ในปีนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างคึกคักน่าจับตา ด้วยสถานการณ์โลกและมลพิษที่เร่งเร้าให้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

GWM หรือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นแบรนด์ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติจีน มากไปกว่าการเข้ามาทำตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกให้ได้ทำความรู้จักแบรนด์ รวมถึงนวัตกรรมล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่าน Experience Center แห่งแรกในไทยแล้ว ยังตั้งใจให้ที่นี่เป็น ‘The 4th Space’ หรือพื้นที่ที่ 4 สำหรับทุกคน นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ชอบ และร่วมกิจกรรมหมุนเวียนที่ GWM Experience Center จัดขึ้น จะมานั่งทำงานหรือพักผ่อนหย่อนใจ ก็ทำได้ตามแต่จะเลือกสรรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

The Cloud เดินทางมายัง ICONSIAM นัดหมายเยี่ยม GWM Experience Center บริเวณชั้น 3 – 4 ที่แบ่งโซนอย่างสนุก โดดเด่นแรกเห็นด้วยลูกโลกใบเขื่องด้านหน้าและสไลเดอร์ม้วนสูงยาวกลางห้อง ส่วนด้านหลังเป็นสวนให้นั่งติดริมน้ำ พร้อมคุยกับ คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ถึงการออกแบบพื้นที่ทั้ง 7 โซน ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนและแบรนด์เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้แน่นแฟ้น

ก่อนอื่นใด เราอดใจไม่ไหว เลยขอลองเล่นสไลด์เดอร์สัก 1 ตา

New Energy, New Intelligence, New Experience

อย่างที่เกริ่นไปว่า GWM Experience Center ไม่ใช่พื้นที่ให้ประสบการณ์ด้านการขับขี่และให้บริการด้านรถยนต์ หรือนำเสนอนวัตกรรมเท่านั้น กล่าวง่ายๆ คือไม่ใช่โชว์รูมรถ แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ 4 สำหรับทุกคน จึงออกแบบด้วยแนวคิด ‘User-centered’ คำนึงถึงผู้ใช้หรือผู้ที่มาเยี่ยมชมเป็นหลัก แต่ละโซนดีไซน์โดยได้รับแรงบันดาลจากเส้นสาย ไดนามิกต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์จากโลโก้และรถยนต์ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ และสะท้อนเทคโนโลยีใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านภายใน และบริเวณโดยรอบยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เลือกหยิบวัสดุอื่นๆ ที่มีโทนสีเรียบง่ายมาเติมความทันสมัย กรุหน้าต่างกระจกบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงสว่างเต็มที่ และสัมผัสทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรื่นรมย์

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

การจัดสรรพื้นที่แต่ละโซน มีการออกแบบให้เป็น Multi-purposed Space ปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมโดยไม่ต้องติดตั้งหรือทำอะไรใหม่

“การเปิดให้บริการที่ GWM Experience Center แห่งนี้ เป็นเหมือนอีกหนึ่งคำขอบคุณที่อยากให้ผู้บริโภคมีความสุข และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากเรา ที่แห่งนี้ออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ คือเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ

“เราใช้เทคโนโลยีและการแสดงผลในรูปแบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน ช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษหรือทรัพยากรอื่นๆ ที่สิ้นเปลืองได้ เช่น จอ Interactive Smart Board แบบทัชสกรีน ในโซน CONFERENCE HALL ให้แชร์โปรเจกต์ พรีเซนต์งาน รวมถึงเขียนบันทึกบนจอ แชร์เนื้อหาและเสียงจากการประชุมจาก Smart Board ได้ทันที หรือกิจกรรม CAR MAPPING ที่ให้ผู้มาเยี่ยมชมสนุกกับการลงสีโมเดลรถยนต์จากแบรนด์ ORA ผ่านระบบดิจิทัล สร้างสรรค์ผลงานสุดครีเอทีฟได้หลายรูปแบบและหลายครั้ง โดยไม่ต้องใช้สีหรือการปรับเปลี่ยนโมเดลรถเพิ่ม เป็นต้น” กรรมการผู้จัดการอธิบายย้ำคอนเซ็ปต์การสร้างพื้นที่อย่างเป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

The 4th Space in 7 Zone

พื้นที่ 1,600 ตารางเมตรบริเวณชั้น 3 – 4 ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความสนใจที่หลายหลาย ทั้งจากรูปแบบกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้มาเยือน และมีทั้งหมด 7 โซนด้วยกัน

01 MOBILITY EXPERIENCE PARK

เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุมบริเวณส่วนกลางของ GWM Experience Center มีไฮไลต์อยู่ที่ LED Sphere ลูกโลกขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 เมตร น้ำหนักกว่า 350 กิโลกรัม และมีความสว่าง 800 แคนเดลา/ตารางเมตร

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

คุณณรงค์เล่าให้ฟังว่า ลูกโลก LED นี้ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์พร้อมลำโพงติดผนัง สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะในการถ่ายทอดเรื่องราวและไอเดียที่น่าสนใจจากเกรท วอลล์ มอเตอร์

เดินถัดเข้าไปอีกไม่กี่ก้าวจะพบอีกหนึ่งไฮไลต์ของโซนนี้ คือสไลด์เดอร์ไซส์ยักษ์ ตั้งตระหง่านสูงกว่า 6.9 เมตรและยาวกว่า 15 เมตร ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพลิดเพลินไปกับการเดินทางย้อนวันวัยอย่างสนุกสนานแบบไม่จำกัดรอบ ส่วนการเล่นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และสอนวิธีการเล่น รวมถึงให้สวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนลื่นไถลลงมาทุกครั้ง

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM
GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

พื้นที่อเนกประสงค์ตรงกลาง จัดที่นั่งแบบ Amphitheater ไว้สำหรับการหมุนเวียนจัดกิจกรรมต่างๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ รองรับได้สูงสุดถึง 100 ที่นั่ง พร้อมกับจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น PRO 

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM
GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

02 TECHNOLOGY LAB

“เป็นโซนที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาให้เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และโลก บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แตกต่างกันไป ให้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และฟีเจอร์สุดพิเศษของรถแต่ละรุ่น ผ่าน Intelligent Interactive LED Wall ขนาดใหญ่”

คุณณรงค์เล่าต่อ ก่อนอธิบายเพิ่มว่า Intelligent Interactive LED Wall ขนาด 14 x 3 เมตร ความละเอียดสูง 7.5 ล้านพิกเซล มีความสว่าง 600 แคนเดลา/ตารางเมตรนี้ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และระบบเสียง ติดตั้ง LiDAR Touch Sensor เพื่อเพิ่มลูกเล่นและกิจกรรม Interactive ให้กับผู้ชม โดยมีจุด Interactive Touch Points 5 จุด เพียงแค่นำมือเข้าไปใกล้ก็เล่นได้ และรองรับผู้เล่นได้ถึง 5 คนพร้อมกัน แถมจุดตรงกลางยังดูภาพรถยนต์ได้ทั้ง 360 องศาเลยทีเดียว

03 CONFERENCE HALL

สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องประชุมหรือพื้นที่ทำงานกลางเมืองบรรยากาศดี ได้พักสายตาไปกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่มีพื้นที่ห้องประชุมให้ใช้งานได้ถึง 2 ห้อง รองรับ 40 ที่นั่ง 

“เรามีจอ Interactive Smart Board แบบทัชสกรีนขนาด 86 นิ้ว ที่รวมเทคโนโลยีสุดล้ำ เอื้อต่อการทำงานแบบมืออาชีพเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบการเขียนกระดานไวท์บอร์ดทั่วไป การใช้เป็นโปรเจกเตอร์นำเสนองานหรือการประชุมผ่านวิดีโอ Conference และแชร์ได้ถึงสี่หน้าจอพร้อมกัน รวมถึงบันทึก แชร์เนื้อหาและเสียงจากการประชุมจาก Smart Board ไปยังคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์ได้ทันที นับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคนี้มาก”

04 LIVING ROOM & SKY GARDEN

ถัดไปยังด้านในสุด ครอบคลุมบริเวณพื้นที่ทั้งสองชั้นของ GWM Experience Center แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนพื้นที่อินดอร์ จัดมุมที่นั่งให้ดูสบาย คล้ายห้องนั่งเล่น-รับแขก มีชุดโต๊ะเก้าอี้บุนวมน่านั่ง เป็นพื้นที่กึ่ง Co-working Space และอีกส่วนเป็นพื้นที่เอาต์ดอร์ ระเบียงด้านนอกจัดสวน Sky Garden ห้อมล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ เหมาะแก่ทั้งการนั่งทำงานรับลม หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือพักผ่อนจิบเครื่องดื่มเมนูโปรดได้ตามใจ

05 GWM STORY

ขึ้นไปยังชั้น 4 ก็อย่าลืมแวะทำความรู้จักเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มขึ้น ชมเรื่องราวและประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งใน ค.ศ. 1984 จากกระบะคันแรก ขั้นตอนและรายละเอียดการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูง สู่วิวัฒนาการของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน Interactive Wall ขนาด 2.5 x 1.5 เมตร

06 CAR MAPPING

โมเดลรถยนต์คันสีขาวสะอาดตาจาก ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์เบื้องหน้า ช่างเชื้อเชิญให้ปลดปล่อยจินตนาการ สร้างงานศิลปะรอบคัน ผ่านจอของ Car Mapping ที่ประมวลผลผลงานการระบายสีขึ้นไปยังระบบโปรเจกเตอร์และไฟ LED แล้วสะท้อนสีสันบนโมเดลรถยนต์ ORA คันสวย แถมยังให้เซฟไฟล์หรือถ่ายรูปรถที่มีคันเดียวในโลกไปอวดโฉมในโซเชียลมีเดียได้ด้วย

07 GWM CAFE & CO-KITCHEN

โซนสุดท้าย ประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 ส่วนคือ คาเฟ่ให้พักผ่อน จิบเมนูที่ชอบทั้งกาแฟและ Non-coffee โดยใช้แต้มสะสมจาก GWM Application มีเมนูซิกเนเจอร์ต้องห้ามพลาดชิมเป็น GWM Shakerato Coffee เมล็ดกาแฟสดนำเข้าจากอิตาลี นำมาสกัดเป็น Espresso Shot เบลนด์กับไซรัปสูตรพิเศษ หวานละมุนและได้รสอมเปรี้ยวซาบซ่าจากมะนาว 

ก่อนรับแก้วมาชิม ขอให้ไปยืนรอหน้า ‘Interactive Coffee Table’ โต๊ะที่เป็นจอดิจิทัลขนาด 55 นิ้ว มีเลเซอร์โปรเจกเตอร์ เลนส์ซูม Motion Sensor และ Interactive Pen ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตรวจจับจำนวนวัตถุได้แบบเรียลไทม์ เมื่อวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ ระบบเซ็นเซอร์จะตรวจจับตำแหน่งของแก้ว แล้วแสดงรูปสรรพสัตว์ให้สัมผัสธรรมชาติของพวกมัน พร้อมทั้งแสดงข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ตระหนักถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ที่สำคัญ Interactive Pen ยังใช้เขียนข้อความแชร์ไอเดียรักษ์โลกของตัวเอง แสดงผลไปยังจอด้านหลังได้ด้วยนะ นับเป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดได้อย่างล้ำสมัย

ในโซนนี้ยังมีพื้นที่อีกส่วนที่จัดเป็น Co-kitchen จัดเตรียมไว้สำหรับทำกิจกรรมประกอบเมนูสุดครีเอทีฟกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในวันที่เราไป ก็มีกิจกรรมให้ตกแต่งคัพเค้กต้อนรับวันฮาโลวีนอยู่ด้วย

“ที่ GWM Experience Center มี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยจัดกิจกรรมในแต่ละโซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างเต็มที่ และยังมี Intelligent Ambassador หรือ iAM ที่จะช่วยให้ข้อมูล ตอบคำถาม และให้ความรู้เพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจรถยนต์ นอกจากนี้ เรายังมีการจัดเวิร์กชอปทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์อยู่เสมอเป็นประจำทุกเดือน 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการเก็บความคิดเห็น และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะออกแบบและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด ตรงตามความต้องการของคนไทยมากที่สุด สำหรับ GWM Experience Center นี้ก็เช่นกัน เราวางแผน ศึกษา และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อออกแบบให้สถานที่แห่งนี้ตอบโจทย์คนไทยอย่างดีที่สุด และให้เป็นไปตามความตั้งใจของเรา” คุณณรงค์กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับใครที่อยากไปตามรอย เยี่ยมชม และร่วมสนุกกับ GWM Experience Center ติดตามตารางกิจกรรมและจองเพื่อเข้าร่วมได้ที่ GWM Application และ Facebook GWM Thailand หรือเข้ามาสอบถาม Experience Center Specialist

บอกเลยว่ารอบหน้า เราจะไม่พลาดหยิบคอมพิวเตอร์มาลองใช้ห้องประชุมและนั่งทำงานดูสักวัน เผื่อว่าจะได้ไอเดียเจ๋งๆ ไปขายงานเจ้านายบ้าง!

GWM Experience Center

ที่ตั้ง : บริเวณชั้น 3 และ 4 ICONSIAM

เวลาเปิดให้บริการ : 10.00 – 21.30 น. (เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามการเปิด-ปิด ของไอคอนสยาม และข้อกำหนดของทางหน่วยงานรัฐบาล) 

Facebook : GWM Thailand

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อบอุ่นและคับคั่งเหมือนเดิม ยังอยู่ในย่านอารีย์เหมือนเคย เพิ่มเติมคือ ‘Lilou & Laliart’ โยกย้ายมาตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10

หลังจากหลายปีก่อน เราเคยสัมภาษณ์ ต้น-เอกกมล ธีปฏิกานนท์ และ ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ ที่ร้านละเลียดสมัยยังพ่วงอยู่กับ FabCafe Bangkok ในพหลโยธิน ซอย 5 ในขวบปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านทั้งสองเติบโตขึ้น ร้านแห่งนี้ก็ขยับขยายกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟและขนม เราเลยเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงการเดินทางก่อร่างเป็นร้านอิสระในบ้านเก่าแห่งนี้

แนวคิดการทำร้านยังเหมือนเดิมไหม – เราถาม พร้อมชวนต้นและปุ๋มนั่งลงคุย ก่อนลูกค้าระลอกใหม่จะทยอยมา

กาแฟของละเลียด

ขอทวนความจำกันสักนิดเผื่อใครที่เพิ่งมาเป็นแฟนของร้าน Laliart Coffee ก่อนหน้านี้ต้นทำร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่กับร้านจักรยาน Tokyobike ช็อปแรกในไทยได้อยู่ 2 ปีแล้วโยกย้าย จากนั้นก็โดดมาทำร้านที่ 2 อยู่กับ FabCafe Bangkok ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เริ่มทำเบเกอรี่ขายกับกาแฟจริงจัง ก่อนจะหมดสัญญาในอีก 2 ปีถัดมา นำมาสู่ร้านที่ 3 ที่เรามาเยือนกันในครั้งนี้

“พอหมดสัญญาเราก็ยังอยากทำต่อ แล้วเจอบ้านนี้พอดี การเดินทางครั้งที่สามนี้เราไม่ได้อยู่กับใครแล้ว เราจึงออกแบบพื้นที่และรีโนเวตอย่างที่ชอบและอยากได้” ต้นบอกว่าที่นี่เป็นออฟฟิศเก่ามาก่อน และมี 2 ข้อที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลงหลักปักร้านที่นี่คือ หนึ่ง สเปซสวย และสอง มีที่จอดรถแม้จะอยู่ในซอยก็ตาม

เขาเล่าติดตลกว่าในฐานะอดีต Art Director นิตยสารเก่า เขาก็เขียน AI (Adobe Illustator) กรอบประตูหน้าต่างที่บาร์กาแฟด้านล่างอย่างที่อยากได้ แล้วส่งให้ช่างเนรมิตรออกมาให้

ต้นเล่าต่อว่าพอมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเอง ก็ตั้งใจจะ Roast กาแฟอย่างลงลึกและเข้มข้น ซึ่งแพสชันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ลาออกจากงานพร้อม ๆ กับปุ๋ม แล้วเดินทางไปเป็นอาสาสมัครทำงานในคาเฟ่ในโครงการ WWOOF ที่ญี่ปุ่น ก่อนกลับมาเดินทางไป Sip กาแฟที่แม่ฮ่องสอน ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนศึกษาการคั่วและการเลือกกาแฟแบบสเปเชียลตี้มากขึ้น

“เมล็ดกาแฟที่เราใช้เป็นหลักที่นี่ คือเมล็ดกาแฟไทยจากสวนคำปัน ปลูกในพื้นที่บ้านห้วยห้า (โกลฮาคี) ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของเมล็ดกาแฟคัดสรรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเราเห็นความตั้งใจของเขา กาแฟที่ทำสะอาดและซับซ้อนขึ้นทุกปี มีหลายโปรเซสมากเพื่อให้รสชาติกาแฟดีขึ้น เราก็อยากสนับสนุนให้คนทำกาแฟดีให้อยู่ได้” นอกจากต้นจะคั่วสเกลเล็กที่นี่เพื่อใช้ภายในร้านแล้ว เขายังรับคั่วส่งสเกลใหญ่ในโรงคั่วของครอบครัวสำหรับร้านอื่น ๆ ที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Recommended Menu

at Lilou & Laliart

เมนูซิกเนเจอร์และขายดี

ชูก้าเรย์ กาแฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเขย่ากาแฟกับน้ำตาลอ้อยเพื่อให้เกิดฟอง ผสมกับน้ำส้มเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น ใช้เมล็ด Light Roast จากบ้านห้วยห้า เมล็ดโทนผลไม้โทนเปรี้ยวแต่ไม่จัด ทำให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่ใช่สายกาแฟ ลองสั่งสตรอว์เบอร์รีช็อกโกแลตดู ก็อร่อยชื่นใจไม่แพ้กัน

เมนูกินเพลิน

อเมริกาโน่ แม้เป็นเมนูเบสิกแต่มีหลายเมล็ด หลากคาแรกเตอร์ให้เลือก ทั้งเมล็ดไทยและนอกอีกประมาณ 10 กว่าตัว (เดือนไหนมีเมล็ดอะไรบ้าง ลองแวะถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ได้)

เมนูคู่กับนม

ใครชอบทานกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร ซึ่งใช้เมล็ดไทย Medium Roast ผสมกับเมล็ดฉานจากเมียนมา กลายเป็นกาแฟเบสช็อกโกแลต ถั่วนิด ๆ ไม่เปรี้ยว ทานกับนมอร่อย

นมของลิลู

ชิมกาแฟกันไปแล้ว จะลืมขนมได้อย่างไร ใครมาที่นี่เป็นต้องติดใจขนมของ Lilou Cafe เสียทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันบนไทม์ไลน์ของปุ๋ม 

หลังจากต้นกำลังทำร้านกาแฟที่แรกที่โตเกียวไบค์ ช่วง 1-2 ปีหลังจากนั้น ปุ๋มก็ไปเปิดร้าน Lilou (อ่านว่า ลิลู ชื่อร้านที่มาจากชื่อเล่นของปุ๋ม) ขายอาหารมังสวิรัติที่ The Yard Bangkok เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ต้นย้ายร้านไปเปิดที่สอง จากนั้นปุ๋มก็ปิดร้าน แล้วโอนย้ายการทำขนมไปไว้ที่ร้านของต้น

ปุ๋มเล่าย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเธอเดินทางด้านจิตวิญญาณและกินมังสวิรัติมาตั้งแต่เด็ก 

“ปกติเราชอบไล่ตามความฝัน ตั้งแต่เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ นักเขียน ครูสอนโยคะ ตอนนั้นฝันว่าอยากเปิดร้านมังสวิรัติ พอเปิดได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าทำตามความฝันเสร็จแล้ว เลยปิดแล้วไปอยู่อินเดีย เอาทุกอย่างไปฝากไว้ที่ต้น” ปุ๋มพูดพลางหัวเราะ 

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

ร้านละเลียดเลยเริ่มมีแครอทเค้ก บราวนี่ และเลม่อนเค้กสูตรฮิตตั้งแต่นั้น ขนมโฮมเมดที่ปุ๋มคิดสูตรล้วนเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดเนื้อสัตว์ เน้นรสชาติจากวัตถุดิบ ไม่ปรุงรสให้จัดเกินไปจนลูกค้าติดพัน พอมาตั้งร้านของพวกเขาเองแล้ว จึงรวมสองร้านเข้าด้วยกันซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าปีที่สอง โดยมีครัวขนมทำเองอยู่ด้านหลังร้าน

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

(กระซิบว่านอกจากมาสั่งขนมทานที่ร้าน ใครอยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็ยินดีเปิดครัวรับทำให้เช่นกัน เพียงสั่งกันล่วงหน้า)

ชั้นสองของบ้านเก่า

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

หลายคนที่มาคาเฟ่อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสองของที่นี่ยังเปิดเป็นสตูดิโอ Lilou Heart Space ด้วย ซึ่งเป็นชีวิตพาร์ตจิตวิญญาณที่ปุ๋มเดินตามมาตลอด

หลังจากหายจากการทำร้าน เธอก็ออกเดินทาง ค้นพบโยคะ สอนอยู่ไม่นานปุ๋มก็รู้ว่าความเข้าใจของเธอลึกลงไปมากกว่าการทำท่าเพื่อออกกำลัง แต่เป็นเรื่องการใช้ร่างกายอันส่งผลต่อ Emotional Body เธอเลยเริ่มทำรีทรีตที่เกาะพะงัน สอนทำ Water Therapy หรือวารีบำบัด ซึ่งเธอเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์อโศก

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
ภาพ : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

พอย้ายมาที่นี่ต้นก็ทำห้องด้านบนนี้ไว้ให้เธอเปิดสอน รวมทั้งให้คนที่ทำเรื่อง Energy Work เหมือนกันมาเช่า เพื่อทำสารพัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Soundbath, อ่านไพ่ทาโรต์ หรือคลาสที่ปุ๋มชวนเราเข้าร่วมด้วยคือเวิร์กชอป Healing the self sabotaging patterns & connecting to self worth กับคุณ Shubho Dutta ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนเมืองที่มีความเครียดสูงจากการทำงาน หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังกำลังทำร้ายเราอยู่ เป็นเหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ นั่งพูดคุยและชวนสำรวจจิตใจของตัวเอง ทันทีที่ออกจากห้องเรียน เราก็ได้ค้นจิตใจเบื้องลึกของตัวเอง สนุก และโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกัน รอติดตามได้เลย

อาคาร Lilabo ในสวนด้านหลัง

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

ถ้าเดินสำรวจพื้นที่ด้านล่างต่ออีกสักนิด จะเห็นว่าด้านนอกของร้านมีอาคารชื่อน่ารักอย่าง Lilabo ซ่อนอยู่ ต้นไขข้อข้องใจให้เราว่าอาคารนี้มีไว้ใช้ทำอะไร

“ช่วงแรกเราเอาไว้เพาะต้นไม้ขาย มีทั้งกระถาง อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุปลูก พอช่วงหลังก็ปรับเป็นห้องเวิร์กชอปให้คนมาเช่าใช้ได้ ไม่ว่าจะมาจัดกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะ เทสกลิ่น หรืออะไรก็ได้” หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามผ่านทางเพจได้เลย

ร้านของชำออร์แกนิก

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

นอกจากคาเฟ่และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของแขกขาจรและประจำ พื้นที่ด้านหน้าร้านยังอุทิศให้กับบรรดาของออร์แกนิกและรักษ์โลกน่ารักทั้งหลาย 

“เราอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาวางขาย แต่บางอย่างคนที่นี่เห็นแล้วก็อยากมาอยู่ด้วยกัน อย่าง Normal Refill กับสมุดแบรนด์ A pieces of paper ก็รู้จักกัน หรืออย่างน้องดีน ศิลปินที่วาดภาพตกแต่งร้าน บ้านเขาก็อยู่อีกสองซอยนี่เอง วันที่เราเปิดร้านเขาก็มาเปิดตัวด้วย เหมือนเป็นการซัพพอร์ตชาวอารีย์ ที่เราทำก็เพราะว่าเรามีเพื่อนบ้าน” ต้นตอบทั้งหมดนี้อย่างจริงจังและจริงใจ แทนความตั้งใจของพวกเขาที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้จริง ๆ

การเดินทางของ Lilou & Laliart

แม้ปุ๋มและต้นจะเดินมาคนละสาย สนใจกันคนละแบบ แต่ทั้งคู่ก็เลือกเปิดบ้านหลังนี้ให้คนเข้ามาเยือนด้วยความรักที่มีเหมือนกัน เพราะอยากให้ที่นี่เป็นเสมือนโอเอซิสของคนกรุงที่มุ่งหน้าหนีความตึงเครียดมาพักผ่อนและมองหาที่พอดีกับใจ

“เราเลือกอยู่อารีย์ตั้งแต่ทำร้านแรกจนถึงร้านที่สาม เพราะย่านนี้อยู่แล้วพอดีกับเรา นอกจากการทำงานที่เป็นเชิงธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ที่นี่มีอะไรให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของกิน ธรรมชาติ การเดินทาง หรือว่าสวน” ต้นตอบในมุมของเขา 

ส่วนปุ๋มเองชอบความเงียบสงบแต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่นี่ “ย่านนี้มีคอมมูนิตี้ที่ไม่เหมือนย่านอื่น ทุกคนรู้จักกันหมด เราไม่ได้อยู่อย่างสันโดษ แต่ก็ไม่วุ่นวายเกินไปนัก”

ในอนาคตอีกสัก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า พวกเขาตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากขยายร้านให้กว้างขวางมากขึ้น กาแฟก็จะถูกโปรเซสอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาจจะมีร้านอาหารถ้าพร้อมตั้งรับ และอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ Healing กับความตั้งใจที่อยากผสานสองสิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง

นอกจากแวะมาเติมท้อง เติมกำลังกาย และเติมพลังใจแล้ว ใครแวะมาที่นี่แล้วบังเอิญเจอเจ้าของอีกหนึ่งแมวอย่างน้องโอบกอด ก็ทักทายได้เช่นกัน 

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ
Lilou & Laliart
  • 18 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • 09 4691 2666
  • Laliart coffee

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

Avatar

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load