10 มิถุนายน 2024
2

เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้าน นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกให้ลุกนั่งสบาย ยังสร้างบรรยากาศให้สถานที่นั้น ๆ เปลี่ยนไปด้วย อาจทำให้รู้สึกสงบจนอยากพักผ่อน หรือสนุกจนอยากสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ

ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์มากมายในตลาด ‘Fritz Hansen’ คือแบรนด์สัญชาติเดนมาร์กที่โดดเด่นด้านดีไซน์ การตัดเย็บ วัสดุที่เลือกใช้ และความคงทนในระดับที่สินค้าบางตัวมีอายุเกิน 100 ปีแล้ว

บางคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์นี้หน้าตาเป็นยังไง เราขอยกตัวอย่างเป็น ‘The Egg Chair’ ที่ดีไซน์โดย อาร์เน่ ยาคอบเซ่น (Arne Jacobsen) เก้าอี้ทรงไข่ไร้เหลี่ยมในทุก ๆ มุม ให้ความรู้สึกเหมือนเก้าอี้กำลังโอบกอดร่างของเราไว้ ซึ่งเคยไปปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์ Men in Black, Zoolander และ Help! ที่นำแสดงโดย The Beatles

คอลัมน์ Big Brand ตอนนี้มีแขกรับเชิญที่จะมาเล่าความน่าสนใจของแบรนด์นี้ถึง 2 คน หนึ่งคือ อ๋อง-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท NORSE Republics ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสแกนดิเนเวีย และสองคือ เติร์ก-สิทธานต์ สงวนกุล แฟนคลับตัวยง

แต่ก่อนจะไปหาคำตอบว่าทำไม Fritz Hansen ถึงเป็นที่รักของคนทั้งโลกมากว่า 152 ปี เราขอชวนไปเข้าห้องเรียนประวัติศาสตร์แบรนด์สักคาบหนึ่งก่อน

FRITZ HANSEN 101

Fritz Hansen ก่อตั้งขึ้นในปี 1872 โดย ฟริตซ์ ฮานเซ่น (Fritz Hansen) ช่างไม้ชาวเดนมาร์ก ด้วยฝีมืออันประณีตและดีไซน์ที่โดดเด่นในยุคนั้น ใช้เวลาไม่นานผลงานของฟริตซ์ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ 

เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 คริสเตียน ฮานเซ่น (Christian Hansen) ลูกชายของฟริตซ์ควบตำแหน่งทายาทรุ่นที่ 2 ก็ริเริ่มนำเทคโนโลยีการดัดไม้ด้วยไอน้ำมาใช้ในโรงงาน ส่งผลให้ไม้มีความยืดหยุ่นดัดโค้งงอเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นได้ 

ในช่วง 50 ปีแรก Fritz Hansen ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลเดนมาร์กให้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในรัฐสภา ศาลฎีกาที่พระราชวังคริสเตียนสบอร์ก ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ศาลาว่าการโคเปนเฮเกน และสถาบันสำคัญอื่น ๆ ซึ่งหลายตัวก็ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ถือเป็นยุคทองของแบรนด์เลยก็ว่าได้ เพราะมีการออกแบบที่โดดเด่น ร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดังในขณะนั้น และมีคอลเลกชันที่กลายมาเป็นไอคอนิกของแบรนด์จวบจนทุกวันนี้

เริ่มกันที่ อาร์เน่ ยาคอบเซ่น (Arne Jacobsen) สถาปนิกและนักออกแบบคนสำคัญของ Fritz Hansen ปี 1952 เขาได้รับโจทย์จากบริษัทผลิตยาให้ทำเก้าอี้ที่ใช้ในโรงอาหาร ก่อนจะออกแบบ ‘The Ant Chair’ เก้าอี้ที่ใช้ไม้อัดเพียงแผ่นเดียวตั้งแต่ที่นั่งไปจนถึงพนักพิง และมีเพียง 3 ขา เพื่อลดความเกะกะในการใช้งาน อีกทั้งยังวางซ้อนกันได้ด้วย 

หลังปล่อยสินค้าออกไป The Ant Chair ก็สร้างความฮือฮาให้วงการออกแบบ เพราะนอกจากวิธีการผลิตที่แปลกใหม่ ยังมีรูปลักษณ์แปลกตา มาพร้อมฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง จนกลายเป็นผลงานสร้างชื่อของยาคอบเซ่น

(อย่างไรก็ดี หลังได้รับฟีดแบ็กว่ามีแค่ 3 ขาแล้วรู้สึกไม่มั่นคง ในเวลาต่อมาแบรนด์ก็ออกรุ่นที่เป็น 4 ขาออกมาด้วย)

ปี 1955 ยาคอบเซ่นพัฒนา The Ant Chair ให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น ออกมาเป็น ‘The Series 7 Chair’ ที่ยังคงโดดเด่นด้วยการใช้ไม้อัดเพียงแผ่นเดียวเหมือนตัวต้นแบบ แต่เพิ่มความกว้างมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้นั่งได้อย่างสบาย กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และยังคงทรงอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน 

“ถ้าว่ากันตามยอดขาย นี่คือสินค้าที่ขายดีที่สุดของ Fritz Hansen” คุณอ๋องเล่าเสริม 

3 ปีต่อมา ยาคอบเซ่นมีโอกาสไปออกแบบโรงแรม SAS Royal Hotel ซึ่งเป็น Design Hotel แห่งแรกของโลก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Radisson Collection Royal Hotel ในปัจจุบัน โดยภายนอกเป็นอาคารปริซึมสี่เหลี่ยม ส่วนด้านหน้าเป็นกระจกและเหล็ก มาพร้อมความสูง 22 ชั้น 

เพื่อให้เกิดความแตกต่าง พอเหลี่ยมข้างนอกจนสาแก่ใจ ยาคอบเซ่นก็เปลี่ยนการออกแบบภายในให้เป็นทรงโค้งและมน ซึ่งเป็นที่มาของ The Egg Chair นั่นเอง

ด้วยหน้าตาที่สุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์ แถมมาพร้อมแพ็กเกจนั่งสบาย บวกความเป็นส่วนตัว The Egg Chair จึงกลายเป็นคอลเลกชันสุดไอคอนิกของแบรนด์ และเป็นสัญลักษณ์ของการออกแบบยุคกลางศตวรรษที่ 20

แต่ใช่ว่าเฟอร์นิเจอร์ของ Fritz Hansen จะมีแต่สิ่งโค้ง ๆ มน ๆ เพราะ พอล เคียร์โฮล์ม (Poul Kjærholm) เขามาพร้อมความเหลี่ยมและแหลม ด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างเหล็กมาเป็นองค์ประกอบหลัก

เคียร์โฮล์มเชื่อว่าการออกแบบควรจะเรียบง่ายและยึดฟังก์ชันเป็นหัวใจหลัก เขาจึงเลือกใช้เหล็กแทนไม้ เพราะอยากโชว์โครงสร้างของเฟอร์นิเจอร์ พร้อมผสมผสานวัสดุจากธรรมชาติเพื่อให้เกิดความโดดเด่น

ผลงานสร้างชื่อให้เคียร์โฮล์มก็มีเก้าอี้ ‘PK25’ (ปี 1952) ที่ใช้เหล็กเพียงแผ่นเดียวดัดเป็นขาเก้าอี้ ยึดเป็นที่นั่งและพนักพิง โต๊ะกาแฟ ‘PK61’ (ปี 1955) โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหน้าตาเรียบหรู มีโครงเหล็กเป็นฐาน ด้านบนเป็นกระจก หินอ่อน หรือแกรนิต และซีรีส์ ‘PK31’ (ปี 1958) ที่มีทั้งเก้าอี้และโซฟา โดดเด่นด้านการใช้โครงเหล็กผสมผสานกับหนัง ออกมาเป็นโซฟาที่แค่เห็นก็รู้แล้วว่านุ่มสบายแน่นอน

และผลงานการออกแบบของเคียร์โฮล์มนี่เองคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณเติร์กเริ่มเข้าสู่วงการ Fritz Hansen

ต่อไปนี้คือบทสนทนาของแฟนแบรนด์ Fritz Hansen ที่จะมาช่วยป้ายยา เอ้ย เล่าเหตุผลที่พวกเขารวมถึงใครต่อใครหลายคนต่างเทใจให้แบรนด์

คุณเริ่มรู้จักแบรนด์ Fritz Hansen ตั้งแต่เมื่อไหร่

เติร์ก : ผมเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์หน้าตาแบบนี้ตามร้านอาหารหรือคาเฟ่ต่าง ๆ มานานแล้ว แต่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักอย่างจริงจังในช่วง 5 – 6 ปีที่แล้วที่เริ่มเดินทางต่างประเทศเยอะ ๆ 

ส่วนตัวเป็นคนชอบงานดีไซน์อยู่แล้ว มีโอกาสได้ลองซื้อชิ้นแรกช่วงที่เริ่มทำบ้านใหม่ พอเราโตประมาณหนึ่ง ความชอบก็จะเริ่มนิ่ง รู้ว่าเราเหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไร

ถูกใจตัวไหนเป็นพิเศษ

เติร์ก : ถ้าเอาแบบเห็นแล้วสตันต์เลย ผมยกให้ ‘Oksen’ ที่ออกแบบโดยยาคอบเซ่น มันเป็นเก้าอี้ที่ให้ความรู้สึกทรงพลังมาก เป็นหนึ่งใน Wish List ที่ถ้ามีพื้นที่แล้วอยากจะเก็บ

อ๋อง : ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้ผลิตแล้วครับ

เติร์ก : ผมชอบตระกูล PK ทั้งหมด ชอบหมดทุกแบบ รู้สึกว่ามันเท่ ไม่ได้ Old Handcraft หรือนุ่มนวลเกินไป ชอบ ‘PK11’ มาก เก้าอี้ 3 ขาทำจากสเตนเลส ที่นั่งเป็นเบาะหนัง พนักพิงจะโค้งรับกับหลัง เป็นเก้าอี้ที่แค่มองก็สวยแล้ว พอได้ครอบครอง PK11 แล้ว ผมก็เริ่มมองหาตัวอื่น อย่างตอนนี้ชอบ ‘PK31’ แต่บ้านยังไม่มีที่วาง ประกอบกับคิดว่ายังไม่ต้องรีบซื้อตอนนี้ก็ได้

ทำไมคิดว่ายังไม่ต้องรีบซื้อ

เติร์ก : เฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนเสื้อผ้า ไม่มี Shelf Life และมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ว่าง ไม่ใช่แค่ซื้อแล้วจบ แต่เราก็เสียพื้นที่ว่างไปด้วย สมมติถ้าตรงนี้มีเฟอร์นิเจอร์แล้ว พออันใหม่มา อันเก่าจะไปวางตรงไหน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ไม่ได้หาที่วางใหม่ได้ง่าย ๆ

อ๋อง : เข้าใจคุณเติร์กนะ เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นกิเลสที่ไม่ได้ระงับได้ด้วยการซื้อ บางคนก็ถือคติว่าขอชอบไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องครอบครองก็ได้

ย้อนกลับไปในประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์อย่างเดนมาร์ก ทำไมชาวสแกนดิเนเวียนถึงให้ความสำคัญกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

อ๋อง : ประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นเพราะแถบนั้นมีฤดูหนาวที่ยาวนานมาก ชีวิตของคนจึงผูกติดกับบ้าน เขาเลยอยากเอาธรรมชาติข้างนอกอย่างไม้ หิน หรือสิ่งต่าง ๆ เข้ามาในบ้านให้มากที่สุด เฟอร์นิเจอร์จึงกลายมาเป็นสิ่งทดแทนธรรมชาติเหล่านั้น 

คิดว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ดีส่งผลต่อการอยู่อาศัยยังไง

เติร์ก : สำหรับผมส่งผลค่อนข้างมาก บางคนชอบใช้เวลาในห้องครัวก็จะลงทุนกับเครื่องครัว ส่วนตัวเราชอบงานดีไซน์ ชอบเดินลูบ ๆ คลำ ๆ ก็จะลงทุนกับพวกเก้าอี้หรือโต๊ะ ซึ่งพอตั้งอยู่ในบ้านก็เหมือนมี Eye Candy แค่ได้มองก็มีความสุขแล้ว

อ๋อง : ลูบนี่เป็น Gesture หลักของคนชอบแบรนด์นี้นะ (หัวเราะ)

เติร์ก : PK11 ตัวนี้ผมก็ไม่ชอบนั่ง เพราะนั่งแล้วมันไม่เห็น เลยเอาเสื้อมาวางพาด หรือไม่ก็ให้แมวนั่งแทน แต่ถ้าเป็นตัวที่ใช้บ่อยคือ ‘PK55’ เป็นโต๊ะทำงานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แข็งแรงมาก ๆ ไม่โยกเยก ดูน้อยแต่มาก 

เฟอร์นิเจอร์ Fritz Hansen มีเสน่ห์อีกอย่างคือวัสดุของเขามาจากธรรมชาติจริง ๆ อย่าง PK55 ตอนมาดูที่โชว์รูมมันเป็นโต๊ะไม้สีเข้ม เห็นแล้วชอบเลย แต่พอไปส่งที่บ้าน ตัวใหม่ดันเป็นไม้สีอ่อน แอบตกใจเพราะไม่เหมือนที่เคยเห็น แต่พอเข้าใจว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะเข้มขึ้นเอง ตอนนี้ 2 ปีกว่าก็เข้มกว่าวันแรก

อ๋อง : เขาตั้งใจออกแบบให้เหมือนกับมนุษย์ครับ พอเกิดมาเราจะมีผิวขาว แต่พอโตขึ้น โดนแดด ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มเข้มขึ้น ไม่ใช่แค่กับ PK55 แต่ทุกตัวของ Fritz Hansen ยิ่งเก่าจะยิ่งสวย

ในความคิดของคุณ อะไรคือจุดเด่นของแบรนด์นี้

เติร์ก : ผมว่าพอเขาไม่ได้มีรุ่นเยอะมาก มีแค่คอลเลกชันหลัก ๆ แล้วเปลี่ยนวัสดุได้ ทำให้ลูกค้าไม่งง และดีไซน์ที่ไม่ได้วินเทจจ๋า ๆ ทำให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในบ้านได้ง่าย

ช่วงนี้คอนเทนต์แต่งบ้านเองเยอะขึ้น โดยเฉพาะแนว Mid-century ซึ่งน่าจะตรงยุคกับเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์พอดี ถ้าอยากมี Fritz Hansen ในบ้านสักตัว คุณแนะนำเป็นคอลเลกชันไหน

เติร์ก : ถ้าเลือกได้ตัวเดียว ผมคิดว่า ‘PK80’ ที่เป็น Day Bed ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จะนั่ง นอน ยืด หรือจะวางของก็ทำได้หมดเลย 

อ๋อง : เป็นตัวที่เรียบง่ายมากเลย ตอนสร้างโชว์รูมจำได้ว่ามีช่างมาติดตั้งแอร์แล้วตัวนี้อยู่ในโชว์รูม แล้วช่างบอกว่าเคยเห็นตัวนี้ ผมถามว่าเคยเห็นที่ไหน เขาบอกว่าบ้านของ คุณเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ แล้วอีก 2 ปีถัดมาคุณเอ๋มาที่โชว์รูม ผมมีโอกาสเจอเลยถามว่ามีตัวนี้ในบ้านจริงไหม ปรากฏว่ามีจริง ๆ ผมก็คิดนะว่าช่างจะจำได้ยังไง มันต้องอิมแพกต์กับเขามาก ๆ ถึงขนาดจำได้ และรุ่นนี้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายที่ เพราะเข้าได้กับทุกพื้นที่

บางคนที่ไม่ได้อยู่สายเฟอร์นิเจอร์อาจคุ้นเคยเก้าอี้ทรงนี้แต่ไม่รู้ชื่อแบรนด์ คุณเห็นแล้วรู้เลยเหรอว่านี่คือ Fritz Hansen

เติร์ก : ถ้าถาม ณ วันนี้ก็คิดว่ารู้ เพราะว่ามีรุ่นไม่เยอะ เวลาไปโชว์รูมสัก 2 – 3 รอบก็จะพอจำได้แล้ว แต่ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ให้มองแล้วบอกอันนี้ Fritz Hansen แน่ ๆ ก็คงไม่ขนาดนั้น

อ๋อง : ด้วยความที่ Fritz Hansen ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์หลายคน เลยจะเป็นเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์คนนั้น ๆ มากกว่า อย่างเคียร์โฮล์มที่ทำ PK ก็เด่นเรื่องเหล็กมาก ๆ หรือยาคอบเซ่นที่ทำทรงโค้งมน แม้ทั้ง 2 คนจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผลงานก็ยังได้รับความนิยมอยู่

ถ้าพูดถึงดีไซเนอร์ที่ร่วมงานกับ Fritz Hansen ในปัจจุบันก็จะมีคนโดดเด่นอย่าง ไฮเม่ ฮายอน (Jaime Hayon) นักออกแบบชาวสเปนผู้ออกแบบโชว์รูม Fritz Hansen ในไทย เขามี Sense of Humor ค่อนข้างสูง ผลงานจึงมีทั้งความน่ารักและสนุก

ปิเอโร ลิซโซนี (Piero Lissoni) เป็นนักออกแบบชาวอิตาเลียนที่โดดเด่นด้านการทำไซซ์ใหญ่ ๆ มีฟังก์ชันหลากหลาย ถ้าทำโซฟาก็จะเป็น Oversize ขณะที่ ซิซีลี มานซ์ (Cecilie Manz) นักออกแบบชาวเดนมาร์ก งานของเธอมองแล้วอาจดูเรียบ ๆ ไม่มีอะไร แต่พอมองใกล้ ๆ จะรู้เลยว่าเป็นงานละเอียดมาก ๆ ทำให้ผลงานออกมาสวย

คิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้แบรนด์อยู่มาได้กว่า 150 ปี ทั้ง ๆ ที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย

เติร์ก : ผมว่าสำคัญสุดน่าจะเป็นความ Authentic ที่รุ่นไม่เยอะ แต่คุณภาพดีมาก ๆ ในระดับที่ผมว่าผมเป็นคนใช้งานสมบุกสมบันประมาณหนึ่ง ไม่ได้ถือคติว่าซื้อมาแพงแล้วต้องถนอม สินค้าก็ยังสภาพดีทุกตัว

อ๋อง : มีเรื่องหนึ่งที่อยากจะแชร์ เมื่อก่อนที่โชว์รูมจะมีเก้าอี้รุ่น ‘China Chair’ เป็นตัวที่แพงที่สุดใน Fritz Hansen เลย ประมาณ 400,000 บาท มีคุณยายคนหนึ่งมากับหลาน ถือหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาถามหาเก้าอี้ ‘N01’ ก็มาลองนั่งกัน มีจังหวะหนึ่งที่หลานไปนั่ง China Chair แล้วรู้สึกสบายดี แต่พอรู้ราคาก็ช็อกไปเลย ระหว่างนั้นคุณยายเล่าให้ฟังว่าแกอยู่อังกฤษมา 40 กว่าปี ตอนนั้นซื้อเฟอร์นิเจอร์เยอะมาก พอกลับมาไทยเมื่อ 20 ปีก่อน เขาขนกลับมาหมดเลย เพราะทุกชิ้นเป็นความทรงจำของเขา จำได้หมดว่าซื้อที่ไหน ใครชอบนั่ง แม้วันนี้คนนั้นอาจจะไม่อยู่แล้ว แต่พอมองเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นก็ทำให้จำได้ แล้วแกก็หันไปบอกว่าเก้าอี้ 400,000 บาทยังถูกกว่ารถที่หลานขับมาเลย

คุณยายได้ซื้อไปไหม

อ๋อง : ทุกคนที่ได้ฟังจะถามแบบนี้ (หัวเราะ) แม้สุดท้ายเขาจะไม่ได้ซื้อไป แต่ผมว่ามันทัชมากเลย เหมือนเฟอร์นิเจอร์เป็นมากกว่าแค่ของแต่งบ้าน 

เติร์ก : อันนี้จริงนะ อย่าง PK11 ที่ผมไม่ได้นั่ง แต่ตรงนั้นเป็นที่นอนประจำของแมว เวลาเห็นเก้าอี้ตัวนี้ก็จะนึกถึงแมวตัวเอง

Big Brand Fan

Brand Member


เติร์ก-สิทธานต์ สงวนกุล
Name
Entrepreneur
Occupation
Fritz Hansen
Brand Lover

Writer

สุชานาถ กิตติสุรินทร์

สุชานาถ กิตติสุรินทร์

นักเขียนผู้ชื่นชอบการนอน พิซซ่า และสีเหลือง (บางครั้งก็สีเขียว)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล