2 – 3 เดือนที่ผ่านมา คงเป็นช่วงเวลาของการใช้ชีวิตอยู่กับบ้านติดต่อกันนานที่สุด เพราะคนไม่อยากเสี่ยงออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็นจริงๆ และตอนนี้ไวรัสก็ปรับตัวไวแข่งกับพฤติกรรมในวิถีชีวิตของเราแบบคู่คี่สูสีเหลือเกิน

ผมเพิ่งได้อ่านเรื่องหนึ่งโซเชียลมีเดีย มีคนสรุปว่า ‘ความกลัว’ เป็นคำที่อธิบายภาพของยุคนี้ได้ครอบคลุมและชัดเจนที่สุด 

ความไม่แน่นอนและไม่มั่นใจ อยู่ในแทบทุกขณะของการใช้ชีวิตแต่ละวัน

ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด
ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด

เป็นความคิดเห็นที่พยักหน้าตามในทันที และแน่นอนว่า คำว่า ‘ความกลัว’ รวมไปถึงเรื่องของอาหารด้วย เพราะเป็นสิ่งที่อาจนำไวรัสผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ผมฝากท้องไว้กับอาหารผ่านการเดลิเวอรี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ออกไปอุดหนุนร้านอาหารแถวบ้านบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นกับข้าวที่ครอบครัวทำ

ไม่ว่าจะกินรูปแบบไหน ก็เหมือนจะมีความเสี่ยงไปหมด วัตถุดิบที่ใช้ทำกับข้าวกินเองก็ต้องออกไปซื้อ ไม่ต่างจากออกไปซื้ออาหารแถวบ้านกลับมากิน หรือนั่งกินในร้านช่วงที่ยังนั่งกินได้ 

แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุด กลับเป็นการนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ และรอให้ไรเดอร์มาส่ง

เพราะเราไม่เห็นอะไรก่อนหน้านั้นเลย ว่าอาหารที่เรากำลังจะกินผ่านอะไรมาบ้าง ก่อนจะมาถึงมือของเรา

ที่เขียนแบบนี้ ไม่ได้ต้องการให้เกิดความกลัวหรือกังวลใดๆ เพราะสิ่งที่มาพร้อมความกลัว คือการสร้างความมั่นใจเสมอ

การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว
การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว

เมื่อคนกินต้องการความมั่นใจ ผู้ผลิตหรือร้านอาหาร รวมถึงผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้น นี่คือสิ่งแรกๆ ที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด 

สิ่งที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับคนกินได้ชัดที่สุดคือ อาหารและแพ็กเกจจิ้ง ยิ่งเก็บความร้อนได้ดี หรือเหมาะกับการเอามาอุ่นใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายบรรจุภัณฑ์บ่อยๆ ยิ่งทั้งสะดวกและช่วยสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น 

แต่ความสะดวกและความมั่นใจนี้ แลกมาด้วยขยะจำนวนมหาศาล 

ร้านอาหารมักห่อทุกอย่าง และแยกส่วนประกอบที่ไม่ควรปะปนกับอาหารร้อนๆ ออกจากกันแบบละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้สูญเสียอรรถรสและรูปร่างหน้าตาของอาหารเหมือนกินที่ร้าน รวมไปถึงน้ำจิ้มอีกหลายซอง ตะเกียบ ช้อนส้อม บางทีก็ห่อทิชชูแถมมาให้ ด้วยความหวังดีต่อความสะอาด 

แต่ผมก็เห็นความมุ่งมั่นของหลายร้านในการลดการใช้พลาสติกลง แล้วหันไปใช้วัสดุย่อยสลายได้ และเหมือนจะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติแบบที่เป็นกระดาษ (แต่อาจจะเคลือบพลาสติกอยู่ดี) บางร้านเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ใบตอง กาบหมาก หรือไม้ไผ่ แต่เมื่อเทียบราคา ความสะดวกสบายในการขนส่ง รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างความสะอาด วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็เสียเปรียบจนหลายร้านเริ่มถอดใจ

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

บางร้านมีวิธีปรับตัวอีกแบบ จากเคยให้ความสำคัญกับหน้าตาที่สวยงามบนจาน ก็ใช้วิธีลดส่วนประกอบในแต่ละเมนูลง คิดเมนูใหม่ที่ไม่ต้องแยกส่วนผสมมากนัก รวบให้ทุกอย่างอัดลงได้ในกล่องเดียว เป็นการลดบรรจุภัณฑ์ โดยคิดว่าอาหารเดลิเวอรี่ก็คืออาหารเดลิเวอรี่ ต้องคิดคนละแบบกับอาหารที่จัดจานสวยๆ ในร้าน 

ผมเองก็ให้ความสำคัญกับหน้าตาของอาหารน้อยลง แค่ขอให้อร่อยและอิ่มก็พอ หน้าตาไม่ตรงปกก็พอรับได้ 

เรื่องความไม่ตรงปก เป็นประเด็นที่น่าพูดถึงมาก

ตอนนี้ ภาพถ่ายอาหารมีผลต่อการตัดสินใจสูงมาก โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่มีตัวเลือกมากมาย ร้านไหนที่ภาพอาหารไม่สวย ดูไม่น่ากิน ก็เสียเปรียบมาก

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

แต่เดี๋ยวนี้เพื่อนผมบางคนเชื่อภาพในโฆษณาน้อยลง แล้วคลิกเข้าไปดูในภาพในโลกโซเชียลที่แท็กกลับมาที่ร้าน และนับว่านั่นคือภาพที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด อิทธิพลของโซเชียลมีเดียเลยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจ ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาความกลัวว่าสั่งแล้วจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

การเห็นแค่ภาพ เดารสไม่ได้ จึงต้องอ่านคำอธิบายจากลูกค้าคนอื่นๆ เป็นข้อมูลประกอบ 

แต่พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะรสเปรี้ยวและรสเผ็ด เป็นสองรสที่เดาได้จากภาพถ่าย เพราะยิ่งสาดพริก สาดมะนาว ก็ยิ่งเข้าใจรสชาติได้ทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านยำและร้านส้มตำ จะกลายเป็นร้านยอดฮิตอันดับต้นของแอปฯ​ เดลิเวอรี่ต่างๆ 

เมนูอาหารที่ได้รับความนิยมในการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน มักจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์เดิมของผู้สั่ง อาหารที่ขายดีในช่วงนี้จึงเป็นอาหารง่ายๆ ที่คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

Good Eats Kitchen เป็น Cloud Kitchen ในเครือเดียวกับร้านอาหาร ROAST และ ร้านกาแฟ Roots ก็ทำเมนูที่อยู่ในใจอันดับต้นๆ เช่น ส้มตำ ไก่ทอด หรือชาไข่มุก แต่ใช้วัตถุดิบที่ดีตามมาตรฐานและสะอาดปลอดภัยตามแนวคิดของร้าน

Samlor ร้านอาหารของเชฟที่เคยทำไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล เลือกเปิดร้านใหม่กลางช่วงวิกฤตในคอนเซปต์อาหารที่ทุกคนคุ้นเคยดี อย่างข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แต่พลิกแพลงวิธีทำให้แปลกใหม่ขึ้น

ในยุคสมัยแห่งการเดลิเวอรี่เช่นนี้ ร้านที่มั่นใจในฝีมือคงไม่กลัว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากก็พยายามเลี่ยงเมนูแปลกๆ ที่ซับซ้อน และเดารสชาติไม่ถูก เพราะมีความเสี่ยงว่าคนจะไม่สั่ง 

ความกลัวอีกอย่างที่มากับยุคอาหารเดลิเวอรี่คือ กลัวว่าอาหารจะอร่อยน้อยกว่ากินที่ร้าน แค่จับใส่กล่องทิ้งไว้สัก 10 – 20 นาที อาหารก็เปลี่ยนไปแล้ว ทางแก้หนึ่งที่เราเห็นกันก็คือ ชุดอาหารแบบ DIY

การทำอาหารแบบ Home Cooking แม้ว่าสัดส่วนจะยังไม่เท่าอาหารเดลิเวอรี่ แต่ก็เติบโตตีคู่กันมา ร้าน After You ยังมียอดขายอาหารพร้อมรับประทานเป็นอันดับหนึ่ง แต่ตัวเลขของชุดอาหารแบบ DIY ที่ให้คนซื้อกลับไปทำเองที่บ้านก็เติบโตขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ

หลายร้านเริ่มหันมาทำอาหารประเภทนี้มากขึ้น โดยทางร้านจะเลือกเมนูที่ทำสำเร็จมาแล้วครึ่งค่อนกระบวนการ ปรุงรสชาติจากผู้ผลิตมาแล้วเรียบร้อย ผู้บริโภคแค่ทำต่อในส่วนที่เหลือ ซึ่งต่างจากอาหารแช่แข็ง เพราะยังคงเป็นอาหารที่สดใหม่กว่ามาก และอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการแบบอุตสาหกรรม

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

 อันที่จริงชุด DIY ก็เหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อของ และการสั่งซื้ออาหารของคนในช่วงนี้ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อที่น้อยครั้งลง แต่ปริมาณต่อครั้งมากขึ้น เพราะไม่อยากออกไปเสี่ยงนอกบ้านบ่อย ประหยัดค่าส่ง และเก็บได้นานกว่าอาหารปรุงเสร็จพร้อมรับประทาน

ยิ่งไปกว่านั้น การประกอบอาหารเองด้วยการใช้ความร้อน ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนกินไปด้วยในตัว เพียงแต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับอาหารทุกประเภทหรือคนทุกคน แต่ก็เป็นวิธีที่น่าจับตามองต่อไป

ที่เล่ามาไม่ได้ครอบคลุมธุรกิจอาหารทั้งหมดหรอกนะครับ แต่โดยรวมก็คือ ทุกฝ่ายต่างต้องการเอาชนะความกลัวเหมือนกัน เพียงแต่ใช้วิธีการที่ต่างกัน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เราควรกลัวและป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนความวิตกกังวลต่างๆ ที่ตามมา เราก็ควรช่วยกันตั้งสติ และสู้กับปัญหาในแบบที่ตัวเองถนัด ตราบที่ยังสู้ไหว

ขอเป็นกำลังใจให้ร้านอาหารต่างๆ ปรับตัวเพื่อให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะพร้อมจะปรับตัวและสู้ไปด้วยกัน

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

Thailand Coffee Fest 2022 ที่ The Cloud จัดร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) เพิ่งจบไป คอนเซ็ปต์ของงานกาแฟปีนี้คือ The Future ซึ่งเป็นคำที่ผู้จัดทุกคนเลือกแล้วว่าเหมาะสมที่จะพูดถึงที่สุดในปีนี้ อย่างที่รู้กันว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างทั่วโลกเป๋ไปตาม ๆ กัน กว่าจะตั้งหลักกันได้ ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เหมือนล้างไพ่แล้วเริ่มใหม่ไปพร้อมกัน

วงการกาแฟไทยจึงใช้โอกาสนี้พูดถึงการมองเป้าหมายในอนาคตข้างหน้าด้วย ซึ่งการออกแบบอนาคตกาแฟไทยไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากคนที่อยู่รอบ ๆ กาแฟทุกคน

ช่วงนี้เลยมีเวลาทบทวนและสังเกตเรื่องรอบ ๆ กาแฟ จากการพบปะ ทักทาย และพูดคุยกับกลุ่มคนกาแฟ ทำให้เห็นว่าปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ วงการคาเฟ่และกาแฟไทยขยายตัวและพัฒนารวดเร็วแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่การทำฟาร์ม ไปจนถึงคาเฟ่และคนดื่มกาแฟอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในช่วงที่ผ่านมา การเดินทางและขนส่งระหว่างประเทศหยุดลงไปช่วงหนึ่ง เรื่องที่คิดว่าจะมีแต่ผลลบ กลายเป็นเรื่องดีกับประเทศที่มีครบวงจร ตั้งแต่ไร่กาแฟจนถึงนักดื่ม เช่น ประเทศไทย ซึ่งน้อยประเทศนักที่จะมีครบวงจรแบบนี้ 

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

การพัฒนายังหมุนเวียนอยู่ภายในเรื่อย ๆ และยิ่งชัดขึ้นเมื่อกาแฟไทยได้รับความสำคัญมากขึ้น ชื่อไร่ ชื่อเกษตรกรเป็นที่รู้จัก คาเฟ่มีเมล็ดกาแฟไทยเป็นตัวเลือกอย่างน้อยร้านละ 1 ชนิด และนักดื่มกาแฟก็เลือกดื่มมากขึ้นด้วย

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นชื่อไร่กาแฟของไทยมาคู่กับชื่อสายพันธุ์บ่อย ๆ การเกิดโรคของต้นกาแฟ ทำให้ไร่กาแฟหลายไร่ต้องตัดต้นทิ้ง นี่เป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการจัดการสายพันธุ์กาแฟขึ้น

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

การปลูกกาแฟในสมัยก่อนเน้นผลผลิตมากกว่ารสชาติ ส่งผลให้กาแฟไม่ทนต่อโรค และส่งผลกระทบกับสภาวะอากาศ แต่การปลูกกาแฟแบบทราบสายพันธุ์ชัดเจน แทนที่กาแฟซึ่งระบุสายพันธุ์ไม่ได้ ทำให้สารกาแฟต้นทางมีระบบและมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากมีผลต่อการอยู่รอดของต้นกาแฟ การคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับภูมิประเทศและสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ยังช่วยระบุสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะกับการชงแต่ละแบบเพื่อให้รสชาติดีได้ด้วย

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

ไม่ใช่แค่การใส่ใจรสชาติที่ดี แต่เทรนด์การปลูกกาแฟเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นที่พูดถึงมากขึ้นเช่นกัน กาแฟเป็นพืชที่ต้องอาศัยร่มเงาของต้นไม้ในการเจริญเติบโต โมเดลการปลูกกาแฟในป่าแบบไม่ตัดทำลายต้นไม้จึงเป็นการรักษาป่าไปในตัว แต่เป้าหมายต่อไปของการทำกาแฟคือ การสร้างและฟื้นฟูธรรมชาติขึ้นมา อีกทั้งพูดถึงการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิตกาแฟที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

กระบวนการโพรเซสกาแฟในช่วงปีนี้ คงจะเห็นชื่อและกระบวนการชื่อเรียกแปลก ๆ บนซองกาแฟมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการหมักเมล็ดกาแฟด้วยเทคนิคต่าง ๆ ผลที่ต้องการคือ สร้างกลิ่นรสใหม่ขึ้นในกาแฟ เป็นกระบวนการที่ใช้แรงบันดาลใจแบบเดียวกับกระบวนการทำไวน์ และผลที่ได้คือรสชาติที่ชัดเจน แม้ผู้ชิมไม่มีพื้นฐานการดื่มกาแฟมาก่อนก็ยังสัมผัสได้

กระบวนการหมักและกลิ่นจากการหมัก เป็นรสที่อาจไม่ค่อยถูกปากคนที่นิยมดื่มกาแฟผ่านกระบวนการดั้งเดิม ซึ่งรสเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด แต่ก็ต้องยอมรับว่าความฉูดฉาดเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามารู้จักกาแฟเพิ่มขึ้นมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเป็นกระบวนการที่ผู้ผลิตเองก็สนใจที่จะทดลองทำเพื่อหารสชาติใหม่ ๆ ให้กาแฟเหมือนกัน

ผลดีคือ เกิดทางเลือกที่หลากหลายให้คนดื่มกาแฟทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ แต่ก็มีข้อเสียคือ กลิ่นและรสกาแฟที่ชัดเจนจนเป็นที่นิยมมาก ทำให้มีการแต่งกลิ่นกาแฟเพื่อให้เกิดกลิ่นที่ต้องการแทนการหมักจริง 

การสื่อสารเรื่องรสชาติและกระบวนการตั้งแต่ฟาร์มจนถึงการสกัดกาแฟ เป็นหน้าที่ของคาเฟ่ โดยเฉพาะบาริสต้า ตัวละครที่ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างต้นน้ำและปลายน้ำเข้าหากัน ทิศทางความสนใจของบาริสต้าในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่ทักษะการชงกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสนใจกับทักษะอื่น ๆ ด้วย บาริสต้ามีส่วนร่วมตั้งแต่การทำกาแฟร่วมกับเกษตรกรที่ปลูก การคั่ว และการเรียนรู้เรื่องกระบวนการ

และอย่างที่บอกว่าบ้านเรามีข้อได้เปรียบ เนื่องจากทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ในประเทศเดียวกัน ทำให้การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก การพัฒนาตัวเองของบาริสต้าเลยเป็นตัวเร่งให้วงการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ตัวละครที่สำคัญที่สุด คงไม่พ้นคนดื่มกาแฟ เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ให้คำติชม ข้อเสนอแนะ และเป็นผู้กำหนดเทรนด์ที่แท้จริง อีกทั้งช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมา มีผู้บริโภคกาแฟไทยมากขึ้น สัดส่วนของคนดื่มกาแฟแบบสเปเชียลตี้จึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และมีแนวโน้มที่จะสนใจเรียนรู้เรื่องราวของต้นทางมากขึ้น เหมือนที่สนใจเรียนรู้เรื่องการชิมรสชาติหรือวิธีการชงที่ถูกต้อง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความหลากหลายของผู้ผลิตและกระบวนการ เลยทำให้มีทางเลือกมากขึ้น

มองอนาคตของกาแฟไทย ในยุคสมัยที่เริ่มต้นออกแบบกันใหม่บนความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือ

อีกอย่างหนึ่ง ผลพลอยได้จากช่วง 2 – 3 ปีที่เราต้องอยู่บ้านมากขึ้น ก็ช่วยทำให้เทรนด์ Home Brewing หรือการชงกาแฟกินเองที่บ้านเติบโตไปด้วย การขายกาแฟออนไลน์ กลายเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องมีและกระโจนเข้าไปร่วมด้วย นอกจากเมล็ดกาแฟ เราจะเห็นกาแฟ Cold Brew พร้อมดื่ม กาแฟดริปแบ็ก หรือกาแฟแบบแคปซูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบทุกวันนี้

ถึงที่กล่าวมาจะไม่ใช่อนาคตที่ชัดเจนของกาแฟไทย แต่การพัฒนาในระยะเวลาไม่กี่ปีที่มองเห็นได้ ก็พอจะทำให้เห็นทิศทางข้างหน้าที่ชัดขึ้นมาก

ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการปลูก และโพรเซสกาแฟ ถูกเชื่อมต่อและย่นระยะระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำให้สั้นลง และแต่ละส่วนก็พัฒนาในส่วนของตัวเองได้อย่างดี การที่ประเทศไทยมีฟีดแบ็กจากผู้ดื่มกลับไปถึงผู้ผลิตได้อย่างรวดเร็วมาก ถือเป็นข้อได้เปรียบที่เรามีอยู่ในมือ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันให้มีประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

มองอนาคตของกาแฟไทย ในยุคสมัยที่เริ่มต้นออกแบบกันใหม่บนความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือ

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load