2 – 3 เดือนที่ผ่านมา คงเป็นช่วงเวลาของการใช้ชีวิตอยู่กับบ้านติดต่อกันนานที่สุด เพราะคนไม่อยากเสี่ยงออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็นจริงๆ และตอนนี้ไวรัสก็ปรับตัวไวแข่งกับพฤติกรรมในวิถีชีวิตของเราแบบคู่คี่สูสีเหลือเกิน

ผมเพิ่งได้อ่านเรื่องหนึ่งโซเชียลมีเดีย มีคนสรุปว่า ‘ความกลัว’ เป็นคำที่อธิบายภาพของยุคนี้ได้ครอบคลุมและชัดเจนที่สุด 

ความไม่แน่นอนและไม่มั่นใจ อยู่ในแทบทุกขณะของการใช้ชีวิตแต่ละวัน

ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด
ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด

เป็นความคิดเห็นที่พยักหน้าตามในทันที และแน่นอนว่า คำว่า ‘ความกลัว’ รวมไปถึงเรื่องของอาหารด้วย เพราะเป็นสิ่งที่อาจนำไวรัสผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ผมฝากท้องไว้กับอาหารผ่านการเดลิเวอรี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ออกไปอุดหนุนร้านอาหารแถวบ้านบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นกับข้าวที่ครอบครัวทำ

ไม่ว่าจะกินรูปแบบไหน ก็เหมือนจะมีความเสี่ยงไปหมด วัตถุดิบที่ใช้ทำกับข้าวกินเองก็ต้องออกไปซื้อ ไม่ต่างจากออกไปซื้ออาหารแถวบ้านกลับมากิน หรือนั่งกินในร้านช่วงที่ยังนั่งกินได้ 

แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุด กลับเป็นการนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ และรอให้ไรเดอร์มาส่ง

เพราะเราไม่เห็นอะไรก่อนหน้านั้นเลย ว่าอาหารที่เรากำลังจะกินผ่านอะไรมาบ้าง ก่อนจะมาถึงมือของเรา

ที่เขียนแบบนี้ ไม่ได้ต้องการให้เกิดความกลัวหรือกังวลใดๆ เพราะสิ่งที่มาพร้อมความกลัว คือการสร้างความมั่นใจเสมอ

การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว
การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว

เมื่อคนกินต้องการความมั่นใจ ผู้ผลิตหรือร้านอาหาร รวมถึงผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้น นี่คือสิ่งแรกๆ ที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด 

สิ่งที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับคนกินได้ชัดที่สุดคือ อาหารและแพ็กเกจจิ้ง ยิ่งเก็บความร้อนได้ดี หรือเหมาะกับการเอามาอุ่นใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายบรรจุภัณฑ์บ่อยๆ ยิ่งทั้งสะดวกและช่วยสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น 

แต่ความสะดวกและความมั่นใจนี้ แลกมาด้วยขยะจำนวนมหาศาล 

ร้านอาหารมักห่อทุกอย่าง และแยกส่วนประกอบที่ไม่ควรปะปนกับอาหารร้อนๆ ออกจากกันแบบละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้สูญเสียอรรถรสและรูปร่างหน้าตาของอาหารเหมือนกินที่ร้าน รวมไปถึงน้ำจิ้มอีกหลายซอง ตะเกียบ ช้อนส้อม บางทีก็ห่อทิชชูแถมมาให้ ด้วยความหวังดีต่อความสะอาด 

แต่ผมก็เห็นความมุ่งมั่นของหลายร้านในการลดการใช้พลาสติกลง แล้วหันไปใช้วัสดุย่อยสลายได้ และเหมือนจะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติแบบที่เป็นกระดาษ (แต่อาจจะเคลือบพลาสติกอยู่ดี) บางร้านเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ใบตอง กาบหมาก หรือไม้ไผ่ แต่เมื่อเทียบราคา ความสะดวกสบายในการขนส่ง รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างความสะอาด วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็เสียเปรียบจนหลายร้านเริ่มถอดใจ

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

บางร้านมีวิธีปรับตัวอีกแบบ จากเคยให้ความสำคัญกับหน้าตาที่สวยงามบนจาน ก็ใช้วิธีลดส่วนประกอบในแต่ละเมนูลง คิดเมนูใหม่ที่ไม่ต้องแยกส่วนผสมมากนัก รวบให้ทุกอย่างอัดลงได้ในกล่องเดียว เป็นการลดบรรจุภัณฑ์ โดยคิดว่าอาหารเดลิเวอรี่ก็คืออาหารเดลิเวอรี่ ต้องคิดคนละแบบกับอาหารที่จัดจานสวยๆ ในร้าน 

ผมเองก็ให้ความสำคัญกับหน้าตาของอาหารน้อยลง แค่ขอให้อร่อยและอิ่มก็พอ หน้าตาไม่ตรงปกก็พอรับได้ 

เรื่องความไม่ตรงปก เป็นประเด็นที่น่าพูดถึงมาก

ตอนนี้ ภาพถ่ายอาหารมีผลต่อการตัดสินใจสูงมาก โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่มีตัวเลือกมากมาย ร้านไหนที่ภาพอาหารไม่สวย ดูไม่น่ากิน ก็เสียเปรียบมาก

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

แต่เดี๋ยวนี้เพื่อนผมบางคนเชื่อภาพในโฆษณาน้อยลง แล้วคลิกเข้าไปดูในภาพในโลกโซเชียลที่แท็กกลับมาที่ร้าน และนับว่านั่นคือภาพที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด อิทธิพลของโซเชียลมีเดียเลยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจ ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาความกลัวว่าสั่งแล้วจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

การเห็นแค่ภาพ เดารสไม่ได้ จึงต้องอ่านคำอธิบายจากลูกค้าคนอื่นๆ เป็นข้อมูลประกอบ 

แต่พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะรสเปรี้ยวและรสเผ็ด เป็นสองรสที่เดาได้จากภาพถ่าย เพราะยิ่งสาดพริก สาดมะนาว ก็ยิ่งเข้าใจรสชาติได้ทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านยำและร้านส้มตำ จะกลายเป็นร้านยอดฮิตอันดับต้นของแอปฯ​ เดลิเวอรี่ต่างๆ 

เมนูอาหารที่ได้รับความนิยมในการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน มักจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์เดิมของผู้สั่ง อาหารที่ขายดีในช่วงนี้จึงเป็นอาหารง่ายๆ ที่คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

Good Eats Kitchen เป็น Cloud Kitchen ในเครือเดียวกับร้านอาหาร ROAST และ ร้านกาแฟ Roots ก็ทำเมนูที่อยู่ในใจอันดับต้นๆ เช่น ส้มตำ ไก่ทอด หรือชาไข่มุก แต่ใช้วัตถุดิบที่ดีตามมาตรฐานและสะอาดปลอดภัยตามแนวคิดของร้าน

Samlor ร้านอาหารของเชฟที่เคยทำไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล เลือกเปิดร้านใหม่กลางช่วงวิกฤตในคอนเซปต์อาหารที่ทุกคนคุ้นเคยดี อย่างข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แต่พลิกแพลงวิธีทำให้แปลกใหม่ขึ้น

ในยุคสมัยแห่งการเดลิเวอรี่เช่นนี้ ร้านที่มั่นใจในฝีมือคงไม่กลัว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากก็พยายามเลี่ยงเมนูแปลกๆ ที่ซับซ้อน และเดารสชาติไม่ถูก เพราะมีความเสี่ยงว่าคนจะไม่สั่ง 

ความกลัวอีกอย่างที่มากับยุคอาหารเดลิเวอรี่คือ กลัวว่าอาหารจะอร่อยน้อยกว่ากินที่ร้าน แค่จับใส่กล่องทิ้งไว้สัก 10 – 20 นาที อาหารก็เปลี่ยนไปแล้ว ทางแก้หนึ่งที่เราเห็นกันก็คือ ชุดอาหารแบบ DIY

การทำอาหารแบบ Home Cooking แม้ว่าสัดส่วนจะยังไม่เท่าอาหารเดลิเวอรี่ แต่ก็เติบโตตีคู่กันมา ร้าน After You ยังมียอดขายอาหารพร้อมรับประทานเป็นอันดับหนึ่ง แต่ตัวเลขของชุดอาหารแบบ DIY ที่ให้คนซื้อกลับไปทำเองที่บ้านก็เติบโตขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ

หลายร้านเริ่มหันมาทำอาหารประเภทนี้มากขึ้น โดยทางร้านจะเลือกเมนูที่ทำสำเร็จมาแล้วครึ่งค่อนกระบวนการ ปรุงรสชาติจากผู้ผลิตมาแล้วเรียบร้อย ผู้บริโภคแค่ทำต่อในส่วนที่เหลือ ซึ่งต่างจากอาหารแช่แข็ง เพราะยังคงเป็นอาหารที่สดใหม่กว่ามาก และอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการแบบอุตสาหกรรม

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

 อันที่จริงชุด DIY ก็เหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อของ และการสั่งซื้ออาหารของคนในช่วงนี้ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อที่น้อยครั้งลง แต่ปริมาณต่อครั้งมากขึ้น เพราะไม่อยากออกไปเสี่ยงนอกบ้านบ่อย ประหยัดค่าส่ง และเก็บได้นานกว่าอาหารปรุงเสร็จพร้อมรับประทาน

ยิ่งไปกว่านั้น การประกอบอาหารเองด้วยการใช้ความร้อน ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนกินไปด้วยในตัว เพียงแต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับอาหารทุกประเภทหรือคนทุกคน แต่ก็เป็นวิธีที่น่าจับตามองต่อไป

ที่เล่ามาไม่ได้ครอบคลุมธุรกิจอาหารทั้งหมดหรอกนะครับ แต่โดยรวมก็คือ ทุกฝ่ายต่างต้องการเอาชนะความกลัวเหมือนกัน เพียงแต่ใช้วิธีการที่ต่างกัน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เราควรกลัวและป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนความวิตกกังวลต่างๆ ที่ตามมา เราก็ควรช่วยกันตั้งสติ และสู้กับปัญหาในแบบที่ตัวเองถนัด ตราบที่ยังสู้ไหว

ขอเป็นกำลังใจให้ร้านอาหารต่างๆ ปรับตัวเพื่อให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะพร้อมจะปรับตัวและสู้ไปด้วยกัน

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

ผมกับเพื่อนมักจะพูดกันเล่น ๆ บ่อยครั้งว่า ไปจังหวัดตรังทีไรเราไม่เคยรู้สึกหิวสักที และครั้งสุดท้ายที่รู้สึกหิว คือก่อนกินข้าวมื้อแรกที่ตรังเสมอ หลังจากนั้นก็อิ่มตลอด 

จำได้ว่าตอนลงไปจังหวัดตรังครั้งแรกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าบ้าน กินอาหารเต็มอิ่มทุกมื้อ และมีคนพาไปเที่ยวในสถานที่สำคัญหลายแห่งในอำเภอต่าง ๆ แต่ละที่มักจะมีของกินเลี้ยงต้อนรับอยู่เต็มโต๊ะ 

เป็นความทรงจำที่มีต่อจังหวัดเล็ก ๆ ฝั่งอันดามันที่ผมเริ่มเอะใจแล้วว่า ท่าทางคนเมืองนี้คงให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษ

การลงไปตรังครั้งถัด ๆ ไป ล้วนแต่มีเรื่องอาหารการกินเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องหลักเสมอ 

ผมลงไปตรังครั้งแรก ๆ ด้วยความรู้จักหมูย่างเมืองตรังแค่อย่างเดียว แต่การไปครั้งนั้นทำให้เปิดโลกของอาหารตรังครั้งสำคัญของตัวเอง เจ้าถิ่นหลายคนพาไปกิน ไปเห็นทั้งภูมิประเทศ วัตถุดิบ ร้านอาหาร รวมถึงวิถีการกินแบบคนตรัง และค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษอย่างที่คิด จนมีคำพูดที่บอกว่า ‘คนตรังกิน 9 มื้อ’

ที่ว่ากิน 9 มื้อ ไม่ได้หมายความว่าคนคนเดียวจะกินข้าว 9 มื้อต่อวัน แต่หมายถึงที่ตรังมีอาหารให้กินทั้งวันทั้งคืนรวม ๆ แล้วน่าจะมีถึง 9 มื้อ ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนดึก และข้ามไปถึงเช้าของอีกวัน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

เรียกว่าเวลาไหนก็มีของให้กินไม่ขาด

หลังจากไป ๆ มา ๆ ตรังอยู่หลายครั้งในรอบหลายปี ผมพบว่าตรังเริ่มมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องอาหาร กลายเป็นจุดหมายสำคัญจุดหนึ่งของนักกินทั้งหลาย

น่าคิดต่อว่าอะไรที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินได้ 

ถ้าให้ลองเดาจากมุมมองคนนอกแบบสุด ๆ อย่างแรก ผมคิดว่าตรังเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศและธรรมชาติที่เป็นต้นทุนที่ดีมาก มีทั้งภูเขา มีทั้งที่ราบสำหรับทำนาและเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งสำคัญของภาคใต้ มีข้าวพื้นเมืองเป็นของตัวเอง มีแม่น้ำและมีทะเลอันดามันรวมอยู่ในจังหวัดเดียว ตรังเลยเป็นแหล่งเพาะปลูก แหล่งผลิต และเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ 

อย่างที่สองที่ทำให้ตรังโดดเด่นเรื่องอาหาร คือความหลากหลายของชาติพันธุ์อยู่ร่วมกันในเมืองมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะคนจีนเชื้อสายต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน วิถีการกินที่แตกต่างกันทำให้เกิดความหลากหลายของภูมิปัญญาในการเอาวัตถุดิบมาใช้ทำเป็นเมนูต่าง ๆ 

ผมเคยไปทำสกู๊ปเรื่องอาหารประเภทเส้นที่ตรัง สามารถจำแนกการกินเส้นแบบต่าง ๆ ว่ามีที่มาจากจีนหลายชนชาติได้แทบไม่ซ้ำรูปแบบกัน 

อาหารของตรังก็เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างแนบแน่น คนตรังให้ความสำคัญกับอาหารมาก บางอย่างถือเป็นหน้าเป็นตาและแสดงออกถึงการต้อนรับ 

หรือถ้าจะบอกว่าหมูย่างเมืองตรังเองคือหนึ่งในวิถีการกินของจีนก็ไม่ผิด หมูย่างเมืองตรังเกิดจากวัฒนธรรมการทำอาหารและการกินของชาวจีน การกินหมูคือการเฉลิมฉลองหรือเลี้ยงดูแขก ในงานสำคัญ ต่าง ๆ และคลี่คลายมาจนเป็นของกินคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งจะต้องกินคู่กับโกปี๊ในตอนเช้า 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ขอนอกเรื่องสักหน่อย หากใครไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าหมูย่างเมืองตรังมีรสเค็มนำ หอมเครื่องเทศเหมือนหมูย่างทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วหมูย่างเมืองตรังมีรสหวานมากกว่าหมูย่างแบบอื่น ตามคำบอกเล่าว่าหมูย่างแบบตรังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งหรือน้ำตาลธรรมชาติ หมักรวมกับเครื่องเทศสูตรใครสูตรมันเอาไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ผ่านกระบวนการสุดประณีตหลายขั้นตอน แล้วเอาลงเตาในตัวย่ำรุ่ง ก่อนจะย่างเสร็จสรรพในตอนเช้า พร้อมขายเสิร์ฟกินคู่กับกาแฟร่วมกับติ่มซำอีกมากมาย

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

พอพูดถึงโต๊ะอาหารเช้าสิ่งที่อยู่คู่โต๊ะของชาวตรังคือ ‘ค่อมเจือง’ น้ำจิ้มสีส้มหน้าตาคล้ายซอสพริก แต่รสไม่เหมือนกันเลย ค่อมเจืองเป็นของที่ยังไม่มีใครบอกได้ชัดว่าทำจากอะไร แต่เป็นภูมิปัญญาเดียวกับการทำซอสหรือซีอิ๊วของคนจีน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ในตลาดสดตอนเช้า มีขนมปากหม้อที่ใช้น้ำราดทำจากน้ำจิ้มค่อมเจืองด้วยเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างที่ว่ามาเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่มี แต่ก็เห็นว่าอาหารจากภูมิปัญญาและวิถีการกินแบบคนจีนในตรัง ทำให้ตรังมีของกินที่อาจจะดูแปลก มีความเฉพาะตัว แต่ก็ยังดูคุ้นเคยได้ง่ายสำหรับลิ้นของนักท่องเที่ยว หรือนักกินคนไทยที่มีความคุ้นเคยดีกับรสอาหารแบบไทย จีน ๆ อยู่แล้ว 

อีกข้อสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ตรังเป็นจุดหมายเรื่องอาหารการกิน น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะจากเมื่อหลายปีก่อนตรังได้รับการโปรโมตเรื่องเมืองท่องเที่ยวเมืองรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

ในจังหวัดเมืองรองของภาคใต้ ตรังถูกหยิบยกเรื่องอาหารมากกว่าจังหวัดเมืองรองอื่น ๆ ไม่ยากเลยที่จะถูกดึงดูดให้อยากมากินถึงที่เพียงแค่เห็นจากรูปภาพ หรือวิดีโอที่แสดงให้เห็นจุดหมายใหม่ที่ยังมีอะไรให้ค้นหาและทำความรู้จักได้อีกมาก

กลับมาถึงเรื่องสำคัญคือตรังถูกย้ำให้เห็นภาพของเมืองที่มีการกินตลอดทั้งวันทั้งคืนและมีหลากหลายประเภท เลยเป็นจุดหมายที่ถึงจะไกล ก็คุ้มค่าพอที่จะเดินทางมาเพื่อค้นหาหรือตามล่าของกินอร่อย ๆ 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

อาหารของตรังยังมีเสน่ห์และแง่มุมที่น่าสนใจอีกเยอะ รอให้นักกิน-นักท่องเที่ยวมาค้นหา ผมลงไปตรังแต่ละครั้งก็มักจะเจออาหารที่ไม่รู้จักเพิ่มขึ้นทุกครั้ง เหมือนจะค้นหาได้ไม่มีวันหมด มีของกินจากแม่น้ำและทะเลที่สมบูรณ์มากไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ แต่ยังไม่ถูกพูดถึงมากในวงกว้างเท่าอาหารจีน หรือหมูย่าง อาหารแบบไทยมุสลิมที่เป็นวัฒนธรรมใหญ่ไม่แพ้วัฒนธรรมไทยจีนเลย หรืออาหารจากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านและพยายามหาวิธีทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของตรังแข็งแรงมากขึ้นก็ทำออกมาได้น่าสนใจ

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

น่าจะยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินที่อาจจะยังนึกไม่ถึง แต่จากมุมมองของคนที่เป็นนักท่องเที่ยวอย่างผมมองว่า ที่จริงแล้วศักยภาพในการเป็นเมืองแห่งอาหารของตรัง เหมือนเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ เห็นการเติบโตทีละนิดในจังหวะกำลังดี มีความครีเอทีฟและพัฒนาในเรื่องอาหารใหม่ ๆ หยิบจับเอาของที่มีในวิถีชีวิตมาทำให้ร่วมสมัยขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีภูมิปัญญาและวิถีชีวิตเดิม ๆ ที่ยังแข็งแรงอยู่ ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมาก

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นจังหวะการเติบโตที่กำลังดีของจังหวัด อาหารเป็นเรื่องใหญ่ที่ช่วยดึงดูดคนมาเที่ยว และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของตรังอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่การเติบโตนี้จะเหมาะกับยุคสมัยนี้ได้แค่ไหน ต้องฝากคนตรังคิดต่อ

ผมเชื่อว่ายังมีขุมทรัพย์อีกมากที่น่าจะค้นหา รอการแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และผลักดันให้มีชื่อเสียงได้เหมือนหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งต้องระวังไม่ให้ความหลากหลายและค้นพบไม่รู้จบนี้หายไป เพียงเพราะนักท่องเที่ยวจะรู้จักตรังแค่มุมเดิม

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load