15 พฤศจิกายน 2562
44.33 K

The Cloud x Museum Siam

เกาะรัตนโกสินทร์ไม่ได้มีแค่คนไทยเท่านั้น ชาวสยามติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม กับต่างชาติมาเนิ่นนาน ของกินในเมืองเก่าจึงสะท้อนความหลากหลายของอาหารในเมืองไทย ทั้งจานเด็ดจากชาวจีนที่อพยพเข้ามา ชาวเกาหลีที่หลงเสน่ห์เมืองไทย ชาวอินเดียที่รวมกลุ่มกันจนเป็นย่านขนาดใหญ่อย่างพาหุรัด ชาวตะวันออกกลางและยุโรปที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในบางกอก และชาวอาเซียนเพื่อนบ้านที่ฝากรสชาติอร่อยประทับใจไว้ให้แผ่นดินสยาม 

แหล่งท่องเที่ยวใจกลางบางกอกที่เป็นศูนย์รวมชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าเคยไปเยี่ยมนานาประเทศแล้วรำลึกถึงอาหารไกลบ้าน หรืออยากทำความรู้จักวัฒนธรรมอาหารแปลกใหม่ของชาติอื่นบ้าง เราขอฝากลายแทงร้านอาหารต่างประเทศในเกาะรัตนโกสินทร์ไว้ให้พาลิ้นไปตะลุยชิมรสชาติหลากหลายซึ่งแต่งแต้มวัฒนธรรมอาหารของเมืองไทยให้สนุกเร้าใจ

อาอีซะฮ์ รสดี

อาหารฮาลาลสูตรต้นตำรับจากอินโดนีเซีย

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านอาหารอิสลามเก่าแก่ในย่านบางลำพู เปิดมาแล้วกว่า 60 ปี แต่ถ้าเริ่มนับจากสูตรอาหารก็มีอายุร่วมศตวรรษ เพราะเป็นสูตรที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ของเจ้าของร้าน ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ใครต่อใครต่างบอกว่าต้องมาลองกิน

เมนูที่เราอยากกล่าวถึงคือข้าวหมกเนื้อ เม็ดข้าวสีเหลืองนวล เนื้อเปื่อยยุ่ยเคี้ยวง่าย เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานแก้เลี่ยน ในปริมาณเกินอิ่ม เนื้อสะเต๊ะเองก็รสดีสมชื่อ หรือสำหรับคนที่อยากลองซุปหางวัว ขอแนะนำให้มาตั้งแต่ก่อนเที่ยง เพราะมีน้อยและเด็ดมาก 

อาอีซะฮ์ รสดี

ใครไม่กินเนื้อ ทางร้านยังมีข้าวหมกไก่ สลัดแขก ก๋วยเตี๋ยว เปาะเปี๊ยะทอด และสารพันอาหารน่ากิน รสชาติเครื่องเทศไม่แรงเกินไป จึงถูกปากคนไทย แถมยังราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพ มาเยือนสักครั้งแล้วจะตกหลุมรักวัฒนธรรมอาหารแดนอิเหนาได้โดยไม่รู้ตัว 

ที่อยู่ : 178 ซอยรามบุตรี แขวงตลาดยอด

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 22.00 น.

ติดต่อ : 08 1307 0654

Jang Teo Korean Restaurant

จิตวิญญาณเกาหลีในเมืองเก่า

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ในเมืองเก่าที่มีย่านข้าวสารเป็นแหล่งท่องเที่ยวแสงสีชั้นนำ หากเดินไปในซอยรามบุตรี โปรดสังเกตร้านอาหารเกาหลีที่แอบซ่อนอยู่บนชั้น 2 ของอาคารแห่งหนึ่ง

ร้านเรียบง่ายนี้มีอาหารเกาหลีไม่ธรรมดา เพราะผ่านการต้ม ผัด ทอด โดยเจ้าของร้านชาวเกาหลีเอง เรียกว่าได้รสชาติต้นตำรับจากเจ้าของอาหารกันไปเลย 

Jang Teo Korean Restaurant

เมนูนั้นมีให้เลือกทั้งปิ้งย่างและเมนูอาหารทั่วไป อย่างเมนูฮิต บิบิมบับ หรือที่เรามักคุ้นกันในชื่อข้าวยำเกาหลี เสิร์ฟในหม้อหินร้อนๆ อัดแน่นทั้งข้าว ผักต่างๆ เนื้อหมู ซอสเกาหลี พร้อมไข่แดงสดด้านบน คลุกเคล้าให้เข้ากันก็จะได้รสชาติเข้มข้นจากต้นตำรับ โดยทางร้านมีเครื่องเคียงมาให้ทั้งกิมจิ ผักดองไว้แก้เลี่ยน สั่งไก่ทอดซอสเกาหลีกรอบๆ เนื้อแน่นมาทานควบคู่ พร้อมซุปกิมจิร้อนๆ ให้ลื่นคอยิ่งขึ้น รสชาติเข้มข้นเหมือนนั่งกินที่โซลก็ไม่ปาน

ที่อยู่ : Roof Garden Guest House ชั้น 2 ซอยรามบุตรี ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : จันทร์ – เสาร์ เวลา 10.00 – 22.00 น. 

ติดต่อ : 0 2629 0626

Ranee’s Restaurant

รสอิตาเลียนจากพิซซ่าเตาถ่าน

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ข้ามฝั่งมาทางอาหารยุโรป ร้าน Ranee’s Restaurant เป็นร้านพิซซ่าเตาถ่านสไตล์อิตาลีที่เปิดมาหลายสิบปี ตั้งอยู่ในตรอกมะยม ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ หรือจะเดินตัดมาจากถนนข้าวสารก็ได้เช่นกัน

ขอแนะนำพิซซ่าหน้าแอนโชวี่ ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติมากๆ และเนื่องจากอบโดยใช้เตาถ่าน สัมผัสของแป้งจึงแตกต่างจากพิซซ่าอบทั่วไป มีรอยเกรียมกรอบที่ขอบ หอมกลิ่นถ่าน

นอกจากนี้ ยังมีพาสต้าที่ทางร้านทำเส้นเองด้วย ชิมแล้วรู้เลยว่าเส้นเด้งสู้ฟัน ต่างจากเส้นสำเร็จรูปอย่างเห็นได้ชัด บอกเลยว่ารสชาติคุ้มราคาแน่นอน แถมที่ร้านมีที่จอดจักรยานด้วย เหมาะกับนักปั่นรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่อยากหลบหนีความวุ่นวายจากถนนข้าวสารมาทานอาหารโฮมเมดในบรรยากาศผ่อนคลาย

ที่อยู่ : ตรอกมะยม ถนนจักรพงษ์ แขวงตลาดยอด 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 15.00 – 23.30 น. 

ติดต่อ : 0 2281 8975

Shoshana

สัมผัสตะวันออกกลางในอาหารอิสราเอล

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

เปิดประสบการณ์อาหารอิสราเอลสุดหายาก เติมเต็มกระเพาะที่หิวโหยด้วยอาหารแน่นๆ เต็มๆ ในย่านข้าวสาร

ร้านอาหารนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1982 หรือราวสามสิบกว่าปี โดยลูกค้าทั้งเก่าและใหม่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย อาหารของร้านไม่มีเนื้อหมู แต่มีเนื้อไก่ วัว และแกะ ให้เลือกรับประทานสารพัดแบบ รสชาติดีเข้มข้น เหมาะกับคนชอบลองอาหารต่างชาติ โดยเฉพาะเมนูแถบเมดิเตอร์เรเนียน

จุดเด่นของร้านคือรสชาติอร่อย อาหารเสิร์ฟว่องไวรอเพียงไม่นาน เมนูเด็ดของร้านอย่าง Chicken Shawarma ก็มาเสิร์ฟในปริมาณพูนจาน เป็นไก่ผัดเครื่องเทศที่นิยมกินคู่กับแป้งพีต้า (Pita) ร้อนๆ แค่จานนี้จานเดียวช่วยกันกิน 2 คนกับเพื่อนก็ยังจุก คุ้มค่าทั้งในแง่ปริมาณและราคา

ใครไม่เคยลองอาหารตะวันออกกลาง ให้พนักงานในร้านช่วยแนะนำเมนูเด็ดให้ได้ แล้วจะติดใจเมนูจาก Middle East

ที่อยู่ : 86 ถนนจักรพงษ์ แขวงตลาดยอด 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 23.30 น. 

ติดต่อ : 0 2282 9948

ภัตตาคาร ยี่เหลา ตั้งจั้วหลี

อาหารแต้จิ๋วโบราณในร้านอายุ 70 ปี

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ไม่ต้องไปถึงเยาวราชก็ได้ลิ้มรสชาติอาหารจีนดั้งเดิม เพราะย่านแพร่งภูธรก็มีร้านอาหารจีนเล็กๆ ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารแต้จิ๋วต้นตำรับมาตลอด 70 ปี ด้วยสูตรดั้งเดิมที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น มีทั้งเมนูดั้งเดิมหาทานยาก และเมนูที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้าไป ทั้งกุยช่ายราดหน้าเนื้อกวาง มะเขือยาวผัดรากบัวหมูสับหนำเลี้ยบ รวมถึงปลิงทะเลผัดกะเพรา ทุกจานรสเด็ดเข้มข้น ใช้วัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดี รักษามาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าต้นตระกูลจะมีเชื้อสายจีนหรือไม่ ก็ถูกอกถูกใจอาหารจีนใต้เหล่านี้ เป็นร้านเด็ดบริเวณสามแพร่งที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ภัตตาคาร ยี่เหลา ตั้งจั้วหลี

ที่อยู่ : 57 ถนนบำรุงเมือง แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. 

ติดต่อ : 0 2225 9670

ขนมจีนไหหลำโกหลุน

เมนูไหหลำแห่งย่านศาลเจ้าพ่อเสือ

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์ ขนมจีนไหหลำโกหลุน

อาหารแต้จิ๋วออกโรงไปแล้วอย่างนี้จะให้ขาดอาหารไหหลำก็กระไรอยู่ หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารไหหลำ เพราะเป็นอาหารที่หากินได้ยากและมีจำนวนนับนิ้วได้ 

ขนมจีนไหหลำโกหลุนเป็นร้านขนมจีนไหหลำแท้ๆ ควรค่าแก่การลอง ขนมจีนมีให้เลือก 2 แบบ คือน้ำใสที่จะใส่หมูสด กับน้ำข้นที่ใส่หมูตุ๋น เส้นที่ใช้จะใหญ่กว่าขนมจีนทั่วไป คล้ายกับเส้นอุด้งของญี่ปุ่น เวลากินจะหนึบหนับเคี้ยวสนุก และมีข้อดีคือจะไม่อืด เก็บไว้ได้นาน ทำให้นิยมซื้อเป็นถุงหิ้วกลับไปกินที่บ้าน

คำแนะนำคือ ฝึกวิชาคีบตะเกียบมาให้ดี และถ้าอยากสูดเส้นให้ได้อรรถรส อย่าใส่เสื้อสีขาวมากิน!

ที่อยู่ : ถนนมหรรณพ แขวงเสาชิงช้า 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.00 – 15.00 น. 

ติดต่อ : 08 9010 2123

Tony’s Restaurant

อาหารอินเดียใต้ในย่านพาหุรัด

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์ Tony’s Restaurant

มาถึงพาหุรัดทั้งทีไม่ควรพลาดอาหารอินเดียด้วยประการทั้งปวง เดินเข้าตรอกเล็กๆ ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ทับทิมมาจนสุดซอย จะมีร้านอาหารอินเดียร้านหนึ่งอยู่บนถนนเลียบคลอง บรรยากาศร้านอาจดูดิบไปสักหน่อย แต่รับประกันความอร่อยจัดจ้านในย่านนี้

Chicken Masala เป็นเมนูกินง่าย และเหมาะกับคนที่กำลังหัดกินอาหารอินเดีย เป็นสตูว์เนื้อไก่ที่เอาไปตุ๋นต้มกับเครื่องเทศที่เรียกว่า Masala รสชาติจัดจ้านและหอมกลิ่นเครื่องเทศ วิธีกินให้ใช้แป้งโรตีตักสตูว์กินคู่กันเพื่ออรรถรสที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์หรือทานมังสวิรัติ ขอแนะนำ Palak Paneer เป็นแกงผักโขมต้มกับ Indian Cheese มีจุดเด่นที่ความหอมมันของชีสที่ไม่เหมือนทั่วไป และไม่เหม็นเขียว เพราะมีเครื่องเทศมาช่วยตัดกลิ่น เป็นอีกเมนูที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ทุกเมนูกินคู่กับแป้งโรตีร้อนๆ หอมกรุ่น รับรองว่าหลงรักอินเดียแน่ๆ จ้ะนายจ๋า

ที่อยู่ : 64/1 ซอยริมคลองโอ่งอ่าง แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 22.00 น.

Panjab Sweets

ขนมอินเดียหวานจับใจของชาวซิกข์

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านขายขนมหวานอินเดียในซอยข้างอินเดียเอ็มโพเรียม ข้างคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา (วัดซิกข์) มีจุดกำเนิดมาจากรัฐปัญจาบ มีความหวานเป็นองค์ประกอบหลัก กลิ่นหอมฟุ้งบวกกับสีสันสารพันของขนมชิ้นน้อยในตู้กระจก กวักมือเรียกคนรักของหวานให้มาลิ้มลอง

Panjab Sweets

เมนูไม่ควรพลาดในร้านนี้คือ Rasmalai ขนมสีขาวลอยอยู่ในน้ำนม ดูเผินๆ เหมือนไอศกรีม แต่จริงๆ แล้วคือชีสและนม ตกแต่งโรยหน้าด้วยถั่วพิสตาชิโอและอัลมอนด์ มีกลิ่นหอมและรสหวานเวลากัด รวมถึงความมันจากถั่ว กลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี หรือจะเลือกจิบ Chai ร้อนๆ แกล้มขนมหวานอินเดียสารพัดสีก็ได้

ถ้าเลือกไม่ถูก สอบถามหน้าร้านได้ตลอด พี่ๆ ชาวซิกข์เชื้อสายอินเดียเขาใจดี ยินดีเผยแผ่วัฒนธรรมของหวานให้รับรู้

ที่อยู่ : ซอยอินเดียเอ็มโพเรียม ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.30 – 19.00 น.

ติดต่อ : 0 2222 6541

ร้านก๋วยเตี๋ยวพม่า

รสเมียนมาในถิ่นลิตเติ้ลอินเดีย

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านก๋วยเตี๋ยวพม่าร้านนี้เปิดอยู่ในย่านพาหุรัด มีอายุเก่าแก่มาแล้วกว่า 15 ปี ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ ไม่มีเมนูภาษาไทย และขายริมถนน แต่อย่าเพิ่งตัดสินเพียงเพราะเห็นจากภายนอก

ร้านก๋วยเตี๋ยวพม่า

เมนูเด็ดที่ต้องลองกินคือเอเปียว ก๋วยเตี๋ยวที่ราดด้วยของเหลวสีเหลืองที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งถั่วเหลือง เสิร์ฟคู่กับผักกาดดองไว้กินแก้เลี่ยน แนะนำให้ชิมก่อนปรุงดูว่าถูกปากขนาดไหน หรือเติมพริกผัดน้ำมันลงไปอีกนิดจะกลมกล่อมมาก ส่วนพิกัดร้านหาได้ไม่ยาก อยู่หลังอินเดียเอ็มโพเรียม ใกล้กับร้านปัญจาบสวีทนั่นเอง

ที่อยู่ : ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.

ติดต่อ : 08 6999 6998

Tonkin Annam (ตงกิง อันนัม)

เมนูเวียดนามต้นตำรับจากคุณปู่คุณย่า

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์ Tonkin Annam (ตงกิง อันนัม)

พูดถึงอาหารเวียดนาม หลายคนคงนึกถึงแนมเหนือง กุ้งพันอ้อย หรือขนมเบื้องญวน แต่เราอยากแนะนำให้ลองบุ๋นบ่อเฮว๋ ขนมจีนซุปเนื้อย่างเมืองเว้ เริ่มจากน้ำซุปร้อนๆ ที่เคี่ยวจนได้รสหวานของกระดูก และเครื่องเทศที่ใส่มาเพิ่มความเข้มข้นจนส่งกลิ่นหอมชวนซดหมดชาม เส้นขนมจีนก็เหนียวนุ่มกำลังพอดี ไฮไลต์คือเนื้อที่ละลายในปากแบบไม่ต้องเคี้ยวให้เมื่อยกราม ยิ่งถ้ากินพร้อมกันใน 1 คำ บอกเลยว่าฟินมาก จนอาจจะเผลอสั่งเพิ่มอีกชามแบบไม่รู้ตัวเลย 

นอกจากนี้ ร้านอาหารเวียดนามบรรยากาศเก๋ไก๋ยังมีเมนูสนุกเปิดโลกอีกมาก ทำให้เรารู้จักอาหารเพื่อนบ้านอย่างลึกซึ้ง ถ้าสงสัยว่าทำไมวัตถุดิบที่นี่ถึงสดอร่อยจับใจนัก ขอแอบเฉลยว่าเจ้าของร้านมีสวนครัวเล็กๆ บนดาดฟ้า รสชาติร้านอาหารในตึกเล็กๆ ซอยตรงข้ามวัดโพธิ์จึงโดดเด่นน่าประทับใจอย่างยิ่ง

ที่อยู่ : 69 ท่าเตียน ถนนมหาราชบรมมหาราชวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นอังคาร เวลา 11.00 – 21.30 น.

ติดต่อ : 09 3469 2969

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่

ร้านชาสัญชาติจีนรสดั้งเดิม

11 ร้านอาหารต่างประเทศในเขต เกาะรัตนโกสินทร์

ปิดท้ายรายการด้วยร้านใบชาอ๋องอิวกี่ ร้านชาจีนในตำนานบนแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ซึ่งเข้ามาขายชาในเมืองไทยตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 และปัจจุบันเจ้าของร้านเป็นทายาทรุ่นที่ 4 แล้ว

แม้ไม่ใช่คอชาจริงจังก็ยังสนุกกับการฟังเรื่องเล่าชาประเภทต่างๆ และการผสมชาแต่ละเบอร์ให้ออกมาเป็นสูตรเฉพาะตัวของที่นี่

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่

ชาแต่ละตัวต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง สะท้อนลักษณะของคนดื่มชา ไม่ว่าชอบกลิ่นหอมฟุ้ง รสชาติหนักๆ หรือความรู้สึกยังติดปลายลิ้น ก็เลือกสรรได้ตามชอบใจ โดยชาพรีเมียมที่น่าลองคือชาอู่หลง รสนุ่มชุ่มคอ มีตำนานว่าเวลาคนสวนไปเก็บชา จะมีงูดำเฝ้าอยู่ หากจะเก็บต้องเคาะบอกว่ามาเก็บชา อย่าทำอันตรายกับเขา จึงเป็นที่มาของชื่อ อู่หลง ที่แปลว่า งูดำ

ที่อยู่ : 63 ถนนบำรุงเมือง แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ : จันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. 

ติดต่อ :  0 2222 1748


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load