24 พฤษภาคม 2562
4 PAGES
3 K

Free Solo (2019)

Documentary Club
Genre: Documentary / Sport
Country: US
Director: Jimmy Chin, Elizabeth Chai Vasarhelyi
Duration: 1h 40min 

 

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์*

ช่วงชีวิตหนึ่งของคนเราจะมีช่วงที่ถูกท้าทายด้วยอุปสรรคบางอย่าง เหมือนว่าปัญหานั้นมันยากที่จะผ่านไป เมื่อเวลาเหล่านั้นมาถึง คำพูดของแม่จะดังขึ้นมาเสมอ แม่บอกว่า “อย่าไปคิดว่ามันยาก นึกเอาไว้ว่ามันท้าทาย เหมือนการปีนเขานั้นแหละ มันอาจเจ็บปวดบ้าง เมื่อยล้าบ้าง มองไปวิวที่สูงขึ้นด้วยสองมือของเรา เราจะภูมิใจนะ”

ล่าสุดคำพูดนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง แปลกที่ครั้งนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งความท้อแท้ แต่กลับเป็นความตื่นเต้นที่ทำให้เสียงของแม่ลอยเข้ามา อาการใจสั่นเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองสูบฉีดเลือด มันเป็นช่วงเวลาที่สายตาของผมเพ่งมอง ชายคนหนึ่งใช้กำลังเพียงปลายนิ้วของเขาเอง ดันตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อเอามืออีกข้างจับหินก้อนเล็กบนหน้าผาเพียงไม่กี่ก้อน ให้มันทำหน้าที่ไม่ให้ตัวเขาเองร่วงหล่นลง ภาพดังกล่าวคือเรื่องจริงในภาพยนตร์สารคดีแห่งปีที่ได้รับการยอมรับจากรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมปีล่าสุด Free Solo

 

วางแผน

Free Solo คือภาพยนตร์สารคดีว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มผู้มีฝันที่ยิ่งใหญ่ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ เขาฝันที่จะพิชิตภูผาสูงชันเกือบตั้งฉากกับโลก El Capitan ฝันว่ายากแล้ว การลงมือทำยากกว่าพันเท่า และเรื่องยากนี้ทวีคูณเข้าไปอีกเพราะอเล็กซ์ ฮอนโนลด์ คือนักปีนเขา Free Solo การปีนเขาแบบไม่มีอุปกรณ์ส่งเสริมความปลอดภัยใดๆ ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน มีเพียงตัวเขา ภูเขา บรรยากาศรอบข้างที่แสนเวิ้งว้างและไกลโพ้น อุปกรณ์ที่มีมากที่สุดมีเพียงผงชอล์กให้ปลายนิ้วที่สัมผัสแผ่นหินได้มีแรงต้านและกันลื่นขึ้นมาบ้าง

แต่เดี๋ยวก่อนความยากนี้ยังมีจุดเล็กๆ ที่เป็นเรื่องง่ายให้คนดูอย่างเราอุ่นใจ คืออเล็กซ์ ฮอนโนลด์ เขาเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ชายหนุ่มคนนี้เป็นนักฝันก็จริง แต่เขาไม่เอาแต่ฝัน เขาเป็นนักลงมือทำความฝันให้เป็นความจริงด้วย

 

เริ่มปีน

หนังเล่าเรื่องค่อยเป็นค่อยไปอย่างแยบยลเหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของอเล็กซ์ ฮอนโนลด์ จริงๆ เราจะได้เห็นตั้งแต่ช่วงวัยเด็กผ่านฟุตเทจเก่าๆ ที่ยืนยันว่าเขาหลงใหลการขึ้นที่สูงด้วยวิธีไม่ธรรมดาตั้งแต่วัยเยาว์ จวบจนไปถึงชีวิตครอบครัวที่เป็นปัจจัยหนึ่งให้ตัวอเล็กซ์เองเป็นอเล็กซ์ดังเช่นทุกวันนี้

พ่อที่สั่งสมความรักในการปีนป่ายแยกทางกับครอบครัวที่เขาเติบโต เมื่อถึงจุดเปลี่ยนชีวิตอเล็กซ์เลือกจะออกไปโบยบิน พื้นที่กางปีกของเขากลับไม่ใช่ผืนฟ้า หากแต่เป็นภูผาสูงชัน เขาพิชิตความสูงและทิวทัศน์บนยอดเขาแล้วยอดเขาเล่า แต่ยอดเขาที่หอมหวานเหลือเกินสำหรับเขาคือยอดเขาที่มีชื่อว่า El Capitan ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาหินแกรนิตที่เกือบตั้งฉากกับพื้นโลกด้วยความสูงเกือบกิโลเมตร หากเป็นอาหารเขาคงมองมันตาเป็นมัน

ผมนิยามเจ้าภูผานี้ว่า น้ำผึ้งอาบยาพิษ มันสวยงามหอมหวานน่าเอาสองมือปีนป่าย แต่แฝงด้วยอันตรายทุกเซนติเมตรที่สูงขึ้น ยิ่งสูงนอกจากยิ่งหนาวแล้วมันยิ่งเสี่ยง การตกลงมาไม่ใช่เพียงการทำไม่สำเร็จและเริ่มใหม่ มีโอกาสสูงมากที่ตกลงมาแล้วธรรมชาติจะช่วงชิงลมหายใจของเขาไปด้วย และนั่นคือความตื่นเต้นที่ลุ้นจนจิกเบาะ

แม้โดยส่วนใหญ่คนดูอย่างเราจะรู้ผลลัพธ์บนยอดเขาของเขาแล้ว แต่มันก็อดจะเอาใจช่วยไปด้วยเหมือนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ ยิ่งวินาทีที่อเล็กซ์ใช้ท่ากังฟูคิกยันเท้าตัวเองเสมือนว่าตัวเขากำลังจะลอยสู่อวกาศ ทันใดนั้นในเสี้ยววินาทีเขาต้องรีบเอาปลายนิ้วสัมผัสหินก้อนข้างหน้าให้ร่างกายยังคงอยู่ ผมยอมรับว่าผมเผลอหลบตาเพราะไม่กล้ามองไปชั่วขณะ แต่ยังเป็นความโชคดีของเราเหล่าคนดูที่ไม่ต้องลุ้นอยู่คนเดียว คนที่น่าจะลุ้นกว่าเป็นล้านเท่าคือครอบครัว ทีมงานถ่ายทำ แฟนสาว ที่ล้วนอยู่ในชีวิตจริงตรงนั้นของอเล็กซ์

 

ปีนไปท่ามกลางแรงใจเชียร์

นอกจากการหล่อเลี้ยงความหลงใหล ความมุมานะ มุ่งมั่น ในการทำตามความฝันแล้ว สิ่งหนึ่งที่หนังไม่ลืมจะเล่าให้เรามองเห็นคือด้านของครอบครัว เพื่อน แฟนสาว และทีมงานถ่ายทำ เพราะทั้งหมดคือคนที่จะอยู่เคียงข้างอเล็กซ์ตอนที่อเล็กซ์โบยบินบนผาสูง สำหรับครอบครัว เพื่อน แฟนสาว อาจอยู่เคียงข้างในความรู้สึก จิตใจ การเตรียมพร้อม แต่ทีมงานถ่ายทำที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะพวกเขาอยู่เคียงข้างแบบตัวเป็นๆ บนหน้าผานั้นด้วย แม้ทีมงานจะมีอุปกรณ์ช่วยเรื่องความปลอดภัย แต่เชื่อผมเถอะว่ามันยากมากๆ กับการที่คุณต้องถือกล้องไปด้วย ถ่ายทำไปด้วย บนความสูงระดับนั้น และคุณต้องลุ้นไปด้วยว่าอเล็กซ์จะไม่ตกลงมา

ณ จุดไคลแม็กซ์ หนังเลือกที่จะตัดสลับความระทึกในการปีนกับรีแอ็คชั่นของช่างภาพว่าเขาตื่นเต้นแค่ไหน หากคุณได้ดูจะรู้ว่ามันตื่นเต้นกว่าที่ช่างภาพคนนั้นแสดงออกเป็าเท่าตัว และที่สำคัญ การถ่ายทำต้องไม่เป็นปัญหากับอเล็กซ์ มีอยู่ครั้งหนึ่งอเล็กซ์พร้อมที่จะปีนแล้วแต่พอไปถึงหนึ่งส่วนสามของภูเขา เขากลับล้มเลิกเพราะไม่แน่ใจที่จะไปต่อ หนึ่งในสาเหตุนั้นที่เขาเปิดเผยออกมาคือเขารู้สึกยังไม่พร้อมเมื่อมีทีมงานถ่ายทำคอยจ้องมองอยู่

จิมมี่ ชิน และอลิซาเบธ ไช ผู้เป็นเหมือนหัวเรือสร้างสรรค์สารคดีเรื่องนี้ถึงกับต้องถกและปรับเปลี่ยนแผนให้อเล็กซ์ไปต่อได้ ซึ่งหากอเล็กซ์ออกปากว่าเขาไม่ยินยอมที่จะถ่ายทำแล้ว ผมเชื่อว่าด้วยสปิริตของทีมทีมก็พร้อมเข้าใจ แต่โชคดีที่เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้น

สิ่งที่เราเห็นอย่างเด่นชัดคืออเล็กซ์ไม่ใช่นักปีนเขาที่ไปลุยเอาหน้างานเลย ถ้าเขาไม่พร้อมเขาจะไม่ไป ความสนุกของหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่พวกเขาเหล่านี้เนรมิตรผลลัพธ์ให้ออกมาสมบูรณ์แบบได้ยังไง อาจมีคำพูดที่ว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรอก แต่กับการปีนเขาด้วยสองมือสองเท้าแบบนี้ หากไม่ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบ ชีวิตอาจร่วงหล่นอย่างสมบูรณ์ก็เป็นได้

ดังนั้น เราจะเห็นเบื้องหลังการเตรียมพร้อมที่ต้องบอกว่าเตรียมให้อเล็กซ์รู้จักเส้นทางที่จะปีนทุกกระเบียดนิ้ว เขาจะปีนขึ้นไปด้วยการมีอุปกรณ์ช่วยก่อน จดรายละเอียดทุกอย่างลงสมุดเพื่อทวนตัวเองให้รู้ว่าแต่ละจุดต้องทำอย่างไร ฟิตร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ แม้จะเตรียมการมาดียังไงระหว่างซ้อมเขาก็เคยพลาดตกมาถึง 2 ครั้ง โชคดีที่ยังมีอุปกรณ์ช่วยไว้ แต่ก็ทำให้เจ็บเอาเรื่องจนต้องพัก และ 2 ครั้งนั้นเขาตกลงมาต่อหน้าต่อตาแฟนสาวของเขา

 

อึดใจสุดท้าย

แม่ของอเล็กซ์ เดียร์เดร โวโลนิค บอกกับเราในสารคดีว่า “เวลาเขาปีน Free Solo เขารู้สึกมีชีวิตชีวาที่สุด รู้สึกได้ถึงทุกอย่างเต็มที่ที่สุด แล้วคุณจะกล้าแย่งสิ่งนั้นจากใครได้เหรอ” แม้ในใจจะไม่อยากให้ลูกตัวเองต้องออกไปเสี่ยงชีวิต แต่ทำอย่างไรได้ นั่นคือความสุขของเขา ในเมื่อลูกสร้างปีกมาเพื่อออกบิน เดียร์เดรเลือกที่จะเป็นลมใต้ปีกแทนที่จะตัดมัน

เช่นเดียวกับแฟนสาว คาสแซนดร้า บุคคลที่ทำให้ชายหนุ่มที่ภายนอกดูเย็นชาสายตามีแต่ภูเขาอย่างอเล็กซ์ พิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเขาก็มีหัวใจ แต่แค่หัวใจดวงนี้มันเต้นทุกจังหวะเป็นการปีนป่ายเสียส่วนใหญ่ ประเด็นที่น่าสนใจคือ คาสแซนดร้าเฝ้าฝันถึงชีวิตบั้นปลายที่สุขสบายและมีอเล็กซ์อยู่ในภาพฝันนั้น แต่อเล็กซ์มีแนวคิดที่ว่าความสุขสบายไม่ได้รังสรรค์อะไรที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลง

ตอนที่เขาตกลงมาต่อหน้าแฟนของเขา เขาคิดว่าเธออาจเป็นหนึ่งในสาเหตุ การมีใครสักคนอาจทำให้ความเข้มข้นในความฝันถูกลดทอนจริงหรือ หนังพยายามพูดถึงคำถามดังกล่าวผ่านความห่วงใยของคาสแซนดร้าที่มีต่อการปีนเขาของอเล็กซ์ และอเล็กซ์ที่สนใจความห่วงใยนั้นแต่ก็ดื้อรั้นอยากไปต่อ

คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้ถูกตอบไว้อย่างชัดเจน แต่คำถามที่ว่าเมื่ออเล็กซ์พิชิตยอดเขาที่เขาเฝ้าฝันเสร็จเขาจะทำอะไร อาจเป็นคำตอบของคำถามข้างต้นก็เป็นได้ เพราะเมื่อเขาไปถึงสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่การเสพวิวทิวทัศน์อย่างเต็มอิ่มแล้วเดินลง หรือการนอนมองท้องฟ้ารำลึกถึงภารกิจสุดโหดนี้อย่างสุขสันต์แต่เพียงอย่างเดียว เขาหยิบโทรศัพท์โทรหาเสียงเสียงหนึ่ง ปลายทางของเสียงนั้นคือ คาสแซนดร้า เขาบอกเธอเพียงว่าเขาทำสำเร็จแล้ว เดี๋ยวเจอกันข้างล่าง นี่คงเป็นตัวอย่างของคำพูดที่ว่า เราจะประสบความสำเร็จไปทำไม หากไร้ซึ่งผู้โอบกอดและยินดี

 

ยอดเขา

หนังจบลง ผมนั่งคิดอยู่สักพักว่าผมรู้สึกกับภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไงกันแน่ อเล็กซ์ทำให้เสียงของแม่ในประโยคข้างต้นดังขึ้นมา เราเจอเรื่องยาก เราก็คงแค่ต้องปีนมันอย่างมีสติ โฟกัสอยู่กับหินก้อนต่อไปทีละก้อน ยอดหน้าผารอเราอยู่หากเรารู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน โชคดีที่ภูเขาแห่งชีวิตในบางครั้งให้โอกาสเรามากกว่า 1 ครั้ง การได้ฝึกฝนและลับคมให้ตัวเองพัฒนาก็เป็นเครื่องยืนยันว่าถึงแม้ตกลงมาเราก็ยังพร้อมจะขึ้นไปใหม่ได้

วันนี้หลายคนรวมถึงผมด้วยอาจกำลังปีนป่ายภูเขาแห่งชีวิตกันอยู่ บ้างถึงยอดเขา บ้างเริ่มปีน แต่ละคนมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าความพยายามจะพาเราไปถึงยอดเขาที่ฝันไว้ไหม แต่ผมเชื่อเหลือเกินแบบที่แม่บอก ว่าวิวที่สูงขึ้นจะทำให้เราภูมิใจ และเราจะไปถึงยอดเขาที่ฝันไว้ไหม สุดท้ายคนที่ให้คำตอบกับคำถามนี้ได้ก็คือแรงกายและแรงใจของเราอยู่ดี

ออกจากโรงมาแฟนของผมถามว่า “เขาไม่กลัวตายหรอ” ผมเงียบแล้วยิ้ม เพราะผมคิดว่าผมคงตอบแทนเขาไม่ได้ แต่วินาทีนี้หลังจากได้กลั่นกรองความคิดผ่านตัวหนังสือแล้ว คิดว่าคงตอบได้ว่า เขาคงไม่กลัวที่จะตาย หรือหากกลัวก็คงกลัวไม่มาก เพราะเขาคงกลัวที่จะอยู่โดยไม่ได้ทำสิ่งที่เขารักมากกว่า

Writer & Photographer

กิตติคุณ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

เติบโตที่เชียงใหม่ ชอบถ่ายภาพฟิล์ม รักงานภาพเคลื่อนไหว ดูหนังเป็นชีวิตจิตใจพอๆกับฟังเพลง และชอบตัวเองตอนออกเดินทางมากๆ