มีคำกล่าวกันว่า ‘ประวัติศาสตร์นั้นเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ’ เราพบความจริงนี้ได้ในหลากหลายที่ ตั้งแต่ตำราเรียนของเด็ก ๆ จนถึงบันทึกประวัติศาสตร์เก่าแก่

เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ บางชื่อจึงอาจถูกลบ บางเหตุการณ์จึงอาจไม่ถูกพูดถึง ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจึงอาจเป็นเพียงด้านเดียวของอดีต

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้รู้ เพื่อเรียนรู้ว่าในวันวานมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง

วันนี้ฉันจะมาเล่าให้คุณฟังถึงเคสหนึ่งที่ออกแบบให้ประวัติศาสตร์ได้ถูกบันทึกไว้ตามที่มันเป็น

ชื่อของเคสนี้คือ ‘Fortepan’ คลังภาพประวัติศาสตร์ออนไลน์ที่โด่งดังของประเทศฮังการีค่ะ

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Reményi József

คลังภาพถ่ายธรรมดา จากคนธรรมดา

ในช่วงกลางยุค 80 Miklós Tamási ผู้ก่อตั้ง Fortepan คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจอยากคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์จากสายตาประชาชนฮังการี ซึ่งเขาเคยเห็นในหนังและภาพถ่าย

เพราะมีความฝันเช่นนี้ Tamási จึงมักแวะเวียนไปที่ถังขยะเพื่อเก็บภาพถ่ายเก่า ๆ ที่ผู้คนโละทิ้งมาสะสมไว้ และเข้าทำงานที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัย Central European ในขอบเขตงานที่เน้นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์

ฟังดูเหมือนงานในฝัน แต่ที่นั่น Tamási พบความจริงว่า ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนมาจากมุมมองที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายเพื่อลงในสื่อต่าง ๆ ในที่สุดว่าที่ผู้ก่อตั้ง Fortepan ก็ทนไม่ไหว เขาตัดสินใจเปิดคลังภาพออนไลน์ของตัวเองในปี 2010 เพื่อบอกเล่าความจริงจากอีกฝั่งหนึ่งแทนที่ภาพถ่ายซึ่งคัดเลือกมาอย่างดีของนิทรรศการ คลังภาพนี้รวมภาพธรรมดาสามัญจากกล้องที่ถ่ายกันในครอบครัว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Fortepan คลังภาพออนไลน์ซึ่งได้ชื่อมาจากโรงงานผลิตฟิล์มถ่ายภาพ Forte ของประเทศฮังการี

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Dán Zsuzsanna
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Magyar Rendőr

คลังภาพถ่ายที่ชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Tamási ตั้งใจออกแบบให้คลังภาพของเขาเริ่มต้นในปี 1900 และสิ้นสุดในปี 1990

“ช่างภาพเริ่มออกไปเดินถ่ายภาพตามท้องถนนตั้งแต่ช่วงปี 1890 แต่เราหาภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยได้ นั่นทำให้เราเลือกช่วงปี 1990 เป็นจุดเริ่มต้น” Tamási อธิบาย “จุดสิ้นสุดของคอลเลกชันภาพ Fortepan คือ ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮังการีเปลี่ยนจากยุคสังคมนิยมสู่ระบอบประชาธิปไตย”

ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกหยุดที่ตรงนี้ คำตอบของผู้ก่อตั้ง Fortepan คือระบอบประชาธิปไตยมาพร้อมกับทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้ภาพถ่ายไม่คลาสสิกเหมือนก่อน

แน่นอนว่าภาพถ่ายยุคศตวรรษที่ 20 ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนชั้น เมื่อมีเพียงครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่ได้ครอบครองกล้องถ่ายรูป ทำให้แม้จะไม่ใช่ภาพออกสื่อ แต่ภาพ Home Photography ใน Fortepan ก็มักจะดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ช่วงเวลานั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งมีภาพหลงเหลือมาน้อยนิด เพราะชาวยิวถูกห้ามไม่ให้มีกล้องถ่ายรูป

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Aradi Péter
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Ambrus Tibor

เพราะอย่างนี้ Tamási จึงออกแบบให้คลังภาพออนไลน์ของเขาเปิดรับภาพถ่ายจากคนทั่วไป เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่เว้าแหว่งขาดหาย ซึ่งหมายรวมถึงชาวฮังการีที่ต้องอพยพออกนอกประเทศ มากกว่านั้น นโยบายของคลังภาพยังเขียนขึ้นแบบเน้นความเท่าเทียม โดยเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ภาพเหล่านี้ได้ฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้มาร่วมใส่แท็กใน Index ของคลังภาพได้

ด้วยความพยายามเช่นนี้ Fortepan จึงไม่ใช่เพียงคลังภาพเก่าทั่วไป แต่เป็นที่ซึ่งคนในฮังการีได้มาร่วมเติมเต็มประวัติศาสตร์ของประเทศ

เพราะความพยายามนี้ ในคลังภาพของ Tamási จึงมีภาพหลากหลายอย่างแท้จริง อาทิ ภาพหายากจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างภาพโรงงานผลิตแก้วในกรุงบูดาเปสต์ของ Carl Lutz ชาวสวิส ซึ่งเปิดให้ชาวยิวเชื้อสายฮังกาเรียนเข้ามาหลบซ่อนตัว โดยทางคลังภาพใช้เวลาครึ่งปีติดต่อกับลูกสาวของ Lutz และ Swiss Federal Institute of Technology in Zürich เพื่อให้ได้ภาพเหล่านี้มา

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József
เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Agnes Hirschi

เมื่อเปิดกว้างและบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นที่ไหน Fortepan ที่มีจุดเริ่มต้นจากชุดภาพถ่ายที่ Tamási สะสมไว้ จึงกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฮังการีที่ทรงพลังในที่สุด

คลังภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ด้วยไฟล์ภาพถ่ายประมาณ 5,000 ภาพ ในตอนนี้ Fortepan มีภาพมากกว่า 100,000 ภาพ และถูกใช้งานแพร่หลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคภาพถ่ายหรือไม่ ถ้าอยู่ในฮังการี เป็นไปได้สูงที่คุณมีสิทธิ์จะได้เห็นภาพจากคลังภาพออนไลน์นี้ผ่านตา

แม้ Tamási จะตั้งใจทำโปรเจกต์นี้แบบไม่แสวงหารายได้ ประชาชนฮังการีก็มักเลือกบริจาคเงินให้ Fortepan แทนห้องสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาเห็นคุณค่าคลังภาพนี้มากแค่ไหน

มีคำกล่าวกันว่า เราเรียนรู้จากอดีต และ Fortepan ก็คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนได้รู้จักและเข้าใจอดีตตามที่มันเป็น

ที่สำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งสลับซับซ้อนเข้าใจยาก หากตั้งใจมากพอ เราสามารถเห็น Fortepan เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฮังการีเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทย ประเทศที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีประวัติศาสตร์อีกหลายส่วนที่ขาดหาย ลบเลือน และไม่ถูกพูดถึง

เราพบเศษเสี้ยวของมันได้ในภาพถ่ายเก่าที่แชร์กันตามกลุ่มเฟซบุ๊กหรือพิพิธภัณฑ์ออนไลน์อย่างพิพิธภัณฑ์สามัญชน แต่ฉันเชื่อว่าแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพลังประชาชนยังงอกงามต่อไปได้ยิ่งกว่านี้

เพราะต่อเมื่อเราได้เห็นประวัติศาสตร์ตามจริงเท่านั้น ประวัติศาสตร์จึงจะไม่ซ้ำรอย

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József

ข้อมูลอ้างอิง 

fortepan.hu

hungarytoday.hu

hyperallergic.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม เรียนออนไลน์ หรือทำงาน คุณคงเคยเจอปัญหาโน้ตบุ๊กพังที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น ปุ่มคีย์บอร์ดใช้ไม่ได้ หน้าจอเสีย เมมฯ เต็ม หรือแบตเสื่อม

เมื่อเจอปัญหาแบบนั้น หลายคนอาจอดทนใช้ต่ออีกสักพัก แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการเสียเงินซื้อคอมฯ ใหม่ ไม่ต่างจากที่เราเลือกเปลี่ยนมือถือ

การใช้แล้วทิ้งเป็นเรื่องปกติของสังคมวันนี้ แต่ในภาพกว้าง วัฒนธรรมนี้กำลังสร้างปัญหาให้กับโลก (ซึ่งสุดท้ายก็จะวนมากระทบกับเราอยู่ดี) เพราะมันทำให้จำนวน ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ E-waste ที่นับเป็นขยะอันตรายเพิ่มสูงขึ้นทุกที

ว่ากันเป็นตัวเลข ในแต่ละปี คนทั่วโลกสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์กันมากกว่า 50 ล้านตัน ขณะที่เฉพาะประเทศไทยเองก็มีขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนประมาณเกือบ 4 แสนตันต่อปี

และเพราะอย่างนั้น วันนี้ฉันเลยอยากชวนคุณมาดูงานออกแบบชิ้นหนึ่งที่พยายามแก้ปัญหานี้ค่ะ

Framework Laptop เป็นโน้ตบุ๊กสัญชาติอเมริกาที่หน้าตาสวย ใช้งานดีเหมือนโน้ตบุ๊กคุณภาพทั่วไป แต่จุดแตกต่างคือ โน้ตบุ๊กเจ้านี้ทั้งซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ได้ แถมยังทำง่ายชนิดทำเองได้ที่บ้าน

เรื่องราวของโน้ตบุ๊กกู้โลกเครื่องนี้เป็นยังไง มากดปุ่มเปิดคอมแล้วรู้จักเจ้า Framework Laptop ไปพร้อมกันค่ะ

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

โน้ตบุ๊กจากเด็กชายที่โตมาในยุค ‘ซ่อมได้’

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน Nirav Patel ผู้ก่อตั้ง Framework คือเด็กชายตัวเล็กที่รู้ว่าเมื่อคอมพิวเตอร์ที่บ้านเสีย เราเปิดมันออกและลงมือซ่อมจนกลับมาใช้งานได้ใหม่ 

“ในระบบนิเวศแบบนั้น ส่วนฮาร์ดแวร์เปิดได้ง่ายมาก และคุณจับเกือบทุกส่วนของคอมฯ ได้” Nirav ย้อนทบทวน

อย่างไรก็ตาม โลกในวันที่เขาเติบโตขึ้นกลับเปลี่ยนไป ตอนนี้คอมพิวเตอร์ทั้งอายุสั้น อีกทั้งยังเปิดมาซ่อมได้ยาก ชนิดที่ฝั่ง EU มีการวางแผนเรื่อง Right to Repair ให้เหล่ามือถือและคอมพิวเตอร์ต้องมีคุณสมบัติซ่อมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น 

Nirav ที่วันนี้เติบโตมาเป็นวิศวกรเก่งระดับเคยทำงานที่ Apple มาแล้ว ได้ตัดสินใจลงมือแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง

เขาก่อตั้ง Framework บริษัทที่ตั้งใจเสนอ framework ใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้วงการ Consumer Electronics (เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อใช้กันระดับบุคคล) และโลกใบนี้

โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกสุดนั้นมีชื่อว่า Framework Laptop

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

โน้ตบุ๊กที่คืนอำนาจให้ผู้บริโภค

มองจากภายนอก Framework Laptop ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 3 รุ่น เป็นงานออกแบบที่สวยมีสไตล์ ไม่ต่างจากโน้ตบุ๊กแบรนด์คุณภาพเจ้าอื่น

มองที่ราคา เจ้าโน๊ตบุ๊กเครื่องนี้ก็ราคาใกล้เคียงคู่แข่งในตลาด

แล้วเมื่อลองเปิดใช้งาน มันก็มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากโน้ตบุ๊กที่เราใช้กัน อย่างรุ่นล่าสุดนั้นก็มาพร้อมกับ Generation Intel® Core™ Processors รุ่น 12 และ Windows 11

แต่สิ่งที่ต่างคือ Framework Laptop คืนอำนาจกลับสู่มือผู้บริโภค ให้คนใช้อย่างเราเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของตัวเองและมีสิทธิ์ตัดสินใจอย่างแท้จริง 

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
เรื่องของ Framework Laptop โน้ตบุ๊กเพื่อสังคมที่ไม่ใช่แค่สวยและดี แต่ซ่อมง่าย ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง

เมื่ออยากเลือก เราเลือกส่วนประกอบของโน้ตบุ๊กได้ เมื่อเสีย เราเปิดเครื่องออกซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่มันได้ เมื่อถึงเวลาอัปเกรด เราอัปเกรดเองได้ หรือถ้าใครอยากจัดการเองแบบเต็มร้อย Framework Laptop ก็มีรุ่น DIY ที่เปิดโอกาสให้คุณ Customize ส่วนประกอบแล้วนำไปประกอบเองที่บ้าน  

เมื่อเรากับโน้ตบุ๊กไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันยังไง ผลคือเราก็จะอยู่ด้วยกันได้นานกว่าเดิม 

สมความตั้งใจของ Framework ที่อยากชวนผู้บริโภคลดการสร้าง E-Waste 

โน้ตบุ๊กที่เป็นก้าวแรกสู่ทางออก

หลังการเปิดตัวในปี 2021 Framework Laptop ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน The Best Innovations of 2021 ของ Time

และในปีนี้ บริษัท Framework ก็ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน Most Innovative Companies of 2022 ของ Fast Company 

แน่นอนว่าการได้รับเลือกจากสื่อดังไม่ใช่เครื่องการันตีคุณภาพระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งนี้ก็ช่วยสะท้อนว่าทางแก้ปัญหาของ Nirav น่าสนใจ น่าจับตามอง และในฐานะผู้บริโภค อาจพูดได้ว่าน่าร่วมแจมอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า Nirav ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขาไม่ได้แค่อยากสร้างโน้ตบุ๊ก แต่ต้องการให้เกิดระบบนิเวศที่สนับสนุนการลด E-Waste เช่น การเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กเริ่มพัฒนา Expansion Card ที่นำมาใช้กับ Framework Laptop ได้ แทนที่จะผูกขาดผลิตอะไหล่เองอยู่เจ้าเดียว

ที่สำคัญ Nirav ไม่ได้หยุดอยู่แค่วงการคอมพิวเตอร์ เขาอธิบายว่า ที่สร้าง Framework Laptop ขึ้นมาก่อนอย่างอื่น เพราะโน้ตบุ๊กคือคือ Consumer Electronics ที่เห็นชัดและอาจเป็นประเภทที่เราต้องการมากที่สุด แต่ความฝันของเขาคือ การให้ Framework เป็นทางแก้ปัญหาที่ Apply to All 

“ก็เราทุกคนต่างมีลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ที่พังแบบไม่รู้จะซ่อมยังไงอยู่นี่นา” Nirav บอก

และคุณก็รู้-คำพูดของเขาไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด

เรื่องของ Framework Laptop โน้ตบุ๊กเพื่อสังคมที่ไม่ใช่แค่สวยและดี แต่ซ่อมง่าย ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง

อ้างอิง:

frame.work/

www.theguardian.com/technology/2022/apr/13/framework-laptop-review-a-modular-pc-easy-to-fix-or-upgrade

www.dezeen.com/2022/01/04/framework-modular-laptop-technology/

webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:xkRB-K9GQwMJ:https://www.kiratas.com/its-crazy-that-products-as-expensive-and-advanced-as-a-computer-are-so-disposable/+&cd=28&hl=th&ct=clnk&gl=th

www.bangkokbiznews.com/business/925749

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load