นการ Collaborate ที่สนุกๆ จากสายงานที่ต่างกันสุดขั้ว มันคือหนทางที่ศิลปินจะถูกส่งออกไปยังอุตสาหกรรมอื่น ไม่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมศิลปะ และเกิดเป็นประโยชน์ร่วมกันในทุกฝ่ายต่อไป

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ
Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

“ในช่วงปีหลังๆ มานี้ เราจะเห็นได้เลยว่างานสร้างสรรค์มันสร้างมูลค่าให้กับชุมชนและเมืองได้จริง จนมีทั้งภาครัฐและเอกชนมาสนับสนุนงานศิลปะเพิ่มขึ้นเยอะมาก ทั้งงานเทศกาล งานประกวด ไปจนถึงการชวนศิลปินมาสร้างงานบนกำแพง ก็ทำให้ย่านนั้นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เราอยากเห็นการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและการผลักดันนักสร้างสรรค์และศิลปินไทยเก่งๆ ที่มีอยู่เยอะมากให้ได้ทำงานระดับเอเชีย และก้าวต่อไปในระดับโลกกันมากขึ้น

“ในระหว่างนั้นศิลปินเหล่านี้ก็ต้องอยู่ให้ได้ ด้วยแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อย่างกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วม เมื่อแบรนด์มองเห็นคุณค่าและความสำคัญของงานสร้างสรรค์ ก็จะเกิดการจ้างงาน-สร้างงาน และถ่ายทอดชิ้นงานหรือแคมเปญนั้นๆ ส่งต่อให้กับสังคมได้อีกทีหนึ่ง

“การที่จะทำแบบนั้นได้ สังคมเองก็ต้องมองเห็นคุณค่าของงานสร้างสรรค์ และเข้าใจผลผลิตของอุตสาหกรรมนี้เช่นเดียวกัน เราว่ามันเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในวงการนี้เหมือนกันนะ ที่ต้องพยายามสื่อสารและเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้เข้าใจและสนับสนุนงานสร้างสรรค์กันมากขึ้น หลายประเทศขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้กันอย่างจริงจัง จนเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจได้ ถ้ามันเกิดขึ้นได้แบบครบวงจรก็จะทำให้นักสร้างสรรค์เองอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอกลักษณ์ของตัวเอง และจะเป็นการยกระดับงานของศิลปินให้มันสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้” ทั้งสามคนอธิบายถึงเป้าหมายของกลุ่ม

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

หลังฟังคำตอบ เราค่อนข้างตกใจในเป้าหมายของทั้งสามคนที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ห่างไกลเสียเหลือเกิน 

“มันอาจจะดูไกลมากๆ เลย โดยเฉพาะการเปลี่ยนทัศนคติของคน จนถึงที่สุดแล้วเราอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลยก็ได้ แต่อย่างน้อยขอให้เราได้เริ่มต้น อาจจะเป็นการส่งต่อความคิดนี้ไปให้กับรุ่นต่อไป อีกมุมเรามองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว ยิ่งทุกวันนี้ทุกคนมีพื้นที่สื่อเป็นของตัวเอง จะสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาก็ได้ ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราอยากเห็นมันไม่ได้ไกลมากขนาดนั้นนะ 

“หลายคนมองว่าศิลปะเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่อย่างในช่วง COVID-19 นี้ พวกเราก็เห็นว่าคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ทำงานศิลปะออกมาจัดระดมทุนกันอยู่ค่อนข้างมาก ทั้งที่ก็เป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาดนี้เช่นกัน เพราะไม่มีพื้นที่แสดงงาน ไม่เกิดการซื้อขายงานกันตามปกติ แต่ก็ผลิตงานออกมาเพื่อระดมทุนกันได้เยอะมาก เราจึงเห็นว่างานศิลปะมันสร้างคุณค่าและช่วยสังคมได้จริง หรือสิ่งที่ทำให้เรายังมีความสุขเวลาอยู่บ้านก็คือเรื่องสุนทรียะที่อยู่รอบตัวเรา” ทั้งทีมเล่าถึงเป้าหมายที่อาจจะไม่ได้ไกลอย่างที่เราคิด

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

ภารกิจแรกของ GroundControl

เราถามถึงโครงการแรกของทีมที่ได้ทำร่วมกันอย่างหน้ากากผ้าที่พาศิลปินและนักออกแบบมาเจอกันว่าเริ่มต้นมาอย่างไร ทางทีมก็อธิบายถึงจุดเริ่มต้นว่า ทุกคนได้เห็นและรับรู้ปัญหาของทางโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง 

พอดีว่า นิค-ธาฤทธิ์ เจียรกุล (วง temp. และ Part Time Musicians) ที่เชิญวงดนตรีอินดี้หลายๆ วงมาทำไลฟ์ผ่านอินสตาแกรม 14 วัน 14 วง สนใจอยากทำระดมทุน จึงเอาโครงการที่เปิดรับมาให้ทางทีมช่วยกันดู เหมือนตรวจสอบกันอีกรอบว่าโครงการไหนที่ขาดแคลนจริงๆ บ้าง ทางทีมก็เลยได้เจอโครงการของทางโรงพยาบาลที่ขาดแคลนในสามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งด้วยวัฒนธรรมของชาวมุสลิมที่อาจจะไม่สอดคล้องกับการระบาดของโรคในตอนนี้ และความอ่อนไหวด้านสถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ค่อยมีการสื่อสารเรื่องนี้ออกไปมากนัก 

“พวกเราอยากช่วยทำอะไรบางอย่างในแบบที่พวกเราทำได้ ก็เลยมาเริ่มต้นโปรเจกต์ CO-with 19 ซึ่งเราก็มามองกันว่าตอนนี้เรามีอะไรอยู่ในมือบ้าง พบว่าเรามีพี่ๆ เพื่อนๆ เป็นศิลปิน นักออกแบบ และนักวาดภาพประกอบ ส่วนนิคก็มาจากสายนักดนตรี โปรเจกต์นี้เลยเกิดขึ้นง่ายมาก เพราะมันตรงกับเป้าหมายของเราด้วย 

“นั่นคือการนำเอาสองวงการมาเจอกัน ร่วมมือกันสร้างงานเพื่อสังคม และยังได้ ทำ-มา-หา-กิน ภายใต้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ออซั่มโด มาควบคุมคุณภาพการผลิต รวมไปถึง Socialgiver เข้ามาสนับสนุนเป็นแพลตฟอร์มด้านการบริจาคเงิน โดยรายได้ทั้งหมดจากแคมเปญนี้ เราบริจาคให้กับโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนใต้

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

“คือเราก็รู้นะว่าการทำแบบนี้มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุของระบบโครงสร้างในภาพรวมใหญ่ แต่ตอนนี้ความขาดแคลนของโรงพยาบาลก็เป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งถ้ามีโมเดลที่ทำให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างได้จริง เราก็พร้อมทำกันเต็มที่ แต่เพียงแค่ในตอนนี้มันรอไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ที่เกิดจากคนด้านล่างมันเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าในยุคสมัยนี้ที่ทุกคนไม่ได้รอการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายแบบบนลงล่าง แต่ขับเคลื่อนกันด้วยแรงจากชุมชนขึ้นไป” ทีมเล่าย้อนถึงวันที่ทำโปรเจกต์ CO-with 19

เราถามถึงแผนรับมือในวันที่เกิดวิกฤตโดยตรงกับงานแบบออแกไนเซอร์ของทั้งสามคนที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นว่ามีแผนรับมืออย่างไรบ้าง

ถึงแม้เราจะเน้นเรื่องการทำงานกับบรรดานักสร้างสรรค์ แต่ส่วนหนึ่งก็คือการทำกิจกรรมและอีเวนต์ ซึ่งงานหลายตัวถูกเลื่อนออกไป เรายังคาดการณ์ไม่ได้ชัดเจนว่าหลังจากผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับสังคม หลายคนบอกว่ามันจะมี New Normal ใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งก็น่าตื่นเต้นดีที่เราจะทดลองหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยวิธีคิดที่แตกต่าง ค้นหาทางเลือกใหม่ในการจัดกิจกรรมทั้งหลาย เป็นการปรับตัวสำหรับโลกอนาคตที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เช่น การจัดนิทรรศการงานศิลปะหรืออาร์ตแฟร์ในรูปแบบออนไลน์ เปิดให้คนได้มีประสบการณ์เสมือนอยู่ที่งานแสดงจริงๆ เป็นทั้งพื้นที่แสดงงาน ขายงาน เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ หรือจะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนเข้าด้วยกันได้ 

“ความท้าทายตอนนี้ คือการค้นหาความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งก็ขอฝากให้รอติดตามกันว่าโปรดักต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมีอะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบไหน และนำไปสู่สิ่งใหม่ได้ยังไง” 

ชาว GroundControl ทิ้งท้าย ซึ่งทำให้เราตั้งตารอดูนวัตกรรมใหม่ๆ ทางศิลปะที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ด้วยความหวังเป็นอย่างมาก

Ground Control กับโปรเจกต์สร้างสรรค์หน้ากากผ้าที่ช่วยกอบกู้ทั้งสังคมและวงการศิลปะ

ขอขอบคุณ

ภาพ : กันต์รพี โชคไพบูลย์

สถานที่ : OOOBkk

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“สวัสดีครับ ขอเป็นภาษาฝรั่งเศสได้ไหมครับพี่”

เสียงปลายสายของนักเตะเชื้อชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ในยามเที่ยงวันเวลาสหราชอาณาจักรเอ่ยก่อนเริ่มบทสนทนา คงพอทำให้เราเข้าใจแล้วว่า เหตุใดถึงแทบไม่เคยมีสื่อไทยได้คุยกับ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร แบบเต็ม ๆ มาก่อน

แม้เขาจะเกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ประเทศไทย รวมถึงเคยกลับมารับใช้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่ธนวัฒน์ก็ย้ายตามครอบครัวไปเติบโตบนแผ่นดินฝรั่งเศสตั้งแต่เริ่มจำความได้ และใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปมาโดยตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน 

ธนวัฒน์บอกว่าเขาตอบด้วยภาษาไทยไม่ค่อยถนัด แต่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะพูดฝรั่งเศสช้า ๆ ชัด ๆ ซึ่งหนุ่มสุพรรณก็ทำตามสัญญา จะรัวเร็วบ้างก็ต่อเมื่อเล่าถึงความรักต่อฟุตบอล เมื่อนั้นดวงตาของเขาจะเป็นประกายวิบวับอย่างห้ามไม่อยู่

เราอาจกล่าวได้ว่า ธนวัฒน์คือบุคคลที่บ้าบอลโดยสมบูรณ์แบบ กระตือรือร้นกับการเล่นฟุตบอลมาทั้งชีวิต และลงสนามเพื่อ ‘เล่น’ ฟุตบอลจริง ๆ

ตลอดการสนทนา เราสัมผัสได้ถึงทัศนคติดีเยี่ยม ความมั่นใจในตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีความอ่อนน้อมสุภาพ

ท่ามกลางสิ่งที่ธนวัฒน์ต้องเจอในสนามจริง ทั้งการแข่งขันภายในทีมอันสูงลิ่ว รวมถึงการต้องแบกความคาดหวังของแฟนบอลไทยไว้เต็มบ่าที่ล้วนมีความฝันอยากเห็น ‘แข้งสายเลือดไทย’ ก้าวมาโลดแล่นบนเวทีลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หลังจากเขาย้ายมาอยู่กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าฤดูกาลที่ 3 และเคยถูกส่งชื่อมาสัมผัสม้านั่งสำรองในทีมชุดใหญ่มาแล้ว… 

และในซีซั่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น นี่จึงถือเป็นขวบปีที่ท้าทายของ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ผู้เล่นคนไทยเพียงหนึ่งเดียว ในลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากสุดของโลกอย่างพรีเมียร์ลีก 

ตัวตน ความคิด ทัศนคติ และการต่อสู้ในชีวิตที่ผ่านของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ตลอดการเดินทางบนถนนลูกหนัง ‘นักเตะหนุ่มสุพรรณ’ ผู้นี้ต้องฝ่าฟันหรือเผชิญอะไรมาบ้าง 

นี่คือคำแปลบทสนทนาดังกล่าว ที่เราพยายามถ่ายทอดอัธยาศัยใจคอของเขาให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ความทรงจำแรกสุดเกี่ยวกับฟุตบอลของคุณคืออะไร

ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 2 ขวบ จำได้ว่าเล่นกับแม่บนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ที่เมืองไทยนี่แหละครับ ฟุตบอลเป็นความสุข เป็นความสนุกของผม พอผม 6 ขวบก็ย้ายไปฝรั่งเศสกับแม่และพ่อเลี้ยง ซึ่งผมรักเหมือนพ่อแท้ ๆ

พ่อให้ผมไปเล่นฟุตบอลในชมรมฟุตบอลแถวบ้าน เพื่อให้ปรับตัวกับสังคมฝรั่งเศสได้ จะได้หัดพูดฝรั่งเศส เพราะตอนแรกพูดไม่ได้สักคำเลย แต่เพื่อน ๆ พูดฝรั่งเศสกันหมด มันทำให้เราต้องปรับตัวตามธรรมชาติ

มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยก่อนย้ายประเทศบ้าง

ส่วนใหญ่จำได้แต่ครอบครัวครับ เพราะตอนนั้นผมยังเด็กมาก เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับเมืองไทยจำไม่ค่อยได้

แต่คุณพูดไทยได้นี่ พูดค่อนข้างชัดเลยด้วย

ขอบคุณครับ พยายามพูดให้ชัด แต่จริง ๆ พูดได้แค่นิดหน่อยครับ คือผมฟังภาษาไทยรู้เรื่องนะเพราะแม่พูดไทยด้วยตลอด แต่ว่าพูดไม่ค่อยเก่ง ติดที่คิดคำไม่ค่อยออกน่ะ

รู้สึกเป็นคนไทยหรือคนฝรั่งเศสมากกว่ากัน

ผมเติบโตมากับวัฒนธรรมผสมผสานทั้งไทยและฝรั่งเศส ก็เลยรู้สึกว่าเป็นคนทั้ง 2 ชาติ แต่ลึก ๆ รู้สึกว่าเป็นคนไทยมากกว่า เป็นคนไทยที่โตเมืองนอก และพูดฝรั่งเศสมากกว่าภาษาไทย

ตอนเด็ก ๆ เคยคิดไหมว่าอยากโตไปทำอาชีพอะไร หรือคำตอบเดียวในใจคือนักฟุตบอลอาชีพ

ตอน 6 ขวบไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ ไม่ได้คิดว่าฟุตบอลเป็นอาชีพได้ แค่อยากเตะบอลสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ เท่านั้น แต่หลังจากนั้นพอมีสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (Fédération Française de Football) หรือ FFF แล้วติดต่อมาพูดคุยกับพ่อแม่และตัวผม มันก็ทำให้เราอยากเป็นนักฟุตบอลจริงจัง ผมรักฟุตบอล มีชีวิตอยู่เพื่อฟุตบอล เลยตัดสินใจไวมากเลยว่า ใช่ ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ไม่มีเปลี่ยนใจเลย

ไม่มี ตอนเด็ก ๆ สมัยเรียน ครูถามว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร ผมก็ตอบว่านักฟุตบอล

ผมเริ่มเล่นเพราะความสนุก และจริง ๆ ทุกวันนี้ก็เล่นเพราะความสนุกเป็นหลักเลยครับ เพราะถ้าไม่สนุก ไม่ชอบแล้ว เราก็คงเล่นไม่ดี

แต่เส้นทางก็ยากน่าดูใช่ไหม เพราะคนเอเชียเราตัวเล็กกว่าฝรั่ง

พูดตรง ๆ ผมมีปมว่าเราไม่เก่งเท่าเพื่อน ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น ๆ ด้วยส่วนสูงของเรา ผมมักจะเป็นคนที่ตัวเล็กสุดในทีมเสมอ แต่ถึงเราตัวไม่สูง ผมคิดว่าคนเอเชียอย่างเราก็มีข้อดีอื่นมาชดเชยนะ การเป็นคนตัวเล็กทำให้เราอาจจะเร็วกว่านิดหน่อย ผมต้องพยายามพัฒนาด้านอื่นมากลบจุดด้อยของตัวเองอยู่เสมอ

ใครเป็นนักฟุตบอลคนโปรดในใจคุณ

อันเดรส อิเนียสตา (Andrés Iniesta) นักเตะสเปนตอนนี้เล่นอยู่ที่ญี่ปุ่น เขาเป็นนักเตะที่ตัวค่อนข้างเล็ก (สูง 171 เซนติเมตร) แต่เขาเก่งทุกด้านเลย และเล่นได้มหัศจรรย์มากครับ สำหรับคนที่ตัวสูงเท่า ๆ เขา เขาเป็นแรงบันดาลใจว่าส่วนสูงไม่ใช่ปัญหาเลย

สังคมฟุตบอลของฝรั่งเศสที่กันเติบโตมาเป็นอย่างไร

คนเล่นฟุตบอลมีมากกว่าครับ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็เตะฟุตบอล ในแต่ละหมู่บ้านมีสนามบอลเล็ก ๆ เป็นแบบนี้แทบทั้งประเทศฝรั่งเศสเลย ใคร ๆ ก็มาเล่นได้ฟรี จะเด็กหรือแก่ก็เล่นด้วยกันได้หมด แล้วสนามมักเต็มไปด้วยเด็ก ๆ เสมอ ทั้งก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน ตอนผมไปเมืองไทย ก็เห็นว่ามีสนามเล็ก ๆ แบบนี้อยู่ แต่ไม่มากเท่าในฝรั่งเศส

ผมเองก็บ้าบอลมาก เวลาผมกลับมาจากโรงเรียน สิ่งแรกที่ทำคือวิ่งไปที่สนามและเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ (หัวเราะ) ต้องได้เตะบอลก่อนถึงจะกลับไปทำการบ้าน ซึ่งในที่สุดพ่อแม่ก็เข้าใจว่าเปลี่ยนใจผมไม่ได้แล้ว ผมไม่สนใจอย่างอื่นเลย

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พวกเขาสนับสนุนเส้นทางนักเตะของคุณตลอดใช่ไหม

ใช่ครับ การสนับสนุนของพ่อแม่สำคัญมากสำหรับผม ตอนที่ผมย้ายไปน็องซี่ พ่อแม่มาเยี่ยมแทบทุกสัปดาห์เพื่อมาดูผมเล่น การเล่นฟุตบอลให้ดีคือการแสดงความขอบคุณพวกเขา ถ้าแมตช์ไหนผมเล่นแย่ ผมไม่ได้แค่รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่รู้สึกไม่ดีด้วยที่พ่อแม่ต้องเดินทางมา

ตอนย้ายไปฝึกกับ AS Nancy Lorraine คุณอายุเท่าไหร่

12 ขวบกว่า เกือบ 13 ขวบ ผมย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำที่ต้องฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวัน ควบคู่กับการเรียนหนังสือ คือเช้าเรียน 2 ชั่วโมง ซ้อมบอล บ่ายเรียนอีกรอบ แล้วก็ซ้อมบอลใหม่ กินนอนในโรงเรียนประจำ ได้เจอพ่อแม่แค่เสาร์-อาทิตย์ เป็นการเตรียมตัวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในอะคาเดมีเยาวชนที่เรียกว่า Pôle Espoirs โดยฝรั่งเศสเขาจะคัดเด็กที่เก่งที่สุด 16 – 18 คนจากแต่ละแคว้นมาฝึกซ้อมด้วยกัน แล้วก็มาแข่งกัน

ตอนนั้นกลัวไหมว่า ถ้าเล่นไม่ดีจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ไม่นะ ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมชอบ แพสชันมาก่อนการทำงาน ทุกวันคือการฝึกเพื่อเข้าใกล้การเป็นนักบอลอาชีพให้ได้มากที่สุด ผมเข้าใจดีว่าถ้าเราไม่พัฒนา ก็เป็นนักบอลอาชีพไม่ได้ ไม่ได้กลัวหรือกดดัน แต่อยู่กับปัจจุบันให้เต็มที่

มันยากมากอยู่แล้วสำหรับเด็กอายุ 13 ที่ต้องห่างจากบ้าน ห่างจากครอบครัวเป็นครั้งแรก แต่พอได้เล่นฟุตบอลก็รู้สึกดีขึ้น ได้สนุก ได้หัวเราะ เล่นแล้วมีช่วงเวลาดี ๆ ก็ลืมคิดถึงบ้าน เพื่อน ๆ ที่ฝึกก็น่าจะรู้สึกคล้าย ๆ กัน

ฝรั่งเศสสอนให้เด็กเล่นฟุตบอลยังไง และปลูกฝังความคิดอะไรให้กับนักเตะระดับเยาวชน จนทำให้เป็นประเทศที่ผลิตนักฟุตบอลเก่ง ๆ ออกมาสู่โลกฟุตบอลได้ไม่ขาดสาย

อะคาเดมีฝรั่งเศสถือว่าเก่งมาก ทั้งในระดับยุโรปและระดับโลก เห็นได้ว่ามีนักเตะฝรั่งเศสเก่ง ๆ อย่าง Kylian Mbappé, Paul Pogba และคนอื่น ๆ อีกมากมาย ผมว่าเคล็ดลับคือ เขาปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ให้เด็ก ๆ เล่นฟุตบอลตลอด อย่างที่ผมเล่าว่ามีสนามบอลทั่วประเทศ ฟุตบอลถือเป็นกีฬาประจำชาติฝรั่งเศสครับ

เข้าใจว่าพ่อแม่คนไทย ถ้าลูกชอบเตะบอล ก็คงบอกว่าการเรียนสำคัญกว่าฟุตบอลใช่ไหมครับ ไม่รู้จะพูดยังไงดี คือพ่อแม่ฝรั่งเศสก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละ แต่เขาจะพยายามไม่ทำลายความฝันของลูก จะไปห้ามไม่ให้เล่นฟุตบอล ต้องเรียนหนังสืออย่างเดียว แบบนี้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เด็กได้คิด ได้ฝัน พูดได้แค่ว่าถ้าจะเล่นฟุตบอลให้เต็มที่ ก็อย่าทิ้งการเรียนนะ การเรียนก็สำคัญ ต้องตั้งใจทั้งคู่

ผมคิดว่าเมืองไทยให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือมากกว่าฟุตบอลมาก ๆ ซึ่งผมเข้าใจนะ มันเป็นเรื่องปกติ แม่ผมก็พูดแบบนี้ แต่พ่อเขาเข้าใจว่าฟุตบอลสำคัญ ให้เราทำ 2 อย่างไปพร้อมกันได้

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สมัยเยาวชน คุณเคยเล่นฟุตบอลกับนักเตะชื่อดังระดับโลกคนไหน

Michaël Cuisance ที่เคยเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิก แต่ตอนนี้ค้าแข้งอยู่กับสโมสรเวเนเซีย ในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี คนนี้ไม่ธรรมดาเลยล่ะ

อะไรทำให้คุณตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมน็องซี่ และเลือกย้ายออกมาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ มีข้อเสนอเข้ามาเยอะไหมก่อนเลือกเลสเตอร์

พอมาถึงปีสุดท้ายของสัญญากับน็องซี่ ช่วงเปิดฤดูกาลก็มีสโมสรจากจีนติดต่อมาซื้อตัวผม และน็องซี่ตกลงที่จะขาย แต่ตัวผมน่ะไม่อยากไป ตอนนั้นคิดได้ว่าน็องซี่ไม่อยากได้ตัวผมแล้ว ประจวบเหมาะกับเลสเตอร์เข้ามา เขาอยากให้ผมไปอยู่ด้วยในปีถัดไป

พอจบฤดูกาล น็องซี่บอกว่าขอต่อสัญญา 1 ปี ไม่ใช่สัญญาระยะยาว ขณะที่เลสเตอร์ให้สัญญาอาชีพเลย ใจผมเลยมาอยู่เลสเตอร์

ทำไมถึงเลือกมาลีกที่ดูแข็งแรงและยากกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก ถ้าไปจีนก็อาจจะง่ายกว่า และอาจได้รายได้สูงด้วย

ผมไม่ได้คิดจะย้ายไปอยู่จีน และเลสเตอร์เป็นสโมสรชั้นยอดของอังกฤษ ประธานสโมสรก็เป็นคนไทย มีหลายอย่างที่เกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จ มันเป็นประสบการณ์ที่ดี ไม่เคยคิดเสียใจเลยที่เลือกมานี่ครับ

การมีเจ้าของสโมสรเป็นคนไทย กังวลไหมว่าจะถูกมองว่าคุณได้ย้ายมาเพราะเจ้าของทีม

จะคิดอย่างนั้นก็ได้ครับ เป็นความจริงที่ประธานสโมสรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมได้มาอยู่ที่นี่ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่การมาอยู่กับเลสเตอร์มีความหมายกับผมมาก ดีใจที่ได้ต่อสู้เพื่อสีของเลสเตอร์ แล้วก็ภูมิใจที่เจ้าของทีมเป็นคนไทย

ตอนผมอายุ 16 คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ก็เคยชักชวน อยากให้ผมมาอยู่เลสเตอร์แล้วนะ ซึ่งตอนนั้นผมยังมีสัญญากับน็องซี่อีก 3 ปี และพ่อแม่ก็อยากให้เรียน ม.ปลาย ที่ฝรั่งเศสให้จบก่อน ผมก็สนใจเลสเตอร์มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ฟุตบอลที่อังกฤษแตกต่างกับฝรั่งเศสอย่างไร

อธิบายยากครับ โดยรวมคือฟุตบอลอังกฤษใช้แรงเยอะกว่า ดุดันกว่า และกองเชียร์อังกฤษก็คลั่งไคล้ฟุตบอลมากกว่าฝรั่งเศสเสียอีก ทั้งการสนับสนุนหรือสนามก็ดีมาก ๆ ส่วนฝรั่งเศสก็ใช้แรงนะครับ แต่ว่าเน้นแท็กติกและเทคนิค เล่นตัวต่อตัวน้อยกว่า (Less Duel) ให้ความสำคัญกับการจ่ายบอลไว

ดุดันกว่า แปลว่ายากกว่าไหม

เรียกว่าต่างกันมากกว่า ต้องปรับตัว คนตัวเล็กอย่างผมต้องไวกว่าเดิม ไม่งั้นจะโดนประกบตลอด

คุณเล่นให้เลสเตอร์ รุ่น U-23 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ทู ซึ่งเป็นลีกรวมดาวรุ่งฝีเท้าดีจากอะคาเดมีทีมต่าง ๆ ในอังกฤษ การแข่งขันกับนักเตะอายุน้อยมากพรสวรรค์จากหลาย ๆ สโมสรในพรีเมียร์ลีกมาแข่งขันกันเป็นอย่างไร

มันช่วยให้ผมปรับตัวและพัฒนาขึ้นเยอะ ตั้งแต่ลงสนามครั้งแรกที่นี่ การแข่งกับการซ้อมเหมือนกันเลยครับ เวลาซ้อมทุกคนวิ่งเยอะ ปะทะเต็มที่ ทำทุกอย่างเหมือนแข่งจริง ไม่มีพัก อังกฤษซ้อมโหดกว่าฝรั่งเศส ต้องซ้อม 1 ชั่วโมง 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีทุกวัน แล้วก็ต้องเข้ายิมออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่าด้วย ที่ฝรั่งเศสเข้ายิมสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

เลสเตอร์มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมมากกว่าด้วยใช่ไหม

ใช่ครับ ยิม สระว่ายน้ำ อ่างน้ำแข็ง ทุกอย่างระดับมืออาชีพมาก เจ้าหน้าที่ดูแลทุกอย่างก็เพียบพร้อม

คุณมีโอกาสได้ขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์หลายครั้ง การซ้อมบนสนามเดียวกับนักเตะเวิลด์คลาสหลายคนในทีมช่วยให้คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง

พวกเขาเป็นมืออาชีพมาก ๆ ตรงต่อเวลาทุกครั้ง ดูแลการกินอาหารอย่างดี แล้วก็ฟังกัน การได้เล่นกับนักเตะที่แข็งแกร่ง ผมเล่นเพื่อซึมซับ เล่นเพื่อเรียนรู้ทุกอย่างว่าจะเก่งกว่าพวกเขาอย่างไร

ช่วงซ้อมใหม่ ๆ ผมก็เครียดนะ แต่หลัง ๆ ผมบอกตัวเองว่า ทีมชุดใหญ่ก็มี 2 ขา 2 แขนเหมือนเราเนี่ยแหละ ทำไมถึงเป็นพวกเขา แต่ไม่ใช่ผมล่ะ

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พอจะเล่าถึงวันที่ได้มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ในพรีเมียร์ลีก นัดที่เจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปีก่อนหน้าได้ไหม คุณรู้สึกยังไงบ้างที่ได้นั่งบนม้านั่งสำรองวันนั้น เป็นจุดที่ยังไม่เคยมีคนไทยคนไหนไปถึงมาก่อน

ภูมิใจมาก ๆ ครับ ทั้งกับตัวเองและครอบครัว เป็นความรู้สึกแบบ ว้าว อะเมซิ่ง! แต่มันก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งเท่านั้น การได้นั่งตรงนั้น แน่นอนว่าดีมาก แต่ผมต้องการมากกว่านั้น อยากจะได้ลงแข่งจริงสักครั้ง

หลังจบสัญญานี้ คุณอยากอยู่กับเลสเตอร์ต่อไปหรือเปล่า

ผมอยากอยู่ต่อนะ แต่ผมอายุ 22 ปีแล้ว สิ่งสำคัญคือการได้เล่นในทีมพรีเมียร์ลีกจริง ๆ ช่องว่างระหว่างรุ่น U-23 กับระดับโปรก็เห็นได้ชัด U-23 มีแท็กติกน้อยกว่า ดุดันน้อยกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายของผมคือได้เล่นกับทีมระดับพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ หรือระดับเดียวกันในฝรั่งเศส หรือที่อื่นที่ให้ประสบการณ์ระดับเดียวกัน

เหลืออีกแค่ปีเดียว กดดันมากไหมในการคว้าโอกาสอยู่กับทีมพรีเมียร์ลีกต่อไป

ไม่กดดัน แต่เป็นแรงผลักดันมากกว่าครับ อยากจะทำให้ดีขึ้นให้ได้ครับ

รู้ตัวใช่ไหมว่าแฟนบอลไทยจำนวนมากสนใจคุณ รู้สึกยังไงบ้างที่คนไทยจับตามองและชื่นชอบคุณ

เห็นจากโซเชียลมีเดียบ้างครับ มีคนไทยส่งข้อความมาหาเยอะ ซึ่งผมยินดีมากเลย ถ้าส่งเป็นภาษาอังกฤษก็อ่านออก แต่ถ้าส่งเป็นภาษาไทยต้องเอาไปแปลก่อน ซึ่งผมก็พยายามไล่ตอบนะ แต่ข้อความมันเยอะจริง ๆ

ได้เล่นฟุตบอลในระดับยุโรปแล้ว อะไรทำให้เลือกกลับมาเล่นให้ทีมชาติไทย

อย่างที่บอกไปว่าผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไทยมากกว่าฝรั่งเศส ผมรักทั้งไทยและฝรั่งเศสนะ แต่เลือดผมก็ไทย ใจผมก็ไทย ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส ผมก็กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทยราว ๆ 3 ปีครั้งเสมอ ก็เลยรู้สึกคุ้นเคยกับเมืองไทย ถ้าได้โอกาสช่วยเหลือประเทศของผม ผมก็ยินดี แล้วคนไทยก็ชอบฟุตบอลมาก มีแพสชันสุด ๆ เวลาลงสนาม แฟน ๆ ชาวไทยก็ช่วยเชียร์ให้เราฮึดสู้

ชีวิต ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวนักเตะไทยในอังกฤษ จากเด็กสุพรรณบุรี สู่นักเตะทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในรายชื่อพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

รู้สึกยังไงที่ถูกตั้งความหวังจากคนไทยว่า อยากให้คุณช่วยยกระดับทีมชาติ

เป็นแรงผลักดันที่ดีครับ ผมอยากช่วยพัฒนาทีมชาติจริง ๆ นะ คิดว่าประสบการณ์ระดับ U-23 จากยุโรปของเรามีประโยชน์ และผมอายุยังน้อย ถ้าได้เล่นในพรีเมียร์ลีกแล้วก็จะช่วยทีมชาติได้อีก

พอได้มาสัมผัสเพื่อน ๆ ในทีมชาติไทย นักเตะไทยเป็นอย่างไรบ้าง

ทุกคนใจดีกับผม แล้วก็เข้ากันได้ดีครับ ผมพยายามพูดไทย แต่ถ้าพูดไม่ได้พวกเขาก็จะช่วยพูดอังกฤษกับผม ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร จะพรีเมียร์ลีกหรือทีมชาติไทย การเป็นคนที่เด็กที่สุดในทีมทำให้ผมฟังและเรียนรู้จากทุกคนเสมอ

เพื่อนร่วมทีมชาติไทยคนไหนที่คุณทึ่งกับฝีเท้าของเขา

(ตอบเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว) กันชอบ พี่เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ พี่สารัช อยู่เย็น ครับ หลายคนก็เก่งมาก

(สลับมาพูดฝรั่งเศสเหมือนเดิม) พี่สารัชแท็กติกดีใกล้เคียงยุโรป พี่อุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน กับพี่เจด้วย 3 คนนี้สไตล์ยุโรป

ถ้านักเตะไทยแท้ในทีมชาติได้มีโอกาสไปเติบโตในต่างแดน หรือเติบโตในโครงสร้างฟุตบอลยุโรป คุณคิดว่าทีมชาติไทยจะได้ทรัพยากรที่ดีกว่านี้แค่ไหน

คิดว่าน่าจะดีขึ้นมาก เทคนิคนักเตะไทยดีนะครับ แต่แท็กติกต้องยอมรับว่ายังอ่อนกว่าอังกฤษและฝรั่งเศส ทั้งสไตล์การเล่น การยืนตำแหน่งในสนาม การซ้อม แต่ก็มีศักยภาพที่จะโตได้อีกมาก แค่พัฒนาแท็กติกก็ไปได้ไกลขึ้นแล้ว

ผมได้โอกาสตั้งแต่เด็ก ซึ่งมันง่ายกว่าที่จะเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่โตแล้วจะทำไม่ได้นะ แค่มันน่าจะยากกว่า แต่ทุกอย่างเป็นไปได้ครับ

ชีวิต ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวนักเตะไทยในอังกฤษ จากเด็กสุพรรณบุรี สู่นักเตะทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในรายชื่อพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ทุกครั้งที่สวมเสื้อทีมชาติไทยลงแข่งขัน ดูคุณภาคภูมิใจมาก ครอบครัวคุณรู้สึกอย่างไรที่เห็นคุณกลับมาเล่นให้ประเทศบ้านเกิด

ดูทุกแมตช์ สนับสนุนตลอดครับ พวกเขามีความสุขและภูมิใจมาก ๆ ในตัวผม เป็นความรู้สึกที่มีค่ามาก เป็นกำลังใจข้างหลังที่ช่วยผมได้เยอะ

ผมผูกพันกับครอบครัวมาก ๆ เป็นคนที่ครอบครัวมาก่อนทุกอย่าง ครอบครัวสำคัญกว่าฟุตบอลอีก ผูกพันกับครอบครัวที่สุพรรณบุรีด้วย ถึงจะจำเมืองสุพรรณไม่ค่อยได้ แต่มันก็เป็นที่ที่พิเศษสำหรับผม

วางเป้าหมายและอนาคตในการค้าแข้งไว้ในระดับไหน

ได้เล่นฟุตบอลไปเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข และได้เล่นในพรีเมียร์ลีกเพื่อพัฒนาตัวเองและหาประสบการณ์ครับ อาชีพนักฟุตบอลสั้นมาก คือราว ๆ 10 – 15 ปี และต้องฝึกซ้อมหนักตลอด

หลังจากนั้นก็ยังไม่รู้ เดี๋ยวค่อยว่ากันครับ แต่ผมก็ยังอยากทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลต่อไป

เป็นไปได้ไหมที่จะเห็นคุณกลับมาเมืองไทยเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทย

อนาคตก็เป็นไปได้ครับ ผมอยากช่วยพัฒนาทีมชาติไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ ณ ตอนนี้ผมตั้งเป้ากับอาชีพนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก่อน

มีอะไรอยากบอกแฟน ๆ ชาวไทยบ้าง

ขอบคุณมาก ๆ สำหรับการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ส่งข้อความให้กำลังใจทุกวัน เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ผมอยากทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

 

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อลงกต เดือนคล้อย

เจ้าของเพจ alongwrite และบรรณาธิการบทสัมภาษณ์แห่ง Main Stand

Photographer

ศุภกิตติ์ วิเศษอนุพงศ์

ช่างภาพประจำทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ได้รับโอกาสติดตามทีมมาตั้งแต่ปี 2016

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load