หลังจาก The Cloud ได้คุยกับ American Standard ไปแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอีกหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของเครือลิกซิล (LIXIL Group) อีกครั้ง แต่เป็นแบรนด์ที่กำเนิดโดยชาวเยอรมัน 

GROHE (โกรเฮ่) แบรนด์ชั้นนำของโลกที่โดดเด่นด้านก๊อกน้ำและฝักบัว จำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากกว่า 86 ปี ได้รับ Award-Winning ด้านดีไซน์มากมาย รวมทั้งติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) จัดโดยนิตยสาร Fortune ไม่ได้แค่ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้น้ำ แต่กำลัง Shaping the Future of Water เปลี่ยนนิยามและประสบการณ์การใช้

หลายคนอาจคิดว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องเน้นด้านฟังก์ชัน แต่แนวคิดของ GROHE กลับเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ อยากให้คนรู้สึก Joyful ระหว่างใช้น้ำ พร้อมผสานคุณค่าทั้ง 4 มิติที่เป็นหัวใจหลัก คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ทำให้พบ GROHE ได้ตามโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก 

วันนี้ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าว่าความหมายของ Pure Freude an Wasser ว่าความเบิกบานของการใช้น้ำนั้นเป็นอย่างไร 

1. กำเนิดและเติบโตด้วยการควบรวมกิจการของชาวเยอรมัน

ชื่อ GROHE มาจากผู้ก่อตั้ง Friedrich Grohe ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งกิจการด้วยการซื้อบริษัท Berkenhoff & Paschedag ใน ค.ศ. 1936 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Friedrich Grohe ใน ค.ศ. 1948 

ตลอดเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ GROHE ได้ควบรวมกับบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำ ต่อมาจึงได้รวมเข้ากับเครือบริษัทลิกซิลใน ค.ศ. 2014 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร การเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกได้จึงไม่โดดเดี่ยว แต่มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มเครือบริษัทครอบครัวด้วยกัน

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

2. แบรนด์ที่คิดค้นสารพัดนวัตกรรมก๊อกน้ำทันสมัยในทุกยุค

ตั้งแต่ระบบเทอร์โมสแตท (Thermostat)

ก๊อกผสมอัตโนมัติที่ผสมน้ำร้อน-เย็นให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการอย่างรวดเร็วใน ค.ศ. 1956

ก๊อกผสม One Hand Mixer ก๊อกที่ผสมน้ำร้อน-เย็นได้ด้วยมือเดียว เก่าแก่คลาสสิกรุ่นแรกใน ค.ศ. 1968

การเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับก๊อกน้ำใน ค.ศ. 2004

ก๊อกครัวที่ผลิตน้ำดื่มสปาร์คกลิ้งได้ใน ค.ศ. 2017

การผลิตก๊อกน้ำด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ ทำให้เกิดสินค้าระดับ Iconic อย่าง 3D Icon รุ่น Atrio และ Allure Brilliant ใน ค.ศ. 2019 และอีกมากมาย

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

เหล่านี้คือผลงานของ GROHE ที่ทำให้การใช้น้ำในแต่ละวันสะดวกสบาย มีก๊อกน้ำหน้าตาทันสมัยที่มาพร้อมนวัตกรรมออกมาใหม่เสมอในแต่ละยุค

3. แบรนด์ Global ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกเพราะเข้าใจ Mega Trends

เมื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก สิ่งที่นักออกแบบต้องทำก่อนออกแบบสินค้าคือ วิจัยหา Mega Trends หรือเทรนด์ที่มีอิทธิพลระดับโลกในระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงคุณค่าใหม่ที่คนมองหาจากอุปกรณ์ในห้องน้ำหรือห้องครัว

สำหรับ​ Mega Trends ในปัจจุบันนั้นมี 5 อย่าง

หนึ่ง New Living Space จากพื้นที่ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำที่มักมีผนังแบ่งกั้นชัดเจนในสมัยก่อน เน้นใช้ทำธุระทางสุขาหรืองานครัวให้เสร็จไปเท่านั้น หากสังเกตคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูสมัยนี้ จะเห็นว่าเส้นแบ่งขอบเขตห้องเหล่านี้เริ่มเลือนหายไป ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน และห้องครัวเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นที่สังสรรค์และตกแต่งให้สวยงามเพื่อรับแขก 

ส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่สอง คือ Consumer becomes the Creator คนในบ้านอยากตกแต่งห้องครัวและห้องน้ำที่บ่งบอกสไตล์ตนเอง ทั้งนี้เพราะใช้เวลาผ่อนคลายอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย

เทรนด์ที่สาม สี่ และห้า คือ Simplicity Seekers, Taking Control และ Intelligence Life Management สินค้าต้องใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ในขณะเดียวกันผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อให้ใช้ชีวิตสมาร์ท เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ 

4. In-House Designer Team ที่ออกแบบโดยทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และคงมาตรฐานทั่วโลกไว้ได้ 

GROHE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ รางวัลออกแบบที่โดดเด่น คือ Red Dot Design Award และอีกหลายรางวัลการันตีสินค้าดีไซน์คุณภาพ 

เคล็ดลับของการออกแบบที่ดีคือ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทาง GROHE จึงมีทีมนักออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีสตูดิโอออกแบบกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก เพื่อวิจัยความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

แม้สินค้าในแต่ละประเทศมีคอลเลกชันแตกต่างกันบ้างตามความนิยมที่ต่างกัน แต่ล้วนคุมมาตรฐานของแบรนด์ได้คงที่ทั่วโลก ด้วยการยึดถือใน 4 คุณค่าหลักของแบรนด์ คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

เมื่อมี 4 อย่างนี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีรายละเอียดแตกต่างกันแค่ไหนในแต่ละประเทศ ก็ส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ GROHE ได้เหมือนเดิม

5. Emotional Design ที่ส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึก Enjoy การใช้น้ำ

งานออกแบบของ GROHE คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ความรู้สึกในการใช้มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอย 

Pure Freude an Wasser เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า Pure Joy of Water ความรู้สึกเพลิดเพลินที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนการอาบน้ำในวันธรรมดาให้รื่นรมย์ เปลี่ยนการใช้ก๊อกน้ำในครัวให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

แค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งองศาที่คำนวณมาให้สะดวกสบายแก่การเปิดก๊อกน้ำที่สุด ความสมมาตร ความโค้งมนที่เรียบบางในแบบ Sensual Minimalism เพื่อให้ประสบการณ์การใช้ไหลลื่นที่สุด

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

สายน้ำจากฝักบัว GROHE ก็สามารถสร้างความ Enjoy ได้ในหลากหลายรูปแบบเหมือนอยู่ในสปา อย่างฝักบัวระดับอัลตร้าลักซูรี่ AquaSymphony  ที่ให้สายน้ำที่แตกต่างกันถึง 6 รูปแบบ เช่น Drizzle ละอองน้ำเย็นเติมความมีชีวิตชีวาให้สัมผัสเหมือนการฉีดน้ำแร่ Waterfall ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ สร้างความสดชื่นเต็มอิ่มในการอาบน้ำ หรือ Rain สายน้ำละอองนุ่มดั่งสายฝนที่นุ่มนวล 

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

การใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันจนชิน มีรายละเอียดในประสบการณ์การใช้ที่มากกว่าแค่เปิดและปิดหรือทำความสะอาดร่างกาย แบรนด์เชื่อว่าเมื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น จากการดึงก้านโยกมาเป็นการกดปุ่ม หรือปรับการไหลของสายน้ำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบิกบานขึ้น

6. Freedom of Choice อิสระในการบ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้

GROHE เชื่อว่าสีสันบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของห้อง สีสันของก๊อกน้ำและฝักบัวที่หลากหลายจึงเปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง นำแฟชั่นมาสู่ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ยกระดับความหรูหราที่มากกว่าการใช้งาน

เนื่องจากเป็นแบรนด์ขายทั่วโลก จึงต้องเลือกสีที่ทั้งสง่างามและทันสมัยแบบไร้กาลเวลาเข้ากับวัสดุและ Mood ห้องได้หลายโทน Mix & Match กับส่วนอื่นของห้องได้ทั้ง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และแอคเซสเซอรี่อื่นๆ ในห้องน้ำ 

เราอาจนึกไม่ถึงว่าเฉดสีของอุปกรณ์ในห้องน้ำมีความหลากหลาย และต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้ง Nickel สีทองอ่อนที่อ่อนโยนเรียบง่าย นึกถึงธรรมชาติที่เงียบสงบและโทนห้องอบอุ่น  Cool Sunrise เฉดสีทองสว่างเข้มขึ้นมา สำหรับคนอยากได้พลังสีที่เปล่งประกาย หรูหรา Hard Graphite สีโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ เคร่งขรึม เข้ากับห้องคอนกรีตหรือไม้สีอ่อน Warm Sunset หรือ Rosegold สีทองอมชมพูแบบหวานๆ หรือเฉดสีสเตนเลสที่เรียบง่ายอย่าง Super Steel 

ไม่ว่าโทนห้องสีเข้มหรือสว่าง อยากตกแต่งแบบคอนทราสต์จัดจ้านหรืออบอุ่น สีของอุปกรณ์เหล่านี้เปิดทางเลือกความเป็นไปได้ของการตกแต่งห้อง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น 

นึกภาพมีสีฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้เลือกถึง 10 เฉดสี หลากหลายดีไซน์ ภาพอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัวแบบเดิมที่ชินกับโครเมี่ยมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

7. การเติบโตที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ด้วยนโยบายด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศา 

ความยั่งยืนหมายถึงความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรและมีอายุการใช้งานยาวนาน กระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

ในกระบวนการผลิต GROHE ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน คิดค้นนวัตกรรมลดมลพิษ รักษาพลังงานน้ำให้ได้มากที่สุด ใช้เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดการใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง ทำให้บรรลุเป้าหมาย GROHE Goes ZERO การผลิตแบบปลอดคาร์บอน เป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นๆ ที่อยากผลักดันเรื่องความยั่งยืนทั่วโลก

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการวางแผนลดปริมาณพลาสติก GROHE ริเริ่มนโยบายลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนเป็นเลือกใช้วัสดุทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณสมบัติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มโครงการใน ค.ศ. 2018 จนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2021 ได้มีการลดการใช้พลาสติกลงไปแล้วถึง 32 ล้านชิ้น และยังคงดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงจนเป็นศูนย์  

Pure Joy of Water จึงไม่ได้หมายถึงสโลแกนในแง่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจรักษาทรัพยากรน้ำที่บริสุทธิ์ให้คนรุ่นต่อไป

8. ติด Top 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) ด้วยเทคโนโลยีช่วยโลก

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม นวัตกรรมสินค้าที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ลดปริมาณขยะ กระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงของเสีย และรีไซเคิลน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้ GROHE ได้รับเลือกให้ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนแปลงโลกจากนิตยสาร Fortune และยังเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันบริษัทแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย

เทคโนโลยีของ GROHE ยังช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน อย่างนวัตกรรม GROHE DripStop ลดน้ำหยดจากฝักบัวหลังปิดใช้งาน ไร้น้ำหยด ลดความสิ้นเปลืองน้ำ หรือเทคโนโลยี GROHE Silkmove ES ที่ออกแบบให้ตำแหน่งตรงกลางของก้านโยกเป็นน้ำเย็น ลดการใช้น้ำผสมอย่างไม่จำเป็น 

การประหยัดทรัพยากรเกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจรายละเอียด การประหยัดน้ำและพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หากรวมกันหลายๆ บ้านทั่วโลก ก็ส่งผลอย่างมหาศาลให้โลกได้เช่นกัน

9. ลูกค้าประทับใจจากการลองใช้ในโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก

ด้วยคุณภาพ ดีไซน์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้โรมแรม 5 ดาวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือออสเตรเลีย ต่างใช้ GROHE เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ  

ตลาดเอเชียนับว่าเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของแบรนด์ เพราะคนเอเชียคาดหวังต่อความหรูหราสูงกว่ายุโรป ลูกค้ามองหาคุณค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมยินดีจ่ายเงิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

โรงแรมเหล่านี้มักเป็นสถานที่ที่แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก GROHE และลองใช้ครั้งแรก เมื่อประทับใจ เพลิดเพลินกับการใช้เวลาผ่อนคลายที่โรงแรม ทำให้จดจำแบรนด์ได้ และนึกถึงเมื่อถึงเวลารีโนเวตบ้าน

ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ทำให้เร่ง Mega Trends การตกแต่งห้องน้ำและห้องครัวที่แบรนด์คาดการณ์ไว้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปพักผ่อนตามโรงแรมได้สะดวกอย่างเดิม แต่ก็ยังสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ห้องน้ำเหมือนอยู่ในโรงแรม 5 ดาวได้ เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ฝักบัวในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ใช้สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ห้องน้ำใหม่ สวย หรูเหมือนยกโรงแรมมาไว้ที่บ้าน 

10. กล้าให้คำสัญญาด้านคุณภาพ เพราะทดสอบการใช้หลายแสนครั้ง

เยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องสินค้าคุณภาพสูงและการใส่ใจในรายละเอียด

ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทั้งทดสอบพื้นผิว ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึง Life Cycle ของสินค้า ตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำจะมีทดสอบการใช้งานถึง 210,000 รอบ เปรียบเสมือนการใช้งานจริงถึง20 ปี รวมทั้งยังมีการรับประกันว่าจะมีอะไหล่สินค้าไว้บริการถึงแม้สินค้ารุ่นนั้นจะยกเลิกผลิตไปแล้วถึง 10 ปี 

แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อใหม่ทุกปี แต่ทุกคนล้วนใช้หลายครั้งต่อวัน มีประสบการณ์การใช้ สัมผัสก๊อกน้ำและฝักบัวในทุกๆ วัน หากใช้แล้วคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาต้องซื้อใหม่ ทำให้นึกถึง GROHE

สิ่งนี้เป็น Brand Promise ที่เป็นยิ่งกว่าคำสัญญาแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้จริง 

ภาพ : GROHE

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ชื่อแบรนด์: สบู่พฤกษานกแก้ว
สัญชาติ: ไทย
ปีที่ก่อตั้ง: 1947

ถ้าเป็นคนไทย ใครๆ ก็ต้องรู้จักสบู่พฤกษานกแก้ว สบู่หอมแบบไทยแท้ๆ 100% ที่เป็นขวัญใจคนรุ่นพ่อแม่ และปู่ย่าตายาย

แต่ถ้าหากถามคนรุ่นใหม่ คนที่โตมากับสบู่เหลว น้ำหอมนับร้อย นับล้านแบบ คนที่มีไลฟ์สไตล์เข้ากับยุคดิจิทัล สนใจสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เขาก็คงมองว่าสบู่พฤกษานกแก้วที่ห่อด้วยกระดาษแบบที่ใช้ในยุคแรกนั้นเป็นของตกยุค

ความรู้สึกแปลกๆ กับรูปลักษณ์ออริจินัลดั้งเดิม กลิ่นหอมที่เดาไม่ออก เพราะไม่เหมือนแบรนด์สบู่หอมก้อนไหน ผสมกับความรู้สึกคุ้นเคยลึกๆ ในความทรงจำ ก่อให้เกิดความไม่แน่ใจว่าจะชอบหรือไม่ชอบดี

ไม่เป็นไรนะ เราจะค่อยๆ เล่าให้คุณฟัง

ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็ลุกขึ้นมารีแบรนด์ เปลี่ยนตัวตน ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยตามยุคตามกระแส เราก็ยังคงเห็นสบู่ก้อนหอมสูตรดั้งเดิมก้อนนี้ห่ออย่างประณีตด้วยกระดาษหน้าตาคุ้นชินและส่งกลิ่นหอมฉุย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์และตัวตนที่ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้

และเพราะรู้ถึงจุดเด่นของตัวเอง สบู่พฤกษานกแก้วจึงเลือกที่จะปฏิบัติการกู้ภาพลักษณ์เก่าแก่ให้เป็นความเก๋าที่มีอัตลักษณ์ เก๋ไก๋สไตล์ไทยๆ มากกว่าจะเปลี่ยนตัวตนที่มี มาดูกันว่า วิธีการคิดนอกกรอบที่ไฉไลและร่วมสมัยของสบู่พฤกษานกแก้วในยุคนี้เป็นอย่างไร

สบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่พฤกษานกแก้ว กับห้องปรุงกลิ่นแห่งความลับ

ก่อนอื่นขอพาคุณย้อนกลับไปในวันหนึ่งของปี 2490

ยุคนั้นคนไทยยังมีวิถีชีวิตแสนเรียบง่าย อาบน้ำตามแม่น้ำลำคลองแบบไม่ใช้สบู่ มีบ้างเป็นส่วนน้อยที่ใช้สบู่กรด หรือสบู่ก้อนห่อกระดาษหนังสือพิมพ์โตๆ อาบน้ำรวมกับเอาไว้ใช้ล้างสารพัดสิ่งไปจนถึงซักผ้า

จนกระทั่งนักธุรกิจชาวสวิส มิสเตอร์วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์ ประธานกรรมการของห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แอนด์โก ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งยุคนั้น ที่โด่งดังมีชื่อเสียงเรื่องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เห็นโอกาสทางธุรกิจของสบู่หอม จึงก่อตั้งโรงงานผลิตสบู่เล็กๆ เริ่มต้นด้วยการผลิตสบู่หอม ที่ผลิตด้วยมือทุกก้อน ใช้น้ำหอมนำเข้าจากฝรั่งเศสกับส่วนผสมจากธรรมชาติ เกิดเป็นสูตรลับระดับตำนานอันเลื่องลือ และส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณซอยรูเบีย ตำแหน่งที่ตั้งแรกของโรงงาน

สบู่พฤกษานกแก้ว

ความน่ารักก็คือ ชาวบ้านในย่านนั้นจะชอบมารวมตัว มุงดูกันแน่นขนัด ในทุกครั้งที่มีการทำสบู่
ที่มาของชื่อ อัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ต่างๆ ของสบู่พฤกษานกแก้ว มาจากงานอดิเรกที่ชอบเดินป่าของมิสเตอร์วอลเตอร์ ซึ่งครั้งหนึ่งออกเดินสำรวจป่าและประทับใจความสวยงามของนกแก้วไทย จึงตั้งใจออกแบบกลิ่นของสบู่ให้ออกมาหอมกลิ่นธรรมชาติของพฤกษาและดอกไม้ป่านานาพันธุ์

ยากจะคาดเดาว่ากลิ่นหอมสดชื่นอันสุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์นี้ ใกล้เคียงกับดอกไม้ชนิดใดในความทรงจำของเราบ้าง

และจนถึงทุกวันนี้ กลิ่นหอมในตำนานของสบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาธรรมสำหรับเราทุกคน

กลิ่นหอมรอมริบ

ความจริงเพียงหนึ่งเดียวของกลิ่นสบู่ที่เราพอเปิดเผยได้ก็คือ จะมีแค่เพียงผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่ทราบสูตรลับนี้ โดยจะมีห้องลับที่ใช้ปรุงความหอม ซึ่งจะไม่เปิดเผยสูตรลับนี้แก่ใคร และทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่
วัตถุดิบตั้งต้นยังคงเป็นไปตามสูตรดั้งเดิม

น้ำหอมนำเข้าจากต่างประเทศ ผสมกับกลิ่นสกัดจากดอกไม้และสมุนไพรไทยนานาชนิด ในขณะที่วิธีการปรุงหัวน้ำหอมจนได้กลิ่นพิเศษนี้เป็นความลับที่แม้กระทั้ง Supplier เองก็ไม่มีทางรู้

สบู่นกแก้ว

จะว่าไปแล้ว สูตรลับเรื่องกลิ่นของสบู่พฤกษานกแก้วก็ไม่ต่างจากสูตรลับรสชาติและความอร่อยของน้ำอัดลมชื่อดังระดับโลกที่ใครๆ ก็ลอกเลียนแบบรสชาติและกลิ่นไม่ได้ เพราะแม้จะมีแบรนด์ต่างชาติหลายแบรนด์พยายามแกะสูตรลับนี้ แต่ก็ยังคงไม่มีใครสามารถทำสำเร็จ

ความหอมของสบู่พฤกษานกแก้วจึงยังคงความอมตะ และเป็นไทยแท้ 100% ให้เราได้ชื่นใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

กลุ่มก้อนทางการบ้านการเมือง

เคยได้ยินใครสักคนบอกไว้ ว่าต่อให้อาบน้ำอยู่ริมคลองแล้วทำสบู่พฤกษานกแก้วตกลงไปหลายวัน พอเก็บขึ้นมาจากน้ำ สบู่ก็ยังคงรูปก้อนดังเดิม

คุณงามความดีเรื่องก้อนสบู่ที่แข็ง เนื้อสบู่แน่น ไม่เละง่าย ใช้ไปแล้วก้อนไม่แตกไม่หักนั้น มาจากสูตรการผสมวัตุดิบทำสบู่คุณภาพสูง และเทคนิคการผลิตเฉพาะตัวที่ไม่เปิดเผยเช่นกัน

สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ในการรักษาคุณภาพสบู่แบบเดียวกับที่ตอนที่เป็นสบู่หอมชั้นดีตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน

น้อยคนจะรู้ว่า สบู่พฤกษานกแก้วการออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้กับน้ำทุกประเภท

ความไม่กล้วน้ำกระด้าง และการใช้ได้กับทุกสภาพน้ำ ทุกพื้นที่ในประเทศไทยนี้ ทำให้ฟองที่เกิดขึ้นสามารถชำระล้างทุกสิ่งสกปรกอย่างง่ายดาย อาบน้ำครั้งใดก็สะอาดหอมกลิ่นพฤกษา ชื่นใจและหอมติดผิว

ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมคนไทยจึงเป็นชนชาติที่อาบน้ำบ่อยที่สุดในโลก

สบู่นกแก้ว

สบู่นกแก้ว

หอมสดชื่น…ติด (ตลาด) ทนนาน

เช่นเดียวกับทุกธุรกิจในอดีต สบู่พฤกษานกแก้วสร้างการจดจำผ่านโฆษณาในวิทยุ โปสเตอร์ และสิ่งพิมพ์ ก่อนจะเริ่มมีโฆษณาโทรทัศน์ ซึ่งใช้นักแสดงหรือคนดังแห่งยุคสมัยมาเป็นพรีเซนเตอร์เล่าคุณประโยชน์และสร้างการจำจด ด้วยการชูประเด็นเรื่องความหอม สะอาด สดชื่น  

ก่อนจะเพิ่มประเภทของสินค้า หลังจากขายสบู่ก้อนเดียว สีเดียว กลิ่นเดียว มาตลอด 50 ปี

เราจึงได้กลิ่นและเห็นห่อสบู่พฤกษานกแก้วสีอื่นๆ บนชั้นสินค้า รวมทั้งหมด 8 สี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความชอบหลากหลายมากขึ้น

คนรุ่นใหม่ที่อาจจะแค่คุ้นชื่อ แต่ไม่เคยได้ลอง เราเชื่อเหลือเกินว่าถ้าได้เปิดใจลองสัมผัสกลิ่นความหอมของสบู่พฤกษานกแก้ว จะต้องมีสักกลิ่นใน 8 กลิ่นนี้ที่คุณชื่นชอบแน่ๆ

สบู่พฤกษานกแก้ว สบู่นกแก้ว

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แบรนด์ก็ไม่ปฏิเสธที่จะออกสินค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างครีมอาบน้ำหรือสบู่เหลว เพราะตอบโจทย์การใช้งานในยุคนี้มากกว่า แต่ก็ยังคงอัตลักษณ์ของความเป็นต้นตำรับสบู่ความงามของไทย และยืนหยัดที่จะมอบประสบการณ์การอาบน้ำหอมสดชื่นติดทนนาน

การยืนหยัดในอัตลักษณ์และรักษาสิ่งที่เชื่อมั่นถือเป็นการคงคุณค่าแก่นแท้ของแบรนด์อย่างยั่งยืน แบบเดียวกับที่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกอย่าง La Mer, Sisley, SK-II รักษาคุณค่าในผลิตภัณฑ์ระดับตำนานของตัวเอง
จะว่าไป สบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวก็ไม่ต่างจาก Jo Malone แบรนด์น้ำหอมชื่อดังของอังกฤษที่ต่อให้ออกแบบกลิ่นธรรมชาตินับร้อยนับพัน แฟนๆ ก็ยังคงจะจดจำกลิ่นหอมหลักได้มากกว่า

และด้วยคุณลักษณะพิเศษทั้งหมดนี้ สบู่พฤกษานกแก้วจึงยังเป็นสบู่ก้อนยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยยอดขายมากกว่า 40 ล้านก้อนต่อปี

ใครที่เคยคิดว่า ยุคนี้ไม่มีใครใช้สบู่พฤกษานกแก้วคงต้องมองสบู่ก้อนหอมสีเขียวนี้เสียใหม่ เพราะสบู่พฤกษานกแก้วไม่ได้ขายดีแต่ที่บ้านเรา

ภูมิใจทุกครั้งที่รู้ว่าแบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์นี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่สนใจในอัตลักษณ์พิเศษ ทั้งกลิ่นพฤกษาที่หาจากไหนในโลกไม่ได้ และงานออกแบบบนกระดาษห่อสบู่ ดังจะเห็นในร้านค้าคัดสรรของเก๋ๆ ทั่วโลก ในหลายๆ ประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา

หนึ่งในแบรนด์ไทยๆ จากไม่กี่แบรนด์ที่ยืดหยัดในตัวตนและอัตลักษณ์ ข้ามผ่านกาลเวลาและสถานที่ จนไปไกลและไกลได้อีกขนาดนี้

สบู่พฤกษานกแก้ว

เรียกพี่ได้มั้ย

ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าใจว่าสบู่พฤกษานกแก้วเป็นของหลงยุค หรือเป็นของที่ไม่มีใครใช้แล้ว

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาแบรนด์ห่างหายจากการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปบ้าง

คำถามก็คือ แล้วแบรนด์ออริจินัลอย่างสบู่พฤกษานกแก้วผู้เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและมีความจริงใจมอบสินค้าดีมีคุณค่า มีวิธีการสื่อสารและต่อติดกับเด็กรุ่นใหม่ ผู้เติบโตในยุคที่มีสบู่และน้ำหอมให้เลือกมากมาย จนรู้สึกว่ากลิ่นหอมเย็นแนวพฤกษาที่มีเอกลักษณ์แบบไทยจ๋าเป็นสิ่งที่ไม่เข้ากับพวกเขานี้อย่างไร

รีแบรนด์ เมกโอเวอร์ อาจจะเป็นคำแรกๆ ที่ทุกคนคิดถึง

แต่ไม่ใช่กับสบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่นกแก้ว

หอมออริจินัล

ในยุคที่ใครๆ ก็รีแบรนด์ ลบและเปลี่ยนภาพจำให้ทันสมัยกับยุค 4.0 จนลืมตัวตนที่มีมาหมดสิ้น

เราตั้งคำถามถึงความท้าทายในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ โดยที่เลือกจะไม่รีแบรนด์ตามสมัยนิยม จนเมื่อได้พบกับคำตอบในงานล่าสุดของสบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่พฤกษานกแก้วเลือกที่จะแตกต่างอย่างที่เป็นมา และสร้างความรู้สึกภูมิใจในความเป็นนกแก้วที่อยู่คู่คนไทยมานานรุ่นสู่รุ่น  

บทเรียนจากนกแก้วบอกเราว่า สิ่งสำคัญก็คือ ใครเป็นคนให้ค่าว่าการห่อสบู่ด้วยกระดาษนั้นเชยหรือไม่เชย และอะไรคือเหตุผลที่เราต้องทำตามที่สิ่งที่ใครเขาเชื่อกัน เพราะถ้ามองให้ดี ความขลังนี้ไม่ต่างจากการเลือกดื่มน้ำอัดลมในขวดแก้วหรือขวดพลาสติก ล้วนเป็นอรรถรสจากประสบการณ์ที่ผู้บริโภคเลือกได้เอง

เหมือนที่เราเห็นสบู่ความงามชั้นสูงของยุโรปหลายแบรนด์ก็ยังคงห่อด้วยกระดาษ ขายในร้านหรูหราด้วยราคาที่สูงลิบ

คงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับสบู่พฤกษานกแก้วเท่าไหร่

ถ้าพวกเราคนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า ‘ใครจะใช้’ หรือ ‘ใครยังใช้’ สบู่แบรนด์นี้อยู่ เพราะยังมีคนไม่น้อยที่ยังใช้และภูมิใจในสิ่งที่เลือกแล้วนี้

ถ้าเปรียบเป็นคน ก็คงเป็นคนที่มีสไตล์และเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างไร สบู่พฤกษานกแก้วก็ยังคงยืนยันว่า ฉันจะยังเป็นสบู่หอมพฤกษาที่ห่อด้วยกระดาษ

ถ้าเป็นสบู่หอมไม่จริงกลิ่นก็คงหายไปหมด เราคิดในใจขณะยกสบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวขึ้นมาสัมผัสกลิ่น พิสูจน์มนต์อำนาจความหอมอมตะ ครั้งแล้วครั้งเล่า

สบู่พฤกษานกแก้ว

ขอให้เหมือนเดิม

ถ้าสบู่พฤกษานกแก้วเปลี่ยนหน้าตาจากห่อกระดาษไปใส่กล่องสวยๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนรูปนกแก้วออกเราจะมีความรู้สึกต่อสิ่งนี้อย่างไร

คำตอบของคนในจำนวนร้อยทั้งร้อยทั้งใกล้ตัวและไกลตัว เห็นตรงกันว่าอย่างไรก็คงไม่ชิน

และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้มีรูปนกแก้วบนโลโก้ บนสินค้า เพราะเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความเชื่อใจที่มีต่อกัน

สิ่งที่แบรนด์สบู่พฤกษานกแก้วเลือกทำ จึงไม่ใช่การ Repackaging หรือการรื้อภาพ แต่เป็นการนำเสนอแก่นสารและความรู้สึกในแบบที่เราเรียกว่าการทำ Art Marketing

นกแก้ว

ศิลปะการตลาด

นอกจากเรื่อง Rebranding ในโลกธุรกิจสร้างสรรค์มีสิ่งที่เรียกว่า Co-branding

ดังที่เราจะเห็นการทำ Co-branding ของแบรนด์ระดับโลก อย่างแบรนด์น้ำดื่ม Evian กับศิลปินต่างๆ หรือล่าสุด การร่วมกันระหว่างแบรนด์เก่าแก่อย่าง LOUIS VUITTON กับ Jeff Koons ศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดัง ออกมาเป็นคอลเลกชันที่ชื่อว่า Masters ที่จับผลงานศิลปะของศิลปินชั้นครูมาอยู่บนกระเป๋าแบรนด์หรู โดยไม่ทิ้งตัวตนของแบรนด์และศิลปินแต่อย่างไร

เพราะการสื่อสารด้วยศิลปะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องการคำอธิบาย เป็นภาษาสากลที่สื่อสารออกไปในวงกว้างได้มากกว่า

เพียงแค่เห็นก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องราวกินใจได้ครบถ้วน

Art Marketing ของสบู่พฤกษานกแก้วเกิดจากการมอบโจทย์ให้ศิลปินเป็นคนบอกเล่าเรื่องราวตัวตนของพฤกษานกแก้วในรูปแบบงานศิลป์ โดยขอให้คงตัวตน คุณค่าของแบรนด์ และให้ความงามของศิลปะเป็นตัวเชื่อมการบอกเล่าเรื่องราวสู่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจในงานศิลป์

ซึ่งถ้าคุณเป็นแฟน The Cloud คุณคงกำลังคิดถึงศิลปินคนเดียวกัน

เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว นักรบ มูลมานัส นักรบ มูลมานัส

ใช่แล้ว สบู่พฤกษานกแก้วเลือก นักรบ มูลมานัส ศิลปินคอลลาจดาวรุ่งที่มีสายตาเข้มข้นทั้งอัตลักษณ์แบบไทยๆ และความเก๋ไก๋ที่ร่วมสมัยแบบสากล

ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า ‘เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว’ นี้ ประกอบด้วยงานศิลปะที่มีกลิ่นอายไทยๆ จากการตีโจทย์ความเป็นไทยผ่านเอกลักษณ์ของสบู่ทั้ง 8 สี 8 กลิ่น โดยสบู่พฤกษานกแก้วจะใช้ผลงานของนักรบสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านทางกิจกรรมเยอะแยะมากมายของแบรนด์ ทั้งทางโซเชียลมีเดีย และการออกของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว

นกแก้ว นักรบ

เป็นความลงตัวระหว่างแบรนด์กับศิลปินที่ทั้งน่าอิจฉาและจับตามอง

ศิลปะบางแขนงเข้าถึงยากมาก แต่งานของนักรบเข้าใจและเข้าถึงง่าย เทคนิคการทำงานศิลปะและแนวทางที่นำเสนอ ภาพตัด-ปะ-จัดวาง จับของหลายสิ่งที่แตกต่างกันน้อยเรียงไปมาก และเก่าเรียงมาใหม่ รวมถึงเสน่ห์และสไตล์ไทยที่เป็นเอกลักษณ์ยากจะเลียนแบบ

แบรนด์สบู่พฤกษานกแก้วก็เช่นกัน เพราะเป็นสินค้าที่เข้าถึงไม่ยาก จริงใจและตรงๆ ไม่ซับซ้อนและลึกซึ้งจนเกินไป

นกแก้ว นกแก้ว นกแก้ว

เป็นวิธีคิดนอกกรอบที่ตอบโจทย์การรักษาและบอกเล่าคุณค่าของแบรนด์ ผ่านงานศิลปะที่เปลี่ยนความเป็นไทยให้ดูตื่นตาตื่นใจ และการให้ศิลปินเป็นตัวกลางเชื่อมต่อแบรนด์และคนรุ่นใหม่เข้าหากัน

จนถึงตอนนี้ รู้ตัวอีกทีเราก็มายืนอยู่หน้าชั้นวางสินค้า เลือกๆ ดมๆ ชื่นใจและตื่นเต้นไปกับกลิ่นไทยๆ ก่อนตัดสินใจเลือกหยิบห่อกระดาษสีน้ำเงินกลับบ้าน

คิดเผื่อไปไกลว่า นอกจากไว้อาบน้ำ น่าจะลองเอาไปใส่ตู้เสื้อผ้า ไว้ในรถแม่ และใช้อีกก้อนทำอะไรดี แต่ที่แน่ๆ เราติดใจในความหอมสไตล์นกแก้วซะแล้วสิ

Parrot Natural

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load