14 Jan 2019
16 PAGES
26 K

ในรอบปีที่ 2018 ผ่านมา ทั่วโลกมีงานโฆษณาทรงพลัง น่าเรียนรู้ และน่าจดจำมากมาย

ใจหนึ่งเราก็อยากจะรวบรวมงานโฆษณาสดใหม่ที่ดูแล้วซี้ดซ้าดประจำปีมาฝากกัน แต่ก็กลัวจะยืดยาว หาวสามครั้งก็ยังดูไม่หมด

เลยเปลี่ยนใจคัดมาเฉพาะงานโฆษณาเนื้อหาสร้างสรรค์สังคม แบบที่เราดูแล้วหัวใจเต้นแรง เกิดแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาทำอะไรดีแบบนี้บ้าง รวบรวมมาจาก 3 เวทีโฆษณาใหญ่ของโลก Cannes Lions, Spikes Asia และ EuroBest

นี่คืองานโฆษณา 35 ชิ้นที่เราว่ามีพลังพอจะสั่นไหว ให้เกิดอะไรดีๆ ขึ้นได้ในโลกใบนี้

จะดูเพื่อความเพลิดเพลินก็ดี

จะดูเพื่อจดจำนำไปเป็นแรงบันดาลใจไว้ใช้งานก็ได้

แต่ไม่ว่ายังไง งานโฆษณาเหล่านี้มันพอจะบอกเราได้ว่า ทุกสาขาอาชีพล้วนสร้างสรรค์งานดีๆ เพื่อทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้

คุณและอาชีพของคุณก็ทำได้เช่นเดียวกัน

 

01

TRASH ISLES

PLASTIC OCEANS/LADBIBLE
AMVBBDO, London

UNITED KINGDOM

งานชิ้นนี้น่าจะถือว่าเป็นงานโฆษณาเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดชิ้นหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็เพราะขยะพลาสติกในมหาสมุทรกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก และอีกส่วนก็เพราะแคมเปญนี้เขาเล่นใหญ่เหลือเกิน จากข้อมูลที่ว่ามีขยะพลาสติกลอยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือกินพื้นที่เท่ากับประเทศฝรั่งเศส แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร จึงอยากให้ทั้งโลกหันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตำราศึกษาว่าการตั้งประเทศใหม่ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง แล้วในวันมหาสมุทรโลกก็เสนอขอตั้งประเทศใหม่ที่ชื่อว่า ‘Trash Isles’ กับองค์การสหประชาชาติ ซึ่งประเทศมีทั้งธง ธนบัติ แสตมป์ พาสปอร์ต ซึ่งแต่ละอย่างก็เสียดสีปัญหานี้ได้อย่างเจ็บปวด มีประชากรเข้าไปลงทะเบียนขออยู่ในประเทศนี้หลายหมื่นคน รวมทั้งคนดังในวงการอนุรักษ์ทั้งหลาย เล่นใหญ่ขนาดนี้มันก็เลยเป็นแคมเปญที่คมและมีคนเอาไปพูดก่อนกันเยอะมาก


02

PALAU PLEDGE

PALAU LEGACY PROJECT
HOST/HAVAS, Sydney

AUSTRALIA

อีกแคมเปญที่ได้รับการพูดถึงและกวาดรางวัลมาพอๆ กับแคมเปญแรกก็คือ ‘Palau Pledge’ ประเทศปาเลาเป็นเกาะเล็กๆ อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเยอะมาก จนทำลายธรรมชาติบนเกาะไปอย่างน่าตกใจ ทางเกาะจึงพยายามหาทางรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ แต่การทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนตระหนักถึงการท่องเที่ยวอยากรับผิดชอบนั้นก็ไม่ง่าย งานนี้รัฐบาล ประชาชน และหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็เลยจับมือกันทำแคมเปญที่เล่นใหญ่มาก นั่นก็คือ การออกกฎว่า นักท่องเที่ยวทุกคนที่จะเข้ามาที่เกาะจะได้รับวีซ่าด้วยวิธีการที่แปลกประหลาดตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง นั่นก็คือ การประทับตราลงบนหนังสือเดินทางให้นักท่องเที่ยวเซ็นลงนามให้คำสัตย์ปฏิญาณว่า จะไม่ทำผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมของเกาะ ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับเป็นเงินหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความตระหนักแบบเต็มๆ พร้อมๆ กับมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายด้วย


03

TO THE LAST TREE STANDING

GREENPEACE POLAND
OGILVY POLAND, Warsaw

POLAND

รัฐบาลโปแลนด์ปล่อยสัมปทานให้คนเข้าไปตัดไม้ในป่า Bialowieza ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำยุคโบราณผืนสุดท้ายของยุโรป และเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของ UNESCO ท่ามกลางเสียงคัดค้านของผู้คนในแวดวงเอ็นจีโอ นักวิทยาศาสตร์ และคนที่สนใจเรื่องนี้ ในเมื่อรัฐบาลไม่สนใจการรณรงค์ก็ต้องทำให้ถึงกลุ่มคนที่หลากหลายขึ้น แต่ติดปัญหาว่า เรื่องนี้ดูคล้ายจะเป็นเรื่องการเมือง ถ้าใครต่อต้านโครงการนี้ก็จะถูกมองว่าเป็นพวกลิเบอรัลเอียงซ้าย ซึ่งหลายคนก็ไม่อยากจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนั้น

แคมเปญนี้เลยต้องทำให้การรณรงค์นี้เป็นกลาง ปลอดจากการเมือง ทำให้เกี่ยวข้องกับทุกคน และให้ความรู้กับทุกคนในสถานการณ์นี้ ก็เลยเน้นไปที่กลุ่มคนเล่นเกม เพราะเด็กๆ นั้นไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ความเห็นของพวกเขาดูจะไม่มีมุมมองของขั้วการเมืองมาเกี่ยว แล้วการลงนามอะไรก็ตามในโปแลนด์ เด็กอายุ 13 ปีขึ้นไปก็ลงนามได้ ประมาณกันว่าในโปแลนด์มีคนเล่นเกมราว 8 ล้านคน และ 8 แสนคนเล่นเกม Minecraft เป็นปกติทุกวัน นอกจากนี้ก็ยังมีคนดูคนอื่นเล่น Minecraft ทางยูทูบด้วย

งานนี้ก็เลยจำลองป่า Bialowieza ให้เข้าไปอยู่ในเกม Minecraft แบบเหมือนจริง สเกลเท่าจริง คือ 700 ตารางกิโลเมตร คนที่เล่นเกมเข้าไปสำรวจป่าผืนนี้ได้เลย ซึ่งถูกใจคนเล่นเกมมากๆ พอกระแสชื่นชมแรงได้ที ทีมงานก็เปลี่ยนป่าผืนนี้ให้กลายเป็นป่าที่โดนตัด ต้นไม้ 7 ล้านต้นหายวับ เหลือต้นไม้แค่ต้นเดียว เพื่อให้คนที่เล่นเกมรู้สึกว่า การสูญเสียป่าผืนนี้มันเป็นยังไง คนก็เลยรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกับการตัดป่าของจริงมาก

แคมเปญนี้ยังไปได้สุดกว่านั้น มีการทำวิดีโอสารคดีพาเที่ยวป่าในเกม แล้วบรรยายโดยนักพากย์สารคดีสัตว์ป่าชื่อดังของประเทศ ชวนช่างภาพสารคดีฝีมือดีของประเทศ 12 คนมาถ่ายภาพป่าบนหน้าจอ แล้วนำภาพสกรีนช็อตไปแสดงเป็นนิทรรศการภาพถ่ายด้วย นอกจากนี้ยังชวนเกมเมอร์มาทำเนื้อหาแบบเกมๆ ปิดท้ายด้วยหนังสารคดี 28 นาที เรื่องป่าผืนจริง ว่าตอนนี้สถานการณ์ของมันเลวร้ายยังไง ซึ่งได้นักแสดงชื่อดังของประเทศมาเป็นผู้ดำเนินเรื่อง จัดฉายในโรงภาพยนตร์และออนไลน์เลย


04

FUTURE CUISINE RESTAURANT IBUKI

JAXA (JAPAN AEROSPACE EXPLORATION AGENCY)
ADK, Tokyo

JAPAN

หน่วยงานด้านอวกาศของญี่ปุ่นอย่าง JAXA อยากสร้างความตระหนักในปัญหาโลกร้อนกับกลุ่มวัยรุ่นซึ่งไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เพราะที่ผ่านมามักสื่อสารด้วยวิธีการที่น่าเบื่อ ก็เลยเอาข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม IBUKU มาคำนวณว่าถ้าเรายังไม่ลงมือแก้ปัญหา ในอนาคตโลกจะเป็นอย่างไร แต่แทนที่จะพูดถึงผลกระทบแบบที่เราคุ้นๆ เขากลับเล่ามันผ่านอาหารแปลกๆ 5 จาน ซึ่งคาดว่ามันจะเป็นอาหารที่เราจะกินในอนาคต ทำให้ชิมกันในร้านป๊อปอัพที่ชื่อ ‘Future Cuisine Restaurant IBUKI’ กลางเมืองโตเกียว ร้านอาหารขนาด 20 ที่นั่งนี่เลยมีคนมาต่อคิวจองมากมาย และกลายเป็นข่าวดังไปทั้งประเทศ


05

BORDEAUX 2050

AJE
McCANN PARIS

FRANCE

สมาคมนักข่าวสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศสก็อยากจะทำให้เรื่องโลกร้อนเป็นที่สนใจเช่นกัน พวกเขาทำงานกับนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย เพื่อคำนวณว่าถ้าไม่มีการลงมือแก้ไขปัญหา ผลกระทบที่จะเกิดในปี 2050 คืออะไร ญี่ปุ่นเลือกเล่าผ่านอาหาร ส่วนฝรั่งเศสเลือกเล่าผ่านไวน์ พวกเขาผลิตไวน์  Bordeaux 2050 ขึ้นมาเพื่อบอกว่า ไวน์ในปีนั้นจะมีรสขมแบบนี้ แล้วก็เชิญนักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ สื่อมวลชน และคนดังทั้งหลาย มาลองไวน์ตัวนี้ด้วยกันที่พิพิธภัณฑ์ไวน์ในปารีส เห็นแล้วก็อยากให้เขาส่งไวน์ไปเสิร์ฟในร้าน Future Cuisine Restaurant IBUKI ด้วยจัง


06

GREEN DEFINITION

NATIONAL GEOGRAPHIC CHANNELS
NATIONAL GEOGRAPHIC PARTNERS LATAM, São Paulo

BRAZIL

โทรทัศน์ทั้งโลกใช้พลังงานไฟฟ้ารวมกันราว 5 – 8 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้กันทั้งโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมกัน 27 ล้านตันต่อปี ถ้าอยากจะประหยัดพลังงานในส่วนนี้ก็ต้องไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตโทรทัศน์ ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายใดอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้มาก่อน ช่อง National Geographic ตั้งคำถามที่น่าสนใจมากว่า จะทำเนื้อหาในช่องของพวกเขาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ยังไง คำตอบก็คือ เขาจะทำให้ NG เป็นช่องที่เปิดมาดูเมื่อไหร่ก็ประหยัดพลังงานเมื่อนั้น

วิธีการก็คือ NG ใช้วิธีปิดพิกเซลในจอโทรทัศน์ลงครึ่งหนึ่ง แบบที่พวกเขาเรียกว่า Green Definition ซึ่งแฟนประจำของช่องนี้เข้าใจ และไม่ติดขัดกับการที่ภาพจะสว่างน้อยลง พวกเขาเปิดตัวเนื้อหาแรกที่ออกอากาศด้วยระบบนี้ในวัน Earth Day จากนั้นก็ออกอากาศระบบนี้ในช่วงกลางคืน เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการดูโทรทัศน์ที่แสงน้อยๆ อยู่ล้ว

ผลที่ได้ก็คือ ระบบนี้ประหยัดไฟได้ 54 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชมจ่ายค่าไฟน้อยลง ถ้าดูช่อง NG 1 ชั่วโมง ก็ประหยัดพลังงานได้เท่ากับปิดไฟหลอด LED 15 ชั่วโมงเลย


07

THE NEST ADDRESS

ENEL ROMANIA
ENEL ROMANIA, Bucharest / PUBLICIS ROMANIA, Bucharest

ROMANIA

เส้นทางนกอพยพที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกผ่านประเทศโรมาเนีย ในแต่ละปีมีนกกระสากว่าหมื่นตัวบินกลับบ้านผ่านโรมาเนียในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พวกมันเลือกทำรังบนยอดเสาไฟฟ้า นกหลายพันตัวเลยตายเพราะโดนไฟดูด การแก้ปัญหานี้ไม่ง่าย เพราะสายไฟทั้งหมดยาวถึง 90,000 กิโลเมตร และมีเสาไฟราว 250,000 ต้น

บริษัทพลังงานผู้รับผิดชอบเสาไฟฟ้าอยากจะมีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีการที่ประหยัด แล้วก็อยากให้เกิดระบบที่แก้ครั้งเดียว ปีต่อๆ ไปที่พวกมันกลับมา ก็ไม่ต้องมาแก้ปัญหาซ้ำ พวกเขาก็เลยชวนสมาคมนักอนุรักษ์นกมาทำแอพพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้คนช่วยกันรายงานว่า เห็นนกทำรังที่เสาไฟต้นไหนบ้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลก็จะไปตรวจจะช่วยจัดการให้อยู่สภาพที่ปลอดภัย พร้อมกับติดบ้านเลขที่ให้รังนกนั้น


08

SAVE OUR SPECIES

LACOSTE
BETC, Paris

FRANCE

แบรนด์แฟชั่นอย่าง Lacoste มีโลโก้อันแสนจะโดดเด่นเป็นรูปจระเข้ที่ใครๆ ก็จดจำได้ วันหนึ่งพวกเขาอยากรณรงค์เรื่องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เลยจับมือกับองค์กร IUCN หาข้อมูลว่าทั่วโลกมีสัตว์ชนิดไหนมีปริมาณที่น่าเป็นห่วงได้ ก็ได้สัตว์ 10 ชนิด จากนั้นพวกเขาก็เอาสัตว์เหล่านั้นมาแปะแทนโลโก้จระเข้ แล้วทำเสื้อรุ่นลิมิเต็ดในจำนวนที่สัตว์ชนิดนั้นยังหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติ เสื้อคอลเลกชันนี้มีทั้งหมด 1,775 ตัว เปิดตัวในงาน Paris Fashion Week แล้วขายออนไลน์ในอเมริกาและยุโรปเท่านั้น คงเดากันได้ว่า มันขายหมดในพริบตา


09

NIKE AUSTRALIAN MARRIAGE EQUALITY SWOOSH VOTE

NIKE
WIEDEN+KENNEDY, Portland

USA

ในออสเตรเลียจะมีการเปิดให้ประชาชนลงคะแนนตัดสินว่า ควรรับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันไหม ไนกี้นั้นสนับสนุนเรื่องนี้มาตลอด จึงอยากร่วมรณรงค์ให้คนโหวต Yes แต่แทนที่จะบอกกันตรงๆ ไนกี้ใช้วิธีเลือกร้านบางสาขามาทำแคมเปญด้วยการเปลี่ยนกราฟิกทุกอย่างที่มีรูปโลโก้ Swoosh ของไนกี้ ให้กลายเป็นการติ๊กถูกในช่องลงคะแนน ตั้งแต่โลโก้ร้าน ใบเสร็จ ไปจนถึงทำรองเท้ารุ่นพิเศษ แล้วก็ยังชวนเหล่านักกีฬาดังๆ มาร่วมแคมเปญด้วย


10

THE FLIP

MCDONALD’S
WE ARE UNLIMITED, Chicago

USA

นี่ก็เป็นอีกงานที่เล่นกับโลโก้ได้สนุกมาก ในสหรัฐอเมริกา ผู้ชายจะได้รับการผลักดันให้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้จัดการมากกว่าผู้หญิงราว 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ร้านแมคโดนัลด์ ผู้จัดการร้าน 60 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง และมีหลายร้อยสาขาที่เจ้าของร้านเป็นผู้หญิง แมคโดนัลด์สนับสนุนเรื่องสิทธิสตรีมาเนิ่นนาน ในวันสตรีสากลก็เลยอยากจะพูดเรื่องนี้ด้วยวิธีการที่แปลกใหม่ พวกเขาก็เลยเลือกร้าน 100 สาขาทั่วอเมริกาที่มีเจ้าของร้านเป็นผู้หญิง แล้วก็จัดการกลับโลโก้ M ของร้านให้กลายเป็น W ไม่ใช่แค่กลับเฉพาะโลโก้หน้าร้านเท่านั้น แต่โลโก้ในเมนู แพ็กเกจทั้งหลาย และยูนิฟอร์มพนักงาน ก็เปลี่ยนหมด เป็นการเล่นที่สุดมาก


11

#SHEDRIVES

NISSAN SAUDI ARABIA
TBWA\RAAD, Dubai

UNITED ARAB EMIRATES

ถึงแม้ว่าตลาดรถใหม่จะมียอดขายลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าน่าจะขยายตัวขึ้นได้จากกลุ่มผู้หญิงที่อยากขับรถ เพราะในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เพิ่งผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถได้เป็นครั้งแรก นิสสันเห็นช่องนี้ก็เลยโดดลงไปเล่นได้อย่างน่าสนใจ พวกเขาพบว่า ผู้หญิงอยากขับรถเอง แต่เนื่องจากผู้ชายไม่เห็นด้วย พวกเธอก็เลยไม่ค่อยสบายใจนักกับการตัดสินใจขับรถ

นิสสันอยากทำให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเองเรื่องการขับรถ และอยากให้ผู้ชายสนับสนุนให้ผู้หญิงขับรถ ก็เลยเริ่มต้นจากการทำลานหัดขับรถ แล้วชวนผู้หญิงมาเรียนขับรถ โดยความน่ารักก็คือ ครูที่มาสอนขับรถแบบเซอร์ไพรส์ก็คือ พ่อและสามีของผู้หญิง เท่ากับว่าเธอได้ทั้งวิชาขับรถและได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเธอ


12

MY FIRST PAD

STAYFREE
DM9DDB, São Paulo

BRAZIL

ปีนี้มีงานดีๆ ที่เกี่ยวกับประจำเดือนอยู่หลายงาน เริ่มต้นด้วยงานของแบรนด์ Stayfree ของบราซิล จากข้อมูลพบว่า เด็กสาวทั่วโลก 54 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอเมื่อมีประจำเดือนครั้งแรก ในบราซิลเอง เด็กผู้หญิงคิดว่าพวกเธอป่วยหรือโดนคำสาป ในอินเดียและบางประเทศในแอฟริกา เด็กไม่สบายกายสบายใจที่จะไปโรงเรียนจนต้องขาดเรียน แคมเปญนี้ก็เลยอยากจะให้ความรู้กับเด็กสาวเรื่องประจำเดือนก่อนที่เธอจะมีประจำเดือนครั้งแรก

สื่อที่ใช้นั้นก็น่าสนใจมาก คือผ้าอนามัยผืนจิ๋วสำหรับใช้กับตุ๊กตา ซึ่งจะแจกในร้านขายยาที่ขายผ้าอนามัย คุณแม่มาซื้อผ้าอนามัยก็จะได้ผ้าอนามัยจิ๋วไปฝากคุณลูกเพื่อเอาไปให้ลูกเล่น และคุยกับลูกเรื่องนี้ แล้วในแพ็กเกจก็ยังมีโค้ดให้แสกนเพื่อไปเล่นเกมเรียนรู้เรื่องนี้ต่อด้วย เป็นการสร้างความผูกพันกับลูกค้าในอนาคตที่ลงตัวดีทีเดียว


13

PROJECT FREE PERIOD

STAYFREE
DDB MUDRA, Mumbai

INDIA

Stayfree อินเดียก็ไม่น้อยหน้า เล่นในประเด็นที่ใหญ่ขึ้นไปอีก หญิงขายบริการทางเพศในอินเดียต่างจากผู้หญิงทั่วไปตรงที่ พวกเธอรอคอยวันที่ประจำเดือนมา เพราะมันคือช่วงเวลาเดียวที่เธอไม่ต้องถูกบังคับให้ทำงาน Stayfree จับมือกับองค์กรที่ทำงานด้านฝึกอาชีพและองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ เปลี่ยนช่วงเวลาอันล้ำค่านี้จาก 3 วันที่ไม่ต้องทำงาน ให้กลายเป็น 3 วันที่จะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ด้วยการทำหลักสูตรพิเศษซึ่งจะทำให้ผู้เรียนพึงพาตัวเองในทางเศรษฐกิจได้ เรียน 3 วันจบคอร์ส แล้วก็มีให้เรียน 8 ด้านตลอดทั้งเดือน ปลายทางก็คือ เมื่อผ่านหลักสูตรนี้แล้ว พอถึงช่วงเวลาที่มีประจำเดือน เธอจะใช้ช่วงนี้ทำมาหากินอย่างอื่นได้ เป็นการเปลี่ยนช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้เป็นช่วงที่ได้แสดงออกถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สุด นั่นก็คือ การเคารพตัวเอง


14

#BLOODNORMAL

BODYFORM
AMVBBDO, London

UNITED KINGDOM

ผ้าอนามัยแบรนด์ Bodyform ของอังกฤษมีสโลแกนว่า ‘Live Fearless’ อยากสนับสนุนให้ผู้หญิงเป็นตัวของตัวเอง และข้ามผ่านช่วงเวลาที่ไม่มั่นใจนี้ไปให้ได้ พวกเขาพบว่ารากเหง้าของความไม่มั่นใจนี้มาจากไม่มีการพูดเรื่องประจำเดือนในวัฒนธรรมร่วมสมัยเลย ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาซึ่งคนครึ่งโลกต้องประสบ ไม่มีการพูดถึงประจำเดือนในหนังหรือโทรทัศน์ ถ้าจะมีบ้างก็มักจะพูดในเชิงเหยียดผู้หญิงซะมากกว่า ซึ่งน่าแปลก เพราะฉากอาชญกรรม ฉากต่อสู้ และฉากผ่าตัด ซึ่งเต็มไปด้วยเลือด ถือว่ามองเป็นความบันเทิงได้ แต่เลือดประจำเดือนมักจะโดนเซนเซอร์ ในโฆษณาผ้าอนามัยเองก็ยังต้องใช้หมึกสีน้ำเงินแทน

ผลสำรวจบอกว่า ผู้หญิง 90 เปอร์เซ็นต์พยายามซ่อนการมีประจำเดือน 42 เปอร์เซ็นต์อายเวลามีประจำเดือน และวัยรุ่น 56 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกยอมโดนล้อมากกว่าคุยกับพ่อแม่เรื่องประจำเดือน ทางเดียวที่จะทำให้เรื่องประจำเดือนเป็นสิ่งปกติได้ก็คือ ทำให้มันเป็นสิ่งปกติ แคมเปญ #Bloodnormal ก็เลยเชิญชวนเหล่าแฟชั่นบล็อกเกอร์ นางแบบ ศิลปิน นักเต้น นักแสดงตลก และผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดในเชิงสังคมทั้งหลาย มาช่วยกันใส่เรื่องประจำเดือนลงไปในงานของพวกเขา ทำให้มันเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้สุดท้ายแล้ว ผู้หญิงสามารถถามหาผ้าอนามัยในออฟฟิศได้เป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งผู้ชายก็ซื้อผ้าอนามัยได้โดยไม่อาย


15

THE BRIDAL UNIFORM

UN WOMEN
BBDO PAKISTAN, Lahore

PAKISTAN

ประเทศปากีสถานมีสถิติที่เลวร้ายมากเรื่องอัตราการแต่งงานในวัยเด็ก ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงปากีสถานเกือบ 1 ใน 4 ถูกบังคับให้แต่งงานก่อนอายุ 18 ปี ประเด็นนี้รัฐบาลและองค์กรทางศาสนาไม่สนใจเข้ามาแก้ปัญหา กลุ่มที่รณรงค์ก็เลยอยากให้เกิดการพูดถึงเรื่องนี้ในวงกว้าง ทำให้สังคมรับรู้ว่าในระยะยาวแล้ว การให้เด็กแต่งงานแทนที่จะให้เรียนหนังสือนั้นอันตรายยังไง

พวกเขาเลือกใช้ Bridal Couture Week สัปดาห์แห่งแฟชั่นชุดเจ้าสาว เป็นเวทีในการรณรงค์ด้วยการเชิญนักออกแบบชุดแต่งงานระดับประเทศมาออกแบบชุดแต่งงานที่แสดงให้เห็นว่าเด็กสาวที่แต่งงานตั้งแต่ยังเด็กนั้นควรมีสิทธิได้เรียนหนังสือ ระหว่างแฟชั่นโชว์เราจึงได้เห็นเด็กน้อยร่วมเดินแบบด้วยชุดนักเรียนแบบดั้งเดิมที่ปักลวดลายแบบชุดเจ้าสาว อันนำไปสู่การหยิบปัญหานี้มาพูดคุยกันอย่างจริงจัง


16

BIHOR COUTURE

BEAU MONDE MAGAZINE
McCANN BUCHAREST

ROMANIA

ประเด็นหลักของแคมเปญนี้ก็คือเรื่อง Cultural Appropriation (การที่กลุ่มคนที่มีอำนาจมากกว่า เช่นแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง เอาสิ่งที่ตัวเองไม่ได้คิด จากกลุ่มที่มีอำนาจน้อยกว่า มาใช้โดยไม่ให้เครดิต) ซึ่งในวงการแฟชั่นมีสิ่งนี้ให้เห็นกันมาโดยตลอด DIOR ก็เอางานผ้าของ Bihor ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อันรุ่มรวยวัฒนธรรมของโรมาเนีย ไปทำเป็นเสื้อโค้ตขายในราคา 30,000 ยูโร โดยไม่ให้เครดิต พอไม่ได้บอกแหล่งของแรงบันดาลใจ ก็เลยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ตกถึงชุมชนอันยากจนแห่งนี้

นิตยสารแฟชั่นของโรมาเนียก็เลยอยากจะช่วยโปรโมตชุมชนนี้ด้วยวิธีการที่แตกต่าง ให้คนทั่วโปโดยเฉพาะวัยรุ่นและคนที่ไม่รู้จักวัฒนธรรมของโรมาเนียได้เห็น พวกเขาพบว่าแฟชั่นมันเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ใครใส่อะไร คนดังที่สุดในโลกใส่แบรนด์อะไรไปคานส์ ก็เลยทำแคมเปญให้คนในวงการแฟชั่นพูดถึงกันด้วยการชวนคนวงการมาทำแบรนด์ Bihor Couture ซึ่งขายแบบออนไลน์ด้วยเพื่อให้เข้าถึงคนต่างชาติ รายได้ทั้งหมดนำไปพัฒนาโรงเรียนช่างฝีมือในชุมชน เพื่อให้คนหนุ่มสาวอยากทำงานคราฟต์ต่อไปในอนาคต แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จขนาด มียอดสั่งซื้อล่วงหน้าจนชาวบ้านมีงานทำไปอีก 4 ปีครึ่ง


17

SUMO GIRLS

THE 101ST HIGH SCHOOL SUMO TOURNAMENT
DENTSU INC., Tokyo

JAPAN

งานนี้โดดเด่นด้วยอาร์ตไดเรกชันสุดเท่ของปรินต์ ว่าด้วยการแข่งขันซูโม่ Kanazawa High School ซึ่งจัดมาแล้ว 100 ปี และกำลังจะมีครั้งที่ 101 ตอนนี้เด็กๆ มองว่าการแข่งขันซูโม่เป็นเรื่องที่เชยและไม่เท่เลย ก็เลยเกิดเป็นแคมเปญ Sumo Girls ภายใต้คอนเซปต์ ยิ่งรู้กฎมากแค่ไหนก็สนุกมากขึ้นเท่านั้น เอาเด็กนักเรียนหญิง 2 คนมาถ่ายท่าซูโม่ 82 ท่าที่จะทำให้ชนะ เป็นการเปลี่ยนภาพซูโม่ให้ป๊อปขึ้น และเท่ขึ้นแบบผิดหูผิดตา


18

PRIDE JERSEY

AIG
TBWA\HAKUHODO, Tokyo

JAPAN

บริษัทประกันภัยอย่าง AIG นั้นสนับสนุุนชุมชน LGBT เต็มที่ แต่สังคมญี่ปุ่นเองยังไม่ค่อยยอมรับเรื่องนี้เท่าไหร่ AIG ก็เลยพยายามหาทางรณรงค์ด้วยสื่อต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือ การณรงค์ผ่านเสื้อชุดแข่งของทีมรักบี้ที่ดังที่สุดในโลกอย่าง All Black ซึ่งมีชุดแข่งดำล้วน (และมี AIG เป็นสปอนเซอร์) พวกเขาใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดออกแบบชุดแข่งสีดำที่เมื่อดึงผ้าให้ยืดแล้วจะกลายเป็นสีรุ้ง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็ได้นักรักบี้ระดับตำนานของทีมอย่าง Richie McCaw ซึ่งโด่งดังในญี่ปุ่นมาสวมเสื้อตัวนี้โปรโมต ตามด้วยนักกีฬาคนอื่นๆ ที่สนับสนุน LGBT


19

PEEKABOO MASK

SEOUL METROPOLITAN GOVERNMENT
CHEIL WORLDWIDE, Seoul

SOUTH KOREA

เกาหลีใต้ก็มีปัญหาฝุ่นละอองที่หนักขึ้นทุกปี ทางแก้ก็ไม่ต่างจากเมืองไทยคือสวมหน้ากากอนามัย แต่สวมแล้วก็ไม่ได้สบายนัก เด็ก 7 ใน 10 คนก็เลยไม่ใส่หน้ากาก ซึ่งฝุ่นละอองจะสร้างปัญหาด้านการหายใจกับเด็กได้รุนแรงกว่าผู้ใหญ่ ก็เลยคิดหาวิธีการที่จะทำให้เด็กใส่หน้ากากด้วยความสนุก เริ่มต้นจากการออกแบบตู้อัตโนมัติ วันไหนมีฝุ่นในระดับที่อันตราย ตู้จะฉายวิดีโอให้ความรู้กับเด็กๆ เมื่อวิดีโอจบก็จะมีหน้ากากหล่นลงมาให้เอาไปใช้  หน้ากากเหล่านี้พิมพ์ลายด้วยหมึกพิเศษที่จะทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป หน้ากากทั้ง 9 ลายนี้เมื่อเด็กสวมใส่ ลมหายใจอุ่นๆ ของเด็กจะทำให้เกิดลวดลายใหม่เพิ่มขึ้นบนหน้ากาก เป็นความสนุกอีกอย่างที่ได้ใส่หน้ากากนี้


20

MY CRAYON PROJECT

SHISEIDO
R/GA TOKYO
JAPAN

ในฐานะเรื่องผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิว ชิเซโด้อยากจะช่วยให้ความรู้กับเด็กญี่ปุ่นเรื่องความหลากหลาย ความแตกต่าง และการเคารพความแตกต่างของผู้อื่น แทนที่จะเล่าง่ายๆ พวกเขาอยากให้สารนี้เข้าไปอยู่ในตัวเด็กผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ในห้องเรียน ก็เลยเอาวิชาศีลธรรมมารวมกับวิชาศิลปะ จนเกิดเป็นกิจกรรมความยาว 2 ชั่วโมง ชิเซโด้สั่งทำสีเทียนชุดพิเศษที่ผลิตตามสีผิวของเด็กในห้องเรียนทุกคนแบบเฉดตรงเป๊ะ จากนั้นก็ให้เด็กลองเอามาวาดรูปตัวเองและรูปคนอื่น พวกเขาก็จะได้เรียนรู้ทั้งสีผิวของตัวเอง และความแตกต่างระหว่างเขากับเพื่อนๆ


21

UNSILENCED

LA PAROLE AUX SOURDS
BETC, Paris

FRANCE

ทั่วโลกมีคนใช้ภาษามือเพื่อสื่อสารกว่า 70 ล้านคน แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ภาษามือเลย แม้กระทั่งสัญลักษณ์ที่แสนจะธรรมดา นั่นทำให้คนหูหนวกรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากคนรอบข้าง ก็เลยเกิดแคมเปญที่อยากชวนคนทั่วไปให้ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ซึ่งสอนภาษามือ สิ่งสำคัญก็คือแคมเปญนี้ไม่อยากให้คนสงสารคนหูหนวก แต่อยากสร้างแรงบันดาลใจให้คนเรียนภาษามือเพราะไม่อยากพลาดอะไรบางอย่างไป

สิ่งที่เกิดขึ้นคือมิวสิกวิดีโอเท่ๆ ของเพลงที่มีแต่ทำนอง นักแสดงในเรื่องก็เต้นไปเรื่อยๆ แต่เมื่อดูจนจบเราจะพบว่า นักเต้นคนนั้นกำลังร้องเพลงผ่านภาษามือของเขา ทำให้เราพบว่า เรารู้เรื่องเกี่ยวกับภาษามือน้อยมาก นั่นทำให้เรามองข้ามเรื่องราวมากมายไป


22

BLINK TO SPEAK

ASHA EK HOPE & NEUROGEN BRAIN & SPINE INSTITUTE
TBWA\INDIA, Mumbai

INDIA

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง ชุดประดาน้ำกับผีเสื้อ ที่ผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวขยับแต่แค่เปลือกตา เขียนหนังสือทั้งเล่มด้วยการกะพริบตา บนโลกใบนี้มีผู้ป่วยทางประสาทที่จิตใจแข็งแรงแต่ร่างกายขยับไม่ได้อยู่มากมาย พวกเขาต้องการจะสื่อสารกับคนอื่นแต่พูดไม่ได้ จึงเกิดการพัฒนาภาษาตาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ป่วยใช้สื่อสาร คนที่ดูแลต้องเปิดหนังสือภาพที่ตั้งใจออกแบบให้เหมาะกับคนป่วย ทั้งเรื่องการใช้สีที่สบายตา และตัวหนังสือที่เห็นได้ชัด เพื่อให้คนป่วยได้เรียนรู้ภาษาสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งภาษานี้สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทั่วโลก


23

#BODYCANTWAIT

HANDICAP INTERNATIONAL
HEREZIE, Paris

FRANCE

ทั่วโลกมีคนต้องการแขนขาเทียมกว่า 100 ล้านคน ในประเทศโตโก บางคนต้องรอถึง 20 ปี องค์กรที่ทำงานด้านนี้ก็เลยอยากจะระดมทุนมาทำแขนขาเทียม พวกเขาเลือกใช้วิธีการเปิดเครื่องพิมพ์สามมิติแล้วพิมพ์แขนขาเทียมสำหรับงานประติมากรรมชิ้นดังในฝรั่งเศสที่แขนขาขาด อย่างเช่นรูปปั้นวีนัส เมื่อนำแขนเทียมไปติดให้ มันก็เลยกลายเป็นข่าวดัง และกลายเป็นที่พูดถึงว่า ไม่ว่าร่างใดๆ ในโลกก็ไม่ควรรออวัยวะเทียมยาวนานขนาดนั้น


24

DOT MINI. THE FIRST SMART MEDIA DEVICE FOR THE VISUALLY IMPAIRED.

DOT MINI
SERVICEPLAN KOREA, Seoul

SOUTH KOREA

Dot Mini แจ้งเกิดด้วยการผลิตนาฬิกาอักษรเบรลล์ ซึ่งทำงานได้ล้ำสมัยเหมือน Smart Watch ทั้งหลาย แต่งานที่ทำให้พวกเขาดังขึ้นไปอีกในปีที่ผ่านมาจนกวาดรางวัลในหมวดดีไซน์จากหลายเวทีมาก ก็คืออุปกรณ์ที่เปรียบได้กับแท็บเล็ตของคนตาบอด ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อคนตาบอดเข้ากับโลกออนไลน์ผ่านอักษรเบรลล์ได้อย่างน่าทึ่ง


25

HANDICAB

FORD NEDERLAND B.V.
OGILVY AMSTERDAM

THE NETHERLANDS

ปี 2003 ฟอร์ดถือเป็นบริษัทแรกที่มีผู้จัดการเป็นคนพิการและมีทีมฝ่ายบุคคลเป็นคนพิการ ฟอร์ดยุโรปก็จ้างคนพิการถึง 4,200 คน เนเธอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เปิดใจกว้างกับทุกเรื่อง แต่คนพิการ 55 เปอร์เซ็นต์ก็ยังมีปัญหาเรื่องการหางานทำ ฟอร์ดเลยอยากจะรณรงค์ให้คนดัตช์เห็นคุณค่าของคนพิการ และมองข้ามข้อจำกัดทั้งหลาย ก็เลยทำแท็กซี่รุ่นพิเศษที่มีคนขับเป็นคนพิการ Handicab ช่วงแรกก็ชวนเหล่าคนดังและสื่อมวลชนมาใช้บริการ เพื่อทำคลิปวิดีโอ จากนั้นก็เปิดให้คนทั่วไปได้ลอง เพื่อให้ทุกคนได้ตั้งคำถามว่า ถ้าเราต้องฝากชีวิตไว้กับคนขับพิการจะเป็นยังไง ซึ่งแน่นอนว่าผู้โดยสารต่างมีปฏิกิริยาต่างกันออกไป แต่สุดท้ายทุกคนก็ยอมรับว่า พวกเขาก็ขับรถได้เหมือนปกตินี่นา


26

THE PARALYMPIC NETWORK

CANADIAN PARALYMPIC COMMITTEE
BBDO TORONTO

CANADA

เนื่องจากมีคนดูการถ่ายทอดพาราลิมปิกไม่มากนัก ก็เลยไม่มีการถ่ายทอดให้ชมกันทางโทรทัศน์ ซึ่งน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็นความสามารถของเหล่ายอดนักกีฬา ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนได้มากมายทั้งคนปกติและคนพิการ งานนี้ก็เลยเกิดการหาทางถ่ายทอดด้วยวิธีการใหม่ ก็คือการไลฟ์ผ่านช่องทางของนักกีฬา และทำแอพพลิเคชันพิเศษขึ้นมาเพื่อแจ้งเตือนว่า ตอนนี้กีฬาประเภทไหน ไลฟ์อยู่ที่เฟซบุ๊กใครนั่นเอง


27

DARE TO SPONSOR

SPECIAL OLYMPICS BELGIUM
LDV UNITED, Antwerp

BELGIUM

Special Olympic เป็นองค์กรอิสระที่สนับสนุนนักกีฬาพิการให้ได้ซ้อมและแข่งขัน แต่พวกเขาอยากได้เงินทุนสนับสนุน ก็ต้องหาวิธีโน้มน้าวใจแบรนด์ดังๆ ให้เลือกเป็นสปอนเซอร์นักกีฬาพิการ แทนที่จะเป็นนักกีฬาชื่อดัง ก็เลยใช้วิธีการแสดงให้แบรนด์ดังๆ เห็นว่านักกีฬาเหล่านี้ก็ฝึกซ้อมหนักและทำอะไรได้เหมือนนักกีฬาทั่วไปนะ โดยเฉพาะการเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เลยเกิดเป็นแคมเปญ #daretosponsor เอานักกีฬาพิการทั้งหลายมาสาธิตการเป็นพรีเซนเตอร์ให้ดู เรียกว่าในวงการธุรกิจมีการจ้างนักกีฬาดังๆ บนสื่อไหน พวกเขาก็ทำแบบนั้น ทั้งลองเอาหน้าไปติดข้างกระป๋อง หรือให้พวกเขาทำท่าโกนหนวด ซึ่งงานชิ้นหลังนี้ถูกทำเป็นบิลบอร์ดอยู่หน้าบริษัท P&G (Gillette) เลย สุดท้ายก็มีแบรนด์ระดับยักษ์ 10 แบรนด์มาสนับสนุน ทำให้นักกีฬากว่า 800 คนได้ฝึกซ้อมและลงแข่งใน Special Olympic ต่อ


28

WAR CORRESPONDENTS ON BREAST CANCER

SAMSUNG
CHEIL WORLDWIDE, Madrid

SPAIN

10 ปีก่อน ซัมซุงทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านมะเร็งเต้านมของสเปนในการระดมทุนและสนับสนุนโครงการวิจัย ปีนี้ซัมซุงเลยอยากทำอะไรที่พิเศษออกไปให้สื่อสนใจ คนอยากบริจาคเงิน และสังคมได้เห็นคนที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งคุกคามผู้หญิงถึง 1 ใน 4 พวกเขาเลยชวนช่างภาพสงครามเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์มาถ่ายภาพคนที่เป็นมะเร็งเต้านม มองผู้ป่วยโรคนี้ในมุมมองใหม่ที่คนไม่เคยเห็น ซึ่งดูเหมือนจะต่างจากผู้ประสบภัยจากสงคราม แต่ก็มีบางอย่างที่คล้ายกัน สุดท้ายก็เกิดเป็นนิทรรศการภาพถ่าย หนังสารคดีความยาว 13 นาที และหนังสือภาพถ่าย


29

WORK FOR ALS

ALS LIGA BELGIUM
PUBLICIS BRUSSELS

BELGIUM

แคมเปญโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงยังคงรักษามาตรฐานความว้าวได้ทุกปีเช่นเดิม โรคนี้ยังรักษาไม่หาย จึงต้องการเงินมาวิจัยเพื่อหาสาเหตุของโรคนี้ ถ้าต้องการเงินก็ต้องหาเงิน วิธีหาเงินที่พวกเขานึกถึงก็มีพลังมาก นั่นก็คือให้ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงซึ่งแทบจะขยับตัวไม่ได้ส่งจดหมายไปขอสมัครงาน (ที่ไม่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวร่างกาย) กับซีอีโอของบริษัทดังๆ 120 แห่ง โดยจะเอาเงินเดือนที่ได้ไปบริจาคเพื่อสบทบทุนวิจัย ในวันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงผู้คนก็จะได้เห็นผู้ป่วยลุกขึ้นมาทำงานหาเงิน แล้วก็ทิ้งท้ายว่า คุณก็สามารถบริจาคเงินสมทบทุนได้นะ เป็นแคมเปญที่ทรงพลังมาก


30

REPICTURING HOMELESS

GETTY IMAGES AND FIFTYFIFTY (MAGAZINE FROM HOMELESS PEOPLE)
HAVAS, Düsseldorf  

GERMANY

คนทั่วไปมักจะมองว่าคนไร้บ้านยากจน แปลกแยก และเกินกว่าจะช่วยเหลือ แคมเปญที่ผ่านๆ มาก็ล้วนตอกย้ำภาพเหล่านี้ แถมยังให้คนบริจาคเงินให้ด้วยความเห็นใจ แต่แคมเปญนี้คิดใหม่ พวกเขาอยากเล่าเรื่องของคนไร้บ้านด้วยวิธีการใหม่ เพื่อให้เกิดภาพจำใหม่ๆ โดยเอาความหวังและความเป็นไปได้ของชาวไร้บ้านออกมาแสดงให้โลกเห็น ในขณะเดียวกันก็ช่วยระดมทุนหาเงินช่วยคนไร้บ้านด้วย

วิธีการที่เลือกใช้ก็คือ ชวนชาวไร้บ้านมาเป็นแบบเพื่อถ่ายภาพเป็นภาพสต็อกขายในเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Getty Images โดยเลือกจากอาชีพที่มีคนเสิร์ชเยอะๆ แล้วก็เอาคนไร้บ้านมาแต่งตัวเป็นคนอาชีพนั้น ก็เลยได้ทั้งการรับรู้แบบใหม่และเงินไปพร้อมๆ กัน


31

STORIES FROM THE OTHER SIDE OF THE WORLD

CARE
CLM BBDO, Paris
FRANCE

องค์กร Care สนับสนุนให้ผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนาต่อสู้กับความยากจน แต่ Care เองก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในฝรั่งเศสมากนัก จึงทำแคมเปญที่เข้าถึงคนเยอะๆ และน่าจะชวนให้คนจำนวนมากมาร่วมสนับสนุนได้ เลยลองใช้สื่อที่จะเข้าถึงวัยรุ่นที่น่าจะเป็นผู้บริจาคในอนาคตอย่าง Story ใน Instagram พวกเขาชวนช่างภาพสารคดีชื่อดังเดินทางไปถ่ายชีวิตของผู้หญิง 7 คนในแอฟริกาด้วยโทรศัพท์มือถือ ในรูปแบบ Story เพื่อเล่าถึงชีวิตของเธอแบบที่เราไม่มีทางได้เห็นในหน้าฟีดของเรา แล้วโพสต์ลงในไอจีของ Care ตลอด 7 วัน โดยขอให้เหล่าคนดัง 130 คนช่วยบริจาคสื่อของพวกเขาด้วยการช่วยส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ด้วย


32

100 THINGS TO DO IN BRAZIL BEFORE YOU DIE

ESTADÃO NEWSPAPER
FCB BRASIL, São Paulo

BRAZIL

ในบราซิลมีอัตราฆาตกรรมสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สูงถึง 30.5 คนต่อประชากรแสนคน หนังสือพิมพ์รายใหญ่ของประเทศอย่าง Estadão อยากให้นักการเมืองสนใจและเกิดการพูดถึง ก็เลยใช้ฐานข้อมูลที่ตัวเองมีมาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยการทำหนังสือเล่มสวย ที่ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นไกด์บุ๊กชื่อดังที่รวมสิ่งที่ต้องทำก่อนตาย หนังสือเล่มนี้ชื่อ 100 สิ่งที่ควรทำในบราซิลก่อนตาย แต่เนื้อหามันไม่ได้ชวนไปทำอะไรสนุกๆ เพราะมันคือการรวมรายงานข่าว 100 ชิ้นว่า แต่ละคนทำอะไรอยู่ก่อนจะโดนฆาตกรรม แม้จะเป็นแคมเปญที่อาจจะไม่ตรงโจทย์และสร้างการเปลี่ยนมากนัก แต่ถือเป็นหนังสือที่ไอเดียเฉียบใช้ได้เลย


33

THE PIRATE SUBTITLES

BELGIAN ENTERTAINMENT ASSOCIATION
TBWA\BELGIUM, Brussels 

BELGIUM

การโหลดหนังมาดูแบบผิดกฎหมายนั้นเกิดขึ้นทุกที่ และยากที่จะหาทางป้องกันปราบปราม จะสร้างจิตสำนึกก็ไม่ง่าย สมาคมบันเทิงของเบลเยียมพบว่า ถ้าจะรณรงค์ด้วยวิธีการเดิมๆ เห็นจะไม่ได้ผล ก็เลยใช้วิธีหยามยอกเอาหนามบ่งแบบมีอารมณ์ขันแทน ก็คือพวกเขาเข้าไปหาเว็บที่ปล่อยซับไตเติลเถื่อน จัดการทำซับไตเติลของตัวเอง แล้วปั่นให้ซับไตเติลที่ทำขึ้นเป็นอันดับแรกๆ เมื่อมีคนเสิร์ช พอมีคนเสิร์ชไปใช้ประกอบกับหนังเถื่อนที่โหลดมา ดูไปสักพักก็จะเจอตัวละครพูดจาแปลกๆ ที่ด่าการโหลดหนังเถื่อนมาดู แบบเดียวกับมุกตลกทำนองซับนรกที่ยูทูบเบอร์เมืองไทยชอบเล่นกัน


34

JOB ON THE SHELF

WALMART
DM9DDB, São Paulo

BRAZIL

อัตราการว่างงานในบราซิลสูงถึง 12.2 เปอร์เซ็นต์ หรือ 13 ล้านคน ซึ่งมากเท่ากับประชากรชาวเบลเยียมทั้งประเทศ ห้าง Walmart ซึ่งมีสโลแกนว่า ‘Everyday Low Price’ ยืนหยัดเคียงข้างความหยัด อยากจะเอาใจกลุ่มเป้าหมายรายได้น้อย ด้วยการมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้บนชั้นวางสินค้า ซึ่งไม่ใช่สินค้าราคาถูกที่สุด แต่เป็นตำแหน่งงานว่าง พวกเขาทำให้ตำแหน่งงานว่างนี้จับต้องได้ด้วยการแปลงร่างมันให้เหมือนสินค้าของวอลมาร์ตวางอยู่ข้างสินค้าปกติ ตำแหน่งงานว่างบนขวดแชมพูคือพนักงานขายในร้านขายยา บนกล่องนมก็มีตำแหน่งพนักงานขายในร้านนม แล้วก็ยังมีตำแหน่งอื่นๆ อีก 15 ตำแหน่ง ลูกค้าสามารถเอาโทรศัพท์มือถือสแกนแล้วสมัครงานได้เลย เป็นกลยุทธ์การดึงลูกค้าอีกแบบ นอกจากของจะถูกแล้ว ยังมีงานให้ทำด้วย


35

BLACK SUPERMARKET

CARREFOUR
CARREFOUR, Massy / MARCEL, Paris

FRANCE

คาร์ฟูร์ต่อสู้ในเรื่องของคุณภาพอาหารมาตั้งแต่ยุคปี 1990 แต่ไม่ค่อยมีคนรู้ แล้วก็มักจะมองว่าคาร์ฟูร์เป็นผู้ค้าส่งขนาดใหญ่ที่ใหญ่เกินกว่าจะเป็นคนดี แต่ในความเป็นจริงคาร์ฟูร์สนับสนุนการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ในฝรั่งเศสเต็มตัว จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ความหลากหลายของสินค้าเกษตรลดลง 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะข้อจำกัดทางกฎหมายในเรื่องสิทธิบัตรต่างๆ แล้วในบรรดาสินค้า 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ขายในห้างได้แค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เพราะติดเรื่องกฎหมายเช่นกัน น่าแปลกที่สินค้าเกษตรอินทรีย์ซึ่งปู่ย่าตายายเรากินขายไม่ได้ ที่ขายได้มีแต่พืชพันธุ์ผสมที่ดัดแปลงและเต็มไปด้วยลิขลิทธิ์ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่

คาร์ฟูร์อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายนี้ จึงชวนลูกค้าลุกขึ้นมาลงชื่อสนับสนุนการแก้กฎหมาย ด้วยการเปิด Black Supermarket ขายเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นแบบอินทรีย์ซึ่งผิดกฎหมายในช่วง French National Food Forum โดยเปิดตัวด้วยมื้ออาหารค่ำซึ่งปรุงด้วยวัตถุดิบที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ แล้วก็ชวนคุยเรื่องเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร แล้วก็เปิดขายสินค้าเกษตรท้องถิ่น มีการจัดแสดงให้ดูว่าสินค้าที่ห้ามขาย 600 รายการมีอะไรบ้าง รวมไปถึงภาพถ่ายของเกษตรกรท้องถิ่นที่ถูกฟ้องร้องโดยบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่

ผลของแคมเปญนี้ในส่วนของลูกค้า คนน่าจะชื่นชอบ เพราะขายของผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ถึง 70 ตัน และในแง่ของกฎหมาย มีคนร่วมลงชื่อสนับสนุนให้แก้กฎหมายเกือบแสนคน และสุดท้ายก็ทำให้เกิดการแก้กฎหมายได้จริงๆ

CONTRIBUTOR

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป