27 มิถุนายน 2561
21 K

ช่วงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อย่างน้อยต้องเคยผ่านเวลาของการลงแหวกว่ายในน้ำมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลศึกษา การกระโดดน้ำกับเพื่อนๆ ในลำคลองของชุมชน หัดตีขาในสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน หรือเป็นการแข่งขันกีฬาทางน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่น่ามีใครปฏิเสธว่า 2 สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อเราได้กระโจนลงน้ำคือ หนึ่ง อุณหภูมิที่เย็นกว่าอากาศปกติสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย และสอง การแหวกว่ายในน้ำที่ช่างแตกต่างจากการเคลื่อนไหวบนบก เสมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ร่างกายไร้น้ำหนัก

แค่อยู่บนผิวน้ำยังต่างขนาดนี้ แล้วจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราได้ดำดิ่งลงไปก้นบึ้งทะเลอย่างเสรี ไม่มีอะไรต้องพะวักพะวง และเป็นอิสระต่อความกลัวเรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


1.  เสรีใต้น้ำ

ก่อนจะดำน้ำได้ต้องว่ายน้ำเป็นก่อน ข้อนี้ใครๆ ที่เรียนดำน้ำทราบดีอยู่แล้ว

ข้อกำหนดนี้ ไม่ถูกยกเว้นแม้กระทั่งการดำน้ำแบบ Freediving

Freediving จัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับการดำน้ำ แต่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ นอกจากการเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว ซึ่งใช้การฝึกกลั้นหายใจลงไปในน้ำ และการปรับร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการดำน้ำแบบ Scuba ที่ต้องหายใจผ่านถังออกซิเจนตลอดเวลา Freediving จะมีเพียงแค่หน้ากากสนอร์เกิล ชุดดำน้ำแบบ Wet Suit และ Fin หรือตีนเป็ดเป็นอุปกรณ์เท่านั้น

เราพบ Freediving ได้ในกิจกรรมหลากหลายประเภท เช่น การจับปลา ยุทธวิธีทางทหาร ระบำใต้น้ำ หรือเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง การแข่งขันที่นิยมในปัจจุบันสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือการแข่งขันดำน้ำทน ซึ่งมีสถิติที่ใช้เวลานานที่สุดในโลกคือ 12 นาที และการแข่งขันดำน้ำลึก ถูกบันทึกสถิติไว้คือ 216 เมตร

ปัจจุบัน Freediving เป็นที่นิยมในหมวดกิจกรรมเชิงสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น การชมทัศนียภาพที่สวยงามใต้น้ำ ชมปะการัง ชมสัตว์ทะเล เป็นการดำน้ำที่ไม่มีฟองอากาศ ไม่มีเสียงหายใจดังๆ ดังนั้นจึงเป็นวิธีดำน้ำที่รบกวนสัตว์น้ำน้อยที่สุด ถือได้ว่า Freediving เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางสันทนาการได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

2. เกาะขอบสระ

ฉันพาตัวเองมาถึงสระว่ายน้ำที่นิชดาคลับ โครงการนิชดาธานี เพื่อสังเกตการสอนคลาส Freediving ของ ครูพลอย มาลัยวงศ์ เธออายุเพียง 27 ปี แต่เป็นครูสอน Freediving หญิงคนแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก Professional Association of Diving Instructors (PADI) องค์กรสอนดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขาทั่วโลก และเคยลงแข่ง Freediving ระดับชาติที่อียิปต์และสิงคโปร์ แถมคว้ารางวัลที่ 2 สำหรับผู้เข้าแข่งขันหญิงทั้ง 2 รายการ

แรกพบฉันเห็นครูพลอยกำลังสาละวนกับการสอนนักเรียนของเธออย่างเข้มข้น

คลาสเรียนเล็กๆ วันนั้นมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงเกือบทั้งคลาส บทเรียนในบ่ายวันนี้ ครูพลอยและผู้ช่วยให้นักเรียนเริ่มฝึกการกลั้นหายใจในน้ำ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำจนหมดสติ การว่ายน้ำแบบ Dynamic Apnea (การว่ายน้ำด้วยลมหายใจเดียว) ในระยะทาง 200 เมตร และการเคลียร์หู หรือการปรับความดันภายในหู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำน้ำทั้งแบบ Scuba และ Freediving

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

คลาสสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นกลางทะเล เมื่อเรียนพื้นฐานเสร็จจะได้เวลาสอบในสนามจริงคือมหาสมุทร ข้อสอบแรกคือการกลั้นหายใจนาทีครึ่ง และดำน้ำลึกลงไป 12 เมตร ซึ่งใครๆ ที่ผ่านการฝึกล้วนทำได้โดยไม่เกี่ยงเพศหรืออายุ

ครูพลอยชวนให้ฉันร่วมคลาสด้วยกัน แต่เพราะฉันไม่ได้เตรียมชุดมา ฉันจึงได้แต่นั่งดูการเรียนการสอนอยู่ห่างๆ ที่ริมขอบสระ

ย้อนกลับไปตั้งแต่ครูพลอยยังเป็นเด็ก คุณพ่อของเธอ (คุณราชันย์ มาลัยวงศ์) เป็น Course Director ครูสอนดำน้ำชาวไทยคนแรกขององค์กร PADI และสอนดำน้ำแบบสกูบามาเกือบ 30 ปี ในฐานะลูกสาวและศิษย์เอก ครูพลอยสัมผัสการดำน้ำตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทฤษฎีที่ครูพลอยจะนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องเรียนหรือการสอนภาคปฏิบัติ และการออกภาคสนามตามท้องทะเลในแถบภาคใต้ เธอเกาะหลังคุณพ่อดูการเรียนการสอน วิธีการดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่เธอหลงใหลการดำน้ำ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวนับแต่นั้นมา

“พลอยมาเป็นครูสอน Freediving แบบเต็มตัวได้หนึ่งปีพอดีค่ะ หลังจากลาออกจากงานประจำ พลอยคิดว่าพลอยหลงรักในความท้าทายของมัน พลอยจำความรู้สึกตอนที่ไปเรียน Freediving ครั้งแรกได้ ตอนแรกแค่ชอบดำเล่น พอไปเรียนแล้วครูให้ลงไปในทะเลสิบเมตรแล้วค้างไว้อยู่อย่างนั้น คือมันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการดำน้ำทั่วไปมาก ไม่มีอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เรากับทะเล เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจริงๆ”
เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


3. เหรียญสองด้าน

ครูพลอยบอกว่าปัจจุบันมีผู้สนใจมาเรียน Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสไลฟ์สไตล์ค้นหาประสบการณ์ใหม่และได้ถ่ายภาพสวยๆ ใต้น้ำคู่กับปะการังหรือสัตว์ทะเล แต่แท้จริงแล้ว Freediving มีประโยชน์ที่สำคัญอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ข้อแรก การหายใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการฝึกเก็บลมหายใจ และการหายใจด้วยกะบังลม จะทำให้ควบคุมลมหายใจได้ดียิ่งขึ้น ข้อสอง เกิดการผ่อนคลายและปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ดังที่ครูพลอยได้อธิบายไว้ว่า

“พลอยเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า ‘ความคิดที่เป็นแง่คิดเชิงบวก จะใช้ออกซิเจนน้อย’ อย่างการฝึกในคลาสเรียนที่ผ่านมา ถ้าใครมีความเครียด กังวล หรือไม่ผ่อนคลายร้อยเปอร์เซนต์ก็จะไม่มีทางกลั้นหายใจได้เลย แต่ถ้าใครที่ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ นึกถึงอะไรที่ทำให้สบายใจหรือมีความสุข คนนั้นจะกลั้นหายใจได้นานมาก ซึ่งการฝึกทุกครั้งทำให้เราต้องมีความคิดแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกอย่าง พลอยคิดว่าตรงนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ และปล่อยวางได้เร็วขึ้น”

ข้อสุดท้าย การผนวกรวมร่างกายของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของทะเล โดยการดำน้ำซึ่งปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพื่อการเอาชนะข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความรื่นรมย์ในการท่องเที่ยวใต้ทะเลให้งดงามยิ่งขึ้น

แต่กีฬาใต้น้ำนี้ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคือการหมดสติกะทันหันในน้ำหรือ Blackout ซึ่งเกิดจากขาดอากาศเพราะฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน กิจกรรมนี้จึงต้องมีบัดดี้ที่แข็งแรงใกล้เคียงกันสำหรับช่วยเหลือคู่ของตนได้ในเวลาฉุกเฉิน

“ความเสี่ยงมากที่สุดคือการพยายามเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองมากจนเกินไป พลอยเคยคุยกับบางคนที่ฝึกจน Blackout วันละเจ็ดแปดรอบ พลอยคิดในใจเลย มันสนุกเหรอ มันเท่เหรอ ไม่นะ มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายตัวเองมาก และเป็นการฝึกที่ผิดด้วย”

ครูพลอยกล่าวเตือน ก่อนกระโจนลงน้ำไป Freediving เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการดำน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

4. กลเม็ดเคล็ดลับ

ในเวลาเรียน ครูพลอยมีกลเม็ดและวิธีการต่างๆ ที่จะเรียกความมั่นใจ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและกังวลก่อนลงน้ำให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการลงดำน้ำแบบ Freediving

อย่างวันนี้จะมีพี่นักเรียนคนหนึ่งกังวลตลอดว่าจะขึ้นมาไม่ทัน เดี๋ยว Blackout พลอยเลยบอกเขาว่ามันไม่ได้แย่นะ อย่าเพิ่งด่วนคิดลบ พี่มีสมาธิ พยายามโฟกัสอยู่ที่ตัวเอง เราใช้ร่างกายของเราในการบริหารออกซิเจนในร่างกาย พี่ลองนึกถึงอะไรที่มีความสุข ทำให้สบายใจ หลังจากครั้งแรกที่เขาทำได้แค่สี่สิบวินาที ครั้งที่สองเขาทำได้สองนาทีกว่าๆ”

นอกเวลาเรียน ครูพลอยก็ถือเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่อยากศึกษาความรู้เกี่ยวกับร่างกาย จิตวิทยา และทฤษฎีเกี่ยวกับการดำน้ำแบบ Freediving ไม่เพียงแต่การสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน หากเพื่อการช่วยนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัดของเขา

ครูพลอยเล่าประสบการณ์การสอนนักเรียนคนหนึ่งที่พิเศษมากให้ฉันฟัง

“มีนักเรียนคนหนึ่งติดต่อมาเรียนกับพลอยโดยที่พลอยไม่รู้ประวัติเขามาก่อน ช่วงที่เรียนพลอยสังเกตว่าเขาดูประหม่า ร่างกายเขาดูไม่ปกติเพราะดูจากการจัดระเบียบร่างกาย การเคลื่อนไหวเขาไม่เหมือนคนปกติ พลอยมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ และเขาเพิ่งรับการทำกายภาพบำบัดมา วันนั้นเขาเรียนกับคนที่เก่ง ทุกคนทำได้หมดแล้ว พลอยกลัวมากว่าเขาจะรู้สึกแย่หรือท้อแท้มั้ย เขาบอกพลอยว่าเขาอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ เลยเป็นแรงฮึดที่พลอยอยากช่วยให้เขาทำได้ พลอยลงสระกับเขาประมาณห้ารอบ รอบละสามชั่วโมง จากคนที่ตีขาในน้ำไม่ได้เลย เขาสามารถว่ายน้ำจนสุดสระไป-กลับได้ และไปทดสอบ Performance Base ลงทะเลที่ความลึกหกถึงเจ็ดเมตรได้แบบตัวเปล่า ตีขา กลั้นหายใจลงไปในน้ำได้”

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


5. สู่มหาสมุทร

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งการเรียน หรือการทำงานในปัจจุบัน มีผลกระทบมากมายทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

สิ่งที่พอจะเยียวยาเราจากความตึงเครียดเหล่านั้น คือการบำบัดตัวเองให้ได้มีเวลาคุณภาพ ใช้เวลาเหล่านั้นปลดปล่อยทั้งกาย ใจ ลงไปกับสายน้ำที่คุ้นเคยในวัยเด็ก สลัดความคิดการงานทั้งหมดที่มีออกไป เก็บลมหายใจแล้วลงไปใต้ผืนน้ำ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าผ่านแว่นตาดำน้ำ แล้วค่อยๆ แหวกว่ายไปพบกับความสวยงามเบื้องหน้า ที่ยิ่งสวยกว่าเมื่อไม่มีพันธนาการใดๆ รั้งเอาไว้ นอกจากร่างกายของเราที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทั้งปวง

นั่นคือเสน่ห์ที่สวยงามของ Freediving ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมากมายเหลือคณานับ

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

ขอขอบคุณ พลอย มาลัยวงศ์
Bangkok Freedivers
ราคาคอร์สละ 7,900
Facebook : Bangkok Freedivers
Instagram : @ploymalaiwongs

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

ก่อนอ่านบทความนี้ ถ้าคุณผู้อ่านกำลังนั่งอยู่ เราขอให้คุณลองยืดกระดูกสันหลังให้สูงขึ้น ฝืนไหล่ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วจะเริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

นั่นเป็นคำแนะนำข้อแรกที่ ปัท–ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัดและผู้ก่อตั้ง Studio Persona สตูดิโอที่บูรณาการศิลปะหลากหลายแขนงเพื่อใช้ในการพัฒนาจิตใจตัวเอง บอกเราทันที่ที่เริ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ปัท–ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัดและผู้ก่อตั้ง Studio Persona

Free Writing คือหัวข้อที่เราคุยกับปัทในวันนั้น เป็นหนึ่งใน Worries Free กิจกรรมคลายความกังวลของ Studio Persona ที่เกิดจากวิกฤตโรคระบาดที่ทำให้หลายๆ คนต้อง Work from home อยู่บ้านนานมากว่า 1 เดือน หลายคนเกิดความเบื่อและความกังวล แต่ไม่รู้จะระบายกับใครดี 

เธอจึงแนะนำการบำบัดแบบ Free Writing ซึ่งก็คือการสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ได้ระบายความรู้สึก ความคิด อารมณ์ ความสร้างสรรค์ และปลดปล่อยอย่างมีอิสระบนกระดาษ ผ่านการเขียนหรือวาดไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องมีกระบวนการคิดอะไร มันต่างจากการเขียนปกติคือเราไม่ต้องการผู้อ่านคนอื่นนอกจากตัวเอง 

ไอเดียตั้งต้นเริ่มตั้งแต่ตอนที่สตูดิโอต้องปิดเพื่อความปลอดภัย ทั้งการบำบัดและการรับคำปรึกษาจึงต้องย้ายไปทำบนออนไลน์ทั้งหมด แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าสตูดิโอออกแบบการบำบัดด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน มีขั้นตอนหรือวิธีการที่ชัดเจนให้คนเข้าใจง่ายๆ เพื่อช่วยคลายความกังวลหรือระบายความรู้สึกบางอย่างได้บ้าง

“ช่วงนี้ร่างกายเราเก็บความกังวลไว้เยอะมาก นอกจากตัวเรา เราก็ห่วงครอบครัว สังคม แล้วก็โลกใบนี้ เราเริ่มสังเกตร่างกายตัวเอง เริ่มรู้ว่าเครียด คนในครอบครัวเครียด 

“คุณแม่เราก็กังวลกับสถานการณ์มาก เราเลยชวนเขามาวาดรูป วาดความกังวลด้วยกัน เราวาดของเรา แม่วาดของแม่ แล้วเราลองมาคุยกัน ซึ่งกิจกรรมนี้มันเหมือนการไปบำบัดที่เราระบายและถ่ายทอดความคิด ความกังวล ความรู้สึกของตัวเองออกมา”

Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี
Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี
Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี

การทำ Free Writing ที่ปัทว่านั้นง่ายนิดเดียว ทำที่บ้านได้ ทำด้วยตัวเองคนเดียวได้ หรือจะชวนคนในครอบครัวมาร่วมทำด้วยสัก 2 – 4 คนก็ได้เช่นกัน อุปกรณ์มีเพียงสมุดหรือกระดาษ ปากกา ดินสอ หรือดินสอสี และพื้นที่ที่คุณรู้สึกปลอดภัย พื้นที่ที่ไม่มีใครรบกวนในช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นมุมโปรดในบ้านหรือห้องส่วนตัวก็ได้ 

ถ้าใครไม่อยากวาดรูปก็เขียนเป็นคำ วลี หรือประโยค ที่ถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องไตร่ตรอง ให้มันออกมาตามธรรมชาติ จริงๆ ก็คล้ายกับการเขียนไดอารี่ที่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) มีพื้นที่ได้สะท้อน ระบาย จดบันทึก หรือเขียนเพื่อทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง

Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี
Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี

“เราไม่อยากให้คนยึดติดกับรูปแบบในการทำงานศิลปะ หนึ่งคือ ถ้ายึดติดมากๆ มันจะกลายเป็นความเครียด เราอยากให้มันเป็นเครื่องมือ เป็นเพื่อนที่ดีที่ตัวเราจะไปพึ่งได้มากกว่า อย่างตัวเราเองก็ไม่ได้วาดรูปทุกวัน บางวันก็วาดรูปน้อย เขียนเยอะ เราค่อนข้างแนะนำการเขียนด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นทักษะที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เด็ก สองคือ มันไม่มีผิดถูกในเรื่องของคำและภาษาเมื่อมันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เพราะฉะนั้น Free Writing คือการที่เราปล่อยให้พื้นที่บนกระดาษเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะรองรับความรู้สึกของเรา”

บางคนอาจจะใช้เวลา 2 – 3 นาที หรือมากกว่า 5 นาทีก็ได้ แล้วแต่ว่าเรารู้สึกโล่งใจขึ้นแล้วหรือยัง

“เมื่อเขียนรอบแรกเสร็จ เราจะแนะนำว่าถ้าคุณรู้สึกสบายขึ้น โล่งขึ้น ส่วนตัวเราจะไม่กลับไปอ่าน เพราะถือว่าเราจัดการและปลดปล่อยความกังวลออกไปแล้ว 

ปัท–ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัดและผู้ก่อตั้ง Studio Persona

“แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแต่ละคน ถ้าใครรู้สึกว่าสิ่งที่เขียนมันมีผลกับตัวเองมากๆ อยากจะจัดการกับมันต่อก็ทำได้ ให้ลองไปอ่านสิ่งที่เขียน แล้วขีดเส้นหรือวงกลมคำที่ปรากฏซ้ำๆ ในงานเขียนนั้นๆ แล้วค่อยเอามาเขียนขยายต่อจากคำคำนั้น โดยที่ใช้เทคนิค Free Writing เหมือนเดิม เช่น คีย์เวิร์ดที่เจอบ่อยๆ คือ ท้องฟ้า ฝนตก ไม่สบายใจ อึดอัด เราจะเอาสี่คำนี้มาเขียนต่อแล้วดูว่ามันจะพาเราไปได้ถึงจุดไหน ขยายเขาไปเรื่อยๆ 

“ถ้าเป็นการวาดรูปก็คล้ายๆ กัน ให้เราดูว่ามีส่วนใดที่รู้สึกว่าเชื่อมโยงกับเราเป็นพิเศษ อาจจะเป็นสีหรือรูปร่าง เราอาจจะเอาพาร์ตนั้นมาขยาย อย่างมีคนวาดพระอาทิตย์ในบ้าน เราก็จะแนะนำให้เขาลองขยายว่า การมีพระอาทิตย์ในบ้านเป็นยังไง อาจจะขยายเรื่องสีที่โดดเด่นออกมา หรือในทางตรงกันข้ามเป็นสีที่เจือจางกว่าสีอื่นในภาพมากๆ ก็ได้”

Free Writing ต่างจากการไปคุยกับนักบำบัดอยู่จุดหนึ่ง มันเป็นการระบายทางเดียว แต่ข้อดีของมันก็คือเราทำเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ที่เรารู้สึกมีความกังวล จะทำกี่ครั้งต่อวันก็ได้ ปัทเองก็ใช้วิธีนี้มานานแล้ว เธอพกสมุดและปากกาติดตัวตลอด เมื่อมีความกังวลเกิดขึ้นมาก็จะหยิบขึ้นมาเขียน และสังเกตอารมณ์ตัวเองผ่านสิ่งที่เขียน พอได้กลับไปอ่านอีกครั้งจึงได้เห็นแพตเทิร์นการเขียนที่แตกต่างไปในแต่ละช่วงอายุ หรือแม้แต่กระทั่งในหนึ่งวันเอง อารมณ์ความรู้สึกก็อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี
Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี

“การเขียน Free Writing ช่วยเราได้มากเรื่องการรับรู้ในแต่ละแอคชั่นและอารมณ์ของตัวเอง พอเราเริ่มมีอารมณ์ เราจะหยิบจับมันได้ง่ายขึ้น เรารับรู้ถึงผลกระทบที่อารมณ์ส่งผลกับร่างกายได้เร็วขึ้น 

“พอเรารับรู้ความคิดตัวเองได้เร็วขึ้น รับรู้ว่าเราโกรธ เราจะอยากหยุดโกรธ จะคิดว่าควรทำยังไงกับความโกรธนี้ ถ้าเราไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธ เราก็จะโกรธไปเรื่อยๆ จนมันส่งผลต่อการกระทำเรา ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม คนใกล้ชิด การฝึกเขียนทำให้ตัวเราสงบเร็วขึ้น

“การมีสมุดและปากกาหนึ่งด้ามไว้ในกระเป๋าหรือโต๊ะทำงานของเรา มันอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในบางเวลาได้เลยนะ เพราะทุกคนก็ต้องการพื้นที่ที่จะน้อยใจ สะท้อนความอ่อนไหวที่ไม่อยากไปแบ่งปันกับใครเพราะมันอาจจะทำร้ายคนอื่น แต่ก็ไม่อยากเก็บไว้กับตัว วิธีนี้ก็ปลอดภัย มันเป็นวิธีสันติอย่างหนึ่งที่ช่วยเราจัดการกับอารมณ์ได้ดี”

Free Writing บำบัดความคิด คลายความกังวล และปลดความเครียด ด้วยกระดาษ ปากกา ดินสอสี

นอกจากนี้ ปัทและ Studio Persona ยังจัดกลุ่มบำบัด Worries Free ที่เรียกว่า Open Heart Club ที่รวมคน 4 – 5 คน มาทำกิจกรรมศิลปะบำบัดผ่านวิดีโอคอลออนไลน์ทุกวันจันทร์และพุธ และไม่ต้องกลัวหากคุณผู้อ่านไม่คุ้นเคยกับศิลปะ เพราะเธอบอกว่าคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมกิจกรรมมีหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่นักบัญชีไปจนถึงนักจิตวิทยา และหลายคนไม่ได้วาดรูปมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน 

เธอเล่าว่า คนส่วนใหญ่ที่มาทำงานศิลปะที่นี่ไม่เอางานศิลปะเขากลับบ้าน เขาจะมอบให้สตูดิโอ เพราะเขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้กลับไปคือประสบการณ์บางอย่าง คุณค่าของมันเลยไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ ไม่ได้อยู่ว่าชิ้นงานนั้นจะสวยหรือไม่

ภาพ : Studio Persona

Open Heart Club จะเปิดอีกครั้งเดือนพฤษภาคม วันจันทร์ที่ 4, 11 และ วันพุธที่ 6,13 เวลา 11.00 – 12.30 น.

ทุกรอบไม่มีค่าใช้จ่าย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสมัครได้ที่

Line : @studiopersona

Email : [email protected]

Instagram : studiopersona.bkk

Facebook : Studio persona

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load