คนที่มีอาชีพแบบผม อาจมีความกระเหี้ยนกระหือรือลึกๆ ในใจอยากทำความรู้จักและเข้าใจประเทศหนึ่งประเทศใด หรือทวีปหนึ่งๆ ให้ดี มันเป็นเรื่องของคนในอาชีพที่จะต้องติดต่อกับคนต่างชาติแบบเราๆ

ผมก็ไม่แตกต่างกัน ที่อยากรู้จักทวีปแอฟริกาซึ่งผมรู้สึกโดยส่วนตัวว่าลึกลับและน่าค้นหา อยู่ใกล้แต่กลับไกลในความรู้สึก

อาจโชคดีที่ในชีวิตการทำงาน ผมได้รับโอกาสให้กลับไปทำงานและใช้ชีวิตในทวีปที่ผมอยากรู้จักถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลารวมแล้วเกือบ 7 ปี 3 ปีในเคนยา และอีก 3 ปีครึ่งในโมซัมบิก ในช่วงเวลานั้น ผมได้เข้าใจและรู้จักทวีป ทั้งภูมิประเทศและผู้คน สังคม วัฒนธรรม อย่างน้อยก็ได้ในระดับหนึ่ง

แต่ในใจลึกๆ ผมกลับรู้สึกว่า ผมยังไม่รู้จักทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างครบถ้วนเลย

ทวีปที่ประกอบด้วยประเทศ 52 ประเทศ มีพื้นที่มหาศาลถึง 30 ล้านตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ราว 20 เปอร์เซ็นของผืนดินทั่วโลก มีขนาดใหญ่กว่าทวีปยุโรป 3 เท่า ใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และบราซิลรวมกัน และมีประชากรราว 1,000 ล้านคน

ผมเพียงแต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาฝั่งตะวันออกที่เคนยาและโมซัมบิก ติดชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และได้เดินทางไปรอบๆ ประเทศเหล่านี้เท่านั้น ผมจึงรู้สึกอยากจะรู้จักอีกฟากฝั่งหนึ่งของทวีปมาก นั่นคือแอฟริกาฝั่งตะวันตก

ความหวังสุดท้ายที่ผมมี ซึ่งจะทำให้ผมพอรู้จักกับแอฟริกาอีกฝั่งทวีปได้ ก็คือ การรู้จักแอฟริกาฝั่งตะวันตกที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านงานศิลปะ แม้ผมยังไม่เคยเดินทางไปย่างกรายประเทศและดินแดนแถบนี้เลย

นั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ผมได้พบกับศิลปินและนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นาม เฟรดเดอริก บรูลี บูอาเบร่ (Frederic Bruly Bouabré) ผู้ล่วงลับ ของประเทศโกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire)

1

ประเทศโกตดิวัวร์ หรือ Ivory Coast อยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาตะวันตก มีชายฝั่งติดมหาสมุทรแอตแลนติก เคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้ใน ค.ศ. 1893 ก่อนหน้านั้น ดินแดนแถบนี้ประกอบด้วยเขตปกครองตัวเองจำนวนมาก เต็มไปด้วยชนเผ่าที่พูดภาษาต่างกันถึง 87 ภาษา

โกตดิวัวร์ได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1960 ปัจจุบันปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขจากการเลือกตั้ง สินค้าส่งออกที่สำคัญคือเมล็ดกาแฟและโกโก้ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจของโกตดิวัวร์เติบโตขึ้นและมีความมั่นคง

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
ผ้าเขียนลายด้วยโคลนที่เรียกว่า Groko หรือ Korhogo ทำโดยคนท้องถิ่นเผ่า Senufo ในเขต Korhogo ในโกตดิวัวร์ 
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
คนท้องถิ่นสวมผ้าพิมพ์ลายเคลือบไขผึ้ง (Wax Print) ซึ่งได้รับความนิยมมากในแอฟริกาทั้งทวีป เพราะผลิตแบบอุตสาหกรรม และมีขายในราคาถูก
2

ในประเทศอาณานิคมฝรั่งเศสแห่งนี้ เสมียนที่มาจากชนเผ่า Bété ในชนบทของโกตดิวัวร์ ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากระบบการเรียนการสอนที่อาณานิคมฝรั่งเศสจัดตั้งขึ้น กลายมาเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มองเห็นความเป็นสากลของโลก อุดมการณ์ของความเท่าเทียม และปรัชญาของความเป็นมนุษยชาติ และต่อมาเขาได้ใช้เวลาทั้งชีวิตบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้

ประวัติศาสตร์ศิลปะบันทึกตามที่ Frédéric Bruly Bouabré เล่าไว้ว่า ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1948 เฟรดเดอริกเห็นนิมิต สวรรค์ได้เปิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แสงแดดสอดส่องเป็น 7 สี เผยให้เห็นความงามของพระอาทิตย์ และในเวลานั้น ฉันก็ได้กลายเป็น ชีค นาโดร (Cheik Nadro / Cheick Nadro) ผู้ซึ่งไม่เคยลืมเลือน (The heavens opened up before my eyes and seven colorful suns described a circle of beauty around their Mother-Sun, I became Cheick Nadro: ‘He who does not forget.’)

ภาพที่เขานิมิต ทำให้เขาซึ่งเรียกตัวเองว่า ‘ชีค นาโดร’ หรือผู้มาโปรดและปลดปล่อยผู้คน เป็นแรงผลักดันให้ Frédéric Bruly Bouabré พยายามหาความรู้ในทุกด้าน เพื่อปลอดปล่อยเพื่อนร่วมเผ่าที่เขาถือเป็นลูกหลานและมนุษยชาติออกจากความสับสนของสังคมสู่ชีวิตที่มีคุณภาพ

3

ชีค นาโดร ชื่อที่ผู้คนรอบข้างเรียก Frédéric Bruly Bouabré นำความรู้ในแขนงต่างๆ ที่เขาเพียรศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ปรัชญา ฯลฯ มาเขียนลงในกระดาษขนาดเล็กแบบโปสการ์ดหลายแผ่นเท่าๆ กัน

ภาพของเขาเป็นเอกลักษณ์ เขาใช้ปากกาลูกลื่นตีกรอบโดยรอบ แล้ววาดรูปด้านในและลงสีด้วยสีไม้ ริมขอบที่เขาใช้ปากกาลากเส้นเป็นกรอบไว้ ก็เขียนความคิดและคำอธิบายภาพที่อยู่ด้านในเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมักเป็นคำหรือประโยคสั้นๆ ง่ายๆ โดยเริ่มต้นคำหรือประโยคด้วยเครื่องหมายดอกจันสีแดง ที่เขาทำไว้เป็นสัญลักษณ์ แล้วพลิกไปอีกด้านหนึ่งของแผ่นกระดาษ เพื่อลงชื่อพร้อมวันที่เขียนไว้ด้านหลัง

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
แผ่นกระดาษขนาดโปสการ์ด ด้านหนึ่งตีกรอบและวาดรูปด้วยปากกาลูกลื่น ระบายด้วยดินสอสี ข้อความสั้นๆ ง่ายๆ เล่าถึงภาพและปรัชญาที่เวียนวนอยู่กับหลักการของความเป็นสากล (Universalism) ที่ด้านหลัง เขาลงวันที่และลายเซ็นของผู้เขียนไว้ชัดเจน

ผมโชคดีที่ได้รับสมุดสเก็ตช์เล่มหนึ่งของเขามาไว้ในครอบครอง เมื่อพลิกดูแล้ว ก็เห็นชัดว่าความคิดของเขาลึกซึ้ง เส้นปากกาของเขาแม้สั่นเครือแต่ตรงไปตรงมา การลงสีเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด การวาดรูปของเขาเป็นเพียงสื่อที่เขาต้องการจะพูดคุยกับคนรอบตัว ถึงปรัชญาและอุดมการณ์ความเป็นสากลนิยม (Universalism) ที่เขาเชื่อว่าคือความจริงของโลก

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
สมุดสเก็ตช์ที่เขียนขึ้นใน ค.ศ. 2012 ก่อนเขาเสียชีวิตได้ไม่นาน หลานของเขาที่นำสมุดเล่มนี้มาขายต่อให้ผมบอกว่า เป็นสมุดเล่มท้ายๆ ที่ปู่เขียนไว้ก่อนตาย

ความเป็นปราชญ์ของเขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น แต่ชีค นาโดร ยังคิดค้นตัวอักษรของภาษา Bété ภาษาชนเผ่าของเขาซึ่งชาวไร่ชาวนาใช้พูด โดยเป็นตัวอักษรใช้แทนเสียงที่เปล่งออกมาจำนวน 448 ตัวอักษร เขียนบันทึกลงในแผ่นกระดาษขนาดโปสการ์ดที่เขาคุ้นเคยกว่า 1,000 ชิ้น

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
ตัวอักษรภาษา Bété เป็นตัวเลขต่างๆ ที่เขาเขียนหลังโปสการ์ด ต่อมาแกลเลอลิสต์ชาวฝรั่งเศสนำงานของเขามาพิมพ์ขาย
4

แม้ภาษาฝรั่งเศสของผมจะกระท่อนกระแท่น หรืออาจเรียกว่าไม่รู้เลย เพราะเคยเรียนมาสมัยมัธยมปลาย เพื่อวัตถุประสงค์เพียงประการเดียวคือใช้สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่ประโยคง่ายๆ ที่ชีค นาโดร เขียนรอบรูปภาพ กลับให้ผมเห็นถึงความจริงแท้ ความเป็นสากลแห่งธรรมชาติ ความเหมือนกันในความแตกต่าง

ขอเชิญชมภาพวาดในชุดต่างๆ ที่ชวนให้เราต้องคิดต่อไปนานๆ เยอะๆ และไกลๆ

ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็เห็นเงาตัวเองในน้ำ

ภาพวาดชุดนี้ประกอบด้วยจำนวน 64 ใบ เป็นผู้ชายนุ่งผ้าถุงรูปธงชาติของประเทศต่างๆ ก้มหน้ามองเงาตัวเองในแก้วน้ำ

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

คนหนุ่มผิวสีต่างๆ ก็มีความสุขมาก (ได้)

คนหนุ่มผิวสีเหลือง ดำ เขียว ฟ้า ก็ล้วนมีความสุขได้หากต้องการ หรืออีกนัยหนึ่ง ภาพลักษณ์หรือผิวสีของเราไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบหรืออุปสรรคเลยที่จะทำให้เรามีความสุขหรือไม่

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

นี่แหละคือความจริงของมนุษยชาติ

ความจริงของมนุษยชาติมีทั้งความทารุณ ความรัก ไม่ว่าจะเพศเดียวกันหรือต่างเพศ และมนุษยชาติก็มีความแตกต่างกันราวกับสายรุ้ง

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

ความจริงของธรรมชาติ

ธรรมชาติก็เป็นไปเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นงูกำลังฟักไข่ ลวดลายบนใบไม้ และรอยด่างบนผิวส้ม เหล่านี้ล้วนกำลังบอกอะไรกับเรา

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

ความรักของแม่

แม่ผิวดำก็หวงแหนลูกของเธอแม้ผิวเหลือง (ไม่ว่าลูกจะรูปลักษณ์หน้าตาเป็นอย่างไร แม่ก็รักลูกทั้งนั้น)

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
5

Frédéric Bruly Bouabré เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 2014 แต่ปรัชญาความเป็นสากล และอุดมการณ์ของความเท่าเทียมและความไม่แตกต่างกันยังคงอยู่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
ภาพ : 2020.swatch.com

เมื่อ ค.ศ. 1996 Swatch ผลิตนาฬิการุ่น Cheick Nadro โดยนำภาพของ Frédéric Bruly Bouabré มาพิมพ์เป็นลวดลายลงบนตัวเรือนและสายนาฬิกา แม้อาจจะไม่ใช่รุ่นขายดีหรือเป็นที่นิยมของนักสะสม แต่ก็บอกได้ถึงความเป็นสากลของภาพเขียนและปรัชญาความคิดของเขา

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศโกตดิวัวร์ของกระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th/th/country

2. ผลงานของ Frédéric Bruly Bouabré ที่ The Jean Pigozzi Collection of African Art ซึ่งเป็นคอลเลกชันงานศิลปะแอฟริกาที่ใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง caacart.com/pigozzi-artist.php?i=Bruly-Bouabre-Frederic&m=14

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

แอฟริกันเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับแอฟริกาที่จะทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่ไกลกันอย่างที่คิด

ผมเริ่มต้นด้วยอคติต่ออุทยานแห่งชาติ Kruger

ทันทีที่รู้ว่า ผมต้องไปประจำการที่สถานทูตในกรุงมาปูโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโมซัมบิก แวบหนึ่งผมก็แอบเพ้อฝันไปว่า ผมจะได้อยู่ใกล้ๆ ดินแดนซาฟารี ซึ่งเป็นที่อาศัยในธรรมชาติของสัตว์ป่าในแอฟริกา เพราะเมืองที่ผมจะไปอยู่นั้นใกล้กับอุทยานแห่งชาติ Kruger ของประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งมีพรมแดนติดกัน

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ใจหนึ่งก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่า เราคงจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน คือเมื่อว่าง ก็ขับรถไปดูสัตว์ป่าแอฟริกาในธรรมชาติได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องเตรียมตัวและเสียสตางค์แพง ไม่ต้องซื้อทัวร์ไปซาฟารี พักโรงแรมหรูหรากลางป่าเหมือนในเคนยาที่ผมเคยอยู่เคยทำเมื่อหลายปีก่อนเมื่อครั้งไปทำงานที่นั่น แถมระยะทางใกล้จนเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้สบาย

อีกใจหนึ่งก็แอบรู้สึกเสียดาย อาจเป็นเพราะอคติในใจว่า อุทยานแห่งชาติ Kruger อาจไม่ให้บรรยากาศและความรู้สึกแบบธรรมชาติแบบดั้งเดิมตามที่ผมคิด คือไม่เสแสร้ง ไม่สร้างขึ้น ยังคงดิบๆ คล้ายๆ ที่ผมเคยไปมาในเคนยาหรือแทนซาเนีย เนื่องจากถนนหนทางรอบอุทยานแห่งชาติ Kruger เป็นถนนลาดยางหรือถนนลูกรังอย่างดี มีการบริหารจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไรนัก

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

แต่เมื่อใกล้จะกลับประเทศไทยและเริ่มหวนคำนึงถึงสิ่งที่กำลังจากไป ผมมีโอกาสพาครอบครัวไปดูสัตว์อย่างสนุกสนาน อคติที่เคยคิดว่าอุทยาน Kruger ไม่เป็นธรรมชาติแท้หายไปโดยไม่รู้ตัว แทนที่ด้วยความรู้สึกชื่นชมและทึ่งในการบริหารจัดการของเขา

สมแล้วที่อุทยานแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่และมีการบริหารจัดการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

จากเขตล่าสัตว์เป็นเขตอนุรักษ์เพื่อการอนุรักษ์และท่องเที่ยว

ราว 100 กว่าปีก่อน ใน ค.ศ. 1898 รัฐบาลคนขาวที่ปกครองประเทศแอฟริกาใต้กำหนดให้เขตพื้นที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ตั้งอุทยานแห่งชาติ Kruger ในปัจจุบันเป็นเขตสำหรับล่าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นความบันเทิงที่เจ้าอาณานิคมนิยมชมชอบ การกั้นรั้วแนวเขตป่าให้เป็นพื้นที่เฉพาะ ยืนยันความพิเศษที่มีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คนขาวล่าสัตว์ป่ากันสนุกสนาน สัตว์ขนาดใหญ่ 5 ชนิด คือ สิงโต ช้าง แรด ควายป่า และเสือดาว ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Big Five ซึ่งหมายถึงสัตว์ที่ล่ายากลำบาก ความคิดที่ว่าใครพิชิตสัตว์เหล่านี้ได้ถือว่าเก่งกาจเยี่ยงวีรบุรุษ ก็มาจากสันทนาการล่าสัตว์ของคนขาวนี่เอง การจัดให้มีเขตล่าสัตว์ป่าเช่นนี้ ก็เพื่อควบคุมดูแลไม่ให้มีการล่าสัตว์มากเกินไปจนเหี้ยนหายสูญพันธุ์ไปหมด ยังพอเหลือให้ลูกหลานของพวกเขาได้มีสัตว์ป่าไว้ล่าชุบชูใจไปอีกเรื่อยๆ

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ราว 10 กว่าปีหลังจากนั้น ใน ค.ศ. 1902 เขตล่าสัตว์ป่าแห่งนี้มีผู้ดูแลคนใหม่ แม้เป็นคนขาว แต่ก็มีความตั้งใจทำให้เขตล่าสัตว์นี้กลายเป็นที่อนุรักษ์อย่างที่ควรจะเป็น และผู้ดูแลคนเดียวกันนี้ก็มองเห็นอนาคตที่จะเปิดให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาดูสัตว์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เขาใช้เวลาอีกกว่า 20 ปีต่อมา จนกระทั่งถึง ค.ศ. 1926 รัฐบาลคนขาวของประเทศแอฟริกาใต้ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ Kruger ตามชื่อของ นายพอล ครูเกอร์ (Paul Kruger) ประธานาธิบดีผู้จัดตั้งให้พื้นที่เป็นเขตควบคุมการล่าสัตว์ โดยผนวกเอาเขตอนุรักษ์สัตว์ข้างเคียงกับเขตอนุรักษ์ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของเอกชนสำหรับล่าสัตว์หรือทำฟาร์ม ให้เป็นส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ด้วย

ว่ากันว่า ปีแรกที่อุทยานแห่งชาติ Kruger เปิดให้คนมาท่องเที่ยว มีรถนักเที่ยวเพียงแค่ 3 คัน แต่พอใน ค.ศ. 1928 ต่อมา รถนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 180 คัน และเพิ่มเป็น 850 คันใน ค.ศ. 1928

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ค.ศ. 2018 ผมมีโอกาสเข้าไปเที่ยวอุทยาน Kruger บ่อยๆ หากไปในวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาล ผมต้องจองคิวซื้อบัตรล่วงหน้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของอุทยาน เพราะเขาจำกัดจำนวนรถเข้าในอุทยานให้ไม่เกินประตูละ 180 คันต่อวัน รวมทุกประตูแล้วไม่ให้เกิน 2,270 คัน

ครั้งหนึ่งเราเคยพาแขกไปโดยไม่ได้จองคิวมาก่อน ออกจากกรุงมาปูโตแต่เช้าตรู่ แต่เมื่อไปถึงประตูทางเข้าริมชายแดนในตอนสายกลับเข้าไม่ได้ เพราะโควต้านักท่องเที่ยวเต็ม ต้องรอจนกระทั่งบ่ายที่จะเข้าได้

เรารอนานกว่าประตูจะเปิด เมื่อเข้าไปแล้วแขกจากประเทศไทยต่างประทับใจทุกคน เพราะในระยะเวลาเพียงครึ่งบ่าย พวกเราได้เห็นสัตว์และธรรมชาติของแอฟริกาอย่างใกล้ชิด

เสียอย่างเดียวที่เราน่าจะมีเวลามากกว่านี้

อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่พอๆ กับประเทศอิสราเอล

อุทยานแห่งชาติ Kruger มีพื้นที่ 19,485 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพอๆ กับประเทศอิสราเอลที่มีขนาด 22,145 ตารางกิโลเมตร

ในปัจจุบัน ประเทศแอฟริกาใต้ โมซัมบิก และซิมบับเว กำลังอยู่ระหว่างการรวมพื้นที่ที่อยู่ติดกัน ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ Limpopo ของโมซัมบิก อุทยานแห่งชาติ Gonarezhou และเขตอนุรักษ์อีก 2 แห่งในซิมบับเว กับอุทยานแห่งชาติ  Kruger ของแอฟริกาใต้ ให้เป็นเขตอุทยานระหว่างประเทศที่มีชื่อว่า Great Limpopo Transfrontier Park  

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก
อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

เมื่อรวมพื้นที่กันแล้ว เขตอนุรักษ์ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาแห่งนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 3 ประเทศ มีขนาดรวมกันกว้างขวางถึง 35,000 ตารางกิโลเมตรหรือมีขนาดพื้นที่เท่ากับไต้หวัน

พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ เราคงไม่สามารถไปเข้าไปดูสัตว์ในอุทยานแห่งชาติ Kruger ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางเข้าไปทางประตูทางเข้า 1 ใน 9 ประตูที่อยู่รอบอุทยาน ขึ้นอยู่กับว่าจะใกล้กับประตูไหนที่สุด คนที่เดินทางมาจากนครโจฮันเนสเบิร์กหรือกรุงพริทอเรียเมืองหลวงของประเทศแอฟริกาใต้ มักจะเข้าทางประตู Melelene และหากมาจากกรุงมาปูโตในประเทศโมซัมบิกแบบผม เราก็มักจะเข้าอุทยานทางประตู Crocodile Bridge ซึ่งถือเป็นทางเข้าชุดแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอุทยานเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน

ทางเข้าแห่งนี้อยู่แทบติดกับจุดผ่านแดนโมซัมบิกกับแอฟริกาใต้ เราขับรถมาเพียง 100 กว่ากิโลเมตรจากกรุงมาปูโต หรือราวชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

อคติที่เคยมีกับถนนลาดยางตัดผ่าน ร้านอาหารหรูหราที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอุทยาน ห้องน้ำสบายๆ ตรงจุดพักนักท่องเที่ยว ลบบรรยากาศความลำบากของการเข้าป่าให้เริ่มหายไป

ในปีสุดท้ายที่ผมอยู่ที่โมซัมบิก ผมมีโอกาสได้พาครอบครัวไปเที่ยวดูสัตว์ที่อุทยานแห่งชาติ Kruger แห่งนี้บ่อยครั้งขึ้น

เที่ยวดูสัตว์แบบง่ายๆ สบายๆ

อาจเคยมองผ่านและดูแคลน แต่อุทยานแห่งชาติ Kruger เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ผมที่ชอบที่สุด โดยเฉพาะความเรียบและความง่าย เราขับรถส่วนตัวไปดูสัตว์เพลินๆ ได้สบาย จะพกข้าวเหนียวหมูทอดไปกินในรถ ไปกับลูกเล็กที่ร้องไห้หรือง่วงนอนง่ายก็ไม่ใช่ปัญหา

ทันทีที่เราเดินทางผ่านประตูทางเข้า ผมจอดรถโดยใช้บัตรเดบิตของธนาคารท้องถิ่นในโมซัมบิกจ่ายสตางค์ค่าเข้า ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติคนละราว 800 กว่าบาท เด็กราคาลดลงครึ่งหนึ่ง แล้วก็ไม่รีรอบึ่งรถออกไปดูสัตว์ตามเส้นทางหลากหลายเส้นทางที่มีป้ายบอกทางชัดเจน

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ผ่านประตูทางเข้าไปไม่ทันไร เราก็เห็นฝูงกวางอิมพาลาหลายร้อยตัวผสมปนเปอยู่กับม้าลายที่ยืนเล็กหญ้าอยู่ในทุ่งหญ้าป่าริมอุทยาน ขับรถไปบนถนนลาดยางต่อสักพัก ก็เห็นฝูงยีราฟกำลังเงยคอเล็มกิ่งไม้อยู่ไกลๆ เรามักเลี้ยวออกไปบนถนนเส้นรองที่เป็นถนนดินลูกรัง เส้นหนึ่งแยกไปทางแม่น้ำ มีที่จอดรถให้หยุดดูฝูงฮิปโปกำลังลอยน้ำเห็นแต่หลังโผล่ขึ้นมาไหวๆ เหมือนขาหมูลอยอยู่ในหม้อทองเหลือง ตรงริมฝั่งแม่น้ำบนก้อนหินก็เห็นจระเข้กำลังนอนผึ่งแดดอ้าปากสบายใจ บางครั้งเราก็เห็นเต่าตัวเล็กเดินเนิบช้าๆ จากแอ่งน้ำที่กำลังแห้งยอดไปที่แอ่งน้ำอีกแห่งหนึ่ง

ออกมาจากริมฝั่งแม่น้ำ ลัดเลาะต่อไปบนถนนดิน สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าผสมกับต้นไม้ในเขตแห้งแล้ง เมื่อมองดีๆ จะเห็นฝูงหมูป่าพ่อแม่ลูกวิ่งหางชี้ร้องออดๆ วิ่งหนีรถที่วิ่งมาแล้วหยุดจอดไปทางหนึ่ง

ขณะกำลังขับรถอยู่เพลินๆ ผมต้องแตะเบรกทันที เพราะเห็นฝูงช้างป่าแอฟริกันหูใหญ่ยาวรวมกันเป็นโขลงกำลังอาบโคลนกันอยู่ หรือไม่ก็กำลังใช้งวงตวัดกิ่งไม้โน้มใบไม้เขียวมากิน ในตอนแรกเรามักหาแรดไม่เจอ แต่พอไปสักพัก แรดก็ไม่ใช่สัตว์หายากอีกต่อไป เพราะเราพอจะจับได้ว่าฝูงแรดเหล่านี้ชอบที่ที่มีแอ่งน้ำและโป่งดิน และเป็นที่ที่ไม่มีสัตว์พวกกวางอิมพาลาหรือม้าลายๆ เพราะมันอาจจะขี้รำคาญ เช่นเดียวกับควายป่าซึ่งเป็น Big Five อีกชนิดที่เราตามหากันหลายครั้ง แต่พอได้เจอ ก็เจอเป็นฝูงทีเดียวนับร้อยๆ ตัว เดินตัดหน้ารถของเราไปอย่างไม่ไยดี

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

แต่ที่เห็นจะไม่มีวันได้เจอเหมือนคนอื่นเขาเสียที คงเป็นเสือดาว เราอาจไม่มีโชคหรือพวกเราสังเกตกันไม่ดีพอก็เป็นได้ เพื่อนคนไทยซึ่งมีสามีชาวอเมริกันและอยู่ด้วยกันที่มาปูโตบอกว่า เสือดาวไม่ใช่สัตว์ที่เห็นยากเย็น เขาไปทีไรก็ได้เห็นทุกครั้ง ครั้งหนึ่งเราเห็นรถจอดดูสัตว์ติดกันเป็นขบวนยาว เปิดกระจกสอบถามดูได้ความว่า เสือดาวเพิ่งผ่านมาทางนี้ แต่ก็ไม่มีโชคได้เห็น เพียงแค่ฉิวเฉียด

ส่วนการได้เห็นสัตว์แปลกที่คนอื่นไม่ค่อยเห็นกันก็น่าจะเป็นหมาป่าแอฟริกา (African Wild Dog) เราตื่นเต้นที่ได้เห็น เอาไปโม้ต่อได้เป็นคุ้งเป็นแคว แม้ว่าจะไม่เคยเห็นเสือดาวสักที ลูกชายเห็นทีจะชอบนก Secretary Bird มากที่สุด เพราะอาจชอบเรื่องราวและเรื่องเล่าของมัน เช่น ขนที่หัวของมันคล้ายปลายพู่กันสมัยโบราณ ตัวของมันใหญ่และหากินอยู่บนพื้นดินท่ามกลางทุ่งหญ้า จ้องมองหางูและสัตว์เลื้อยคลายอื่นๆ กินเป็นอาหาร

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ส่วนสิงโตที่ดูเหมือนจะหายาก กลับเป็นสัตว์ที่หาดูง่ายที่สุด หลายครั้งพวกมันชอบมานอนผึ่งพุงบนถนนลูกรังที่นักท่องเที่ยวขับผ่านไปผ่านมา หลายครั้งก็เดินไปเดินทางไปตามทางรถที่อุทยานตัดไว้นี่แหละ

จนบางครั้งเราก็แอบสงสัยว่า ทำไมสิงโตเหล่านี้รู้งานเสียจริง

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ธรรมชาติอยู่รอบๆ ตัวเรา

การไปเที่ยวดูสัตว์ในทุ่งหญ้าแบบสะวันนา (Savannah) แบบง่ายๆ เหมือนป่าอยู่หลังบ้านแบบนี้ ทำให้เรากับลูกชายในวัย 4 ขวบได้เห็นและเข้าใจธรรมชาติอย่างที่เป็น เราได้เห็นสัตว์หากินและพฤติกรรมในธรรมชาติ ได้เห็นห่วงโซ่อาหาร ได้เห็นแดดจ้าจนคล้อยลับหายไปต่อหน้าเมื่อยามพระอาทิตย์ตก ล้วนเป็นโชคดีที่เราได้รับจากการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแห่งนี้

อุทยานแห่งชาติ Kruger แอฟริกาใต้ หนึ่งในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่บริหารจัดการดีที่สุดในโลก

ผมรู้สึกดีที่ได้พาครอบครัวไปใกล้ชิดธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้สตางค์จำนวนมากมาย ไม่ต้องเสียค่าโรงแรมหรูๆ เราห่อข้าวเหนียวหมูทอดไปกินได้แบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง และเป็นกิจกรรมที่เราเป็นผู้ดำเนินได้เองโดยไม่ต้องไปรบกวนหรือจ้างคนอื่นให้มาเป็นไกด์เล่าให้เราฟัง ในเวลานั้น แม้เขายังจะไม่ค่อยรู้เรื่องนักเพราะยังเล็กอยู่ แต่ลูกชายชอบพลิกดูรูปสัตว์และนกต่างๆ ในคู่มือเยี่ยมชนอุทยานแห่งชาติ Kruger และใช้นิ้วชี้บอกชื่อสัตว์บางชนิดที่เขาเคยเห็นและพอรู้จักได้อย่างคุ้นเคย เราพูดถึงประตูทางเข้า Crocodile Bridge ที่เราใช้ประจำเพราะเป็นทางเข้าอุทยานที่ใกล้ที่สุดจนเขาคุ้นหู นำมาตั้งเป็นชื่อเพื่อนในจินตนาการของเขาจวบจนทุกวันนี้

ผมมานั่งย้อนคิดกลับไปถึงการไปท่องเที่ยวดูสัตว์ดูธรรมชาติแบบนี้ ก็ทำให้พอนึกได้ว่า หลายครั้ง เราอาจไม่ต้องขวนขวายหรือพยายามเข้าไปหาธรรมชาติเลย เพราะธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วก็อยู่รอบตัวเรานี่แหละ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนหรือแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่อย่างในกรุงเทพฯ ก็ตาม

สิ่งสำคัญที่สุดอาจอยู่ที่โจทย์และคำถามที่ว่า เราจะทำอย่างไร เพื่อสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมแบบที่แอฟริกาใต้เขาทำ และบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ Kruger แห่งนี้ ให้ทุกคนเข้าถึงสัตว์ป่าและธรรมชาติรอบตัวได้ง่ายๆ แบบนี้ต่างหาก

Writer & Photographer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load