“เรามีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากย้ายมาอยู่ป่า” ลูน-จันทร์ ธรรมพักตรกุล เปรย

ลูนเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ชื่อว่า Forest Forest เธอได้อยู่กับป่าสมใจปรารถนาในวัย 23 จะว่าไป ลูนมีความคิดต่างจากคนวัยเดียวกัน เพราะเธออยาก ‘เกษียณ’ มาใช้ชีวิตพึ่งพาตัวเองในป่าที่ไหนสักที่

เกษียณ ที่หมายถึงเรียนจบแล้วก็วางแผนใช้ชีวิตเกษียณเลยน่ะ ซึ่งเธอดำเนินชีวิตอย่างที่ว่าเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ในที่ดินผืนหนึ่ง ณ หมู่บ้านหลักลาย อำเภอปัว จังหวัดน่าน พื้นที่ที่มีลำน้ำยาวตัดผ่าน

ลูนบอกเราว่า Forest Forest เป็นพื้นที่ที่เธอก็ไม่อาจนิยามว่ามันคืออะไร เพราะที่นี่เป็นได้มากมายหลายอย่างจริง ๆ ทั้งพื้นที่ทดลองเรียนรู้ (ของเธอ) ฟาร์ม โฮมสเตย์ และพื้นที่สร้างสรรค์กลางป่า

“เราคิดว่าแต่ละคนที่มาที่นี่คงมีนิยามของตัวเอง เพราะประสบการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมผู้คน เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนกับคน คนกับธรรมชาติ คนกับชุมชน รวมถึงเป็นจุดแวะพักได้ด้วย”

เรามั่นใจว่า Forest Forest เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณ เพื่อนของคุณ หรือครอบครัวของคุณ ควรแวะไปเยือนสักครั้ง ถ้าถามว่า ทำไมต้องไปเยือน Forest Forest เราขอตอบคุณด้วยเหตุผล 3 ข้อดังนี้ 

เหตุผลข้อที่ 1

คุณจะได้พักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะพื้นที่ล้อมรอบด้วยป่าและมีลำน้ำตัดผ่าน 

Forest Forest มีบ้านไม้ทั้งหมด 3 หลัง หลังแรกมี 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว เหมาะกับกลุ่มเพื่อน-ครอบครัว หลังที่ 2 มีเตียงประเภท Bunk Beds รองรับแขกได้ทั้งหมด 4 คน และหลังสุดท้ายมี 2 ห้องนอน ด้านล่างของบ้านหลังนี้ ลูนวางแผนว่าจะทำเป็นพื้นที่เวิร์กช็อปที่เลอะได้ เช่น ภาพพิมพ์ เซรามิก

“บ้านไม้แต่ละหลังเราออกแบบเองกับครอบครัว เฟอร์นิเจอร์ก็มาจากของสะสมของคุณพ่อ บางชิ้นคุณพ่อก็ทำขึ้นมาใหม่ เวลาครอบครัวมาหาที่นี่ เขาก็สนุกกับการเปลี่ยนห้องนอนไปเรื่อย ๆ” ลูนหัวเราะ

การย้ายมาอยู่ป่า ไม่เพียงเป็นความฝันของลูน แต่ยังเป็นความฝันวัยเกษียนของพ่อแม่ด้วย

และบ้านพักแต่ละหลังของ Forest Forest เปิดให้จองเข้าพักผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb นะ

เหตุผลข้อที่ 2 

คุณจะได้เวิร์กช็อปตามฤดูกาลกับคนท้องถิ่น อย่างการเดินป่า เก็บของป่า มาปรุงอาหารป่า

เพราะลูนไม่อยากให้ Forest Forest เป็นที่พักที่ฉาบฉวย แขกจ่ายเงินมาพักแล้วก็กลับไป แน่นอนว่าแขกได้พักผ่อน แต่เธอก็อยากให้สิ่งที่เธอทำนั้นมีคุณค่าทั้งกับตัวเองและคนอื่น ๆ ด้วย

เธอเริ่มจัดเวิร์กช็อปที่เชื่อมโยงกับชุมชน เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม

เวิร์กช็อป 01 ลูนจัด ‘กับ-ข้าว-ป่า’ แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าร่วมได้เดินป่าสำรวจแหล่งอาหารเลียบริมน้ำยาว เก็บวัตถุดิบมาปรุงอาหาร ได้จัดดอกไม้ป่า ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ได้ปรุงอาหารป่าฉบับคนท้องถิ่น ได้ดำนาย่ำโคลน ตามหาต้นทางของ ‘ข้าว’ ตั้งแต่ปลูกจนถึงวิถีชีวิตชาวนา

เวิร์กช็อป 02 ลูนจัด ‘ทัวร์-ถั่ว-ถั่ว’ แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าร่วมได้เก็บเกี่ยวแหล่งโปรตีนชั้นยอดอย่าง ‘ถั่ว’ ตลอดจนแปรรูปถั่ว และปรุงอาหารแพลนต์เบสจากถั่ว กับ โน๊ต-อธิป สโมสร

“เราจัดเวิร์กช็อปปลูกถั่ว เพราะอยากให้คนมีทางเลือกในการบริโภคอาหาร ซึ่งมาที่นี่เขาจะได้ลองกินแพลนต์เบสจากถั่ว ได้รู้ว่ามันเป็นอาหารที่ทำง่าย กินได้จริงในชีวิตประจำวัน แล้วก็อร่อยด้วย”

ยังมีเวิร์กช็อปที่ลูนชวนคนน่าสนใจที่มีความสามารถด้านต่าง ๆ มาสร้างสรรค์งานด้วยกัน

อย่างเวิร์กช็อปการเขียนและแลกเปลี่ยนความคิดรอบกองไฟ กับ อนุสรณ์ ติปยานนท์ เวิร์กช็อปเบียร์คราฟต์ท่ามกลางป่าเขียว เวิร์กช็อปรีทรีตรับสงกรานต์ และเร็ว ๆ นี้ บ้านป่าป่ากำลังจะจัด ‘Spirit Aways : วิ่ง เล่น ดองยา ริมป่าชุมชน’ เชิญชวนผู้สนใจเข้าป่าไปเรียนรู้ภูมิปัญญาหมัก-ดอง และ โน๊ต อธิป จะพามิตรรักนักดองไปดองยาด้วยกัน นั่นคือ สาโท บ๊วย กล้วยซ่า ยาดอง และคาลัวร์

หากสนใจเวิร์กช็อป 3 วัน 2 คืน ราคา 4,500 บาท รวมห้องพัก อาหาร และการเดินทางไป-กลับจากตัวเมืองน่าน ซึ่งจะจัดในวันที่ 24 – 26 พฤษภาคมนี้ หากสนใจ สมัครได้ที่ Facebook : Forest Forest 

“พอเราเริ่มจัดเวิร์กช็อปมาเรื่อย ๆ มันทำให้เราเห็นว่าเราเป็นตัวกลางที่พาคนมีความสามารถเข้ามาในพื้นที่ แล้วก็กระจายความรู้นั้นไปให้คนอื่น ๆ ได้ ซึ่งเราก็อยากให้ที่นี่เป็น Creative Space ด้วย”

เหตุผลข้อที่ 3

คุณจะได้เข้าใจธรรมชาติ ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และทดลองใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง

“เราเป็นคนอินเรื่องสิ่งแวดล้อมระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมากนัก เราเลยลองเริ่มจากเวิร์กช็อปดูก่อน เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเราและคนอื่น ๆ เพราะเราเชื่อว่าคนต้องเห็นคุณค่าในธรรมชาติก่อน ถึงจะเริ่มตระหนักว่าสิ่งนี้สำคัญและต้องการการดูแล” ลูนเล่าความตั้งใจของเธอ

ลูนชอบธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก ชอบมาก่อนที่เธอจะเข้าใจมันเสียอีก วัยเด็กเธอสนุกกับการย่ำเท้าลงบนพื้นหญ้า พื้นดิน และพื้นทราย เธอมีเมล็ดพันธุ์ต้นไม้เป็นของเล่นชิ้นโปรด แถมเธอยังคุยกับมด

เธอยิ้มทุกครั้งเมื่อพูดถึงต้นไม้ สายลม ลำธาร และธรรมชาติ ลูนบอกว่าอยู่ที่นี่มา 5 ปี เธอได้บทเรียนจากธรรมชาติมากมาย เราถามเธอว่าสิ่งนั้นคืออะไร เธอคิดอยู่ครู่ ก่อนจะคลายสงสัยให้เรา

“ธรรมชาติทำให้รู้ว่าเราตัวเล็กมาก ส่วนธรรมชาติยิ่งใหญ่เหลือเกิน สวยงาม และอันตราย อย่างช่วงน้ำหลาก เขาก็มาจริงจัง จนถึงขั้นลากสะพานเหล็กที่เราสร้างไว้ไปกับสายน้ำ หรือบางทีพายุเข้า อยู่ ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมากลางบ้าน โอ้ นี่แหละ ธรรมชาติ เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเขา เข้าใจเขาให้มากที่สุด”

“เราพยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด เพราะมนุษย์ตัวเล็กอย่างเราสร้างความเดือดร้อนให้โลกมามาก เราหวังและพยายามทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่คนเข้าใจและตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม”

อ้อ ที่บอกว่าคุณจะได้ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง นั่นเพราะว่า บ้านป่าป่ามีโปรแกรม Fifty-Fifty ทดลองลองสเตย์ (Long Stay) สำหรับคนที่สนใจอยากอยู่ระยะยาว เข้าพักอย่างน้อย 15 คืน
ซึ่ง Fifty-Fifty หมายถึง Work 50% / Relax 50% / Pay Less Than 50% นั่งเอง

มีให้เลือกระหว่าง ทดลองเป็นเจ้าของฟาร์ม เหมาะกับคนที่มีความฝันว่าอยากเป็นเจ้าของฟาร์ม รักธรรมชาติและความเรียบง่าย พร้อมหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ หรือทดลองเปลี่ยนที่ทำงาน เหมาะกับสาย Work from Anywhere ที่อยากพักผ่อนและมีห้องทำงานอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

เหตุผลของลูน

“อยากให้มอง ฟัง ดม สัมผัส และรู้สึกกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่”

นั่นคือสิ่งที่เจ้าบ้านอยากให้ผู้มาเยือนได้รับจาก Forest Forest ระหว่างสนทนาทางไกลกับเธอผ่านโปรแกรมออนไลน์ เรานึกอิจฉาฉากหลังของเธอ ทั้งกิ่ง ก้าน ใบ และต้นไม้สีเขียว เพียงเห็นก็รับรู้ได้ถึงความสดชื่นสายตา ไม่อยากจะคิดว่าหากได้ไปเยือนสถานที่จริง ร่างกาย-จิตใจของเราจะแจ่มใสขนาดไหน

ลูนมาอยู่ที่นี่ได้ 5 ปีแล้ว จากกระท่อมเล็ก ๆ และแปลงผัก ค่อย ๆ ขยับขยายสู่โฮมสเตย์ นาข้าว และพื้นที่ทางการเกษตร หญิงสาววัย 27 ตั้งใจมาอยู่ที่นี่โดยเป็นมิตรกับธรรมชาติให้มากที่สุด และรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด เธอบอกเราว่าธรรมชาติที่นี่ใจดีมาก ใจดีกับเธอ และใจดีกับผู้มาเยือน

ลูนอู้เมืองได้แล้ว และมีเพื่อนบ้านเป็นชาติพันธุ์ไทลื้อและลัวะ ในหมู่บ้านหลักลาย

“ใน 1 วัน เราตื่นเช้ามาทำกาแฟ เก็บกวาดบ้าน ช่วงกลางวันก็ทำสวนบ้าง ทำงานบ้าง ตกเย็นก็รดน้ำต้นไม้ ทำกับข้าว ซึ่งแล้วแต่ช่วงด้วยว่าช่วงนั้นเราบ้าอะไร เราค่อนข้างทำทุกอย่าง” เธอหัวเราะ “ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่ทดลอง เหตุผลที่เราลองทำหลาย ๆ อย่างก็เพราะเราอยากรู้มากขึ้นในทุก ๆ ทาง”

ก่อนเธอจะเข้าแปลงผักไปบำรุงรักษาดิน เพื่อเตรียมปลูกในอีก 2 เดือนข้างหน้า

เราถามลูนว่า อีก 5 ปี 10 ปี เธอจะทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้

“เราคงอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน” เธอตอบทันที “ยังมีโปรเจกต์ที่เราอยากทำเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอีก”

3 Things

you should do

at Forest Forest

01

ลองชิมอาหารป่าจากวัตถุดิบตามฤดูกาลฝีมือ พี่จรัญ และ พี่จม

02

ลองเอาตัวไปแช่น้ำเย็นให้สบายใจเฉิบในลำน้ำยาว

03

ลองปิดโทรศัพท์มาใช้ชีวิต ดม ดู ฟังเสียงธรรมชาติ ที่บ้านป่าป่า

Forest Forest Farm & Stay
  • 15 บ้านหลักลาย ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน (แผนที่)
  • 09 4929 5191
  • Forest Forest

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

พัชรินทร์ กะรัตน์

พัชรินทร์ กะรัตน์

ออกไปเจอโลกกว้าง บันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย เรียนรู้และเติบโต ออกแบบชีวิตของเราเอง