จะดีแค่ไหนถ้าอาหารหนึ่งมื้อทำให้เราอิ่มกายและอิ่มใจ แถมอิ่มหน่ำสำราญด้วยรสชาติอร่อย ๆ

Free Bird Cafe’ ซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ ย่านนิมมานเหมินทร์ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ตอบโจทย์ถูกทุกข้อตามลิสต์ข้างต้น เพราะที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารวีแกนและแพลนต์เบส รวมทั้งมีร้านขายของมือสองและสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยกำไรทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์เข้าสู่มูลนิธิ Thai Freedom House ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่าและชาน รวมทั้งคนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในหลายมิติ

ลิซ่า เนสเซอร์ (Lisa Nesser) สาวอเมริกันจากเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี คือเจ้าของคาเฟ่และผู้ก่อตั้งมูลนิธิแห่งนี้ด้วยสองมือของเธอ พร้อมความตั้งใจและใฝ่ฝันอยากช่วยให้ผู้ลี้ภัยหรือคนกลุ่มน้อยมีโอกาสและชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเธอได้รับแรงบันดาลใจจากคุณลุง ผู้สร้างโรงอาหารให้ผู้ลี้ภัยในเมืองที่เธออาศัยอยู่เมื่อสมัยเด็ก ๆ

“ตอนมาประเทศไทยช่วงแรก ๆ เราเคยทำงานอาสาสมัครช่วยผู้ลี้ภัยพม่าและคนฉานตามชายแดน ทำให้รับรู้ถึงความยากลำบากของพวกเขา หลายคนอาจมองว่าทำไมไม่ช่วยคนไทย เรามองว่าคนไทยยังมีโอกาสเข้าถึงความ ต้องการขั้นพื้นฐานหลายอย่างได้มากกว่าผู้ลี้ภัย เช่น การศึกษา แต่คนกลุ่มน้อยเหล่านี้ไม่มีโอกาสอะไรเลย”

ลิซ่าใช้ชีวิต ทำงาน และทำความรู้จักคุ้นเคยกับคนพม่าและคนฉานมานานกว่า 20 ปี เธอเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาหารการกิน ลิซ่าบอกว่าอาหารพม่าและอาหารฉาน

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

“It’s so good!!! 

“เราใช้ชีวิตกับคนพม่าและชานมานาน ทำให้รู้ว่าอาหารที่พวกเขากินที่บ้านเกิดส่วนใหญ่เป็นวีแกนและอร่อยมาก ๆ น่าเสียดายที่อาหารเหล่านี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เราอยากมีสถานที่ที่โชว์อาหารพม่าและชาน

“เพื่อให้พวกเขาภูมิใจเมื่อเห็นคนไทยหรือคนต่างชาติลิ้มลองอาหารของพวกเขา เพราะหลายคนอาจยังสงสัย มีอคติ หรือไม่คุ้นเคยกับอาหารของชนกลุ่มน้อย 2 กลุ่มนี้ เรายังอยากสนับสนุนให้ผู้คนทำความรู้จักและเข้าใจความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของคนพม่าและคนชานมากขึ้นด้วย ผ่านอาหารท้องถิ่นของพวกเขา” ลิซ่าเล่าความตั้งใจ

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

Free Bird Cafe เป็นที่รู้จักของคนทานวีแกนจากหลายมุมโลก

หากย้อนไปหลายสิบปีก่อน อาหารวีแกนหากินไม่ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ 

“Free Bird Cafe ถือเป็นร้านอาหารวีแกนแรก ๆ ในเชียงใหม่ เปิดมานานตั้งแต่ปี 2009 ช่วงนั้นร้านวีแกนหากินยาก ไม่เหมือนตอนนี้ที่เชียงใหม่กลายเป็นสวรรค์ของคนรักวีแกน เปรียบเสมือนเมืองหลวงแห่งวีแกนเลยก็ว่าได้”

ถึงแม้ว่าช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา คนไม่นิยมกินอาหารวีแกน แต่ลิซ่าก็ยังยืนยันและยืนหยัดในการเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะเป็นไลฟ์สไตล์ของเธอ ซึ่งรักการกินคลีนฟู้ดและตัดสินใจเลิกกินเนื้อสัตว์ตั้งแต่อายุ 12 ปี เธอยังตั้งใจหาเงินทุนช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการทำสิ่งดี ๆ ไม่ใช่การทำร้ายสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม 

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

“ตอนเด็ก ๆ เราไปงานอีเวนต์หนึ่งแล้วเห็นคลิปในโรงฆ่าสัตว์หรือการทดลองที่ใช้สัตว์ ตั้งแต่วันนั้นทำให้เราไม่อยากกินเนื้อสัตว์อีกเลย ตอนนั้นเราอายุแค่ 12 ก็ไปบอกพ่อแม่ว่า เราจะเป็นวีแกน พวกเขาก็โอเค 

“แต่ยูต้องทำอาหารกินเองนะ เพราะทุกคนที่บ้านไม่กินวีแกน” เธอหัวเราะ ก่อนจะเล่าต่อ “เราก็ต้องเรียนรู้การทำอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก ๆ โดยอ่านจากพวกตำราอาหารในห้องสมุด”

ลิซ่าเรียนรู้และศึกษาเรื่องอาหารวีแกนมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ เธอดูสดใส อารมณ์ดี หัวเราะเก่ง ที่สำคัญหน้าใสกว่าวัยมาก เธอไม่มีเคล็ดลับอะไรแบ่งปัน นอกจากแอบกระซิบว่า น่าจะเป็นผลจากการกินอาหารคลีนนี่แหละ 

“ตอนนี้คนกินวีแกนหลายคนในโลกก็อยากกินอาหารแบบคนทั่วไปนะ พวกของทอด มักกะโรนีชีส แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด แต่เป็นเวอร์ชันวีแกน Free Bird Cafe เลยมีเมนูทอดที่เฮลท์ตี้ด้วย เช่น ซาโมซ่า ของทอดของเราไม่ใช้วิธีการปรุงแบบที่ใช้น้ำมันท่วม ๆ (Deep Frying) แต่ทอดแบบใช้กระทะก้นตื้น ๆ ใช้น้ำมันน้อยและปรุงแบบเฮลท์ตี้ที่สุด เรายังเสิร์ฟเมนูอาหารไทยพื้นเมืองชื่อดังที่คนรักวีแกนอยากกิน แต่หากินที่อื่นได้ยาก เช่น ผัดไทย ข้าวซอย 

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

“จริง ๆ คนฉานกินผักสดกันเยอะและใช้น้ำมันน้อย ส่วนคนพม่าชอบกินแกง เราปรับรสชาติจากสูตรดั้งเดิมและปรุงแบบเฮลท์ตี้มากที่สุด ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น น้ำตาล น้ำมัน น้ำปลา เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง และเก็บรสชาติแท้ ๆ ของแต่ละเมนูไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่จาน เราก็ใช้จานที่คนพม่าใช้จริงในบ้าน”

Free Bird Cafe ไม่เพียงให้ความสำคัญกับสังคมและสุขภาพ แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเน้นความยั่งยืน 

“เราพยายามจัดการครัวให้มีขยะเหลือทิ้งน้อยที่สุด เรามีขยะจากครัวที่ต้องทิ้งน้อยกว่า 1 ถุงต่อวัน เครื่องปรุงหรือส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใช้ ก็พยายามใส่บรรจุภัณฑ์ Zero Waste หรือส่งกล่องแพ็กเกจคืนร้านค้า เพื่อให้เขานำไปใช้ซ้ำ เช่นเดียวกับ โต๊ะ เก้าอี้ ของตกแต่งร้าน เป็นของมือสองและรีไซเคิล เราพยายามใช้สิ่งที่มีอยู่มากกว่าซื้อใหม่” 

หลังมื้ออาหารสุขภาพดี ใครอยากเติมความเฮลท์ตี้ให้หัวใจ ก็เดินเข้าไปอุดหนุนของมือสองในโซนร้านค้าที่มีทั้งโปรดักต์เพื่อสุขภาพแบรนด์เล็ก ๆ ที่สร้างสรรค์โดยคนท้องถิ่น รวมทั้งเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ หนังสือ ของแต่งบ้าน ของใช้ที่คัดแยกจากการของบริจาค แน่นอนว่ารายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชานเช่นกัน 

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

“มีคนมาบริจาคของที่ Free Bird Cafe ทุกวัน เราจะส่งต่อให้คนด้อยโอกาสแถบชายแดน ค่ายผู้ลี้ภัย แคมป์คนงาน ซึ่งเราทำการคัดเลือกเสื้อผ้าหรือแยกสิ่งของที่จำเป็นสำหรับพวกเขาก่อนทุกครั้ง และแพ็กส่งไปให้อย่างดี เพราะหลายครั้งของบริจาคไม่ใช่ของที่พวกเขาต้องการในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อผ้าเซ็กซี่หรือรองเท้าส้นสูง”

ลิซ่าเชื่อว่าการส่งต่อสิ่งของให้ผู้ลี้ภัยควรเป็นของที่พวกเขาต้องการในชีวิตและอยู่ในสภาพดี มีคุณภาพ ไม่ใช่ของที่คนอื่นอยากกำจัดทิ้งหลังจากทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่หรือของที่ไม่มีประโยชน์ หลายครั้งที่ของบริจาคที่ถูกส่งไปยังแคมป์ผู้ลี้ภัยไม่ใช่ของที่พวกเขาต้องการ สุดท้ายก็กลายเป็นขยะหรือภาระให้ผู้ลี้ภัยต้องจัดการ

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

“พวกเขาจะรู้สึกดีกว่า เมื่อเปิดกล่องออกมาแล้วได้เลือกของที่อยากได้หรือต้องการ” เธอเปรย

“นั่นทำให้พวกเขารู้สึกมีเกียรติ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากการเปิดกล่องออกมาแล้วมีแต่ของที่พวกเขาไม่ต้องการ หรือยัดเยียดของที่พวกเขาไม่อยากได้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่ได้รับบริจาคมาและไม่จำเป็นสำหรับผู้ลี้ภัย เราจะนำมาขายที่ Free Bird Cafe แล้วนำกำไรทั้งหมดไปซื้อของจำเป็นส่งให้พวกเขาแทน เช่น ข้าวสาร อาหาร ยารักษาโรค ส่วนตอนนี้ของจำเป็นที่เราอยากได้แต่ไม่ค่อยมีคนบริจาค คือเสื้อผ้าและของใช้สำหรับเด็ก ๆ” 

Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย
Free Bird Cafe คาเฟ่ย่านนิมมานฯ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชานผ่านอาหารวีแกนแสนอร่อย

วันนี้ Free Bird Cafe เดินทางมายาวนานกว่า 10 ปี

และยังคงเดินหน้าด้วยความตั้งใจอยากช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้ด้อยโอกาสไม่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งเป็นเสมือนวันสต็อปเซอร์วิสให้คนรักวีแกน รักโลก รักสุขภาพ รักสังคม ได้มาแฮงก์เอาต์กันในพื้นที่เดียว

“แค่เราได้เห็นผู้ลี้ภัยมีชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับโอกาสมากขึ้นในสังคมไทยก็เป็นพลังให้เราแล้ว” 

 คาเฟ่เล็ก ๆ ย่านนิมมานฯ เชียงใหม่ แต่หัวใจไม่เล็กที่ชวนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผู้ลี้ภัยพม่าและชาวชาน ผ่านอาหารวีแกนหลากหลายสัญชาติ

Free Bird Cafe

ที่ตั้ง : ซอยศิริมังคลาจารย์ 9 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันอังคารและวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. และ วันพุธ-เสาร์ เวลา 09.00 – 22.00 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 09 9351 4404

Facebook : Free Bird Cafe

Writer

Avatar

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์

นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ชอบทดลองทำหลายอาชีพ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load