ในปีนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างคึกคักน่าจับตา ด้วยสถานการณ์โลกและมลพิษที่เร่งเร้าให้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

GWM หรือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นแบรนด์ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติจีน มากไปกว่าการเข้ามาทำตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกให้ได้ทำความรู้จักแบรนด์ รวมถึงนวัตกรรมล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่าน Experience Center แห่งแรกในไทยแล้ว ยังตั้งใจให้ที่นี่เป็น ‘The 4th Space’ หรือพื้นที่ที่ 4 สำหรับทุกคน นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ชอบ และร่วมกิจกรรมหมุนเวียนที่ GWM Experience Center จัดขึ้น จะมานั่งทำงานหรือพักผ่อนหย่อนใจ ก็ทำได้ตามแต่จะเลือกสรรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

The Cloud เดินทางมายัง ICONSIAM นัดหมายเยี่ยม GWM Experience Center บริเวณชั้น 3 – 4 ที่แบ่งโซนอย่างสนุก โดดเด่นแรกเห็นด้วยลูกโลกใบเขื่องด้านหน้าและสไลเดอร์ม้วนสูงยาวกลางห้อง ส่วนด้านหลังเป็นสวนให้นั่งติดริมน้ำ พร้อมคุยกับ คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ถึงการออกแบบพื้นที่ทั้ง 7 โซน ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนและแบรนด์เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้แน่นแฟ้น

ก่อนอื่นใด เราอดใจไม่ไหว เลยขอลองเล่นสไลด์เดอร์สัก 1 ตา

New Energy, New Intelligence, New Experience

อย่างที่เกริ่นไปว่า GWM Experience Center ไม่ใช่พื้นที่ให้ประสบการณ์ด้านการขับขี่และให้บริการด้านรถยนต์ หรือนำเสนอนวัตกรรมเท่านั้น กล่าวง่ายๆ คือไม่ใช่โชว์รูมรถ แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ 4 สำหรับทุกคน จึงออกแบบด้วยแนวคิด ‘User-centered’ คำนึงถึงผู้ใช้หรือผู้ที่มาเยี่ยมชมเป็นหลัก แต่ละโซนดีไซน์โดยได้รับแรงบันดาลจากเส้นสาย ไดนามิกต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์จากโลโก้และรถยนต์ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ และสะท้อนเทคโนโลยีใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านภายใน และบริเวณโดยรอบยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เลือกหยิบวัสดุอื่นๆ ที่มีโทนสีเรียบง่ายมาเติมความทันสมัย กรุหน้าต่างกระจกบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงสว่างเต็มที่ และสัมผัสทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรื่นรมย์

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

การจัดสรรพื้นที่แต่ละโซน มีการออกแบบให้เป็น Multi-purposed Space ปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมโดยไม่ต้องติดตั้งหรือทำอะไรใหม่

“การเปิดให้บริการที่ GWM Experience Center แห่งนี้ เป็นเหมือนอีกหนึ่งคำขอบคุณที่อยากให้ผู้บริโภคมีความสุข และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากเรา ที่แห่งนี้ออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ คือเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ

“เราใช้เทคโนโลยีและการแสดงผลในรูปแบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน ช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษหรือทรัพยากรอื่นๆ ที่สิ้นเปลืองได้ เช่น จอ Interactive Smart Board แบบทัชสกรีน ในโซน CONFERENCE HALL ให้แชร์โปรเจกต์ พรีเซนต์งาน รวมถึงเขียนบันทึกบนจอ แชร์เนื้อหาและเสียงจากการประชุมจาก Smart Board ได้ทันที หรือกิจกรรม CAR MAPPING ที่ให้ผู้มาเยี่ยมชมสนุกกับการลงสีโมเดลรถยนต์จากแบรนด์ ORA ผ่านระบบดิจิทัล สร้างสรรค์ผลงานสุดครีเอทีฟได้หลายรูปแบบและหลายครั้ง โดยไม่ต้องใช้สีหรือการปรับเปลี่ยนโมเดลรถเพิ่ม เป็นต้น” กรรมการผู้จัดการอธิบายย้ำคอนเซ็ปต์การสร้างพื้นที่อย่างเป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

The 4th Space in 7 Zone

พื้นที่ 1,600 ตารางเมตรบริเวณชั้น 3 – 4 ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความสนใจที่หลายหลาย ทั้งจากรูปแบบกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้มาเยือน และมีทั้งหมด 7 โซนด้วยกัน

01 MOBILITY EXPERIENCE PARK

เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุมบริเวณส่วนกลางของ GWM Experience Center มีไฮไลต์อยู่ที่ LED Sphere ลูกโลกขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 เมตร น้ำหนักกว่า 350 กิโลกรัม และมีความสว่าง 800 แคนเดลา/ตารางเมตร

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

คุณณรงค์เล่าให้ฟังว่า ลูกโลก LED นี้ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์พร้อมลำโพงติดผนัง สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะในการถ่ายทอดเรื่องราวและไอเดียที่น่าสนใจจากเกรท วอลล์ มอเตอร์

เดินถัดเข้าไปอีกไม่กี่ก้าวจะพบอีกหนึ่งไฮไลต์ของโซนนี้ คือสไลด์เดอร์ไซส์ยักษ์ ตั้งตระหง่านสูงกว่า 6.9 เมตรและยาวกว่า 15 เมตร ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพลิดเพลินไปกับการเดินทางย้อนวันวัยอย่างสนุกสนานแบบไม่จำกัดรอบ ส่วนการเล่นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และสอนวิธีการเล่น รวมถึงให้สวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนลื่นไถลลงมาทุกครั้ง

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM
GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

พื้นที่อเนกประสงค์ตรงกลาง จัดที่นั่งแบบ Amphitheater ไว้สำหรับการหมุนเวียนจัดกิจกรรมต่างๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ รองรับได้สูงสุดถึง 100 ที่นั่ง พร้อมกับจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น PRO 

GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM
GWM Experience Center พื้นที่ที่ 4 สำหรับเรียนรู้ เล่นสนุก และทำงานได้ใจกลาง ICONSIAM

02 TECHNOLOGY LAB

“เป็นโซนที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาให้เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และโลก บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แตกต่างกันไป ให้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และฟีเจอร์สุดพิเศษของรถแต่ละรุ่น ผ่าน Intelligent Interactive LED Wall ขนาดใหญ่”

คุณณรงค์เล่าต่อ ก่อนอธิบายเพิ่มว่า Intelligent Interactive LED Wall ขนาด 14 x 3 เมตร ความละเอียดสูง 7.5 ล้านพิกเซล มีความสว่าง 600 แคนเดลา/ตารางเมตรนี้ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และระบบเสียง ติดตั้ง LiDAR Touch Sensor เพื่อเพิ่มลูกเล่นและกิจกรรม Interactive ให้กับผู้ชม โดยมีจุด Interactive Touch Points 5 จุด เพียงแค่นำมือเข้าไปใกล้ก็เล่นได้ และรองรับผู้เล่นได้ถึง 5 คนพร้อมกัน แถมจุดตรงกลางยังดูภาพรถยนต์ได้ทั้ง 360 องศาเลยทีเดียว

03 CONFERENCE HALL

สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องประชุมหรือพื้นที่ทำงานกลางเมืองบรรยากาศดี ได้พักสายตาไปกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่มีพื้นที่ห้องประชุมให้ใช้งานได้ถึง 2 ห้อง รองรับ 40 ที่นั่ง 

“เรามีจอ Interactive Smart Board แบบทัชสกรีนขนาด 86 นิ้ว ที่รวมเทคโนโลยีสุดล้ำ เอื้อต่อการทำงานแบบมืออาชีพเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบการเขียนกระดานไวท์บอร์ดทั่วไป การใช้เป็นโปรเจกเตอร์นำเสนองานหรือการประชุมผ่านวิดีโอ Conference และแชร์ได้ถึงสี่หน้าจอพร้อมกัน รวมถึงบันทึก แชร์เนื้อหาและเสียงจากการประชุมจาก Smart Board ไปยังคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์ได้ทันที นับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคนี้มาก”

04 LIVING ROOM & SKY GARDEN

ถัดไปยังด้านในสุด ครอบคลุมบริเวณพื้นที่ทั้งสองชั้นของ GWM Experience Center แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนพื้นที่อินดอร์ จัดมุมที่นั่งให้ดูสบาย คล้ายห้องนั่งเล่น-รับแขก มีชุดโต๊ะเก้าอี้บุนวมน่านั่ง เป็นพื้นที่กึ่ง Co-working Space และอีกส่วนเป็นพื้นที่เอาต์ดอร์ ระเบียงด้านนอกจัดสวน Sky Garden ห้อมล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ เหมาะแก่ทั้งการนั่งทำงานรับลม หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือพักผ่อนจิบเครื่องดื่มเมนูโปรดได้ตามใจ

05 GWM STORY

ขึ้นไปยังชั้น 4 ก็อย่าลืมแวะทำความรู้จักเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มขึ้น ชมเรื่องราวและประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งใน ค.ศ. 1984 จากกระบะคันแรก ขั้นตอนและรายละเอียดการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูง สู่วิวัฒนาการของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน Interactive Wall ขนาด 2.5 x 1.5 เมตร

06 CAR MAPPING

โมเดลรถยนต์คันสีขาวสะอาดตาจาก ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์เบื้องหน้า ช่างเชื้อเชิญให้ปลดปล่อยจินตนาการ สร้างงานศิลปะรอบคัน ผ่านจอของ Car Mapping ที่ประมวลผลผลงานการระบายสีขึ้นไปยังระบบโปรเจกเตอร์และไฟ LED แล้วสะท้อนสีสันบนโมเดลรถยนต์ ORA คันสวย แถมยังให้เซฟไฟล์หรือถ่ายรูปรถที่มีคันเดียวในโลกไปอวดโฉมในโซเชียลมีเดียได้ด้วย

07 GWM CAFE & CO-KITCHEN

โซนสุดท้าย ประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 ส่วนคือ คาเฟ่ให้พักผ่อน จิบเมนูที่ชอบทั้งกาแฟและ Non-coffee โดยใช้แต้มสะสมจาก GWM Application มีเมนูซิกเนเจอร์ต้องห้ามพลาดชิมเป็น GWM Shakerato Coffee เมล็ดกาแฟสดนำเข้าจากอิตาลี นำมาสกัดเป็น Espresso Shot เบลนด์กับไซรัปสูตรพิเศษ หวานละมุนและได้รสอมเปรี้ยวซาบซ่าจากมะนาว 

ก่อนรับแก้วมาชิม ขอให้ไปยืนรอหน้า ‘Interactive Coffee Table’ โต๊ะที่เป็นจอดิจิทัลขนาด 55 นิ้ว มีเลเซอร์โปรเจกเตอร์ เลนส์ซูม Motion Sensor และ Interactive Pen ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตรวจจับจำนวนวัตถุได้แบบเรียลไทม์ เมื่อวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ ระบบเซ็นเซอร์จะตรวจจับตำแหน่งของแก้ว แล้วแสดงรูปสรรพสัตว์ให้สัมผัสธรรมชาติของพวกมัน พร้อมทั้งแสดงข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ตระหนักถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ที่สำคัญ Interactive Pen ยังใช้เขียนข้อความแชร์ไอเดียรักษ์โลกของตัวเอง แสดงผลไปยังจอด้านหลังได้ด้วยนะ นับเป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดได้อย่างล้ำสมัย

ในโซนนี้ยังมีพื้นที่อีกส่วนที่จัดเป็น Co-kitchen จัดเตรียมไว้สำหรับทำกิจกรรมประกอบเมนูสุดครีเอทีฟกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในวันที่เราไป ก็มีกิจกรรมให้ตกแต่งคัพเค้กต้อนรับวันฮาโลวีนอยู่ด้วย

“ที่ GWM Experience Center มี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยจัดกิจกรรมในแต่ละโซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างเต็มที่ และยังมี Intelligent Ambassador หรือ iAM ที่จะช่วยให้ข้อมูล ตอบคำถาม และให้ความรู้เพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจรถยนต์ นอกจากนี้ เรายังมีการจัดเวิร์กชอปทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์อยู่เสมอเป็นประจำทุกเดือน 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการเก็บความคิดเห็น และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะออกแบบและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด ตรงตามความต้องการของคนไทยมากที่สุด สำหรับ GWM Experience Center นี้ก็เช่นกัน เราวางแผน ศึกษา และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อออกแบบให้สถานที่แห่งนี้ตอบโจทย์คนไทยอย่างดีที่สุด และให้เป็นไปตามความตั้งใจของเรา” คุณณรงค์กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับใครที่อยากไปตามรอย เยี่ยมชม และร่วมสนุกกับ GWM Experience Center ติดตามตารางกิจกรรมและจองเพื่อเข้าร่วมได้ที่ GWM Application และ Facebook GWM Thailand หรือเข้ามาสอบถาม Experience Center Specialist

บอกเลยว่ารอบหน้า เราจะไม่พลาดหยิบคอมพิวเตอร์มาลองใช้ห้องประชุมและนั่งทำงานดูสักวัน เผื่อว่าจะได้ไอเดียเจ๋งๆ ไปขายงานเจ้านายบ้าง!

GWM Experience Center

ที่ตั้ง : บริเวณชั้น 3 และ 4 ICONSIAM

เวลาเปิดให้บริการ : 10.00 – 21.30 น. (เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามการเปิด-ปิด ของไอคอนสยาม และข้อกำหนดของทางหน่วยงานรัฐบาล) 

Facebook : GWM Thailand

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะสิ่งที่เขายื่นให้นั้นมักจะถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ ยามเมื่อเขาเผลอหันหลังให้ เขาก็ถูกแทง 

เพียงเปิดหน้าแรก คำโปรยที่คล้ายจะเป็นคำเตือนของหนังสือระดับตำนานก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เรากรีดนิ้วไปตามกระดาษเก่าเก็บที่ซีดเซียวแต่ตัวอักษรยังคมชัด ก่อนจะพบหนังสือชื่อเดียวกันอีกสิบกว่าปกวางอัดแน่นอยู่บนชั้น

แน่ล่ะ เราอยู่ที่ ‘ร้านพันธุ์หมาบ้า‘ จะให้มีแค่ปกเดียวก็กระไรอยู่ 

แค่พูดชื่อนี้ขึ้นมา หลายคนคงทราบว่า พันธุ์หมาบ้า กลายเป็นแบรนด์ของนักเขียนระดับตำนาน ชาติ กอบจิตติ ที่ทำสินค้าขายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค 

ห้องสมุดขนาดเล็กและมุมอ่านหนังสือประหนึ่งคาเฟ่ คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเราอยู่สาขา จ.ตรัง 

นี่คือร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวที่ยืนเด่นโดยท้าทายเมืองแห่งการกิน ถึงขนาดที่พี่คนขับรถของเรายังออกปากขอพาไปกินอาหารเช้ารองท้อง เพราะทุกคนรู้ว่าปกติร้านนี้เปิดบ่าย 2 เพียงแต่เรานัด พี่ตุ้ม-อรัญญา ทองโอ ไว้แต่เช้า

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

หนังสือเกินกว่าครึ่งในร้านเป็นสมบัติของเธอ การตกแต่งร้านและสวนสวย ๆ ก็เป็นฝีมือของเธอ แต่พี่ตุ้มไม่ใช่สถาปนิก นักจัดสวนก็ไม่ใช่ นักออกแบบภายในยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นเพียงนักบัญชีอิสระที่หลงใหลการอ่านมาตั้งแต่จำความได้ จนมีเพื่อนฝูงเป็นนักกวีมากมาย และได้ชิมลางในแวดวงวรรณกรรมมาบ้าง 

หลังใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ จนอิ่มตัว เธอกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับความหวังว่าจะชวนคนตรังมาอ่านหนังสือ

ไม่รู้ทำไม แต่เราดันคุยกันถูกคอ 

“พี่ก็ยังรู้สึกเลยว่า ทำไมเราคุยกับเด็กรุ่นนี้รู้เรื่อง เพื่อน ๆ กันก็ยังบอก เออเว้ย รู้ไหมเวลาฉันทำงาน ฉันเจอคนทั้งหมดกี่วัย พี่มันห่าม ๆ ไง ไม่งั้นเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าไม่ได้หรอก”

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ 

คำโปรยอุตส่าห์เตือนไว้อย่างนั้น

แต่การได้มาเยือนที่นี่และพูดคุยกับเจ้าของร้าน ก็เหมือนได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนอย่างช่วยไม่ได้

ครั้งนี้เรามั่นใจว่า คงไม่ล้มเหลว

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


หนทางของนักอ่าน

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 

ตอนที่พี่ตุ้มตัดสินใจเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าตามคำแนะนำของเพื่อนนักเขียน จากเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งที่คอยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สาขาจตุจักร และชื่นชอบผลงานของชาติเป็นทุนเดิม

“แปะ (สรรพนามที่พี่ตุ้มใช้เรียกยอดกวีซีไรต์) บอกว่า ไหน ๆ คุณก็อยากให้คนอ่านหนังสือเยอะ ๆ งั้นก็เอาของมาลงเพิ่ม แล้วร้านหนังสือในตรังมีน้อยมาก ไม่ค่อยมีงานวรรณกรรมเท่าไร เราก็โอเค เปิดเป็นห้องสมุดเลย

“เกือบ 20 ปีที่แล้วที่กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างอื่นไม่ได้ขนกลับมา เอามาแต่หนังสืออย่างเดียว” 

พี่ตุ้มชี้ชวนให้เรามองตาม ว่าหนังสือที่ร้านเธอแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง หนึ่ง เอาไว้ยืมอ่าน สอง เอาไว้วางขาย ซึ่งเธอให้ความสำคัญกับฝั่งแรกอยู่พอสมควร อย่างที่บอก เดิมทีเป็นแค่สมบัติส่วนตัว ก่อนเธอจะเปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาพูดคุยกันเรื่องหนังสือ ข่าวคราวลอยไปถึงหูเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันจนพากันส่งสมบัติมาให้พี่ตุ้มจำนวนมาก   

แน่นอน การมาของเธอปลุกกระแสการอ่านให้เกิดขึ้นในตรังอยู่ไม่น้อย เพราะความตั้งใจที่มากกว่าแค่การยืมหนังสือ คือการสร้างพันธุ์หมาบ้าให้เป็นพื้นที่ใช้สอยของชุมชน 

“เราบอกตลอดว่า ให้ร้านนี้มันเป็นพื้นที่ของเมืองแล้วกัน ไม่อยากให้คิดว่าเป็นร้านอะไรหรือของใคร” 

โต๊ะกลางร้านขนาดใหญ่ของเธอจึงกลายเป็นพื้นที่ผลัดเปลี่ยนทำกิจกรรมไปโดยปริยาย ทั้งสอนวาดสีน้ำ สเก็ตช์ภาพ เรียนศิลปะ ใครอยากใช้พื้นที่ในร้านทำอย่างอื่นก็ขอเพียงแจ้งเธอมา

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

“ร้านเราเปิดถึง 4 ทุ่ม เพราะส่วนใหญ่คนมานั่งร้านจะอยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพื้นที่ที่มันดูสบาย ๆ เราไม่ได้เป็นร้านอาหาร ไม่ได้เป็นร้านกาแฟ ไม่ได้เป็นร้านเหล้า คนบ้านเราก็รู้จักกันหมด พอวันร้านตัวเองหยุด ก็ไปนั่งร้านคนอื่น พี่ก็เหมือนกัน”

ทำบัญชีไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วย เปิดเพลง ดริปกาแฟดื่ม นี่คือกิจวัตร

“ดูสูงวัยมาก” พี่ตุ้มหัวเราะ ก่อนจะแวะพูดถึงวัฒนธรรมการอ่านในบ้านเกิดอย่างคนไม่ยอมหมดไฟ

“ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนต่างจังหวัดอยากไปอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยน กลายเป็นว่าเด็กรุ่นใหม่กลับมา อะไรหลายอย่างในตรังมันก็เปลี่ยนเยอะ แต่ในความรู้สึกพี่ เรื่องการอ่านยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

“นั่งนึก แม่ง เราอยู่ในเมืองที่หนังสือหาอ่านยากมาก ที่นี่มันลงหนังสือที่เป็นรายปักษ์รายอะไรไม่ได้ เพราะว่าคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น ตรังไม่เหมือนเชียงใหม่ เราต้องขวนขวายอ่านด้วยตัวเอง หอศิลป์ในตรังยังไม่มีเลย ทำไมที่อื่นเขามีกันหมด เรายังขาดอะไรอีกเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือ ศิลปะ ดนตรี กลุ่มก้อนที่ทำงานแบบนี้ก็น้อย มันเลยไม่ค่อยขยับ

“พี่ว่ามันต้องผลักดันมากกว่านี้ เอาแค่ร้านพันธุ์หมาบ้าร้านเดียว ไม่ช่วยให้เด็ก ๆ ขยันอ่านหนังสือมากขึ้นหรอก แต่ก็ต้องทำต่อไป”

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


ร้านนี้เป็นของทุกคน

“เราออกแบบร้านแบบนักบัญชี” พี่ตุ้มว่า “เอาง่าย ๆ มันเคยเป็นตึกร้างที่ใกล้พังแล้ว ที่เหลืออยู่เนี่ย คือส่วนที่ยังไม่พัง”

คุณจะบอกว่าออกแบบและปรับปรุงทั้งหมดเองเหรอ – เราสวนทันที

“ใช่ เป็นคนชอบทำอะไรบ้าบอ” 

เราไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นแค่นักบัญชี เพราะถึงแม้มันจะดูดิบเถื่อน ด้วยโครงเหล็กและปูนเปลือยเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศภายในร้านก็โล่ง โปร่ง เป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยศิลปะหลากหลายแขนง มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวเหมียว รับรองว่าสวยมากพอสำหรับชาว Instagrammable 

พี่ตุ้มบอกเคล็ดลับมาอย่างหนึ่งว่า ความสนใจทั้งหมดเกิดจากการอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง 

“อยากใส่อะไรตรงไหน อยากทำชั้นลอย อยากนู่นนี่นั่น ทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครว่าหรอก เพราะว่าเราไม่ใช่สถาปนิก แต่ว่าเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาแต่ไหนแต่ไร เราสะสมพันธุ์ไม้โบราณ เป็นคนชอบแบบนั้น”

ไขความกระจ่างกันไปทีละข้อก่อนไปต่อ 

ชั้นลอยของเธอไม่ใช่ส่วนของร้านที่ขึ้นไปนั่งได้ แต่เป็นบ้านของบรรดา(อดีต)แมวจร ที่บัดนี้นอนทับแขนเราจนเริ่มชา

ส่วนการชื่นชอบต้นไม้ก็ไม่ธรรมดา นอกจากโซนสีเขียวด้านข้างจะสวยประจักษ์ เธอยังเป็นเจ้าของหนังสือ ระเบียงสวน ระเบียงสวย ให้ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้อีกด้วย

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

“พี่อาจจะไม่ใช่นักบัญชีแบบเหมือนคนอื่น เราเจอคนเยอะ เจอคนหลายแบบ ความคิดมันก็เปลี่ยน เพราะแต่ละคนมีวิธีคิดต่างกัน เราเลยอยากทำร้านให้เป็นร้านหนังสือของคนทุกวัย

“พี่ชอบมากเวลาเจอเด็ก คือเราไม่มีหนังสือที่เขาอ่านอยู่ ณ ปัจจุบัน เวลาแนะนำหนังสือเก่า มันคือใหม่ของเขาเลย เราบอกว่า หนังสือมันไม่มียุคสมัยนะเว้ย ลองหยิบไปอ่านดูดิ

“ถ้าใครมีเพื่อนอยู่ที่ตรัง มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ได้ คุณไปซื้อกาแฟจากร้านข้าง ๆ ไปสั่งชาโกแจ้งมา แล้วก็นั่งดื่มนั่งอ่านหนังสือได้ยาว ๆ เลย มากัน 5 คน 5 มุม ต่างคนต่างหยิบหนังสือของตัวเอง หรืออยากได้ต้นไม้ต้นไหนกลับไปก็บอก” พี่ตุ้มว่าพลางพาเราเดินชมแต่ละโซนภายในร้าน

“โซนโน้นจะมีน้องอีก 2 คนมาเปิดบาร์ตอนค่ำ เราให้ทำเลย แค่ช่วยกันจ่ายค่าไฟ”

นึกเสียดายที่ดันมาแต่เช้า เพราะร้านสไตล์นี้พอพลบค่ำหน่อยคอก็ชักจะแห้ง

“ที่สำคัญ โซนนี้สูบบุหรี่ได้หมด เพราะอะไรรู้เปล่า ยุคพี่มันเป็นยุคที่สูบบุหรี่โคตร ๆ พี่อยากเป็นร้านของคนทุกประเภท ใครอยากทำอะไรก็ได้ทำ” 

ถึงจะพูดพร้อมเสียงหัวเราะ แต่เธอก็พูดคำไหนคำนั้น

มองดูแล้ว จะเรียกซอยนี้ว่าเป็นซอยของคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ ทั้งร้านกาแฟ Slow Bar เปิดใหม่ข้าง ๆ กำแพงโดยรอบที่ถูกจับจองด้วยกราฟฟิตี้อาร์ตจากกลุ่มตรังสตรีทอาร์ต เรื่อยมาจนถึงร้านน้ำชาโกแจ้ง บุคคลที่พี่ตุ้มบอกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังถนนแห่งศิลปะ 

เปลี่ยนซอยที่มืดมิดปราศจากแสงไฟ ให้สว่างไสวด้วยไฟจากร้านรวงของคนรักงานศิลป์ และการฉายหนังกลางแปลงบนกำแพงของเมืองแห่งการกินนี่แหละ

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


พันธุ์คนบ้า

เพราะเมืองตรังมีโรงภาพยนตร์เดียวคือเครือ SF Cinema การที่พี่ตุ้มริเริ่มกลุ่มฉายหนังอิสระขึ้นมา จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนล้นหลาม 

“พี่เหมือนอยู่ตรงกลาง เราอยากเป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าเข้าด้วยกัน เราก็รวมน้อง ๆ ที่ชอบดูหนัง แล้วก็ดึงพี่โต ๆ มาช่วยหน่อย มีจอใหญ่ ๆ ฉายโปรเจกเตอร์ มีอุปกรณ์ฉายหนัง ซึ่งคนที่ดูหนังเป็นเด็กรุ่นใหม่เกือบหมดเลย แล้วเขานี่แหละที่เป็นคนคุยเรื่องหนังได้ดีกว่าเรา”

โดย Documentary Club เจ้าของภาพยนตร์ มีเงื่อนไขว่าต้องมีการเสวนา พูดคุยแลกเปลี่ยน ช่วงนี้แหละที่เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างคน 2 วัย 

“เด็ก ๆ เขาคุยกัน เราอึ้งไปเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง มันวิเคราะห์เจาะลึก มันดึงออกมาได้เป็นฉาก ๆ แล้วอย่างน้อย เขาก็ได้มีกลุ่มเล็ก ๆ ของเขา พี่เป็นคนลงทุนอุปกรณ์ให้หมด แต่เราไม่อยากให้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านมาก เพราะอยากให้เขาทำกันเอง

“เมืองตรังมันเล็กมาก ทุกคนรู้จักกันหมด พันธุ์หมาบ้าทุกคนก็รู้จัก กลุ่มตรังสตรีทอาร์ตมีกันกี่คน ทุกคนก็รู้จัก ซึ่งถ้าจะผลักดันให้มันเป็นงานที่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ยากเลย แต่เขาไม่ได้ส่งเสริม 

“น้อง ๆ ทำกันเอง ขอความร่วมมือจากพี่ ๆ พอมีคนหลายเจนฯ มาร่วมกันเนี่ย เขาไม่ได้เข้าใจหรอกว่าคุณทำอะไรกัน แต่บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ เขาก็พร้อมสนับสนุนเด็ก ๆ 

“เราอยากเชื่อมโยงคนหลายเจนฯ เข้าด้วยกัน แล้วก็ทำในเรื่องเดียวกันให้มีพลังมากขึ้น อะไรทำให้คนมาอ่านหนังสือเยอะขึ้น พี่ก็ทำเท่าที่ได้ แต่เราไม่ใช่คนที่จะไปผลักดันให้ตรังกลายเป็นเมืองแห่งการอ่าน มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


บทส่งท้าย

แม้พี่ตุ้มจะมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เบื้องหลังทุกเล่มที่เลือกเข้าร้าน ล้วนเป็นเรื่องที่คัดสรรมาแล้วว่าควรค่าแก่การอ่าน

“บ้านเรานะ ถ้าอยากเดินไปหาหนังสือมูราคามิ ไม่มี หาหนังสืออุทิศเหรอ ไม่มี แล้วเราก็ทำเป็นร้านขนาดใหญ่เหมือนแบรนด์ร้านหนังสือทั้งหลายไม่ไหว หนังสือใหม่ก็ไม่มี แต่การ์ตูนกับหนังสือฮาวทูเยอะมาก เราก็เลือกเรื่องที่รู้สึกว่า อยากให้คนที่นี่อ่าน”

ถึงจะไม่ใช่คนที่นี่ แต่เราฟังแล้วก็ขอยืม After the Quake ของมูราคามิใส่กระเป๋ากลับมาอ่านต่อที่บ้านเสียหน่อย 

ส่วนหนังสือที่พี่ตุ้มมักจะแนะนำให้อ่าน ก็เป็นเรื่องที่ทำงานกับความรู้สึกมากพอสมควร นั่นคือ ลักษณ์อาลัย โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนคนโปรดของเธอ ซึ่งถูกยืมไปในวันที่เราคุยกันอยู่

“พี่ร้องไห้เลย เป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วรู้สึกอินกับมันขนาดนี้มานานมาก ชอบวิธีการเขียน ชอบการดำเนินเรื่องของเขา มันดูน่าติดตาม พี่นั่งนึกถึงเด็กรุ่นใหม่ว่าเขาอ่านหนังสือแล้วจะรู้สึกอินกับเนื้อหาได้จริง ๆ แบบนี้ไหม”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เล่มต่อไปคือ คำพิพากษา อีกหนึ่งผลงานระดับตำนานของ ชาติ กอบจิตติ ที่พี่ตุ้มบอกว่าไม่น่าอ่านซ้ำ แต่ก็ควรอ่านสักครั้งในชีวิต เธอพบว่าชอบมันมากกว่า พันธุ์หมาบ้า เสียอีก ด้วยเรื่องราวกระชากอารมณ์ และวิธีการเขียนรันทดหดหู่ สะเทือนใจจนเธอจดจำได้ทุกฉาก

“ตอนนี้หนังสือเป็นการเขียนแบบคำคม เราไม่ได้อยากอ่านแบบนั้นน่ะ เราอยากอ่านแบบที่ต้องให้เราตกตะกอน คุณไม่ต้องมาบอกเรานะ เราต้องคิด ต้องสรุปของเราเองได้ พี่ว่ามันเป็นเสน่ห์ 

“เมื่อก่อน ได้หนังสือเล่มหนึ่งแล้วยืมอ่านกับเพื่อน วนกันจบครบแล้วก็คุยกันว่า มึงอ่านแล้วเป็นไง โอเคไหม หรืออีกคนบอก โอ้โห มึงต้องอ่าน เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ต้องการคำตอบเลย ต้องการความรวดเร็วในการเสพอะไรก็ตาม”

พอจะเข้าใจที่พี่ตุ้มบอกขึ้นมา ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในตรังให้ดีขึ้น แต่วัฒนธรรมการอ่านที่ต้องอาศัยการดื่มด่ำและตกตะกอนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนัก 

“พื้นที่การอ่านหนังสือในตรังมันน้อย มันจำกัด มันไม่เหมาะ สังเกตไหม พี่พยายามทำมุมให้คนรู้สึกว่าเข้ามาแล้วสบาย ๆ อยากให้หนังสือเข้าถึงง่าย ไม่ได้ต้องไปเข้าหอสมุด มาร้านหนังสือก็เหมือนมาคาเฟ่ 

“แค่ดึงคนให้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้ ถือว่าพี่ประสบความสำเร็จแล้ว มีคนเดินเข้าร้านมา จากไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่กลับมาบอกว่าหนูขอยืมเล่มนี้ไปอ่าน นี่คือสิ่งที่พี่ได้จากการเปิดร้านหนังสือกับห้องสมุดเล็ก ๆ”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เดินชมร้านไป ก็แลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบกันไป พูดคุยเรื่องต้นไม้บ้าง แวะโพสท่าถ่ายรูปอีกนิดหน่อย บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ก็วิ่งมาหาเพียงเรียกชื่อ ทั้งหมาทั้งแมวล้อมหน้าหลัง บ้างเอกเขนกสบายใจ รับแขกอย่างว่านอนสอนง่าย จนอาจพูดได้ว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านสำหรับคนทุกวัยเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามา

“การทำร้านหนังสือมันไม่เลี้ยงชีพหรอก มันเลี้ยงหัวใจ”

บอกลากันแล้ว แต่เสียงของพี่ตุ้มยังกังวานอยู่ในหัว บรรยากาศของวันนั้นก็ยังจำได้ดี

หน้าสุดท้ายของพันธุ์หมาบ้าเล่มนี้ อยู่บนรถยนต์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นเราที่กำลังกลับกรุงเทพฯ

รถทั้งคันพลอยหัวเราะกันอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ลืมเศร้าลืมกังวล มีแต่ความรื่นรมย์รออยู่เบื้องหน้า รถคันนั้นแล่นลับไปกับถนน ทิ้งเมืองตรังไว้เบื้องหลัง…

พันธุ์หมาบ้า ตรัง

ที่ตั้ง : 99/12 ถนนห้วยยอด ซอย 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1738 2290

Facebook : Phanmaba Trang

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load