ผมว่าคงมีหลายคน เมื่อไปกินอะไรที่ไหน มักจะสั่งอาหารมาหลายๆ อย่าง พออิ่มแล้วมีบางอย่างที่กินไม่หมด ก็ให้ใส่ถุงหรือใส่กล่องเอากลับบ้าน พอมาถึงบ้านก็ไม่ค่อยอยากกิน เพราะเพิ่งกินมาหยกๆ และคิดว่าเป็นของเหลือ ก็วางแช่อยู่ในตู้เย็น ผ่านไปวันก็ 2 คิดตก ทิ้งสถานเดียว

เหมือนกับเวลาไปตลาดสด ตลาดนัดชาวบ้าน เห็นปลาแม่น้ำ เห็นฟักทอง แตงโมอ่อน ถั่วพู บวบ มะระ ชะอม พริกขี้หนูสวน ใบกะเพรา ใบยี่หร่า เครื่องแกงเหลือง เครื่องแกงเขียวหวาน ดูมันน่ากินไปหมด ทั้งสด ทั้งอ่อน ทั้งถูก ความละโมภพุ่งปรี๊ด กะว่าเอามาทำโน่น ทำนี่กิน พอถึงบ้านของพวกนั้นนอนนิ่งๆ ในตู้เย็นเป็นเดือนไม่ได้ทำอะไร สุดท้ายก็ทิ้งสถานเดียวอีกเหมือนกัน

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ไม่ใช่อื่นไกลครับ ผมเองนี่แหละ ตอนหลังๆ ชักไม่ไหว เวลาเก็บทิ้งมันเงินเราทั้งนั้น เสียดายเงิน นี่ถ้าตู้เย็นมันพูดได้คงด่าว่า ได้แต่ยัดอย่างเดียว เอาไปแ…กบ้างซี่ เลยต้องปรับใหม่ ไปไหนก็สั่งให้พอกิน ไม่เอาใจปาก แล้วกินไม่ให้เหลือ หรือกินของที่เหลือ โดยวิธีเอาของเหลือนั้นมาทำกินใหม่ ปรับไปตามใจชอบ มันเป็นการท้าทาย ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไร เพราะของเหลือนั้นมีค่าเป็นศูนย์อยู่แล้ว

แต่ถ้าฟลุกออกมาอร่อยก็ถือว่ามาถูกทาง เป็นสูตรเป็นอาหารประจำตระกูลของตัวเอง

ถ้ายังไม่ลงตัว ในครั้งหน้าก็เอาใหม่ ว่าต้องปรับ เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน อย่างไรบ้าง ทำอย่างนี้ได้ประโยชน์ 2 ต่อ อย่างแรกไม่เสียของ อย่างที่สองได้สนุกกับการทำกิน อย่างน้อยได้ค้นเครื่องครัวออกมาใช้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะลืมว่าอะไรเอาไว้ที่ไหน

เรื่องกินของเหลือนี่ผมยกตัวอย่างเป็นวิธีของผม จะเก็บทุกอย่างที่เหลือใส่ถุงพลาสติก มัดยางแล้วยัดไส่ช่องแช่แข็งไว้ก่อน เก็บหมดครับ มีทั้งไก่ย่าง แกงเขียวหวานไก่ คั่วกลิ้งหมู ไก่ผัดขิง กากหมูผัดพริกขิงหมูสามชั้นต้มพะโล้ วางแผนว่าจะทำแกงโฮะ พอได้ฤกษ์ถึงเวลาก็เอาของออกมา และไปซื้อชะอม มะเขือพวง มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้าแดง วุ้นเส้น แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุด ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าแกงโฮะ เป็นหน่อไม้ดองครับ ต้องมีเปรี้ยวจึงจะครบเครื่อง

ทำไมต้องมีเปรี้ยว ก็แกงโฮะดั้งเดิมหรือต้นกำเนิดของแกงโฮะนั้นเกิดจากวัดทางเหนือ ลูกศิษย์วัดเก็บของเหลือๆ จากการใส่บาตรที่พระท่านฉันเหลือและลูกศิษย์เองก็กินไม่หมดเอาใส่ตู้กับข้าวไว้ สมัยก่อนไม่มีตู้เย็น บางอย่างมันเริ่มตุๆ มีฟองแล้ว ก็เอามาผัดรวมกัน เมื่อผัดแล้วความตุที่มีรสเปรี้ยวยังไม่หนีหายไปไหน กลับดีไปอีกอย่าง จึงเป็นสัญลักษณ์ของแกงโฮะ แกงโฮะต่อๆ มาที่ทำขายไม่ใช่ของเหลือครับ ของใหม่ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีหน่อไม้ดอง

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

ส่วนแกงโฮะของผมเป็นตัวจริง คับคั่งด้วยของเหลือ ตอนผัดอ่อนรสอะไรก็เติมรสตามชอบ เสร็จแล้วโรยหอมเจียวเอากลิ่นนิดหน่อย แต่พอทำขึ้นมาแล้วก็เยอะเหมือนกัน คิดว่ากินไม่หมดแน่ เดี๋ยวก็เหลืออีก วิธีตัดไฟแต่ต้นลมง่ายๆ ก็คือแบ่งไว้ใส่บาตร เป็นแกงโฮะกลับไปสู่วัด คืนสู่เหย้า นั่นเป็นตัวอย่างของการเก็บของเหลือมาทำใหม่ครับ

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

เวลาตะลิงปลิงออกลูก ผมชอบตำน้ำพริกกะปิใส่ตะลิงปลิง และชอบตำเป็นถ้วยย่อมๆ มีเครื่องครบ ปลาทูทอด ชะอมชุบไข่ ผักสด ผักลวก ตอนทำสนุกดี แต่กินกัน 2 คนกินอย่างไรก็เหลือ อีก 2 วันต่อมา มื้อกลางวันก็ทำข้าวผัดน้ำพริกกะปิกิน ผัดกระเทียมกับปลาทูที่แกะเนื้อก่อน ใส่ข้าว ใส่น้ำพริก ไม่เค็มเติมน้ำปลา มะเขือพวง พริกขี้หนูลงผัดก่อนเอาขึ้นด้วย

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

จะให้ดีต้องมีของข้างเคียง ถ้ามีกุนเชียงด้วยก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ทำไข่เจียวบางๆ หั่นเป็นเส้นฝอยยาวๆ แบบที่กินกับเปาะเปี๊ยะ นั่นเป็นของข้างเคียงกับข้าวผัดน้ำพริก ยังไงๆ ก็อร่อยจนได้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ก็ของดีๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มีฝีมืออะไรเลย

ผมมีเป็ดพะโล้เจ้าอร่อยที่โพธาราม เขาไม่ขี้เหนียวเรื่องน้ำต้มพะโล้ จะเอาเท่าไหร่ให้มาไม่อั้น กินเนื้อกินน้ำเหลือ เอาเข้าช่องแข็งไว้เลย นึกอยากกินก็ไปซื้อผักกาดหอมมา เอาเป็ดพะโล้กับน้ำเป็ดพะโล้ ออกมาต้ม น้ำต้มเป็ดน้อยไปก็เติมน้ำ เติมเกลือ ใส่โป๊ยกั๊ก 2 ดอก อบเชยแท่งเล็กๆ ไม่หวาน ใส่น้ำตาลกรวด ต้มให้เดือด เส้นหมี่มีอยู่แล้วลวกเข้า ผักกาดหอมวางก้นชามก็เรียบร้อย เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ร้าน ‘บรรเลง โภชนา’ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปกินที่ไหน เรียกว่ากินของเหลืออย่างคุ้มค่า

เคยไปเจอชาวบ้านเอาฟักทองตัดใหม่ๆ ขั้วยังสดๆ อยู่ แถมขนาดพอดีอีกด้วย วาดแผนการในใจทำเป็นเทศกาลกินฟักทอง เอามาแกงเลียงก่อน ยังเหลืออีกก็เอามานึ่ง โรยเกลือนิดหนึ่ง แทนผลไม้อาหารเช้า

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

มื้อสุดท้ายของเทศกาลกินฟักทอง กินเป็นมื้อเช้าอีกเช่นกัน ทีนี้ต้มนานหน่อย แล้วเอามาบดใส่เนย ใส่ครีม ใส่เกลือ ทำเหมือนมันฝรั่งบดนั่นเอง แต่จะง่ายกว่า เพราะฟักทองเนื้อนิ่ม บดง่าย บดได้เร็ว ไม่เสียเวลา แล้วรสมันนุ่มเนียน เอาขนมปังทาเนยวางอัดในถ้วยพิมพ์ ล้อมภายในด้วยเบคอนทอดพอสุก ช่องตรงกลางของเบคอนนั้น เอาฟักทองบดนั่นเองใส่เข้า เต็มถ้วยพิมพ์พอดี เข้าเตาอบ ดัดจริตทำคล้ายๆ ขนมปัง Croque Madame ของฝรั่ง ถึงจะไม่อร่อย แต่อย่างน้อยฟักทอง 1 ลูก กินได้ตั้ง 3 อย่าง

ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีอยู่ในตำรา และไม่ได้โอ้อวดตัวว่ามีฝีมืออะไรเลย เพียงแต่จะบอกว่า การกินไม่ให้เหลือหรือกินของเหลือนั้นได้ประโยชน์ครับ ไม่เสียของ ประหยัดเงิน สนุก ทำบ่อยๆ ก็จะเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดินเหมือน ‘ขงเบ้ง’ พอเปิดตู้เย็นเห็นไอ้โน่น ไอ้นี่ ก็รู้ว่าจะต้องจัดการปราบมันได้อย่างไรให้ราบคาบ ลองดูครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

ถ้าถามว่า ใครไม่เคยกินอาหารฝรั่งบ้าง ก็อาจจะพอมีบ้าง อย่างน้อยก็ต้องรู้จักหรือเคยกินพิซซ่า พอเข้าร้านพิซซ่าต้องรู้จักสปาเกตตี้คาโบนาร่า หรือแม้กระทั่งเข้าปั๊มน้ำมันก็เห็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ ยังไงก็ต้องเคยลองกินบ้างล่ะ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วก็คงรู้จักกินอาหารฝรั่งกันทั้งนั้น หรือจะคิดแบบง่ายๆ ว่า จำนวนพลเมืองในกรุงเทพฯ ที่เฉียด 10 ล้านคน ตัดที่ไม่กินจริงๆ เลยมีไม่กี่เปอร์เซนต์ ที่เหลือก็มหาศาลที่รู้จักและเคยกินอาหารฝรั่งทั้งนั้น

แต่ถ้ามองว่า อาหารฝรั่งคือสเต๊กก็มีให้เลือกเยอะแยะ ร้านเป็นเพิงเหมือนอาหารตามสั่งก็มี คนมีรายได้มากหรือมากจนเหลือ จะกินในร้านหรูๆ ตรงไหนก็มี ผมว่าถ้าเอาแผนที่แถบสุขุมวิท เอกมัย ทองหล่อ มากางแล้วเอาเข็มหมุดจิ้มลงตรงไหน ตรงนั้นก็มีร้านอาหารฝรั่ง อาหารอิตาเลียนจากทุกแคว้นของอิตาลี มาเมืองไทยครบหมด แถมแคว้นเดียวยังมีเป็น 100 ร้าน และไม่ใช่แค่อาหารอิตาเลียนเท่านั้น ฝรั่งเศส เยอรมนี โปรตุเกส ออสเตรเลีย เม็กซิกัน มีเป็นเทือก แถมพ่อครัวยังเป็นฝรั่งตัวเป็นๆ อีกต่างหาก

เชื่อหรือไม่ เมืองไทยย้อนกลับไป 50 – 60 ปีที่แล้ว คนไทยรู้จักและกินอาหารฝรั่ง ไม่ใช่ร้านฝรั่งและไม่ใช่พ่อครัวที่เป็นฝรั่ง แต่เป็นร้านคนจีนไหหลำ เป็นอาหารฝรั่งสไตล์ไหหลำ

ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร เช่น สลัดเนื้อสัน สตูว์ลิ้นวัว สตูว์ลิ้นหมู ซี่โครงหมูชุบแป้งทอดราดด้วยน้ำเกรวี่ แกงกระหรี่ไก่ กินกับขนมปังและเนย ถ้านึกไม่ออกว่ามีร้านไหนบ้าง เมื่อก่อนที่เห็นชัดๆ ก็มี ‘สีลมภัตตาคาร’ ‘ฟูมุ่ยกี่’ และ ‘คาร์ลตันภัตตาคาร’

กุ๊กช็อป, ฟูมุ่ยกี่, อาหารฝรั่ง, ไหหลำ กุ๊กช็อป, ฟูมุ่ยกี่, อาหารฝรั่ง, ไหหลำ

แล้วอาหารฝรั่งแท้ๆ ไม่มีหรือไง มีครับ แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่อยู่ตามโรงแรมหรูที่มีห้องอาหารฝรั่งนับโรงได้ ลูกค้าที่เข้าไปกินเป็นลูกค้าโรงแรมบ้างเป็นทูต เป็นนักธุรกิจ เป็นเสนาบดีไทยบ้าง ส่วนร้านอาหารฝรั่งที่โด่งดังมากๆ ที่เคยได้ยินมี คอสโมโปริแต๊นท์ อาหารฝรั่งเศส แต่ที่เคยเห็นจริงๆ มี Nick’s No.1 อยู่ที่หัวมุมถนนสาทรใต้ กับถนนพระราม 4 เป็นอาหารฮังกาเรียนที่ชื่อ No.1 เพราะเลขที่บ้านของร้านนี้ คือ บ้านเลขที่ 1 ถนนสาทรใต้ครับ

ทีนี้ก็มาถึงที่ว่า ทำไมอาหารฝรั่งต้องเป็นสไตล์ไหหลำ ก็ต้องย้อนกลับไปนานมาก ตั้งแต่ที่ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ถูกฝรั่งยึดครองใหม่ๆ ฝรั่งเต็มไปหมดจนกลายเป็นปารีสตะวันออก และเป็นแหล่งขุดทองของชาวจีนที่ไปหางานทำ กลุ่มภาษาไหนทำอะไรถนัดก็ยึดครองเป็นอาชีพของตัวเองไม่ให้ใครแย่ง ชาวเซี่ยงไฮ้ ถนัดงานช่างก็เอาไปหมด ชาวไหหลำข้ามจากเกาะไหหลำไปบ้าง อะไรๆ คนอื่นก็เอาไปแล้ว เลยเป็นลูกจ้างในร้านอาหารฝรั่งบ้าง เป็นลูกจ้างร้านซักรีดเสื้อผ้าบ้าง พออยู่นานเข้าก็คุ้นเคยอาหารฝรั่ง รู้จักฝรั่งที่เข้าไปกิน เขยิบจากทำพอเป็นก็ชำนาญขึ้น หนักเข้าขึ้นขั้นเก่ง แต่ความที่ลิ้นยังติดแบบจีนๆ ไม่เลี่ยนเวอร์ บวกกับสิ่งของที่เอามาใช้ก็ไม่ใช่ของฝรั่งแท้ๆ ทำให้รสเพี้ยนไปบ้าง แต่ฝรั่งเองก็ยอมรับ

มีฝรั่งมากมายที่เป็นทูตบ้าง เป็นพ่อค้าบ้าง ต้องย้ายไปประจำประเทศอื่นๆ บ้าง เมืองไทยก็มากันเยอะ พอจะมาก็ได้ยินว่า เมืองไทยยังขี่ควาย กินเผือกเผามันเผา ซักผ้าในคลองอยู่ อดตายแน่ จึงพาชาวไหหลำที่ถนัดงานครัวและซักรีดเสื้อผ้าตามมาด้วย เพื่อเป็นคนในบังคับของตัวเอง

กุ๊กช็อป, ฟูมุ่ยกี่, อาหารฝรั่ง, ไหหลำ กุ๊กช็อป, ฟูมุ่ยกี่, อาหารฝรั่ง, ไหหลำ

สถานทูตอังกฤษ ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ โปรตุเกส เยอรมนี ที่ทั้งทูตทั้งอุปทูตต้องมีบ้านพักตัวเอง เมื่อมีบ้านพักก็ต้องมีครัว มีพ่อครัวไหหลำ แม้กระทั่งคนคุมงานคอยจัดการงานบ้านที่เรียกว่า Butler ยังเป็นคนไหหลำ ผมเคยเห็นพ่อครัวไหหลำรุ่นเก๋าจริงๆ เขาจะเขียนรายการอาหารประจำวันบนกระดานดำในห้องครัวเป็นภาษาอังกฤษครับ

มีหลายคนคิดก้าวหน้า ออกมาทำร้านอาหารฝรั่งข้างนอก ผมว่าร้านดังๆ ที่ผมเอ่ยชื่อไปนั้น ก็มาจากกลุ่มนี้ครับ แล้วพ่อครัวไหหลำนี่สังเกตง่ายคือ ตอนเช้าๆ จะใส่เสื้อยืดขาวกางเกงขาสั้น ขี่จักรยานคันใหญ่ๆ สูงๆ ที่สมัยก่อนเรียกว่าจักรยานส่งน้ำแข็ง มีตะกร้าหวายใบมหึมา เป็นธรรมดาที่พวกหมู ปลา ไก่ อยู่ข้างล่าง ผักหญ้าต้องไว้ข้างบนปากตะกร้า ตอนผมเด็กๆ ไปโรงเรียนต้องนั่งรถเมล์ที่เรียกว่ารถนักเรียน ให้เด็กนักเรียนโดยเฉพาะ ไม่ให้คนอื่นขึ้น เมื่อจอดป้ายหนึ่ง พ่อครัวไหหลำกระโดดขึ้นมานั่งพร้อมตะกร้า กระเป๋ารถเมล์ปาดเข้ามาบอกว่าขึ้นไม่ได้ สำหรับนักเรียน แต่คนขับใจดีบอกว่าไม่เป็นไร เขาเป็นนักเรียนเกษตร

เป็นธรรมดาครับ อยู่เมืองไทย เป็นคนไทย มีลูกมีหลาน คนไหนมีหัวก็เรียนหนังสือ ไม่ชอบเรียนก็ไปทำงาน ดีที่สุดคือร้านอาหารไหหลำสไตล์ฝรั่งนี่แหละ เพราะคนไหหลำเขาช่วยเหลือกัน และเป็นงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว

เมื่อคนมาก ร้านอาหารก็แตกกระจายไปทั่ว สีลมภัตตาคาร ฟูมุ่ยกี่ นั่นร้านใหญ่ไฮเอนด์ นอกจากนี้ยังมี ครัวสาธร อยู่ตรงห้องแถวใกล้โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ร้านโกตุ้น ในซอยสวนพลู ร้านเล็กๆ ไม่มีชื่ออยู่ตรงปากซอยศาลาแดง 1 ด้านถนนพระราม 4 และอีกร้านใกล้สี่แยกเดโช ถนนสุริยวงศ์

ทำไมจะต้องอยู่แถวละแวกนี้ ก็เพราะแถวนี้บริษัทฝรั่งเยอะ คนทำงานบริษัทฝรั่งเงินเดือนสูง กลางวันกินดีหน่อยและชอบอาหารฝรั่ง ถึงแม้จะเป็นฝรั่งแบบไหหลำก็ตามแต่ก็อร่อย แล้วจะไปนั่งในโรงแรมในห้องอาหารหรูๆ นั่นก็มีน้อยหรือมีไม่กี่แห่งอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรก และก็แพงเกินเหตุ

แม้กระทั่ง ‘ร้านมิ่งหลี’ ที่ถนนหน้าพระลานติดกับรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ลูกค้าที่กินก็เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ เมื่อก่อนตึกในพระบรมมหาราชวังนั้นเป็นกระทรวงการคลังครับ

ไม่ว่าจะร้านเล็ก ร้านใหญ่ สูตรอาหารต่างๆ เหมือนเป็นพิมพ์เดียวกันหมด สลัดเนื้อสันต้องทอดมาผิวเกรียมๆ ข้างในยังแดงอยู่บ้าง น้ำมันทอดราดเจิ่งมาด้วย รองก้นจานด้วยผักกาดหอม แตงกวา มะเขือเทศ อาจจะมีบางร้านที่เอาน้ำตาลทรายโรยตรงผัก เพื่อตัดเค็มน้ำทอดเนื้อมาบ้าง แล้วต้องมีขนมปังกะโหลกนิ่มๆ พร้อมเนย ใครอย่าได้สั่งข้าวสวยมากิน จะผิดกฎหมายมาตรา 5 วรรค 1 ว่าด้วยการกินอาหารฝรั่ง

ความนิยมร้านอาหารฝรั่งแบบไหหลำนี้มีมานานมาก เรียกได้ว่า เมื่อก่อนพ่อแม่ต้องพาลูกๆ มากิน ต่อมาลูกทำงานทำการก็พาพ่อแม่มากิน

เป็นธรรมดาของกฎธรรมชาติ รุ่งแล้วก็ต้องมีเลิก ร้านอาหารฝรั่งแบบไหหลำหลุดหายไปทีละร้าน ยังมีที่เหลืออยู่บ้างอย่างร้านตรงเสาชิงช้า ที่ไม่มีแกงกะหรี่ไก่กินกับขนมปังเนยแล้ว แต่ดันทะลึ่งมีผัดเผ็ดปลาดุก ต้มยำปลาช่อน มีหอยแครงลวก

คาร์ลตัน ภัตตาคารตรงสีลมไปก่อน สีลมภัตตาคารก็ตามไป ล่าสุดเมื่อ 3 ปีก่อน ฟูมุ่ยกี่ก็ไป มิ่งหลี ที่ถนนหน้าพระลานยังอยู่ แต่ก็เหนื่อยล้าเต็มที โต้-เจ้าของร้านไม่อยากขายแล้ว ติดแต่ว่าเป็นร้านที่ผูกพัน คุ้นเคยกับเหล่าศิลปินศิลปากรที่ขอร้องให้ขายอยู่ แต่เดี๋ยวนี้ ศิลปินขาประจำหลายพระองค์นั้นก็ไม่ค่อยนั่งแล้ว เพราะมีกฎหมายใหม่ที่ร้านอาหารอยู่ใกล้สถานศึกษา ห้ามขายแอลกอฮอล์ อีกไม่นานโต้ก็คงเลิก

ผมว่าไปแล้วไปเลยครับ แล้วร้านอย่างนี้ก็มีอยู่ที่เมืองไทยเท่านั้น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไม่มีอาหารฝรั่งแบบไหหลำ ในเมื่อเมืองไทยบ๊ายบายอำลาไปแล้วก็ไปเลยไม่กลับมา นี่เองที่ว่า ‘มีครั้งแรกแล้ว ก็กลายเป็นครั้งสุดท้าย’ นั่นเองครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load