1 เมษายน 2564
7 PAGES
4 K

ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล เป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืนผ่านบทพระเจ้าเสือ ในเรื่อง บุพเพสันนิวาส เมื่อ 3 ปีก่อน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น เขาเข้าวงการบันเทิงและมีละครเรื่องแรกกับช่อง 3 ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เคยเล่นเรื่อง ดวงใจอัคนี และ คุณชายพุฒิภัทร จนใครหลายคนคุ้นหน้า รู้ว่าเขาคือดาราฝีมือดีคนหนึ่ง 

หลังปีทองแห่ง บุพเพสันนิวาส จบลง 2 ปีที่ผ่านมานี้เขาทุ่มเทให้กับการเล่นภาพยนต์เรื่อง จอมขมังเวทย์ และ คืนยุติ-ธรรม เป็นบทบาทที่ท้าทายพลังแห่งการแสดงของก๊อตมากเลยทีเดียว ซึ่งปีนี้เขาก็มีละครที่กำลังถ่ายทำอีกทั้งหมด 5 เรื่อง ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง

ในมุมเบื้องหลังการทำงานอาชีพนักแสดง ก๊อตใช้ชีวิตอย่างชายผู้รักการสร้างงานศิลปะ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ในวัย 32 ปี ก๊อตกำลังมีงาน Solo Exhibition ครั้งแรกที่ Joyman Gallery พื้นที่ชั้นสองของแกลเลอรี่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบด้วยงานศิลปะแนว Abstract Expressionism ชื่อว่า Transience อธิบายสภาวะชั่วคราวของจิตใจมนุษย์ ที่ก๊อตได้มีประสบการณ์ค้นพบด้วยตัวเองผ่านการนั่งสมาธิประจำทุกวัน

เขามีคุณสมบัติของการเป็นนักถ่ายทอดที่ดี สังเกตได้จากการแสดง การเขียนบันทึก การเล่นดนตรี และการวาดภาพที่ก๊อตพยายามแสดงตัวตนออกมาให้แฟนคลับได้ชื่นชมผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

ทุกเฟรมภาพวาดที่จัดแสดง ก๊อตบรรจงละเลงแต่ผลงานภาพวาดอย่างหนักแน่นและเป็นอิสระ เฉดสีอันเข้มข้น เส้นสายแห่งการกระจายตัว รอยพื้นผิวขรุขระสลับเรียบ ล้วนเอื้อให้เกิดจินตนาการล้านรูปแบบแล้วแต่คนจะมอง นี่อาจเป็นเวทมนตร์ของงาน Abstract ที่ให้ผุ้ชมจินตนาการอย่างไร้กรอบ ไร้กฎเกณฑ์ และไร้ข้อจำกัดของเวลา

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง
ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ลองไปชมภาพวาดเขา ทุกภาพสนุกและมันมาก ขออนุญาตเชิญชวนผู้อ่านอย่างตรงไปตรงมาในบรรทัดนี้

บ่ายวันอาทิตย์ในเดือนมีนาคม เรามีนัดกับก๊อตที่บ้านของเขา บ้านหลังนี้ก๊อตตั้งใจซื้อไว้นอกเมืองเพื่ออยู่กับความสงบ

เราก้าวผ่านประตูรั้วเข้าไป ต้นไม้ฟอร์มสวยน้อยใหญ่รายล้อมต้อนรับ สวนเขียวขจีมีเก้าอี้นั่งไว้เอนพัก ทางเดินสีขาวนำไปสู่ห้องทำงานศิลปะที่สร้างแยกออกมาจากตัวบ้าน มีบันไดวนสีดำด้านหน้าสำหรับพาขึ้นไปดาดฟ้าชั้นสอง

บ้านหลังนี้กำลังบอกผู้มาเยือนว่า เจ้าของบ้านหลังนี้ได้ค้นพบแพสชันอันเป็นสุนทรีย์ของชีวิต ชอบอยู่กับธรรมชาติ เพลิดเพลินกับความสันโดษ และเป็นมิตรกับผู้คน

วันนี้เรามาคุยกับก๊อตใน 2 ประเด็นหลัก หนึ่งคือ ในฐานะนักแสดงที่กำลังมีงาน Art Exhibition เป็นของตัวเอง และสอง ในฐานะชายที่ตั้งมั่นกับการเรียนรู้ความเป็นธรรมชาติของมนุษย์

บทสนทนาต่อจากนี้ออกจะนามธรรมอยู่บ้าง เราอยากให้คุณค่อยๆ อ่านละเลียดทุกตัวอักษรตั้งแต่นี้ไปจนจบ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

เราติดตามในอินสตาแกรม เห็นว่าคุณทำงานศิลปะมาตลอด จริงๆ แล้วชอบวาดรูปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า

ใช่ครับ แม่สอนเราด้วยการวาดรูปให้ดูตลอด เราจึงสื่อสารด้วยการวาดรูป

แสดงว่าการวาดภาพอยู่ในชีวิตก๊อตมาตลอด

เราทำงานศิลปะมาตลอด ก่อนเป็นงาน Abstract ที่โชว์อยู่ ปกติจะเอาไดอะล็อกที่ทำงานการแสดง สคริปต์ บท มาตีความเป็นเส้นเป็นสาย เราทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวละครนั้นด้วยภาพที่วาดเอง เช่น วาดรูปเพื่อกำหนดการเปล่งเสียงของไดอะล็อก วาดรูปเพื่อเข้าใจตัวละครในฉากนี้ รูปแบบภาษามีขีดจำกัดเยอะมาก แต่สีและเส้นมันให้อิสระมากกว่า เราใช้สีและเส้นเป็นตัวกำหนดว่าประโยคพูดแบบนี้ต้องโฟลว์ยังไง

จริงจังกับการวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มทำงานชิ้นใหญ่ตอนที่เริ่มมีกำลังทรัพย์ เมื่อก่อนไม่มีตังค์เราก็นั่งวาดรูปเล็กๆ ในกระดาษ ดินสอ อุปกรณ์น้อย แต่พอเริ่มมีกำลังมากขึ้น เราทำบัญชีสำหรับซื้อสีพวกนี้โดยเฉพาะ เราไม่หวงเงินกับการทำงานศิลปะ วินาทีแรกทำเพราะความสนุกเท่านั้น ไม่มีความคิดว่าจะต้องขายงานพวกนี้ให้ได้

อะไรทำให้ตัดสินใจโชว์งาน

มีจุดเปลี่ยน มีคนทักมาว่า เขาเข้าใจนะว่าเราทำงานด้วยความรัก แต่อย่าลืมว่าคนที่เสพงานด้วยความรักก็มีเยอะ เราควรแบ่งปันเรื่องพวกนี้ด้วย นั่นเป็นวินาทีแรกที่เริ่มรู้สึกอยากโชว์งาน เมื่อก่อนเราปิดตา เพราะเรามัวแต่ให้กรรมพันธุ์ทางสังคมหล่อหลอมเรามาว่าคนที่จะโชว์งานศิลปะได้ ต้องเรียนจบนั่นนี่มานะ แต่มันเป็นความจริงของคนอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงของเราอีกต่อไป

รูปที่กำลังจัดแสดงอยู่ที่ Joyman Gallery คุณต้องการถ่ายทอดอะไรให้คนได้เห็น

เป็นสภาวะความหยาบและความละเอียดที่ไม่เท่ากันของการสังเกตภายในของเรา เป็นประสบการณ์ตรงผ่านการนั่งสมาธิ สิ่งที่มันเกิดขึ้นในรูปภาพคือเสี้ยววินาทีเดียวของสภาวะทั้งหมด วินาทีนี้เราคิดถึงเรื่องหนึ่ง วินาทีต่อไปเราคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนเกิดขึ้นอยู่ในชีวิตตลอดเวลา แล้วแทนค่าด้วยสีต่างๆ นำเสนอเป็นสี่สี คือ ดำ เทา แดง ขาว ส่วนบางรูปที่มีสีฟ้าเข้าไปด้วยเพื่อให้คนเห็นว่าเรามีความหลากหลายทางอารมณ์ในการทำงานนะ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง
ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

แล้วความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ในชีวิตตลอดเวลานั้นคืออะไร

ตัวอย่างเช่น เราจะกล้าบอกไหมว่าเราไม่ใช่คนเดียวกับเราตอนห้าขวบ แล้วเราจะกล้าบอกไหมว่าเราคือคนเดียวกันกับคนคนนั้น เราคือคนเดียวกันที่ไม่ใช่คนเดียวกันอีกต่อไป เราตอนห้าขวบกับตอนนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมานับไม่ถ้วน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นสังเกตได้ด้วยสมาธิว่ามันเกิดดับยังไง ชีวิตมันเหมือนเป็นเปลวเทียนที่วูบขึ้นและดับรวดเร็วมาก เราตอนห้าขวบกับเราตอนนี้แทบจะเป็นคนละคน เพราะฉะนั้น เราเฝ้าสังเกตสภาวะความเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมาด้วยใจที่เป็นกลาง คือไม่ให้ค่าว่าสภาวะการเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่าดีหรือไม่ดี ไม่แปะป้ายความรู้สึกทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบันขณะ เราแค่รับรู้ไปเรื่อยๆ

ทำไมถึงชอบนั่งสมาธิ

เราต้องนั่งสมาธิเพราะการรับรู้เราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราต้องใช้สมาธิฝ่าความโง่เขลาจากกรรมพันธุ์ทางสังคมที่สอนให้จำกัดความ แบบนี้เรียกแข็ง อันนี้สีแดง แบบนี้เรียกสวย ทุกอย่างต้องมีชื่อเรียก แล้วพอเรายึดติดอยู่ในชื่อเรียก เราจึงเป็นมนุษย์ที่ทุกอย่างต้องอธิบายได้ เราห่างความรู้สึกจริงๆ ไปทุกที กินข้าวไม่รู้รสชาติ ได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง มองแต่ไม่เห็น การจะทะลุกรอบพวกนี้ไปต้องหยั่งลึกเข้ามาในตัวเอง แล้วเห็นสภาพความเป็นจริงว่ามันมีแต่ปฏิกิริยาเกิดดับเท่านั้น

สิ่งนั้นเลยทำให้ก๊อตถ่ายทอดออกมาเป็นวาดภาพ Abstract หรือเปล่า

งาน Abstract มันถูกจริตเราที่ได้กลับไปเป็นเด็กเล่นสนุกอีกครั้ง เพราะมันไร้ขีดจำกัด ทั้งเรื่องของกรอบ ความแม่นยำ และความเป๊ะ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ไม่ต้องมีรูป ไม่มีฟอร์ม

แล้วสภาวะภายในของเรามันมีรูปมีฟอร์มจริงๆ หรอ

ไม่มี

ถูกไหม ความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นตลอด 

ความเดิมแท้ของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ มันไม่มีรูปคงอยู่ มันคงรูปอยู่แค่แป๊บเดียวแล้วก็เปลี่ยนแปลง ที่ดินที่เรานั่งอยู่ตรงนี้ ร้อยปีที่แล้วมันเป็นอะไร สองพันปีหรือแสนปีที่แล้วล่ะ เราจะเห็นว่ามันมีแต่ความเปลี่ยนแปลง เพราะงั้นเราจึงบันทึกความเปลี่ยนแปลงในลักษณะความหยาบและความละเอียดที่ประจักษ์ภายในตัวเอง

เราสนใจเรื่องเทกเจอร์เพราะมันดูได้ไม่จบ งานจึงใช้ทรายหยาบผสมทรายละเอียดที่ไม่เท่ากัน เราทดลองเยอะมากเพื่อให้ได้งานแบบนั้น

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง
ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ทดลองอย่างไร

เวลาลงสีไปเสร็จ เราหยุดยืนดูมันแล้วรู้สึกว่าไปเชื่อมกับความทรงจำบางอย่างไหม ถ้าดูแล้วไม่รู้สึกอะไร รู้สึกขัดแย้งไปหมด ลบ ทำใหม่

ต่อมาเรื่องของสี หลายคนอาจบอกว่าสีมันรุนแรง ให้พลังหรืออึดอัด ซึ่งเราว่าสีเป็นเรื่องของจริต และการตีความส่วนตัว เช่น สีดำ เราตีความว่าเวลาหลับตาอยู่ในมิติแห่งจิต เราเชื่อมโยงกับความดำ ความมืดทั้งหมดของจักรวาล ในขณะที่สีแดงแทนค่าถึงเลือดเนื้อ หมายถึงการกลับเข้าสู่กาย เป็นการกลับเข้ามาสู่ความเป็นจริงตามสภาวะตัวเอง ว่าเรานี้ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากชิ้นเนื้อ กระดูก อวัยวะ เลือดทั้งหลายมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน

มีประโยคหนึ่งบนบอร์ดที่แกลเลอรี่ บอกไว้ว่าภาพวาดของคุณมีองค์ประกอบร่องรอยแห่งการปะทะอย่างรุนแรงกับความสงบนิ่งอย่างสมดุล

คลื่นที่รุนแรง มันก่อตัวจากน้ำที่นิ่งสงบ ฟีลนั้นแหละ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

สังเกตได้ว่าทุกรูปมีแพตเทิร์นที่กระจายมาจากตรงกลาง

ใช่ ประมาณนั้น เพราะเวลาครุ่นคิดถึงปัญหาบางอย่าง เราเจอคำตอบจนเกิดปัญญาได้ หมดความสงสัย เหมือนการแตกโพละ สว่างไสวกระจ่างในตัวเอง ซึ่งมันคือการพิจารณาธรรมที่อยู่ในใจ เช่น เราเห็นแล้วว่าจิตใจที่มีความอิจฉามันส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ร่างกายจะเกิดความแน่นบริเวณหน้าอก อุณหภูมิร่างกายจะเปลี่ยน ในขณะเดียวกันความอิจฉาก็ทำให้เราปรุงแต่ง ตอบโต้ แล้วดึงความคิดด้านลบเข้ามาทำให้เราตัดพ้อง่าย ดูถูกตัวเอง ขาดความมั่นใจ เวลาสติปัญญาพิจารณาครบองค์ จะเห็นเลยว่าเหตุนี้เชื่อมโยงกับเหตุนี้ แล้วสาเหตุที่เกิดความอิจฉาก็เพราะว่ายังยึดมั่นในตัวตน เวลาที่ใจมันแจ้ง เหมือนแรงแตกโพละที่กระจายจากตรงกลางออกไป 

เราเห็นจิตใจเป็นแบบนี้ได้เพราะนั่งสมาธิอยู่กับมันอย่างครบองค์ประกอบมาหลายชั่วโมง

อย่างครบองค์ประกอบที่ว่าคือ

ขั้นแรกเราพิจารณากายผ่านการสังเกต

ขั้นที่สองพิจารณาประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นในกาย แม้แต่ในตัวเองยังมีความต่างนับล้านชนิดที่ไม่เท่ากัน ร่างกายบางส่วนตึง แข็ง แน่น บางส่วนโฟลว์ เบา โปร่ง โล่ง นี่คือการกลับเข้ามาสู่สภาวะกายกับความรู้สึก 

ต่อมาสังเกตสภาวะจิต เช่น จิตตอนนี้ไม่มีโทสะ ไม่มีโมโห ไม่มีง่วงเหงาหาวนอน ไม่มีอิจฉา 

ส่วนฐานที่สี่ คือ ฐานธรรมชาติ รู้ว่าจิตตอนนี้สบายๆ เฉยๆ ไม่เฉยซะทีเดียว สุขอ่อนๆ สุขเพราะได้พูดสิ่งที่ชอบ การได้พูดสิ่งที่ชอบทำให้มีความสุข

เราพิจารณาแบบนี้เป็นขั้นๆ มันจะละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่จิตใจเราละเอียดขึ้น เราจะเห็นความหยาบในตัวเองเยอะ ทำให้เราใช้ทรายในงานเยอะมาก เรียกว่าเป็นการยอมรับความเป็นจริงผ่านการสำรวจตัวเอง

เข้าใจแล้ว รูปที่คุณวาดอธิบายสภาวะความเปลี่ยนแปลง

แล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดรวดเร็วมาก เพราะฉะนั้น เวลาดูรูป เราต้องใส่จินตนาการเข้าไป คนทั่วไปใช้แค่สายตาดู แล้วสายตามาพร้อมการรับรู้อดีต คนเราไปดูรูปพร้อมกับอดีตของแต่ละคน จึงไม่เห็นปัจจุบัน และยังไปพร้อมกับการหล่อหลอมว่าทุกอย่างคุณต้องอธิบายได้หมด ยิ่งเราสนใจคำอธิบายมากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งห่างความรู้สึก แล้วพอเราห่างความรู้สึก เราจินตนาการอะไรต่อไม่ได้เลย แต่ถ้าเราเริ่มรู้สึกเรามองภาพวาดหนึ่งได้เป็นล้านรูปแบบ น้อยคนมากที่จะเห็นมันจริงๆ 

อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ท่านบอกไว้ว่า ผมไม่สนใจเรื่องคำอธิบาย ผมสนใจเรื่องความรู้สึก เพราะความรู้สึกอยู่ในมิติที่มองไม่เห็น

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง
ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ซึ่งความรู้สึกของมนุษย์มันมีนับไม่ถ้วน คงไม่ได้มีแค่ชอบหรือไม่ชอบ

เราว่าจริงๆ แล้ว ความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ เป็นความคิดที่เราปรุงแต่งตามความรู้สึก ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น เชื่อมไปสู่ความทรงจำ ความทรงจำเชื่อมไปสู่ความคิด ความคิดจึงสั่งว่าอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี ถ้าดีเราก็อยากได้อีก เรียกว่าโลภ ถ้าไม่ดีเราก็ไม่ชอบ ผลักออกไป เรียกว่าโทสะ เราวิ่งหนีสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อไปหาความชอบตลอด 

ไม่รู้สิ เราแค่มองเห็นโลกไม่เหมือนคนอื่นมั้ง เมื่อก่อนก็มองโลกแบบหยาบๆ เต็มไปด้วยข้อสงสัยแต่พยายามเข้าใจมันน้อย คนส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถาม มันคืออะไร ทุกอย่างต้องอธิบายได้ สมมติตอนนี้เรากำลังเล่นชิงช้า ถ้ามีคนมาถามว่าเล่นไปทำไม…

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

ไม่รู้เหมือนกัน เล่นแล้วมีความสุข

อืม (ยิ้ม) ใช่ไหม งานศิลปะเป็นแบบนั้น เรามีความสุขกับมัน แต่พอโตขึ้นทุกอย่างต้องอธิบายได้ แม้แต่เล่นชิงช้าว่าเล่นไปทำไม ก็เราแฮปปี้ (หัวเราะ) ศิลปะคือสิ่งนี้แหละ คือสมองซีกขวา คือเรื่องของความรู้สึก

ถ้างานศิลปะต้องใช้ความรู้สึก แล้วการใช้ชีวิต คุณใช้ความรู้สึกหรือเหตุผล

ทั้งสอง ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาส่องดู เหตุผลเป็นสิ่งที่ต้องใช้ เช่น ถ้าตอนนี้เราเป็นทุกข์อยู่ อะไรเป็นเหตุของความทุกข์ อะไรกำลังกวนใจเราอยู่ แล้วทำไมต้องเปลี่ยนความรู้สึกตัวเอง 

ถ้าความรู้สึกที่เราปล่อยออกไปมันไม่เวิร์ก ต้องมาตั้งคำถามว่าทำไมฉันจึงไม่มีความสุขในปัจจุบัน

หากเรารู้วิธีเฝ้าสังเกตตัวเอง จะพบว่าที่ร่างกายและความรู้สึกของฉันไม่ค่อยมีความสุขเป็นแบบนี้ เหตุผลแรกเป็นเพราะฉันนอนน้อย สอง มีเรื่องกวนใจ ฉันมีงานบางอย่างที่ต้องทำให้เสร็จแต่ผัดวันประกันพรุ่งกลายเป็นดินพอกหางหมูไว้หลายชิ้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขในปัจจุบัน เราก็จะสาวไปเรื่อยๆ

ทำไมเราควรให้ความสำคัญกับการเฝ้าสังเกตแบบนี้

ถ้าเรามองคนเหมือนการฉายภาพ มันจะไม่มีมิติอื่น แต่ถ้ามองคนเป็นเหมือนไม้เลื้อย เราจะค่อยๆ สังเกตเขา มองไต่เขาขึ้นไปตั้งแต่เท้า ข้อเท้า หัว เอว เสื้อผ้าที่ใส่ หมวกที่ใช้ ตุ้มหูที่มี นาฬิกาบนข้อมือ การใส่เสื้อผ้า บุคลิกทางการเดิน ซึ่งบ่งบอกถึงสิ่งที่เขาผ่านมา ดูแลตัวเองหรือไม่ ใส่ใจกับอะไรบ้าง แล้วพวกนี้แหละเป็นวัตถุดิบทางการทำงานศิลปะทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะการแสดง เมื่อนักดนตรีสังเกตก็จะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องพวกนี้

คล้ายๆ นักเขียนก็ต้องสังเกต จดจำรายละเอียดแล้วก็เขียนถ่ายทอดในรูปของตัวอักษร

ใช่ เราชอบอ่านโกวเล้ง เขาสื่อสารภาษาในประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เราแสดงได้เลย เช่น สองบุรุษจ้องหน้ากันต่อให้ภูเขาพังทลายก็ไม่กะพริบตา, ใบหน้าของมันใครดูก็รู้ว่ามันไม่อยากพบปะคน, มีดของมันไม่ต้องใช้หินลับ มันใช้กระดูกและคอคนเป็นที่ลับมีด นี่หมายถึงความอำมหิตของตัวละครตัวนั้นสุดๆ เราใช้พวกนี้เป็นวัตถุดิบทางการแสดง อีกอันที่ชอบ มันพยักหน้าด้วยความคล้ายเข้าใจ คือ ไม่เข้าใจ แต่พยักหน้า (หัวเราะ) โกวเล้งชอบมีภาษาแบบนี้อธิบายเหตุผลที่ไร้เหตุผล (หัวเราะ)

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

แล้วการฝึกสมาธิเชื่อมกับการเป็นนักแสดงด้วยไหม

เชื่อม เพราะว่าการทำงานแสดงคือการแสดงออกมาภายนอกซึ่งเคลื่อนด้วยภายใน สมาธิ เพิ่มการจดจ่อในการจัดการร่างกาย และใช้จินตนาการด้วย เช่น วัตถุดิบทางการแสดงเทคนี้จะใช้อะไร เป็นการเล่นด้วย Sense Memory กับ Emotional Memory ผสมกัน เช่น กินไอศกรีมหวาน เราจำได้ว่าทำให้เกิดอารมณ์ดี รสชาติอร่อย หน้าเราก็ยิ้ม และมีการเคลื่อนไหวทุกอย่างครบหมดเลย 

การนั่งสมาธิทุกวันมันทำให้เราเจอวัตถุดิบไปใช้ในการแสดงเต็มไปหมด และใช้จินตนาการที่แข็งแรงมาก แล้วพอละเอียดอ่อนเรื่องการแสดงให้ออกมาเป็นงานอาร์ต จึงมีทางเลือกให้ไปเยอะ

ทั้งหมดที่คุยกันมา ก๊อตเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง

จดบันทึกทุกวัน สำคัญมาก คิดอะไรไม่ออก เขียนขอบคุณไว้ก่อน ให้ทายว่าเมื่อวาน เราเขียนขอบคุณอะไรหลังจากอาบน้ำเสร็จ

ฝักบัว

โน ไดร์เป่าผม เขียนขอบคุณบริษัทที่ผลิตไดร์เป่าผมยี่ห้อนั้นมา แรงสะใจฉิบหาย (หัวเราะ) แล้วพอขอบคุณไดร์เป่าผมได้ มันจะค่อยๆ ขอบคุณกระจกที่เราส่องหน้า ครีมทาหน้า หน้าเด้ง (หัวเราะหนักมาก) กิจกรรมเล็กๆ ทำให้เราเอ็นจอยได้หมด ขอบคุณ ถ้าไม่ผลิตมากูไม่มีใช้ เซ็งนะเนี่ย 

ขอบคุณทุกอย่างที่ขวางหน้าเลยหรอ

จริงๆ ทุกอย่างน่าขอบคุณหมด แล้วเราจะแฮปปี้เวลาที่ใช้ชีวิต จะทำงานด้วยเอเนอจี้บวก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะมีเอเนอจี้ลบนะ เวลาเกิดขึ้นในตัวเอง ก็แค่ยอมรับว่าขณะนี้ฉันมีอารมณ์ขุ่นมัว มีอัตตาเกิดขึ้น ฉันไม่พอใจที่มีคนด่าฉัน มีอารมณ์ที่ต้องการความชื่นชม หน้าที่ของเราไม่ได้โกรธหรือเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนั้น แต่ยอมรับว่าฉันมีอารมณ์

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

จริงๆ แล้วก๊อตเป็นคนแบบไหน

เป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่ในกระแส อยู่กับตัวเองมากกว่า ตอนแรกพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจนะที่เป็นคนแบบนี้ แต่ตอนหลังเขาเห็นว่าเรามีความสุขจริงๆ น่าอิจฉาตรงที่ว่าคนอื่นดั้นด้นหาความสุขจากภายนอก ลูกเขากลับเจอความสุขตอนอยู่บ้าน ตอนอยู่กับตัวเอง ง่ายๆ ไม่มีอะไรเลย 

และเวลาทำงานวาดภาพ มันคือเราทั้งหมดทุกอย่าง แม้แต่การจัดวางก็เป็นเรา มีความรกในแบบของเรา จะเห็นว่าเรามีความใส่ใจเรื่องอะไร ถ้าเข้ามาในห้องนี้จะรับรู้ได้ว่าเราค่อนข้างมีอิสระ มีความสุขมาก ทุกสีที่หยดมันไม่โกหก มันบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้รักอะไร โต๊ะ ที่นั่ง สีสันบนผนัง รายละเอียดทุกอย่างที่วางไว้ บ่งบอกถึงความเป็นเรา

ขออีกคำถาม มีความคาดหวังของต่องาน Exhibition ครั้งนี้ไหม

ความคาดหวังของเราถูกเติมเต็มตั้งแต่ตอนที่วาดเสร็จแล้ว คือเรารู้ว่าสิ่งที่ปลูกไว้วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นงาน Exhibition หรืองานอะไรก็ตาม เป็นเหมือนต้นไม้ที่เพิ่งปลูก เดี๋ยวมันจะให้กิ่งก้านสาขาตามระยะเวลาของมัน ครั้งแรกอาจมีแค่ใบอ่อน โผล่ขึ้นมาจากดิน เราแค่มีหน้าที่ทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่เร่งร้อนให้คนเห็นว่าเราเป็นศิลปินตัวจริงหรือเปล่า แต่จะเร่งทำให้คนดู

สุดท้ายจริงๆ แล้ว ก๊อตว่าสิ่งสำคัญของการวาดภาพคืออะไร

สนุก เต้นไม่ได้ ยิ้มไม่ได้ ต้องวาด (ยิ้มกว้าง)

มาวาดรูปกันป่ะ

ก๊อต จิรายุ นักแสดงผู้รักการสร้างงานศิลปะ และกำลังมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

นิทรรศการ Transience จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 18 เมษายน 2564 ที่ Joyman Gallery ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น. (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

โทรศัพท์ 06 5124 2222, 06 5124 1111

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลงรักม็อคคาและชาร้อนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ล่าสุดกำลังสนใจเรื่องธรรมชาติและความสุขในแง่ต่าง ๆ ของชีวิต

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ