10 กรกฎาคม 2563
49 K

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราต่างได้ยินเรื่องราวของภาพถ่ายโบราณจากฟิล์มกระจกมากขึ้นเรื่อยๆ

จุดเริ่มต้นมาจาก ภาพถ่ายชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ที่องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกความทรงจําแห่งโลกเมื่อ พ.ศ. 2560

ฟิล์มกระจกเหล่านี้เก็บรักษาอยู่ในกล่องอย่างดีที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกคือ กล่องที่ 1 – 24 และ 50 – 52 จำนวน 1,000 ภาพ บอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในอดีต รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 7

เมื่อมีการเปิดกล่องใหม่ จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมกันจัดทำคำบรรยาย

ภาพถ่ายส่วนหนึ่งกลายเป็นนิทรรศการ ‘เฉลิมฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก’ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า) เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561
และจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

ปีนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน รับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ คัดเลือกภาพถ่ายจำนวน 102 ภาพ มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ ‘ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา’ ระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม – 20 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

รายละเอียดแบบเต็มๆ The Cloud บันทึกไว้ในวิดีโอสารคดีเรื่องนี้แล้ว

ทีแรก ในวันเกิด The Cloud ท่านผู้หญิงสิริกิติยาจะพาผู้อ่านชมนิทรรศการแบบ Live แต่เนื่องจากท่านติดภารกิจด่วน จึงขอเปลี่ยนเป็นการหยิบยกภาพถ่ายที่น่าสนใจ 10 ชุดมาบอกเล่าถึงที่ไปที่มา ผ่านคอลัมน์นี้แทน

เรื่องราวเหนือกาลเวลาที่ท่านผู้หญิงใหม่จะพาเราย้อนอดีตกลับไปชม มีดังนี้

01

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
พลับพลาที่เกาะสีชัง เมืองชลบุรี ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ทหารลำเลียงสัมภาระในกระบวนเสด็จประพาสชายทะเลตะวันตก ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ทัศนียภาพจากยอดเนินเหนือพระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นิทรรศการส่วนที่ 1 : ปฐมบรรพ การเสด็จประพาสหัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นภาพการเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์และการเสด็จประพาสต้น คือการเสด็จพระราชดําเนินส่วนพระองค์ เพื่อได้ทรงใกล้ชิดและทรงทราบทุกข์สุขของประชาชน ทําให้ราษฎรได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์อย่างใกล้ชิด

ท่านผู้หญิงใหม่ตั้งใจจัดภาพชุดแรกต้อนรับผู้ชมเพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายๆ ไม่ได้เล่าเรื่องมากนัก แต่สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ภาพชุดแรกเป็นภาพเกาะสีชัง ซึ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของทะเล ถ้าจินตนาการเพิ่มอีกนิดก็อาจจะได้กลิ่นลมทะเล บางภาพมีความเบลอเล็กน้อยจนให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาด แล้วก็มีภาพของกลุ่มเจ้านายบนหาดทรายซึ่งเราไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก

02

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
กระบวนเรือเสด็จประพาสต้นในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หยุดพักที่หาดใต้แสนตอ เมืองขาณุวรลักษณบุรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2449
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
เรือพระที่นั่งสุวรรณวิจิก เรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จประพาสต้น ขณะจอดพักอยู่ริมหาดใต้แสนตอ เมืองขาณุวรลักษณบุรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2449

ภาพถ่ายคู่นี้ให้ความรู้สึกสบาย จนเหมือนสัมผัสได้ว่าสายลมกำลังพัด เพอร์สเปกทีฟของภาพก็สวยมาก ดูแล้วเหมือนได้ทะลุสายตาเข้าไปในเรือ เป็นการนำสองภาพมาต่อกันที่ค่อนข้างลงตัว บรรยากาศของผู้คนในเรือก็ดูผ่อนคลาย เป็นการเดินทางบนแม่น้ำปิงในยุครัชกาลที่ 5 ซึ่งดูได้จากธงชาติบนเรือ เป็นภาพที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง

03

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ตำหนักพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ที่พระราชวังบางปะอิน ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2447
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
บันไดทางขึ้นสู่เฉลียงด้านหน้าตำหนักพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ที่พระราชวังบางปะอิน ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2447
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ศาลาโถง 5 ยอด ที่สวนข้างอนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ พระราชวังบางปะอิน ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2447

ภาพชุดนี้เป็นการเสด็จประพาสบางปะอิน ในภาพคือส่วนหนึ่งของพระราชวังบางปะอินที่เป็นฝ่ายใน จัดเรียงภาพจากมุมไกลไปหาใกล้ ได้เห็นผู้หญิงที่นั่งบนบันได เห็นชีวิตประจำวันของคนที่ตามเสด็จฯ ดูแล้วอาจจะชวนให้จินตนาการต่อว่า คนเหล่านี้กำลังคิดอะไร คุยอะไรกัน พยายามเล่าถึงการเสด็จประพาสในอีกมุมซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่น

04

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
พระยาโบราณบุรานุรักษ์ (พร เดชะคุปต์) กำลังสนทนากับนางอิ่ม ภรรยานายพัน บริเวณใต้ต้นไม้ริมตลิ่ง หน้าบ้านนางอิ่ม มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (ขวาสุด) พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช (ประทับนอนคว่ำ) และหลวงศักดิ์นายเวร (อ้น นรพัลลภ) แกล้งแสดงเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายภาพอยู่ห่างๆ เสร็จแล้วประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันที่บ้านพังม่วง เมืองนครสวรรค์นี้
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
บ้านหูกวาง เป็นสถานที่ตรงกับพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเรื่อง เจ้าฟ้าเพชร เจ้าฟ้าพร สั่งให้นายผลมหาดเล็กไปเชิญเสด็จเจ้าแม่ผู้เฒ่ามาขอพระราชทานอภัยโทษจากสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เรื่องทำสะพานข้ามบึงหูกวางไม่สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงแสดงเป็นเจ้าฟ้าเพชร (กลาง) พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสรรพศาสตรศุภกิจ เป็นเจ้าฟ้าพร และพระยาโบราณบุรานุรักษ์ (พร เดชะคุปต์) เป็นนายผลมหาดเล็ก (หน้า) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2449

สองภาพนี้แสดงให้เห็นว่า ในระหว่างที่รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ท่านก็มีช่วงเวลาผ่อนคลาย ด้วยการนำวรรณคดีต่างๆ มาเล่นเป็นละคร ให้ข้าราชบริพารมารับบทบาทต่างๆ เป็นภาพที่ได้เห็นความเป็นส่วนพระองค์ของท่าน

05 

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
พระเมรุงานพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ที่สวนมิสกวัน ระหว่างถนนราชดำเนินนอกกับวัดเบญจมบพิตร ระหว่างวันที่ 19 – 22  มีนาคม พุทธศักราช 2452

นิทรรศการช่วงแรกเริ่มต้นด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย แล้วปิดท้ายด้วยอารมณ์เศร้า เพราะรัชกาลที่ 5 ทรงสูญเสียพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ และพระองค์ทรงรักพระองค์เจ้าอุรุพงษ์ฯ มาก ตอนเสด็จฯ ประพาสยุโรปก็ได้เสด็จฯ ไปด้วย หลังจากกลับมาไม่ถึงปีก็สิ้นพระชนม์ พระองค์จึงทรงเสียพระทัยจนอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ 

งานนี้จึงนำภาพพระองค์เจ้าอุรุพงษ์ฯ ขณะที่เสด็จไปโบราณสถานแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดองค์ประกอบภาพและแสงเงาสวยมาก มาวางคู่กับภาพพระเมรุของพระองค์เจ้าอุรุพงษ์ฯ

06

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ผู้ป่วยชายในบริเวณโรงพยาบาลคนเสียจริต ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ผู้ป่วยสตรีในโรงพยาบาลคนเสียจริต (ปัจจุบันคือ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา) ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

นิทรรศการส่วนที่ 2 : ทุติยบรรพ สยามอันสุขสงบในรอยต่อของกาลเวลา 

เป็นภาพวิถีชีวิตที่ธรรมดา เป็นกิจวัตรของผู้คนในกรุงเทพฯ ให้บรรยากาศของความสุขสงบ ความเรียบง่ายของผู้คนและบ้านเมือง เป็นพื้นที่เล็กๆ ซึ่งเปรียบได้กับช่วงพักครึ่งของการแสดง เราเลยขอข้ามมาที่ส่วนที่ 3 เลย

นิทรรศการส่วนที่ 3 : ตติยบรรพ ตะวันออกบรรจบตะวันตก 

เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นบทบาทของชาวตะวันตกที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7

ภาพคู่นี้สวยและมีพลังมาก ทั้งในแง่ขององค์ประกอบภาพและอารมณ์ของคนในภาพ การถ่ายภาพฟิล์มกระจกในยุคนั้นใช้เวลาบันทึกภาพ 8 วินาที การกำกับผู้ป่วยเสียจริตให้จริตในตำแหน่งที่ลงตัวนิ่งๆ เป็นเวลา 8 วินาทีนั้นถือว่าไม่ใช่งานที่ง่ายเลย

07

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ชาวยุโรปถ่ายภาพกับรถยนต์เฟียต 509 ซึ่งผลิตที่อิตาลี ระหว่างพุทธศักราช 2468 – 2472
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ชาวยุโรปถ่ายภาพกับรถยนต์เฟียต 509 ซึ่งผลิตที่อิตาลี ระหว่างพุทธศักราช 2468 – 2472
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
บ้านไม้ช่วงสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีกอาคารด้านหนึ่งสูงสองชั้น ส่วนที่เหลือสูงชั้นเดียว หลังคาปั้นหยาผสมหลังคาจั่ว มุงกระเบื้องซีเมนต์ที่เรียกว่ากระเบื้องว่าว ฝาเรือนแบบสมัยเก่า คือแสดงโครงสร้างเสาและคร่าวผนังให้เห็นได้จากภายนอก

สามภาพนี้อยู่ในกล่องเดียวกัน ภาพฝรั่งสามคนในรถเก๋งถูกหยิบขึ้นมาก่อน ไม่มีใครทราบว่าทั้งสามคนนี้เป็นใคร หรือถ่ายที่ไหน จนหยิบภาพบ้านไม้ขึ้นมา ท่านผู้หญิงก็สังเกตเห็นว่า มุมเล็กๆ ในภาพคือฝรั่งสามคนและรถยนต์คันนั้น ถึงจะยังไม่ทราบว่าเป็นใครและที่ไหน แต่ก็ได้ความเชื่อมโยงของภาพเพิ่มขึ้น

08

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
สระว่ายน้ำที่ราชกรีฑาสโมสร ถนนสนามม้า (ถนนอังรีดูนังต์) เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2475

ท่านผู้หญิงสิริกิติยาชอบองค์ประกอบของภาพนี้มาก โดยเฉพาะการยืนของฝรั่งในภาพ ทำให้ภาพนี้มีความลงตัวในเชิงศิลปะสูงมาก ในขณะเดียวกันก็เป็นภาพประวัติศาสตร์ของสระว่ายน้ำที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบันที่ราชกรีฑาสโมสร

09

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ภาพหมู่นักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียลและคณาจารย์ (จากซ้ายไปขวา) คือ ภราดาหลุยส์แชนแนล ภราดาออกุสต์ ภราดาอัลเบรอน ถ่ายที่หน้าตึกมาร์ติน เดอ ตูร์ส หรือตึกแดง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2464 ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
นักเรียนโรงเรียนบาลีไวยากรณ์ วัดเบญจมบพิตร พระภิกษุในภาพคือพระราชเวที (หรุ่ม พรหมโชติโก) พระราชาคณะรูปแรกของวัดเบญจมบพิตร ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
โรงเรียนสวนนอกตั้งอยู่ทางทิศเหนือนอกกำแพงพระราชวังดุสิต สำหรับเป็นที่ศึกษาของหม่อมเจ้าและบุตรข้าราชบริพาร ในสำนักพระอัครชายาเธอกรมขุนสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ภาพถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีกล่องหนึ่งที่เต็มไปด้วยภาพหมู่รวมรุ่น ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ท่านผู้หญิงสนใจเรื่องราวในภาพ ทั้งเรื่องการเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาของมิชชันนารีด้วยการเปิดโรงเรียน ภาพของนักเรียนซึ่งมีหน้าตาคล้ายลูกครึ่งอยู่หลายคน ในขณะที่โรงเรียนวัดแบบไทยก็มีพระมาสอน เป็นช่วงเวลาที่เห็นถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก

10

ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
หุ่นจำลองศาลาเฉลิมกรุง ศาลาเฉลิมกรุงสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสฉลองพระนคร 150 ปี พุทธศักราช 2476 แล้วเสร็จและเปิดฉายภาพยนตร์เป็นครั้งแรกวันที่ 2 กรกฎาคม
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ศาลาเฉลิมกรุง ด้านแยกถนนตรีเพชรตัดกับถนนเจริญกรุง ระหว่างการก่อสร้าง ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2475 – 2476
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
ศาลาเฉลิมกรุง ด้านแยกถนนตรีเพชรตัดกับถนนเจริญกรุง เปิดให้บริการแล้ว ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2476
ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา นิทรรศการภาพถ่ายมรดกโลกที่เล่าเรื่องอีกมุมของสยาม
บริเวณโถงทางเข้าชั้นล่าง ศาลาเฉลิมกรุง มีป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่อง ทาร์ซาน ภาพถ่ายเมื่อพุทธศักราช 2476

นิทรรศการส่วนที่ 4 : จตุตถบรรพ เร่งรุดไปข้างหน้า 

เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการรับอิทธิพลของชาติตะวันตกที่ทําให้สยามประเทศขณะนั้นเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการสร้างและเชื่อมโยงระบบเส้นทางรถไฟ ซึ่งนําไปสู่การเติบโตทางการปกครอง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

ตัวแทนภาพชุดนี้ที่ท่านผู้หญิงใหม่เลือกมาคือภาพของศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของกรุงเทพฯ ในเวลานั้น ภาพชุดนี้เริ่มต้นด้วยภาพโมเดลของเฉลิมกรุง เมื่อก่อนเวลาที่จะสร้างตำหนักหรือพระราชวัง จะมีการทำแบบจำลองขึ้นมาให้พระมหากษัตริย์เลือก 

จากนั้นก็เป็นภาพช่วงก่อสร้าง ช่วงที่สร้างเสร็จแล้ว และภาพด้านในเมื่อเปิดให้บริการ เป็นประวัติศาสตร์ในยุคโมเดิร์น หรือประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ที่หลายคนก็ซึ่งมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นั้นก็ยังมีชีวิตอยู่

นิทรรศการ ‘ฟิล์มกระจก : เรื่องราวเหนือกาลเวลา’ กําหนดจัดพิธีเปิดนิทรรศการในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม – 20 กันยายน พ.ศ. 2563 นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการเสวนาวิชาการ จํานวน 2 ครั้ง ณ สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในวันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 หัวข้อ เบื้องหลังการอ่านภาพฟิล์มกระจก และในวันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563 หัวข้อ เล่าเรื่องการเก็บรักษาฟิล์มกระจกและภาพเก่า 

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th หรือ Facebook ของกรมศิลปากร และสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

หรือโทรศัพท์ หมายเลข 0 2281 1599

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เพิ่งเปลี่ยนทีมผู้บริหารชุดใหม่มาหมาดๆ งานแรกที่จะได้โชว์ฝีมือท่ามกลางข้อจำกัดมากมายก็คือ การจัดมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26 แบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23 – 31 ตุลาคม 2564

อธิบายให้เห็นภาพก็คือ แค่เราคลิกเข้าไปที่เว็บ www.thaibookfair.com เราก็จะเห็นรายชื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มาร่วมออกบูท แบบเดียวกับในงานหนังสือ แต่ละบูทก็มีรายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่ม รวมไปถึงการแบ่งหมวดหนังสือใหม่ หนังสือแนะนำให้ชัดเจน ซึ่งเราสามารถกดสั่งซื้อพร้อมรับส่วนลด ไม่ต่างจากการเดินเลือกซื้อในงานหนังสือที่เราคุ้นเคย

สำหรับนักอ่านที่ยังเคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะพุุ่งไปที่ไหนดี The Cloud ขอแนะนำหนังสือ 25 เล่ม จาก 25 สำนักพิมพ์ โดยมีหลักการอยู่ว่า เราพยายามเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาไปในแนวทางเดียวกับ The Cloud ถ้าชอบ The Cloud ก็น่าจะชอบหนังสือเหล่านี้

ต่อมา เราพยายามเลือกหนังสือใหม่ที่เพิ่งวางขายในงานมหกรรมหนังสือรอบนี้เป็นครั้งแรก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้บางสำนักพิมพ์ไม่มีหนังสือใหม่ เราก็อาจจะเลือกหนังสือที่วางขายในช่วงปีนี้มาแทน รวมไปถึงการแนะนำหนังสือพิมพ์ซ้ำที่น่าสนใจด้วย

เพื่อให้ง่ายกับการตามไปซื้อ เราเลือกแนะนำตามชื่อสำนักพิมพ์ (แบบเดียวกับบูทในงาน) ซึ่งบางบูทก็อาจจะมีหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นๆ วางขายด้วย

สุดท้าย ราคาที่ระบุ คือราคาพิเศษสำหรับงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้

ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมรับลายแทง แล้วไปเดินงานมหกรรมแห่งสือแห่งชาติแบบออนไลน์กันเลย

1.

สำนักพิมพ์ : 10 Millimetres

หนังสือ : Book SET [Limited] Myplaylist Munin X Scrubb

นักเขียน : Munin X Scrubb

ราคา : 1,290 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่รู้ว่านักเขียนการ์ตูนสุดละมุนอย่าง มุนิน หยิบ 5 บทเพลงของความสุุขและความเศร้าแบบเข้าใจได้ของ SCRUBB มาสื่อสารผ่านการ์ตูน จนเป็นหนังสือชื่อ Myplaylist ก็น่าสนใจแล้ว พอรู้ว่างานนี้ไม่ได้ทำแค่หนังสือแต่ยังมีของแบบลิมิเต็ดอีกเพียบ ก็เชียร์ให้เก็บแบบบ็อกเซ็ตไปเลย เพราะจะได้ทั้งซีดีซิงเกิ้ลพิเศษ โปสเตอร์ เข็มกลัด กระเป๋า โปสการ์ดพร้อมลายเซ็น SCRUBB และโปสการ์ดภาพจากหนังสือในเล่มด้วย

2.

สำนักพิมพ์ : Bookscape

หนังสือ : จิตรู้สำนึก: ท่องจักรวาลความคิด สำรวจโลกลี้ลับแห่งตัวตน

นักเขียน : อันนากา แฮร์ริส

นักแปล : พรนริศร์ ลีลาอาภรณ์

ราคา : 194 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ลองมาดูเรื่อง ‘จิตรู้สำนึก’ ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์กัน ผู้เขียน อันนากา แฮร์ริส จะพาเราไปทำความรู้จัก ‘จิตรู้สำนึก’ ที่ถือเป็นศูนย์กลางแห่งตัวตน เจตจำนง และอารมณ์ทั้งมวล ว่าสิ่งมีชีวิตและไร้ชีวิตใดบ้างมีจิตรู้สำนึก แล้วมีสองจิตรูู้สำนึกในร่างเดียวได้หรือไม่ จิตรู้สำนึกกำเนิดและอันตรธานไปเมื่อใด เป็นการมองทั้งในมุมของปรัชญาและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำไปถึงคำถามที่น่าสนใจอย่าง เราต้องญาติดีกับเหล่าปัญญาประดิษฐ์ไหม พืชเจ็บปวดแค่ไหน ผู้ป่วยแบบไหนนับว่าเป็นผัก และตัวตนของเราเป็นสิ่งจริงแท้หรือแค่ภาพลวง

3.

สำนักพิมพ์ : ดวงกมลสมัย

หนังสือ : เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ

นักเขียน : สังหิตา อรณี

นักแปล : ปรีชา ช่อปทุมมา

ราคา : 357.30 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในบรรดาหนังสือที่ดวงกมลสมัยจัดจำหน่าย แฟนหนังสือไทยดูจะคุ้นเคยกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่สุด เล่มที่เราอยากแนะนำมากคือ ‘หนังสือภาพ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ภาพโดย อิวาซากิ ชิฮิโระ สองเล่มจบแพ็กมาในกล่องมาสวยงาม ควรค่ากับการเก็บที่สุด แต่ว่าไม่ได้วางขายในงานนี้ 

เราก็เลยขอแนะนำวรรณกรรมจากอินเดียแทน ‘เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ’ เป็นผลงานของนักเขียนเด็กชาวอินเดีย ซึ่งมีนักเขียนเด็กชาวไทยทำภาพประกอบ เป็นการถ่ายทอดมหากาพย์ระดับตำนานของอินเดียซึ่งทาบทับอยู่บนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อมากมาย จึงออกมาเป็นมหาภารตะรสชาติสดใหม่มาก

4.

สำนักพิมพ์ : Exlibris

หนังสือ : โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง

นักเขียน : Eleanor H. Porter

นักแปล : วรรธนา วงษ์ฉัตร

ราคา : 234 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ใครชอบหนังสือบวกๆ ไม่ควรพลาดเล่มนี้ พอลลีแอนนา ตัวละครเอกในเรื่องเป็นเด็กหญิงกำพร้าที่ยากจนและโดดเดี่ยว ก่อนที่คุณพ่อจะจากไปได้สอนให้เธอรู้จัก ‘เกมดีใจ’ คือการมองหาสิ่งดีๆ ให้เจอแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย พลังบวกของเธอจึงทำให้ผู้คนทั้งเมืองสดใสขึ้น จนคำว่า Pollyanna กลายเป็นคำศัพท์ในพจนานุกรม มีความหมายถึงบุคคลิกและทัศนคติแบบพอลลีแอนนา เรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครเวที และซีรีส์ทางโทรทัศน์นับสิบครั้ง นักแสดงที่รับบทพอลลีแอนนา ได้รับรางวัลออสการ์ด้วยนะ

5.

สำนักพิมพ์ : G&E กำมะหยี่&เอิร์นเนส

หนังสือ : ตอบแสงตะวัน

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

ราคา : 270 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ตอบแสงตะวัน เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์บางลำพู ซึ่งมีเจ้าสำนักเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ นี่คือการรวม 38 ความเรียงของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ในรอบ 15 ปี มีทั้งเนื้อหาจากช่วงเวลานั้น และความคิดที่เรียงขึ้นใหม่ตอบโต้ตัวเองและโลก ทีแรกวรพจน์ตั้งใจจะเขียนหนังสือเล่มนี้คล้ายการคุยกับลูกสาว แต่พอเขียนไปเรื่องเล่าก็เปลี่ยนแปลงและหลากหลาย กลายเป็นคุยเรื่องเงิน ความรัก คุณค่า ชีวิตกับการงาน ความล้มเหลว มิตรภาพ รัฐประหาร ความกล้าหาญ และชีวิตของผู้คนในเมืองไทยยุคนี้ เป็นความเรียงที่จะชวนให้เราคิดและคุุยกับตัวเองต่อได้อีกยาวเลย

6.

สำนักพิมพ์ : Veritas

หนังสือ : วันที่หมาครองโลก

นักเขียน : คลิฟฟอร์ด ดี. ซิมัค

นักแปล : จิงโจ

ราคา : 540 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

หนังสือของสำนักพิมพ์ Veritas เล่มนี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์รางวัลอินเตอร์เนชั่นแนล แฟนตาซี อวอร์ด ค.ศ. 1953 เป็นตำนาน นิทาน และเรื่องเล่าข้างกองไฟที่บอกเล่าโดยหมาถึงการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ โดยมีตระกูลเวบสเตอร์และเจงคินส์ หุ่นยนต์ของตระกูลเวบสเตอร์เป็นศูนย์กลางการดำเนินเรื่องที่ยาวนานนับหมื่นปี ตั้งแต่การล่มสลายของเมือง การอพยพของมนุษย์ไปสู่ดวงดาวต่างๆ ไปจนถึงการก้าวขึ้นมาครองโลกของหมา การพิมพ์รอบนี้ มีตอนพิเศษตอนที่ 9 ซึ่งไม่มีในฉบับแปลไทยก่อนหน้านี้ แล้วก็ยังมีภาพประกอบต้นฉบับจากสมัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Astounding และ Fantastic Adventures อีกกว่า 20 ภาพ ลองไปดูกันว่า นิยายไซไฟที่เขียนขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน จินตนาการอะไรใกล้เคียงกับโลกตอนนี้บ้าง

7.

สำนักพิมพ์ : ร้านหนังสือยิปซี

หนังสือ : ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

นักเขียน : ศุภวิทย์ ถาวรบุตร

ราคา : 327 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

สำนักพิมพ์ยิปซีนั้นขึ้นชื่อเรื่องการหาหนังสือประวัติศาสตร์ในมุมแปลกๆ มาแปลอยู่แล้ว แต่เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่นๆ ตรงการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ที่เขียนโดย นักประวัติศาสตร์ชาวไทยที่น่าจับตามาก นั่นก็คือ ศุภวิทย์ ถาวรบุตร เขาพยายามจับสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นคนละขั้วอย่างประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์มารวมกัน ด้วยความคิดว่า หากประวัติศาสตร์คือศาสตร์ที่ต้องการเข้าใจสังคมมนุษย์นับตั้งแต่อดีต ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ประวัติศาสตร์จะบรรลุเป้าหมายนั้นโดยทิ้งวิทยาศาสตร์ไว้เบื้องหลัง ลองมาดูกันว่า วิทยาศาสตร์เขียนบทบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ไว้อย่างไรบ้าง

8.

สำนักพิมพ์ : Hummingbooks

หนังสือ : สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ)

นักเขียน : ลิซา วิงเกต

นักแปล : สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

ราคา : 333 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่รู้ว่าจำกันได้ไหมว่า ตอนที่ The Cloud สัมภาษณ์ อุ้ม สิริยากร เมื่อปีก่อน เธอเล่าว่ากำลังแปลหนังสือเล่มนี้อยู่ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหลายพันคนและ ‘ธุรกิจลูกบุญธรรม’ ที่เล่าผ่านการพบกันของสองตัวละครที่ค่อยๆ ขุดค้นเรื่องราวในอดีต เป็นความลับที่หลายคนพยายามฝังกลบให้มิด ในขณะที่บางคนก็เลือกที่จะไม่จดจำ

9.

สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย

หนังสือ : ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

นักเขียน : นายทน ตนมั่น

นักแปล : สงวน โชติสุขรัตน์

ราคา : 315 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในร้านของสายส่งพี่ใหญ่อย่างเคล็ดไทย มีหนังสือดีๆ ให้แนะนำมากมาย รอบนี้ขอเลือกหนังสือประวัติศาสตร์จากสำนักพิมพ์ศรีปัญญา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้เป็นหนังสือแปลที่แปลจากอักษรธรรมล้านนามาเป็นภาษากลาง ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2514 มีคนนำไปใช้อ้างอิงมากมาย พิมพ์ใหม่รอบนี้เลยพิมพ์แบบปกแข็งอย่างดี ควรค่าแก่การเก็บไว้ใช้อ้างอิงในชั้นหนังสือมาก

10.

สำนักพิมพ์ : KOOB

หนังสือ : พลังที่ซ่อนอยู่

นักเขียน : สุดารัตน์ เทียรจักร์

ราคา : 189 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

นักอ่านส่วนใหญ่คงรู้จักหนังสือของเจ้าสำนักพิมพ์อย่าง นิ้วกลม กันดีอยู่แล้ว เราเลยขอแนะนำหนังสือของนักเขียนคนอื่นบ้าง นั่นก็คือ องุ่น-สุดารัตน์ เทียรจักร์ เจ้าของเรื่องราว ชีวิตพลิกผันที่วันหนึ่งเธอก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าร่างกายไร้ความรู้สึกและสั่งการไม่ได้ แต่เธอก็ข้ามผ่านความทุกข์ไปสู่การทำความฝันให้เป็นจริงจนสำเร็จ รายละเอียดของเรื่องราวเปี่ยมพลังบวกจะเป็นยังไง ต้องไปติดตามกัน

11.

สำนักพิมพ์ : Li-Zenn

หนังสือ : นิวยอร์กคลุ้มคลั่ง

นักเขียน : เรม โคลฮาส

นักแปล : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์

ราคา : 1,000 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่บอกว่า นี่คือบันทึกชีวิตฝึกงาน 2 ปีในสำนักงานสถาปนิกที่นิวยอร์กช่วงยุค 70 -80 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และเมืองนิวยอร์กยุคนั้น ก็น่าสนใจแล้ว ยิ่งพอรู้ว่าคนเขียนคือ เรม โคลฮาส สถาปนิกชาวดัตช์ระดับตำนานของโลกก็ยิ่งน่าอ่าน หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2521 แปลไปแล้วกว่า 10 ภาษา และกำลังจะกลายเป็นหนังสือภาษาไทยที่มีความหนากว่า 600 หน้า ซึ่งต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น คนชอบงานสถาปัตย์ไม่ควรพลาดจริงๆ

12.

สำนักพิมพ์ : mangmoombook

หนังสือ : Becoming A Butterfly

นักเขียน : เมริษา ยอดมณฑป

ราคา : 265 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ด้วยความที่เจ้าสำนัก mangmoombook เป็นนักแปลภาษาจีนระดับเซียน งานส่วนใหญ่ก็เลยเป็นงานวรรณกรรมจีนแปล พอเห็นพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนของไทย ต้นฉบับเล่มนี้ก็คงจะไม่ธรรมดา ครููเม เจ้าของเพจ ‘ตามใจนักจิตวิทยา’ ที่มีผู้ติดร่วม 2 แสนคน ตั้งใจเขียนเรื่อง ‘ลิซ่า’ นักจิตวิทยาฝึกหัดที่เลือกเข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเคสหินของเด็กและเยาวชน เธอได้พบกับเด็กชายไม่พูด เด็กชายมังกร (โรคหลายบุคลิก) เด็กหญิงไร้เสียง (โรค Selective Mutism หรือ SM) เด็กชายโทรโข่ง (โรค Tics ในกลุ่มอาการ Tourette Syndrome) เด็กชายต่างดาว (โรคออทิสติกที่มีความสามารถสูง High-function Autism) และคนอื่นๆ รวม 12 เคส อ่านจบแล้วจะทำให้เราเข้าใจเด็กเหล่านี้มากขึ้น และเปลี่ยนจากความสงสารเป็นความอยากอยู่เคียงข้างน้องๆ เหล่านี้

13.

สำนักพิมพ์ : มติชน

หนังสือ : เมล็ด ไข่ไก่ และเจ้าหญิงนิทรา

นักเขียน : คณา คชา

ราคา : 132

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่ค่อยได้เห็นวรรณกรรมเยาวชนจากค่ายมติชนบ่อยนัก เรื่องนี้เกี่ยวกับ ‘เมล็ดพันธุุ์’ ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ทั้งทำตัวเหมือนนักโดดร่ม พึ่งพาสายลมให้ช่วยพัดพาไปเริ่มชีวิตใหม่ เมล็ดบางชนิดก็อาศัยอยู่ในท้องนกได้โดยไม่ตาย บางชนิดหลับใหลไปนานแสนนานแต่ก็ฟื้นคืนชีพมาได้ราวกับเจ้าหญิงนิทรา อ่านแล้วจะทึ่งกับความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า เมล็ด ซึ่งมีอยู่ทุกที่ แต่เราอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน

14.

สำนักพิมพ์ : มิวเซียมเพรส

หนังสือ : คริสตศิลป์กระจกสี โบสถ์คริสต์ในไทย

นักเขียน : ปติสร เพ็ญสุต

ราคา : 349 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ปติสร เพ็ญสุต ไม่ใช่นักเขียนอื่นไกล เขาเป็นคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ‘ครุ่นคริสต์’ ใน The Cloud นี่เอง เขาคือคนหนุ่มรุุ่นใหม่ที่หลงใหลและทุ่มเทให้กับการศึกษาคริสตศิลป์ในทุกมิติ ทั้งการเดินทางไปตามรอยตามสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงการจริงจังกับการสืบค้นข้อมูลจากเอกสารเก่า งานเขียนของเขาก็เลยมีมิติที่หลากหลายมาก เล่มนี้เขาจะพาเราไปภาพความหมาย สัญลักษณ์ ของภาพคริสต์ประวัติและนักบุญในโบสถ์คริสต์สำคัญของไทย ที่น่าจะทำให้หลายคนอ่านแล้วอินจนอยากเดินทางตามรอยเขาไปดูของจริงด้วยตาตัวเอง

15.

สำนักพิมพ์ : OMG BOOKS

หนังสือ : จดหมายถึงแซม

นักเขียน : Daniel Gottlieb

นักแปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ

ราคา : 256.50 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แค่อ่านพล็อตนี้ ก็อยากจะบอกว่า เอาเงินผมไปเลย 

– เมื่อแซมลืมตาดูโลก คุณตาแดเนียล ก็อตต์ลีบ ก็เริ่มเขียนจดหมายจากใจ ด้วยหวังให้หลานได้อ่านเมื่อโตขึ้น เขาอยากพูดถึงเรื่องสำคัญของชีวิต โดยมีแรงจูงใจลึกๆ คือ เขากลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ถึงวันที่หลานชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงอยากฝากบทเรียนที่มีความหมายไว้ และเมื่อแซมอายุ 14 เดือน เขาถูกตรวจพบว่ามีอาการบกพร่องทางสมองแบบรอบด้าน ซึ่งเป็นโรคออทิซึมรูปแบบหนึ่ง ภารกิจการเขียนนี้จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายกลายเป็นจดหมาย 32 ฉบับ ที่งดงามและสะเทือนอารมณ์เล่มนี้ นอกจากเป็นคุณตาผู้ละเอียดอ่อนแล้ว เขายังเป็นนักจิตบำบัดปริญญาเอก และเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เขาเกือบเสียชีวิต จดหมายถึงแซม คืองานเขียนที่บริสุทธิ์ ลึกซึ้ง อ่อนไหว ที่ชวนให้ใคร่ครวญว่าการเป็นมนุษย์มีความหมายอย่างไร

16.

สำนักพิมพ์ : P.S. Publishing

หนังสือ : Fuel Romance เชื้อเพลิงโรมานซ์เว่อร์

นักเขียน : อุเทน มหามิตร

ราคา : 240 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

อุเทน มหามิตร เป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองโดดเด่นแบบไม่ซ้ำใคร ทั้งงานเขียนแนวกวีที่เซอร์เรียลมาก และภาพวาดที่ดิบแต่ได้อารมณ์มาก เล่มนี้เป็นการพิมพ์ซ้ำงานเก่าที่นำ50 เรื่องรักโรมานซ์เว่อร์ งดงาม เพ้อพก เซอร์เรียล พร้อมภาพวาดระบายสี ทบทวีมวลรวมความสุขแบบเว่อร์ๆ ตั้งใจพิมพ์แบบปกแข็งให้เก็บกันเลย ถ้านึกไม่ออกว่า งานเขียนของเขาเซอร์เรียลยังไง ลองอ่านตัวอย่างนี้

มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยเนินทรายเจิดจ้า ทุกครั้งที่ย่ำเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทรายยุบจะดึงเท้าลากถอยหลังไปครึ่งก้าว ถัดจากเนินทรายก็คือเนินทราย เนินแล้วเนินเล่า เขาคงไปไม่ถึงเธอ ตอนนี้ริมฝีปากกลายเป็นกระดาษทรายขัดปูนที่ใช้แล้ว เขาคิดถึงเธอ คิดถึงรสจูบผ่านริมฝีปากนุ่มเหมือนพายมะพร้าวอ่อน คิดถึงลิ้นสัมผัสพันกันเหมือนปลิงทะเลสองตัว

17.

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

หนังสือ : หญิงสาวผู้ชิมอาหารให้ฮิตเลอร์

นักเขียน : Rosella Postorino

นักแปล : สิรีธร ถาวรปิยกุล

ราคา : 270 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นวนิยายเรื่องนี้ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ มาร์กอท เวิล์ค ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอกับหญิงสาวอีก 14 คน ทำหน้าที่เป็นคนชิมอาหารให้ฮิตเลอร์เพื่อให้แน่ใจว่าในอาหารไม่มียาพิษ ในบรรดาหญิงสาวทั้งหมด เวิล์คเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากสงคราม จนมาเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 2014 ในวัย 96 ปี เรื่องนี้ไม่ใช่บทบันทึกประวัติศาสตร์แห้งๆ แต่ยังเล่าถึงมิตรภาพและความอิจฉาริษยาในหมู่นางชิม ไปจนถึงความสัมพันธ์ของเธอกับนายทหาร เรื่องนี้กวาดรางวัลในอิตาลีมาได้ชุดใหญ่เลยทีเดียว

18.

สำนักพิมพ์ : RiverBooks

หนังสือ : ..และตราบชั่วฟ้าดินสลาย

นักเขียน : คีริลล์ บาร์สกี้

นักแปล : –

ราคา : 700 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นี่คืองานเขียนของ คีริลล์ บาร์สกี้ อดีตเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย เขาเป็นนักการทูตที่ได้เดินทางไปประจำการในหลายประเทศ แล้วเขาก็มีฝีไม้ลายมือด้านการเขียนทั้งร้อยแก้วและกวีนิพนธ์ มีผลงานตีพิมพ์แล้วหลายเล่ม เล่มนี้เขาเล่าถึงชีวิต ความรัก มิตรภาพของผูุ้คน โดยเขาวาดภาพประกอบเองทั้งเล่ม เพื่อถ่ายทอดในสิ่งทีไม่สามารถสื่อสารผ่านตัวหนังสือได้

19.

สำนักพิมพ์ : สานอักษร

หนังสือ : ตาตุปาตุเด็กฝึกงานสุดเพี้ยน

นักเขียน : Aino Havukainen and Sami Toivonen

นักแปล : กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์

ราคา : 219 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

สานอักษรเป็นสำนักพิมพ์ประจำโรงเรียนรุุ่งอรุณ ที่เน้นพิมพ์นิทานเด็ก มีผลงานดีๆ เยอะมาก โดยเฉพาะเซ็ตนิทานล่าสุดเรื่อง ฤดูกาล แต่คราวนี้เราขออนุญาตขอแนะนำหนังสือของสำนักพิมพ์นาวาที่สานอักษรช่วยวางขาย นั่นก็คือ ตาตุปาตุ นิทานชื่อดังของฟินแลนด์ที่ผู้ใหญ่ก็หยิบมาอ่านได้เพลินๆ เล่มล่าสุดคือตอน เด็กฝึกงานสุดเพี้ยน ไปดูกันว่า ตาตุและปาตุสองพี่น้องแสนซนเห็นผู้ใหญ่ไปทำงานแต่เช้าทุกวัน เลยคิดว่าจะสนุกแค่ไหนถ้าเด็กๆ ได้ลองฝึกงานบ้าง เลยไปเรียนรู้งานจากผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งคุณครู นักอบขนม พนักงานดับเพลิง ช่างไม้ นักดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ลองไปดูกันว่า ไอเดียแสนบรรเจิดที่มาพร้อมภาพวาดที่เต็มไปด้วยรายละเอียด มีดียังไง ผู้คนฟินแลนด์ถึงติดอกติดใจกันนักหนา

20.

สำนักพิมพ์ : Salmonbooks

หนังสือ : THE PEOPLE เรื่องเล่า ‘คน’ เปลี่ยนโลก

นักเขียน : ทีมนักเขียน THE PEOPLE

ราคา : 215 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แฟนๆ เว็บไซต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องคนอย่าง The People น่าเก็บเล่มนี้มาก เพราะเป็นการรวมบทความว่าด้วยชีวิตของผู้คนที่พยายามทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ ตั้งแต่การลงทุนสร้างสวนสนุกของคุณพ่อเพื่อลูกสาวผู้มีปัญหาทางร่างกาย เด็กชายผู้ลงมือประดิษฐ์กังหันเพื่อส่งต่อแสงสว่างสู่ชุมชุน วิศวกรสาวผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก คุณครูที่สละเงินเดือนให้กับอนาคตการศึกษาของลูกศิษย์ ทหารผ่านศึกอายุร่วมร้อยกับการรักษาหมู่บ้านโบราณด้วยศิลปะ ไปจนถึงนักข่าวหญิงแกร่งผู้รายงานข่าวสงครามจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ชื่อนักเขียน The People การันตีความเข้มข้นอยู่แล้ว

21.

สำนักพิมพ์ : SALT

หนังสือ : Gamification

นักเขียน : ตรัง สุวรรณศิลป์

ราคา : 195 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

หลายปีที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องกลยุทธ์การสะกดใจคนให้ติดอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ ด้วยการใช้วิธีแบบเกม หรือ Gamification กันอยู่บ่อยๆ ‘เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม’ เล่มนี้เขียนโดยแชมป์บอร์ดเกม Catan คนแรกของประเทศไทย และเจ้าของเพจ Beyond Board เขาจะมาอธิบายหลักการนี้แบบถอดรหัสให้เห็น และแนะนำวิธีออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนให้ได้ตามที่เราต้องการด้วยกลไกแบบเกม ซึ่งใช้ได้ในหลายวงการ ทั้งการศึกษา การทำงาน การส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการทำการตลาดเลย

22.

สำนักพิมพ์ : แสงแดด

หนังสือ : อาหารไทยจงเจริญ

นักเขียน : ชรินรัตน์ จริงจิตร

ราคา : 711 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เมื่อหนังสือพิมพ์อาหารไทยอันดับหนึ่งของประเทศอย่างแสงแดดลุกขึ้นมาทำตำราอาหารไทยแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนสูตรยอดนิยมกว่า 100 สูตร ทั้งน้ำพริก ยำ ต้มตุ๋น ผัด แกง และอาหารจานเดียว พร้อมเคล็ดลับและรายละเอียดของหลายเมนูที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมกับเทคนิคการทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เครื่องแกง การเตรียมเครื่องปรุง ไปจนถึงวิธีดูแลครัวและเครื่องครัวให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็น่าสนใจแล้ว แล้วก็พิเศษขึ้นไปอีกเมื่อ เล่มนี้จัดทำออกมาแบบใส่ใจในรายละเอียดมาก ทั้งภาพถ่าย เลย์เอาต์ รูปเล่ม ที่สวยเก๋แบบร่วมสมัย ลบภาพตำราอาหารของคุณยายไปได้หมดเลย คนรักอาหารไทยและคลั่งไคล้หนังสือ ควรมีหนังสือปกแข็งเล่มนี้ไว้สักเล่มนะ

23.

สำนักพิมพ์ : สมมติ

หนังสือ : เสื้อโค้ต

นักเขียน : นิโคไล โกโกล

นักแปล : ไชยันต์ รัชชกูล

ราคา : 200 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ผลงานเรื่องสั้นอมตะของ นิโคไล โกโกล นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของรัสเซียแห่งศตวรรษที่ 19 เล่มนี้ พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ว่ากันว่าเป็นที่สุดของเรื่องสั้นที่วิพากษ์ ตีแผ่ และทะลุทะลวงระบบรัฐราชการได้อย่างแสบสัน เป็นเรื่องของข้าราชการระดับเสมียนที่มีงานหลักคือคัดลอกเอกสาร จนวันหนึ่ง เสื้อโค้ตก็ทำให้เขาได้พบความหมายใหม่ของชีวิต ทว่าโชคชะตาอันเลวร้ายกลับบันดาลให้เขาสูญเสียมันไปในชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืน และในวินาทีถัดมานั้นเอง ทั้งรัสเซียก็สั่นสะเทือน ส่วนพล็อตนี้จะโยงเข้ามาหาการวิพากษ์ระบบราชการอย่างไร ต้องไปติดตามกัน

24.

สำนักพิมพ์ : SonginThings

หนังสือ : ถั่วงอกและหัวไฟ กับจิตวิญญานอันบ้าคลั่ง เล่ม 9

นักเขียน : ทรงศีล ทิวสมบุญ

ราคา : 365 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เผลอแป๊บเดียว นิยายภาพยุคบุกเบิกของไทยอย่าง ถั่วงอกและหัวไฟ ก็เดินทางมาครบ 15 ปีแล้ว ทรงศีลเขียนเล่ม 9 ขึ้นมาฉลองวาระนี้แบบสุดพิเศษ นั่นก็คือ เขาผลิตเองทุกขั้นตอน ผ่านสำนักพิมพ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตั้งใจเปิดเผยความลับบางประการที่ซุกซ่อนผ่านวันเวลามากว่า 15 ปี ผ่านภาพที่วาดด้วยมือทุกหน้าอย่างประณีต ผสานเรื่องราวเข้มข้น และไม่ใช่แค่สร้างสรรค์นิยายภาพ แต่อยากสร้างงานศิลปะที่เล่าเรื่องราวอย่างทรงพลัง และเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งการอ่านให้เป็นความทรงจำอันมิรู้ลืม แฟนๆ ก็ไม่ควรพลาดนะ มีให้เลือกซื้อทั้งปกแข็งและปกอ่อนเลย

25.

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา

หนังสือ : บัณฑิต กับ นักบุญ

นักเขียน : อรุณธตี รอย

นักแปล : รวิวาร รวิวารสกุล, ชาวาร์ เกษมสุข

ราคา : 300 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อยู่ตรง อรุณธตี รอย นักเขียนชาวอินเดียเจ้าของรางวัลบุ๊กเกอร์ไพรซ์ ค.ศ. 1997 ลุกขึ้นมาตั้งคำถามแล้วตามไปหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิตนักต่อสูุ้ชื่อดังสองคนของอินเดีย อย่าง มหาตมะ คานธี และ ดร.บี.อาร์. อัมเบดการ์ ความคิดของพวกต่างกันคนละขั้ว แต่ทั้งคู่ก็ได้รับการบูชาประหนึ่งเทพเจ้า และสิ่งที่ทำต่างก็ส่งอิทธิพลต่อการเมืองร่วมสมัยของอินเดียมากมาย หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้รู้จักวีรบุรุษของอินเดียอีกคนอย่างอัมเบดการ์ รวมถึงได้รู้จักคานธีในอีกมุมด้วย

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load