12 พฤศจิกายน 2564
1.29 K

ผู้บริโภคอย่างเราๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมครัวซองต์ที่กินถึงทั้งกรอบ ทั้งนุ่มฟู หรือทำไมข้าวกล่องที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางร้านสะดวกซื้อยังคงรสชาติอาหารไว้ได้ เบื้องหลังความนุ่มฟูของครัวซองต์หลากรสและข้าวกล่องที่อุ่นไม่กี่นาทีก็พร้อมทาน คือสิ่งที่เรียกว่า ‘นวัตกรรมอาหาร’ ฟังดูคล้ายเป็นเรื่องไกลตัว แต่หากลองเดินไปในครัวตอนนี้ คุณอาจเจออาหารหลายอย่างที่ผ่านขั้นตอนการพัฒนาด้วยนวัตกรรมอาหาร 

นวัตกรรมอาหารซ่อนอยู่เบื้องหลังของอาหารหลากหลายประเภท และอยู่ในแทบทุกอณูตั้งแต่ กลิ่น รส เนื้อสัมผัส หรือแอบซ่อนอยู่ในวัตถุดิบอาหาร ทั้งเมนูอาหารธรรมดา อาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารฟังก์ชันที่บริโภคกันในหมู่ผู้ที่มีความต้องการอาหารพิเศษ 

The Cloud นัดหมายพูดคุยกับ ดร.เอก-เอกอนงค์ จางบัว ผู้อำนวยการฝ่าย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพูดคุยถึงแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย ในยุคที่ผู้บริโภคมองหาอาหารดี วัตถุดิบดี รสชาติดี และมีประโยชน์ดีๆ 

Food Innopolis แพลตฟอร์มพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมอาหาร เพื่อผู้ประกอบการอาหารชาวไทยทุกคน

เชื่อมต่อสิ่งดีๆ 

เทรนด์อาหารกำลังเติบโตไปตามความหลากหลายของความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น ทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น นอกจากผลิตและคิดค้นกรรมวิธีปรุงอาหารแบบใหม่ๆ ก็เริ่มสนใจอาหารทางเลือกที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ โปรตีนจากแมลง โปรตีนจากสาหร่าย การผลิตอาหารด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การแปรรูปอาหารและการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น สี รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองการบริโภคที่เปลี่ยนไป

หันหัวเรือกลับมาประเทศไทย ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งสตรีทฟู้ด ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนของถนน ก็จะพบร้านหรือซุ้มขายอาหารพร้อมให้บริการแก่ผู้ที่ผ่านไปผ่านมา จนเกิดเป็นประโยคที่คนไทยเคยได้ยินว่า ‘เมืองไทยคือครัวโลก’ อาหารหรือร้านอาหารไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักชิมจากทั่วทุกมุมโลก

อาหารไทยมีทั้งที่เป็นสูตรดั้งเดิม สูตรใหม่ สูตรฟิวชัน สูตรที่กินกันในทุกครัวเรือน ไปจนถึงสูตรชาววังอันประณีตงดงาม และมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามภูมิภาค วัตถุดิบของไทยขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุดิบที่ดีไม่แพ้ชาติใดในโลก 

นอกจากอาหารและวัตถุดิบหลากหลาย ประเทศไทยยังมีเชฟฝีมือดีที่รังสรรค์เมนูไทยๆ ให้ทั่วโลกยอมรับ เบื้องหลังความรุ่มรวยทางอาหารของไทย คือความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบ ความหลากหลายของทรัพยากร และขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารที่มักไม่ถูกพูดถึงบนโต๊ะอาหาร น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเมืองไทยนั้นมีขีดความสามารถในการพัฒนาอาหาร ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอยู่ไม่น้อย

เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis จึงอาสาเข้ามาเชื่อมต่อวัตถุดิบที่ดี นักวิจัยที่ดี และนวัตกรรมที่ดี เพื่อผลักดันผู้ประกอบการอาหารและอุตสาหกรรมอาหารของไทย ให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า 

“ผู้ประกอบการของไทยมีศักยภาพการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารที่ดี”

เชื่อมั่น

เมื่อได้พูดคุยกับคุณเอก เราจึงได้รู้ว่าประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าครัวโลก มีทั้งวัตถุดิบที่ดี มีบริษัท Food Tech Startup สัญชาติไทยที่พร้อมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนธุรกิจอาหาร มีทีมนักวิจัยและเทคโนโลยีอาหารที่ไม่เป็นสองรองใคร เพียงแต่สิ่งเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายกันไปตามที่ต่างๆ 

“เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพพัฒนาอาหารใหม่ๆ เยอะมาก เราเชื่อในศักยภาพของประเทศ ศักยภาพของผู้ประกอบการ อาจมีหลายอย่างประกอบกันอยู่ แต่เราไม่เคยเอามารวมกัน ไม่เคยประสานกันให้เป็นวงเดียว”

ย้อนไปเมื่อราว 5 ปีก่อน กระทรวง อว. หรือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis ขึ้น ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้การสนับสนุนและพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารแบบครบวงจร 

ไม่เพียงแค่ศักยภาพของผู้ประกอบการ นักวิจัย และนวัตกรรมอาหารที่พัฒนาต่อยอดได้ กระแสการบริโภคอาหารและความต้องการของผู้บริโภคก็กำลังเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งจากเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไปและการอุบัติขึ้นของโรคระบาด ทั้งหมดล้วนส่งให้ความต้องการอาหารเปลี่ยนไป

“เราไม่ได้มองแค่ผู้บริโภคภายในประเทศ เรามองทั้งโลก และตอบได้ว่าตอนนี้คนกินอะไร ผู้บริโภคต้องการอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องอร่อยด้วย ต่อให้ดีต่อสุขภาพแต่ไม่อร่อย คนก็ไม่กิน 

“สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ คือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยน ผู้ผลิตอาหารจึงต้องเริ่มปรับ”

One Stop Service

คุณเอกบอกกับเราว่า แพลตฟอร์มถือกำเนิดขึ้นในฐานะ Service Provider ที่ให้บริการแบบ One Stop Service ทั้งการบริการสนับสนุนการวิจัย พัฒนา ห้องปฏิบัติการอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณท์ เป็นดั่งตัวเชื่อมจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจาย ให้ต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ 

 “เรา Connecting the Dots ให้กับผู้ประกอบการ มีโจทย์มา ไม่รู้จะหา Solution ที่ไหน มาหาเรา ให้เราช่วยหาให้ และไม่ได้แนะนำอย่างเดียว เราไปพูดคุยและหาทางให้เขาทำงานด้วยกัน”

นอกจากบริการให้คำปรึกษา การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาแบบครบวงจร รวมถึงแนะนำ เชื่อมโยงนักวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาหาร ยังมีการให้ความรู้เรื่องนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ผ่านรายการ Food Talk เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารและนวัตกรรมอาหาร และ Frontier Food แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมอาหาร โทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฯ จากนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ 

ที่นี่ยังให้บริการผ่าน Service Platform อีกกว่า 10 รายการ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีพื้นที่พัฒนาไอเดีย ทดสอบไอเดีย พร้อมกับลงมือทำจริง ตัวอย่างเช่น

Food Maker Space หรือพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดียพัฒนาอาหาร เปลี่ยนความคิดออกมาเป็นของจริง

Future Food Lab แล็บพร้อมเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Research Coach คอยให้คำแนะนำการผลิตและพัฒนาอาหาร รวมถึงได้ทดลองทำจริง 

Food Pilot Plant โรงงานทดลองขนาดย่อม สำหรับทดสอบผลิตผลิตภัณท์หรืออาหารต้นแบบ

ผู้ประกอบการไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ สามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกจาก Food Innopolis ได้ทั้งที่สำนักงานใหญ่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี และจุดบริการอีกหลายแห่งที่กระจายอยู่ตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

นอกจาก Space & Facility ยังมีโครงการ Food Innopolis Innovation Contest เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มช่วยเร่งให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทย โดยจัดในรูปแบบค่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร โดยเน้นไปที่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคคลทั่วไป 

คุณเอกเล่าถึงภาพรวมของทุกแพลตฟอร์มที่ Food Innopolis ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นโดยมีปลายทางคือ การส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารให้สมบูรณ์ว่า

“อย่างที่บอกว่าเราเป็น One Stop Service เดินมาหาเรา เรารู้ว่ามีใครอยู่ที่ไหน แล้วเราทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารได้ ด้วยระยะเวลาสั้นลง ด้วยต้นทุนน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดคือการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรมอาหารของประเทศ”

ต้นกล้าของนวัตกรรมอาหาร

อุตสาหกรรมอาหารต้องพึ่งพาทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ Food Innopolis เชื่อว่าศักยภาพของผู้ประกอบการไทยพัฒนาได้ และเห็นควรว่าการเร่งให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับอุตสาหกรรมอาหาร จะสร้างโอกาสให้คนที่อยู่นอกอุตสาหกรรมอาหาร เข้าถึงและเข้าใจอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น 

โครงการ Food Innopolis Innovation Contest ถือกำเนิดขึ้นตามนโยบายของเมืองนวัตกรรมอาหาร เริ่มโครงการครั้งแรกใน พ.ศ. 2561 โดยในปีแรกของโครงการฯ เปิดรับนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีเข้ามาลับสมองประลองไอเดียจนเป็นที่รู้จัก ต่อมาจึงขยายโครงการและเปิดรับประชาชนทั่วไปในปีถัดมา ปัจจุบันทางโครงการฯ เปิดโอกาสให้น้องระดับชั้นมัธยมเข้ามาร่วมประลองไอเดียพัฒนานวัตกรรมอาหาร ซึ่งแต่ละปีจะมีธีมหลักไม่เหมือนกัน อ้างอิงจากเทรนด์อาหารของโลกในปีนั้นๆ

คุณเอกพูดถึงโครงการนี้ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ และหวังให้โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงในการพัฒนา อีกทั้งผลักดันศักยภาพของผู้ที่สนใจด้านนวัตกรรมอาหาร 

“เราเชื่อว่าโครงการนี้เป็นการปลูกป่าสัก น้องๆ ที่เข้ามาในโครงการ เราอยากให้เขาเรียนรู้เรื่องการพัฒนานวัตกรรมอาหาร อยากให้มันมีคนที่เข้ามาอยู่ใน Value Chain ของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คน โดยเฉพาะคนที่เรียนในทางด้าน Food science และ Food Technology เข้ามาตรงนี้แล้วได้ลองเรียนรู้ไปพร้อมกับเรา”

อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี

โดยกลไกของการประกวดนี้ จะเริ่มจากการประกาศธีมหลักของปีนั้นๆ และมีการจัด Boot Camp เรียนรู้วิธีการสร้างนวัตกรรมอาหารผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบหรือ Design Thinking เรียนรู้การเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นผลิตภัณฑ์ (Design Doing) และเรียนรู้เรื่องการทดสอบตลาด (Market Validation) 

เมื่อได้ทั้งเครื่องมือและไอเดียแล้ว จึงริเริ่มทำโครงการและส่งเข้าประกวด ไอเดียนับร้อยจะถูกคัดให้เหลือเพียงแค่หลักสิบ ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้เรียนรู้พื้นฐานของโทคโนโลยีอาหาร เทคนิคการพัฒนาต้นแบบ การใช้บรรจุภัณฑ์ การตั้งราคาและกลยุทธ์ราคา รวมถึงการ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญ 

ระยะเวลาของโครงการ 6 – 8 เดือน น้องๆ จะได้รับทั้งความรู้ ทักษะ ทดลอง และลงมือทำจริง จากนั้นทุกไอเดียที่ผ่านการพัฒนาแล้ว จะเผยแพร่ต่อสาธารณชนในวัน Demo Days

อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี
อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี

การเติบโตของต้นกล้านวัตกรรม

“น้องๆ ที่เรียนสายนี้เขาได้ลองของจริง ถ้าจะลองทำอะไรสักอย่าง เขาได้ลองคิดว่าถ้าอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์สักอย่างหนึ่ง เขาต้องคิดอะไรบ้าง จากความคิดออกมาเป็นโปรดักต์ ทำได้ อร่อยด้วย ดีต่อสุขภาพ ขายได้ ได้ตลอดทั้ง Chain”

ตลอด 4 ปีของโครงการ Food Innopolis Innovation Contest ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารใหม่ๆ ผ่านการพัฒนาไอเดียสดใหม่ให้กลายเป็นอาหารที่กินได้จริง มีนวัตกรรมอาหารที่ถูกพัฒนาและนำไปผลิตเพื่อการค้าหลายต่อหลายชิ้น โดย 20 ไอเดียของรุ่นนิสิต นักศึกษา ได้รับความสนใจจากบริษัทเอกชน และกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ที่มาจากไอเดียของผู้ประกอบการมีการขายจริง เกิดเป็นธุรกิจด้านอาหารที่ต่อยอดร่วมกับบริษัทเอกชน

ตัวอย่างเด่นๆ ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ได้แก่ ชีสจากถั่วพลู โดยทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวต้นแบบไปทดลองผลิต อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นผลงานจากทีมสตาร์ทอัพ พัฒนาน้ำอัดลมผสมโปรตีนกับวิตามินบีรวม ได้รับการพัฒนาต่อยอดจนเป็นที่รู้จักจากนักลงทุน 

อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี

นอกจากไอเดียจะถูกต่อยอดและพัฒนาให้กลายเป็นของที่จับต้องได้จริงแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้รับโอกาสทางธุรกิจ ได้รับการมองเห็นจากนักลงทุนหรือบริษัทขนาดใหญ่ อันนำมาซึ่งโอกาสในการสร้างธุรกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในท้ายที่สุด ต้นกล้าของอุตสาหกรรมอาหารเหล่านี้จะเข้าไปเติมเต็มระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารให้สมบูรณ์พร้อมมากขึ้น

“ถ้าถอยกลับไปมองว่าโครงการนี้คือโครงการปลูกป่าสัก เราคิดว่าเราน่าจะได้ต้นกล้าดีๆ อยู่เยอะจากโครงการนี้ ถึงแม้ว่าน้องๆ มัธยมอาจจะไม่ได้มาเรียนสายวิทย์ แต่น้องมีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneur อยู่ในตัว”

อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี
อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมอาหารและผู้ประกอบการ ด้วย One Stop Service ที่เชื่อเรื่องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ดี

ไปต่อได้จริง

แม้วิกฤตจากโรคระบาดจะทำให้โครงการไม่สามารถจัดตามสถานที่ต่างๆ เช่นเดิม Food Innopolis จึงปรับตัวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านรายการ Food Talk และ Frontier Food ขยับมาเป็นการสัมมนาออนไลน์และเผยแพร่ผ่าน Food Innopolis Fanpage และ YouTube Channel ซึ่งข้อดีคือ ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถกลับมาดูซ้ำ และส่งต่อความรู้ให้กับผู้อื่นได้ด้วย

ในปีล่าสุด โครงการ Food Innopolis Innovation Contest ปรับจากค่ายออนไซต์มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อหาที่เข้มข้น และได้รับการตอบรับจากผู้สนใจอย่างเนืองแน่น จากยอดผู้เข้าร่วมหลักร้อยขยับสู่หลักพันอย่างรวดเร็ว 

ธีมหรือหัวข้อการแข่งขันของปี 2021 ทั้ง 2 หัวข้อ คือ Food Heritage Innovation นวัตกรรมจากมรดกภูมิปัญญาอาหาร และ Future Lifestyle Food Innovation นวัตกรรมอาหารสำหรับการใช้ชีวิตแห่งอนาคต ได้รับการตอบรับด้วยดี และมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 คนจากทั่วประเทศ มีไอเดียส่งเข้ามาประกวดกว่า 480 ไอเดีย 

“ผู้ประกอบการรู้จักเราเยอะขึ้น หลายโครงการมีเสียงตอบรับที่ดีในหลายกลุ่ม น้องๆ ที่เข้ามาในโครงการก็เยอะขึ้น หรือแม้แต่เรื่องที่เราเล่าให้ฟัง Food Talk มีคนฟังเยอะขึ้น เรามีแฟนเพจ มีคนที่ตาม ทำงานมาสี่ถึงห้าปี ต้องบอกว่าเราเป็นที่รู้จักใน Food SME และบริษัทใหญ่ด้วย”

ความสำเร็จจากตัวเลข เป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยการันตีความสำเร็จ ขณะเดียวกันความมุ่งมั่นที่ไม่สิ้นสุดของทีมงาน Food Innopolis ก็ช่วยยืนยันว่า การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารนั้นเติบโตได้และไปต่อได้จริง

“Food Innopolis ให้บริการผ่าน OSS และ Service Platform มาสี่ถึงห้าปี เราค่อยๆ ปรับมันไปเรื่อยๆ อะไรที่ทำแล้วตอบโจทย์ก็ทำให้ลึกลงไปอีก อะไรที่ทำแล้วไม่ใช่ก็จะเปลี่ยน”

ความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ประกอบการกับความตั้งใจของ Food Innopolis ในการเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เติมช่องว่างของการพัฒนานวัตกรรมอาหารของไทยให้สมบูรณ์ ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม พัฒนาองค์ความรู้ จนมาสู่การพัฒนาคน บ่มเพาะต้นกล้าให้แก่แวดวงอุตสาหกรรมอาหาร ให้ค่อยๆ แข็งแรงและเติบโตไปด้วยกันทั้งระบบในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารของไทยได้ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณท์อาหารใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างเราๆ มากขึ้น อาจได้เห็นนักวิจัย นักพัฒนาหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร และอาจได้เห็นม้ายูนิคอร์นจาก Food Tech Startup สัญชาติไทยโลดแล่นในวงการอาหารโลกในไม่ช้า

ภาพ : Food Innopolis

เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เฟ้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากเหล่าทีม Finalist กว่า 42 ทีม ในงาน Food Innopolis Innovation Contest 2021 : Demo Days Virtual Event ระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.fiinnovationcontest.com

Writer

แคทรียา มาลาศรี

คนทักผิดตลอดชีวิตว่าเป็นนักร้องดัง รักการกินผักและรักเนื้อพอๆ กับผัก เกิดที่อีสาน เรียนที่ภาคกลางและหลงทางที่เชียงใหม่

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.64 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load