คงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก หากคุณเป็นแฟน FREITAG แบรนด์กระเป๋าเจ้าของสโลแกน From Truck Till Bag จากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กระเป๋าสุดเท่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1993 โดยสองพี่น้องนามสกุลเดียวกับชื่อแบรนด์ หยิบผ้าใบคลุมรถบรรทุกซึ่งมองลอดหน้าต่างห้องครัว มาเป็นไอเดียดีไซน์กระเป๋าทนทาน กันน้ำ เป็นมิตรกับเหล่านักปั่น 

ไม่เพียงครองใจคนทั่วโลก ที่ไทยเองก็ฮอตฮิตจนมีสาขาที่ใหญ่สุดในเอเชีย ณ สยามสแควร์ ซอย 7 มาแล้ว 

โดยปกติร้าน FREITAG จะได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์ของแบรนด์เอง แต่สาขาใหม่อย่าง FREITAG Store Silom by PRONTO ที่เพิ่งตัดริบบิ้นไป ร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบไทยเป็นครั้งแรก และยังจับตึกแถวอายุ 30 ปีกับผับเก่า เปลี่ยนเป็น F-Store ที่เหมือนได้ไปบินเยือนซูริกเปี๊ยบ

เชิญจับจองที่นั่งโซนหน้าจอตามใจชอบ แต่ไม่ขอเสิร์ฟ Coffee or Tea เพราะ แจ็ค-ปิตุพงษ์​ เชาวกุล แห่ง Supermachine Studio รอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังให้ฟังอยู่นี่แล้ว

FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า

Lost Location

FREITAG Store Silom by PRONTO เป็นสาขาที่ 2 ในกรุงเทพฯ ซึ่งแทนที่จะตั้งในย่านช้อปปิ้งหรือมีโอกาสที่คนจะเข้าถึงสินค้าได้ง่าย สาขานี้กลับเลือกปักหมุดที่สีลมซอย 8 ห่างจากบีทีเอสสถานีศาลาแดงราว 500 เมตร

และถ้าคุณเป็นแฟน FREITAG อีกนั่นแหละ ก็จะรู้ว่าเกือบทุกช็อปของเขาไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง เพราะโจทย์ใหญ่ในการตั้งสาขา คือต้องไม่ใช่ห้างและเป็นที่ที่จักรยานเข้าถึง

อาคารเก่าที่ตั้ง F-Store สาขาใหม่นี้เป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์น ลักษณะเป็นบล็อกคอนกรีตมีทั้งหมด 5 ชั้น แบ่งให้เช่าทำกิจการหลากหลาย ทั้งผับ บาร์ และออฟฟิศ รายล้อมด้วยตึกแถวอายุราว 20 – 30 ปี ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมกันทั้งโซน ความเป็นสีลม ย่าน CBD รอบๆ จึงมีทั้งร้านนวด ร้านกาแฟ ร้านค้า สำนักงาน ธนาคาร ไปจนถึงสตรีทฟู้ดที่แวะเวียนมาจอดขาย

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก
ภาพ : FREITAG

อดีตหลักเดือนของตัวร้านเคยเป็น Whiteline บาร์และพื้นที่แสดงศิลปะ โลเคชันยอดฮิตของเหล่าคนในวงการครีเอทีฟอีเวนต์ หนึ่งในนั้นคือ Dudesweet 

“มันหลุดออกมาจากโซนพัฒน์พงศ์ที่คึกคัก แต่ก็ไม่เงียบซะทีเดียว ตึกแถวที่ต่อกันสองสามคูหาเป็นร้านนวด ก่อน COVID-19 มองจากกระจกใหญ่ๆ สามบานออกไป จะเห็นพี่ๆ น้องๆ ร้านนวดใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงผ้าม่วง นั่งมองกระเป๋าเพลินๆ แล้วเขาอยู่อย่างนั้นทั้งวัน” แจ็คเล่าภาพที่เขาเคยเห็นอย่างสนุก ก่อนเสริมว่า แต่ละโลเคชันของ FREITAG ไม่ได้ไปง่าย อย่างที่ซูริกก็ต้องออกจากเมืองไปสักพัก หรือที่ญี่ปุ่นอยู่ชิบูย่าก็จริง แต่อยู่แบบซ่อนๆ 

“คุยกับแฟน FREITAG ตัวยงเขาก็บอก เออ โลเคชันนี้แหละฟรายท้าก ฟรายทาก เพราะมันจะออฟโลเคชันนิดหนึ่ง คนที่มาก็เป็นสาวก ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปง่าย มัน Slightly Fucked Up ตั้งแต่ที่ตั้ง”

Slightly Fucked Up

มองจากด้านนอก ผ่านกระจก 3 บานขนาดใหญ่ ย้อนเข้าไปในร้านขนาด 100 ตารางเมตร สายตาปะทะกับกำแพงกล่องกระเป๋าสูงจรดเพดาน เชื้อเชิญให้ก้าวเข้าประตูไปเลือกสรร

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

หลังแคชเชียร์จัดเป็นดิสเพลย์โชว์กระเป๋าสีจัดจ้าน ฝั่งตรงข้ามเป็นโซน Sweat Yourself ให้ลูกค้าเลือกออกแบบกระเป๋ารุ่น F719 MEL ด้วยตัวเอง แหงนหน้าขึ้นไปเป็น Display Shelf แขวนส่วนประกอบของกระเป๋า มีกลไกให้กดปุ่มเลื่อนขึ้นลงได้ ข้างใต้เป็นโต๊ะและจักรเย็บกระเป๋า ส่วนตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ใช้สอยทำหน้าที่เป็น Center Stage ด้านล่างเป็นชั้นวางของในตัว ถัดไปจากนั้นเป็นชั้นลอยสีเขียวอินดัส (Industrial Green) เช่นเดียวกับโทนสีในร้าน มีบันไดเพียงหนึ่งฝั่ง อีกฝั่งเป็นเสาสเตนเลสให้รูดลงมาแทน

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก
ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

“ในฐานะที่เราเป็นแฟนแบรนด์นี้ เราก็อยากให้ F-Store นี้เป็นของแท้” แจ็ครีบคลายข้อสงสัย เมื่อเราถามว่า ไหนๆ ก็ใช้ดีไซเนอร์ไทยในการออกแบบ ทำไมไม่ทำให้ต่างจากสาขาอื่นอย่างสิ้นเชิง

เขาบอกว่าโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกันมากกว่า ก่อนออกแบบทาง FREITAG ส่งแบรนด์บุ๊กมาให้เพื่อศึกษาปรัชญาและรายละเอียดของแบรนด์ พร้อมส่งสิ่งที่ต้องมีแน่ๆ ในร้าน คือ Swiss Pragmatic Design อย่างเช่น F-Rack System เป็นชั้นเหล็กที่ออกแบบระบบชั้นราง และผลิตเองมาโดยเฉพาะสำหรับทำดิสเพลย์ โต๊ะ ชั้นวางกล่อง และกระเป๋าซึ่งปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามพื้นที่ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดการกับข้าวของพวกนี้อย่างไร แต่ละท้องถิ่นจะใส่เอกลักษณ์อะไรของตัวเองเข้าไป 

ที่สนุกไปกว่านั้น คือช่วงเสนอไอเดียว่าควรมีกิจกรรมอื่นในร้านด้วย เช่น เสิร์ฟกาแฟ นำกระเป๋ามาแลกกัน จนสุดท้ายมาลงตัวที่ Sweat Yourself ให้คนมาลงมือทำกระเป๋าของตัวเอง และกลายเป็นอีกโจทย์ในการออกแบบพื้นที่ ซึ่งนอกจาก FREITAG และ Supermachine Studio แล้ว ซันนี่-ชนาสิญจ์ สัจจเทพ Creative Director แห่ง PRONTO ก็มาร่วมวงด้วย

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

การทำงานภายใต้แบรนด์คาแรกเตอร์ชัด แต่ไม่เคยปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ตลอดกระบวนการที่คุยกันผ่าน Google Meet จึงมีทั้งการปรับเปลี่ยน ต่อยอด และสนับสนุน เห็นได้จากตัวอย่างความพยายามกลมกลืนกับท้องถิ่นที่สาขาไปตั้งอยู่ อันสะท้อนผ่านดีเทลการออกแบบภายในร้าน อย่างที่เกาะเชจู เกาหลีใต้ มีที่ฉายหนังอยู่ข้างบนดาดฟ้า มี Window Display ซึ่งเห็นได้ชัด เพราะชั้นล่างเป็นร้านซ่อมจักรยาน ที่อัมสเตอดัม มีแร็กแขวนจักรยานอยู่ด้านใน เพราะที่นั่นมีวัฒนธรรมการปั่นจักรยาน

 ใช่-คุณเดาไม่ผิด เสาสเตนเลสเพียงต้นเดียวในร้าน คือสิ่งที่หยิบยืมเอกลักษณ์ของพัฒน์พงศ์มาไว้ที่นี่

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

“อันนี้เป็นการ Celebrate ว่าที่นี่คือถิ่นของเสาสเตนเลสนะ พอเราเสนอว่ามีเสาแล้วกระโดดลงมาข้างล่างได้ วิธีการทำงานของเขาคือไปคิดต่อ ไปหาวิธีทำ หาวัสดุ Crash Pad นวมรอบรับข้างล่างให้มันไปด้วยกันกับปรัชญาของแบรนด์ ทำเสร็จก็ส่งมา ซึ่งเป็นการทำงานที่ค้นหา เรียนรู้กระบวนการ และหาสิ่งเหมาะสมที่สุดกับสเปซนั้นๆ ร่วมกัน จากนั้นแต่ละคนก็แยกกันไปทำแล้วมาประกอบร่าง กลายเป็น Truely Collabration

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

“ไอเดียมันเลยพัฒนาไปด้วยกันตลอด ตอนอ่านแบรนด์บุ๊กก็เข้าใจประมาณหนึ่ง แต่มาเข้าใจปรัชญาของเขาผ่านการทำงานมากกว่า ความ Swiss Pragmatic ที่เขาเขียนในหนังสือ คำว่า Slightly Fucked Up ที่เขาพูดบ่อยๆ มันออกมาในรูปแบบร้านดูที่ยุ่งเหยิงนิดหน่อยแต่ก็มีความเป็นระบบ กว่าเราจะเข้าใจและผ่านไปแต่ละจุด คือทำเปอร์สเปกทีฟเป็นร้อยรูป” แจ็คเล่าอย่างติดตลก พลางเปิดสไลด์ 200 หน้าให้ดูวิธีการทำงานผ่าน Cloud ที่ทุกอย่างอัปเดตเรียลไทม์บน Google Slide

From Pub Till Bag-Store

หลังใช้เวลาปรับแบบกว่า 3 เดือน ในที่สุดจึงได้รับการอนุมัติให้สร้างได้ 

ข้อดีที่ชั้นแรกของอาคารมีเพดานสูง 4.8 เมตร จึงไม่จำเป็นต้องทุบตัวโครงสร้างหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ เน้นงานปิดและเปิดช่องเล็กน้อย ปิดประตูทางเข้าฝั่งถนนใหญ่ เปลี่ยนมาเข้าทางข้างหน้าต่าง 3 บานซึ่งเป็นของเดิมที่มีอยู่แล้ว สำหรับหน้าต่างก็เอาเหล็กดัดออก จากนั้นเจาะช่องให้มีขนาดเท่ากัน และกรุกระจกใส

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

ข้อสำคัญของการรีโนเวตตึกเก่า ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและการรับน้ำหนักต่อตารางเมตร โดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือ 800 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งข้อดีของตึกเก่าคือโครงสร้างแข็งแรงบึกบึนตามอายุ

ตรงนี้มีการปรึกษาวิศวกรโครงสร้าง โดยมุม Sweat Yourself ที่แขวนวัสดุทำกระเป๋าและชั้นลอยนั้นใส่คานใหม่เข้าไป 1 อัน เพื่อถ่ายน้ำหนักลงไปที่เสาสองต้นเดิม แน่นอนว่าเสากับฐานรากรับน้ำหนักได้อย่างไม่ต้องกังวล เพราะเป็นตึก 6 ชั้น

ผลงานออฟฟิศสถาปนิกไทย Supermachine Studio ร่วมกับ FREITAG ออกแบบ Flagship Store ให้แบรนด์กระเป๋าจากผ้าใบรถบรรทุก

และกลไกเลื่อนขึ้นลงของ Sweat Youself และเสาให้กระโดดลงมานี่เอง ที่ซ่อนความเป็น Supermachine Studio เอาไว้ 

“ถ้าถามว่าเห็นปุ๊บแล้วรู้ว่ามันคือซูเปอร์แมชชีนไหม ก็ไม่รู้นะ เพราะ FREITAG ก็แชร์ Pragmatic Design หรือความบ้าๆ บอๆ อยู่ในแบรนด์เขาเหมือนกัน แต่ที่เป็นความชอบของเราคือ เนิร์ดแมชชีน สนใจเครื่องจักรเก่าๆ (Primitive Machine) กดปุ่มแล้วมันเลื่อนแล้วเสียงดังอื้ดดดด แก่กๆๆ ตรงนั้นคือสะใจมากเลย เราโมดิฟายเอามอเตอร์ในประตูเหล็กม้วนบ้านๆ มาใช้ หรือตรงชั้นลอย ตอนแรกเราเสนอเป็นบันไดลิง ให้คนไต่ขึ้นแล้วเลื่อนไปเลื่อนมาได้ มีสองอันซ้ายขวา สลับกลไกไม่ให้ชนกัน ทำกล้องส่องแบบยิงเลเซอร์ เพื่อให้คนข้างล่างเลือกกระเป๋าได้ก่อนขึ้นไปดู แต่ในไทย ถ้าฮิตมากขนาดคนมารอต่อแถว และถ้าบางคนเลือกนานจะเป็นยังไง ไอเดียนี้ก็เลยต้องเปลี่ยน”

เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า
FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า

No Concept

ฟังกระบวนการแล้วบ้าดีไม่น้อย เลยขอลองถามชื่อเรียกชื่อคอนเซปต์เพื่อความเข้าใจตรงกัน คุณสถาปนิกตอบอย่างจริงใจเลยว่า ‘ไม่มี’ แต่จุดร่วมของการออกแบบ FREITAG Store ทุกสาขา คือแนวคิด Post-Industrial Warehouse ที่พยายาม Localized ไปตามที่ตั้ง

“หมัดเมาสุดๆ เลย ถามแบบนี้ก็สนุกดีนะ เพราะตอบไม่ได้ มันคือการค้นหา การระดมสมองตลอดเจ็ดแปดเดือน ซึ่งตอนก่อสร้างมันก็เป็นลักษณะเดียวกันนะ มีการส่งนู่นส่งนี่กลับไปกลับมา ป้าย FREITAG หน้าร้านก็ส่งมาเซอร์ไพรส์จากสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่าเป็นของขวัญวันเปิดร้าน กรอบทำจากอะลูมิเนียม Upcycling ให้หาที่ติด อย่างที่บอกมันเป็นระบบนะ แต่ในขณะเดียวก็ยังเปิดให้เกิดความสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในกระบวนการ

“สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้ คือความสม่ำเสมอในคอนเซปต์ของโปรดักต์ ส่งต่อมายังสเปซ ไปจนถึงวิธีการพัฒนากราฟิก การพัฒนาการตลาด โฆษณา หรือสินค้าอื่นๆ ข้าวของ เสื้อผ้า เลยรู้สึกว่ามันมีความซื่อสัตย์กับปรัชญาดี วิธีการทำงานของเขาซื่อสัตย์นะ พูดคำว่า Honest Design ตลอดเวลา มันก็จะลิงก์ไปที่ไอเดียหลักของแบรนด์ที่ตั้งใจเป็น Circular Brand”

อธิบายอย่างรวบรัด การเป็น Circular Brand ของพวกเขาคือต้องเริ่มและจบในวงจร โดยไม่สร้างของเหลือหลังการผลิตเลยแม้แต่น้อย และหากเป็นของผลิตใหม่ก็ต้องไม่กลับมาทำร้ายโลก หรือ เวียนกลับมาอยู่ในกระบวนการอีกครั้งให้ได้ เช่น เสื้อผ้าที่ย่อยสลายกลายเป็นดินสำหรับเพาะปลูกเส้นใยนั้น วนไป

From Truck Till Bag-Store

FREITAG ก้าวข้ามคำว่าแบรนด์รักษ์โลกไปมากโข สิ่งนี้ยังห่างไกลการป่าวประกาศและทำการตลาดของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

“มันคือการสร้างความมั่งคั่งนี่แหละ แต่เขาคิดความยั่งยืนเป็นเรื่องแรก โดยที่เห็น Value ของของบางอย่าง แล้วพัฒนาตามปรัชญานั้น ทั้งโปรดักต์และสเปซ พอย้อนกลับมาที่การออกแบบ มันคือการตีความแบรนด์ Value ของเขา ซึ่งแนวคิดสร้างมูลค่าจากของที่ผ่านการใช้งาน เราก็เอามาหาข้าวของใช้ในโปรเจกต์ให้มันสอดคล้อง อย่างการเลือกท็อปโต๊ะ เขาก็อยากให้เป็นวัสดุ Upcycling เราก็ไปศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่แมกโนเลีย เพื่อดูวัสดุ ก่อนมาเสนอเป็นกระดุมรีไซเคิล แต่ที่ซูริกก็บอกว่าหรูไป เสนอเป็นผ้าม่านรีไซเคิล ก็ยังไม่ใช่ พอดีที่เรารู้จักกับพี่อาร์ม ‘ทะเลจร’ (ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย) เขาทำพื้นห้องยิมจากเศษยางรถบรรทุก เราเลยถามว่าเอาตัวนี้มาทำท็อปของเคาน์เตอร์ได้ไหม แล้วก็ส่งตัวอย่างให้ทางสวิตเซอร์แลนด์ดู ที่นั่นชอบกันใหญ่เพราะมันตรงคอนเซปต์ของโปรดักต์ด้วย”

FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า

“เขาทำงานกับเรา ก็เคารพความเข้าใจเรื่องแบรนดิ้งของเรา จะไม่มาบอกว่า เฮ้ย แบรนด์ต้องรักษ์โลกนะ โลกที่หนึ่ง มันเกินเรื่องนี้ไปแล้ว ทุกคนในสังคมเข้าใจแล้วว่าต้องทำ เช่นเดียวกับการรีโนเวต ถ้าถามว่าเป็นการรักษ์โลกไหม ข้อเท็จจริงต้องตอบว่าแน่นอนอยู่แล้ว มันประหยัดทรัพยากร ปัจจุบันสถาปนิกต้องเรียนรู้การรีโนเวตตึกเก่าเท่ากับการสร้างตึกใหม่ เจ้าของโครงการก็ต้องคิดว่าจะทำยังไงให้ตรงนี้มี Value กลับคืนมา ดังนั้น มันจึงเลยจุดเรารีโนเวตตึกเพราะเรารักษ์โลก

“ถ้าให้มองเกี่ยวกับการรีโนเวต มันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ในที่นั้นๆ ด้วย ถ้าเราไม่ใช่ประเทศรายได้ปานกลางหรือสูง เราไม่มีทางไปรักหรือเป็นติ่ง FREITAG หรอก กระเป๋าอัปไซเคิลใบละหมื่นตอนนี้คือสินค้าจากโลกที่หนึ่งชัดๆ แต่เราพัฒนามาถึงขั้นหนึ่งแล้ว มีเงื่อนไขทางสังคมมาประมาณหนึ่ง คนเห็น Value ของมาบ้างแล้ว หรือเปิดให้เกิดการรีโนเวตในลักษณะนี้ได้ การรีโนเวตระดับนี้มันอาจจะไม่เกิดขึ้นที่พม่า เนปาล หรือบังกลาเทศ หรืออาจเป็นการรีโนเวตในโหมดอื่นๆ เช่น เอาล้อรถยนต์มาทำผนังบ้าน เอาป้ายหาเสียงมาทำเป็นหลังคา ไม่ใช่คุณเห็น Value ของสิ่งนี้ แล้วลงทุนไปกับมัน” 

FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า
FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า
FREITAG Store Silom by PRONTO เมื่อแบรนด์สวิตและสถาปนิกไทยแปลงโฉมผับและตึกแถวเก่า

แจ็คเล่ายาวหลังเราถกกันเรื่องที่ว่าไม่เคยเห็น FREITAG อยู่ในตึกสร้างใหม่ แม้สาขาแม่จะเอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงซ้อนกัน แต่ก็เป็นการเอาของเก่ามาใช้อยู่ดี

แน่นอน คำตอบที่ได้ เราชูป้ายไฟเห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

ไม่มีป้ายชื่อเด่นหรา ไม่มีผนังกระจกบานใหญ่กับกลุ่มข้อความพาดเรียงประจันสายตา และหากแค่มองผ่านๆ โดยไม่ทันสังเกตโลโก้ฟันซี่สีกรมท่าประดับโค้งเว้าของ Façade ก็คงไม่มีสิ่งใดพอทำเราให้คลับคล้ายและเดาได้ว่า ที่นี่คือคลินิกทันตกรรม

‘Dental Sense Clinic’ คือคลินิกของ หมอฝน-ทพญ.สุรัสวดี แท่งเงิน ทันตแพทย์หญิงบุคลิกสดใส เปี่ยมความมั่นใจ ที่ทำงานอยู่ในแวดวงทันตกรรมมาหลายปี ก่อนสบโอกาสเปิดคลินิกของตัวเองราวกลางปีที่ผ่านมา

ความน่าสนใจคือ เธอเลือกลงทุนกับคลินิกแห่งแรกในชีวิต โดยเปลี่ยนอาคารพาณิชย์บนทำเลหัวมุมถนน ในย่านชุมชนทางผ่านของเชียงใหม่ ให้กลายเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นมินิมอล พร้อมติดตั้งฟาซาด พลิกโฉมรูปลักษณ์คลินิกทันตกรรมที่คุ้นเคยให้เก๋ไก๋ สะดุดตา ด้วยความเชื่อว่า สถาปัตยกรรมที่ดีสร้างความรู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย และส่งพลังบวกแก่ผู้มาใช้บริการได้ รวมทั้งตั้งใจให้ที่นี่เป็นเสมือนงานศิลปะ เพื่อแต่งแต้มสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับชุมชน

Dental Sense Clinic เปลี่ยนตึกแถวเชียงใหม่เป็นคลินิกทำฟัน Façade เก๋ เพื่อรอยยิ้มคนไข้

แล้วเราก็เจอกัน

เราเป็นคนที่ชอบงานสถาปัตย์ เวลาไปเที่ยว ชอบเดินเล่นในเมืองดูตึกรามบ้านช่อง แล้วถ่ายรูปอาคารสวยๆ เก็บไว้ พอวันหนึ่งอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และอยากทำคลินิกบรรยากาศสบายๆ จนมาเจอตึกนี้ประกาศขาย” 

ตึกที่ว่าเป็นอาคารพาณิชย์ให้เช่า 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 250 ตารางเมตร อยู่ไม่ไกลจากย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองอย่างนิมมานเหมินท์ แต่ยังมีความเป็นชุมชน ผู้คนไม่พลุกพล่าน

ย้อนกลับไปก่อนหน้า ที่นี่เคยเป็นห้องพักและร้านขายของชำคู่ชุมชนมากว่า 7 ปี ตัวอาคารยกพื้นสูงขนาด 1 คูหา ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน ตอบโจทย์ในแง่ของสัดส่วนโครงสร้างที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ดูสง่า หมอฝนเล่าพลางหัวเราะว่า เธอตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น ชนิดที่จินตนาการภาพอาคารสีขาวสะอาดสะอ้านและมีฟาซาดสวยเด่นออกเดี๋ยวนั้น

Dental Sense Clinic เปลี่ยนตึกแถวเชียงใหม่เป็นคลินิกทำฟัน Façade เก๋ เพื่อรอยยิ้มคนไข้

ครั้นแล้วความคาดหวังก็ถูกเติมเต็มในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ระหว่างสั่งเครื่องดื่มพลางสำรวจรายละเอียดงานออกแบบสถาปัตยกรรมชวนประทับใจตรงหน้า เธอจึงลองสอบถามพนักงานและหาทางติดต่อไปยังนักสร้างสรรค์ จนได้โคจรมาเจอกับ ชาติ-ธนชาติ สุขสวาสดิ์ และ กานต์ คำแหง แห่ง Pommballstudio สตูดิโอสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังร้านค้า คาเฟ่ และโรงแรมสวยๆ หลายแห่งทั่วเชียงใหม่ อาทิ Transit No. 8, ZIVI, Silver Secrets, The White Rabbit, Kan Vela Craft Chocolate หรือ The Baristro Asian Style ซึ่งตอบตกลงรับหน้าที่แปลงโฉมอาคารพาณิชย์ธรรมดาให้กลายเป็นคลินิกทันตกรรม ที่ผสมผสานดีไซน์ ฟังก์ชันกับศิลปะอย่างที่คุณหมอจิตนาการไว้

Dental Sense Clinic เปลี่ยนตึกแถวเชียงใหม่เป็นคลินิกทำฟัน Façade เก๋ เพื่อรอยยิ้มคนไข้

ทำความรู้จักจนรู้ใจ

เริ่มจากการทำความรู้จักกันด้วย Reference

นี่คือสไตล์การทำงานของ Pommballstudio ที่ให้ความสำคัญการกับแลกเปลี่ยนพูดคุย เพื่อค้นหาความชอบและความต้องการของลูกค้า ช่วงแรกจึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้หมอฝนได้ขยายภาพความคิด โดยมีสารพัด Reference อาคารต้นแบบเป็นเสมือนคู่มือทำความรู้จัก 

ส่วนการบ้านของชาติและกานต์ คือกลับไปวิเคราะห์ความเป็นไปได้ พร้อมเสนอแนวทางเพื่อเชื่อมประสานระหว่างความพึงพอใจกับความคิดสร้างสรรค์ให้มาบรรจบพบเจอกัน กอปรกับสำรวจมุมมองความคิด วิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายธุรกิจ ก่อนนำมาตีความสู่คอนเซ็ปต์การออกแบบคลินิกที่ยึดมั่นเรื่องคุณภาพมาตรฐาน ภายใต้บรรยากาศการบริการอบอุ่น เป็นมิตร และผ่อนคลาย

Dental Sense Clinic เปลี่ยนตึกแถวเชียงใหม่เป็นคลินิกทำฟัน Façade เก๋ เพื่อรอยยิ้มคนไข้

เมื่อทำความรู้จักกันจนรู้ใจ ขั้นต่อมาก็เป็นการศึกษารายละเอียดโครงสร้างอาคาร ซึ่งต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากโจทย์การออกแบบครั้งนี้มุ่งเน้นการต่อยอดใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิมให้มากที่สุด ข้อควรคำนึงจึงเป็นเรื่องของความแข็งแรงของเสา คาน หลังคา รวมถึงพื้นอาคาร ที่ต้องร่วมมือกับวิศวกรตรวจสอบอย่างรอบคอบ

“เราพยายามจัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยใหม่ โดยกำหนดให้อยู่ในแนวคานและกริดเสาเดิมเป็นหลัก ฉะนั้น สิ่งที่ต้องละเอียดคือเรื่องการวัดระยะและประเมินความปลอดภัย นอกจากนี้ ในแง่ของตึกแถว ยังมีเรื่องเพื่อนบ้านที่ใช้โครงสร้างอาคารร่วมกันให้ต้องคำนึง การยึดเจาะผนังหรือสร้างปัญหารบกวนข้างบ้านควรมีน้อยที่สุด แม้เป็นเรื่องงานก่อสร้างก็จริง แต่ในฐานะสถาปนิก เราต้องใส่ใจมันตั้งแต่เริ่มกระบวนการดีไซน์จนถึงสร้างเสร็จ เพื่อให้การรีโนเวตเป็นมิตรกับทุกคน” ชาติอธิบายแผนการเตรียมงาน

Dental Sense Clinic เปลี่ยนตึกแถวเชียงใหม่เป็นคลินิกทำฟัน Façade เก๋ เพื่อรอยยิ้มคนไข้

พลันกานต์เสริมต่อว่า “โจทย์หนักอีกเรื่องคือการจัดการฟังก์ชัน ว่าจากแบบโครงสร้างอาคารพาณิชย์ จะปรับดีไซน์และวางแปลนให้สอดรับกับงานระบบทันตกรรมได้อย่างไร เพราะคลินิกทันตกรรมนั้นมีรายละเอียดพื้นที่ใช้สอย และลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างจากคลินิกแพทย์ทั่วไปมาก รวมถึงมีหลักเกณฑ์ ข้อจํากัด กฎหมายที่ต้องลงลึกศึกษา สำหรับนำมาพิจารณาประกอบการออกแบบด้วย เช่น ข้อกำหนดเรื่องสีของป้ายที่พื้นหลังต้องเป็นสีขาว สีของอักษรต้องเป็นม่วง และระบบหมุนเวียนถ่ายเทอากาศในห้องทันตกรรม เป็นต้น”

ส่งต่อความรู้สึกดีๆ

‘Better Sense, Better Smile’ คือสโลแกนของคลินิกที่เชื่อว่าฟันสวยแข็งแรง ช่วยมอบรอยยิ้มสดใสและสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคน พร้อมทั้งยังเป็นสารตั้งต้นที่ Pommballstudio หยิบจับมาตีความในการออกแบบฟาซาด 

เปลือกอาคารดีไซน์สะดุดตาที่หมอฝนซึมซับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์สมัยเรียนอยู่นิวยอร์ก เมืองที่บ่มเพาะความหลงใหลในงานศิลปะ และเปิดมุมมองให้เธอรับรู้ว่า ศิลปะอยู่ได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี่ แต่ยังสัมผัสผ่านบรรดาสถาปัตยกรรม อาคาร ร้านค้า คาเฟ่ กระทั่งที่อยู่อาศัยได้ เหตุนี้ เธอจึงตั้งใจให้คลินิกของเธอเป็นทั้งสถานที่สำหรับดูแลสุขภาพ และผลงานศิลปะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน เบิกบาน ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการแต่งแต้มความมีชีวิตชีวาแก่ย่านชุมชน

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

“พอได้ฟังข้อมูลก็รู้สึกว่าไอเดียมันควรเชื่อมโยงเรื่องฟัน ประกอบกับสโลแกนของคลินิก เลยทำให้เราตีโจทย์ออกมาว่า รอยยิ้มหรือฟันของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามาทำฟันที่นี่ทุกคนจะกลับไปพร้อมรอยยิ้มและสุขภาพฟันที่ดีเหมือนกันหมด 

“เราจึงหยิบเอาความแตกต่างตรงนั้นมาออกแบบฟาซาด ที่เล่นกับความไม่เหมือน ไม่เท่า และเว้าโค้งของฟัน” ชาติเล่าถึง Key Concept หลักของอาคารซึ่งเชื่อมร้อยเรื่องราวไปยังบริเวณโถงรับรอง บางส่วนของผนัง หรือเพดานด้วย

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

  “นอกจากความสวยงามและหน้าตาอาคารที่ให้ความรู้สึกใหม่ ในแง่ฟังก์ชัน มันยังทำหน้าที่เป็นกันสาดช่วยบังแดด รวมถึงซ่อนช่องหน้าต่างหากมองจากภายนอกด้านมุมตัวอาคาร ซึ่งตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ชั้นสาม และไม่ให้มีสิ่งใดรบกวนสายตา เพื่อขับเน้นจุดเด่นสุดของอาคารแห่งนี้” กานต์อธิบายเพิ่มถึงข้อดีของส่วนโค้งเว้าที่ไม่เท่ากันนั้น

เบ็ดเสร็จใช้เวลาวางคอนเซ็ปต์ ตบประเด็นโครงสร้าง และพัฒนาแบบอยู่ประมาณครึ่งปี จึงได้คลินิกที่จัดแบ่งสัดส่วนภายในสมบูรณ์

สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรกับทุกคน

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูทางเข้า จะพบกับส่วนต้อนรับลูกค้า ตกแต่งเรียบง่าย ทันสมัย ตั้งอยู่ด้านริมสุดชิดหัวมุมของอาคาร ถัดมาเป็นห้องรักษาฟัน ห้องให้คำปรึกษา ห้องเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อที่มีแนวทางเดินขั้นกลางระหว่างผนังอาคารกับผนังห้อง แนวทางเดินนี้นักออกแบบเลือกประดับบานหน้าต่างช่องแสงเปิดรับแสงธรรมชาติลอดผ่านอย่างพอเหมาะ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ
เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

ส่วนชั้นสองมีห้องเอกซเรย์ ห้องรักษาฟัน เคียงโถงพักคอยโปร่งโล่ง และชั้นสุดท้ายจัดสรรเป็นพื้นที่ประชุมและอเนกประสงค์สำหรับพนักงาน ซึ่งบริเวณนี้เองที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยการใช้ประโยชน์จากฟาซาด ส่วนประกอบอันโดดเด่นที่ไม่เพียงเพิ่มเสน่ห์แก่ตัวอาคาร แต่ยังซุกซ่อนฟังก์ชันใช้งาน และสะท้อนภาพลักษณ์คลินิกไปในตัว

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

Dental Sense Clinic เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา ชาติและกานต์เผยว่าโปรเจกต์นี้ถือเป็นอีกงานที่สนุกสนานและท้าทาย ไม่แพ้โปรเจกต์ช่วงหลังที่พวกเขามีโอกาสร่วมงานรีโนเวตหลายหน โดยทั้งคู่มองว่ากระแสความนิยมชุบชีวิตอาคารเก่าเพื่อใช้ประโยชน์เชิงสร้างสรรค์นั้น มีส่วนมาจากตัวอย่างอาคารร้านรวงโฉมใหม่สวยๆ มากมาย บันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยากต่อยอดต้นทุนเดิมของครอบครัว หรือเลือกปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างในทำเลศักยภาพ มากกว่ามองหาทำเลรองและลงทุนก่อสร้างใหม่ 

เหนืออื่นใดยังจัดเป็นหนึ่งแนวทางฟื้นฟู รักษา และยืดอายุอาคารอย่างมีคุณค่า ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญเช่นเดียวกับคุณค่าทางจิตใจ และความสุขที่เจ้าบ้านจะได้รับจากผลงานของ Pommballstudio

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

แน่นอนว่า โปรเจกต์นี้เจ้าบ้านยืนยันว่าปลื้มปริ่ม 

“เห็นแล้วยิ้ม หายเหนื่อยเลย เรามีความรู้สึกว่าคนที่เดินเข้ามา ก็น่าจะประทับใจกับตัวอาคารเหมือนกัน” 

สำหรับหมอฝน นอกจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เธอเชื่อมั่นว่าสถาปัตยกรรมที่ดีเสริมคุณภาพงานบริการของคลินิก และสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เพลิดเพลิน พร้อมช่วยผ่อนคลายความกังวลของคนไข้ได้

 “อีกอย่างเหมือนเราอยากใส่จิตวิญญาณและความเป็นตัวเองลงไป ไม่ใช่แค่การทำห้องสี่เหลี่ยมติดบานกระจกกั้น เพราะเราอยากทำงานในพื้นที่ที่เราแฮปปี้ ซึ่งเราว่าสิ่งนี้มันส่งต่อพลังบวกและความรู้สึกดีๆ ให้กับคนไข้ด้วย”

เมื่อทันตแพทย์หญิงผู้หลงใหลสถาปัตย์เจอสถาปนิก Pommballstudio ร่วมสร้างคลินิกทันตกรรมที่ใส่ใจดีไซน์ ฟังก์ชัน และศิลปะ

Dental Sense Clinic

ที่ตั้ง : 62 ถนนเทวัญ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 7496 6699

Facebook : Dental sense clinic :คลินิกทำฟัน จัดฟัน invisalign เชียงใหม่

Writer

คุณากร

อายุ 28 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาไม่ระบุ ตำแหน่งงานล่าสุดผู้ช่วยนักวิจัยในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load