“ไม่ใกล้ไม่ไกล” จู่ๆ คำนี้ก็แวบขึ้นมาในหัว ขณะที่ผมแล่นหลุดจากถนนสายน้อยอันร่มรื่น ครึ้มด้วยทิวไม้ตลอดสองฝั่ง มาหยุดอยู่ท่ามกลางกระอายแดดบ่ายริมทางพลุกพล่านและอาคารพาณิชย์แข็งกระด้างเรียงรายสุดสายตา

ไม่ใกล้-เพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้า ผมเพิ่งละ Foresta Villa ไว้ข้างหลัง แรกทีเดียวผมรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีธุรกิจที่พักมาเปิดอยู่ในชุมชนหนองควาย เพราะนอกจากจะไม่ได้อยู่ในหมุดหมายหลักของนักเดินทางส่วนใหญ่ ยังถือว่าไม่ใช่ทำเลที่ใกล้นัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความทันใจในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และกินดื่มสังสรรค์ของเมืองเชียงใหม่

ไม่ไกล-แต่พอนึกย้อนถึงตอนที่ เอก-วราพงษ์ มาเตียง ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ความจริงแล้วจากที่พักของเขาถึงย่านนิมมานเหมินท์ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 กว่านาที ผมก็เริ่มเปลี่ยนความคิดพลันตอนนี้ยังรู้สึกว่ายิ่งใกล้ เมื่อธรรมชาติและความเงียบสงบที่ได้สัมผัสครู่ผ่านมาคล้ายสะกดให้หลงลืมความนานช้า 

จนคงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า ที่พักบรรยากาศน่ารักและอบอุ่นแห่งนี้ ดูไม่ไกลเกินกว่าสำหรับใครบางคนที่ตกหลุมรักการพักผ่อนอิงแอบผืนป่า และเรียกร้องความเป็นส่วนตัวมากพอกับความสะดวกสบายในคราวเดียวกัน

1

Foresta Villa เริ่มต้นขึ้นจากเมล็ดฝันเล็กๆ ของเอก อดีตผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของนิตยสาร Compass Magazine ที่อยากมีบ้านสักหลัง จนกระทั่งเจอทำเลที่ใช่ใกล้ชิดธรรมชาติ เขารีบจัดแจงลงหลักปักฐาน ก่อนต่อมาจะสบโอกาสงอกที่ดินแปลงหนึ่งเพิ่มริมรั้ว พลางวาดภาพอนาคตที่ไม่ต้องเร่งรีบฝ่าชั่วโมงโกลาหลยามเช้าเข้าออฟฟิศ และนั่นเองทำให้เอกนึกถึงการทำธุรกิจที่พัก 

“หากต้องเลือกอะไรสักอย่างในชีวิต เรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ชอบมาเป็นอันดับแรก อย่างชอบอ่านนิตยสารก็เลยมาทำงานด้านนี้ หรือตอนทำบ้านก็พบว่าตัวเองแฮปปี้มากกับการดูรายละเอียดงานดีไซน์ และออกไปสำรวจตลาดของเก่าหาซื้อข้าวของแอนทีกมาตกแต่งบ้านทุกสัปดาห์ ประกอบกับยี่สิบปีที่อยู่ในแวดวงนิตยสาร ช่วยเปิดโลกให้เห็นเส้นทางธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่เราได้เข้าไปสัมผัสการออกแบบตกแต่ง งานบริการ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของกิจการแทบทุกระดับ จนเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วมันเวิร์ก ตอบโจทย์ลูกค้า พอได้จังหวะเวลาเลยลงใจว่าต้องเป็นธุรกิจนี้”

เอกเล่าไอเดียก่อร่างธุรกิจที่มีแพสชันกับประสบการณ์เป็นแรงผลัก กระนั้นคนรอบข้างยังอดห่วงเรื่องที่ตั้งตกเป็นรองคู่แข่งไม่ได้ “โคตรไกล ใครจะมาพัก” เพื่อนบางคนพยายามเตือนสติ แต่เอกกลับมองต่างและเชื่อลึกๆ ว่าทำเลที่เพียบพร้อมทรัพยากรธรรมชาติเช่นนี้ คือสิ่งที่ผู้คนถวิลหาและมีมูลค่าสำหรับอนาคต

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

2

แววตาของเอกฉายประกายภาคภูมิใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้า ถึงขนาดแรกเจอกันเขาคะยั้นคะยอให้ผมตามมาชื่นชมต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้าน ก่อนจะพาสำรวจตัวอาคารเสียอีก

จากปากซอยทางเข้าที่พักไม่กี่สิบก้าว มีถนนสายรองทอดยาวแล้วลับหายไปในแนวไม้ผลัดใบหลายหลากชนิด เอกชี้บอกว่าพื้นที่บริเวณนั้นคือ ‘สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคเหนือ’ และ ‘สวนรวมพันธุ์ไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินีภาคเหนือ​’ ภายใต้โครงการ ‘ป่าในเมือง’ (Urban Forest) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าไปทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ วิ่งออกกำลังกาย เดินป่าศึกษาพรรณไม้ท้องถิ่น รวมทั้งมีเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานสูดอากาศสดชื่นให้ชุ่มปอด 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

บรรยากาศรื่นรมย์เคียงผืนป่าเขียวชอุ่มนี้เองที่เป็นไอเดียของชื่อ Foresta Villa (Foresta ภาษาอิตาลีหมายถึง ป่าไม้) และกลายเป็นคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ที่พักให้มี Mood and Tone ผ่อนคลายกลมกลืนกลิ่นอายธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเรียบง่ายเน้นโทนสีขาวอบอุ่นตัดกับวัสดุไม้ พร้อมผสานการตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งนอกเหนือจากบรรยากาศ สิ่งหนึ่งที่เอกบอกว่าเขามักได้รับคำชมเปาะจากลูกค้า คือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า จนมีบางคนถึงขั้นจองห้องพักมาเพื่อเก็บเกี่ยวไอเดียการจัดสรรพื้นที่ขนาดกะทัดรัดให้น่าอยู่อาศัยโดยเฉพาะ

 “พื้นที่ทั้งหมดของเรามีจำกัดแค่เจ็ดสิบตารางวา ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดเกินไป เราเลยลงตัวว่าควรมีเพียงสี่ห้อง และแบ่งออกเป็นสองชั้น โดยห้องชั้นบนเป็นเพดานทรงจั่วดูโปร่งโล่ง ส่วนห้องชั้นล่างที่เพดานไม่สูงมาก เราประยุกต์เอาโครงสร้างเรือนล้านนา ‘ต๋ง’ มาตกแต่ง เวลานอนมองเพดานก็จะได้อารมณ์แบบบ้านคนเมืองสมัยก่อน 

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“แล้วความที่อยากให้คนที่มาพักผ่อนรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน ทุกห้องเลยตั้งใจออกแบบให้มีสัดส่วนชัดเจน เช่น มีห้องเก็บเสื้อผ้า (Walk-in Closet) แยกจากห้องนอน มีมุมอ่างล้างจาน มีระเบียงรับลมชมวิว มีสวนสนามหญ้า พื้นที่สีเขียวให้ลูกค้านั่งชิลล์ รวมถึงมีห้องครัวและเครื่องซักผ้าไว้บริการด้วย”

นอกจากจะทุ่มพลังคุมงานก่อสร้างเพื่อให้ทุกอย่างออกมาเสร็จสมบูรณ์ดังใจคิด ด้านงานตกแต่งภายใน เอกก็ลงมือลุยเองทั้งหมด โดยเลือกหยิบเอาสไตล์งานแอนทีกสุดคลาสสิกที่เขาหลงใหลมานำเสนออย่างน่าสนใจในแบบฉบับของตัวเอง

“เรารักความเป็นแอนทีกนะ แต่การจะหาข้าวของแอนทีกมาตกแต่งทุกจุดมันค่อนข้างมีข้อจำกัดพอควร เพราะบางชิ้นหายาก บางอย่างก็ผุใกล้จะพัง หรือต่อให้เจอตัวที่ถูกใจ แต่ขนาดกลับไม่พอเหมาะกับมุมที่ต้องการจัดวางก็อดอีกเช่นกัน เราเลยมองอะไรที่มันหาง่ายแล้วนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง หรือเลือกรูปแบบที่ชอบเพื่อเอามาปรับฟังก์ชันให้ตอบโจทย์กับสิ่งที่เราต้องการมากกว่า”

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ถ้าไม่นับข้าวของประดับย้อนยุค เอกบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชิ้นของ Foresta Villa ล้วนเป็นงานทำขึ้นใหม่ ผ่านฝีมือคุณลุงอำนวย สล่าไม้พื้นบ้านชาวลำพูน ผู้เนรมิตสารพัดไอเดียเฟอร์นิเจอร์สุดสร้างสรรค์จากสมุดสเก็ตช์ของเอก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตลาดของเก่ายันท่อง Pinterest ให้กลายเป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟแสนเก๋ที่ใช้ลูกกรงราวบันไดไม้มาต่อเป็นขามุมห้องรับรองลูกค้า โต๊ะอาหารประดับลายฉลุโบราณที่เข้าเซ็ตกับเก้าอี้ทรงพม่าอ้อนช้อย หรือตู้เก็บเอกสารทรงตู้ยาจีน สวยตระการตาหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ เหล่านี้นับเป็นเอกลักษณ์และมนตร์เสน่ห์เติมเต็มความอบอุ่นของที่พักได้อย่างลงตัว

3

“ตอนเปิดกิจการใหม่ๆ เราไม่รู้หรอกว่าทิศทางตลาดจะเป็นยังไง เพียงแต่พยายามให้ความสำคัญกับงานบริการเต็มที่ เพราะการที่ที่พักของเราแวดล้อมด้วยป่า อาจทำให้ลูกค้าบางคนกังวลเรื่องความปลอดภัย พอมาเจอการดูแลใส่ใจ มีอะไรสามารถพูดคุยกันได้ทุกอย่าง มันก็ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของเขาไปเลย”

การต้อนรับขับสู้เสมือนญาติพี่น้องเป็นอีกข้อน่าประทับใจของ Foresta Villa โดยเอกจะรับหน้าที่ดูแลแขกทุกคนด้วยตัวเอง พร้อมพนักงานต้อนรับอย่างน้องกงยู สุนัขพันธุ์พื้นเมืองขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี น้องมินิ ปอมเมอเรเนียนสายเอนเตอร์เทน และพี่เกด แม่บ้านหน้าตายิ้มแย้ม ใจดี และมีฝีมือการทำอาหารเก่งฉกาจ

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู
Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

“มีลูกค้าหลายรายมากที่จองห้องเพื่อมาดูงานออกแบบโครงสร้าง ปรึกษาเรื่องการทำบ้าน เรื่องช่างไม้ หรือแม้แต่การย้ายมาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่” 

เหมือนมาเชียงใหม่แล้วมีเจ้าถิ่นที่คุณพึ่งพาได้ เอกสรุปสั้นๆ พร้อมเสริมว่า เรื่องการเดินทางท่องเที่ยวเขาก็แนะนำได้เช่นกัน เพราะควบคู่กับบทบาทผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก เขายังทำ Eating Out Map คู่มือและสื่อออนไลน์ชวนตะลอนกินเที่ยวเชียงใหม่ฉบับอินไซต์ แถมแขกคนไหนอยากให้ขับรถพาเที่ยวด้วยก็ยินดีไม่มีปัญหา

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

ปัจจุบัน Foresta Villa เปิดทำการมาร่วม 4 ปี โดยช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด กระทั่งเมื่อนิตยสาร Tripful ได้นำเรื่องราวน่ารักๆ ของที่พักแห่งนี้ไปบอกกล่าว ที่นี่ถูกปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตของชาวเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ขนาดมีเมนูอิซักโทสต์ (Isaac Toast) ขนมปังปิ้งสไตล์เกาหลีที่ลูกค้าแดนกิมจิแบ่งปันเคล็ดลับความอร่อยไว้คอยให้บริการ ซึ่งต่อมาติดอันดับเป็นจานเด็ดห้ามพลาด เคียงคู่มากับผัดกระเพรา หอม แห้ง จัดจ้าน จากใบกะเพราพื้นบ้านปรุงรสเข้มข้นด้วยซอสตำรับจีนโบราณ สองเมนูที่เปลี่ยนที่นี่ให้เป็นร้านอาหารคึกคักในยามสาย

“ทุกวันนี้เรามีลูกค้าประจำที่กลายมาเป็นเพื่อนกันเยอะมาก มีหลายคนชอบบรรยากาศจนตัดสินใจปลูกบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ก็ยังแวะเวียนมาทักทายกันตลอด” เอกยิ้มระรื่นแก่มิตรภาพที่เบ่งบานจากการให้บริการด้วยความจริงใจ 

ก่อนจากกันเขาย้ำว่าอยากให้คนที่มาพักผ่อนกับ Foresta Villa ได้ลองใช้เวลาที่นี่ให้มากขึ้นอีกสักนิด เพื่อใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นอีกสักหน่อย ไม่ว่าจะปั่นจักรยานชมทุ่งนา ทอดน่องเดินป่า หรือวิ่งสัมผัสไอหมอกหนาของเช้าตรู่ 

เพราะเขาเชื่อว่า สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าพบเจอความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

Foresta Villa บ้านพักตากอากาศข้างผืนป่าเชียงใหม่ ที่แขกได้ใกล้ธรรมชาติตั้งแต่หน้าประตู

Foresta Villa 

ที่ตั้ง : เลขที่ 258/1 หมู่ 5 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8258 1733 และ 08 6731 1695

Facebook : Foresta Villa

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

บ้านคะมะณา เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดย่านหาดนาใต้ โดย เต๋า-ทรงพล ศักดาศักดิ์ สถาปนิกรุ่นใหม่ ผู้ตัดสินใจกลับไปปลุกบ้านเกิดของตัวเองให้มีชีวิตชีวา ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับชุมชนโคกกลอย

จากคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมในพื้นที่ทางผ่านของจังหวัดพังงา (เป็นทางผ่านไปเขาหลัก เสม็ดนางชี และจังหวัดภูเก็ต) แต่การอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ทำให้ที่พักแห่งนี้เงียบเหงา เพราะการมานอนหย่อนใจที่นี่ มีดีทั้งบรรยากาศและผู้คน เรื่องอาหารการกินก็หรอยไม่แพ้กัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

บริบทแวดล้อมเดิมของโคกกลอยเคยเป็นศูนย์รวมของคนขุดเหมือง ที่มักไปขุดหาแร่แถบทะเล คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้องแถวที่ซอยห้องแบ่งให้เช่า หน้าตาละม้ายคล้ายเมืองภูเก็ตขนาดย่อม

สิ่งที่หนุ่มพังงาคนนี้กำลังทำ เขาพยายามหยิบหัวใจของชุมชนบ้านเกิด ทั้งวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่เขาเห็น เขาอยู่ และเขาเคยชิน มาทำให้ชุมชนเกิดความภูมิใจ พื้นที่เล็ก ๆ นี้ก็เก๋ เท่ มีเสน่ห์ ไม่แพ้พื้นที่ไหน ๆ

แพ็กกระเป๋าลงใต้ ไปนอนเมืองสวยในหุบเขากันสักคืนสองคืนนะพี่บ่าว สาวนุ้ย ลุย!

คะ-มะ-ณา ที่เกิดจากการเดินทาง

โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของพี่สาวและแรงสนับสนุนจากคนทั้งบ้าน เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นห้องแถวของตระกูลคุณพ่อ มีขนาด 2 ชั้น ตัวบ้านอายุมากกว่า 60 ปี หน้ากว้างเกือบ 6 เมตร และถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักจำนวน 9 ห้อง คอร์ตกลางบ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ เต๋านิยามการออกแบบว่า ‘ร้อนชื้นประยุกต์’ ด้วยความตั้งใจว่าอยากให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณมีกิจกรรมทำยามว่าง และอยากเปลี่ยนพื้นที่ทำเลทางผ่านให้ไม่เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การมีทำเลที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นข้อเสียเปรียบของกิจการที่พัก ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่จุดหมาย ก็เท่ากับว่าต้องสร้างบางอย่างขึ้นมา นี่เป็นแนวคิดแรกเริ่มในการปรับปรุงห้องแถวเก่าของครอบครัว เต๋ามุ่งหมายให้นักเดินทางมาเจอกันแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมาเจอ จึงเกิดเป็นชื่อบ้าน คะ-มะ-ณา

“คะมะณา มาจากคมนาคม เพราะคมนาคมคือการเดินทาง” เต๋ารวบรัดใจความสำคัญ

ร้อนชื้นประยุกต์

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การออกแบบบ้านคะมะณาค่อนข้างอิงกับวิถีท้องถิ่น กลมกลืน ไม่ขาดและไม่เกิน หากถามว่าร้อนชื้นประยุกต์มีที่มาอย่างไร เต๋าเฉลยให้ฟังว่า ‘ร้อนชื้น’ มาจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ ฝน 8 แดด 4 ส่วน ‘ประยุกต์’ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่นกับโครงสร้างการออกแบบร่วมสมัย หากใครไปพักคงสังเกตเห็น ‘เล่าเต๊ง’ ผสมอยู่กับดีไซน์ร่วมสมัยใหม่อย่างลงตัว เขานำไม้เก่าของบ้านหลังเดิมมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เต๋าว่าเป็นไม้นาคบุตร มีเนื้อไม้สีแดง แข็งแรงทนทาน ปลวกเจาะไม่เข้า พี่บ่าวชาวใต้มักเอาไม้ชนิดนี้ไปทำด้ามพร้า

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 9 ห้อง รองรับตั้งแต่นักเดินทางคนเดียว นักเดินทางเป็นคู่ นักเดินทางเป็นครอบครัว หรือเหมาเกสต์เฮาส์ยกหลัง (รองรับสมาชิก 20 คน) ก็ทำได้ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

นอกจากรูปโฉมใหม่ สิ่งที่ยังเหลือไว้คือกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน บ้านคะมะณาจึงมี ‘ฉิ่มแจ้’ และ ‘จุ้ยตี๋’ พื้นที่โล่งกลางบ้านที่เคยมีบ่อเก็บน้ำและลานซักล้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง บ้านไม่อับ ไล่ความชื้น สุขภาพความเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น เพราะบ้านไม่ร้อนไป ไม่ชื้นไป เต๋าว่าเป็นการออกแบบจากประสบการณ์การอยู่บ้านจริง ๆ ของคนสมัยก่อน โดยคอร์ตพื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับห้องพักขนาดกะทัดรัด 9 ห้อง ตามความตั้งใจของบ้านคะมะณา ที่อยากให้แขกออกมานั่งพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้แขกที่ใช้คอร์ตยังมีแค่ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เต๋าตั้งใจถ่ายทอดไอเดียนี้จนกว่าพื้นที่ส่วนกลางจะคึกครื้นมีชีวิตชีวา

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

Welcome Fruit

นอกจากส่วนกลางของเกสต์เฮาส์ที่เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บ้านคะมะณายังเตรียมพื้นที่ครัวไว้สำหรับแขกที่อยากทำอาหารเอง มีโต๊ะตัวยาวไว้นั่งทานอาหารด้วย ที่น่ารักมากคือ คุณแม่และคุณพ่อเตรียม ‘Welcome Fruit’ ผลไม้ไทยจากสวนไว้ต้อนรับ แขกไปใครมาก็ต้องประทับใจ นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของเจ้าบ้าน ผลไม้ที่จัดไว้ต้อนรับยังเป็นผลไม้เจ้าถิ่นตามฤดูกาล อย่างเงาะและมังคุด รับรองกินกันแบบจุใจ!

“เราไม่รู้ว่าแขกจะชอบมั้ย แต่ตั้งไว้ทีไร ก็หมดทุกที” เต๋าเล่าความน่ารักของแขกด้วยเสียงหัวเราะ

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4
นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

ลูกค้าของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ Welcome Fruit จึงดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือนไม่น้อย ชิมแล้วอร่อยถูกใจก็หาซื้อมากินตาม ๆ กัน ตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ นี้นอกจากช่วยอุดหนุนชาวบ้าน ยังเกิดการขับเคลื่อนในชุมชนด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ที่เจ้าบ้านคัดสรร ขนมนมเนยก็ไม่เคยขาด ทุกครั้งที่จ่ายตลาด คุณแม่ของเต๋ามักมีขนมติดไม้ติดมือมาวางบนโต๊ะเสมอ ชวนให้รู้สึกถึงความกันเองเหมือนอยู่บ้าน หากจะพูดว่าการมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการมาหาเพื่อนสนิทก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่ต้อนรับทุกคนอย่างดี เหมือนลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

อาหารเช้าจากชุมชน

หนุ่มพังงาเล่าวิถีฉบับพังงาให้เราฟังว่า คนที่นี่ตื่นเช้ามาต้องกินขนมจีน ไม่ก็ติ่มซำ ส่วนกลางวันกินเมนูง่าย ๆ ตกเย็นก็ล้อมวงทำกับข้าว น้ำชุบหยำ แกงส้ม ปลาทอด ลูกเนียง ลูกตอ อย่าให้ขาด พอตกดึกวัยคึกคักก็ชวนกันไปประจำการที่ร้านน้ำชาละแวกบ้าน สั่งโรตีกรอบ ๆ คู่กับชาร้อน ๆ เคล้าบทสนทนา พอได้ที่ก็แหลงกันหนุกหนัด!

เมื่อมีของดีล้อมรอบขนาดนี้ บ้านคะมะณาเลยอยากให้แขกออกไปสัมผัสวิถีชีวิตฉบับพังงา อุดหนุนร้านค้าชุมชน ลองนึกภาพว่า ตื่นเช้าไปกินติ่มซำ ตอนเย็นไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านน้ำชา แค่นี้ก็เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าแล้ว

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

“เราไม่ได้มองเกสต์เฮาส์นี้เป็นแค่ธุรกิจ ถ้าเราอยู่ได้ แต่ร้านรอบข้างอยู่ไม่ได้ ชุมชนอยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้น”

บ้านคะมะณาตั้งใจกระจายรายได้ให้คนในชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่คนมาพักออกไปจับจ่ายสินค้าย่านนั้น นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเต๋า เพราะเกสต์เฮาส์หลังนี้ไม่อยากเติบโตเพียงลำพังโดยปราศจากมิตรสหาย แต่อยากเติบโตไปพร้อม ๆ กับลุง ป้า น้า อา ผู้เป็นเจ้าของร้านรวงขนาดจิ๋วในละแวกโคกกลอยด้วย

อีกเหตุผลในการทำโรงแรม เต๋าอยากให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับนักเดินทาง การันตีว่านอนอุ่น กินอิ่ม ในราคาสบายกระเป๋า เขาจะดีใจมาก ๆ หากที่พักแห่งนี้เป็นมิตรกับผู้คน ชุมชน และนักเดินทาง

โคกกลอยที่มีลมหายใจ

บ้านเกิดในมุมมองของเต๋าคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หน้าร้อนทะเลสวย หน้าฝนต้นไม้เขียวชอุ่ม เต๋าออกปากชวนและกาดอกจันให้เรามาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน จะได้สัมผัสกับความสดชื่นของพังงาอีกรูปแบบหนึ่ง

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

หากถามว่าสถาปนิกที่หลงรักการท่องเที่ยวหันมาทำกิจการที่พักได้อย่างไร ก็คงเพราะ

“เราไม่อยากเห็นเมืองตายไป โดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเลย เราลองเปิดประตูแง้ม ๆ เอาไว้ เผื่อมีคนกลับบ้านมาทำโปรเจกต์สนุก ๆ เราว่าการเกิดขึ้นของบ้านคะมะณาอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้ามีคนเข้ามา มันเกิดกิจกรรม เกิดงาน เกิดรายได้ แค่นั้นก็พอจะทำให้เมืองมีลมหายใจขึ้นมาบ้าง เราอยากเห็นเมืองยังมีชีวิต”

บ้านคะมะณาเป็นจุดเริ่มต้นให้คนอยากกลับบ้านเห็นโอกาสในบ้านเกิดและเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นเติบโต จากการมีอยู่ของกิจการเล็ก ๆ แห่งนี้, อนาคต เต๋าหวังว่าจะมีกิจการจากเพื่อนใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

ก่อนบอกลากัน เต๋าทิ้งท้ายกับเราถึง ‘พังงา’ ไว้ว่า

“พังงา ถ้ารู้จักแล้วจะสนุก สนุกกับการดื่มด่ำธรรมชาติ ได้รีชาร์จพลังจากวันที่เหนื่อยล้า ถ้าอยากสัมผัสวิถีชุมชนไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน บ้านคะมะณายินดีต้อนรับเสมอ พร้อมตะกร้าผลไม้สด ๆ และขนมอร่อย ๆ”

นี่คือคำเชิญชวนที่จริงใจที่สุดจากเจ้าบ้าน, แล้วทำไมจะไม่ตกหลุมรักบ้านคะมะณา

Baan kamana

ที่ตั้ง : เลขที่ 1/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7278 8877

Facebook : Baan kamana

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load