“ไม่ใกล้ไม่ไกล” จู่ๆ คำนี้ก็แวบขึ้นมาในหัว ขณะที่ผมแล่นหลุดจากถนนสายน้อยอันร่มรื่น ครึ้มด้วยทิวไม้ตลอดสองฝั่ง มาหยุดอยู่ท่ามกลางกระอายแดดบ่ายริมทางพลุกพล่านและอาคารพาณิชย์แข็งกระด้างเรียงรายสุดสายตา

ไม่ใกล้-เพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้า ผมเพิ่งละ Foresta Villa ไว้ข้างหลัง แรกทีเดียวผมรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีธุรกิจที่พักมาเปิดอยู่ในชุมชนหนองควาย เพราะนอกจากจะไม่ได้อยู่ในหมุดหมายหลักของนักเดินทางส่วนใหญ่ ยังถือว่าไม่ใช่ทำเลที่ใกล้นัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความทันใจในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และกินดื่มสังสรรค์ของเมืองเชียงใหม่

ไม่ไกล-แต่พอนึกย้อนถึงตอนที่ เอก-วราพงษ์ มาเตียง ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ความจริงแล้วจากที่พักของเขาถึงย่านนิมมานเหมินท์ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 กว่านาที ผมก็เริ่มเปลี่ยนความคิดพลันตอนนี้ยังรู้สึกว่ายิ่งใกล้ เมื่อธรรมชาติและความเงียบสงบที่ได้สัมผัสครู่ผ่านมาคล้ายสะกดให้หลงลืมความนานช้า 

จนคงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า ที่พักบรรยากาศน่ารักและอบอุ่นแห่งนี้ ดูไม่ไกลเกินกว่าสำหรับใครบางคนที่ตกหลุมรักการพักผ่อนอิงแอบผืนป่า และเรียกร้องความเป็นส่วนตัวมากพอกับความสะดวกสบายในคราวเดียวกัน

1

Foresta Villa เริ่มต้นขึ้นจากเมล็ดฝันเล็กๆ ของเอก อดีตผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของนิตยสาร Compass Magazine ที่อยากมีบ้านสักหลัง จนกระทั่งเจอทำเลที่ใช่ใกล้ชิดธรรมชาติ เขารีบจัดแจงลงหลักปักฐาน ก่อนต่อมาจะสบโอกาสงอกที่ดินแปลงหนึ่งเพิ่มริมรั้ว พลางวาดภาพอนาคตที่ไม่ต้องเร่งรีบฝ่าชั่วโมงโกลาหลยามเช้าเข้าออฟฟิศ และนั่นเองทำให้เอกนึกถึงการทำธุรกิจที่พัก 

“หากต้องเลือกอะไรสักอย่างในชีวิต เรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ชอบมาเป็นอันดับแรก อย่างชอบอ่านนิตยสารก็เลยมาทำงานด้านนี้ หรือตอนทำบ้านก็พบว่าตัวเองแฮปปี้มากกับการดูรายละเอียดงานดีไซน์ และออกไปสำรวจตลาดของเก่าหาซื้อข้าวของแอนทีกมาตกแต่งบ้านทุกสัปดาห์ ประกอบกับยี่สิบปีที่อยู่ในแวดวงนิตยสาร ช่วยเปิดโลกให้เห็นเส้นทางธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่เราได้เข้าไปสัมผัสการออกแบบตกแต่ง งานบริการ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของกิจการแทบทุกระดับ จนเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วมันเวิร์ก ตอบโจทย์ลูกค้า พอได้จังหวะเวลาเลยลงใจว่าต้องเป็นธุรกิจนี้”

เอกเล่าไอเดียก่อร่างธุรกิจที่มีแพสชันกับประสบการณ์เป็นแรงผลัก กระนั้นคนรอบข้างยังอดห่วงเรื่องที่ตั้งตกเป็นรองคู่แข่งไม่ได้ “โคตรไกล ใครจะมาพัก” เพื่อนบางคนพยายามเตือนสติ แต่เอกกลับมองต่างและเชื่อลึกๆ ว่าทำเลที่เพียบพร้อมทรัพยากรธรรมชาติเช่นนี้ คือสิ่งที่ผู้คนถวิลหาและมีมูลค่าสำหรับอนาคต

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

2

แววตาของเอกฉายประกายภาคภูมิใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้า ถึงขนาดแรกเจอกันเขาคะยั้นคะยอให้ผมตามมาชื่นชมต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้าน ก่อนจะพาสำรวจตัวอาคารเสียอีก

จากปากซอยทางเข้าที่พักไม่กี่สิบก้าว มีถนนสายรองทอดยาวแล้วลับหายไปในแนวไม้ผลัดใบหลายหลากชนิด เอกชี้บอกว่าพื้นที่บริเวณนั้นคือ ‘สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคเหนือ’ และ ‘สวนรวมพันธุ์ไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินีภาคเหนือ​’ ภายใต้โครงการ ‘ป่าในเมือง’ (Urban Forest) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าไปทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ วิ่งออกกำลังกาย เดินป่าศึกษาพรรณไม้ท้องถิ่น รวมทั้งมีเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานสูดอากาศสดชื่นให้ชุ่มปอด 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

บรรยากาศรื่นรมย์เคียงผืนป่าเขียวชอุ่มนี้เองที่เป็นไอเดียของชื่อ Foresta Villa (Foresta ภาษาอิตาลีหมายถึง ป่าไม้) และกลายเป็นคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ที่พักให้มี Mood and Tone ผ่อนคลายกลมกลืนกลิ่นอายธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเรียบง่ายเน้นโทนสีขาวอบอุ่นตัดกับวัสดุไม้ พร้อมผสานการตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งนอกเหนือจากบรรยากาศ สิ่งหนึ่งที่เอกบอกว่าเขามักได้รับคำชมเปาะจากลูกค้า คือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า จนมีบางคนถึงขั้นจองห้องพักมาเพื่อเก็บเกี่ยวไอเดียการจัดสรรพื้นที่ขนาดกะทัดรัดให้น่าอยู่อาศัยโดยเฉพาะ

 “พื้นที่ทั้งหมดของเรามีจำกัดแค่เจ็ดสิบตารางวา ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดเกินไป เราเลยลงตัวว่าควรมีเพียงสี่ห้อง และแบ่งออกเป็นสองชั้น โดยห้องชั้นบนเป็นเพดานทรงจั่วดูโปร่งโล่ง ส่วนห้องชั้นล่างที่เพดานไม่สูงมาก เราประยุกต์เอาโครงสร้างเรือนล้านนา ‘ต๋ง’ มาตกแต่ง เวลานอนมองเพดานก็จะได้อารมณ์แบบบ้านคนเมืองสมัยก่อน 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“แล้วความที่อยากให้คนที่มาพักผ่อนรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน ทุกห้องเลยตั้งใจออกแบบให้มีสัดส่วนชัดเจน เช่น มีห้องเก็บเสื้อผ้า (Walk-in Closet) แยกจากห้องนอน มีมุมอ่างล้างจาน มีระเบียงรับลมชมวิว มีสวนสนามหญ้า พื้นที่สีเขียวให้ลูกค้านั่งชิลล์ รวมถึงมีห้องครัวและเครื่องซักผ้าไว้บริการด้วย”

นอกจากจะทุ่มพลังคุมงานก่อสร้างเพื่อให้ทุกอย่างออกมาเสร็จสมบูรณ์ดังใจคิด ด้านงานตกแต่งภายใน เอกก็ลงมือลุยเองทั้งหมด โดยเลือกหยิบเอาสไตล์งานแอนทีกสุดคลาสสิกที่เขาหลงใหลมานำเสนออย่างน่าสนใจในแบบฉบับของตัวเอง

“เรารักความเป็นแอนทีกนะ แต่การจะหาข้าวของแอนทีกมาตกแต่งทุกจุดมันค่อนข้างมีข้อจำกัดพอควร เพราะบางชิ้นหายาก บางอย่างก็ผุใกล้จะพัง หรือต่อให้เจอตัวที่ถูกใจ แต่ขนาดกลับไม่พอเหมาะกับมุมที่ต้องการจัดวางก็อดอีกเช่นกัน เราเลยมองอะไรที่มันหาง่ายแล้วนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง หรือเลือกรูปแบบที่ชอบเพื่อเอามาปรับฟังก์ชันให้ตอบโจทย์กับสิ่งที่เราต้องการมากกว่า”

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ถ้าไม่นับข้าวของประดับย้อนยุค เอกบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชิ้นของ Foresta Villa ล้วนเป็นงานทำขึ้นใหม่ ผ่านฝีมือคุณลุงอำนวย สล่าไม้พื้นบ้านชาวลำพูน ผู้เนรมิตสารพัดไอเดียเฟอร์นิเจอร์สุดสร้างสรรค์จากสมุดสเก็ตช์ของเอก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตลาดของเก่ายันท่อง Pinterest ให้กลายเป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟแสนเก๋ที่ใช้ลูกกรงราวบันไดไม้มาต่อเป็นขามุมห้องรับรองลูกค้า โต๊ะอาหารประดับลายฉลุโบราณที่เข้าเซ็ตกับเก้าอี้ทรงพม่าอ้อนช้อย หรือตู้เก็บเอกสารทรงตู้ยาจีน สวยตระการตาหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ เหล่านี้นับเป็นเอกลักษณ์และมนตร์เสน่ห์เติมเต็มความอบอุ่นของที่พักได้อย่างลงตัว

3

“ตอนเปิดกิจการใหม่ๆ เราไม่รู้หรอกว่าทิศทางตลาดจะเป็นยังไง เพียงแต่พยายามให้ความสำคัญกับงานบริการเต็มที่ เพราะการที่ที่พักของเราแวดล้อมด้วยป่า อาจทำให้ลูกค้าบางคนกังวลเรื่องความปลอดภัย พอมาเจอการดูแลใส่ใจ มีอะไรสามารถพูดคุยกันได้ทุกอย่าง มันก็ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของเขาไปเลย”

การต้อนรับขับสู้เสมือนญาติพี่น้องเป็นอีกข้อน่าประทับใจของ Foresta Villa โดยเอกจะรับหน้าที่ดูแลแขกทุกคนด้วยตัวเอง พร้อมพนักงานต้อนรับอย่างน้องกงยู สุนัขพันธุ์พื้นเมืองขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี น้องมินิ ปอมเมอเรเนียนสายเอนเตอร์เทน และพี่เกด แม่บ้านหน้าตายิ้มแย้ม ใจดี และมีฝีมือการทำอาหารเก่งฉกาจ

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“มีลูกค้าหลายรายมากที่จองห้องเพื่อมาดูงานออกแบบโครงสร้าง ปรึกษาเรื่องการทำบ้าน เรื่องช่างไม้ หรือแม้แต่การย้ายมาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่” 

เหมือนมาเชียงใหม่แล้วมีเจ้าถิ่นที่คุณพึ่งพาได้ เอกสรุปสั้นๆ พร้อมเสริมว่า เรื่องการเดินทางท่องเที่ยวเขาก็แนะนำได้เช่นกัน เพราะควบคู่กับบทบาทผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก เขายังทำ Eating Out Map คู่มือและสื่อออนไลน์ชวนตะลอนกินเที่ยวเชียงใหม่ฉบับอินไซต์ แถมแขกคนไหนอยากให้ขับรถพาเที่ยวด้วยก็ยินดีไม่มีปัญหา

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ปัจจุบัน Foresta Villa เปิดทำการมาร่วม 4 ปี โดยช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด กระทั่งเมื่อนิตยสาร Tripful ได้นำเรื่องราวน่ารักๆ ของที่พักแห่งนี้ไปบอกกล่าว ที่นี่ถูกปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตของชาวเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ขนาดมีเมนูอิซักโทสต์ (Isaac Toast) ขนมปังปิ้งสไตล์เกาหลีที่ลูกค้าแดนกิมจิแบ่งปันเคล็ดลับความอร่อยไว้คอยให้บริการ ซึ่งต่อมาติดอันดับเป็นจานเด็ดห้ามพลาด เคียงคู่มากับผัดกระเพรา หอม แห้ง จัดจ้าน จากใบกะเพราพื้นบ้านปรุงรสเข้มข้นด้วยซอสตำรับจีนโบราณ สองเมนูที่เปลี่ยนที่นี่ให้เป็นร้านอาหารคึกคักในยามสาย

“ทุกวันนี้เรามีลูกค้าประจำที่กลายมาเป็นเพื่อนกันเยอะมาก มีหลายคนชอบบรรยากาศจนตัดสินใจปลูกบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ก็ยังแวะเวียนมาทักทายกันตลอด” เอกยิ้มระรื่นแก่มิตรภาพที่เบ่งบานจากการให้บริการด้วยความจริงใจ 

ก่อนจากกันเขาย้ำว่าอยากให้คนที่มาพักผ่อนกับ Foresta Villa ได้ลองใช้เวลาที่นี่ให้มากขึ้นอีกสักนิด เพื่อใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นอีกสักหน่อย ไม่ว่าจะปั่นจักรยานชมทุ่งนา ทอดน่องเดินป่า หรือวิ่งสัมผัสไอหมอกหนาของเช้าตรู่ 

เพราะเขาเชื่อว่า สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าพบเจอความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

Foresta Villa 

ที่ตั้ง : เลขที่ 258/1 หมู่ 5 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8258 1733 และ 08 6731 1695

Facebook : Foresta Villa

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

Welcome to OB OON Boutique Hotel

เมื่อมองโรงแรมอบอุ่นจากภายนอก ที่นี่น่าจะเป็นคาเฟ่ชิคย่านสุขุมวิทที่เดินเข้าไปแล้วมีคนสั่งเครื่องดื่มร้อนสีดำแน่ๆ แต่อาคารพาณิชย์ใจกลางสุขุมวิท 49 นี้เป็นออฟฟิศของ Terra Architects และบริษัทสถาปนิกแสนเก๋นี้เพิ่งปรับโฉมทั้งตึกให้กลายเป็นโรงแรมที่ผสมผสานความวินเทจกับบรรยากาศร่วมสมัย ตัวอาคารทาสีเขียวมะกอกโดดเด่น สะกดสายตาด้วยป้ายชื่อ ‘อบอุ่น’ สีทองที่ออกแบบจากลายมือของคุณอุ่นเรือน ชื่อคุณยายคนสำคัญที่เกือบจะได้ใช้เป็นชื่อโรงแรมในคราแรก

ฉันตัดสินใจเปิดประตูกระจกบานใหญ่เข้าไป มันเหมือนฉากในหนังสักเรื่อง ส่วนต้อนรับเบื้องหน้าทาสีขาวตัดกับกระเบื้องแวววับสีเขียว ทั้งล็อบบี้เต็มไปด้วยสารพัดขวดยาฝรั่งของคุณยายที่เคยเป็นเภสัชกรมาก่อน และดอกไม้ใบไม้เสริมความสดชื่น มีโต๊ะพร้อมกระดานหมากรุกสำหรับนั่งเล่น โต๊ะตัวยาวกลางห้องสำหรับทานอาหาร ที่แปลกตาและน่าประทับใจคือมุมห้องที่กั้นฉากเป็นมุมเอกเขนก เพียงขึ้นบันไดขนาดย่อมก็เข้าไปนอนพิงหมอนสามเหลี่ยมบนชานไม้เล็กๆ ได้เหมือนพักผ่อนในเรือนไทย

บาร์ยาวข้างชานมีขวดน้ำส้มคั้น น้ำยาอาทิตย์อุทัยสีชมพูเย็นชื่นใจ และขนมไทยสีเหลืองสดหลากชนิดในถ้วยลายครามพร้อมให้แขกลองชิม การต้อนรับอ่อนหวานทั้งหมดนี้เป็นผลงานของ ปลาหวาน-ศิรสา มังคละพฤกษ์ มัณฑนากรสาวผู้โหยหาความทรงจำในวัยเด็กที่บ้านของคุณยาย เธอจึงรวบรวมมวลความอบอุ่นที่เคยได้รับมาไว้ที่ OB OON Boutique Hotel

“เราออกแบบที่พักให้คนมามาก ก็เลยอยากทำที่พักตามใจตัวเองบ้าง คิดแล้วความอบอุ่นแบบบ้านคุณยายก็มาก่อนเลย มันต้องโทนสีแบบนี้ เขียวๆ หน่อย เพราะบ้านคุณยายใช้ม่านเขียวทั้งบ้าน ใช้สีไม้แบบนี้ หน้าต่างมีขุ่นกับใส มีทั้งความทึบและโปร่ง ออกทึมๆ หม่นๆ แต่รู้สึกว่าน่าอยู่ เราเลยไปยกเฟอร์นิเจอร์เก่ามาใช้ โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ บางส่วนก็มาจากห้องเก็บของของคุณยาย”

เจ้าบ้านสาวเล่าแนวคิดของที่พักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บรรยากาศบ้านคุณยายที่เธอยกมาไว้นี่เองที่ทำให้ความสุขแผ่ซ่านจนฉันสัมผัสได้ตั้งแต่หน้าประตู

What kind of room do you want, sir?

“จากพื้นที่ที่เรามี เราแบ่งห้องเป็น 8 ห้อง คอนเซปต์แต่ละห้องก็คือเตียงต้องใหญ่ก่อน มีทั้งห้องที่เป็นเตียงเดี่ยว เตียงแยก และเตียงสองชั้น”

ปลาหวานเล่าการจัดสรรอาคาร 4 ชั้นขนาดเล็ก แต่ละห้องตกแต่งแตกต่างกัน แต่ยังคงถ่ายทอดคอนเซปต์อุ่นๆ ผ่านงานศิลปะในกรอบเหลี่ยม ปาล์มซานาดูใบเขียวในขวดแก้ว และสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ชอบมาก คือหมายเลขห้องที่ใช้ศิลปะแบบคอลลาจ ผสานระหว่างกระดาษ แผ่นกระจกใสและตัวเลขไม้สีทอง เพื่อบอกเรื่องราวความทรงจำเก่าๆ อย่างลงตัว ความน่ารักนี้เป็นฝีมือของ พิม จงเจริญ และทีม Teaspoon Studio ที่มอบให้ อบอุ่น บูทีค โฮเทล

ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่ล็อบบี้และห้องพักหมายเลข 1 ที่มีเตียงสองชั้น เพดานสูงโปร่ง ซึ่งเป็นห้องที่ถูกที่สุด แขกชอบที่สุด แล้วก็มียอดจองเต็มที่สุด ด้วยราคาน่ารักและข้อดีที่ไม่ต้องขึ้นบันได

ส่วนชั้นสองจะมีออฟฟิศของเทอร์ร่า อาร์คิเทคส์ แฝงตัวอยู่ข้างๆ ห้องพักหมายเลข 2 หากสังเกตดีๆ จะเจอสติกเกอร์ใจความน่ารักน่าอมยิ้มติดอยู่ที่ประตูว่า ‘Please knock if the Architects are making too much noise’ ภายในห้องพักหมายเลข 2 มาพร้อมเตียงใหญ่และห้องน้ำส่วนตัว มีไม้ตีฝุ่น อุปกรณ์หวายแบบโบราณที่ห่างหายจากบ้านสมัยนี้แขวนไว้ พร้อมให้ใช้บริการ

ชั้นสามและชั้นสี่จะมีห้องชั้นละ 3 ห้อง แต่ละห้องต่างดีงามจนเลือกไม่ถูกว่าจะรักห้องไหนมากเป็นพิเศษ ห้องหมายเลข 4 บริเวณระเบียงจะมีต้นปีบที่แตกกิ่งก้านยื่นเข้ามาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้า ห้องพักหมายเลข 7 มีคานปูนเปลือยเก่าที่ยื่นเข้ามาในห้อง แปลก แต่ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันดีกับระเบียงด้านนอก แถมยังมีโต๊ะไม้สำหรับทำแหวนของปลาหวานที่เข้ามุมได้อย่างพอดีจนน่าประหลาดใจ

Would you like a room with a bath or a shower?

ด้วยพื้นที่จำกัด เธอพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้หลายห้องด้วยห้องน้ำแบบไร้ประตู เพื่อให้ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้อง และเป็นเทคนิคที่ทำให้ห้องกว้างขึ้นอีกด้วย

“เราอยากให้ทุกห้องมีห้องน้ำ ไม่อยากให้เป็นแบบแบ็กแพ็กเกอร์ที่ใช้ห้องน้ำรวม ทุกคนจะได้สบายในพื้นที่ของตัวเอง”

ความตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดของเธอส่งผลให้การออกแบบน่ารักตามไปด้วย ห้องน้ำแต่ละห้องมีสไตล์ไม่ซ้ำกัน ทั้งห้องน้ำลายหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ห้องน้ำปูกระเบื้องสีเขียวมะกอก และห้องน้ำที่ฉันชอบที่สุดในห้องพักหมายเลข 5 ซึ่งปูกระเบื้องโมเสสขาวเล็กๆ มีอ่างอาบน้ำ และล้อมด้วยกระจกใส เจ้าบ้านแนะนำพร้อมเสียงหัวเราะว่า

“ต้องมากับคนที่สนิทจริงๆ หรือแฟนกันนะ”

นี่แหละประสบการณ์แปลกใหม่ที่ฉันคิดว่าช่างเหมาะกับคู่รักสายโรแมนติกเหลือเกิน

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ฉันคิดว่าปลาหวานเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือเครื่องทำน้ำอุ่นภายในห้องน้ำทุกห้อง หากมองเผินๆ เราจะไม่รู้เลยว่ามีมันอยู่ในนั้นด้วย เพราะเธอหลบมันไว้ในตู้ไม้คล้ายตู้ยา กลมกลืนไปกับการตกแต่งภายในห้องอย่างแยบยล

Your room number is 8

ห้องสุดท้ายที่ฉันขอเทใจให้คือห้องพักใต้หลังคาหมายเลข 8

ภายในห้องตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ของคุณยาย หมุดที่ยึดหนังให้ติดกับเก้าอี้บางตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เห็นแล้วก็ร้องอุทานในใจว่า นี่แหละ! เสน่ห์ของแอนทีกที่ของใหม่ก็เลียนแบบไม่ได้

แต่ความพิเศษไม่ได้มีแค่นั้น สาเหตุที่ฉันเลือกห้องนี้เพราะว่าเป็นห้องเดียวในโรงแรมที่มีดาดฟ้าส่วนตัว hidden place เล็กๆ ที่มองเห็นตึกสูงและบ้านน้อยใหญ่ใจกลางเมืองนี้เพิ่งมีคนมาจองจะเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แถมบนดาดฟ้าไม่มีไฟฟ้าแต่จะมีตะเกียงให้แทน แค่จินตนาการบรรยากาศหวานแหววก็รู้สึกอบอุ่นแทนทั้งคู่แล้ว

จบการทัวร์โรงแรมสีเขียวเล็กๆ แสนน่ารัก ฉันเดินกลับออกมาด้วยความอบอุ่นเต็มหัวใจ ทุกรายละเอียดในที่พักดูราวกับจะบอกทุกคนที่มาเยือนว่า

“Thank you very much and have a nice stay.”

OB OON Boutique Hotel
ที่อยู่ 
: 12/13 ซอยสุขุมวิท 49/6 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร 10110
ราคา : 800 – 2,000 บาท
Facebook OB OON Boutique Hotel
เบอร์ติดต่อ : 087-929 -9469

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load