ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวไทยเรามีการติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษาอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นดินแดนใกล้เคียงหรือดินแดนอันห่างไกล โดยเราติดต่อกันมาเป็นพันๆ ปีแล้วนะครับ โดยคนโบราณได้ทิ้งหลักฐานไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาในรูปแบบของสินค้านำเข้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือเอกสารที่พูดถึงลักษณะหน้าตา เครื่องแต่งกายของคนเหล่านั้นเอาไว้ แต่ยังมีหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ทั้งน่าสนใจและชัดเจนมากๆ เลย นั่นก็คืองานศิลปะในวัดยังไงล่ะครับ

พูดว่า ‘ในวัด’ อาจจะกว้างสักหน่อย ลองมาจำกัดพื้นที่กันดีกว่าครับ ว่าเราจะพบเห็นรูปชาวต่างชาติเหล่านี้ได้ที่ไหนกันบ้าง

อันดับหนึ่งเลยก็คือในภาพเล่าเรื่องครับ โดยมักจะอยู่ในรูปของ ‘ตัวกาก’ ตัวประกอบฉากที่แม้จะเป็นตัวรองๆ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มให้ฉากและพื้นที่นั้นมีความสมบูรณ์  ซึ่งชาวต่างชาติเหล่านี้มักจะแทรกอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น บ้างเป็นชาวบ้าน บ้างเป็นนักดนตรี บ้างเป็นทหาร แล้วแต่ฉากนั้นๆ ว่าเป็นฉากอะไร แบบไหนครับ

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร

แต่ที่ดูเป็นเหมือนตลกร้ายนิดๆ ก็คือ เราพบเห็นภาพพวกเขาเหล่านี้ได้ในฉากมารผจญในฐานะกองทัพพญามารครับ แล้วทำไมช่างโบราณที่เอาพวกเขาไปอยู่ตรงนั้นกันล่ะ คำตอบง่ายนิดเดียวครับ เพราะสำหรับคนสมัยก่อน ชาวต่างชาติเหล่านี้ถือเป็น ‘มารศาสนา’ ครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรืออาหรับต่างก็นับถือศาสนาที่ต่างจากคนสมัยก่อนที่นับถือศาสนาพุทธ ดังนั้น เขาเหล่านี้จึงเป็นเหมือน ‘มารศาสนา’ ที่พยายามชักจูงชาวพุทธให้ออกห่างแล้วเปลี่ยนศาสนาครับ (แม้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นก็ตาม) ดังนั้น เราจึงพบเห็นพวกเขาได้ในฉากนี้เช่นกัน โดยมักจะอยู่แถวล่างๆ ซะด้วย อย่างเช่น วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร ครับผม

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร

และไม่เพียงแค่เป็นมารในกองทัพมารเท่านั้น ยังมีภาพที่บันทึกรูปชาวตะวันตกแต่งตัวเลียนแบบพระสงฆ์ด้วยนะครับ เพราะในสมัยก่อน บาทหลวงมีความพยายามในการเผยแผ่คริสต์ศาสนาโดยแต่งตัวเลียนแบบพระสงฆ์ครับ ปรากฏหลักฐานบนจิตรกรรมฝาผนัง วัดเกาะแก้วสุทธาราม จังหวัดเพชรบุรีเลยครับผม

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดเกาะแก้วสุทธาราม จังหวัดเพชรบุรี

นอกจากนี้เรายังพบเห็นพวกเขาบนบานประตูและหน้าต่างได้เช่นกัน โดยเมื่อพวกเขาอยู่ในตำแหน่งนี้ หน้าที่ของพวกเขาก็คือเป็น ‘ทวารบาล’ ไม่แตกต่างอะไรจากรูปเทวดา ยักษ์ หรือเซี่ยวกางที่เขียนกันบนบานประตูหรือบานหน้าต่างเลยครับ แต่กรณีแบบนี้จะพบได้ยากสักหน่อย มีแค่ไม่กี่วัดเท่านั้นที่ทำ แต่กลุ่มนี้จะเป็นส่วนที่มีชาวต่างชาติสัญชาติแปลกๆ มากที่สุดแล้วครับ

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

และเชื่อไหมครับ หลักฐานรูปชาวต่างชาติที่เก่าที่สุดที่ในประเทศไทยพบมาแล้วตั้งแต่สมัยทวารวดีโน่นเลยครับ เป็นงานปูนปั้นบนผนังเจดีย์ครับ เป็นภาพคนสวมหมวกสูงที่ดูโหงวเฮ้งหน้าตาและเครื่องแต่งกายแล้ว ไม่น่าใช่คนทวารวดีแน่ๆ ก็เชื่อกันว่าเป็นรูปชาวต่างชาติ หลังจากนั้นก็ต้องเรียกว่าข้ามมาเจออีกทีก็คือสมัยอยุธยาเลยครับ แล้วก็เจอเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ แม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ยังมีนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวต่างชาติในฐานะภาพกากที่พบเจอได้บ่อยครั้งทีเดียว

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ทีนี้ เราลองไปดูกันบ้างดีกว่าว่า ชาวต่างชาติที่เราเจอเป็นชนชาติไหนกันบ้าง

เริ่มจากบ้านใกล้เรือนเคียงกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านก่อนเลยครับ เรามีทั้งเมียนมา ลาว กัมพูชา ญวนหรือเวียดนาม รวมถึงชาวมอญ กะเหรี่ยง ไทลื้อก็มีนะครับ ซึ่งแต่ละชนชาติก็จะแต่งตัวตามแต่ละชาติเลยครับ เช่น สาวมอญนุ่งผ้าแหวก อย่างวัดบางแคใหญ่ สมุทรสงคราม หรือชาวพม่านุ่งโสร่งที่บานหน้าต่าง วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพมหานคร รวมถึงภาพที่มีชื่อเสียงอย่าง กระซิบรักเมืองน่านหรือปู่ม่านย่าม่าน ก็เป็นภาพหญิงชายชาวพม่าครับ บ่ใช่ชาวเหนือนา  

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดบางแคใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม
ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน

มาต่อกันด้วยลูกพี่ใหญ่อย่างประเทศจีนกันบ้าง งานนี้มาทั้งทวารบาลแบบจีนที่เรียกว่า เซี่ยวกาง เป็นรูปนักรบจีนยืนอยู่บนสัตว์ อารมณ์เดียวกับทวารบาลในประเทศจีนเลยครับ นอกจากนั้นก็จะมีคนจีนในจุดต่างๆ ซึ่งสังเกตได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะไว้ผมทรงแมนจู ใส่กางเกงขาก๊วย อย่างวัดวัง จังหวัดพัทลุง หรือประกอบอาชีพที่คนจีนมักจะทำ เช่น เจ๊กลาก หรือคนจีนที่ทำหน้าที่เข็นรถให้คนนั่ง เช่น วัดตลิ่งชัน จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดวัง จังหวัดพัทลุง
ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดตลิ่งชัน จังหวัดสุโขทัย

คราวนี้มาถึงชาวมุสลิมหรือที่เรานิยมเรียกว่า ‘แขก’ กันบ้าง ชาวมุสลิมที่เข้ามาในประเทศไทยมีหลายจำพวก ทั้งแขกอาหรับที่มาจากตะวันออกกลาง แขกหุ้ยหุยหรือมุสลิมจากประเทศจีน แขกมลายูหรือแขกมาเลเซีย แขกจุเหลี่ย หรือมุสลิมจากอินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น ซึ่งชาวมุสลิมที่พบมากที่สุดบนฝาผนังก็คงจะหนีไม่พ้น แขกอาหรับ ที่เจอทั้งในฉากกองทัพอย่างที่วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร ส่วนแขกกลุ่มแปลกๆ โดยมากจะพบบนทวารบาลซะมากกว่า เช่น วัดพระเชตุพนฯ หรือ วัดบางขุนเทียนนอก กรุงเทพมหานคร นะครับ

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร

มาถึงชาวตะวันตก หรือ ‘ฝรั่ง’ กันบ้างครับ ซึ่งชาวตะวันตกที่เรารู้ๆ กันว่าเข้ามาในไทยก็จะมีชาวดัตช์หรือเนเธอร์แลนด์ ชาวฝรั่งเศส ชาวอังกฤษ หรือชาวโปรตุเกส เป็นต้น ซึ่งคนเหล่านี้เจออยู่บนฝาผนังมานานและมีมากพอสมควรด้วยครับ แต่นอกจากนี้ก็ยังมีชาวตะวันตกที่อาจจะไม่เคยเข้ามาในไทย แล้วคนสมัยก่อนเขารู้จักได้ยังไงล่ะ เขาก็ได้ยินได้ฟังจากคนอื่นมาอีกทีก็เลยเอามาเขียนซะเลย เช่น หรูชปีตะสบาก หรือ ชาวรัสเซีย ซึ่ง ‘หรูชปีตะสบาก’ ก็คือคำว่า ‘เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก’ นั่นเอง ซึ่งมีวาดอยู่บนทวารบาล วัดพระเชตุพนฯ ด้วยนะเออ

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร

นอกเหนือจากชนชาติหลักๆ แล้ว เชื่อไหมครับว่ายังมีชนชาติที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอในศิลปะไทยสมัยก่อนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปหญิงชาวเกาหลีจากวัดบางขุนเทียนนอกที่ใส่ฮันบกอย่างชัดเจน หรือ ชาวญี่ปุ่น พบที่วัดเดียวกับชาวเกาหลีครับ ยังไม่พีกพอใช่ไหมครับ งั้นขอนำเสนอชาวแอฟริกา ผิวเข้ม เจาะหู ถือไม้ยาวก็ยังมีเลยนะครับ ซึ่งชนชาติเหล่านี้บางชาติก็ไม่เคยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเลย ดังนั้น วิธีการเดียวที่คนสมัยนั้นจะรู้จักคนเหล่านี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชาวหรูชปีตะสบากครับ ที่คนสมัยก่อนได้ยินคำบอกเล่ามาแล้วนำมาบันทึกเอาไว้บนฝาผนังด้วยนั่นเองครับ

ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดบางขุนเทียนนอก กรุงเทพมหานคร
ความ Inter ในวัดไทย เมื่อชาวหรูชปีตะสบาก สาวใส่ฮันบก คนแอฟริกา เดินทางมาอยู่บนฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนัง
วัดบางขุนเทียนนอก กรุงเทพมหานคร

เห็นไหมครับว่า มีชาวต่างชาติมากมายขนาดไหนที่เคยเข้ามาติดต่อกับประเทศเราในอดีต หรือแม้แต่ชนชาติที่เราไม่รู้จัก แต่แค่ได้ยินเรื่องเล่าก็ถึงกับต้องบันทึกเรื่องราวของคนเหล่านั้นลงบนทั้งบนกระดาษและในงานศิลปะกันเลยทีเดียว ซึ่งเหล่านี้ล้วนบอกเล่าถึงโลกทัศน์ของคนไทยในสมัยก่อนต่อโลก ต่อชาวต่างชาติ ต่อคนต่างวัฒนธรรมกับตัวเอง ว่าเขามีมุมมองอย่างไร หรือรับรู้ถึงคนเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เลยกลายเป็นความโชคดีของคนในยุคเราที่คนโบราณได้ทิ้งเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้ให้คนรุ่นเราได้อ่าน ได้ศึกษากันครับผม ใครไปวัดไหนแล้วเห็นคนเหล่านี้ก็ลองพินิจกันดูครับว่าเขาเหล่านั้นยังเหมือนเดิมกันรึเปล่า

เกร็ดแถมท้าย

  1. สำหรับคนที่สนใจเรื่องภาพกากนะครับ ผมได้เคยเขียนบทความลงใน The Cloud เอาไว้แล้วครับ สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยครับผม
  2. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเกี่ยวกับภาพชาวต่างชาติต่างภาษาในงานศิลปะไทย มีทั้งหนังสือ บทความ งานวิจัยเยอะเลยครับ ชิ้นหนึ่งที่แนะนำเป็นวิทยานิพนธ์ของคุณภานุพงษ์ ชงเชื้อ ที่ศึกษาเกี่ยวกับภาพสิบสองภาษาบนบานหน้าต่างวัดบางขุนเทียนนอกครับ ซึ่งศึกษาไว้อย่างหลากหลายและลึกซึ้งครับผม
  3. ส่วนถ้าใครอยากรู้ว่า คนสมัยก่อนบรรยายเรื่องราวของชนชาติเหล่านี้เอาไว้แบบไหนบ้าง สามารถไปอ่านได้ในโคลงสิบสองภาษา วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนะครับ ในอินเทอร์เน็ตก็มี หรือเป็นหนังสือก็มีเช่นกันครับผ

Writer & Photographer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ก่อนจะเล่าเรื่องราวในความทรงจำเรื่องหนึ่งให้ฟัง ต้องขอเกริ่นก่อนเล็กน้อยว่า ที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ เนื่องในโอกาสพิเศษ ผม คุณพ่อของต้า เจ้าของคอลัมน์อารามบอย จะขอเป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับวัดเหมือนเช่นเคย

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมกับครอบครัวเที่ยววัดด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ก็ไปวัดมาแล้วแทบทุกแบบ ทั้งวัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ วัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก และวัดที่ไปแล้วก็ยังได้ไป จนถึงตอนนี้น่าจะไปมาเกิน 100 วัดไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่วัดแห่งหนึ่งก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม และวัดนั้นก็คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

รักแรกที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมไปวัดพระธาตุลำปางหลวงครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครั้งนั้นไป 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก และลำปาง พอไปถึงก็เอารถไปจอดอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ทางขึ้น พอลงรถไปก็เจอพวกแม่หมออยู่ริมถนนเลย ดูดวงบ้าง ขายของบูชาพระธาตุบ้าง ลูกชายผมตอนนั้นก็ได้กระดาษเขียนเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาด้วย

พอเดินขึ้นบันได ผ่านประตูโขงไป ถึงจะเห็นวิหารหลวงก่อน แต่ไปสะดุดตากับลานทราย เพราะลานทรายในสมัยนั้นครอบคลุมพื้นที่ข้างบนแทบทั้งหมด มองไปตรงไหนก็เป็นทราย เวลาเดินบนพื้นทรายแล้วนุ่ม เดินด้วยเท้าเปล่าได้เลยไม่ร้อน เพราะถึงผิวหน้าจะร้อน แต่ย่ำลงไปแล้วข้างล่างเย็น และที่สะดุดตาที่สุดก็คือองค์พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุองค์ไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นเหลือเกินแม้จะมีอาคารอื่นอยู่โดยรอบ แถมสัดส่วนขององค์พระธาตุก็สวยมาก กลายเป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว วิหารแต่ละหลังที่อยู่รอบพระธาตุก็สวยงาม มีเอกลักษณ์ วิหารหลวงมีพระเจ้าล้านทองอยู่ภายในกู่ พระเจ้าดูแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน มีวิหารน้ำแต้ม วิหารหลังเล็กที่มีจิตรกรรมอยู่ซ้ายขวา ข้างหลังมีต้นโพธิ์สีทองอยู่ แล้วก็มีวิหารพระพุทธ วิหารทึบหลังเดียวที่อยู่ข้างบน ข้างในพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีลายคำอยู่ตามเสา

พอดูโดยรอบพระธาตุเสร็จก็เดินทะลุไปข้างหลัง ไปที่พิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อไปกราบพระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ตั้งอยู่ในตู้ สมัยนั้นพิพิธภัณฑ์ยังดูรก ๆ มีข้าวของและพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มไปหมด

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

หลังจากนั้น เวลาไปเที่ยวเหนือกับครอบครัว ทุกครั้งที่ผ่านลำปางก็จะต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงทุกครั้ง อย่างน้อยก็ขึ้นไปกราบพระนมัสการพระพุทธรูป และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัด จากเมื่อก่อนเคยจอดด้านหน้าได้ ก็ต้องขยับไปจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้าที่เคยมีบรรดาแม่หมอดูดวงก็หายไปหมดกลายเป็นสวน ด้านข้างที่เคยมีตลาดก็หายไป บรรดาร้านค้าไปอยู่แถวลานจอดรถแทน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอขึ้นไปข้างบน บรรยากาศข้างบนก็เปลี่ยน เริ่มมีอาคาร มีเต็นท์เพิ่มเติมขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือลานทราย จากครั้งแรกที่มามีลานทรายอยู่เต็มไปหมด เริ่มมีการเอากระเบื้องมาปูแทนที่ทราย แม้แต่รอบพระธาตุก็มีจากที่ครั้งแรกไม่มี แล้วต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า ร้อนเท้ามาก เดินได้ไม่นานก็ต้องรีบใส่รองเท้าไม่ก็เข้าไปในร่ม ตอนหลังดีหน่อยที่เขาเอาออกไปเยอะแต่ก็ยังไม่หมด ยังเหลือบริเวณรอบองค์พระธาตุอยู่ดี

ผู้คนหรือกิจกรรมรอบ ๆ ก็มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและหายไป จำได้ว่าครั้งแรกจะมีการถวายรูปปั้นวัว เพราะพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระธาตุประจำปีฉลู สมัยก่อนตามพระธาตุประจำปีเกิดจะมีการถวายรูปสัตว์ประจำปีเกิดแทบทุกที่ แต่ไปครั้งหลัง ๆ ก็ไม่เห็นแล้ว และไม่ใช่แค่ที่นี่ รวมถึงพระธาตุประจำปีเกิดองค์อื่น ๆ ด้วย

จริงอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงนำพาความสวยงาม ความเป็นระเบียบ ความสะดวกสบาย เข้ามา แต่บรรยากาศหลาย ๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะยังรู้สึกประทับใจวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ได้สัมผัสในครั้งแรกมากที่สุด ชอบความโล่งของพื้นที่ที่ทำให้เห็นวัด เห็นพระธาตุได้ชัดเจน รวมถึงวิถีแบบเก่า ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ยังอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย จนยังแอบคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า อยากให้กลับไปเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่มา

ไปหลายครั้ง ได้หลายสิ่ง

ถึงวัดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความประทับใจที่มีต่อพระธาตุลำปางหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าใครมาถามว่าชอบเจดีย์องค์ไหนมากที่สุด ผมก็คงตอบพระธาตุลำปางหลวงอยู่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รู้ได้เห็นมากขึ้น

อย่างพระธาตุกลับหัว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ทุกคนต้องไปดูกัน ผมเพิ่งจะได้ดูตอนไปครั้งที่ 3 โน่น เพราะครั้งแรกไม่รู้ รู้แต่ที่วัดพระธาตุจอมปิงมีพระธาตุกลับหัว เลยได้ไปดูที่นั่น พอกลับไปรอบที่ 3 ก็เลยไปดู อยู่ในหอพระพุทธบาทเยื้อง ๆ กับพระธาตุ แต่ผู้หญิงขึ้นไม่ได้ ผู้ชายขึ้นได้อย่างเดียว ครั้งนั้นเลยขึ้นไปดูกับลูกชาย แต่ส่วนตัวไปดูแล้วเฉย ๆ คือพระธาตุกลับหัวก็สวย แต่ถ้าจะดูพระธาตุ รู้สึกว่าดูของจริงสวยกว่า

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา
พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอลูกชายเรียนที่คณะโบราณคดี เวลามาดูวัดพระธาตุลำปางหลวงก็สนุกมากขึ้น เพราะผมก็เข้าใจในศิลปะมากขึ้น ทั้งรูปแบบของเจดีย์ กู่พระเจ้าล้านทอง เริ่มรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เริ่มดูจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ที่วิหารหลวงกับวิหารน้ำแต้มออก เวลาไปทีไรก็ได้ความรู้ แล้วก็ได้ถาม ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับลูกชายด้วย จากที่ครั้งแรกมาแค่ชื่นชมความงามของพระธาตุและสิ่งต่าง ๆ ในวัดอย่างเดียว

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

แล้วยิ่งพอรู้มากขึ้น ก็กลายเป็นยิ่งเพิ่มความประทับใจในองค์พระธาตุลำปางหลวงมากขึ้นอีก ทั้งรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับพระธาตุองค์สำคัญ ๆ หลายองค์ทางภาคเหนือ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย ทั้งสัดส่วนของพระธาตุที่ดูกี่ครั้งก็รู้สึกว่าลงตัวเหลือเกิน กลายเป็นยิ่งชื่นชอบในองค์พระธาตุ และชื่นชมคนที่ออกแบบพระธาตุไปพร้อม ๆ กัน

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

คำขอต่อองค์พระธาตุ

อาจจะส่วนตัวสักหน่อย แต่ในใจก็ยังอยากให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ให้ดี ตรงไหนผุ ตรงไหนพัง ก็ต้องซ่อมแซม แต่ต้องซ่อมให้ดี ให้คงสภาพเดิม ไม่ใช่สักแต่ว่าซ่อม แต่ผิดเพี้ยนผิดแผกไปจากเดิม แบบนั้นก็ไม่ดี 

และถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นลานทรายแบบครั้งแรกที่ผมเห็น อยากให้เอากระเบื้องออกจากบริเวณรอบพระธาตุ เวลาไปนมัสการพระธาตุจะได้เดินบนพื้นทราย แล้วก็อยากให้คนลำปางรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะผมชอบอัธยาศัยของคนลำปาง พวกเขาเป็นคนที่พร้อมต้อนรับ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือน อีกอย่างก็อย่าให้พุทธพาณิชย์เข้ามาแทรกซึมมากจนเกินพอดี ไม่ได้บอกว่าห้ามมี แต่ควรมีอย่างพอดี

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผม เป็นความทรงจำของผมที่มีต่อวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ผมเอามาแบ่งปัน ผมไม่ได้บอกให้คุณคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผม เพราะทุกคนมีความประทับใจ มีความชื่นชอบ มีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว แต่ที่จะฝากก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บรักษาสิ่งดี ๆ เอาไว้ บ้านเรามีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามเยอะแยะ อยากให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บรักษาของเหล่านี้ไว้ เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งที่สิ่งนั้นหายไป เราจะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง เพราะบางสิ่งเปลี่ยนแล้วเอากลับมาได้ แต่บางสิ่งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนไปเลย

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในพระธาตุเจดีย์สำคัญของจังหวัดลำปางและดินแดนล้านนา สังเกตได้จากการมีเวียงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบร่วมกับพระธาตุสำคัญองค์อื่น ๆ ในล้านนา
  2. การเดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางมีทั้งใช้รถส่วนตัว หรือจะเหมารถจากในตัวเมืองลำปางมาก็ได้ หรือหากอยากลองขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถสองแถวสายเกาะคา-ลำปางได้
  3. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเงาพระธาตุ ที่จังหวัดลำปางยังมีอีกหลายวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกัน เช่น วัดพระธาตุจอมปิง วัดพระธาตุดอยน้อย วัดอักโขชัยคีรี รวมถึงวัดประตูป่อง หรือวัดผาแดงหลวงก็มีเช่นกัน
  4. นอกจากวัดพระธาตุลำปางแล้ว ในตัวเมืองยังมีพระธาตุสำคัญอีกหลายองค์ ทั้งวัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุเสด็จ รวมถึงยังมีวัดสำคัญในตัวเมืองอีกหลายวัดที่น่าไปชม ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองไปดูสักครั้งครับ

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

Photographers

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load