2 พฤษภาคม 2562
7.91 K
The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

พ.ศ. 2561 เจ้าสัวไร้สติคนหนึ่งทำให้ชื่อ ‘ห้วยปะชิ’ ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว ด้วยการ ‘ฆาตกรรม’ เสือดำตัวหนึ่ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ป่าทุ่งใหญ่ฯ โด่งดังเป็นที่รู้จัก  

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2516 เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งตกแถวอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 6 คน นอกจากนี้ ในซากเฮลิคอปเตอร์ยังพบชิ้นส่วนสัตว์ป่าจำนวนมาก

ย้อนกลับไปราว 1 สัปดาห์ คนกลุ่มหนึ่งพักแรมอยู่ใกล้ลำห้วยสายเล็กๆ ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านที่ราบในหุบเขาของป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พวกเขาเข้ามาตั้งแคมป์เพื่อล่าสัตว์ป่า การล่าสัตว์ แม้จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ นักข่าว และคนหลายคนรับรู้ พยายามเข้าไปเจรจาเพื่อจับกุม แต่ไม่สำเร็จ เพราะคนในคณะเป็นระดับผู้ใหญ่ มีอำนาจในประเทศ

อุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกทำให้คนทั้งประเทศรับรู้ ซากสัตว์ป่าที่ฆ่ามาจากป่าทุ่งใหญ่กระจัดกระจาย เหตุการณ์นี้คือจุดเริ่มต้น ขยายไปใหญ่โต ประชาชน นิสิต นักศึกษา นักเรียน ลุกฮือขึ้นเรียกร้องให้รัฐบาลลงโทษผู้กระทำผิด

2 เดือนต่อมา 13 มิถุนายน 2516  คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามีมติให้ดำเนินการประกาศตั้งป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ลำห้วยสายเล็กๆ คดเคี้ยว ไหลผ่านที่ราบในหุบเขา ซึ่งคณะล่าสัตว์ตั้งแคมป์พักมีชื่อว่า ‘เซซาโว่’

ช่วงเวลานั้นเซซาโว่กลายเป็นชื่อยอดนิยมไปทั่วประเทศ คนนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร ร้านตัดเสื้อผ้า และอีกมากมาย คนจำนวนมากรับรู้ว่าห้วยเซซาโว่อยู่ในผืนป่าซึ่งมีความเหมาะสมกับการเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และที่นี่ได้รับการดูแลปกป้องอย่างจริงจัง

ถึงวันนี้เซซาโว่อยู่ในสถานภาพหน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ‘เซซาโว่’ เป็นภาษาถิ่นที่ชาวบ้านแถบนั้นใช้เรียกลำห้วยสายนี้ มีความหมายว่า ‘ลูกไม้แดง’ หน่วยเซซาโว่เรียกเป็นทางการว่า หน่วยลูกไม้แดง

มีบ้านสร้างด้วยไม้สังเคราะห์ใต้ถุนสูง 1 หลัง มีห้องน้ำ 2 ห้อง และโรงครัวเล็กๆ ฝาไม้ไผ่อยู่ริมห้วย ที่นี่ไม่เพียงเป็นที่พักของชุดลาดตระเวน แต่เป็นที่พักกลางทางระหว่างการเดินทางจากสำนักงานเขตถึงหน่วยพิทักษ์ป่าจะแก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้านจะแก หมู่บ้านใหญ่ขนาด 200 หลังคาเรือน ชาวบ้านใช้เส้นทางนี้เดินทางเข้า-ออกเมือง ด้วย ในฤดูแล้งคนเดินทางอาจแวะพักเพียงเพื่อกินข้าวหรือพักเหนื่อย ฤดูฝนที่นี่จะเป็นที่พักอันอบอุ่น

ระยะทาง 80 กิโลเมตรบนเส้นทางที่กำหนดไม่ได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ การเดินเท้าคือวิธีดีที่สุด เพราะจะใช้เวลาแค่ 3 วัน ช่วงเวลานี้แหละที่คนเดินข้างทางจะปฏิเสธ เมื่อเราชวนขึ้นรถพวกเขาจะตอบว่า “กำลังรีบ”

ช่วงฤดูแล้งแหล่งน้ำที่เหลือมีสัตว์อย่างกวางและกระทิงแวะเวียนมาใช้ตลอด 

“ปีนี้ได้คนมาเพิ่มครับ” ชัยพร สังขโลก ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยลูกไม้แดงบอก

“ได้เดินป่าอีก 1 ชุด”

ทุกคนผ่านการอบรม การลาดตระเวนเชิงคุณภาพมาแล้ว มีทักษะการใช้เครื่องมือและสำรวจหา ปัจจัยคุกคาม การเดินลาดตระเวนเข้มข้นมากขึ้น

ชัยพรมาจากลำปาง เป็นชายไทยเชื้อชาติไทยเพียงคนเดียวในหน่วย เพื่อนร่วมงานทั้งหมดของเขาเป็นชายไทยเชื้อชาติกะเหรี่ยง เขาอยู่มานาน กระทั่งใช้ภาษาถิ่นสื่อสารกับเพื่อนๆ ได้

  ลูกไม้แดงอยู่บนที่ราบ สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ล้อมรอบด้วยทิวเขา ไม่ไกลจากหน่วยมีที่ราบกว้างใหญ่ที่เรียกว่า ‘ทุ่งใหญ่’ หรือ ‘เวียพะดู’ ในภาษาถิ่น เวียพะดูเข้าถึงยาก ฤดูฝนดงหญ้ารกหนาทึบ แต่ในช่วงแล้ง หลังไฟไหม้ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของเหล่าสัตว์กินพืช

หญ้าระบัดงอกปกคลุมพื้นดินเขียวขจี มองไปไกลสุดตา ในทุ่ง กระทิงฝูงละไม่ต่ำกว่า 50 ตัวเดินอ้อยอิ่งเลาะเล็มหญ้า สัตว์ผู้ล่าอย่างเสือโคร่งเข้ามาวนเวียน

กระทิงหลายตัวตายเพราะคมเขี้ยว มีบางตัวตายเพราะคมกระสุน

“พวกล่ามันก็มาช่วงนี้แหละครับ” ชัยพรบอก พวกเขาเดินลาดตระเวนตลอด   

“เดิน 2 ชุดคงพอช่วยรักษาชีวิตกระทิงได้ดีกว่าปีก่อนๆ ครับ”  ชัยพรพูดแววตาจริงจัง

ผมรู้จักชัยพรหลายปีแล้ว

นานหลายปีแล้วที่ผมรู้ว่ามีคนในป่าจำนวนมากพยายามปกป้องชีวิตสัตว์ป่า โดยเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน

ในช่วงฝนฝูงกระทิงจะวนเวียนอยู่แถวบริเวณที่มีหญ้าเขียวๆ

โดยปกติในหน่วยจะเงียบๆ คนส่วนใหญ่ออกลาดตระเวน เหลือเฝ้าหน่วย 2 คน

แต่วันนี้หน่วยคึกคัก ทีมสำรวจประชากรเสือโคร่งโดยใช้กล้องดักถ่ายจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำออกจากป่ามาพักที่นี่หลายวัน

กลางคืนอุณหภูมิลดต่ำเหลือไม่ถึง 10 องศาเซลเซียส

“ลำปางหนาวมาก แต่ที่นี่หนาวกว่าว่ะ” ชัยพรคนลำปางพูดประโยคนี้บ่อยๆ

กองไฟข้างครัวริมห้วยไม่เคยดับ ชายหนุ่มหลายคนนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ข้างกองไฟ กลิ่นยาเส้นมวนด้วยใบกระโดนลอยคลุ้ง เสียงน้ำไหลเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ชายหนุ่มผิวขาวยกกาน้ำดำๆ รินน้ำสีแดงใส่กระบอกไม่ไผ่ยื่นให้ผม

“น้าชูต้มไม้ฝางครับ บอกว่าแก้เมื่อย”

“ขอบคุณครับ” ผมรับไว้ จอกไม้ไผ่อุ่นในมือ

จิ๊บ วัย 24 ปี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดแพร่ เขาร่วมทีมมากับชุดสำรวจประชากรเสือโคร่งอยู่ในป่าเกือบ 2 เดือนแล้ว

“หนาวนะครับ”  เขาพูดเบาๆ

เมื่อวานเขาเล่าให้ฟังว่า ก่อนเข้าป่าเขาตัดสินใจบอกเลิกกับหญิงสาวคนรัก เพราะพ่อแม่ผู้หญิงไม่ชอบเขา

“พวกเขาว่าฐานะผมไม่ดีครับ กลัวลูกสาวจะลำบาก อยากให้แต่งงานกับคนมีฐานะ”

“มีแบบนี้จริงๆ เหรอ นึกว่ามีแต่ในละคร” ผมแหย่

เขายิ้มแห้งๆ “ผมยอมเลิกครับ ถ้าแฟนจะสบาย ผมยอม”

ข้างกองไฟ เรานั่งเงียบๆ ดวงจันทร์ครึ่งดวงส่องแสงนวล งดงามเกินกว่าจะกล้าเงยหน้าขึ้นมอง เปลวไฟไหววูบวาบ อุณหภูมิ 9 – 10 องศา อยู่ข้างกองไฟไม่หนาวนัก ผมมองข้ามกองไฟไปที่ชายหนุ่มผู้อยู่ในป่ามาเกือบ 2 เดือน อยู่เพื่อทำงานให้คนได้รับรู้ว่าทำไมต้องมีเสือ

เราไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังอีก ข้างกองไฟอุ่น แต่ผมรับรู้ได้ว่าในความรู้สึกของชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ‘ลูกไม้แดง’ ณ เวลานี้ ‘หนาวมาก’ เพียงไร…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load