ในช่วงสิ้นปีเช่นนี้ ร้านรวงต่างๆ คงประดับประดาไฟระยิบระยับหรือประดับต้นคริสต์มาสรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ปีนี้ Greyhound Cafe กลับดูแปลกตา คล้ายว่าคาเฟ่ทุกสาขาเนรมิตป่าขึ้นมาราวกับร่ายมนตร์ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Everyday is Magic’ ที่จับมือกับ The Forestias by MQDC โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชื่อสอดคล้องกันว่า หนึ่งในความสุขของคนเราเกิดขึ้นจากการกลับมาสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe
วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

แค่ยกป่ามาไว้ในร้านคงธรรมดาเกินไป ทีมงานสร้างสรรค์จึงขอสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้รับทั้งสุนทรียภาพในการรับประทานมื้ออาหาร พร้อมรับประสบการณ์ของป่าเหนือจินตนาการให้เกิดขึ้นจริงครบทุกโสตสัมผัส 

เบื้องหลังการทำงานของทีมสร้างสรรค์ทีมใหญ่รังสรรค์งานออกมาได้ราวกับมีเวทมนตร์เช่นกัน เพราะความท้าทายในการทำงานที่ต่างฝ่ายเคยคิดฝัน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดได้จริง

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

ความท้าทายแรกคือนับเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของการ Collaboration ระหว่าง 2 แบรนด์ ที่มาจากแวดวงที่แตกต่างกัน แต่กลับร่วมมือกันไปได้ไกลกว่ามื้ออาหาร 

ความท้าทายต่อมาคือมีเวลาทำงานทุกกระบวนการเพียง 1 เดือน 15 วัน

และความท้าทายที่สามคือทีมสร้างสรรค์แต่ละทีมทำงานชนิดแทบไม่เคยได้เจอหน้ากัน ทุกอย่างต้องเดาใจและวางใจกันล้วนๆ แต่ในที่สุดพวกเขาก็เนรมิตป่าเหนือจริงที่วาดฝันไว้ได้สำเร็จ 

ทีมงานเกือบฟูลทีมจึงมานั่งล้อมโต๊ะอาหารเพื่อเล่าความคิดเบื้องหลัง ความรู้สึกเมื่อได้เห็นผลงานในเบื้องหน้า และร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่บรรจงสร้างสรรค์กันมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าคนสำคัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

เวทมนตร์ที่ 1

การโคจรมาพบกัน

เพียงก้าวเข้ามาใน Greyhound Cafe สาขาเมกาบางนา เราก็ได้สัมผัสบรรยากาศสดชื่นร่มรื่นของธรรมชาติ พร้อมกับความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ

การเนรมิตป่ามาไว้ในคาเฟ่ทุกสาขามีที่มาและแรงบันดาลใจจากโครงการ The Forestias by MQDC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุดมการณ์ในการสร้างเมืองสีเขียวในอุดมคติ อันมีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่ไว้ในกรุงเทพมหานคร เพราะเชื่อว่าธรรมชาติจะเชื่อมโยง เอื้ออาศัย และมอบความสุขให้กับผู้คนที่อยู่ร่วมอาศัยได้

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

เมื่อทาง The Forestias มองหาพาร์ตเนอร์ร่วมรังสรรค์ความสดชื่นของเมืองสีเขียวเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวเมืองกรุงได้ลองสัมผัส ก่อนที่โครงการจะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า

แอนเดรส รักตะสิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร และที่ปรึกษาบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นึกถึง Greyhound เป็นอันดับแรก เพราะมองเห็นจุดร่วมของแบรนด์ที่สอดคล้องต้องกัน

แอนเดรส รักตะสิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร,  เกศินี คุณทรัพย์ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์การสื่อสาร

“ผมเติบโตคุ้นเคยกับ Greyhound มานาน และเชื่อว่าเรามีวิสัยทัศน์ที่เหมือนและเข้าใจกัน เขาเป็นแบรนด์ที่ละเอียดในเรื่องดีเทลและให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน เหมือนกับที่โครงการของเราให้ความสำคัญ และเราต้องการมอบ Total Experience ที่ดีให้กับลูกค้าเช่นกัน”

แวดวงธุรกิจที่ต่างกันไม่เป็นปัญหา เพราะเมื่อได้มาร่วมโต๊ะพูดคุยกัน ทั้งสองฝั่งเห็นถึงความลงตัวในการทำงานที่มีหมุดหมายในการสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและอิ่มเอมใจ โดยพาผู้คนไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากธรรมชาติที่อาจโหยหา แต่ห่างหาย และจากจุดร่วมเล็กๆ จึงกลายเป็นงานสเกลใหญ่ที่ไปได้ไกลเกินคาดหมายแต่แรก

เวทมนตร์ที่ 2

โจทย์ใหญ่ที่ไปได้ไกล

หลังจากได้แรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติจาก The Forestias ทีมงานสร้างสรรค์ของ Greyhound Cafe เริ่มตีโจทย์ใหญ่จากความเชื่อมโยงของอุดมการณ์ของ 2 แบรนด์ที่มีร่วมกัน

“ตอนแรกที่ได้คุยกันก็หลังติดเบาะไปพักหนึ่งเหมือนกันนะ” เกศินี คุณทรัพย์ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์การสื่อสาร จากทีม Greyhound ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในโปรเจกต์นี้ เล่าพลางหัวเราะ 

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

“แต่เราเห็นความเชื่อมโยงกันได้จากคอนเซปต์ของโครงการที่ว่า The Land of Everlasting Happiness ที่สื่อว่าความสุขยั่งยืนคือการได้อยู่กับครอบครัว อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและผืนป่าอันสมบูรณ์ ทั้งในภาพยนตร์โฆษณาของโครงการก็มีความเป็น Magic หรือดินแดนเหนือจริง เราจึงฝันว่าอยากจะจำลองป่าที่เหนือจริงมาไว้ในร้านของเราบ้าง

“ถ้าความสุขจากโมเมนต์เล็กๆ ที่เกิดจากการรับประทานอาหารดีๆ หรืออยู่กับคนที่รักพร้อมหน้ากัน สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นทุกวันในร้านของเราได้ นั่นก็เท่ากับเป็น Magic แล้ว”

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

‘Everyday is Magic’ จึงกลายเป็นคอนเซปต์ใหญ่ที่ไปได้ไกลกว่าเพียงความพิเศษบนโต๊ะอาหาร เพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่โดยการรังสรรค์ผืนป่าให้เต็มพื้นที่คาเฟ่ โอบรับไปกับดิสเพลย์ดอกไม้สุดอลังการ ทั้งยังมี Projection Mapping มอบประสบการณ์เหนือจินตนาการเพื่อเนรมิตป่าให้มีชีวิต น่าประทับใจ อีกสิ่งสำคัญที่จะมอบความสุขท่ามกลางพื้นที่สีเขียวได้อย่างแท้จริงคือ เมนูอาหารจากธรรมชาติที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษ

“โปรเจกต์นี้คืองาน Collaboration ที่ใหญ่ที่สุดของ Greyhound Cafe เพราะไปไกลกว่าการตกแต่งร้านหรือเมนูอาหารพิเศษ แต่ยังรวมนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยนำมาใช้สร้างบรรยากาศในร้านอาหารเอาไว้” อังสนา พวงมะลิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ย้ำถึงการทำงานโปรเจกต์ใหญ่ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสในช่วงเวลา 1 เดือนครึ่ง ซึ่งยาวถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้า

เวทมนตร์ที่ 3

เนรมิตผืนป่าชั่วข้ามคืน

สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะเปลี่ยนโฉมร้านคาเฟ่ให้กลายเป็นพื้นที่โอบล้อมด้วยผืนป่าได้ คือการจัดประดับประดาต้นไม้ ซึ่งหลังผ่านการเฟ้นหาก็ได้ทีมเนรมิตผืนป่าในคาเฟ่ทั้ง 12 สาขา 2 ทีม ทีมแรกคือทีมของ โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก พร้อมกับตกแต่งภายในและแลนด์สเคป มาช่วยกัน

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

ความท้าทายของงานนี้คือพื้นที่ทั้ง 12 สาขามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง การจัดร้าน รวมไปถึงแสงสว่างที่มีความสำคัญต่อพรรณไม้ทุกชนิด

“สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดดิสเพลย์ของต้นไม้ที่แตกต่างไปในแต่ละสาขา เราต้องคัดเลือกต้นไม้ที่อยู่ได้ยืนยงและสวยงามตลอดเวลาเกือบสองเดือน” บุ๋นเริ่มเล่าก่อน

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe
วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“พันธุ์ไม้ที่เลือกมาส่วนมากจึงมีพื้นฐานที่เกิดในป่า แต่เลี้ยงในระบบฟาร์มจนเป็นไม้ประดับที่เพาะเลี้ยงได้จริงและเหมาะกับสถานที่ ถ้าต้นไหนสวยจริง แต่ไม่เหมาะกับอยู่ในคาเฟ่ก็ไม่เอามา เพราะสงสารต้นไม้ บางสาขาก็ไม่มีแสงสว่างเลย เราจึงจำใจตัดต้นไม้ออกไปเยอะมาก”

นอกจากการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมแล้ว บ๊วยในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ควบคู่กับการทำงานเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ อธิบายเสริมว่าการจัดวางจะต้องไม่เป็นอุปสรรคกับการใช้งานพื้นที่ร้านด้วย

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

 “เราเคยทำคาเฟ่มาก่อน จึงคิดถึงเรื่องการใช้งานพื้นที่ของพนักงานและลูกค้าในร้านด้วย ว่าจะไม่ไปเปลี่ยนแปลงเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดึงความรู้สึกแปลกใจพร้อมกับตื่นใจว่าทำไม Greyhound มีป่าอยู่ในร้านได้”

ความตื่นใจที่ว่าคือต้องเป็นป่าที่สมจริง แต่แฝงด้วยความเหนือจริง รายละเอียดเล็กๆ ในการประดับประดาที่พิเศษกว่าเพียงการประดับตกแต่งทั่วไป เราจึงได้เห็นทั้งไม้ต้น ไม้ประดับ ไม้เลื้อย ห้อยระย้าตกแต่งไว้รอบตัว 

“การจัดต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนป่าคือความไม่เป็นระเบียบ ความไม่เป็นระเบียบนี้บ่งบอกได้ถึงความเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงความหลากหลายของสายพันธุ์เช่นกัน ต้องมีไม้อิงอาศัย ไม้ที่อยู่ด้านล่าง มีกาฝากมาเกาะ มีเห็ดเล็กๆ ที่แสดงความสมบูรณ์ของผืนป่าได้

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“แต่เพียงต้นไม้มีชีวิตก็ยังไม่พอ กิ่งไม้ที่ตายแล้วเราก็เอามาใช้ในการประดับด้วย เพื่อให้ไม้อื่นพึ่งพา แสดงถึงการหมุนเวียนในระบบนิเวศแท้จริง” บุ๋นเล่าถึงความคิดเบื้องหลังและเทคนิคพิเศษในการจัด Setting ของป่าให้ออกมาดังที่วาดไว้

ทั้งสองพาเราเดินดูต้นไม้หลากพันธุ์ที่นำมาจัดไว้ ทั้งต้นยางอินเดียขนาดย่อม ไทรใบสักชูก้านสูง โอบล้อมด้วยมอนสเตอร่าใบใหญ่ให้อารมณ์ความเป็นป่า รวมไปถึงพันธุ์ไม้ที่อิงอาศัยไปกับผนัง ทั้งเคราฤาษี กะเรกะร่อน เฟินสาย ช้องบลู ที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่าจะยกมาอยู่ในร้านได้มากมายขนาดนี้

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินนั้น ต๋อมแอบสะกิดให้สังเกตลูกเล่นสนุกๆ ของใบไม้ที่งอกทะลุมาจากผนังหรือกระจกร้านราวกับร่ายเวทมนตร์ จนต้องขอหยิบมือถือมาถ่ายเก็บไว้สักภาพ

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

เวทมนตร์ที่ 4

ดอกไม้ตระการตา

นอกเหนือจากผืนป่าสุดตระการตา ดอกไม้ที่เป็นนางเอกของร้านก็อลังการไม่น้อยหน้า จากที่เคยประดับสร้างความรื่นรมย์ในมุมต่างๆ ของร้าน ครั้งนี้ บรื๋อ-บรรลือศักดิ์ หิรัญรัตน์ นักจัดดอกไม้ ผู้ดูแลการจัดดอกไม้และงานคอนเซปต์ต่างๆ ของ Greyhound Cafe มาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน รับหน้าที่จัดดิสเพลย์สุดอลังการที่ละสายตาไม่ได้จริงๆ 

“ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดดอกไม้ประดับ แต่เป็นการจัดดิสเพลย์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ดูเหนือจริงด้วยกิ่งไม้ที่แช่น้ำแล้วงอกแตกเป็นใบออกมาได้ ใช้มอสและรองเท้านารีแสดงถึงความเป็นป่า และใช้ลูกสนประดับเพื่อแสดงถึงเทศกาล แต่เป็นลูกสนยักษ์เพื่อให้ดูเหนือจินตนาการขึ้นไป”

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

ดิสเพลย์ดอกไม้อวดโฉมอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่กลางร้าน คล้ายเป็นสวนดอกไม้เล็กๆ ที่แข่งกันอวดความสวยงามกลางผืนป่าอันร่มรื่นใต้แสงสีส้มสลัวให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางสวนลึกลับในจินตนาการ

ดอกไม้ใบไม้สวยแปลกตาเหล่านี้ล้วนคัดสรรมาเป็นพิเศษ กิ่งซาลิกชูยอดสูงตระหง่าน ข้างกันนั้นเป็นดอกอีรินเจียมสีฟ้ารูปทรงแปลกตาดูลึกลับ แซมด้วยช่อแว็กซ์สีขาวสบายตาคล้ายดอกหญ้า ใกล้กับกิ่งไม้สีเขียวเข้มรูปทรงไม่คุ้นตา ลูกสนยักษ์ตกอยู่บนผืนมอสเขียวชุ่มน้ำ ช่อดอกไม้สีขาวดูคล้ายกุหลาบคือดอกไลเซนทัสแสนอ่อนโยน ขณะเดินชมโต๊ะหมู่มวลดอกไม้ก็ได้กลิ่นหอมหวานของช่อลิลลี่สีขาวโชยอ่อนสดชื่น

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“ดอกไม้ใบไม้ส่วนมากจะมีการเปลี่ยนทุกสัปดาห์ แล้วแต่ชนิด เพื่อให้คงความสวยงาม เราอยากให้คนเห็นในวินาทีแรกแล้วอึ้ง พร้อมกับสัมผัสความร่มรื่นสวยงาม และงามขนาดนี้ก็ต้องเป็น Magic แล้วล่ะ” บรื๋อเล่าอย่างอารมณ์ดี และเรายอมรับว่าเขาทำได้จริง

เวทมนตร์ที่ 5

ชุบชีวิตให้น่าตื่นใจ

ความเหนือจริงของป่าจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้หากขาดเทคนิคการนำเสนอด้วยนวัตกรรมอย่าง Projection Mapping ที่สร้างมิติในการเล่าเรื่องราวของเหล่าสรรพสิ่งและสัตว์เหนือจินตนาการให้เหมือนมีชีวิตอยู่จริงท่ามกลางป่า 5 แห่ง ใน 5 สาขา ของ Greyhound Cafe 

“ตั้งแต่ได้รับโจทย์มา หลังจากนั้น Everyday is magic จริงๆ ครับ” ป้อง-ปานปอง วงศ์สิรสวัสดิ์ ดีไซน์ไดเรกเตอร์ของ Another Day Another Render ผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้เล่าอย่างอารมณ์ดี พาเอาทีมงานทุกคนหัวเราะชอบใจไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรกในการทำ Projection Mapping ในร้านอาหาร ซึ่งป้องเน้นว่าเป็นพื้นที่ที่ควบคุมแสงไม่ได้ ที่ยากกว่านั้นคือได้รับโจทย์ว่าต้องฉายใน 5 สาขา ที่มี Floor Plan ที่แตกต่างกัน

Projection Mapping ในร้านอาหาร

“ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นการ Mapping ในพื้นที่ปิดและมืด มีคนเปิด-ปิดระบบ ได้เทสต์ทุกอย่างเรียบร้อย แต่พอได้รับโจทย์เป็นห้าสาขา เราไม่สามารถควบคุมพื้นที่หรือแสงต่างๆ ได้ ทางทีมต้นไม้อาจจะแฮปปี้กับสาขาที่มีแสงสว่าง แต่ผมจะชอบร้านมืดๆ เพราะถ้าสว่าง โปรเจกเตอร์จะเอาไม่อยู่”

ลำดับต่อมาคือความท้าทายในการสร้างสรรค์เนื้อเรื่อง เพื่อเสริมบรรยากาศความเหนือจินตนาการให้เด่นชัด ซึ่งสุดท้ายลงตัวด้วยเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องป่า เริ่มจากจุดเล็กไปใหญ่ เน้นการเปลี่ยนรูปของสิ่งมีชีวิต และใส่สัตว์ในจินตนาการเข้าไป ป้องบอกว่าหากวิดีโอนี้เล่นวนไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ก็จะได้เห็นถึง Circle of Life ของสรรพสิ่งมีชีวิตที่หมุนวนไม่รู้จบในป่าแห่งนี้

“เทคนิคที่ใส่ใจมากเป็นพิเศษคือเราต้องการสร้างประสบการณ์ให้กับคนที่มานั่งกินอาหารในร้าน จึงไม่เหมือนโชว์หรือภาพยนตร์ที่คนมีจุดประสงค์เพื่อมาดู การวางเสียงต้องไม่โอ่อ่าจนกลายเป็นการรบกวน ต้องมีช่วงเร้าและเบาลง และเบลนด์ไปกับสิ่งแวดล้อมในร้าน”

สุดท้าย เมื่อภาพจากเรื่องราวทาบฉายไปบนผนังที่ประดับประดาด้วยเหล่าพันธุ์ไม้ เรื่องราวที่ป้องตั้งใจเล่าก็เหมือนเป็นจริงขึ้นมาได้สมใจ ตรงนี้บ๊วยเล่าความประทับใจเสริมว่า เมื่อได้เห็นแสงสีจากเทคนิคบางอย่างของ Projection Mapping ที่ฉาบลงบนต้นไม้ ทำให้รู้สึกตื่นตาและรู้สึกได้ว่านี่คือความสวยงามเหนือจริงที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน

ดังนั้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บ จิ๊บ ในร้าน อยากให้คุณลองหันมาสัมผัสกับจินตนาการที่ทีมงานบรรจงสร้างโมเมนต์ในความฝันที่เหมือนเกิดขึ้นจริง

เวทมนตร์ที่ 5

อรรถรสจากธรรมชาติ

ความพิเศษโดดเด่นที่ขาดไม่ได้คือเมนูอาหารพิเศษ

ทีม Greyhound Cafe ต้องการเน้นเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวหรือคนที่รัก โดยจัดทำเป็นจานใหญ่พร้อมให้ทุกคนบนโต๊ะได้แชร์กัน พร้อมกับตั้งใจปรุงและสร้างสรรค์เมนูในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน 

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“ในเมื่อบรรยากาศทุกอย่างในร้านเป็นป่าแล้ว เราจึงมีเมนูอาหารพิเศษห้ารายการ เพื่อย้ำคอนเซปต์ของการเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ปรุงเป็นเมนูอาหารไทยที่ลูกค้าปัจจุบันสนใจ แต่ใส่ความพิเศษด้วยการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม และพรีเซนต์แบบอลังการโดยใช้กุ้งแม่น้ำเผา ขาปูอะแลสกา ประดับประดาด้วยผักร็อกเก็ต ของหวานก็โรยด้วยดอกไม้ที่กินได้ให้เข้าถึงรสสัมผัสของธรรมชาติอย่างแท้จริง” 

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

อังสนาเล่าให้ฟัง พลางชวนดูเมนูพิเศษทั้ง 5 จานบนโต๊ะที่ประกอบด้วยน้ำพริกไข่ปูม้า เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและผักสดหลายชนิด กุ้งสะดุ้งป่า กุ้งแม่น้ำตัวโตหอมมันเยิ้มราดน้ำยำรสจัดจ้าน ปูอะแลสกาอบวุ้นเส้น โดดเด่นด่วยส่วนผสมสมุนไพร พร้อมเพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูของหวานสามรส Best of Rainforests โรยด้วยกลีบดอกไม้สวยละมุน และสุดท้ายคือเครื่องดื่ม Once upon an Espresso จากกาแฟมีวนาที่เพาะปลูกพร้อมการดูแลผืนป่า ผสมผสานด้วยความเปรี้ยวหวานสดชื่นจากผลไม้หลายชนิด

เวทมนตร์ที่ 6

ประสบการณ์ใหม่อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการมอบ Total Dining Experience ให้กับลูกค้าแล้ว ทีมงานทุกคนก็ได้รับประสบการณ์ใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยได้รับจากงานไหนเช่นกัน บรรยากาศอันสวยงามที่ทุกส่วนประกอบสอดประสานลงตัวกันดังที่เล่ามานั้น เบื้องหลังคือทีมงานแยกทำงานกัน ชนิดแทบไม่เคยเจอหน้ากันเลย

ในช่วงที่ลงมือทำงาน แต่ละทีมมีตารางการทำงานที่ต้องสลับคิวกันเข้ามาในร้าน เพราะพื้นที่และความต้องการของแต่ละงานไม่สามารถทำพร้อมกันได้ 

“ทีมเทคโนโลยีคงไม่เหมาะจะเจอดินกับน้ำ ทีมจัดต้นไม้ไม่ควรเจอสายไฟ และทีมดอกไม้คงไม่อยากเจอความวุ่นวายอื่นๆ ในร้าน ดังนั้นบางครั้งป้องต้องทำ Mapping กับผนังโล้นๆ ไปก่อน จากนั้นทีมต้นไม้มาประดับ สุดท้ายก็ค้นพบว่าตรงนี้ไม่ได้ต้องเปิดพื้นที่ให้ฉายภาพ พอดอกไม้จะมาลง อ้าว โต๊ะที่แพลนไว้หายไปแล้ว เราต้องแก้ปัญหากันตลอดเวลา” ป่าน-นิตตา ประภัสภักดี ผู้จัดการอาวุโสด้านสื่อสารและสร้างสรรค์ฝั่ง Greyhound เล่าถึงกระบวนการทำงาน ขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้าและยิ้มเห็นด้วย

“นี่คงเป็น Magic ในการทำงานคือสามสี่ทีมไม่เคยเจอกันมาก่อน เหมือนเราต้องเดาใจกันตลอดว่าเราจัดตรงนี้ไปจะบังงานเขาไหม เราต้องไว้ใจกัน แต่ผลงานออกมาก็สวยงามดังใจ” บรื๋อเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มประทับใจ

นอกเหนือจากฝั่งสร้างสรรค์แล้ว ทีมงานหลังบ้านก็ร่วมทำงานหนักไม่แพ้กัน เพราะหลังจากมีผืนป่าเกิดขึ้นในร้านแล้ว หน้าที่รับผิดชอบหลักจะตกอยู่ที่ทีมงานในแต่ละสาขา เท่ากับว่าพวกเขามีความรับผิดชอบขึ้นมามากขึ้นกว่าการทำงานปกติ เพราะต้องคอยดูแลต้นไม้ตามคู่มือที่ทีมต้นไม้จัดทำให้ เมื่อถึงเวลาฉาย Projection Mapping ต้องไม่ลืมไปดิมไฟเพื่อให้ภาพชัดสมจริง 

Projection Mapping ในร้านอาหาร

 “ทีมงานที่โชว์ความเป็นทีมเวิร์กไม่ได้อยู่เพียงแค่โต๊ะนี้” อังสนาสรุปย้ำอีกที

“ทุกฝ่าย ตั้งแต่ทีมบัญชี เด็กที่คอยดูแลร้านระหว่างเซ็ตติ้งจนถึงเช้า มีทีมแอดมินที่ต้องจัดสรรคิวทำงาน ทีมน้องๆ ที่ดูแลภายในร้าน ทีมดิจิทัลและพีอาร์ที่ต้องทำโปรโมต และทีมพาร์ตเนอร์ของเรา ทุกฝ่ายตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ประสบการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง”

“ดังนั้นงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมอบประสบการณ์แห่งความสุขแก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ เป็นก้าวใหม่ของเราทุกคนด้วย” 

ถึงตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บ จิ๊บ ดังขึ้นเหมือนส่งท้าย ทีมงานทุกคนยิ้มรับและหันไปดูภาพเรื่องราวที่โปรเจกเตอร์ฉายทาบแผ่นผนังอย่างตั้งใจ ราวกับดื่มด่ำไปกับ Magic Moment ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้าง เพื่อมอบความสุขรับปีใหม่ให้กับทุกคน

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

Writer

เชิญพร คงมา

อดีตเด็กยอดนักอ่านประจำโรงเรียน ชอบอ่านพอๆ กับชอบเขียน สนุกกับการเล่าเรื่องราวรักการเที่ยวเล่น ติดชิมของอร่อย และสนใจธรรมะ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในย่านเขตสถานทูต (Diplomatic Enclave) กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ท่ามกลางกำแพงสูงและรั้วลวดหนาม ปรากฏกำแพงหนึ่งที่มีสีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตา จนหลายคนยกมือถือเข้ามาถ่ายรูป ลวดลายนั้นคล้ายคลึงกับลวดลายบนรถบรรทุกที่วิ่งไปมาในปากีสถาน ที่เรียกว่า Truck Art แต่ก็มีลวดลายของไทยด้วย เบื้องหลังกำแพงคือ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด 

อะไรคือ Truck Art แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

แบทเทิลแห่งสีสัน

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

จุดเริ่มของศิลปะบนรถบรรทุกเข้ามาในเอเชียใต้เมื่อมีการนำเข้ารถบรรทุก Bedford จากอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2463 Bedford เป็นบริษัทลูกของบริษัท GM ตอนแรกรถบรรทุกพวกนี้ไม่ได้ประดับประดาอะไรมากมายนัก จนเมื่อ พ.ศ. 2483 ที่มีการใช้รถบรรทุกขนส่งทางไกล บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มเอาตราบริษัทติดที่รถบรรทุก เพื่อให้ผู้พบเห็นรู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร และยังเป็นการโฆษณาไปในตัว 

คนขับรถตอนนั้นเห็นว่า ไหน ๆ จะพ่นสีโฆษณาบริษัทแล้ว ก็เลยขอแต่งแต้ม เติมนั่นเติมนี่นิดหน่อย มาถึงจุดที่เริ่มหยุดไม่อยู่ มีการแข่งขันกันแบบสนุก ๆ แฝงความจริงจังระหว่างคนขับว่า รถใครจะมีสีสันและการตกแต่งที่กิ๊บเก๋กว่ากัน จนกลายเป็นว่ารถบรรทุกทุกคันต้องมีการตกแต่งประดับประดาไม่มากก็น้อย แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะมากไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเจอเจ้าที่จัดเต็ม ของเราจะดูดร็อปไป 

การตกแต่งนอกจากลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีการใช้ผ้า ใช้โซ่ห้อยเป็นสาย ติดกระดิ่งเล็ก ๆ กรุ๊งกริ๊ง ๆ อีกด้วย จุดที่ต้องทำให้โดดเด่นคือ ส่วนหัว ด้านหน้าของรถที่ยื่นสูงขึ้นไปหรือเรียกว่า มงกุฎ (Crown) กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ไปเยือนปากีสถาน โดยเฉพาะฝรั่งซึ่งอาจคุ้นกับแนวสีพาสเทล มาเจอการตกแต่งแบบแม่สีจัด ๆ ก็เกิดอาการตื่นตะลึง ถ่ายภาพไปโชว์เพื่อน ๆ จน Truck Art ปากีสถานเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ในสมัยที่ทหารอเมริกันเข้าไปในอัฟกานิสถาน ก็เห็นรถพวกนี้สีสันสวยงามวิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งมาแต่ไกล เลยเรียกว่า รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

เรื่องราวผ่านลวดลาย

เพื่อเจาะลึกถึงศิลปะแขนงนี้ เราไปดูวิธีการทำ Truck Art ถึงอู่ในเมืองราวัลปินดี เขาบอกว่าวิธีการทำมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ลงรองพื้น จากนั้นก็ลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ ซึ่งคุณลุงคาลิดที่กำลังลงสีอยู่บนนั่งร้านสูงบอกว่า ทำมานาน 40 ปีแล้ว ถึงตอนนี้อายุ 70 แต่ลุงยังแข็งแรง ว่าแล้วก็โชว์พลังโดยการปีนลงมาอย่างคล่องแคล่ว ลุงบอกจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหว ดีใจที่คนต่างชาติชอบผลงานของคนปากีฯ ความปลื้มปีติของลุงฉายผ่านแววตามากประสบการณ์

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ลุงคาลิด

ลวดลายบนรถบรรทุกนี้น่าสนใจ มีตั้งแต่ลายอักษร พืช สัตว์ท้องถิ่น และสัตว์ในจินตนาการ เช่น นกยูง นกอินทรีย์ ม้าบิน ดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงไอดอลจากวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ตลอดจนนักการเมือง นักปราชญ์ กวี บางคนให้วาดรูปลูกตัวเองไว้บนรถด้วย ทำให้มีกำลังใจทำงาน เพราะรู้ว่าหยาดเหงื่อของเขานั้นทำเพื่อครอบครัว เราได้คุยกับคนขับรถบรรทุกจากเมืองเปชาวา เชื้อสายพัชตุน หรือที่ไทยเรียกว่า ปาทาน เขาบอกว่ารถบรรทุกมีรูปบ้านในชนบทของเขาด้วย “เวลาขับรถไปส่งสินค้าไกล ๆ หันมาดูรถ เห็นวิวบ้านเกิด จะได้หายคิดถึงบ้านไปได้บ้าง”

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

เมื่อลงสีแล้วก็จะส่งไปยังแผนกประดับเพิ่มเติม เพื่อติดแผ่นอะลูมิเนียมเพิ่มความเงางามโดดเด้ง สะท้อนแสงแดดระยิบระยับยามกลางวัน มองเห็นได้แต่ไกล หากต้องการแอดวานซ์ไปอีกก็จะส่งต่อไปยังแผนกติดไฟ ประดับไฟในจุดต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย ทำให้การตกแต่งใช้เวลาราว 1 – 2 เดือน หากทำแบบจัดเต็ม ค่าใช้จ่ายอาจจะเกือบ ๆ แสนบาทเลยทีเดียว 

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ถ้าใช้งานไปแล้วอยากตกแต่งเพิ่ม ก็มีร้านขายชุดแต่งเพิ่มเติม น้องที่ขายชุดแต่งบอกว่า ขายได้ดีมาก รวม ๆ แล้วค่าตกแต่งรถทั้งหมดอาจจะแพงว่าบ้านของคนขับรถเสียอีก แต่เขาถือว่าเป็นการลงทุนเชิงธุรกิจ เพราะลูกค้ามักจ้างรถบรรทุกที่ตกแต่งเยอะ มากกว่ารถที่ตกแต่งน้อย

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ร้านขายชุดแต่งเพิ่ม

นอกจากประดับประดารถบรรทุกแล้ว บางรายยังตกแต่งรถบัสโดยสารด้วย เราโชคดีที่ได้ขับมาเจอรถบัสที่คนปากีสถานเรียกว่า รถบัสแคชเมียร์ เป็นรถบัสโดยสารขับไปตามภูเขาสูงชัน คันที่เราเจอตกแต่งอย่างสวยงาม จังหวะเขาจอดรับผู้โดยสาร เลยรีบลงไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ขนาดคนปากีฯ เองยังบอกว่า คันนี้สวยมาก ไม่ค่อยได้เห็นวิ่งในเมือง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบัสแคชเมียร์

สะท้อนรากลึกวัฒนธรรม

งานศิลปะบนรถบรรทุกของชาวปากีสถานสะท้อนวัฒนธรรมหลายอย่างของชาวปากีสถาน ซึ่งบางทีคนไทยอาจจะไม่คิดมาก่อน เพราะบางทีเห็นหน้าเขาเข้ม ๆ ไว้หนวดไว้เครา เราก็จะเกรง ๆ แต่จากประสบการณ์ที่ได้พบปะพูดคุยกับคนปากีฯ เห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนชัดเจน จริงใจ แค่ขอไปถ่ายรูปรถบรรทุก เขาก็ยิ้มรับ เชื้อเชิญอย่างเต็มที่ อย่างคนขับรถคนหนึ่ง เข้าไปขอถ่ายรูป เขาหันหลังกลับ คิดว่าวิ่งหนี ปรากฎว่าวิ่งไปที่รถแล้วโผล่หน้ามาตรงหน้าต่างยิ้มแป้น บอกให้ถ่ายมุมนี้ มุมเด็ดของผม แถมยังบอกว่า ดีใจที่รถเขาแต่งแค่เบสิก ๆ หน้าสด เรายังสนใจ (ขณะที่เราหันมองไปที่รถ มันเบสิกตรงไหนหว่า จัดเต็มขนาดนั้น) ทุกคนที่ได้พบนอกจากชวนคุยสนุกสนานแล้ว ยังชวนไปดื่มชาปากีอีกด้วย (Chai – ชาใส่นม โรยเครื่องเทศ หอมมัน อร่อยมาก)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันบนรถบรรทุกเหล่านั้นยังสะท้อนถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงของคนปากีฯ ซึ่งนอกจากคุยสนุกแล้ว ยังชอบเสียงเพลงที่เร้าใจและการเต้นรำ ผมเคยนั่งรถไปต่างจังหวัด เจอเขาทำถนน ต้องจอดรถรอนาน ขณะที่เราก็อาจจะร้อนใจตามประสา แต่กลับเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเปิดเพลง แล้วลงมาเต้นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา คนแถวนั้นได้ยินเสียงเพลงเร้าใจก็ออกมาร่วมด้วย จนถนนเปิด รถเคลื่อนได้ คนก็หัวเราะวิ่งขึ้นรถไปต่อ ทำให้คิดได้ว่าเวลาเจออุปสรรคที่นอกเหนือการควบคุม บางคนเลือกร้อนใจ แต่บางคนก็เลือกจะทำสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้น แล้วผ่านมันไปในเวลาที่เท่า ๆ กัน แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันของปากีสถานยังสะท้อนในอาหารการกินของคนพื้นเมืองที่มีสีสันและรสชาติจัดจ้านน่าทานจากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่จัดเต็ม ตั้งแต่ข้าวบริยานี ไก่ย่างติกกา แกงต่าง ๆ อย่างเช่น Chicken Achari Handi จนไปถึงของหวานอย่าง Gajrela ซึ่งอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไป

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ศิลปะดั้งเดิมในกระแสดิจิทัล

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
ไซเยอร์ ข่าน

ไซเยอร์ ข่าน ศิลปินที่เราชวนให้มาวาดภาพศิลปะแนวรถบรรทุกบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด มาจากเมืองเปชาวา ห่างจากกรุงอิสลามาบัดไปเกือบ 200 กิโลเมตร เป็นศิลปินดาวรุ่งรุ่นใหม่ มีผลงานทั้งในและต่างประเทศ แต่โชคไม่ดีที่ธุรกิจของเขาซบเซาลงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 เขาบอกว่างานทำสีรถบรรทุกหายไปแทบจะหมดสิ้น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา หันมาลงสีสิ่งของเล็ก ๆ เช่น กาน้ำชา ถ้วย ถาด รองเท้า แล้วลงรูปในโซเชียล ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี 

สถานทูตเราก็เห็นข่าวนี้ จึงติดต่อให้เขามารับงาน เขาดีใจมากเพราะถือเป็นงานใหญ่ เขาบอกอย่างภูมิใจว่า งานนี้จะสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก และเป็นเกียรติในฐานะศิลปินที่ได้เผยแพร่ศิลปะของปากีสถาน ทั้งยังมีส่วนเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนปากีสถาน และเราเองก็เชื่อว่า ชื่อเสียงของเขาจะได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างประเทศและคณะทูตในกรุงอิสลามาบัด

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

ไซเยอร์เล่าว่า งานของเขาใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยใช้พู่กันผสมสีเฉดต่าง ๆ และลงสีด้วยมือ ซึ่งเขาเรียนมาจากลุงตั้งแต่อยู่ ม.1 เทคนิคนี้เริ่มสูญหายไปจากการเข้ามาของศิลปะแบบดิจิทัล ที่ออกแบบลวดลายได้คมชัด ผลิตได้จำนวนมากในรูปแบบของสติกเกอร์แล้วเอาไปพ่นสี ทำให้ผลิตงานได้รวดเร็ว ลูกค้าไม่ต้องรอนาน รวมถึงราคาอาจถูกลง เขาจึงพยายามรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมนี้ไว้ โดยพยายามฝึกลูกศิษย์อยู่หลายคน แต่งานศิลปะเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนฝึกฝน รวมทั้งต้องอยู่กับกลิ่นสีและทินเนอร์ตลอดทั้งวัน เด็กรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาทำงานได้ไม่นานก็หายไป ตอนนี้เหลือเพียง 2 คน แต่ก็พยายามจะสานต่องานที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป

เราคุยกันถึงลวดลายที่วาดบนกำแพง เป็นสิ่งของ สถานที่ ผู้คนทั้งไทยและปากีสถาน ซึ่งในปากีสถานมีสิ่งของที่ทั้งเราและเขาคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ๊ก ปิ่นโต เขามีเมืองตักศิลา ซึ่งทำครกเหมือนกับที่อ่างศิลาบ้านเราเลย แม้กระทั่งรถสิบล้อไทยในสมัยก่อน ลักษณะและการวาดลวดลายต่าง ๆ คล้ายกัน รวมไปถึงเรือกอและของทางใต้ ลวดลายสดใสก็คล้ายคลึงกับแนว Truck Art ของปากีสถาน

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงทาสี เพราะสีเดิมเริ่มแสดงร่องรอยความเก่า ทั้งจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 10 ปี ลาย Truck Art บนกำแพงของสถานทูตไทยจึงเป็นคำตอบของพวกเราที่สถานทูต เพื่อเป็นการลดทอนความแข็งกร้าวของกำแพงลง แสดงถึงการน้อมรับศิลปะประเทศเจ้าภาพ สร้างความรู้สึกดีให้คนที่พบเห็น ลวดลายสดใสสะท้อนความเป็นมิตรร่าเริงของทั้งผู้คนทั้งสองประเทศ 

ภาพทิวทัศน์ของปากีสถานและไทยทำให้คนที่ผ่านไปมานึกถึงบ้าน รวมทั้งคนไทยที่ไปสถานทูต หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยเองที่นาน ๆ ได้กลับบ้านกันสักที กำแพงนี้เปรียบเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ยาวกว่า 220 ฟุต สำหรับศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงาน เราดีใจที่เป็นส่วนเล็ก ๆ สนับสนุนการสืบสานศิลปะ Truck Art แนวดั้งเดิมของปากีสถานให้ได้รับการยอมรับต่อไป สถานทูตไทยอีกแห่งที่ได้ริเริ่มทำสิ่งนี้คือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ที่ใช้ศิลปะโมเสกพื้นเมืองประดับประดาหน้าสถานทูตอย่างสวยงาม

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อมีคนพูดต่อ ๆ กันไป ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ของปากีสถานก็ให้ความสนใจออกข่าวกันใหญ่โต คนผ่านไปมาก็มักจะหยุดถ่ายรูป มีคนปากีฯ บอกว่า ได้ยินผู้บริหารระดับสูงของปากีสถานคุยกันถึงกำแพงสถานทูตไทยอย่างชื่นชม และบอกว่าเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของสองประเทศได้ดี 

ไซเยอร์บอกว่า ตอนนี้เขาได้รับการติดต่อจากหลายที่ รวมทั้งสถานทูตหลายแห่ง เพราะมีคนเห็นผลงานของเขาบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ตอนนี้ไซเยอร์กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อแสดงงานศิลปะของเขา เราก็หวังจะเห็นเขารวมทั้งศิลปินอื่น ๆ ประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจ ไร้ซึ่งพรมแดน เป็นภาษาที่ไม่ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์แบบภาษาเขียน แต่กลับทำให้รู้สึกได้ ทำให้ผู้คนต่างวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ เป็นมิตรกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

Writer & Photographer

จักรกฤดิ กระจายวงศ์

เป็นนักการทูต ลูกครู (ที่เชื่อว่า) งานการทูตไม่ได้เหมือนในละคร แต่เป็นงานที่ต้องออกไปร่วมทุกสุขกับคน เข้าถึงใจคน จึงจะเข้าใจเขา เข้าใจความต้องการเขา จึงทำงานได้ถูกต้อง ผมชอบการเดินทาง และถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load