“ไม่ใกล้ไม่ไกล” จู่ๆ คำนี้ก็แวบขึ้นมาในหัว ขณะที่ผมแล่นหลุดจากถนนสายน้อยอันร่มรื่น ครึ้มด้วยทิวไม้ตลอดสองฝั่ง มาหยุดอยู่ท่ามกลางกระอายแดดบ่ายริมทางพลุกพล่านและอาคารพาณิชย์แข็งกระด้างเรียงรายสุดสายตา

ไม่ใกล้-เพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้า ผมเพิ่งละ Foresta Villa ไว้ข้างหลัง แรกทีเดียวผมรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีธุรกิจที่พักมาเปิดอยู่ในชุมชนหนองควาย เพราะนอกจากจะไม่ได้อยู่ในหมุดหมายหลักของนักเดินทางส่วนใหญ่ ยังถือว่าไม่ใช่ทำเลที่ใกล้นัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความทันใจในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และกินดื่มสังสรรค์ของเมืองเชียงใหม่

ไม่ไกล-แต่พอนึกย้อนถึงตอนที่ เอก-วราพงษ์ มาเตียง ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ความจริงแล้วจากที่พักของเขาถึงย่านนิมมานเหมินท์ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 กว่านาที ผมก็เริ่มเปลี่ยนความคิดพลันตอนนี้ยังรู้สึกว่ายิ่งใกล้ เมื่อธรรมชาติและความเงียบสงบที่ได้สัมผัสครู่ผ่านมาคล้ายสะกดให้หลงลืมความนานช้า 

จนคงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า ที่พักบรรยากาศน่ารักและอบอุ่นแห่งนี้ ดูไม่ไกลเกินกว่าสำหรับใครบางคนที่ตกหลุมรักการพักผ่อนอิงแอบผืนป่า และเรียกร้องความเป็นส่วนตัวมากพอกับความสะดวกสบายในคราวเดียวกัน

1

Foresta Villa เริ่มต้นขึ้นจากเมล็ดฝันเล็กๆ ของเอก อดีตผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของนิตยสาร Compass Magazine ที่อยากมีบ้านสักหลัง จนกระทั่งเจอทำเลที่ใช่ใกล้ชิดธรรมชาติ เขารีบจัดแจงลงหลักปักฐาน ก่อนต่อมาจะสบโอกาสงอกที่ดินแปลงหนึ่งเพิ่มริมรั้ว พลางวาดภาพอนาคตที่ไม่ต้องเร่งรีบฝ่าชั่วโมงโกลาหลยามเช้าเข้าออฟฟิศ และนั่นเองทำให้เอกนึกถึงการทำธุรกิจที่พัก 

“หากต้องเลือกอะไรสักอย่างในชีวิต เรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ชอบมาเป็นอันดับแรก อย่างชอบอ่านนิตยสารก็เลยมาทำงานด้านนี้ หรือตอนทำบ้านก็พบว่าตัวเองแฮปปี้มากกับการดูรายละเอียดงานดีไซน์ และออกไปสำรวจตลาดของเก่าหาซื้อข้าวของแอนทีกมาตกแต่งบ้านทุกสัปดาห์ ประกอบกับยี่สิบปีที่อยู่ในแวดวงนิตยสาร ช่วยเปิดโลกให้เห็นเส้นทางธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่เราได้เข้าไปสัมผัสการออกแบบตกแต่ง งานบริการ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของกิจการแทบทุกระดับ จนเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วมันเวิร์ก ตอบโจทย์ลูกค้า พอได้จังหวะเวลาเลยลงใจว่าต้องเป็นธุรกิจนี้”

เอกเล่าไอเดียก่อร่างธุรกิจที่มีแพสชันกับประสบการณ์เป็นแรงผลัก กระนั้นคนรอบข้างยังอดห่วงเรื่องที่ตั้งตกเป็นรองคู่แข่งไม่ได้ “โคตรไกล ใครจะมาพัก” เพื่อนบางคนพยายามเตือนสติ แต่เอกกลับมองต่างและเชื่อลึกๆ ว่าทำเลที่เพียบพร้อมทรัพยากรธรรมชาติเช่นนี้ คือสิ่งที่ผู้คนถวิลหาและมีมูลค่าสำหรับอนาคต

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

2

แววตาของเอกฉายประกายภาคภูมิใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้า ถึงขนาดแรกเจอกันเขาคะยั้นคะยอให้ผมตามมาชื่นชมต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้าน ก่อนจะพาสำรวจตัวอาคารเสียอีก

จากปากซอยทางเข้าที่พักไม่กี่สิบก้าว มีถนนสายรองทอดยาวแล้วลับหายไปในแนวไม้ผลัดใบหลายหลากชนิด เอกชี้บอกว่าพื้นที่บริเวณนั้นคือ ‘สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคเหนือ’ และ ‘สวนรวมพันธุ์ไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินีภาคเหนือ​’ ภายใต้โครงการ ‘ป่าในเมือง’ (Urban Forest) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าไปทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ วิ่งออกกำลังกาย เดินป่าศึกษาพรรณไม้ท้องถิ่น รวมทั้งมีเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานสูดอากาศสดชื่นให้ชุ่มปอด 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

บรรยากาศรื่นรมย์เคียงผืนป่าเขียวชอุ่มนี้เองที่เป็นไอเดียของชื่อ Foresta Villa (Foresta ภาษาอิตาลีหมายถึง ป่าไม้) และกลายเป็นคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ที่พักให้มี Mood and Tone ผ่อนคลายกลมกลืนกลิ่นอายธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเรียบง่ายเน้นโทนสีขาวอบอุ่นตัดกับวัสดุไม้ พร้อมผสานการตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งนอกเหนือจากบรรยากาศ สิ่งหนึ่งที่เอกบอกว่าเขามักได้รับคำชมเปาะจากลูกค้า คือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า จนมีบางคนถึงขั้นจองห้องพักมาเพื่อเก็บเกี่ยวไอเดียการจัดสรรพื้นที่ขนาดกะทัดรัดให้น่าอยู่อาศัยโดยเฉพาะ

 “พื้นที่ทั้งหมดของเรามีจำกัดแค่เจ็ดสิบตารางวา ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดเกินไป เราเลยลงตัวว่าควรมีเพียงสี่ห้อง และแบ่งออกเป็นสองชั้น โดยห้องชั้นบนเป็นเพดานทรงจั่วดูโปร่งโล่ง ส่วนห้องชั้นล่างที่เพดานไม่สูงมาก เราประยุกต์เอาโครงสร้างเรือนล้านนา ‘ต๋ง’ มาตกแต่ง เวลานอนมองเพดานก็จะได้อารมณ์แบบบ้านคนเมืองสมัยก่อน 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“แล้วความที่อยากให้คนที่มาพักผ่อนรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน ทุกห้องเลยตั้งใจออกแบบให้มีสัดส่วนชัดเจน เช่น มีห้องเก็บเสื้อผ้า (Walk-in Closet) แยกจากห้องนอน มีมุมอ่างล้างจาน มีระเบียงรับลมชมวิว มีสวนสนามหญ้า พื้นที่สีเขียวให้ลูกค้านั่งชิลล์ รวมถึงมีห้องครัวและเครื่องซักผ้าไว้บริการด้วย”

นอกจากจะทุ่มพลังคุมงานก่อสร้างเพื่อให้ทุกอย่างออกมาเสร็จสมบูรณ์ดังใจคิด ด้านงานตกแต่งภายใน เอกก็ลงมือลุยเองทั้งหมด โดยเลือกหยิบเอาสไตล์งานแอนทีกสุดคลาสสิกที่เขาหลงใหลมานำเสนออย่างน่าสนใจในแบบฉบับของตัวเอง

“เรารักความเป็นแอนทีกนะ แต่การจะหาข้าวของแอนทีกมาตกแต่งทุกจุดมันค่อนข้างมีข้อจำกัดพอควร เพราะบางชิ้นหายาก บางอย่างก็ผุใกล้จะพัง หรือต่อให้เจอตัวที่ถูกใจ แต่ขนาดกลับไม่พอเหมาะกับมุมที่ต้องการจัดวางก็อดอีกเช่นกัน เราเลยมองอะไรที่มันหาง่ายแล้วนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง หรือเลือกรูปแบบที่ชอบเพื่อเอามาปรับฟังก์ชันให้ตอบโจทย์กับสิ่งที่เราต้องการมากกว่า”

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ถ้าไม่นับข้าวของประดับย้อนยุค เอกบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชิ้นของ Foresta Villa ล้วนเป็นงานทำขึ้นใหม่ ผ่านฝีมือคุณลุงอำนวย สล่าไม้พื้นบ้านชาวลำพูน ผู้เนรมิตสารพัดไอเดียเฟอร์นิเจอร์สุดสร้างสรรค์จากสมุดสเก็ตช์ของเอก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตลาดของเก่ายันท่อง Pinterest ให้กลายเป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟแสนเก๋ที่ใช้ลูกกรงราวบันไดไม้มาต่อเป็นขามุมห้องรับรองลูกค้า โต๊ะอาหารประดับลายฉลุโบราณที่เข้าเซ็ตกับเก้าอี้ทรงพม่าอ้อนช้อย หรือตู้เก็บเอกสารทรงตู้ยาจีน สวยตระการตาหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ เหล่านี้นับเป็นเอกลักษณ์และมนตร์เสน่ห์เติมเต็มความอบอุ่นของที่พักได้อย่างลงตัว

3

“ตอนเปิดกิจการใหม่ๆ เราไม่รู้หรอกว่าทิศทางตลาดจะเป็นยังไง เพียงแต่พยายามให้ความสำคัญกับงานบริการเต็มที่ เพราะการที่ที่พักของเราแวดล้อมด้วยป่า อาจทำให้ลูกค้าบางคนกังวลเรื่องความปลอดภัย พอมาเจอการดูแลใส่ใจ มีอะไรสามารถพูดคุยกันได้ทุกอย่าง มันก็ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของเขาไปเลย”

การต้อนรับขับสู้เสมือนญาติพี่น้องเป็นอีกข้อน่าประทับใจของ Foresta Villa โดยเอกจะรับหน้าที่ดูแลแขกทุกคนด้วยตัวเอง พร้อมพนักงานต้อนรับอย่างน้องกงยู สุนัขพันธุ์พื้นเมืองขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี น้องมินิ ปอมเมอเรเนียนสายเอนเตอร์เทน และพี่เกด แม่บ้านหน้าตายิ้มแย้ม ใจดี และมีฝีมือการทำอาหารเก่งฉกาจ

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“มีลูกค้าหลายรายมากที่จองห้องเพื่อมาดูงานออกแบบโครงสร้าง ปรึกษาเรื่องการทำบ้าน เรื่องช่างไม้ หรือแม้แต่การย้ายมาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่” 

เหมือนมาเชียงใหม่แล้วมีเจ้าถิ่นที่คุณพึ่งพาได้ เอกสรุปสั้นๆ พร้อมเสริมว่า เรื่องการเดินทางท่องเที่ยวเขาก็แนะนำได้เช่นกัน เพราะควบคู่กับบทบาทผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก เขายังทำ Eating Out Map คู่มือและสื่อออนไลน์ชวนตะลอนกินเที่ยวเชียงใหม่ฉบับอินไซต์ แถมแขกคนไหนอยากให้ขับรถพาเที่ยวด้วยก็ยินดีไม่มีปัญหา

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ปัจจุบัน Foresta Villa เปิดทำการมาร่วม 4 ปี โดยช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด กระทั่งเมื่อนิตยสาร Tripful ได้นำเรื่องราวน่ารักๆ ของที่พักแห่งนี้ไปบอกกล่าว ที่นี่ถูกปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตของชาวเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ขนาดมีเมนูอิซักโทสต์ (Isaac Toast) ขนมปังปิ้งสไตล์เกาหลีที่ลูกค้าแดนกิมจิแบ่งปันเคล็ดลับความอร่อยไว้คอยให้บริการ ซึ่งต่อมาติดอันดับเป็นจานเด็ดห้ามพลาด เคียงคู่มากับผัดกระเพรา หอม แห้ง จัดจ้าน จากใบกะเพราพื้นบ้านปรุงรสเข้มข้นด้วยซอสตำรับจีนโบราณ สองเมนูที่เปลี่ยนที่นี่ให้เป็นร้านอาหารคึกคักในยามสาย

“ทุกวันนี้เรามีลูกค้าประจำที่กลายมาเป็นเพื่อนกันเยอะมาก มีหลายคนชอบบรรยากาศจนตัดสินใจปลูกบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ก็ยังแวะเวียนมาทักทายกันตลอด” เอกยิ้มระรื่นแก่มิตรภาพที่เบ่งบานจากการให้บริการด้วยความจริงใจ 

ก่อนจากกันเขาย้ำว่าอยากให้คนที่มาพักผ่อนกับ Foresta Villa ได้ลองใช้เวลาที่นี่ให้มากขึ้นอีกสักนิด เพื่อใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นอีกสักหน่อย ไม่ว่าจะปั่นจักรยานชมทุ่งนา ทอดน่องเดินป่า หรือวิ่งสัมผัสไอหมอกหนาของเช้าตรู่ 

เพราะเขาเชื่อว่า สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าพบเจอความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

Foresta Villa 

ที่ตั้ง : เลขที่ 258/1 หมู่ 5 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8258 1733 และ 08 6731 1695

Facebook : Foresta Villa

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ท่ามกลางความจอแจของยวดยานนานาที่ติดแหง็กอยู่กลางสี่แยกหมอเหล็ง อันมีทางยกระดับพาดผ่าน ฟาซาดลายเปลือกไม้แผ่นยักษ์ยังคงทอประกายล้อเปลวแดดจ้ามาแต่แรกเห็น

ชื่อ ‘Bonsai Hotel’ บนยอดตึกนั่นก็เช่นกัน แบบอักษรรูปทรงคล้ายใบไม้ของมันสะกดสายตา ชนิดมองเห็นได้จากชานชาลารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งอยู่สี่แยกถัดไปเลยทีเดียว

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

ด้วยป้ายชื่อโรงแรมที่เด่นหราตรงหัวมุมแยก เราหวังว่าจะได้เห็นไม้ดัดขนาดจิ๋วในกระถางดินเผาสักต้นให้สมกับชื่อ ‘บอนไซ’ ของที่นี่ หากนั่นเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ เมื่อเราข้ามถนนราชปรารภมาแล้วไม่พบบอนไซเลยสักต้น มีแต่ ‘ต้นไทร’ แผ่กิ่งก้านอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมหนึ่งต้น

“ไทรต้นนี้อายุ 50 – 60 ปีแล้วครับ” จอนนี่-วรุตม์ วงศ์วโรทัย ยิ้มบอกด้วยความภาคภูมิใจ

“ตอนยังไม่ตัด มันดูใหญ่และเขียวชอุ่มมากกว่านี้เยอะเลยค่ะ” ปูน-ธรบงกช วงศ์วโรทัย กล่าวเสริมก่อนจาระไนที่มาชื่อโรงแรมให้เราฟัง

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

“ชื่อภาษาไทยเราสะกดว่าโรงแรม ‘บนไทร’ ให้มันล้อไปกับชื่อ ‘Bonsai’ ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงต้นไม้ดัด เมื่อมีต่างชาติมาพัก เราก็ต้องอธิบายให้เขาฟังอย่างนี้”

เพราะเหตุใดต้นไทรจึงกลายเป็นจุดเด่นของโรงแรมนี้ได้ สามีภรรยาคู่นี้จะเป็นผู้ให้คำตอบ

จากคลินิกเก่า 

ถึงรูปลักษณ์โรงแรมบนไทรในวันนี้ดูเป็นโรงแรมใหม่เอี่ยม แต่ความเป็นจริง ราว 60 ปีที่แล้ว ตึกหลังนี้เคยเปิดเป็นคลินิกศัลยกรรมมาก่อน ในยุคที่คนไทยจำนวนมากยังไม่รู้จักการเสริมสวยด้วยมีดหมอ

“คลินิกนี้เป็นของคุณอาของคุณพ่อผม เรียกว่าคุณปู่แล้วกันครับ” จอนนี่พาเราย้อนระลึกความหลังไปพร้อม ๆ กัน “ผมเคยมาเจอคุณปู่ของผมที่นี่ครั้งหนึ่งตอนผมอายุ 13 เขาเล่าว่าที่นี่เป็นที่ทำจมูก ทำหน้าอก ที่แรกในประเทศไทย ไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือเปล่า”

ในวัยเด็กที่แวะมาเยี่ยมเยือนคลินิกศัลยกรรมของคุณปู่น้อย จอนนี่ยังจดจำกลิ่นอายของตึกแถวเก่าในวันเวลาเหล่านั้นได้ดี เป็นต้นว่าพื้นหินขัดที่พบได้ทั่วไปตามบ้านคนไทยเชื้อสายจีน

“ผมเป็นลูกคนจีน ถ้าได้ไปบ้านเก่า ๆ ของคุณปู่ คุณย่าคนจีนก็จะเห็นว่าพื้นห้องน้ำปูกระเบื้องหินขัด นี่คือสิ่งที่แสดงความเก่า แสดงรากเหง้าของตัวเรา”

สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่ตึกเก่าแห่งนี้มาตลอด คือ ต้นไทรที่เขาชี้ชวนเราดูเมื่อครู่

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

ราชปรารภในอดีตที่ความเจริญยังคืบคลานมาไม่ถึงก็เหมือนกับถนนอีกหลายเส้นในกรุงเทพฯ ที่ปลูกต้นไม้รายทางมากมาย ผู้ใหญ่ในตระกูลเคยเล่าสู่กันฟังว่าต้นไม้ริมทางเหล่านั้นเคยอยู่คู่ถนนราชปรารภมานานครัน จนกระทั่งมีการตัดทางด่วนผ่าน สร้างสะพานข้าม พรรณไม้ที่ทางการเป็นผู้ปลูกไว้ประดับถนน จึงต้องถอนต้นก่นรากออกไปเพื่อหลีกทางให้สาธารณูปโภคของชาวเมือง

แต่บังเอิญว่าไทรต้นหนึ่งซึ่ง กทม. เป็นผู้ปลูก ดันมาอยู่ในโฉนดที่ดินของคลินิกแห่งนี้

“คุณปู่เล่าให้ฟังว่าตัดต้นไม้ไปเยอะ แต่ต้นไทรต้นนี้มาอยู่ในโฉนดของเขา กทม.จะมาตัด คุณปู่ก็ไม่ยอม เพราะอยู่ในโฉนดของเขา ถึง กทม.จะปลูกเอง แต่ก็ตัดไม่ได้ ทำได้แค่ดูแลรักษา”

ถึงวันนี้คลินิกของคุณปู่จะเป็นเพียงอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ ทว่าต้นไทรที่มีมาตั้งแต่แรกเปิดคลินิกเมื่อ 60 ปีก่อนยังคงยืนหยัดท้าแดดฝน ซึ่งจอนนี่เน้นย้ำว่า

“เรามองว่ามันอยู่ติดกับดิน เราต้องดูแลรักษา”

สู่โรงแรมสุดเก๋

ผ่านไปหลายปี คลินิกเสริมความงามต้องปิดตัวลงเนื่องจากสังขารร่วงโรยของคุณปู่น้อย คุณพ่อของจอนนี่ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานอาได้ซื้อตึกแถวห้องนี้มาจากกองมรดก ก่อนจะตกมาถึงมือเขาในที่สุด

“ตำแหน่งที่ตั้งตรงนี้อยู่กลางเมือง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร จนเรามาเดินเซอร์เวย์ เลยได้ความคิดว่าทำโรงแรมก็ได้นะ” จอนนี่เท้าความถึงเหตุการณ์หลายปีก่อน

‘โรงแรม’ คือสิ่งที่ตัวเขากับปูนผู้เป็นภรรยาคิดได้ในตอนนั้น เนื่องจากทั้งสองคนโตมากับธุรกิจโรงแรมของครอบครัว ตระกูลฝ่ายชายมีโรงแรมกึ่งอพาร์ตเมนต์ที่จังหวัดสงขลา ส่วนบ้านฝ่ายหญิงเป็นเจ้าของโรงแรมเก่าที่เขาใหญ่ ประสบการณ์ที่มีติดตัวช่วยให้แผนการบูรณะตึกเก่าเป็นโรงแรมใหม่ดำเนินไปได้ไม่ยาก

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

“เราเริ่มคิดจะก่อสร้างประมาณปี 2016 เพราะเห็นว่าย่านประตูน้ำมีชาวต่างชาติมามาก แล้วก็ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ราชปรารภ เราคิดว่าเราทำโรงแรมได้ เพราะที่บ้านพอมีประสบการณ์ทำโรงแรมที่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว” จอนนี่เกริ่นถึงที่มาของการเปิดโรงแรมริมถนนราชปรารภซึ่งพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

“ย่านนี้เป็นแยกราชปรารภหรือแยกหมอเหล็ง ถัดจากประตูน้ำมานิดเดียว เลยจากพญาไทมาแยกเดียว แต่ผู้คนกลับไม่ค่อยรู้จักราชปรารภกันเท่าไหร่ ทั้งที่จริง ๆ ย่านนี้เป็นย่านกลางเมืองมาก” ปูนช่วยขยายความในให้กระจ่างยิ่งขึ้น “พอเราได้ตึกเก่ามา ก็อยากทำอะไรเพื่อเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ ทำให้บริเวณนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น มีตึกที่เป็นสัญลักษณ์ ให้คนรู้สึกว่ามาพักผ่อนโดยไม่ต้องไปไหนไกล”

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

แม้ได้ไอเดียมาแล้ว แต่ขั้นตอนการสร้างโรงแรมกลับไม่ง่ายอย่างใจคิด ด้วยบทบัญญัติอาคารแสนเข้มงวดที่เป็นปัญหาสำคัญ

“ตามกฎหมายอาคารของประเทศไทย จะทุบทิ้งก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าทุบไปแล้วจะขึ้นตึกใหม่ก็อาจมีอุปสรรคขัดขวางตามมา เลยคิดว่าใช้วิธีดัดแปลงอาคารเดิมดีกว่า” จอนนี่ว่า

อีกปัญหาหนึ่งคือรูปทรงอาคาร ความที่ตึกนี้เป็นตึกเก่าอายุหลายทศวรรษ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสี่แยก หันหน้าทำมุมเฉียงกับถนน แกนของตึกจึงไม่ตรง ตีเส้นแบ่งห้องให้ออกมาเท่ากันไม่ได้  

ทางออกของปัญหาข้างต้นอยู่ที่ต้นไทรอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมนี่เอง…

ที่ตั้งอยู่บนต้นไทร 

เพราะความตั้งใจที่จะเก็บไทรต้นนี้ไว้กับผืนดินแม้ตอนบูรณะใหม่ ปูนกับจอนนี่จึงได้ไอเดียว่าอยากให้โรงแรมใหม่ของพวกเขาเป็นเหมือนต้นไทรเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยราก มีรูปร่างบิดเบี้ยว แปรผันตามกาลเวลา

ความคิดดังกล่าวผลักดันให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของพร้อมด้วยทีมสถาปนิก ตัดสินใจออกแบบห้องพักแต่ละห้องบนชั้นเดียวกันให้มีขนาดและรูปทรงไม่เหมือนกันแม้แต่ห้องเดียว พร้อมกันนั้นก็ใส่องค์ประกอบของความเป็นต้นไทรไว้ตามจุดต่าง ๆ ของตัวอาคารด้วย

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

เริ่มจากตัวฟาซาดหรือเปลือกอาคารที่ดูเด่นเห็นมาแต่ไกล ทั้งคู่ให้คำตอบกับเราว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ใช้ทองแดงเป็นวัสดุในการสร้างทั้งหมด

“วัสดุทองแดงเข้ากับแนวคิดของตึกที่ต้องการนำของเก่ามาดัดแปลงให้มีคุณค่า ไม่ใช่ว่าตึกของเราจะคงสภาพเดิมตลอดไป แต่ตึกหรือผืนที่ดินมันมีค่าของมันอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำอะไรกับมัน”

“เพราะทองแดงเปลี่ยนสีไปได้เรื่อย ๆ ตามกาลเวลาค่ะ” ปูนเฉลยเมื่อเธอเห็นเราทำหน้างงกับคำพูดของจอนนี่ “ตอนแรกที่เพิ่งเอามาติดมันเป็นสีชมพูมาก แต่มันถูกแดดบ่มจนกลายเป็นสีน้ำตาล สิบปีข้างหน้าคิดว่าจะกลายเป็นสีเขียวเหมือนพวกอนุสาวรีย์หรือหลังคาโบสถ์ในยุโรป”

เนื่องจากแผ่นทองแดงพวกนี้ยึดติดกับหน้าต่างห้อง หนำซ้ำเนื้อวัสดุยังค่อนข้างบางและพลิ้ว พวกเขาจำเป็นต้องแยกออกเป็นซี่ ๆ ให้รับความแข็งแรงในตัวมันเองได้ และไม่ต้านลมเกินไป ด้วยรูปทรงสีสันที่เป็นอยู่ในตอนนี้ชวนให้เรานึกถึงแผ่นเปลือกไม้ดังความต้องการของพวกเขาจริง ๆ

ขยับเข้ามาในตัวโรงแรม จะพบว่าพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์หลายส่วนทำจากวัสดุที่เป็นไม้ ไม่ก็เลียนแบบลายไม้ นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งแฝงแรงบันดาลใจจากต้นไทรไว้ได้อย่างแนบเนียน

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

“ต้นไทรมีรากเยอะ เป็นต้นไม้ที่มีแกนหลักตรงกลาง แล้วก็มีรากอากาศที่เป็นเส้นยาว ๆ ลงมา บันไดของเราเลยตกแต่งด้วยเหล็กเส้นตรงที่ได้คอนเซ็ปต์มาจากรากอากาศของต้นไทร ส่วนห้องต่าง ๆ ที่ล้อมรอบบันไดก็จะเหมือนกิ่งใบของต้นไม้ที่รายรอบต้น” ปูนพูดพลางชี้ให้เราดูบันไดกลางโรงแรม

และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาคารที่แนวเส้นไม่ตรง สถาปนิกจึงใส่ความโค้งลงไปตามแนวผนังเพื่อมิให้ดูขัดสายตา ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดลำต้นของต้นไม้อีกต่างหาก

พักผ่อนสบาย 

กว่าครึ่งชั่วโมงในโรงแรมบนไทร เราใช้เวลาแต่ละนาทีไปกับการละเลียดรสชาติน้ำอัญชันที่แม่บ้านนำมาเสิร์ฟ ฟังจอนนี่และปูนเล่าเบื้องหลังของโรงแรมบูทีกหลังนี้ทีละเรื่อง ก็สมควรแก่เวลาที่พวกเขาจะพาเราชมบรรยากาศสักที เริ่มจากล็อบบี้สีทองแดงที่ให้อารมณ์เหมือนย้อนเวลาไปยุค 80 เล่นกับความรู้สึกของผู้มาเยือนตึกเก่าที่ปรารถนาจะได้เห็นอะไรเก่า ๆ จากที่นี่

ตึกนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น ซึ่งอาจจะนับรวมชั้น 5 ที่เป็นดาดฟ้าเก่าไปด้วยก็ได้ และยังมีชั้นลอยเหนือล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยสีชมพูเข้มขึ้น เหมาะสำหรับเป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปเล่น

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 17 ห้อง 4 ประเภท แบ่งออกเป็นสวีท ดูเพล็กซ์ ซูพีเรียร์ และดีลักซ์ มีจุดเด่นรายละเอียดต่างกันออกไป โดยห้องสวีทจะอยู่บนชั้นหนึ่ง ติดกับล็อบบี้ มีห้องน้ำและห้องนั่งเล่นอยู่ชั้นล่าง ด้านหลังเป็นวิวสวนหินและลายผนังเก่า หากจะล้มตัวลงนอนบนเตียง ต้องปีนขึ้นไปบนชั้นลอย

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

อีกประเภทห้องที่เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน คือห้องซูพีเรียร์ที่แต่ละห้องมีหน้าตาและลูกเล่นที่ต่างกัน เช่น ห้องหนึ่งเป็นประตูลูกฟักบานเลื่อนที่เลือกปิด-เปิดระหว่างห้องน้ำหรือตู้เสื้อผ้าได้ บางห้องมองเห็นลวดลายผนังเก่าของตึกแถวข้าง ๆ ที่ผู้ออกแบบจงใจดีไซน์กรอบหน้าต่างเป็นสีขาวบาง ๆ ให้ดูเหมือนกรอบรูป ดูเหมือนกำลังดูงานจิตรกรรมบนฝาผนังทั้งที่ความจริงเป็นกระจกใส

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

แต่ไม่ว่าจะเลือกพักห้องใดใน 17 ห้องนี้ สิ่งที่ทุกคนได้รับเหมือนกันคือความรู้สึกสบายที่แฝงด้วยกลิ่นอายของตึกเก่า ด้วยเตียงนอนหนาถึง 12 นิ้ว กับห้องน้ำที่กว้างขวางเมื่อเทียบกับเนื้อที่ห้องพักตามโรงแรมทั่วไป วัสดุที่ใช้ในห้องน้ำ เช่น หินขัดและกระเบื้องแผ่นเล็ก ที่จอนนี่มองว่าเป็นรากเหง้าของตัวเขา

“ผมรู้สึกว่าคนมานอนโรงแรมส่วนใหญ่ ใช้เวลาอยู่บนเตียงกับอยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้ใช้พื้นที่อื่น”

“จริง ๆ จะอัดแน่นกว่านี้ก็ได้ค่ะ แต่เราคิดว่าคนสมัยใหม่น่าจะอยากได้ห้องที่ใหญ่หน่อย เหยียดแข้งเหยียดขาได้เต็มที่ เลยทำแต่ละห้องให้มีพื้นที่เหลือเฟือ”

คู่สามีภรรยาช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุที่พวกเขายอมเสียพื้นที่ทำห้องพักเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่แขกผู้เข้าพักให้มากที่สุด

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

ใจกลางกรุงเทพฯ 

ตึกแถวกับต้นไทรอาจยืนตระหง่านเคียงคู่กันมานานกว่า 60 ปี แต่โรงแรมบนไทรเพิ่งเปิดใหม่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการปิดประเทศยาวนาน อันเป็นผลจากโรคโควิด-19 ใบหน้าของปูนและจอนนี่กลับเจือด้วยยิ้มบาง ๆ เมื่อเราถามถึงสาเหตุที่พวกเขากล้าตัดสินใจเปิดโรงแรมใหม่ในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติร่อยหรอ

“ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าเปิดได้มั้ย แต่เราเห็นต่างชาติเริ่มทยอยเปิดประเทศกันแล้ว เลยมองว่าถ้าไม่ใช่วันนี้หรือต้องรอไปอีกสักพัก มันอาจจะไม่ดีขึ้น เปิดตอนนี้เพื่อตรียมระบบให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

“ผมหวังว่าอีก 6 หรือ 7 เดือนข้างหน้า ประเทศไทยน่าจะคิดว่าโรคโควิดอยู่กับเรา คนทั่วโลกก็คิดว่าเป็นโรคประจำถิ่น เป็นความเสี่ยงที่น่าจะยอมรับได้ เหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ก็มีเรื่องเป็นหวัด อาหารเป็นพิษ เป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สักวันหนึ่งโควิดก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตอนนี้ทุกคนอยากเที่ยวแล้วครับ เห็นเพื่อนไปสวิตฯ ก็อยากไปบ้าง หรือดูคลิปเก่าตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น เราก็แทบจะกดจองตั๋วไปแล้ว เราอยากเที่ยวเมืองนอก ต่างชาติก็คงอยากเที่ยวไทยมากเหมือนกัน”

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

จริงอยู่ที่โรงแรมเพิ่งเปิดตัวได้เพียงหลักเดือน ในสภาวะเช่นนี้ แต่บนไทรก็มีลูกค้าเข้าพักทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ทั้งที่มาจากต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เอง

“เราไม่เคยคิดว่าลูกค้าจะต้องอยู่ในห้องเราทั้งวัน เพราะว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้คนที่มาก็อยากจะออกจากโรงแรมให้เร็ว คำว่า ‘เร็ว’ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าแต่เช้านะครับ แต่หมายถึงว่าถ้าคุณตื่น 10 โมง คุณก็ออก 10 โมงครึ่ง แล้วก็อาจจะกลับมาดึก ๆ หน่อย เราต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ อยากให้ตอนที่กลับมาถึง คุณวางกระเป๋าแล้วนอนได้เลย อยู่ให้สบาย ไม่อึดอัด มีที่ให้แต่งตัวเพื่อให้ออกไปข้างนอกได้ภายในครึ่งชั่วโมง” จอนนี่เปิดเผยเจตนารมณ์ในการทำโรงแรมนี้

“อยากให้ทุกคนมาลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในตึกเก่า เพราะเรายกเครื่องใหม่หมด คิดว่าเขาน่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งจากตัวตึกและตัวย่านนี้ด้วย โดยที่เขายังไปช้อปปิ้งได้ ไปทำงานได้ หรือว่าถ้าขาดเหลืออะไร ในบริเวณนี้มีพร้อมทั้งหมด” ปูนกล่าวปิดท้าย

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

มา Bonsai Hotel แล้วไม่เจอต้นไม้แคระอย่างที่เคยคิด

แต่เราพบกับโรงแรมน้องใหม่ที่พร้อมให้ความสุขกายสบายใจแก่ผู้มาเยือน เฉกเช่นต้นไทรใหญ่ ซึ่งมอบร่มเงาแก่ตึกแถวเก่าแห่งนี้มายาวนาน

Bonsai Hotel (โรงแรมบนไทร)

ที่ตั้ง : 275, 24-25 ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2120 6607

เว็บไซต์ : www.bonsaihotelbangkok.com

Facebook : Bonsai Hotel Bangkok 

Instagram : bonsaihotelbangkok

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

อดีตนิสิตอักษรผู้ชอบอ่านและชอบเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load